สมัครเข้าเรียน ลงชื่อเข้าใช้
จีโฟกาย.คอม หน้าแรก

BUrSlfโปรไฟล์ของ http://www.g4guys.com/?126082 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [RSS]

บล็อก

ตอนจบ "เป็นเพื่อนเดือนคณะ" ฉบับ fan made : part 2

ความนิยม 3เข้าชม/อ่าน 342 ครั้ง2020-7-10 13:41 |เลือกหมวดหมู่:เป็นเพื่อนเดือนคณะ

                                โปรดอ่านก่อนนะครับ

             1.งานเขียนในบล็อกนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของคุณ dacha2708 มีการตัดบางส่วนออกไปบ้าง เพิ่มเข้าไปบ้างตามจินตนาการของผมเอง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องให้ลงในบล็อกนี้ได้ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย  ห้ามมิให้นำงานเขียนในบล็อกนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
             2.เนื้อเรื่องในบล็อกนี้เป็นเรื่องราวต่อจากตอน  "เป็นเพื่อนเดือนคณะ 21 เมื่อโยกลับมา" ของต้นฉบับ  ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนควรอ่านของต้นฉบับตอนที่ 1-21 ก่อนนะครับถึงจะเข้าใจ
             3.กรุณาอย่าคอมเม้นท์พาดพิงถึงต้นฉบับหรือบุคคลอื่น อยากให้อ่านเพื่อความบันเทิง ไม่อยากให้เกิดดราม่าครับ
             4.งานเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผมผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ :)
              …………………………………………………………………………....


เป็นเพื่อนเดือนคณะ(ฉบับ fan made) 23 : คำขอบคุณ

             “หนูคงเป็นวอนใช่ไหมจ๊ะ”  เสียงของผู้หญิงวัยน่าจะ 50 ต้นๆ แต่งตัวดูภูมิฐาน มากับผู้หญิงวัยกลางคนอีกคน ทักผมด้วยคำถาม
             “ใช่ครับ”  ผมตอบด้วยสีหน้างงๆ ผมพยายามนึกอยู่ว่าเป็นคนรู้จักหรือเปล่า แต่ก็นึกไม่ออก
             “แม่ เป็นแม่ของโยน่ะจ้ะ”  ผู้หญิงคนนั้นบอกเมื่อเห็นผมทำหน้างงๆ
             “สวัสดีครับแม่”  ผมยกมือไหว้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแม่ของโยรู้จักผมได้อย่างไร
             แม่ของโยดูหน้าตาใจดีคล้ายกับแม่ของผม เมื่อพิจารณาดู โยได้เค้าหน้าของแม่มามากเหมือนกัน
             “วอน โยเป็นยังไงบ้างล่ะ”  แม่โยถามขณะที่ลงนั่งข้างๆผมบริเวณที่นั่งที่โรงพยาบาลจัดไว้  สีหน้าเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
             “โยถูกยิงที่ท้อง ตอนนี้เข้าห้องผ่าตัดอยู่ครับ ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง”  ผมตอบน้ำตาเริ่มคลอ
             “ผมขอโทษครับ เป็นความผิดผมเอง ถ้าโยไม่เข้ามาปกป้องผมโยคงไม่โดนยิง”  ผมกลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหวปล่อยให้มันไหลออกมา
             “อย่าโทษตัวเองไปเลยนะ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก โยเองก็คงมีเหตุผลของเค้าที่ทำแบบนั้น”  แม่โยปลอบพลางเอามือลูบหัวผม จนผมเริ่มรู้สึกดีขึ้น
             “แล้วเรื่องมันเป็นยังไงล่ะวอน”  แม่โยถาม ผมก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดคร่าวๆ ให้แม่โยฟัง เรานิ่งเงียบไปสักพัก
             “แล้วคุณพ่อของโยไม่มาด้วยหรือครับ”  ผมถามขึ้น
             “พ่อโยเค้าอยู่ต่างประเทศน่ะจ้ะ ติดเจรจาทางธุรกิจอีกหลายวันกว่าจะกลับเลยให้แม่มาดูโยก่อน  นี่อีกสองสามวันแม่ก็ต้องบินไปเหมือนกันติดนัดสำคัญเลื่อนไม่ได้ด้วย”  แม่โยตอบสีหน้าดูกังวล
             “ครับ”  ผมนึกในใจถ้าผมเป็นโย ผมก็คงจะเหงาเหมือนกันที่ครอบครัวไม่ค่อยได้อยู่กันพร้อมหน้าเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีเงินทองมากแค่ไหนก็ซื้อความอบอุ่นจากครอบครัวไม่ได้ นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้โยมีเซ็กส์กับใครไปทั่วเพื่อที่จะเติมเต็มความอบอุ่นที่ขาดหายไปก็ได้ เทียบกับผมแล้ว ผมค่อนข้างโชคดีถึงไม่ได้มีเงินทองมากมายเท่าโย แต่ผมก็ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร
             “เอ่อออ  แล้วแม่รู้จักผมได้ยังไงล่ะครับ”  ผมถามสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ แม่ของโยยิ้มอ่อนก่อนจะตอบ
             “โยเคยพูดถึงวอนให้ฟังบ่อยๆน่ะ แม่เคยเห็นรูปที่โยถ่ายกับวอนในโทรศัพท์เค้าด้วย”  แม่โยบอก
             “โยน่ะเหรอครับ พูดถึงผม?”  ผมถามด้วยความแปลกใจ
             “ใช่จ้ะ”  แม่โยพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อ
             “แม่รู้ว่าครอบครัวของเราไม่ค่อยอบอุ่นเท่าไหร่ ตอนที่โยเด็กๆ เป็นช่วงที่เราเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวกัน ทำให้พ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับโย ส่วนมากโยก็จะอยู่กับพี่ชายเค้า จนกลายเป็นคนติดพี่ไปโดยปริยาย ไปไหนก็จะไปด้วยกันตลอด”
             ("พี่ยัง”)  ผมคิดในใจ ทำให้นึกถึงตอนที่โยเล่าว่าเคยมีอะไรกับพี่ตัวเอง
             “พอโตขึ้นมาพี่ชายเค้าต้องไปเรียนต่างประเทศ ทำให้โยเค้ากลายเป็นคนขี้เหงา อยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้เจอพ่อกับแม่ โตขึ้นมาก็ดีหน่อยเพราะเค้าชอบเล่นกีฬา ทำให้มีเพื่อนฝูงที่เป็นนักกีฬาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นพูดถึงใครเป็นพิเศษ”  แม่โยเล่า
             “จนประมาณปีสองได้มั้ง เค้ามักจะเล่าถึงวอนให้ฟังบ่อยๆเวลาที่เค้ากลับบ้านแล้วเจอกับแม่ แรกๆแม่ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกคิดว่าคงเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี่ตอนที่เค้ากลับมาจากต่างจังหวัด โยดูเงียบๆไป พอดีช่วงนั้นแม่ว่างๆ ก็เลยมีโอกาสอยู่กับเค้าที่บ้าน ก็ถามเค้าว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เค้าตอบว่าวอนย้ายออกจากคอนโดเค้าไปสีหน้าเค้าดูเศร้าๆ และหลายสัปดาห์เลยที่เค้าอยู่บ้านอาจจะมีออกไปข้างนอกบ้าง แต่พอกลับมาก็มักจะนั่งเหม่อลอย แม่ถามว่าไม่กลับคอนโดเหรอ เค้าบอกว่ากลับไปก็ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเค้า แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ของเค้าทำไมจะไม่รู้ว่าลูกรู้สึกยังไง เลยทำให้แม่คิดว่าวอนต้องเป็นเพื่อนคนพิเศษสำหรับเค้าแน่นอน”  แม่โยบอกพร้อมกับส่งยิ้มมาที่ผม
             “ความจริงพ่อกับแม่ก็พอจะรู้มาตั้งนานแล้วหล่ะว่าโยชอบผู้ชาย และก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะโยก็โตแล้วมีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ไปก้าวก่ายชีวิตเค้า ตอนแรกที่รู้ว่าเค้ามีแฟนแม่ยังคิดว่าเป็นวอนเลย”  แม่โยบอกผม
             (“ไอ้โย”)  ผมกระซิบในใจ จิตใจผมสั่นไหว เพราะตอนนั้นผมไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆโยคิดยังไงกับผม มันเป็นพวกที่เก็บอาการเก่ง ทำให้เดาใจมันไม่ค่อยถูก ภายนอกมันอาจจะดูเป็นคนตรงๆ โผงผาง เซ็กส์จัด มีอะไรกับใครไปทั่ว ดูเฮฮาดี แต่ภายในใจมันไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันคิดอะไรอยู่ มันชอบเก็บความรู้สึกไว้ภายใต้หน้านิ่งๆ ของมัน
             เราคุยกันสักพัก ผมจึงขอตัวไปห้องน้ำ อยากล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นขึ้น พอกลับมาก็เห็นจิ๊บ โบและไอ้คิว นั่งคุยกับแม่โยอยู่
             “ไอ้วอน โยเป็นไงบ้าง”  จิ๊บเอ่ยถามผม
             “ไม่รู้เหมือนกัน เข้าห้องผ่าตัดไปพักใหญ่ๆแล้ว”  ผมตอบพยายามควบคุมสติของตัวเองไม่ให้ร้องไห้
             “มึงโอเคนะ”  จิ๊บถามด้วยความเป็นห่วง
             “กูโอเคมึง”  ผมฝืนตอบมันไป แต่ลึกๆในใจแล้วมันเต็มไปได้ความกังวล ความกลัว กลัวว่าจะสูญเสียมันไปอย่างไม่มีวันกลับ
             “แล้วน้าเอกเป็นไงบ้าง”  ผมอดสงสัยไม่ได้
             “ตำรวจเอาตัวไปแล้ว พอได้สติก็อาละวาดใหญ่ เห็นตำรวจบอกต้องเอาไปให้หมอตรวจว่ามีอาการทางจิตหรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องนำตัวไปรักษาก่อน”  จิ๊บเล่า
             “เอ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตำรวจนัดมึงไปให้ปากคำที่ สน. ด้วยนะ”  จิ๊บบอก
             “อืม ขอบใจพวกมึงมากจริงๆ ถ้าไม่มีพวกมึงกูก็ไม่รู้จะทำยังไง”  ผมพูดตามที่รู้สึก
             “ไม่เป็นไรหรอก เราเพื่อนกันเรื่องแค่นี้เอง”  โบบอกผม
             “ใช่ๆ มึงไม่ต้องกังวลไปนะ ยังไงพวกกูก็อยู่กับมึงเสมอ”  คิวพูดเสริม

