แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย depaper เมื่อ 2026-11-7 12:31
คำเตือนเนื้อหา • นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นจากจินตนาการทั้งหมด ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริง • เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
อ่านย้อนหลัง
เมล็ดพันธุ์ของพ่อตอนที่ 6 เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
ฝนหยุดตกแล้ว แสงตะเกียงวามวาวดับลงทั้งหมู่บ้าน เหลือเพียงความมืดและความเงียบสงัดของค่ำคืน ลมหลังพัดแทรกผ่านร่องฝาผนังไม้ปีกเข้ามาในตัวบ้าน พาเอากลิ่นดินเปียกจากภายนอกมาอวลอยู่ในห้อง
แต่สองพ่อลูกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในมุ้ง เสียงหอบหายใจของทั้งสองสอดประสาน ดังเสียงเพลงรักที่บรรเลงท้าทายความเงียบของชนบท
“ลูกมีความความสุขไหม”
ในความมืดตาเพียรจ้องมองดวงหน้าของสมพลผู้เป็นลูกชาย แม้ในเวลานี้สมพลจะอ่อนแรงจากการสำเร็จความใคร่ แต่ริมฝีปากบางที่เผยออก ทำให้เขาอดใจไม่ไหว
“ลูกช่วยให้พ่อมีความสุขบ้างได้ไหม”
ตาเพียรไม่รอฟังคำตอบ เขาเลื่อนตัวขึ้นนั่งคร่อมใบหน้าของสมพล เข่าทั้งสองข้างวางสองข้างหัว มือข้างหนึ่งประคองท่อนเนื้อที่แข็งตัวเต็มที่แล้วแตะที่ปากของผู้เป็นลูก
ตาเพียรจับท่อนเนื้อวนเวียนฉวัดเฉวียนที่ริมฝีปากของลูกชายเหมือนจะยั่ว บางจังหวะก็กดลงไปเบา ๆ เหมือนจะมอบให้ แต่แล้วก็ถอนขึ้นมาให้โหยหา น้ำเหนียวใสจากหัวบานนั้นยืดเป็นสายตามความเคลื่อนไหวของท่อนเนื้อ
แม้จะยังอ่อนแรงแต่กลิ่นและรสของน้ำหล่อเลี้ยงความกำหนัด กลับยั่วยวนให้สมพลต้องยกหัวขึ้นมา ใช้ปากไล่งับท่อนเนื้อที่ปรารถนา
“เป็นยังไงสมพล”
“พ่อจ๋า ฉัน… ฉันขอได้ไหมจ๊ะ”
“ลูกอยากได้อะไรล่ะ ไหนบอกพ่อสิ”
“ฉันอยาก… เออ… อยาก”
“อยากอะไร” ตาเพียรถามแผ่วเบาแต่แขวนไว้ด้วยอำนาจในเนื้อเสียง
“ฉันอยาก อมควยพ่อ อยากกินควยพ่อจ่ะ” สมพลสารภาพด้วยความเขินอาย
ชายร่างใหญ่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่ท่อนเนื้อเข้าไปในปากของผู้เป็นลูก
จากช้าเป็นเร็ว ตาเพียรขับเคลื่อนท่อนเนื้อเข้าออกช่อนปากของลูกชายอย่างต่อเนื่อง เขาป้อนท่อนลำช้าลงเมื่อใกล้ถึงจุดอ่อนไหว สักพักเขาก็รัวบั้นเอวกระแทกท่อนเนื้อเมื่อต้องการความเสียวที่เพิ่มขึ้น บางครั้งเขาก็กดท่อนเนื้อเข้าไปลึกถึงลำคอของลูกชายเพื่อความสะใจ เกมนี้เขาเป็นคนคุมโดยสมบูรณ์
สมพลทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าเปิดปากรับท่อนเนื้อของผู้เป็นพ่อ เมื่อน้ำเมือกใสหลั่งออกมาเขาก็กลืนลงคอไม่ให้ตัวเองสำลัก ในเวลาที่พ่อกดท่อนเนื้อเขาไปลึกในลำคอ เขาก็ต้องกลืนมันลงไปแม้จะฝืนธรรมชาติจนอยากจะขย่อนออก ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามหายใจผ่านขนดกหนาที่กดแน่นทับจมูก
เขารู้สึกอึกอัดทรมาน เพราะร่างเล็กนี่ไม่อาจต้านแรงกำหนัดของผู้เป็นพ่อ แต่ลึกๆแล้ว เขาก็พึ่งพอใจที่ได้เป็นวัตถุทางเพศที่ต้องรองรับอารมณ์มืดดำของผู้เป็นพ่อ
ผ่านไปพักใหญ่ ตาเพียรจึงรู้สึกพึงพอใจกับการใช้ร่างของลูกชายเครื่องตอบสนองความต้องการของเพศ เขาเลื่อนตัวลงต่ำ ดูเหมือนจะมีเป้าหมายที่มากกว่าแค่ความสุขที่ได้จากริมฝีปากบาง
“พ่อ… อย่า! ตรงนั้น… มันสกปรก… อู้ยย…”
สมพลร้องห้ามด้วยความตกใจ เมื่อตาเพียรใช้ปลายจมูกสัมผัสกับปากประตูหลัง แต่ดูเหมือนจะห้ามไม่ทันเสียแล้ว พระตอนนี้ตาเพียรใช้ทั้งปากและลิ้นตระบมโลมเลียรูเล็กๆ นั้นด้วยความพิศวาส
ตาเพียรเองก็ไม่คิดว่าอารมณ์มืดดำจะพาเขามาไกลถึงเพียงนี้ ใช่เขาเคยใช้ปากลิ้นกับจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะทำแบบเดียวกันนี้กับช่องประตูของผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่เป็นลูกชายแท้ๆของเขา
แต่ใครจะเชื่อว่ากลิ่นไอของปากประตูมันจะทำให้เขาพึงใจได้ถึงเพียงนี้ มันเป็นมีกลิ่นอับที่ยั่วยวนให้ดอมดมมแม้จะรู้ว่าไม่ควร เสมือนสิ่งที่เขากำลังทำอยู่กับลูกชายในเวลานี้
“อื่อออ… พ่อ ฉันเสียว ใจจะขาดแล้ว พ่อจ๋า… พอแล้วพ่อ พอแล้ว”
“พอแล้วจริงเหรอ อยากให้พ่อหยุดไหม” คำถามของตาเพียรทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงท้าทาย
เขารู้ดีว่าสมพลกำลังพึงพอใจกับสิ่งที่เขาปรนเปรอให้ แม้ปากจะบอกว่าพอแล้ว แต่ใจของเด็กอ่อนต่อโลกอย่างสมพล ยังอยากจะเรียนรู้อะไรอีกมาก
“ฉัน… ฉัน…”
“ว่าไงสมพล หนูอยากหยุดแล้วเหรอ”
พ่อไม่เคยเรียกเขาว่าหนู คำหวานทำให้ ฃสมพลหน้าแดง รู้สึกร้อนวูบวาบไปจนถึงใบหู
“พ่อ.. ฉัน…”
“ว่าไง”
“ทำต่อเถอะจ่ะพ่อ”
ตาเพียรหัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย ยืนหน้าไปใกล้ในหน้าของลูกชาย ใกล้จนใช้ลมหายใจร่วมกัน
“หนูอยากให้พ่อทำอะไร บอกมาสิ”
ประสบการณ์ในเมืองสอนให้สมพลรู้มาบ้างว่า ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างชายกับชาย ประกอบไปด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง แต่การที่จะพูดออกมาต่อหน้าพ่อกลับเป็นเรื่องยากสำหรับเขา
“แบบนี้ไหม” ตาเพียรพูดพลางใช้นิ้วกลางกดลงไปที่ปากประตูของสมพล
