สมัครเข้าเรียน ลงชื่อเข้าใช้
จีโฟกาย.คอม หน้าแรก

BUrSlfโปรไฟล์ของ http://www.g4guys.com/?126082 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [RSS]

บล็อก

ตอนจบ "เป็นเพื่อนเดือนคณะ" ฉบับ fan made : part 1

ความนิยม 12เข้าชม/อ่าน 407 ครั้ง2020-7-7 21:49 |เลือกหมวดหมู่:เป็นเพื่อนเดือนคณะ

                                 
                                     โปรดอ่านก่อนนะครับ

             1.งานเขียนในบล็อกนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของคุณ dacha2708 มีการตัดบางส่วนออกไปบ้าง เพิ่มเข้าไปบ้างตามจินตนาการของผมเอง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องให้ลงในบล็อกนี้ได้ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย  ห้ามมิให้นำงานเขียนในบล็อกนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
             2.เนื้อเรื่องในบล็อกนี้เป็นเรื่องราวต่อจากตอน  "เป็นเพื่อนเดือนคณะ 21 เมื่อโยกลับมา" ของต้นฉบับ  ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนควรอ่านของต้นฉบับตอนที่ 1-21 ก่อนนะครับถึงจะเข้าใจ
             3.กรุณาอย่าคอมเม้นท์พาดพิงถึงต้นฉบับหรือบุคคลอื่น อยากให้อ่านเพื่อความบันเทิง ไม่อยากให้เกิดดราม่าครับ
             4.งานเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผมผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ :)