             “ญาติคุณโยธินใช่หรือเปล่าคะ”  เสียงพยาบาลคนหนึ่งถามพวกเราที่นั่งอยู่
             “ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นแม่ของเค้าค่ะ”  แม่ของโยตอบ ทุกคนหันความสนใจไปที่พยาบาลคนนั้น
             “คุณหมอเรียนเชิญที่ห้องค่ะ”  พยาบาลบอกกับแม่โย
             “วอน ไปกับแม่นะ”  แม่ของโยหันมาบอกกับผม พวกจิ๊บหันมาพยักหน้าให้ผม ผมเดินตามแม่โยและพยาบาลไปยังห้องของหมอท่านหนึ่ง
             “คุณแม่ของคุณโยธินใช่ไหมครับ เชิญนั่งก่อนครับ”  หมอท่านนั้นบอก
             “ใช่ค่ะ”  แม่โยบอกขณะที่กำลังนั่งลง พร้อมๆกับผม
             “อาการลูกดิฉันเป็นยังไงบ้างคะหมอ”  แม่โยถามอย่างร้อนรน
             “คือคุณโยธินถูกยิงที่ท้องกระสุนฝังใน แต่โชคดีมากที่ไม่โดนจุดสำคัญอะไร ตอนนี้หมอผ่าหัวกระสุนออกหมดแล้ว อาการปลอดภัยแล้วครับ”  หมอบอก
             เหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวล ความกลัวทั้งหลายมลายหายไปหมดสิ้น เหลือแต่ความดีใจ แม่ของโยขอบคุณหมอทั้งน้ำตา ผมเองก็ดีใจจนน้ำตามันไหลออกมาเอง มันไม่รู้จะอธิบายยังไงว่ามันดีใจมากขนาดไหน
             “ตอนนี้คนไข้ยังต้องอยู่ไอซียูดูอาการซักสองสามวันนะครับ ช่วงนี้งดเยี่ยมไปก่อน กลัวจะติดเชื้อ เดี๋ยวคนไข้ออกจากไอซียูได้แล้วหมอจะแจ้งอีกทีนะครับ”  คุณหมอบอก
             “ยังไงก็ขอขอบคุณคุณหมออีกทีนะคะ”  แม่โยกล่าวขอบคุณหมอ
             …………………………………………………………………………...…

             สามวันต่อมาโยออกจากไอซียูมาอยู่ห้องพิเศษ มองรวมๆแล้วก็เหมือนห้องในโรงแรมดีๆนี่เอง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องน้ำในตัว แถมมีครัวเล็กๆสำหรับทำอาหารง่ายๆด้วย ผิดก็แต่เตียงนอนเป็นเตียงพยาบาลเท่านั้น     
             ผมเข้าไปเยี่ยมมันแต่เช้าก่อนจะไปเรียน เจอแม่ของโยกับผู้หญิงวัยกลางคนที่มากับแม่โยวันนั้น
             “สวัสดีครับแม่”  ผมพูดพร้อมกับพนมมือไหว้
             “อ้าว วอน สวัสดีจ้ะ”  แม่โยรับไหว้
             “โยเป็นยังไงบ้างครับ”  ผมถามพลางเหลือบไปมองโยที่กำลังนอนหลับอยู่
             “อาการดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ยังคงเจ็บแผลนิดหน่อย ทานข้าว ทานยาแล้วพึ่งหลับไปน่ะ”  แม่โยบอกสีหน้าดูยิ้มแย้มขึ้น
             “แล้วนี่แม่มาเฝ้าโยตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะครับ ทานอะไรหรือยังครับ”  ผมถาม
             “มาตั้งแต่เมื่อวานเย็นน่ะ ทานข้าวเรียบร้อยแล้วหล่ะ เดี๋ยววันนี้แม่ก็ต้องบินไปต่างประเทศแล้วด้วย”    แม่โยบอก
             “อ้าวแล้วอย่างงี้ใครจะเฝ้าโยล่ะครับ”  ผมสงสัย
             “เดี๋ยวแม่ให้คนที่บ้านมาดูน่ะ แม่คงไปไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับ”  แม่โยบอก
             “เอาอย่างนี้มั๊ยครับ เดี๋ยวตอนหลังเลิกเรียนแล้วผมมาเฝ้าโยให้ ส่วนตอนกลางวันที่ผมมีเรียนก็ให้คนที่บ้านแม่เฝ้าละกันครับ”  ผมอาสา
             “รบกวนวอนเปล่าๆ”  แม่โยพูด
             “ไม่หรอกครับ เลิกเรียนแล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไร เผื่อจะได้มาติวให้โยด้วย จะได้เรียนตามเพื่อนๆทัน”  ผมเสนอ
             “เอาอย่างนั้นก็ได้ ต้องขอบใจวอนมากนะ โยโชคดีจริงๆที่มีเพื่อนแบบวอน”  แม่โยบอกพร้อมกับยิ้มให้
             “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจ”  ผมคุยกับแม่โยสักพักแล้วจึงขอตัวไปเรียน
             ……………………………………………………………………….....…