แม้ร่องรูของสมพลจะหนีบแน่นเพราะไม่เคยมีใครล่วงล้ำ แต่น้ำลายที่ตาเพียรทิ้งเอาไว้จากการโลมเลียทำให้นิ้วหนาค่อยๆ เลื่อนเข้าไปได้แม้จะต้องออกแรงกดพอสมควร
“แบบนี้ไหมลูก แบบนี้ไหม หนูอยากให้พ่อทำแบบนี้ไหม…” ตาเพียรยิ้มเจ้าเล่ห์ ในขณะที่นิ้วเคลื่อนเข้าอยู่ที่ช่องทางของสมพลช้าๆ
“จ่ะพ่อ แบบนั้นแหละ”
“ไหนบอกพ่อชัดๆ สิว่าอยากให้พ่อทำอะไร”
“พ่อ… ฉัน… ฉันอยาก”
“พูดสิ กูถาม มึงก็ตอบ” ตาเพียรกัดกราม เล่นบทรุนแรงเพื่อบีบเค้นคำตอบที่ใจปรารถนา
สมพลหลับตาปี๋ กลั้นใจตอบ “ฉัน… ฉันอยากให้พ่อเย็ดฉันจ่ะ เย็ดฉันเถอะพ่อ”
“ดี อยากเย็ดก็บอก คืนนี้กูจะเย็ดมึงจนหายอยากเลย”
ตาเพียรเลื่อนตัวลงไปที่ท่อนล่างของสมพลอีกครั้ง เขางอเข่าทั้งสองของลูกชาย ให้เท้าทั้งสองข้างวางยันอยู่กับฟูก แล้วแทรกตัวเข้าไปตรงกลางหว่างขา แม้ห้องจะมืด แต่ก็เห็นเลือนลางว่า ปากประตูหลังนั้นเปิดอ้ารอรับการบุกรุก
เขาค่อยๆ นิ้วหนาเข้าไปในร่างของลูกชายอีกครั้ง
“พ่อจ๋า พ่อ ฉันเสียว” สมพลยังดิ้นพล่านเมื่อตาเพียรรัวนิ้วเข้าออกเรฺ็วรัว
ยิ่งร่างบางเต้นเร่า ตาเพียรยิ่งพอใจ เขาค่อยๆ กดนิ้วชิ้เข้าไปเพิ่ม จนฝังเข้าไปในตัวร่างของลูกชายทั้งสองนิ้ว
สมพลกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บปวด รู้สึกอึดอัดที่ปากทวาร แต่ใจยังสู้ อยากจะรู้ว่าบทตอนต่อไปจะพาเขาไปถึงสวรรค์ชั้นไหน
เมื่อช่องทางรัดจนไม่อาจจะขยับนิ้วได้ ตาเพียรจึงใช้สองนิ้วกวาดสำรวจถ้ำกลางลำตัวของลูกด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้จะผ่านวัยหนุ่มมาอย่างโชกโชน เขาก็ไม่เคยล่วงล้ำเส้นทางนี้มาก่อนไม่ว่าจะกับแม่ของลูก หรือกับผู้หญิงหากิน
เขาพบว่าข้างในมันฉ่ำชื้นไม่ต่างจากช่องทางของผู้หญิง ผิวสัมผัสภายในก็แตกต่าง อาจจะไม่ได้มีกลไกบีบรัดสิ่งที่ล่วงล้ำ แต่ที่ดีกว่าคือปากรูที่รัดแน่นกว่าข้างหน้าเป็นไหนๆ
“พ่อ พ่อจ๋า โอ๊ย ฉันแน่นไปหมดเลยจ่ะพอ โอ๊ยยย”
“ทนเอาหน่อย เดี๋ยวเอ็งจะแน่นกว่านี้”
แต่เพียงนึกกระหยิ่มในใจ จินตนาการถึงช่วงเวลาที่เขาจะได้ใช้ท่อนเนื้อประจำกายล่วงล้ำเขาไปในกายลูก ถึงแม้ว่าอวัยวะของเขาจะไม่ยาวมากนัก แต่ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ความหนาอวบของท่อนเนื้อนั้นก็ไม่เป็นรองใคร ในเวลานั้นเจ้าลูกชายครวญครางไม่ต่างจากหมาตัวเมีย
ในจังหวะ ที่ตาเพียรกำลังคิดแผนการณ์จะล่วงล้ำลูกชายอย่างลึกซึ้ง นิ้วอวบหนาของเขาก็เผยเคลื่อนไปสัมผัสจุดกระสันภายในของสมพล
“อุ๊ยพ่อ ตรงนั้น… ตรงนั้นมัน”
ร่างบางสะท้านเฮือก ประสาทสัมผัสทุกส่วนกระตุกวาบ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่าน ความรู้สึกวูบวาบพุ่งทะยานจากท้องน้อยขึ้นสู่สมองอย่างรุนแรงจนลมหายใจขาดห้วง
ตาเพียรได้ใจ ใช้ปลายนิ้วขยี้จุดเสียวภายในจนสมพลดิ้นพล่าน ใช้มือจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น
“พ่อ ฉัน… ฉันจะ… ฉันจะเสร็จ โอ๊ยย เสร็จแล้วจ่ะ เสร็จแล้วพ่อ”
ร่างของสพลเกร็งกระตุก น้ำรักรอบที่สองไม่น้อยลง แต่กลับพุ่งทะลักไปทั่วเพราะไร้กางเกงมาพันธนาการ
“พ่อ… พ่อจ๋า…”
“เป็นไงสมพล หึ หนูเป็นยังไงลูก”
“ฉันใจจะขาดแล้วพ่อ ฉันเสียว…”
ตาเพียรหัวเราะในลำคอ “พ่อจะทำให้เสียวกว่านี้อีก”
ยังไม่ทันที่ลูกชายจะเอ่ยห้าม ตาเพียรก็ใช้มือลูบเอาน้ำรักบนหน้าท้องของสมพลมาทาที่ร่องรูของผู้เป็นเจ้าของ เขายกขาปวกเปียกลูกชายขึ้นพาดบ่า จ่อท่อนลำหนาอวบไปที่ร่องรู แล้วค่อยๆ กดชำแรกลงไป
“พ่อ… โอ๊ยย… ” สมพลรู้สึกแน่นที่รูกว่าโดนล่วงล้ำด้วยนิ้วเป็นไหนๆ แต่ร่างกายที่อ่อนแรงจากการสำเร็จความใคร่รอบที่สอง ไม่อาจต้านทานการรุกรานของพ่อได้
ฝ่ายตาเพียรเองก็รู้สึกพิศวงกับความรู้สึกที่ได้รับผ่านท่อนเนื้อ แม้จะเตรียมร่องรูของลูกด้วยสองนิ้ว แต่กล้ามเนื้อของสมพลก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อแรกเริ่ม กล้ามเนื้อปากทวารของสมพลบีบรัดส่วนหัวของตาเพียรแน่นคล้ายจะไม่ยอมให้ล่วงล้ำ แต่เมื่อผู้เป็นพ่ออกแรงกด ส่วนหัวบานเท่าไข่ไก่ก็ชำแรกเข้าไปได้อย่างราบลื่น แต่ก็ยังไม่วายถูกกล้ามเนื้อปากประตูบีบรัดทุกกระเบียดนิ้วที่เคลื่อนเข้าไป
จนเมื่อท่อนเนื้อรุกล้ำเข้าไปจนสุดลำ ตาเพียรกดท่อนเนื้อร้อนผ่าวแช่ไว้สักพัก เพื่อให้สมพลคลายจุกเจ็บ เมื่อสังเกตุว่าใบหน้าของลูกชายเริ่มผ่อนคลาย เขาก็เริ่มชักท่อนเนื้อหนานั้นเข้าออกช้าๆ
“พ่อ… พ่อจ๋า เบาๆ ก่อน อู๊ย ฉันจุกจ้าพ่อ” สมพลครวญคราง นิ้วมือจิกแขนผู้เป็นพ่อแน่น
“ทนหน่อยนะลูก ทนอีกนิดนะ พ่อจะทำให้หนูเสียวกว่าเมื่อกี้อีก”
ตาเพียรเริ่มเคลื่อนไหวช้า ๆ ดึงท่อนออกเกือบสุดแล้วสวนกลับเข้าไปลึกสุดลำ เขาตั้งใจเคลื่อนตัวเข้าออกในทุกจังหวะ เพื่อซึมซับความสุขที่ได้รับจากร่างกายของลูกชาย
“เป็นยังไงลูก หายเจ็บหรือยัง”
“จ่ะพ่อ ดีขึ้นแล้ว” สมพลรู้สึกถึงเส้นเลือดที่ปูดโปนของท่อนเนื้อ ที่ถูไถผนังด้านใน มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ตาเพียรพรมพ่อไปทั่วใบหน้า และลำคอ ของลูกชาย บั้นเอวกดส่งท่อนเนื้อเร็วขึ้น เร็วขึ้น
“สมพลจ๋า…” ตาเพียรกระซิบใกล้หู
“จ๋าพ่อ”
“พ่อเสียวจังเลยลูก ลูกเสียงไหม”
“เสียวจ่ะพ่อ”
“เสียวตรงไหนลูก”
“เสียวตรงรู.. ตรงรูจ่ะพ่อ อู้ยย…”
“รูหีเหรอลูก”
“จ่ะ หนูเสียวรูหี”
สมพลหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เขายังใหม่กับการสนทนาในลักษณะนี้
“สมพล พ่อขอเย็ดแรงขึ้นอีกได้ไหมลูก หนูทนไหวไหม”
“...”
เป็นอีกครั้งที่ตาเพียรไม่รอคำอนุญาต เขากระแทกบั้นเอว ส่งท่อนลำร้อนฉ่าเข้าไปในร่างของผู้เป็นลูกอย่างรุนแรง เสียงดัง ตับ ตับ ตับ เป็นจังหวะ
“พ่อจ๋า… ฉันเสียว โอ๊ยยย”
จังหวะกระแทกนั้นหนักและลึก ทุกครั้งที่ตาเพียรกระแทกท่อนเนื้อเข้าไป ทำเอาสมพลสั่นไหวไปทั้งร่าง
เขาได้แต่ใช้มือจิกหัวไหล่ของผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น ไม่ให้ลำตัวลื่นไถลไปกับแรงกระแทก
ตาเพียรเร่งเครื่องขึ้นไปอีกจังหวะ เวลานี้ท่อนเนื้อของเขาทำหน้าที่ไม่ต่างกับ ลูกสูบที่อัดกระแทกอยู่ในห้องเครื่อง
“โอ๊ย ๆ ๆ ๆ”
สมพลครวญครางตามจังหวะกระแทก ดังจนตาเพียรต้องล้มตัวมาประกบปาก ทั้งสองจูบกันอย่างหิวกระหาย ร่างทั้งสองขยับไปพร้อมกับแรงขับเคลื่อนแห่งกามารมณ์ ความร้อนจากการกอดรัดทำให้บรรยากาศโดยรอบอบอุ่น ผิวกายของพ่อลูกชุ่มไปด้วยเหงื่อ กลิ่นจากผิวกายอบอวนกลบกลิ่นดินชื้นๆ จากภายนอก
“สมพล พ่อ… พ่อไม่ไหวแล้ว… โอ๊ย…”
ตาเพียรครางยาวพระกับการกระแทกครั้งสุดท้าย ร่างใหญ่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ท่อนเนื้อของเขาฝังอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของสมผล มันเต้นเร่าตุบๆ แล้วหลั่งน้ำรักร้อนจัดออกมา
สมพลรู้สึกถึงของเหลวอุ่นร้อนที่พวยพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรุนแรง ตามมาด้วยระลอกที่สองและ เป็นจังหวะ ปริมาณของมันมากจนเขารู้สึกว่าร่างกายไม่อาจรับไหว แต่ท่อนเหนืออวบหนาของผู้เป็นพ่อที่ขวางเอาไว้ ทำให้น้ำรักนั้นไม่สามารถไหลย้อนออกมา ความร้อนนั้นจึงคงขังอยู่ในร่างกายของเขาจนร้อนไปทางช่องท้อง สมผลคิดไปว่าหากเขาเป็นผู้หญิงน้ำรักจำนวนมากนี้คงซึมเข้าไปในมดลูกและทำให้เขาตั้งท้องลูกให้พ่อเป็นแน่แท้
ตาเพียรยังไม่ถอนท่อนเนื้อออกจากร่างบาง เขาก้มลงจูบหน้าผากและแก้มของลูกชายช้า ๆ
“เมียจ๋า…” เสียงของพ่อกระซิบแผ่วเบา
สมพลซบไม่ตอบอะไร ทำเพียงโอบแขนกอดพ่อแน่นขึ้นกว่าที่เคย
---
“เพียร! อยู่ไหมวะ” เสียงตาชื่นมาเรียกตั้งแต่หัวรุ่ง
ตาเพียรหยิบผ้าขาวม้ามาพันร่าง ชำเลืองตามองดูลูกชายที่ยังคงหลับไหลด้วยความเหนื่อยอ่อนอยู่แว๊บนึง
“มีอะไรหรือลุงชื่น?”
“ข้าไปตลาดมา ได้ยินเสียงตามสายเขาประกาศว่าวันพุธผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุม น้ำท่วมปีนี้นาข้าวเสียหายหนัก จะได้คุยกันว่าจะเอายังไง จะเอาพันธุ์ข้าวที่ไหนมาปลูกต่อ”
“เออ แล้วลุงยังเหลือพันธุ์ข้าวไหมล่ะ”
“จะว่าเหลือก็ว่าเหลือ แต่ปีหน้าถ้าน้ำท่วมแบบปีนี้ข้าวของข้าก็คงไม่รอดอยู่ดี ”
“บ้านเรายังมีพันธุ์ข้าวของแม่ เหลืออยู่ใช่ไหมครับพ่อ เราแบ่งให้ตาชื่นได้ไหม” เสียงของสมพลดังออกมาจากในห้อง
ตาเพียรหันหลังไปมองลูก แววตาของผู้เป็นพ่ออ่อนลง ยิ้มบาง ๆ ด้วยความภูมิใจ
“เอ็งคิดถึงคนอื่นเป็นแล้วเหรอ”
“โธ่พ่อฉันก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น เวลาที่เราเดือดร้อนตอนชื่นก็ช่วยเราไม่ใช่หรือ”
“บ่ายนี้ข้าเอาพันธุ์ข้าวไปให้ที่บ้านนะลุงชื่น” พ่อตะโกนบอกตาชื่นทั้งรอยยิ้ม
ตาชื่นพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวขอบอกขอบใจแล้วเดินจากไป
—
แดดบ่ายส่องลอดฝาไม้เข้ามาในห้องเก็บของ อาบไล้ไปหน้าของตาเพียรที่กำลังปีนบันไดขึ้นไปเอาพันธุ์ข้าวที่แขวนไว้บนขื่อ เบื้องล่างสมพลยืนจับบันไดให้พ่อปีนขึ้นไปอย่างมั่นคง
”เหลืออยู่แค่นี้แหละ แบ่งเอาไว้ปลูกปีหน้าแล้ว ก็จะเหลือพอแบ่งให้ลุงชื่น กับบ้านใกล้ๆอีกสองสามหลัง”
“จ่ะพ่อ เหลือปลูกแล้วก็แบ่งให้คนอื่นเถอะจ่ะ”
“พ่อดีใจนะที่เอ็งเห็นด้วย ที่พอจะแบ่งพันธุ์ข้าวให้คนอื่น”
สมพลยิ้ม พลางช่วยพ่อแบ่งพันธุ์ข้าวใส่ถุงกระสอบถุงเล็กๆ ได้ ห้า-หก ถุง
แล้วสองพ่อลูกก็ขับรถอีแต๋นคันเก่า ที่บรรทุกเมล็ดพันธุ์แห่งความฝัน ออกไปแบ่งปันให้คนในละแวกบ้าน
—
“เอ็งเอาพันธุ์ข้าวมาให้จริง ๆ หรือวะเพียร”
“เออ ลุงเอาไปแบ่งกันปลูกก่อน มีเท่าไรก็ปลูกเท่านั้น ข้าวพันธุ์นี้ มันทนน้ำ ต้นสูง ถ้าน้ำท่วมอีกอย่างน้อยปีหน้าลุงก็จะยังไม่เหลือข้าวไว้กินนะ”
“ขอบใจมากนะเพียร ขอบใจจริงๆ”
จากบ้านตาชื่น ทั้งสองเดินทางไปแบ่งพันธุ์ข้าวให้เพื่อนบ้านอีกสองสามบ้าน บางบ้านยังพอมีเหลืออยู่บ้างมบางบ้านแทบไม่เหลืออะไรเลย พ่อแบ่งให้เท่าที่จะให้ได้ทพร้อมกำชับให้เก็บรักษาไว้ให้ดี และเลือกปลูกให้เหมาะกับสภาพน้ำในพื้นที่
ทุกบ้านต่างรับพันธุ์ข้าวไว้ด้วยความขอบคุณ
—
ระหว่างทางกลับบ้านสมพลนั่งมองทุ่งนาที่ทอดยาวผ่านไปสองข้างทาง
“แล้วปีหน้าพ่อจะทำยังไงต่อครับ”
“ก็ต้องดูน้ำทดูฝนเหมือนเดิมนั่นแหละลูก เราบังคับธรรมชาติไม่ได้”
“ผมเคยคิดว่าถ้าเรียนสูง ๆ มีความรู้มากพอเราก็น่าจะจัดการทุกอย่างได้”
ตาเพียรเหลือบมองลูกมก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ความรู้ที่เรียนมามันก็จัดการกับปัญหาได้นะลูก แต่บางปัญหาเองก็ต้องทำใจว่าเราจัดการไม่ได้ พ่อว่ามีความรู้แล้วเอ็งก็ต้องหัดเอาตัวรอด ปรับตัวให้ได้เหมือนพันธุ์ข้าวของแม่เองที่ทนน้ำได้นานกว่าคนอื่นเขา”
รถอีแต๋นแล่นช้า ๆ ผ่านทางดินที่ยังเปียกชื้น สายลมที่ปะทะหน้าเริ่มแรงขึ้น ใบไม้กิ่งไม้ปลิวว่อนไปทั่ว เสียงฟ้าคำรามอยู่ไกลๆ เมฆคล้ำตั้งเค้า เตือนว่าพายุลูกใหม่กำลังจะมา
ยังไม่ทันถึงบ้านฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมาเหมือนฟ้าถล่ม สองพ่อลูกจอดรถไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหลบฝนที่กระท่อมนาหลังน้อย ลับตาผู้คน
“เราหลบฝนตรงนี้ซักพักนะลูก” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ
เมื่อสมพลหันไปมอง ก็พบว่าๅดวงตาของพ่อมีสีเข้มกว่าที่เคย กลิ่นกายของพ่อ ผสมกลิ่นบุหรี่ใบจาก ลอยเข้าจมูกของสมพล
ตาเพียรโน้มร่างใหญ่ที่เปียกปอนเข้าจูบสมพลในทันที ริมฝีปากกดแน่น ดูดและเลียอย่างหื่นกระหาย เขาชำแรกลิ้นแทรกเข้าไปในปากบางของผู้เป็นลูก ดูดกลืนน้ำลายฉ่ำหวานจนแทบจะไม่หลงหลือ
พายุอารมณ์ของสองพ่อลูกโหมกระหน่ำ ไม่ต่างจากสายฝนที่กำลังตกลงมาไม่ลืมหูลืมตา
…
ป.ล. ปรับขนาดอักษรตามคำแนะนำของเพื่อนๆหลังไมค์ ใครอ่านแล้วรู้สึกใหญ่ไปหรือเล็กไปยังไงช่วยแจ้งหน่อยนะครับ |