             …………………………………………………………………………………



เป็นเพื่อนเดือนคณะ (ฉบับ fan made) 22 : การกลับมาของน้าเอก

             “โย ปิดเทอมนี้มึงฝึกงานที่ไหนวะ”  ผมถามขณะที่นั่งตรวจรายงานอยู่บนเตียง  เราขึ้นปี 3 เทอม 2 แล้ว จบเทอมนี้ทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปฝึกงานกัน
             “กูยังไม่รู้เลยว่ะ  คงฝึกกับบริษัทของพ่อกูมั้ง  มึงอ่ะ?”  โยตอบ
             บ้านของมันทำธุรกิจหลายอย่าง  พ่อของมันมีธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ  ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ทำให้มันไม่ค่อยได้กลับบ้าน  เพราะกลับไปก็ไม่ค่อยได้เจอใคร
             “กูยังไม่รู้เหมือนกันว่ะ”  ผมตอบ
             “ไปฝึกกับกูมั๊ยล่ะ  เดี๋ยวกูบอกพ่อให้”  โยบอก
             “ไม่เอาอ่ะ  กูไม่ชอบใช้เส้น”  ผมบอกมันพลางดูรายงานที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า
             “ตามใจมึงละกัน  แต่ถ้าอยากให้ช่วยก็บอกกูนะ”  โยพูดขณะที่กำลังพิมพ์รายงานของมันไป
             “เฮ้อออ  เสร็จซะที เหลือปริ้นกับเข้าเล่ม”  โยบิดขี้เกียจหลังพิมพ์เสร็จ เทอมนี้โยดูขยันเป็นพิเศษจนผมต้องแปลกใจ
             “วอนนนน”  โยเรียกผมเสียงหวานผิดปกติ
             “อะไร”  ผมตอบเสียงนิ่ง
             “เรามาคลายเครียดกันหน่อยดีมั๊ย”  โยตอบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกับลุกมากอดผมจากข้างหลัง พยายามจะไซร้คอผม
             “ไอ่โย เราตกลงกันแล้วนะ”  ผมพูดเสียงแข็ง ยอมรับว่าเข็ดกับความเจ็บปวดที่ผ่านมา  เลยตกลงกับไอ้โยว่าเราจะยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม  แต่ก็จะเว้นระยะห่างไม่ได้มีอะไรกันเหมือนก่อน  ส่วนหนึ่งเพราะผมกลัวใจตัวเองจะใจอ่อนแล้วกลับไปเป็นเหมือนก่อนอีก
อีกส่วนหนึ่งก็อยากจะลองใจไอ้โยมันด้วย
             “โห...ไอ้วอน มึงใจร้ายมาก กูไม่ได้มีอะไรกับมึงเลยนะ ตั้งแต่กูให้มึงเย็ดอ่ะ”  โยทำท่าน้อยใจ
             “มึงก็ไปเย็ดคนอื่นซิ เด็กมึงออกเยอะแยะ”  ผมแขวะมัน
             “เยอะที่ไหน กูเลิกแล้ว ตอนนี้กูมีมึงคนเดียวนะ”  โยอ้อน
             “กูยังไม่เชื่อมึงหรอก ต้องดูกันยาวๆเว้ย แล้วตอนนี้เราก็เป็นแค่เพื่อนกันมึงอย่าลืม”  ผมตอบมัน
             “เมื่อก่อนก็เป็นเพื่อนกันยังเย็ดกันได้เลยอ่ะ”  โยแย้ง
             “นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน มึงทำกูเจ็บมาเยอะ”  ผมบอกมัน
             “เออๆ กูชักว่าวเอาก็ได้วะ กูรู้ว่ากูทำไม่ดีกับมึง”  โยพูดน้ำเสียงน้อยใจ พร้อมกับลุกมานอนบนเตียงข้างๆผม
             มันค่อยๆ ถกกางเกงขาสั้นพร้อมกางเกงในลงมาใต้หัวเข่า มือนึงกำท่อนเอ็นชักขึ้นชักลงช้าๆ จนท่อนมันแข็งเต็มที่ อีกมือก็ถกเสื้อยืดขึ้นไปเหนือหน้าอก พร้อมกับลูบไปมา บางครั้งก็เอานิ้วมาเขี่ยหัวนมเบาๆ
             “อ้าาาาา   ซี๊ดดดดด”  โยครางเบาๆ
             “ไอ้เหี้ยโย มึงไปว่าวในห้องน้ำดิ เดี๋ยวเตียงกูเลอะ”  ผมด่ามัน
             “ไม่เอาอ่ะ กูอยากมองหน้ามึงไปด้วย”  โยยิ้มเจ้าเล่ห์
             “นี่มึงคิดจะยั่วกูเหรอ ไม่สำเร็จหรอกโว้ย”  ผมบอก ในใจได้แต่คิดว่า อดทนไว้ไอ้วอนอย่าไปหลงกลมัน ขันติ ขันติ ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ
             “เปล๊าาา”  โยตอบเสียงสูง
             “วอนนน”  น้ำเสียงอ้อนๆของมันมาอีกละ
             “อะไรอีกล่ะมึงนี่”  ผมชักรำคาญมัน
             “มึงช่วยเขี่ยหัวนมกูหน่อยดิ นะ นะ นะ”  โยอ้อนอีก
             “เออๆๆ ก็ได้ๆ จะได้เสร็จๆ”  ผมตอบแบบขอไปที พลางเอื้อมมือไปลูบไล้กล้ามอกของมันที่แน่นได้รูปตามแบบฉบับของนักกีฬา ผมลากนิ้วไปที่หัวนมอมชมพูของมัน พร้อมกับเขี่ยอย่างแผ่วเบา สลับกับหนัก
             “ซี๊ดดด วอน เสียวว่ะ”  โยคราง ผมย้ายจากหัวนมข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง โยหน้าตาเหยเก มือก็ชักท่อนโยน้อย ไปด้วย ผมตัดสินใจก้มลงใช้ลิ้นสัมผัสหัวนมโยข้างหนึ่ง ค่อยๆเลียช้าๆ
             “ซี๊ดด โคตรเสียวเลยอ่ะ วอน”  ผมเปลี่ยนจากเลียเป็นดูดดุนเหมือนเด็กน้อยที่กำลังดูดนมแม่ มือก็เขี่ยหัวนมอีกข้างของโยไปด้วย โยชักท่อนของมันไปได้สักพักใหญ่ๆ
             “โอ้ยยย ซี๊ดดดด โอ้ย อ่าาาา”  เสียงโยดังขึ้น พลางเร่งมือสาวเร็วขึ้น
             “วอน จะแตกแล้ว อ่าา จะแตกแล้ว”  โยคงใกล้ถึงสวรรค์แล้ว ผมช่วยดูดเลียนมมันแรงขึ้น
             “แตกแล้ว  วอน  แตกแล้ว อ่าาา”  โยเกร็งตัวพร้อมกับปล่อยน้ำออกมาเต็มหน้าท้องของมันหลายระลอก ก่อนนอนหมดแรง ใบหน้าอมยิ้มเล็กๆ
             “วอน  ขอบคุณมากนะที่ช่วยกู”  โยบอกพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
             “เออ ไปล้างตัวก่อนเดี๋ยวเตียงกูเลอะ”  ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมหน้าแดง ทั้งที่เมื่อก่อนก็เคยเย็ดกับไอ้โยมาแล้ว เลยรีบหันหลบไปหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำของมัน โยลุกขึ้นนั่ง ถอดเสื้อกางเกงออกจนหมด
             “ให้กูช่วยมึงมั๊ยวอน”  โยถาม
             “ช่วยอะไร กูไม่ได้เงี่ยน”  ผมตอบมัน
             “เหรออออ...ไม่ได้เงี่ยน ควยแข็งเชียวนะมึง”  โยแซวผม
             “เรื่องของกู”  ผมตอบมัน พลางเดินลุกออกไปจากเตียงเดินไปหาน้ำดื่มในตู้เย็น โยยิ้มแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำล้างตัว
             ผมหยิบแก้วใส่น้ำเย็นแล้วเดินไปที่ระเบียง จิบน้ำเย็นๆ พลางคิดไปเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่โยกลับมาคราวนี้ โยดูเปลี่ยนไปมาก ดูอ่อนโยนขึ้น ตั้งใจเรียนมากขึ้น พยายามจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองโดยที่รบกวนผมน้อยลง ผมคิดว่ามันพยายามจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น มันยอมที่จะไม่มีอะไรกับผมได้ตั้งนาน ทั้งที่มันเป็นคนขี้เงี่ยนมากๆ แต่คงต้องดูมันไปอีกสักพักว่ามันจะทำได้นานขนาดไหน
                  ………………………………………………………………………………