             “วอน!”
             โยเรียกผมเมื่อผมเปิดประตูห้องเข้าไป คำเรียกที่ผมเคยฟังมานับครั้งไม่ถ้วน แต่คราวนี้มันพิเศษกว่าเดิม มันเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างส่งผ่านมากับคำนั้น ความรู้สึกเหมือนคนที่จากกันไปนานแสนนานแล้วได้กลับมาพบกันอีก  ผมตอบรับมันด้วยรอยยิ้มที่มีความรู้สึกเดียวกันกับมัน
             “โย มึงเป็นไงบ้าง”  ผมถามด้วยความห่วงใย
             “ก็ดีขึ้นแล้วหละ ยังเจ็บๆแผลอยู่บ้าง แต่อย่างอื่นกูยังแข็ง………...แรงอยู่นะ”  โยกวนผม
             “มึงเนี่ยะนะ ยังจะมาทะลึ่งอีก”  ผมด่ามัน
             “ทะลึ่งอะไร กูหมายถึงแขนขากูยังแข็งแรงอยู่ คิดลึกนะเรา”  โยกวนผมต่อ ป้าสาอดขำกับเราสองคนไม่ได้
             “ป้ากลับไปก่อนได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมดูไอ้โยมันต่อเองครับ”  ผมบอกป้าสา แม่บ้านที่ดูแลบ้านของโย คนที่มากับแม่ของโยวันนั้น
             “ได้ค่ะคุณวอน เดี๋ยวป้ากลับไปดูแลความเรียบร้อยที่บ้านก่อนนะคะ ลานะคะคุณโย คุณวอน ป้าไม่อยากเป็น ก.ข.ค.”  ป้าสาทิ้งระเบิดไว้ก่อนกลับ เล่นเอาผมสะอึก
             “วอนนน ตอนนี้ไม่มี ก.ข.ค. แล้วนะ”  โยพูดพร้อมส่งยิ้มมุมปาก
             “หยุดที่มึงคิดไว้เลยนะ”  ผมบอกมัน
             “มึงรู้เหรอว่ากูคิดอะไร”  โยยิ้ม
             “ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่”  ผมดักทางมัน
             “มึงนี่ เป็นคนคิดลึกตั้งแต่เมื่อไหร่ กูแค่จะบอกว่ากูหิวข้าว”  ไอ้โยพูดยังไม่เลิกยิ้ม
             “มึงก็บอกมาตรงๆซิ จะอ้อมไปดาวนาเม็กทำเชี่ยไร”  ผมด่ามัน
             “เดี๋ยวกูไปบอกพยาบาลให้”  ผมบอกมัน
             “มึงอย่าไปนานนะ กูคิดถึง”  ไอ้โยอ้อน
             “งอแงเป็นเด็กเชียวนะมึง นี่สมองมึงกระทบกระเทือนหรือเปล่าเนี่ยะ”  ผมบ่น
             “สมองกูไม่ได้กระทบกระเทือนหรอก แต่หัวใจกูน่ะไม่แน่”  ไอ้โยมันยังไม่เลิก
             “ไปดีกว่า เดี๋ยวกูจะประสาทแดกก่อน”  ผมรีบตัดบทแล้วเดินออกมาอย่างรวดเร็ว อดอมยิ้มกับพฤติกรรมของมันไม่ได้ จริงๆแล้วก็ดีใจนะที่มันยังมีอารมณ์ขันได้ แต่ปกติก็ไม่เคยเห็นมันขี้อ้อน กวนตีนแบบนี้ สงสัยกินยาผิดซอง
             จิ๊บ โบ และไอ้คิว มาเยี่ยมมันหลังกินข้าวเสร็จ เราช่วยกันติวให้ไอ้โยมัน  เอาชีทเล็กเชอร์มาให้มันไว้อ่าน ปี 3 เทอมปลายนี้เราเรียนกันค่อนข้างหนัก การบ้าน รายงานก็เยอะ เพราะปีหน้าก็ปีสุดท้ายแล้ว แถมปิดเทอมนี้ต่างคนก็ต้องแยกย้ายกันไปฝึกงานด้วย
             “วอน กูเหนียวตัวว่ะ”  โยบอกหลังจากพวกจิ๊บกลับไปแล้ว
             “เออๆ เดี๋ยวกูเช็ดตัวให้”  ผมบอก ไอ้โยทำท่ากระดี๊กระด๊า
             “เช็ดตัวให้อย่างเดียวนะมึง”  ผมดักทางมัน
             “โหย  มึงอ่ะ”  โยทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กอดเล่นของเล่น
             ผมเปิดน้ำก็อกใส่กะละมัง พร้อมกับผ้าผืนเล็กๆ หยดโคโลญหอมๆลงไปนิดหน่อย เอามาตั้งบนเก้าอี้ใกล้ๆเตียงที่โยนอนอยู่ ผมค่อยๆ ปลดเสื้อของโรงพบาบาลออกทำให้เห็นผ้าปิดแผลบริเวณหน้าท้องเหนือสะดือเยื้องๆไปด้านข้าง  ผมค่อยๆถอดกางเกงคนไข้ออกไปทางปลายเท้าอย่างเบามือ เผยให้เห็นโยน้อยนอนสงบนิ่งอยู่บนพงหญ้าสีดำ โยนอนนิ่งไม่พูดอะไรผิดกับเมื่อกี้
             ผมเอาผ้าขนหนูจุ่มน้ำแล้วบิดให้หมาดๆ บรรจงเช็ดที่หน้าของโย ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ซอกคอ ไล่ลงมาที่แขนทั้งสองข้าง สลับกับเอาผ้าไปจุ่มน้ำแล้วบิดให้หมาดๆ แล้วจึงย้ายไปเช็ดที่หน้าอกของโย รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นถี่กว่าปกติ ผมเช็ดไล่ลงมาเรื่อยๆตามลำตัว เว้นไว้แต่บริเวณแผล ลงมาที่ท้องน้อยที่มีขนสั้นๆ เรียงเป็นแนวจากสะดือเรื่อยลงไปจนถึงแก่นกายของโย ผมเช็ดบริเวณนี้ได้สักพักหนึ่ง เจ้าโยน้อยเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสัมผัส ผมเหลือบไปมองหน้าโยแวบหนึ่ง โยหลับตาพริ้ม ก่อนจะเช็ดลงไปเรื่อยตามขาทั้งสองข้าง จนถึงปลายเท้า     
             “โย ตะแคงข้างซิ”  ผมบอกมัน มันทำตามอย่างว่าง่าย ไม่มีเสียงพูดจากมัน
             ผมเช็ดหลังจากบนลงล่างเหมือนด้านหน้า ไล่ลงมาเรื่อยจนถึงก้นกลมกลึงได้รูป ค่อยๆแยกขามันออก แล้วเช็ดตามส่วนซ่อนเร้นของมัน โยสะดุ้งนิดๆ เริ่มหายใจแรงขึ้น แล้วจึงให้โยนอนหงายเหมือนเดิม คงเหลือแต่ท่อนโยน้อยที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด ผมใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดพวงไข่ของโยอย่างบรรจง ค่อยๆ ไล่ขึ้นไปถึงแท่งโยน้อย ซึ่งตอนนี้มันไม่น้อยซะแล้ว ผมค่อยๆรูดหนังหุ้มลงใช้ผ้าค่อยๆเช็ดไปมาอย่างเบามือ
             “ซี๊ดดดดด”  เสียงโยครางเบาๆ ตายังคงหลับอยู่ ท่อนของโยผงกตามจังหวะการเต้นของหัวใจมัน
             ผมเอาผ้าแห้งๆมาเช็ดตัวมันอีกรอบจะได้สบายตัวขึ้น เมื่อทุกส่วนสะอาดดีแล้ว ผมเหลือบไปมองหน้าโยอีกครั้ง โยยังคงหลับตาพริ้มอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับท่อนโยน้อยที่แข็งเต็มที่ ผงกหัวท้าทายผม ผมตัดสินใจแลบลิ้นไปสัมผัสกับปลายท่อนของโย
             “วอน!”  โยลืมตาขึ้นมอง ตาของเราประสานกันพักหนึ่ง ก่อนที่โยจะหลับตาลงอีก
             ผมเลียปลายท่อนของโยไล่ลงมาตามแนวเส้นสองสลึงจนถึงพวงไข่ ใช้ปลายลิ้นสัมผัสไข่ของโยเป็นการทักทาย โยสะดุ้ง แล้วอมไข่ข้างหนึ่งเข้าไปในปากพร้อมกับดูดเบาๆอยู่พักหนึ่ง
             “ซี๊ดดด วอนน”  โยครางเบาๆ ผมจึงเปลี่ยนไปเลียขึ้นไปตามท่อนของโย เหมือนเด็กที่กำลังเลียไอติมแสนอร่อย แล้วจึงค่อยๆกลืนท่อนนั้นหายไปในปากจนหมด
             “ซี๊ดดด อ่าาา”  โยส่งเสียงคราง เมื่อหัวหน่าวของโยสัมผัสกับปลายจมูกของผม
             ผมคายท่อนของโยออกมา แล้วดูดเน้นๆตรงส่วนหัว โยถึงกับบิดตัวด้วยความเสียว จากนั้นก็ใช้ปากรูดท่อนนั้นขึ้นลงช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
             “วอน อ่าาา วอน เสียวมาก ซี๊ดดด”  โยครางดังขึ้น ผมจึงเร่งความเร็วขึ้นมาอีกนิด ขาของโยเริ่มเกร็งจนถึงปลายเท้า มือของโยขยำผ้าปูเตียงแน่น
             ผมเปลี่ยนมาดูดท่อนสลับกับวนลิ้นตรงส่วนหัว สักพัก จึงกลับไปรูดท่อนด้วยปากเหมือนเดิมแต่เพิ่มความเร็วขึ้น
             “ซี๊ดดด วอนนน จะแตกแล้ว  โอ้ยยย จะแตกแล้ว”  โยครางเสียงหลง
             ผมเร่งความเร็วเต็มที่พร้อมกับออกแรงดูดไปด้วย
             “โอ๊ย แตกแล้ว  วอน แตกแล้ว อ่าาาา”  สิ้นเสียงของโย น้ำสีขาวขุ่นก็พุ่งเข้ามาในปากผม มันเยอะมากจนผมเผลอกลืนลงไปบ้าง บางส่วนก็ล้นออกมามุมปากผม  ท่อนของโยกระตุก อยู่สักพักก็อ่อนตัวลง ผมลุกไปทำความสะอาดปาก แล้วกลับมาทำความสะอาดท่อนของโย แล้วจึงใส่เสื้อผ้าให้โย
             “ขอบคุณมากนะวอน”  โยยิ้มบอกกับผม
             “แต่ทำไมมึงถึงยอมทำให้กูล่ะ”  โยถามด้วยความสงสัย
             “ถือเป็นคำขอบคุณที่มึงช่วยกูจนถูกยิง”  ผมตอบมันพลางยิ้มให้
             “รู้งี้กูยอมโดนยิงหลายๆนัดเลยดีกว่า มึงจะได้ขอบคุณกูเยอะๆ”  ไอ้โยกวนผม
             “มึงนี่ทำเป็นพูดเล่น”  ผมบ่นมัน
             “ไมล่ะ เป็นห่วงกูเหรอ”  โยกวน หลิ่วตาให้ผม
             “เป็นห่วงสิ ก็มึงเป็นเพื่อนกูนี่”  ผมตอบเสียงนิ่ง ไอ้โยสะอึกเล็กน้อย มันไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
             “เอกเป็นไงบ้าง”  โยถามเสียงเบา
             “ตำรวจเอาตัวไปแล้ว เห็นบอกว่าน้าเอกมีอาการทางจิต ต้องรับการรักษาก่อน”  ผมบอกมัน โยไม่ได้พูดอะไรต่อ
             “เอ้อโย  แล้วมึงเจอกูกับน้าเอกได้ไงวะ”  ผมนึกขึ้นได้
             “อ๋อ ก็วันนั้นจิ๊บเอาสมุดของเอกมาให้กูดู กูรู้สึกกังวลว่าเอกจะทำอะไรมึงหรือเปล่า ยิ่งกูพึ่งบอกเลิกกับเค้าไปด้วย เลยให้คนคอยตามดูเอกไว้”  โยเล่า
             “แล้ววันนั้นคนที่กูให้ตามดูเอกโทรมาบอกว่า เหมือนเอกนัดกับใครไว้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง กูเลยขับรถมาดูมึง เห็นรถมึงกำลังออกไปกูเลยขับรถตาม รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เลยโทรบอกพวกจิ๊บด้วย แล้วที่กูคิดไว้มันก็เป็นจริง”  โยอธิบาย
             “มึงเลยต้องมาโดนยิงเพราะช่วยกู”  ผมพูดเสียงอ่อย
             “ถ้ามึงเป็นกู มึงก็คงทำเหมือนกูนั่นแหละ”  โยบอก
             “อีกอย่าง กูก็มีส่วนผิดด้วยแหละ ถ้าตอนนั้นกูรู้ใจตัวเองและมีความกล้าพอ กูคงไม่ตัดสินใจผิดพลาด เรื่องทั้งหมดนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”  โยพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
             “กูก็ผิดด้วยแหละ ถ้าก่อนหน้านั้นกูบอกมึงไปตรงๆ ว่ากูชอบมึง เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด”  ผมบอกมัน
             “โย...”  ผมเว้นวรรค
             “มึงสัญญากับกูได้มั๊ย ว่าถ้ามึงมีอะไร หรือคิดอะไรอยู่มึงต้องบอกให้กูรู้นะ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เพราะกูไม่รู้จริงๆว่ามึงคิดอะไรอยู่ในใจ เรื่องทั้งหมดนี้คงไม่เกิดถ้าเราเปิดอกคุยกันตั้งแต่แรก ถ้ากูมีอะไรกูก็จะบอกให้มึงรู้เหมือนกัน”  ผมขอมัน โยจ้องผมครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา
             “ได้ กูให้สัญญา”  โยตอบพร้อมรอยยิ้ม ผมชอบเวลามันยิ้มนะ ไม่รู้สิ มันเหมือนโลกทั้งโลกยิ้มไปกับมัน
             “วอน”  โยเรียก
             “มีอะไร”  ผมถามมัน
             “เปล่า เรียกเฉยๆ”  โยเริ่มกวน
             “เริ่มอีกแล้วนะมึง”  ผมด่ามัน ไอ้โยเหมือนจะมีความสุขที่ได้กวนตีนผม
             “วอน”  โยมันเรียกอีก
             “คราวนี้ถ้าไม่มีอะไรอีก กูกระทืบมึงแน่”  ผมอารมณ์เสีย
             “ใจร้าย”  โยทำเสียงอ่อย
             “มึงอยากรู้จริงๆเหรอว่ากูคิดอะไรอยู่ในใจ”  เสียงโยเปลี่ยนเป็นจริงจัง
             “อยากสิ”  ผมตอบ

             …………………………………………………………………………....

1

อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้
1

เห็นด้วยๆ
1

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

มีผู้แสดงความรู้สึก (3 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (2 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ GGonfire 2020-7-10 17:15
เง้อออออ เขินอ่ะ มุมิไปหมด วอนมีความสุขแหละ วอนสมควรได้มีความสุข อ่านแล้วเขินมากจริงๆ แบบฮรุยยย นั่งยิ้มหน้าบานเลยครับ 555555
ตอบกลับ BUrSlf 2020-7-10 20:29
GGonfire: เง้อออออ เขินอ่ะ มุมิไปหมด วอนมีความสุขแหละ วอนสมควรได้มีความสุข อ่านแล้วเขินมากจริงๆ แบบฮรุยยย นั่งยิ้มหน้าบานเลยครับ 555555
  

facelist doodle วาดรูป

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครเข้าเรียน

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม


ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2020-8-6 08:38 , Processed in 0.051346 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.31

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน