ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 112|ตอบกลับ: 6

เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 2 เมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
13
ตอบกลับ
198
พลังน้ำใจ
10731
Zenny
6481
ออนไลน์
1186 ชั่วโมง
โพสต์ 5 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
- ข้อความ/รูปภาพทั้งหมดถูกโพสโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ผู้ดูแลไม่มีส่วนรู้เห็น หากท่านพบว่าข้อความ/รูปภาพ ไม่เหมาะสมหรือสร้างความเสียหาย ท่านสามารถกดแจ้งลบได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่อยู่มุมล่างขวาของข้อความนั้นๆ หรือ อีเมล์ [email protected] ขอบคุณค่ะ
- โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านหมวดนี้ เพราะทางเราไม่สามารถสรุปได้ว่าเรื่องที่สมาชิกนำมาโพสเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ เพราะสังคมเรายังดำรงอยู่ด้วยศีลธรรมจารีตประเภณีอันดีงามและไม่เปิดกว้างเรื่องแบบนี้
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย depaper เมื่อ 2026-11-1 11:40

คำเตือนเนื้อหา

• นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นจากจินตนาการทั้งหมด ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริง
• เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

อ่านย้อนหลัง
เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 1 ปริญญาที่กินไม่ได้ https://www.g4guys.com/thread-209977-1-1.html

—-----
เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 2  เมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ

หนึ่งสัปดาห์หลังจากสมพลกลับมาอยู่บ้าน ชีวิตประจำวันของเขาเริ่มเข้าที่เข้าทาง แม้จะยังไม่คุ้นกับการตื่นเช้าตามเสียงไก่ขัน แต่เขาก็เริ่มชินกับเสียงพ่อเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงเปิดประตู เสียงล้างถ้วยชาม และเสียงพ่อฮัมเพลงเบา ๆ ขณะทำงานอยู่ใต้ถุนเรือน

เช้าวันนั้น สมพลนั่งอ่านนิตยสารที่หยิบมาจากกรุงเทพฯ อยู่บนชานบ้าน พลิกไปพลิกมา อ่านทุกตัวอักษรจนเริ่มเบื่อ

เขาวางหนังสือลงแล้วมองไปทางพ่อที่กำลังจัดผักใส่เข่งอยู่ใต้ถุน

“พ่อ”

“ว่าไงลูก”

“ฉันอยากได้นิตยสารใหม่ ขอเงินสัก 50 บาทสิ”

ตาเพียรเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ

“หนังสือที่เอ็งขนกลับมาจากกรุงเทพฯ ก็เต็มกระเป๋าเลยนี่ พ่อเห็นนะว่ามีแต่รูปสาว ๆ ร้ายจริง ๆ ไอ้เสือ”

“พ่อก็พูดไปเรื่อย ฉันดูเสื้อผ้าต่างหาก”

“เออ ๆ ดูเสื้อผ้า ดูสาว ๆ เหมือนกันนั่นแหละ

“พ่อไม่เข้าใจหรอก”

ตาเพียรยิ้ม ก่อนก้มลงจัดผักต่อ

“วันนี้พ่อยังไม่มีเงินสดเลย เอ็งไปช่วยพ่อขนผักไปตลาดก่อน เดี๋ยวพ่อแวะธนาคารถอนเงินให้”

“ได้ครับ”

สมพลกระตือรือร้นช่วยพ่อขึ้นมาทันที สำหรับเขานิตยสารแฟชั่นเหล่านี้มันไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันเป็นเหมือนสายใยที่เชื่อมเขาเข้ากับโลกกว้าง ทั้งแฟชั่น ศิลปวัฒนธรรม ข่าวคราวแวดวงสังคม

รถอีแต๋นคันเก่าจอดอยู่ใต้ต้นมะม่วง ตาเพียรยกเข่งผักขึ้นวางท้ายรถอย่างคล่องแคล่ว โดยสมพลช่วยจัดวางให้เป็นระเบียบ แม้จะพยายามระวังไม่ให้เสื้อผ้าเปื้อนดิน แต่ปลายแขนเสื้อก็ยังเปื้อนดินจนได้

ผักบุ้งกับถั่วฝักยาวถูกมัดด้วยตอก ม้วนเรียงเป็นกำไว้ในเข่ง ส่วนมะเขือและพริกแยกใส่เข่งใบเล็กอีกสองใบ พ่อมัดทุกอย่างจนแน่ใจว่าแน่นหนาแล้ว จึงขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย

“ขึ้นมาได้แล้วลูก”

สมพลก้าวขึ้นนั่งข้างพ่อ รถอีแต๋นค่อย ๆ เคลื่อนออกจากบ้าน ผ่านทิวทุ่งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ข้าวในนาเริ่มชูใบเขียว ลมพัดยอดข้าวไหวเป็นระลอก

เสียงผู้คนจอแจ บ่งบอกว่าของพ่อลูกมาถึงตลาดแล้ว ตาเพียรขับรถเข้าไปจอดตรงที่ประจำ ก่อนจะช่วยกันยกผักลงจากท้ายรถ เพื่อไปวางขายที่ริมถนน ตาเพียรไม่ได้เช่าแผงประจำ เพราะเมื่อผักเหลือกินเขาจึงจะเอาเข้ามาขายที่ตลาด

“อ้าว เพียร วันนี้เอาถั่วมาด้วยไหม” ลูกค้ารายแรก

เป็นผู้หญิงท่าทางมีเงิน เดินเข้ามาทักทันทีเมื่อตาเพียรจัดของเสร็จ

“เอามาอยู่จ้ะ เจ๊ไก่ สด ๆ จากสวนเลย”

“ขอถั่วฝักยาวสิบกำ แล้วมะเขือเอาสี่กองนะ”

“ได้เลยเจ๊” ตาเพียรหยิบผักส่งให้ลูกค้าอย่าง คล่องแคล่ว

ไม่ใช่แค่จำชื่อลูกค้าได้ แต่ตาเพียรจำได้ว่าใครซื้อผักไปใช้ในร้านอาหาร ใครซื้อผักไปทำกินเองที่บ้าน ใครชอบชอบผักชนิดไหน และใครยังติดเงินค่าผักจากคราวก่อน เขาจำได้หมด

“พ่อขายของเก่งเหมือนกันนะ” สมพลพูดขึ้นหลังจากลูกค้าคนหนึ่งเดินไป

“ขายไปเรื่อย ๆ น่ะลูก เจอหน้ากันบ่อยก็จำกันได้”

“พ่อมาขายที่นี่ทุกวันเลยหรือ”

“ถ้ามีผักเหลือกินก็มา บางวันก็เอาไข่ไก่มาขายด้วย”

เขาไม่เคยรู้เลยว่าพ่อมีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ตลาดแห่งนี้ มีคนรู้จัก มีคนทักทาย และมีลูกค้าประจำมากมาย

ไม่ทันจะเที่ยง ผักก็ขายได้เกือบหมด ตาเพียรพาสมพลเดินไปยังธนาคารที่อยู่ไม่ไกลนัก

ตาเพียรหยิบสมุดบัญชีจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้พนักงานพร้อมบอกความประสงค์ สมพลยืนรออยู่ข้าง ๆ จนกระทั่งพ่อรับสมุดบัญชีกลับมา

เขาเหลือบมองตัวเลขในสมุด ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองพ่อ สลับกับมองตัวเลขในสมุด ก่อนจะแย่งสมุดบัญชีธนาคารจากมือพ่อมาดูให้ชัด

“พ่อมีเงินเก็บขนาดนี้เลยหรือ”

ตาเพียรยิ้มบาง ๆ

สมพลยังคงมองตัวเลขอยู่ครู่หนึ่งทก่อนส่งสมุดคืนให้พ่อ

“เงินนี่ได้เป็นมรดกจากตากับยายหรอครับ”

ตาเพียรชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองลูก

“เงินของตากับยายที่ไหน นี่มันเงินข้า”

“ก็เมื่อก่อนตาเคยมีโรงสี มีที่นาไม่ใช่หรือ ฉันนึกว่าแม่กับพ่อมีเงินเก็บจากตรงนั้น”

พ่อเงียบไปครู่

“พ่อไม่เคยบอกเองสินะว่า ตากับยายโดนโกงจนต้องขายโรงสี   ที่ดินบางผืนก็ขายไปก่อนแม่เอ็งเสียอีก แม่เอ็งมาอยู่กับพ่อไม่มีอะไรติดตัวมาเลย เราสองคนช่วยกันสร้างช่วยกันทำบนที่นาของเรา เงินนี่พ่อกับแม่เก็บจากทำนา ขายผัก ขายไข่  เก็บทีละเล็กทีละน้อย บางปีขายข้าวได้ดีหน่อยก็เหลือเก็บ บางปีก็แทบไม่เหลือ”

สมพลนิ่งฟัง

“แม่กับพ่อตั้งใจเก็บเงินไว้ตั้งแต่ก่อนเอ็งเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว พอเอ็งเข้าเรียนพ่อก็โอนเงินไปให้เป็นค่าเทอมค่ากินอยู่ เสียดายแม่เองมันวาสนาน้อยไม่ได้เห็นเอ็งวันนี้”

คำตอบนั้นทำให้สมพลไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขาเคยคิดมาตลอดว่าเงินที่พ่อส่งให้เรียนเป็นเงินจากทรัพย์สินของตากับยาย เป็นเงินที่ครอบครัวมีอยู่แล้ว ไม่ใช่เงินที่พ่อค่อย ๆ หามาจากการทำงานทุกวัน

“พ่อไม่น่าลำบากขนาดนั้นเลยนะ”

“ไม่เป็นไร เอ็งเรียนจบก็ดีแล้ว”  สมพลมองสมุดบัญชีในมือพ่ออีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้น

“พ่อมีเงินเก็บแล้ว ทำไมไม่พักบ้างล่ะครับ เลิกทำนาเสียก็ได้”

“แล้วจะให้พ่อทำอะไร”

“ก็ใช้เงินเก็บไปก่อน หรือจะขายที่เอาเงินมาใช้บ้างก็ได้ พ่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทุกวัน”

“ที่นาก็ยังมีประโยชน์ของมัน”

“แต่พ่ออายุตั้งเท่านี้แล้วนะครับ จะทำไปถึงเมื่อไหร่”

ตาเพียรหัวเราะเบา ๆ

“ห้าสิบกว่าเอง ยังไม่แก่ขนาดนั้นเสียหน่อย”

“พ่อก็พูดอย่างนี้ทุกที”

“ว่าตัวเอ็งเถอะ เรียนจบมาแล้วตั้งใจจะทำอะไรต่อ”

สมพลชะงักไปเล็กน้อย

“ฉันก็ยังไม่รู้เลย”

“ถ้าอย่างนั้นก็พักอยู่บ้านไปก่อน ไม่ต้องรีบร้อน ลูกคนเดียวพ่อเลี้ยงได้”

ตาเพียรหัวเราะอารมณ์ดี

ก่อนกลับบ้าน สมพลแวะแผงหนังสือในตลาด ซื้อนิตยสารที่ใจปรารถนา แต่สมพลเลือกได้ไม่นานก็ต้องรีบหยิบจ่ายเงิน เพราะเมฆสีเทาเริ่มเคลื่อนมาปกคลุมท้องฟ้า ลมพัดแรงขึ้นจนต้นไม้ริมทางเอนตามกันไปมา ตาเพียรสตาร์ทเครื่องรถอีแต๋น ก่อนที่ฝนจะลงเม็ด

ฝนเริ่มโปรยเม็ดเมื่อสองพ่อลูกถึงบ้านพอดี ตาเพียรรีบยกเข่งผักที่เหลือเข้าไปเก็บใต้ถุน ส่วนสมพลนำหนังสือที่ซื้อมาเข้าไปเก็บในห้องห้อง  แต่เพียงแค่เปิดห้องเข้าไป เขาสังเกตเห็นน้ำที่หยดลงมาจากหลังคาสังกะสีเก่า เปียกฟูกนอนเป็นวงกว้าง

“พ่อครับ หลังคาห้องผมรั่ว”

ตาเพียรเดินขึ้นมาดู ก่อนเงยหน้ามองรอยน้ำบนเพดาน

“ตรงนี้อีกแล้วหรือพ่อซ่อมไปแล้วนะเนี่ย แก้ไม่หายสักที”

สมพลรีบย้ายฟูกนอนมาไว้อีกมุมห้องไม่ให้เปียกเพิ่มใจก็กังวลมากถ้าฝนตกต่อเนื่องคืนนี้จะนอนยังไง  

“ไปนอนห้องพ่อก่อนก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้แดดดีๆ ค่อยหาทางซ่อม”

สมพลมองที่นอนเปียก ก่อนพยักหน้ารับคำ

—

เย็นวันนั้น ทั้งสองกินข้าวด้วยกันบนเรือน พ่อเลื่อนจานผัดถั่วฝักยาวที่เหลือจากการขาย มาตรงหน้าสมพล


“กินเยอะ ๆ นะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน”

“พ่อก็กินเยอะๆ ด้วยสิ พ่อเหนื่อยกว่าฉันอีก”

ตาเพียรคลี่ยิ้มบางแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ

ฝนยังคงตกต่อเนื่องจนสองทุ่ม ตาเพียรจัดที่นอนให้ลูกในมุ้งเดียวกัน

“นอนตรงนี้แหละ อึดอัดหน่อยนะทคืนเดียวเอง”

“จ้ะพ่อ”

คืนนั้นฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ลมเย็นพัดผ่านรอยต่อของแผ่นผนังไม้ข้ามาในห้อง

ตาเพียรสวมเสื้อกล้ามตัวเก่า กับผ้าขาวม้าผืนเก่ง นอนคุยเรื่องความหลังกับสมพลอย่างออกรส  

“จำได้ไหม ตอนเด็กๆ เอ็งร้องจะนอนกับพ่อทุกคืน ก็เลยไม่มีเวลาทำน้องให้เอ็งเลย” ตาเพียรเล่าไปหัวเราะไป

“บ้าน่ะพ่อ พูดอะไรก็ไม่รู้”

“เอ้าจริงๆ นะ แล้วก็จะต้องนอนหนุนแขนพ่อจนเช้าด้วย พ่อเอาแขนออกเมื่อไหร่เอ็งตื่นมาร้องไห้เลย ทุกวันนี้แขนพ่อชาจนไม่มีความรู้สึกแล้ว”

“พ่อก็พูดไปเรื่อย …แต่ จริงหรือเปล่าเนี่ย”

“ฮ่า ๆ พ่อหยอกเฉยๆ”

“นั่นสิ ก็เข่งผักทั้งวัน แขนจะมาชาอะไร”

“ เอาๆ  นอนเถอะลูก จะเที่ยงคืนแล้ว ว่าแต่คืนนี้เอ็งจะหนุนแขนพ่อไหมล่ะ”

“ไม่เอาหรอกพ่อ ฉันโตแล้ว”

“โตอะไรวันนี้ข้ายังเห็นเองซื้อขนมที่ตลาดอยู่เลย อ๋อ เดียวนี้ไปอยู่กรุงเทพแล้วรังเกียจพ่อใช่ไหม เลยไม่อยากใกล้พ่อ”

พูดไม่ทันจบประโยค ตาเพียนก็โถมตัวเข้าใส่สมพลทันที  พยายามเอาแขนสอดเข้าไปใต้ต้นคอให้สมพลหนุน โดยที่สมพลก็ขัดขืนไปหัวเราะไป

ในที่สุดความเงียบก็เข้าปกคลุม สมพลนอนหงายหนุนต้นแขนของพ่อ ร่างกายเกือบแนบชิดกัน

กลิ่นแป้งอ่อน ๆ ผสมกลิ่นความเป็นชายของพ่อจากซอกรักแร้ของพ่อ เคยเป็นกลิ่นที่ทำให้สมพลรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยในวัยเด็ก  แต่ในวันนี้กลิ่นที่คุ้นเคยกลับทำให้เขาหัวใจเต้นแรง

เมื่อตาเพียรสังเกตว่าลูกชายนอนตัวสั่น เขาจึงพลิกตัวตะแคงเข้าหาสมพล เขาวางมือข้างที่เหลือไว้ที่หัวไหล่ขวาของลูกชาย

บัดนี้สมพลได้ตกอยู่ในอ้อมแขนเพราะผู้เป็นพ่อเรียบร้อยแล้ว

“โตแล้วนะเอ็งยังขี้หนาวเหมือนเดิม”

สมพลไม่ได้ตอบ เพราะสิ่งที่ทำให้เขาตัวสั่นไม่ใช่ฝนที่กำลังตกอยู่ตอนนี้ แต่เป็นความคิดแปลกๆที่ผุดขึ้นมาในหัวเขาต่างหาก

ตาเพียรกระชับแขนรอบตัวลูกอีกนิด ไม่ได้พูดอะไร ต่อ เขาเพียงลูบแขนลูบไหล่สมพลเบา ๆ เหมือนกำลังชดเชยเวลาหลายปีที่ข้างกายว่างเปล่า

ไม่นานนักเสียงหายใจของตาเพียรก็ค่อย ๆ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอขึ้น เขาหลับไปแล้ว

แต่สมพลยังคงลืมตาตื่น ในอ้อมกอดขณะนี้อบอวนไปด้วยกลิ่นของพ่อ ที่ทำให้เขาหลับไม่ลง  กลิ่นความเป็นชายทำให้เขาใจเต้น และปลุกกำหนัดของเขาได้เป็นอย่างดี

ในความมืดสมพลยังคงเห็นเงาร่างของพ่อที่นอนตะแคงเข้าหา  ภาพพ่ออาบน้ำวันก่อนย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะมองลงไปทางท่อนล่างของพ่อ

ผ้าขาวม้าที่พันรอบเอวของตาเพียรตอนนี้เลิกขึ้นเพราะการพลิกตัวขณะหลับ เผยให้เห็นกางเกงในสีเข้มที่เป็นประการดังสุดท้าย

  สายตาที่เริ่มชินกับความมืด ทำให้สมพลพอจะมองเห็นส่วนโค้งนูนของท่อนเนื้อใต้กางเกงในนั้นได้ แม้จะยังไม่แข็งตัว แต่ขนาดของมันก็ทำให้ผ้ายืดตึงจนเห็นรอยร่องของส่วนลำและหัวอย่างชัดเจน

ก้อนเนื้อนั้นอยู่ห่างจากมือซ้ายของเขาแค่คืบ เขาอยากจะเอามือไปจับดูเหลือกเกิน  แต่ในเวลาเดียวกันความรู้สึกผิดก็พุ่งโถมมาอย่างรุนแรง เขาห้ามใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า  นิ้วมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น แต่ในที่สุดก็ทนความมืดดำในใจไม่ไหว

สมพลใช้สันมือซ้าย แตะไปที่ก้อนเนื้อของพ่ออย่างระมัดระวัง  ทันใดนั้นความอุ่นของท่อนเนื้อถ่ายทอดมายังมือของเขาในทันที

สมพลได้ใจ ขยับสันมือเข้าไปอีกนิด จนรู้สึกได้ถึงความหยุ่นเด้งจากก้อนเนื้อของพ่อ เขากดเบาๆลองเชิงดูสองสามที  ก่อนจะพลิกฝ่ามือเพื่อกุมก้อนเนื้อมั่นไว้ทั้งพวง

แม้ตาเพียรจะหลับไหล แต่ท่อนเนื้อใต้ร่มผ้ากับเริ่มตอบสนอง มันขยายตัวช้า ๆ ทีละนิดๆ ความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสมพลรู้ชัดว่าก้อนเนื้อนั้นกำลังเปลี่ยนรูปเป็นของแข็ง

สมพลลังเลจนเกือบจะถอนมือกลับ แต่ความรู้สึกด้านต่ำของเขากลับมีชัยเหนือกว่า

สมพลตัดสินใจพลิกตัวหันหน้าเข้าหาพ่อ แล้วเอื้อมมือขวาที่ถนัดมาสัมผัสท่อนเนื้อนั้นแทน

นิ้วชี้ของเขาทำงานอย่างนิ่มนวล เขาไล้นิ้วไปบนท่อนลำกึ่งแข็งกึ่งอ่อน ที่พาดไปทางซ้าย จนพบกับส่วนหัวของท่อนเนื้อ ในเวลานี้มันอาจจะยังไม่แข็งเต็มที่ แต่ก็มีขนาดพอๆกับลูกมะปรางอ่อน

สมพลพรมนิ้วที่คอหยักของท่อนเนื้ออย่างแผ่วเบา บางคราวก็ใช้ปลายนิ้ววนอยู่บนส่วนหัวที่เหมือนลูกมะปรางนั้นอย่างเพลิดเพลิน

เวลานี้ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากรักแร้ของพ่อแค่ไม่กี่นิ้ว สมพลจึงขยับหัวเข้าใกล้จนจมูกฝั่งลงตรงรักแร้ เขาสูดกลิ่นที่ถวิลหาเข้าลึกเต็มปอด ทุกครั้งที่หายใจเขา เหมือนเขากำลังสูดดมสารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายเขาร้อนเป็นไฟ

ลมหายใจของตาเพียรเริ่มแรงและถี่ขึ้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงชัดกว่าเดิม แม้จะยังไม่ลืมตาตื่น แต่ร่างกายก็ตอบสนองกับสัมผัส จนหัวนมแข็งเป็นไต

แม้จะเลือนลางแต่ทุกความเคลื่อนไหวของพ่ออยู่ในสายตาของสมพล  เขาค่อยๆ เลื่อนหัวลงต่ำ จนปากชิดกับปานนมของพ่อ ไม่รู้ผีห่าตัวไหนโดนใจ ให้เขาค่อยๆใช้ปากเม้มดูดที่หัวนมเบาๆ  เหมือนทารกที่โหยหานมแม่

สถานการณ์ที่ท่อนล่างก็เผ็ดร้อนไม่แพ้กัน แม้สมพลจะใช้มือขวาลูบท่อนเนื้อของพ่ออย่างช้า ๆ แต่ท่อนเนื้อนั้นกลับพองตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ขนาดของมันเพิ่มจากเดิมเกือบสองเท่า ส่วนหัวของท่อนเนื้อค่อย ๆ ดันขอบกางเกงในออกมาภายนอก

สมพลปรารถนาจะสัมผัสส่วนหัวที่โผล่ออกมาแทบคลั่ง ขณะที่ศีลธรรมในใจกลับสั่งให้เขาหยุดการกระทำนี้ทันที

แต่ใจมักไวกว่าความคิด

สมพลเอื้อมนิ้วชี้ไปแตะที่ส่วนหัวของท่องเนื้อนั้นแทบจะทันที ในเวลานี้มันพองจนมีขนาดพอๆกับไข่ไก่สาว

สมพลตั้งใจใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่ส่วนปลายหยุ่นนุ่มหนังหุ้มปลายค่อยๆ คลี่แย้มตามการพองตัวของท่อนเนื้อ จนนิ้วชี้ของเขาสามารถแตะลงไปตรงกลางของดอกกุหลาบเล็กๆ นั้นได้ ที่รอยแยกใจกลางของดอกไม้ เขาสัมผัสได้ถึงน้ำเหนียวฉ่ำชื้นที่ค่อยๆ ซึมออกมา

…เขาคิดประเมินในใจว่า รสชาติของน้ำจากดอกไม้ของพ่อจะหวานหอมแค่ไหน

ทันใดนั้น แสงสว่างสีเงินยวงก็วาบวามไปทั่วห้อง ตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นเหมือนฟ้าสะเทือน

“ควาย!”

ตาเพียรผุดลุกขึ้นตะโกนลั่น คว้าผ้าขาวม้าที่หลุดลุ่ยแล้ววิ่งลงบันไดไปทันที

“พ่อ!”

สมพลเรียกตาม แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับพายุฝน
____________


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2พลังน้ำใจ +28 Zenny +567 ย่อ เหตุผล
ดอกม่วง + 16 + 300
Mankhakhate + 12 + 267 กระทู้นี้ยอดเยี่ยม!

ดูบันทึกคะแนน

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64964
พลังน้ำใจ
331901
Zenny
119537
ออนไลน์
27687 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
7
ตอบกลับ
3868
พลังน้ำใจ
19342
Zenny
15677
ออนไลน์
1613 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
970
พลังน้ำใจ
8165
Zenny
5188
ออนไลน์
540 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
7589
พลังน้ำใจ
54423
Zenny
25692
ออนไลน์
3694 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
15109
พลังน้ำใจ
58610
Zenny
64353
ออนไลน์
10995 ชั่วโมง
โพสต์ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-11-1 16:44 , Processed in 0.127598 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้