สมัครเข้าเรียน ลงชื่อเข้าใช้
จีโฟกาย.คอม หน้าแรก

BUrSlfโปรไฟล์ของ http://www.g4guys.com/?126082 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [RSS]

บล็อก

ตอนจบ "เป็นเพื่อนเดือนคณะ" ฉบับ fan made : part 3

ความนิยม 3เข้าชม/อ่าน 224 ครั้ง2020-7-11 12:44 |เลือกหมวดหมู่:เป็นเพื่อนเดือนคณะ

                                         โปรดอ่านก่อนนะครับ

             1.งานเขียนในบล็อกนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของคุณ dacha2708 มีการตัดบางส่วนออกไปบ้าง เพิ่มเข้าไปบ้าง ตามจินตนาการของผมเอง โดยได้รับอนุญาตให้ลงในบล็อกนี้ได้ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ห้ามมิให้นำงานเขียนในบล็อกนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
             2.เนื้อเรื่องในบล็อกนี้เป็นเรื่องราวต่อจากตอน  "เป็นเพื่อนเดือนคณะ 21 เมื่อโยกลับมา" ของต้นฉบับ  ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนควรอ่านของต้นฉบับตอนที่ 1-21 ก่อนนะครับถึงจะเข้าใจ
             3.กรุณาอย่าคอมเม้นท์พาดพิงถึงต้นฉบับหรือบุคคลอื่น อยากให้อ่านเพื่อความบันเทิง ไม่อยากให้เกิดดราม่าครับ
             4.งานเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผมผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ :)

             …………………………………………………………………………………

เป็นเพื่อนเดือนคณะ(ฉบับ fan made) 24 (part โย) : สิ่งที่อยู่ภายในใจ 1

             “ใช่เพื่อนกัน เพื่อนรักกันตลอดไป”  ผมยกแก้วขึ้น มองหน้าไอ้วอนเราสบตากันขณะที่ผมพูดประโยคนั้นออกไป
             “เพล้ง!!!!”  แก้วเหล้าในมือไอ้วอนหลุดลงไปแตกที่พื้น มันลุกจากวงทันที พร้อมกับเดินออกมาจากตรงนั้น เดินไปเรื่อย ๆ ตามหาด ผมงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
             พอได้สติ ผมหยิบไปฉาย วิ่งตามมันไปจนสุดหาด เห็นเงาของมันค่อยๆเดินลงไปในทะเล ผมตกใจมาก
             “ไอ้เหี้ยวอนอย่า ไอ้วอน”  ผมตะโกนสุดเสียง  รีบวิ่งลงทะเลไปตรงที่ไอ้วอนอยู่ พยายามล็อกแขนมันไว้
             “มึงเป็นเหี้ยอะไร จะทำอะไร”  ผมตะโกนลั่น
             “ปล่อยกู”  ไอ้วอนดิ้น ผมไม่ยอมปล่อยมัน กลัวมันจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย เลยเหวี่ยงมันไปที่ชายหาด
             “เป็นเหี้ยอะไรทำไมไม่บอกกู กูยังอยู่กับมึง”  ผมเข้าไปเอาตัวคล่อมมันไว้
             “มึงจะฆ่าตัวตายทำไมเครียดเรื่องอะไร บอกกู สัส บอกกู”  ผมตะคอกใส่มัน มันเริ่มนิ่งขึ้น
             “กูไม่ได้ฆ่าตัวตาย กูจะนั่งแช่น้ำ”  มันบอก ผมรู้สึกโล่งใจ
             “ไม่ตายแน่นะมึง”  ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
             “เออมึงลุกได้แล้วกูหนัก”  มันบอกผม แล้วผลักตัวผมออกลุกขึ้นเดินไปนั่งแช่น้ำท่าม กลางระรอกคลื่นที่ซัดเข้ามา  ผมลงไปนั่งข้างๆมัน
             “มึงเป็นอะไรบอกกูซิ”  ผมเห็นมันใจเย็นลง จึงเริ่มถามมัน
             “เปล่าเครียด ๆ คิดมากอะไรนิดหน่อย”  มันตอบ ตาเหม่อมองออกไปในทะเล
             “ก็บอกสิวะเครียดเหี้ยอะไร จะได้ช่วยกัน กูเพื่อนมึงนะโว้ย”  ผมพูดตามที่คิด ไม่อยากเห็นมันเป็นแบบนี้ แต่เหมือนไปสะกิดแผลอะไรบางอย่างในใจมัน ทำให้อารมณ์มันระเบิดออกมาอีก
             มันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
             “เพื่อนสิกูเพื่อนมึง เพราะมึงมองกูแค่เพื่อน”  มันตะโกน
             “อะไรของมึงวะ”  ผมยืนขึ้นบ้าง แล้วถามอย่างงง ๆ ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันหมายถึงอะไร
             “มึงเอากับกูอยู่ทุกคืนเป็นปี มึงไม่คิดเลยเหรอ เพื่อนกันมันจะยอมกันขนาดนี้”  มันระเบิดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
             ผมทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินสิ่งที่มันพูดมา ในหัวผมสับสนไปด้วยคำถามมากมาย ในใจกลับยิ่งสับสนกว่าด้วยอารมณ์หลากหลายที่ตีกันอยู่ ไม่รู้ว่าจะสุข จะเศร้า จะดีใจ หรือเสียใจ มันบอกไม่ถูก ผมได้แต่นิ่งเงียบ
             “มึงไม่เคยมองกูบ้างเลยไอ้โย มึงไม่เคยมองกู ไม่เคยสนใจกู ว่ากูรู้สึกอะไร”  มันพูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตามันไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
             ผมรวบรวมสติแล้วถามออกไป เพื่อความแน่ใจในสิ่งที่ผมคิด
             “ไอ้วอนมึงคิดกับกูเกินเพื่อนใช่ไหม”  ผมพยายามบังคับร่างกายให้นิ่งเอาไว้ แต่ภายในจิตใจมันไม่อาจบังคับให้นิ่งได้เลย เหมือนกับมีพายุลูกใหญ่ถาโถมเข้ามาใส่หัวใจของผม
             “เออกูชอบมึง ไอ้สัส กูชอบมึง กูรักมึง”  มันตะโกนลั่น
             หัวใจผมเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดของมัน มันพึ่งบอกรักผม! ความรู้สึกมันเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบานรับแสงอรุณยามเช้าในฤดูหนาว รู้สึกสดชื่น อิ่มเอม อบอุ่นหัวใจ
             แต่แล้วความกลัวทะลักก็เข้ามาถาโถมแทนที่ ผมตัดสินใจบางสิ่งผิดพลาดไป บางอย่างที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ นั่นคือการที่ผมยอมตอบรับคำขอเป็นแฟนกับเอก ผมกลัวจะต้องสูญเสียมันไปเมื่อมันรู้ความจริง เสียงในหัวผมเริ่มเถียงกันจนไม่สามารถจับใจความได้ ผมไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ยืนจ้องหน้ามันในความมืดใต้แสงดาวในคืนเดือนดับ
             “มึงไม่เสียดายความเป็นเพื่อนกันเหรอวะ” ผมตัดสินใจถามมันออกไป
             “มึงกับกูเป็นเพื่อนกัน เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ”  ผมพูดออกไปอย่างนั้นเพราะในใจผมไม่อยากเสียมันไป อย่างน้อยก็ขอมีมันในสถานะเพื่อนก็เพียงพอแล้วสำหรับผม มันอาจดูเห็นแก่ตัว แต่ผมไม่พร้อมจะเสียมันไปจริงๆ
             แต่ดูเหมือนคำพูดของผมนั้นจะเป็นการราดน้ำมันลงกองไฟ ไอ้วอนได้แต่นิ่ง มองออกไปในทะเล นิ่ง...จนผมกลัว
             “มึงมีแฟนแล้วใช่ไหม”  เสียงมันลอดออกมา พร้อมกับหัวใจผมที่หล่นวูบลง มันเป็นคำถามที่ผมกลัวที่สุด มันรู้ความจริงแล้ว! ผมจะต้องสูญเสียมันไปจริงๆแล้วหรือนี่
             มันนิ่งรอคอยคำตอบจากผม ผมไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ฝืนความรู้สึก แล้วตอบมันไปตามความจริง
             “ใช่กูมีแฟนแล้ว”  ผมตอบ พยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุด
             “ใคร”  มันถามต่อ
             “มึงไม่ต้องรู้หรอกสักวันมึงก็รู้”  ไม่รู้ว่าผมพูดออกไปได้ยังไง คำพูดของผมคงทำให้มันเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยไม่ต่างกับที่ผมรู้สึก แต่ผมไม่อยากให้มันเจ็บปวดกว่านี้ถ้ามันรู้ว่าเป็นน้าเอก
             “มึงบอกมาสิว่าเป็นใคร”  ไอ้วอนเริ่มเสียงดังอีกครั้ง พยายามคาดคั้นคำตอบจากผม
             “ไหนบอกมึงเพื่อนกูไง มึงมีแฟน มึงยังไม่บอกกูเลย ไอ้สัส”  มันตะโกนด่าผมทั้งน้ำตา
             “มึงไม่ต้องเสือกวันนึงมึงก็รู้เอง แต่ไม่ใช่วันนี้”  หัวใจผมแหลกสลายไปพร้อมกับคำพูดของผมเอง ผมรีบหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่พร่างพรูออกมาอาบสองแก้ม
             (“วอน กูขอโทษ กูขอโทษ”)  ผมได้แต่ตะโกนในใจ ผมไม่พร้อมจะเสียมันไปตอนนี้ ผมมันเห็นแก่ตัว ทำใจไม่ได้จริงๆที่จะต้องเสียมันไป ผมอยากจะมีมันอยู่ในชีวิตแม้จะเป็นแค่เพียงเพื่อนก็ตาม อย่างน้อยก็จนกว่ามันจะรู้ความจริงทั้งหมด
             “มึงมันใจร้าย”  ไอ้วอนตะโกนออกมาทั้งน้ำตา มันเป็นคำพูดบาดลึกเข้าไปในหัวใจผม
ผมทำให้คนที่ผมรักต้องเจ็บปวด นี่ผมทำถูกหรือเปล่า? คำถามนี้กลับเข้ามาในหัวผมอีกครั้ง
             ผมฝืนเดินต่อไปอย่างไร้วิญญาณ ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ผมเช็ดน้ำตาออกเมื่อเดินใกล้ถึงรีสอร์ท
             “วอนล่ะ”  จิ๊บถามผม
             “อยู่สุดหาดนั่งอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยมันสงบสติอารมณ์สักพักเดี๋ยวมันก็กลับมา”  ผมฝืนพูดน้ำเสียงนิ่ง
             “กินเหล้าไม่อร่อยแล้ว”  โบบอก
             “จริงวะแยกย้ายนอนแล้วกัน”  คิวบอก
             “เออนอนแล้วกัน พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไร กูกลับเลยนะ แต่ใครจะอยู่ต่อก็ไม่เป็นไรนะ กู บอกพี่เพ็ญดูแลไว้แล้ว”  ผมบอกแล้วเดินกลับห้องไป ผมไม่กล้าอยู่เจอหน้ามันอีก เลยคิดจะกลับไปก่อน
             คืนนั้นผมนอนไม่หลับ หวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันรวดเร็วมาก เหมือนกับความฝัน แต่เป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตผม อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา
             “ไอ้โย มึงมันโง่ มึงมันโง่”  ผมตะโกนด่า พร้อมกับทุบหัวตัวเอง
             ผมร้องไห้จนหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตื่นมาตอนเกือบสิบโมงเช้า เก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ โบกับคิวมาบอกว่าจะกลับด้วย เรายกของขึ้นรถเสร็จ โบกับคิวไปบอกลาจิ๊บกับวอนก่อนกลับ ส่วนผมนั่งอยู่ในรถไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตาไอ้วอนมัน
             ไอ้วอนกลับมาถึงคอนโดวันรุ่งขึ้น ดูสีหน้ามันดีขึ้น แต่มันไม่ทักผม ผมไม่รู้ว่ามันจะเกลียดผมหรือเปล่า  ผมรอจนมันเดินเข้าไปในห้อง รวบรวมความกล้าเดินตามเข้าไปกอดมันจากข้างหลัง
             “หายโกรธกูหรือยัง”  ผมพูดพร้อมกับหอมแก้มมันทั้งสองข้าง ผมพยายามง้อมัน แต่ไม่รู้จริงๆว่าต้องทำยังไง ผมรู้แต่เพียงว่าเงิน กับเซ็กส์ เป็นคำตอบของทุกสิ่ง
             ไอ้วอนสะบัดตัวออกจนหลุด แล้วจ้องหน้าผม
             “น่าไอ้พวกข้างนอก มันก็ลุ้นว่าให้เราดีกัน”  ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้มัน หวังให้มันยกโทษให้ผม อย่างที่บอก ผมไม่พร้อมจะเสียมันไปตอนนี้
             “เออเพื่อนก็เพื่อน”  วอนพูด มันเป็นคำที่ผมอยากได้ยินมากที่สุด หัวใจผมชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง  
             ผมเข้าไปกอดมันแล้วหอมแก้มซ้ายขวา จูบมันทีหนึ่ง เรายิ้มให้กัน ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะจบเมื่อไร แต่อย่างน้อยวันนี้ผมยังมีมันอยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว
             ……………………………………………………………………………….

             ผมกับไอ้วอนยังคุยกันเหมือนปกติ แถมยังเอากันเหมือนเดิมด้วย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือผมต้องแบ่งเวลาไปให้กับเอกด้วย เอกเค้าก็ดีกับผมนะ คอยเอาใจใส่ดูแลทุกๆอย่าง  ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนมันเลยทำให้รู้สึกแปลกใหม่ ที่ได้เป็นคนสำคัญของใครบางคน
             แต่ผมก็ยังอยากมีไอ้วอนอยู่ในชีวิตเหมือนกัน อาจจะดูเห็นแก่ตัวซึ่งผมก็ยอมรับ กับไอ้วอนมันรู้สึกผูกพันจนยากที่จะขาดมันไป  ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าคิดเกินเลยไปกว่าเพื่อนกับไอ้วอน จนได้รู้ว่ามันก็รักผม ถึงอยากจะย้อนกลับไปคบกับมันเป็นแฟนก็คงทำไม่ได้แล้ว เพราะผมมีเอกเป็นแฟนอยู่แล้ว จะให้เลิกกับเอกไปคบกับมันก็ดูจะไม่ยุติธรรมสำหรับเอก มันเหมือนอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ได้แต่ปล่อยมันไปตามยะถากรรม  ผมกับไอ้วอนจะอยู่แบบนี้ได้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เหมือนกับมีระเบิดเวลาผูกไว้ระหว่างเราสองคน
             ผมยังไม่ได้บอกไอ้วอนว่าแฟนผมเป็นใคร ไม่อยากให้มันเจ็บกว่านี้ เอกก็ยังไม่อยากให้บอกด้วย และไม่อยากให้มันไปจากชีวิตผม ลึกๆแล้วก็รู้ว่าสักวันหนึ่งมันก็คงต้องรู้ เพียงแต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด    
             “โหล จิ๊บเหรอมีอะไรหรือเปล่า”  จิ๊บโทรหาผมตอนเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมอยู่ต่างจังหวัดกับเอก
             “โย เอ่อ”  จิ๊บอ้ำอึ้ง
             “มีอะไรหรือเปล่า”  ผมถามด้วยความสงสัย
             “คือ ไอ้วอนมันรู้ความจริงแล้วนะ เรื่องที่มึงเป็นแฟนกับน้าเอก”  จิ๊บบอกน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
             เหมือนหัวใจผมแตกสลาย สิ่งที่ผมกลัวมาตลอดมันเกิดขึ้นแล้ว  ผมแทบไม่มีแรงยืน ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนยากจะรับมือไหว แต่คงไม่เท่ากับความเจ็บปวดของไอ้วอน
             “มันทำใจไม่ได้ ตอนนี้มันหนีไปต่างจังหวัดคนเดียว”  จิ๊บบอกต่อ
             “มึงจะเอายังไงต่อ”  จิ๊บถามผม
             “เดี๋ยวกูคุยกับวอนเอง”  ผมพูดได้แค่นั้นจริงๆ ก่อนที่จิ๊บจะวางสายลง
             มันคงจบแล้ว ไม่มีอีกแล้วแม้แต่คำว่าเพื่อน ระเบิดเวลาลูกนั้นระเบิดออกมาแล้ว ผมได้แต่ยืนนิ่ง เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ
             “เป็นอะไรเหรอโย”  เอกเดินเข้ามาถามผม
             “ไอ้วอนมันรู้แล้วว่าเราเป็นแฟนกัน”  ผมบอกเอกเสียงราบเรียบ
             เสี้ยววินาทีนั้น ผมเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของเอก บางอย่างที่ไม่คุ้นเคย บางอย่างที่ดำมืด ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ
             “วอนคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เดี๋ยวเอกช่วยคุยให้”  เอกบอกก่อนเดินออกไป  ผมโทรไปที่วอน
             (“ตู๊ดดด  ตู๊ดดด  ตู๊ดดด  หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”)  ผมพยายามโทรไปอีกหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหามัน
             (“กูขอโทษที่ไม่ได้บอกน้าเอกยังไม่อยากให้บอก เราเป็นเพื่อนกันมึงโอเคนะ”)
             (“ติดต่อกลับกูด้วยล่ะ”)
             ผมส่งข้อความได้แค่นั้น มันไม่รู้จะพูดอะไร หมดสิ้นซึ่งคำแก้ตัว
             ผมยังอยากให้มันกลับมา อย่างน้อยเป็นเพื่อนกันก็ยังดี ถึงแม้ความหวังมันแสนจะริบหรี่ แต่ผลจะออกมายังไงผมคงทำได้แค่ยอมรับผลกรรมที่ผมทำไว้
             …………………………………………………………………………………

             “มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ โย ดูเงียบๆ”  แม่ผมถาม    
             ผมกลับมาอยู่บ้านได้เกือบสัปดาห์แล้ว ไอ้วอนให้พวกจิ๊บมาขนของของมันย้ายออกไป ผมทำใจไม่ได้ถ้าต้องอยู่ที่คอนโด ต้องทนเห็นที่ที่มันเคยนอน ที่ที่นั่งดูหนังด้วยกัน ที่ที่กินข้าวด้วยกัน ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ แต่ตอนนี้ไม่มีมันอีกแล้ว
             “เปล่าแม่ มีอะไรให้คิดนิดหน่อย”  ผมบอก
             “เล่าให้แม่ฟังได้นะ นานๆจะได้เจอหน้ากันที แม่อยากทำหน้าที่ของแม่บ้าง”  แม่บอกผมด้วยเสียงที่อ่อนโยน
             “คือ… ไอ้วอนมันย้ายออกไปแล้วน่ะครับ”  ผมบอกพยายามทำเสียงให้นิ่ง
             “วอน เพื่อนที่โยพูดถึงบ่อยๆน่ะเหรอ?”  แม่ผมถาม
             “ครับ”  ผมตอบ แม่มองผมแล้วอมยิ้ม
             “วอนนี่คงมีความสำคัญกับลูกของแม่มากนะ ถึงทำให้ลูกแม่เป็นแบบนี้ได้”  แม่พูด
             “ครับ มันเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของผม”  ผมบอก
             “แล้วทำไมเค้าถึงย้ายออกไปล่ะ”  แม่ถามอีก
             ผมถึงกับสะอึก ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะที่มันย้ายไปเป็นเพราะผมเอง แม่เห็นผมเงียบไปเลยพูดต่อ        
             “ไม่ต้องตอบแม่ก็ได้ บางครั้งคนเราก็ทำผิดพลาดกันได้ อยู่ที่ว่าเมื่อผิดแล้วได้พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นหรือเปล่า ถ้าทำเต็มที่แล้วจะเกิดอะไรก็ต้องเกิด”  แม่ผมเว้นวรรค
             “ที่สำคัญอย่าลืมฟังเสียงของหัวใจตัวเอง”  แม่ผมทิ้งท้าย ก่อนจะเข้ามากอดผม
             มันเป็นกอดที่หาได้ยากนักจากบ้านของผม แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรัก ความอบอุ่น ผมน้ำตาคลอ แม่ยิ้มให้ผม
             “แม่รู้ว่าโยจะผ่านมันไปได้”  แม่บอกพร้อมรอยยิ้ม
             “ครับ”  ผมบอกพร้อมกับกอดแม่แน่น
        …………………………………………………………………………………...




อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้
1

เห็นด้วยๆ
1

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

มีผู้แสดงความรู้สึก (2 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (2 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ GGonfire 2020-7-12 15:32
ในจุดที่โยกลืนไม่เข้า คายไม่ออกจริงๆ พอได้มองภาพมุมนี้จริงๆ ก็เข้าใจโยนะ แต่ก็นั้นแหละ โยเห็นแก่ตัวจริงๆ ที่ไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด เลือกสักทางให้จบๆกันไป ยื้อมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เจ็บกันหมดทุกทาง วอนแหละที่หนักสุด เพื่อนที่สนิทที่สุดกับน้าของตัวเองอ่ะ หลังหักเลยไหมหล่ะ
ตอบกลับ oadmagic 2020-7-13 11:53
1ัีรนนน

facelist doodle วาดรูป

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครเข้าเรียน

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม


ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2020-8-6 09:19 , Processed in 0.053474 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.31

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน