ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 25|ตอบกลับ: 2

เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 4 น้ำใจในคืนมืด

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
15
ตอบกลับ
217
พลังน้ำใจ
10832
Zenny
6843
ออนไลน์
1208 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
- ข้อความ/รูปภาพทั้งหมดถูกโพสโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ผู้ดูแลไม่มีส่วนรู้เห็น หากท่านพบว่าข้อความ/รูปภาพ ไม่เหมาะสมหรือสร้างความเสียหาย ท่านสามารถกดแจ้งลบได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่อยู่มุมล่างขวาของข้อความนั้นๆ หรือ อีเมล์ [email protected] ขอบคุณค่ะ
- โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านหมวดนี้ เพราะทางเราไม่สามารถสรุปได้ว่าเรื่องที่สมาชิกนำมาโพสเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ เพราะสังคมเรายังดำรงอยู่ด้วยศีลธรรมจารีตประเภณีอันดีงามและไม่เปิดกว้างเรื่องแบบนี้
คำเตือนเนื้อหา

• นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นจากจินตนาการทั้งหมด ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริง
• เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

อ่านย้อนหลัง
เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 1 ปริญญาที่กินไม่ได้ https://www.g4guys.com/thread-209977-1-1.html
เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 2  เมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ https://www.g4guys.com/thread-209997-1-1.html
เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 3 เรื่องในมุ้ง https://www.g4guys.com/thread-210046-1-1.html
-----------

เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ตอนที่ 4 น้ำใจในคืนมืด

“ใครน่ะ!”

เสียงตาเพียรตะโกนก้อง ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงไฟวูบไหวอยู่ข้างคอกควาย

เงาคนสองคนชะงัก หนึ่งในนั้นจะหันมาทางเสียงแล้วรีบยกมือขึ้นบังหน้า อีกคนกำลังแก้เชือกที่ผูกเจ้าคูณไว้กับเสา

“หยุดนะโว้ย!”

ตาเพียรกระชับท่อเหล็กในมือแล้วก้าวเข้าไป สมพลตามลงมาทันเห็นคนหนึ่งกระชากเชือกจนเจ้าคูณร้องลั่น

“พ่อ ระวัง!”

คนร้ายพุ่งเข้าหาตาเพียร พร้อมไม้ท่อนหนึ่ง เสียงของแข็งกระทบกันดังสนั่นเมื่อพ่อยกท่อเหล็กขึ้นรับ
ตาเพียรเสียหลักไปก้าวหนึ่ง แต่ยังยืนขวางหน้าคอกไว้ได้

สมพลไม่ทันคิดอะไร เขาคว้าท่อนไม้ใกล้มือแล้ววิ่งเข้าไปช่วย

“อย่าทำพ่อกู!”

คนร้ายอีกคนหันมาคว้าคอเสื้อเขา ก่อนเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้า สมพลเซถอยจนหลังชนเสา ความเจ็บแล่นวาบเหนือดวงตา เลือดอุ่น ๆ ไหลลงมาตามหางคิ้ว

“สมพล!”

เสียงพ่อดังขึ้น ตาเพียรผละจากคนตรงหน้าแล้วรีบเข้ามาหาลูกชายที่โดนต่อยจนล้มลงกับพื้น

“เอาควายไปก็ได้ แต่อย่าทำลูกกู!”

คำพูดนั้นทำให้สมพลเงยหน้าขึ้นมองพ่อ แม้เลือดจะไหลเข้าหางตาจนมองอะไรไม่ชัด เขาก็ยังเห็นว่าพ่อยืนกางแขนขวางอยู่ระหว่างเขากับคนร้าย

“พ่อ อย่าให้มันเอาควายไป!”

“เอ็งอยู่เฉย ๆ ก่อน!”

เสียงตะโกนของทั้งคู่ปะปนกับเสียงเจ้าคูณร้องขัดขืน ทันใดนั้น เสียงตะโกนจากนอกบ้านก็ดังขึ้น

“เพียร! เกิดอะไรขึ้นวะ!”

แสงไฟหลายดวงเคลื่อนเข้ามาจากทางหน้าบ้าน ลุงชื่นนำชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาถึงก่อน บางคนถือไฟฉาย  บ้างก็ถือตะเกียง มีชายสองสามคนถือมีดพร้าติดมือมาด้วย

“โจรขโมยควาย!” ตาเพียรตะโกนตอบ

“ล้อมไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!”

ชาวบ้านกระจายตัวกันออกไปปิดทาง คนร้ายสองคนหันมองซ้ายขวา เห็นแสงไฟล้อมเข้ามาจากหลายทิศ จึงทิ้งเชือกแล้ววิ่งหนีออกทางหลังบ้าน

“จับมันไว้!”

พื้นดินที่ยังชุ่มน้ำทำให้การไล่ล่าเป็นไปอย่างยากลำบาก ชาวบ้านบางคนวิ่งตามไปถึงแนวคันนา ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นเงาคนร้ายหายลับเข้าไปในความมืด

ไม่มีใครตามต่อไปไกลกว่านั้น เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายมีพวกอยู่อีกหรือไม่

ตาเพียรรีบเข้าไปลูบหัวลูบหลังเจ้าคูณ ควายตัวใหญ่ยังมีอาการตื่นตกใจ แต่เมื่อเห็นหน้าเจ้าของได้ก็เริ่มสงบลง

“ขอบใจมากนะลุง” ตาเพียรหันไปหาตาชื่น

“เออไม่ต้องขอบใจ หรอกอะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกัน”

ลุงชื่นพูด พลางหันไปมองสมพลที่ยืนพิงเสามือกดอยู่ตรงหางคิ้ว

“อ้าว ไอ้หนุ่ม เลือดออกนี่หว่า!”

ตาเพียรหันขวับ รีบเดินเข้ามาหาลูก

“ไหน พ่อดูหน่อย”

“ไม่เป็นไรพ่อ แค่โดนต่อย”

“ไม่เป็นไรอะไร เลือดไหลเต็มหน้าแล้ว”

น้ำเสียงตาเพียรเข้มขึ้นกว่าปกติ มือใหญ่ประคองใบหน้าลูกชายอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ชายเสื้อกดผ้าลงตรงแผลเพื่อห้ามเลือด

สมพลนิ่วหน้าเล็กน้อย

“เจ็บหรือ”

“นิดหน่อยพ่อ”

“กลับขึ้นบ้านก่อน”

ตาเพียรพาลูกขึ้นบันได โดยมีลุงชื่นเดินตามมา ส่วนชาวบ้านบางคนยังช่วยกันตรวจดูรอบบ้านให้แน่ใจว่าปลอดภัย ก่อนทยอยกลับบ้านของตัวเอง

เหตุการณ์วุ่นวายสงบลง ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน  เหลือเพียงสองพ่อลูกที่จุดตะเกียงน้ำมันส่องสว่างทั่วชานบ้าน

ตาเพียรใช้ผ้าขาวม้าบรรจงเช็ดคราบเลือดที่ทิ้งรอยไว้บนแผลที่ปลายคิ้วของสมพล

“อยู่นิ่ง ๆ นะ”

สมพลนั่งให้พ่อจัดการกับแผลโดยไม่ขัดขืน

“ถ้าคืนนี้ไม่มีลุงชื่นกับคนอื่นมา เราจะทำยังไงกันพ่อ”

ตาเพียรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เราก็คงต้องเสียไอ้คูณไป”

สมพลนิ่งเงียบ

เขานึกถึงแสงไฟหลายดวงที่เคลื่อนเข้ามาท่ามกลางความมืด นึกถึงชาวบ้านที่เดินฝ่าน้ำและโคลนมาโดยไม่นึกกลัวว่าคนร้ายมีกี่คน หรือจะมีพกปืนผาหน้าไม้อะไรมาบ้าง

“พ่อเคยช่วยพวกเขาไว้เยอะหรอ ชาวบ้านเขาถึงมาช่วยเรากันขนาดนี้”

“ก็ช่วยกันไปตามเรื่องตามราว เวลาใครเดือดร้อน ถ้าพอช่วยได้ก็ช่วย”

“เวลาพ่อช่วยคนอื่น พ่อไม่กลัวหรอว่าจะลำบากตัวเอง”

ตาเพียรมองลูกด้วยสายตาจริงจัง “คนเราก็ต้องพึ่งกัน เอ็งอยู่คนเดียวตลอดไปไม่ได้หรอก”

พ่อใช้สำลีชุบทิงเจอร์ยาทาแผลให้สมพล แม้จะเบามือ แต่คนเป็นลูกก็อดสะดุ้งไม่ได้

“แต่วันนี้เองก็ช่วยพ่อไว้นะ” ตาเพียรยิ้มให้ลูกชาย

สมพลยิ้มเขิน ๆ แทนคำตอบ

“คราวหลังอย่าพุ่งเข้าไปแบบนั้นอีก ถ้าเกิดเป็นอะไรมากกว่านี้จะทำยังไง”

สมพลหลุบตาลงมองมือของตัวเอง “ผมเห็นมันจะทำร้ายพ่อ ผมจะทนดูดายได้ยังไง”

ตาเพียรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางสำลีลง

“เออ คราวหน้าเราก็ต้องระวังให้มากกว่านี้ทั้งคู่”

สมพลเงยหน้าขึ้นมองพ่อ เขาไม่เคยเห็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเช่นนี้บ่อยนัก

ตาเพียรขยับเข้ามาใกล้  เขาโน้มหน้าเข้ามาเพื่อเพ่งดูแผลให้ชัดขึ้น จนสมพลเห็นใบหน้าพ่ออยู่ใกล้กว่าที่คาด

ในแสงตะเกียง สายตาของทั้งสองสบกันในระยะประชิด ลมหายใจอุ่น ๆ แผ่วผ่านใบหน้าสมพล เวลาดูเหมือนจะหยุดลงตรงนั้น

แล้วริมฝีปากของทั้งสองก็แตะกันเบา ๆ

ความอุ่นจากริมฝีปากตาเพียรทำให้สมพลตัวแข็งทื่อ เขาถดตัวออก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ตาเพียรไม่พูดอะไร แต่ลุกออกไปมวนบุหรี่ใบจาก เขายืนหันหน้าไปทางทุ่งกว้าง ก่อนจะพ่นควันบางๆขึ้นไปบนท้องฟ้า

“จะตีสามแล้ว… ไปนอนกันเถอะ” น้ำเสียงตาเพียรเรียบนิ่ง เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

—--

สมพลนอนนิ่งในความมืด แต่ความคิดในหัวกลับวนเวียนไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

ริมฝีปากของยังสัมผัสได้ถึงรสจูบของพ่อ

‘ทำไมกันนะ’  เขาถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พ่อเพียงแค่โน้มหน้าเข้ามาดูแผล เขาก็เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมอง แล้วทำไมริมฝีปากถึงได้แตะกัน

ทำไมเขายังรู้สึกถึงความนุ่มและความอุ่นของริมฝีปากนั้นชัดเจนขนาดนี้

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของคนร่างใหญ่ก็เข้ามาใกล้ ตาเพียรมุดมุ้งเข้ามา นอนลงเงียบ ๆ

ความเงียบนั้นกินเวลาไปอีกหลายนาที จนในที่สุด ตาเพียรก็ก็สอดท่อนแขนใหญ่หนาเข้ามาใต้คอ ให้สมพลหนุน

ตาเพียรตะแคงตัว ใช้มืออีกข้าง โอบเอวลูกชายไว้ จมูกของเขาอยู่ใกล้ต้นคอของสมพลแค่คืบ ลมหายใจลึก ยาว ของเขา ทำให้สมพลขนลุกซู่

“ทำไมนอนห่างจัง” ตาเพียรเอ่ยเสียงแหบต่ำ “หัวค่ำยังนอนตัวชิดกับพ่ออยู่เลย”

สมพลใจสั่น พ่อน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

เมื่อไม่มีคำตอบ ตาเพียรก็โอบคว้าตัวสมพลเข้ามาใกล้  ท่อนเนื้อที่แข็งรอกดแนบกับก้นกลมของสมพล เขาเริ่มโยกเอว บดก้นกลม เบา ๆ ช้า ๆ

สมพลตกใจ หันไปมองพ่อในความมืด

สายตาของทั้งสองสบกันอีกครั้ง ลมหายใจรดลมหายใจ เพียงเสี้ยววินาที ทั้งสองจะค่อย ๆ โน้มหน้าเข้าหากัน

ริมฝีปากที่แตะกันเบา ๆ ในตอนแรก ทั้งงุ่มง่ามและลังเล เหมือนทั้งสองยังไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ตาเพียรขยับริมฝีปากเบา ๆ ไล้ไปบนริมฝีปากบางของลูกชายช้า ๆ ก่อนจะสอดลิ้นเข้ามาสัมผัสกับลิ้นฉ่ำชื้นของสมพลที่เป็นฝ่ายตั้งรับ

สมพลกำผ้าปูที่นอนแน่น แม้จะผ่านชีวิตเมืองกรุงมาสี่ปี แต่นี่นับเป็นจูบแรกของเขา

ตาเพียรไม่ปล่อยให้ลูกชายเคอะเขิน เขาใช้ประสบการณ์ที่มีเมื่อยังหนุ่มๆ นำทางให้จูบนี้ค่อยๆ ร้อนแรงยิ่งขึ้น

เขาใช้ลิ้นสัมผัสกับลิ้นของลูกอย่างแผ่วเบาราวกับหยอกล้อ ก่อนจะโลมเลียปลุกเร้าให้ลิ้นของเด็กหนุ่มเคลื่อนไหวกระหวัดเกี่ยว

เมื่อริมฝีปากของทั้งคู่เริ่มลื่นไหลในจังหวะเดียวกับ ต่างฝ่ายต่างดูดดื่มรสหวานที่แผ่ซ่าน ความกระหายในรสรักเริ่มปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ริมฝีปากของทั้งสองเริ่มปะทะกันอย่างหนักหน่วง ดูดกลืนน้ำลายของกันและกัน ราวกับเป็นน้ำหวานรสเลิศ

สมพลหอบหายใจ เป็นฝ่ายถอนตัวจากจูบก่อนด้วยความอ่อนหัด

เมื่อแยกกัน ตาเพียรรวบตัวสมพลมากอดแน่น ซบหน้าลงที่ต้นคอ ก่อนจะพรมจูบลงครั้งแล้วครั้งเล่า

“พ่อเหงาเหลือเกิน…” น้ำเสียงของชายร่างใหญ่สั่นไหว

“พ่อมีความสุขมากนะที่ลูกกลับบ้าน คืนที่ลูกจับของพ่อ พ่อมีความสุขมากจริงๆ”

“คืนนั้นพ่อรู้ตัวหรอ”

“อื่อ”

ตาเพียรเชยคางสมพลขึ้นมาอีกครั้ง  ในความมืดสายตาทั้งสองสบกันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนริมฝีปากจะประกบกันอีกครั้ง


ครั้งนี้ไม่มีความลังเลอีกต่อไป เมื่อริมฝีปากประกอบกัน ตาเพียรก็ผลักลิ้นล่วงล้ำสมพลในทันที

แม้จะยังอ่อนต่อโลก แต่สมพลก็ตอบโต้ด้วยความหิวกระหายของวัยหนุ่ม เขาใช้ลิ้นตอบโต้ลิ้นของพ่อที่บุกรุกอย่างไม่ถดถอย บางครั้งก็เป็นฝ่ายบุกเข้าไปในปากของพ่อเสียเอง

เสียงดูดดื่มจากจูบของสองพ่อลูกดังอยู่ในความมืด  สมพลส่งเสียงครางด้วยความพึงใจ สองมือเลื่อนขึ้นไปโน้มหลังคอพ่อให้จูบหนักหน่วงยิ่งขึ้น ดังปรารถนาจะร่วมสองร่างเป็นหนึ่งเดียว

คราวนี้ตาเพียรเป็นฝ่ายถอนจูบก่อน อายุอานามของเขาไม่อาจสู้ความร้อนแรงของลูกชายวัยหนุ่มได้

แม้จะแยกริมฝีปากออกจากกัน เส้นน้ำลายยังเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขาดลง

สมพลหายใจหอบ ริมฝีปากบวมแดงและเปียกชุ่ม ตาเพียรยังจ้องมองลูกในความมืด ใช้นิ้วโป้งลูบเบา ๆ ที่มุมปากเช็ดความฉ่ำชื่นจากการจูบเมื่อครู่

ตาเพียรไม่ปล่อยให้ลูกชายพักนาน เขาค่อยๆ ใช้มือดันหัวไหล่ของลูกชายให้ถัดตัวต่ำลง แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่จากการอ่านนิยายประโลมโลกมานับร้อยเล่ม ก็ทำให้สมพลรู้ว่าพ่อต้องการอะไร

สมพลเลื่อนตัวลงไปช้า ๆ ใช้ลิ้นไล่ไปตามหน้าอก ของพ่อเงอะๆงะๆ เขาดูดหัวนมของผู้เป็นพ่อเบาๆ เหมือนทารกที่กลัวแม่เจ็บ

ถึงจะไม่ชำนาญงานจนทำให้ร่างใหญ่ได้ซ่านเสียว แต่ตาเพียรก็ไม่ได้ตำหนิอะไร เขายกหัวขึ้นมามองลูกชายที่พยายามมอบความสุขให้กับเขาอย่างเอ็นดู แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเรียนรู้ เพราะท่อนเนื้อที่อยู่เบื้องล่างกำลังรอให้สมพลช่วยปลอดปล่อย

เขากดไหล่ให้สัญญาณสมพลอีกครั้ง “ช่วยพ่อทีนะลูก พ่อไม่ไหวแล้ว”

สมพลเคลื่อนตัวลงต่ำอย่างว่าง่าย ในที่สุดเขาก็พบกับเป้าหมายที่ใฝ่ฝัน เวลานี้ท่อนเนื้อน้้นพองโตอยู่ในกางเกงในเหมือนจะระเบิดได้ตลอดเวลา

กลิ่นความเป็นชายของพ่อที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้า ยั่วยวนให้เขาต้องฝังจมูกลงไปสูดกลิ่นนั้นเข้าไปเต็มปอด

สมพลไล่จมูกสำรวจกางเกงในของพ่อไปทั่ว เขาได้กลิ่นฉี่บางๆ ชวนหลงไหล จนทำให้ต้องหยุดดมและใช้ลิ้นชิมรสเค็มจางๆ แต่ที่เขาชอบที่สุดคือกลิ่นอับจากพวงไข่ สมพลไล้จมูกตามกลิ่นเข้มข้นรัญจวนใจไปจนถึงฝีเย็บ จนไปเข้มข้นที่สุดที่ร่องก้นของพ่อ

แม้จะเป็นการกระทำที่ไร้เดียงสา แต่กลับสร้างความรุ่มร้อนให้กับตาเพียรอย่างรุนแรง เขาเคยผ่านการบริการด้วยปากจากสาวๆ ในซ่องมาบ้างในวัยหนุ่ม แต่ไม่เคยมีใครล่วงล้ำได้ลึกอย่างที่สมพลมอบให้นี่ขนาดมีกางเกงชั้นในกั้นเขายังรู้สึกเสียวซ่านได้ขนาดนี้ หากริมฝีปากบางนั่นสัมผัสเขากับเนื้อหนัง เขาจะมีความสุขแค่ไหน

คิดได้ดังนั้นตาเพียรก็ไม่รอช้า รูดกางเกงในออกอย่างรวดเร็ว แล้วประคองใบหน้าของสมพลมาไว้ตรงหน้าท่อนเนื้อที่ตั้งโด่ แล้วรอคอยความสุขที่ลูกชายจะมอบให้อย่างใจจดใจจ่อ

แม้จะอ่านนิยายมามาก แต่เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าท่อนลำที่ผงาดง้ำ ก็ทำเอาสมพลชะงักงัน

ท่อนลำของพ่อมันไม่เหมือนที่นิยายบรรยายไว้แม้แต่น้อย มันไม่ได้มีรูปร่างสมบูรณ์งดงามอย่างที่พระเอกนิยายพึงมี ในทางตรงกันข้าม ท่อนลำของพ่อกลับสั้น แต่อวบหนา หัวบานมู่ทู่ขนาดเท่าไข่ไก่สาว ในความมืดนั้น สมพลยังสามารถเห็นเส้นเลือดปูดโปนที่พื้นผิวของท่อนลำ ที่ปลายของท่อนเนื้อมีหนังหุ้มหนา ฉ่ำวาวไปด้วยเมือกเหนียว

สมพลตัดสินใจสำรวจแก่นกายของพ่อตามสัญชาตญาณ เขาเริ่มจากการใช้ปลายจมูกแตะลงตรงกึ่งกลางของหนังหุ้มปลาย เพื่อสูดกลิ่นของเมือกใสที่เขาโปรดปราน กลิ่นของมันเข้มข้น จะว่าหอมก็หอม จะว่าคาวก็คาว

เมื่อดอมดมจนพอใจ เขาก็ลองใช้ลิ้นสัมผัสรสของน้ำเหนียวใสนั่น มันมีรสหวานนุ่ม ไม่เหมือนน้ำหวานชนิดไหน สมพลอยากลองชิมเพิ่มอีกนิด เขาประทับริมฝีปากลงบนส่วนหัวของท่อนลำ ดูดกินน้้ำเมือกที่หลั่งออกมาทีละน้อยแต่เหมือนจะไม่มีวันหมด นอกจากรสชาติหวานจางๆ เขายังรู้สึกได้ถึงความนุ่มของหนังหุ้มปลายที่หยุ่นลิ้น เพิ่มรสชาติให้กับอาหารจานใหม่ของเขาได้เป็นอย่างดี

ขณะที่สมพลสนุกกับการค้นพบรสชาติที่เขาสังสัย ตาเพียรผู้พ่อก็บิดกายทุรนทุรายด้วยความเสียวกระสัน ทุกลิ้นสัมผัสปลุกเร้าอารมณ์ที่มอดดับไปหลายปีให้กลับมาลุกโหม  

“ลูกจ๋า พ่อไม่ไหวแล้ว เอ็งอย่ามัวเล่นอยู่เลย พ่อใจจะขาด ช่วยพ่อที่นะลูก” ตาเพียรยกหัวขึ้นมาสบตากับสมพล ส่งเสียงแหบต่ำร้องขอความเมตตาจากผู้เป็นลูก

สมพลคิดว่าเขาสนุกพอแล้ว ถึงเวลาต้องช่วยพ่อปลดเปลื้องอารมณ์ร้อนที่รุมเร้า เขาค่อย ๆ ใช้ปากครอบส่วนหัวของท่อนลำ ในขณะเดียวกันก็ใช้ลิ้นรูดร่นหนังหุ้มปลายลงไปที่คอหยักไปพร้อมกัน

ตาเพียรสะดุ้งสั่นเมื่อหนังหุ้มปลายถูกลิ้นของสมพล ร่นมารัดตรึงบริเวณคอหยัก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกความอบอุ่นที่ส่วนปลายของแก่นกาย เมื่อถูกปากอุ่นๆ ของลูกชายครอบไว้ทั้งหัว นี่คือรสรักที่ตาเพียรไม่เคยได้จากหญิงงามเมืองคนไหนเลย

เขานึกชื่นชมในใจว่าลูกคนนี้เกิดมามีพรสวรรค์ในการมองความสุขให้ผู้อื่นโดยแท้

“อืมมมม ลูกจ๋า”

เสียงครางของพ่อยิ่งทำให้สมพลได้ใจ เขาไม่หยุดอยู่แค่ส่วนหัว แต่ค่อยๆ กลืนท่อนลำอวบหนานั้นเขาไปในลำคอทีละนิ้ว ทีละนิ้ว  จนท่อนลำทั้งหมดเขาไปพำนักอยู่ในปาก  สมพลรู้สึกได้ว่าท่อนลำของพ่อเต้นตุบๆ  เส้นเลือดปูดโปนราวกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

จมูกของเขาแนบสนิทพงขนที่หัวหน่าวของพ่อ กลิ่นสาบชายเข้มข้นผสมกลิ่นสบู่ หอมยั่วจนเข้าต้องสูดกลิ่นเข้าเต็มปอด

เมื่อสมพลนิ่งไป ตาเพียรจึงนำทางลูกชายด้วยการยกสะโพกสวนท่อนลำเข้าปากสมพลเบา ๆ ท่อนลำอวบหนาล่วงลึกเข้าไปในลำคอจนสมพลเกือบสำลัก
แต่มืออุ่นที่หนาที่ลูกหัวเบาๆ ทำให้สมพลมั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นไร

ตาเพียร ดันสะโพกขึ้นลงช้าๆ ให้ลูกชายรู้สึกชินกับการล่วงล้ำช่องปาก ในช่วงแรกสมพลทำท่าจะขย้อนคาย แต่ก็พยายามมอบความสุขให้พ่ออย่างเต็มความสามารถ

จนเมื่อสมพลจับจังหวะได้ ตาเพียรก็ปล่อยให้ลูกชายดำเนินเพลงกามด้วยตัวเอง สมพลเรียนรู้ได้อย่างได้อย่างรวดเร็วจนสามารถดูดอมท่อนเนื้อได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหล

“ชอบไหมลูก ชอบควยพ่อไหม”

“ชอบจ่ะพ่อ” สมพลตอบทั้งที่ท่อนเนื้อคาปาก

“ถ้าชอบก็ดูดลึกๆ เลยลูกจ๋า ควยพ่อยกให้หนูเลยนะ”

ตาเพียรเพลิดเพลินกับโอษฐกามอย่างเปิดเผย ส่งเสียงครวญครางไม่นึกอายลูกชายที่อยู่ตรงหว่างขา

“โอ๊ย ลูกเอ๋ย ทำไมหนูอมเก่งขนาดนี้ อมอีกลูก อมลึกๆ ช่วบพ่อด้วย พ่อเสียว ใจจะขาดแล้วลูกจ๋า”

สมพลได้ฟังดังนั้นก็เร่งตอบสนองความต้องการของพ่อด้วยการใช้ปากรูดท่อนเนื้ออวบหนาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ความสุขของเขาไม่ใช่การลิ้มรสชาติของพ่อ แต่คือเสียงครางและสายตาพิศวาสที่พ่อส่งมาต่างหาก

“ โอ๊ย ลูกจ๋า ลูก พอไม่ไหวแล้ว น้ำจะแตกแล้วลูก จะแตกแล้ว กินน้ำพ่อนะลูก กินน้ำพ่อนะ พ่อจะให้หนูกินน้ำนะ ”

ในที่สุดเวลาที่ตาเพียรรอคอยก็มาถึง ร่างของเขาสั่นสะท้าน มือกดหัวสมพลจนจมไปในดงขนดกดำที่หัวเหน่า  ฉีดพ่นน้ำรักที่อัดแน่นเข้าสู่ลำคอของสมพลโดยตรง

เหมือนเวลาจะหยุดนิ่ง ตาเพียรซึมซับความสุขที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่ จนลืมไปว่ากดหัวลูกเข้ากับหัวเหน่าแน่นสนิท พอได้สติผู้เป็นพ่อก็ตกใจ รีบประคองลูกชายขึ้นมานอนเคียงข้างด้วยความเป็นห่วง

แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนเป็นลูกที่ระบายอยู่บนใบหน้าเหนื่อยอ่อน ตาเพียรก็โล่งใจ คว้าลูกขึ้นมากกอดไว้อย่างอ่อนโยน

“ขอบใจนะ พ่อมีความสุขมากเลยลูก”

สมพลยิ้มอ่อนแทนคำตอบ

สองพ่อลูกนอนกอดกันแน่น ความอบอุ่นเข้าโอบอุ้มทั้งสองไว้ในวิมานบ้านไม้

หัวรุ่งนั้นทั้งสองหลับไป ในอ้อมกอดของกันและกัน



---


สมพลตื่นขึ้นบนฟูกเพียงคนเดียว แสงเช้าลอดผ่านช่องหน้าต่าง ส่องฉายให้เห็นคราบรักร้อนแรงที่หลงเหลือบนผ้าปูที่นอน

ความทรงจำเมื่อหัวรุ่งเล่นซ้ำในหัว  เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสริมฝีปากตัวเองเบา ๆ เพื่อสัมผัสหาร่องรอยของความรักที่หลงเหลือ

เมื่อมองไปที่ช่องประตู เขาก็เห็นพ่อยืนสูบบุหรี่ใบจากอยู่ที่ชานบ้านเหมือนทุกวัน แต่วันนี้สมพลตัดสินใจทำในสิ่งที่ต่างออกไป

สมพลเดินเข้าไปสวมกอดพ่อจากด้านหลัง แล้วประทับจูบที่หัวไหล่ของพ่อ

“สมพล อย่าทำอย่างนี้!”

สมพลชะงัก หลังจากผ่านบทรักที่เร้าร้อน นี่ไม่ใช่บทสนทนาแรกของวันที่เขาต้องการ!!!

—------


นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
65038
พลังน้ำใจ
332296
Zenny
119692
ออนไลน์
27695 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-11-3 13:31 , Processed in 0.090696 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้