             “ไอ้วอน อยู่รึเปล่า เปิดประตูด้วย”  เสียงจิ๊บตะโกน พร้อมกับเคาะประตูห้องผม   ผมงัวเงียลุกขึ้นไปเปิดประตู ดูเวลาน่าจะบ่ายสอง
             “โทรมาก็ไม่รับ”  จิ๊บบ่น พร้อมกับถือของมาเต็มมือ
             “กูหลับอยู่ พึ่งทำรายงานกับไอ้โยเสร็จ เลยกะจะงีบซักหน่อย”  ผมตอบมันไปหาวไปพลาง    
             “ทำรายงานหรือทำอะไรกันแน่น้าาา”  จิ๊บแซว
             “มึงนี่ ทำรายงานจริงๆโว้ย”  ผมตอบ รู้ว่ามันแกล้งแซวเล่น
             “เออ ๆ เอ้านี่ กูซื้อมาฝาก มึงกินข้าวเที่ยงยัง?”  มันถาม
             “ยังเลย ขอบใจนะเว้ย”  ผมตอบพลางหยิบถุงที่จิ๊บถือมาไปแกะดู มีทั้งข้าวกล่อง ขนม กาแฟ และของกินอื่นๆอีกเยอะแยะ
             “ว่าแต่มึงมีอะไรหรือเปล่ามาหากูถึงที่นี่”  ผมถาม มือก็ตักข้าวกระเพราไก่ ไข่ดาว ที่มันซื้อมาให้เข้าปาก
             “ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่จะมาดูว่ามึงทำรายงานไปถึงไหนแล้ว กะจะเอาของมาให้ไอ้โยมันด้วย พอดีสวนกับไอ้โยตอนจะเข้ามาคอนโดมึงอ่ะ”  จิ๊บตอบ แล้วหยิบขนมเข้าปาก
             “ของอะไรวะ”  ผมถามไปพลางเคี้ยวข้าวไปด้วย จิ๊บดูหน้าเสีย อ้ำๆอึ้งๆ
             “เป็นอะไรของมึง มึงยังไม่ตอบกูเลย”  ผมคาดคั้นมัน
             “กูบอกแล้วมึงอย่าโกรธกูนะ”  คำนี้อีกแล้ว
             “บอกกูมาเดี๋ยวนี้”  ผมขู่มัน
             “กูเอาสมุดของน้าเอกให้มันดู”  จิ๊บตอบเสียงอ่อย
             “สมุดน้าเอก!! ก็กูโยนทิ้งข้างทางไปแล้วนี่”  ผมถามด้วยความงุนงง
             “กูให้ไอ้จิ๋ว ขี่รถไปเก็บ แล้วส่งกลับมาให้กู กูขอโทษวอน”  จิ๊บจะร้องไห้
             “ไม่ต้องดราม่าเลยมึง ดิ้นรนนักนะ”  ผมบ่นมัน
             “กูขอโทษกูคิดว่า โยมันน่าจะได้รู้ความจริง”  จิ๊บเสียงอ่อย ผมตักขนมยัดปากมัน
             “อุไรอุ้ยวอน”  มันพูดที่มีขนมเต็มปาก
             “เผือก”  ผมหัวเราะ มันเคี้ยวจนกลืนแล้วยิ้มได้
             “แล้วไอ้โยว่าไง”  ผมอดอยากรู้ไม่ได้
             “ไอ้โยมันอ่านแล้วดูสีหน้ามันเครียดขึ้นนะ มันบอกว่าเดี๋ยวมันจะจัดการเอง แล้วมันก็ขอเอาสมุดน้าเอกไป”  จิ๊บบอก
             “คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”  ผมบอก แต่ในใจก็แอบหวั่นๆ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อไป
             “อืม มึงไม่ต้องกังวลไปหรอก”  จิ๊บบอกเหมือนรู้ว่าผมแอบกังวลอยู่
             “ว่าแต่มึงกับไอ้โยเถอะ เป็นยังไงกันบ้าง”  จิ๊บเปลี่ยนเรื่องพูด
             “ก็ถอยออกมาคนละก้าว มาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ดูๆกันไปก่อน กูยังไม่อยากตัดสินใจอะไรตอนนี้ว่ะ”  ผมบอก จิ๊บดูนิ่งไปเหมือนคิดอะไรในใจ
             “มึงโอเคนะจิ๊บ”  ผมถาม จิ๊บสะดุ้งเล็กน้อย
             “เออ กูโอเค นี่มึงย้อนมาถามกูแล้วเหรอ”  จิ๊บหัวเราะ
             “เห็นมึงนิ่งๆไปอ่ะ”  ผมพูดกับจิ๊บ
             “มึงไม่ต้องห่วงกูหรอก กูแค่คิดอะไรเพลินไปนิดน่ะ”  จิ๊บบอก แววตาของจิ๊บเหมือนมีหลากหลายอารมณ์ปนกัน ยากจะบอกว่าอารมณ์ไหน
             “จิ๊บ....กูดีใจนะที่มีมึงอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนกูเสมอ”  ผมพูดเสียงจริงจัง
             “มึงไม่ต้องห่วงหรอก กูไม่หนีไปไหน จะคอยตามมึงเหมือนแมลงวันตอมขี้เลย”  จิ๊บหัวเราะ
             “อีจิ๊บ กูไม่ใช่ขี้นะ”  ผมด่ามันพลางอดขำไม่ได้
             “แล้วรายงานมึงเสร็จหรือยังวะ”  จิ๊บเปลี่ยนเรื่องพูด
             “เสร็จแล้ว เหลือแต่เข้าเล่ม มึงอ่ะ”  ผมถามมันบ้าง
             “กูนี่ระดับไหนแล้ว เสร็จตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว”  จิ๊บโม้
             “งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉลองกันหน่อยนะเว้ย ไม่ได้ฉลองกันมานานแล้ว ว่าแต่ที่ไหนดีวะ”  ผมถามมัน    
             “ร้านพี่พรแล้วกัน ขี้เกียจไปที่อื่นว่ะ สั่งของ สั่งเหล้ามากินกันเอง ว่าแต่เสี่ยวอนเลี้ยงนะค้าาา”  จิ๊บลากเสียงยาว
             “เออๆ ก็ได้วะ แต่คราวหน้าตามึงเลี้ยงนะ”  ผมบอก
             “ได้ค่าาาา”  จิ๊บตอบกวนๆ
             ผมโทรไปหาต้นให้เตรียมของ แล้วก็ไลน์ไปชวนทุกคนให้ไปเจอกันที่นั่น นัดแนะเวลาเอาไว้
             จิ๊บกลับไปแล้ว ผมนั่งอยู่บนเตียง มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนลึกๆในใจรู้สึกหนักใจและสับสน ว่าจริงๆแล้วผมรักใครกันแน่ ความรักของผมคืออะไร สิ่งที่ทำให้ค้างคาใจคือจูบจากคนสองคน จูบนึงเป็นรสจูบที่ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เป็นจูบจากคนที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอด ไม่ว่าผมจะสุขหรือทุกข์ เป็นจูบที่ผมให้กับจิ๊บเมื่อตอนที่อยู่ที่รีสอร์ทของพ่อผม อีกจูบหนึ่ง เป็นรสจูบที่ทำให้หัวใจเต้นรัว นุ่มนวลและอบอุ่น รู้สึกดี ประทับใจยากจะลืม เป็นจูบจากคนที่โหยหามาตลอด เป็นจูบจากโยตอนที่เราเข้าค่ายอาสา มันยากเหลือเกินที่จะต้องตัดสินใจเลือกเพียงหนึ่งเดียว แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงหวังว่าผมคงรู้ว่าใจของตัวเองต้องการอะไร
                  ………………………………………………………………………….......
        
             เช้าวันเสาร์หลังจากส่งรายงานไปแล้ว ผมนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงเล่นโทรศัพท์ เข้าไปส่องไอจีไอ้โยมัน โยโพสต์รูปคนที่ถ่ายให้เห็นใบหน้าแค่เสี้ยวเดียว รู้สึกคุ้นๆกับรูปนี้ กับข้อความๆ หนึ่ง
             (“You make me wanna be a better man”)   ผมพอจะจำได้ว่ามันเป็นโควทจากหนังเรื่องหนึ่งที่ผมชอบ ผมหันไปดูรูปนั้นอีกครั้ง จ้องดูรูปนั้นอยู่นาน... นั่นมันรูปผมเองนี่!
             (“ไอ้โย”)  ผมกระซิบกับตัวเอง ความตื้นตันมันเอ่อขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนเป็นนางเอกในหนังเรื่องนั้น ตอนที่ตาแก่ปากร้ายพระเอกของเรื่องบอกกับเธอด้วยประโยคนี้  เธอตอบกลับว่า
             (“That’s maybe the best compliment of my life”) 
             เป็นตอนที่ผมชอบมากที่สุดของหนังเรื่องนี้  มันทำให้จิตใจผมหวั่นไหวอยู่ไม่น้อยจนเผลอยิ้มออกมา
             ผมเล่นโทรศัพท์ไปอีกพักหนึ่ง มีแจ้งเตือนข้อความจากไลน์ ผมกดเปิดดู
             “วอน น้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย มาหาได้มั๊ย”  พร้อมกับส่งโลเคชันมาด้วย
             “น้าเอก!”  ผมพูดกับตัวเองในใจ รู้สึกสับสนว่าจะเอายังไงดี ถึงแม้น้าเอกจะยังไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องของเค้าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกหวั่นๆ
             “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”  ผมตัดสินใจจะไปพบน้าเอก เปิดโลเคชันดูมันเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ ไม่ไกลจากคอนโดผมเท่าไหร่ ผมหยิบกุญแจรถแล้วลงคอนโดเพื่อไปพบน้าเอกตามจุดนัดหมาย
             ผมขับรถไปไม่นานก็ถึง จอดรถตรงหน้าสวน มองดูแล้วเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ ที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ครึ้ม แต่เหมือนไม่ได้รับการดูแลเท่าไหร่นัก มีหญ้าขึ้น มีเศษขยะอยู่ประปรายกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ไม่มีคนมาใช้งานเลยตอนนั้น
             ผมรวบรวมความกล้าค่อยๆย่างก้าวเข้าไป สายตาสอดส่ายหาน้าเอก ในใจคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นญาติกันไม่น่ามีอะไร น้าแกน่าจะอยากปรับความเข้าใจก็ได้ เดินเข้าไปสักพักก็เห็นน้าเอกนั่งอยู่ที่ม้านั่งข้างทางเดินในสวน น้าเอกหันมายิ้มให้ ผมเริ่มใจชื้นขึ้นบ้าง
             “วอน มานั่งก่อนสิ”  น้าเอกเรียกผม ใบหน้ายิ้มแย้ม
             “สวัสดีครับน้าเอก ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”  ผมทักทายพลางเดินไปนั่งข้างๆแก
             “อืม เป็นไงบ้างล่ะเรา สบายดีนะ”  น้าเอกถาม
             “สบายดีครับ น้าล่ะเป็นไงบ้างครับ”  ผมถามกลับ
             “ก็เรื่อยๆอ่ะ”  น้าเอกบอกเสียงราบเรียบ
             “แล้วนัดผมมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”  ผมถามด้วยความอยากรู้
             “เอ่ออ น้ามีเรื่องอยากจะขอโทษและมีเรื่องอยากจะขอร้องวอนด้วยน่ะ”  น้าเอกบอก
             “น้าอยากจะขอโทษเรื่องที่น้าขอโยเป็นแฟนแล้วไม่ได้บอกวอนน่ะ”  น้าเอกพูด
             “นึกว่าเรื่องอะไร ช่างมันเถอะครับ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ผมก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว”  ผมพูดตามที่ใจคิดจริงๆ
             “น้าเคยถามวอนแล้วว่าเป็นแฟนกับโยหรือเปล่า วอนตอบว่าเป็นแค่เพื่อนกัน  โยเค้าก็บอกว่าอยากให้วอนเป็นแค่เพื่อนเค้า น้าก็คิดว่าคงไม่เป็นไรถ้าน้าจะขอโยเป็นแฟน”  น้าเอกบอก
             “ครับ”  ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ มันทำให้หวนนึกถึงเรื่องเก่าๆ
             “แต่ยังไงน้าก็อยากขอโทษอีกที  วอนโอเคมั๊ย”  น้าเอกถามเมื่อเห็นผมนิ่งไป
             “ผมไม่เป็นไรหรอกครับน้า”  ผมตอบ แต่ในใจสั่นไหว ความเงียบเข้ามาปกคลุมระหว่างเรา    
             “แล้วเรื่องที่น้าอยากให้ผมช่วยล่ะครับ”  ผมถามออกไปทำลายความเงียบลง
             “น้าไม่รู้ว่าวอนจะยอมช่วยน้าหรือเปล่าน่ะ”  น้าเอกถามแววตาดูเปลี่ยนไป
             “อะไรหรือครับ ถ้าผมช่วยได้ผมยอมช่วยน้าทุกอย่างเลย”  ผมตอบด้วยใจจริง
             “วอนช่วยน้าได้แน่ๆ”  น้าเอกตอบพร้อมแสยะยิ้ม
             “ช่วยหายไปจากโลกนี้ได้มั๊ย”  น้าเอกตอบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด พร้อมกับลุกขึ้นหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าสะพายของน้า เล็งมาที่ผม
             ผมตกใจมาก ลุกขึ้นยืน พยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้กระเจิดกระเจิง
             “น้าเอกครับ ใจเย็นๆก่อนครับ มีอะไรก็ค่อยๆคุยกันได้”  ผมพยายามเกลี้ยกล่อม
             “แต่กูไม่อยากคุยกับมึง”  น้าเอกเกรี้ยวกราด
             “มึงรู้มั๊ย ตั้งแต่เด็กกูไม่เคยมีความสุขเลยเพราะมีมึงอยู่ด้วย มึงมันแย่งความสนใจ แย่งความรักจากคนรอบข้าง แย่งทุกๆสิ่งไปจากกู มึงมันเรียนเก่งเลยทำให้กูดูโง่เมื่อเทียบกับมึง ทุกคนจะเอากูไปเทียบกับมึงตลอด”  น้าเอกพล่าม
             “แต่พ่อกับแม่ผมก็รักน้าเอกนะครับ มีอะไรก็ซื้อให้เหมือนกันตลอด ไปไหนก็พาไปด้วยกัน”  ผมพยายามทำให้น้าเอกใจเย็นลง
             “มึงไม่ต้องมาพูด กูมันก็แค่ส่วนเกิน เค้าซื้อให้กูเพราะความสงสาร ไม่ได้ซื้อเพราะอยากให้หรอก กูไม่ต้องการความสงสาร มันทำให้กูดูเหมือนคนอนาถา”  น้าเอกบอก น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมา    
             “ถ้าไม่มีมึงกูก็จะเป็นที่หนึ่ง ไม่ต้องรองรับเศษความรักจากใคร ทุกๆอย่างก็จะเป็นของกูคนเดียว ไม่ต้องมีมึงมาแบ่งเอาไป”  น้ำตาน้าเอกพร่างพรูออกมา
             “อย่านะเอก!”  เสียงตะโกนมาจากข้างหลังน้าเอก
             “โย!”  ผมกับน้าเอกพูดออกมาแทบจะพร้อมกัน โยวิ่งมาบังผมไว้จากวิถีปืนที่เล็งมา
             “เอก ใจเย็นๆก่อนนะ ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน วางปืนลงก่อนนะ”  โยพยายามเกลี้ยกล่อมน้าเอกด้วยเสียงที่อ่อนโยน
             “ไม่ เอกไม่คุย มันแย่งทุกอย่างไปจากเอก แม้แต่โยมันก็แย่งเอาไป”  น้าเอกปล่อยโฮออกมา มือที่ถือปืนสั่นเทา
             “ผมขอโทษ ไอ้วอนมันไม่ได้ผิดหรอก ผมผิดเองที่ไม่รู้ใจตัวเอง ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ทำให้เอกกับไอ้วอนต้องเจ็บปวด”  โยหันมาสบตาผมแวบหนึ่ง
             “ยังไงมันก็ผิด เอกจะฆ่ามัน โยหลบไป”  น้าเอกบอกพร้อมกับสะบัดปืนไปด้านข้างเป็นสัญญานให้โยหลบไป
             เสี้ยววินาทีนั้นโยทำสิ่งที่ผมไม่คาดคิด โยพุ่งตัวออกไปแย่งปืนจากมือน้าเอก ทั้งสองคนยื้อยุดกันไปมา
             ผมตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ เมื่อได้สติผมตัดสินใจที่จะไปช่วยโย ทันทีที่ผมก้าวเท้าออกไปได้ก้าวเดียว
             “ปัง!!!” 
             เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ร่างของโยค่อยๆทรุดลงกับพื้น ผมพุ่งเข้าไปประคองร่างนั้นไว้ เสื้อของโยเริ่มมีเลือดสีแดงฉานกระจายออกมาเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
             “ไอ้โย!!!”  ผมตะโกนสุดเสียง น้ำตาพร่างพรูออกมาหยดลงบนร่างโยที่อยู่ในอ้อมกอดผม
             “มึงไม่เป็นไรนะวอน”  โยยังถามผมด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บ
             “กูไม่เป็นไร มึงไม่ต้องพูดอะไรหรอก”  ผมบอกมันพลางร้องไห้ไปด้วย โยหมดสติลง
             “ไอ้โย มึงอย่าตายนะ มึงอย่าทิ้งกูไปอีก มึงมันเห็นแก่ตัวจะทิ้งกูไปอีกแล้วเหรอ”  ผมด่ามันทั้งน้ำตา
             ตัวน้าเอกสั่นเทา ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปืนในมือร่วงลงกับพื้น
             “ทำไม โย ทำไม...ทำไมต้องปกป้องมันด้วย ทำไม ทำไม!!!”  น้าเอกได้แต่ตะโกนว่าทำไม ร้องไห้ฟูมฟาย แล้วหันมามองผม
             “เพราะมึงคนเดียว ไอ้วอน เพราะมึงคนเดียว มึงอย่าอยู่เลย”  น้าเอกตะโกนจบ ก็ก้มลงหยิบปืน
             “พลั่ก!!!!”
             เสียงของแข็งกระทบท้ายทอยน้าเอก ทำให้น้าเอกทรุดลงกองกับพื้น
             “อีจิ๊บ ตายหรือเปล่าวะมึง”  เสียงโบตะโกนออกมาท่าทางเหนื่อยหอบ ไอ้คิววิ่งตามมาติดๆ
             จิ๊บโยนท่อนไม้ทิ้ง เอามือไปอังที่จมูกน้าเอกแล้วเลื่อนไปจับชีพจร
             “ยังไม่ตายหรอกว่ะ แค่สลบไป คนชั่วตายยาก”  จิ๊บบอกแล้วหันมามองผมกับโยด้วยสีหน้าตกใจ
             “จิ๊บ โยถูกยิง ทำไงดี จิ๊บ...”  ผมลนลาน สติกระเจิดกระเจิงทำอะไรไม่ถูก
             “ใจเย็นๆ มึง เดี๋ยวกูโทรเรียกรถพยาบาลกับตำรวจให้ เอามือถือไอ้โยมาซิจะได้โทรไปบอกที่บ้านมัน”  จิ๊บบอก ผมล้วงเข้าไปหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงมันส่งให้จิ๊บ จิ๊บรับไว้และจัดการทุกอย่าง มันเป็นคนที่ช่วยเหลือผมได้แทบทุกเรื่องจริงๆ
             “มึงเป็นไรรึป่าววะวอน”  ไอ้คิวถามขณะที่ยังไม่หายหอบ
             “กูไม่เป็นไร แต่ไอ้โยสิ...”  ผมมองมันน้ำตายังไหลไม่หยุด
             “ใจเย็นๆนะมึง ไอ้โยต้องไม่เป็นอะไร”  โบปลอบผม
             ไม่นานนักรถพยาบาลกับตำรวจก็มาถึง เจ้าหน้าที่พยาบาลจัดการห้ามเลือดโย พร้อมกับยกตัวโยขึ้นเปลก่อนเข็นขึ้นรถพยาบาล
             “วอน มึงไปกับโยเถอะ เดี๋ยวทางนี้พวกกูจัดการเอง”  จิ๊บมองผมด้วยความเป็นห่วง ผมพยักหน้า
             “ขอบใจพวกมึงมากนะ”  ผมบอกพร้อมกับขึ้นรถพยาบาลไปกับโย รถแล่นออกไปด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับเสียงไซเรนดังลั่น ผมกุมมือโยไว้ มองไปที่ใบหน้าที่มีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่
             “โย อยู่กับกูนะ มึงอย่าทิ้งกูไปอีกนะ”  ผมพูดกับมันพร้อมน้ำตา

                  ……………………………………………………………………………….
4

อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้
2

เห็นด้วยๆ
1

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

มีผู้แสดงความรู้สึก (7 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (5 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ GGonfire 2020-7-8 14:39
หึ้ยยยยย ทำไมเราเพิ่งเห็น เส้นเรื่องคู่ขนาน ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น ถ้าโยรักวอนมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงตัว ถ้าวอนใจแข็งกับโยจนทำให้โยเห็นถึงคุณค่าและความยากกว่าจะได้ความรักจากวอนใหม่อีกครั้ง และถ้าความโกรธแค้นของน้าเอกถูกปลดปล่อยจริงๆมันจะเป็นแบบนี้ พี่คนแต่งบรรยายได้ดีเลยอ่ะ เวรี่กู้ดนะฮะ
ตอบกลับ BUrSlf 2020-7-8 20:26
GGonfire: หึ้ยยยยย ทำไมเราเพิ่งเห็น เส้นเรื่องคู่ขนาน ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น ถ้าโย ...
ดีใจนะครับที่ชอบ  
ตอบกลับ GGonfire 2020-7-8 21:42
BUrSlf: ดีใจนะครับที่ชอบ   
เราขอเมนท์โดยอ้างอิงถึงต้นฉบับนิดนึงแล้วกัน ไม่ดราม่าครับสัญญาเลย ถ้าดราม่าเดี๋ยวเราลบเมนท์ให้ก็ได้ฮะ คือเราแค่จะบอกที่คุณเอามาแต่งใหม่มันดีเลยแหละ มันยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายที่อ่านแล้วทำให้นึกถึงต้นฉบับ แต่ในฟิลลิ่งนั้นก็แฝงความเป็นเอกลักษณ์ของคุณ BUrSlf ไปด้วย คือเรารู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่ในกลิ่นอายความเป็นต้นฉบับ และมันก็ออกมาแบบกลมกล่อม อ่านแล้วไม่สะดุด หรือรู้สึกเอ๊ะอะไรครับ รอติดตามครับผม
ตอบกลับ mate007 2020-7-12 07:17
   เช่นกันครับ
ตอบกลับ Dimijung 2020-7-21 04:41
ขอบคุณครับ

facelist doodle วาดรูป

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครเข้าเรียน

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม


ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2020-8-15 03:41 , Processed in 0.057702 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.31

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน