สมัครเข้าเรียน ลงชื่อเข้าใช้
จีโฟกาย.คอม หน้าแรก

BUrSlfโปรไฟล์ของ http://www.g4guys.com/?126082 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [RSS]

บล็อก

ตอนจบ "เป็นเพื่อนเดือนคณะ" ฉบับ fan made : part 4

ความนิยม 2เข้าชม/อ่าน 153 ครั้ง2020-7-13 13:43 |เลือกหมวดหมู่:เป็นเพื่อนเดือนคณะ

                                      โปรดอ่านก่อนนะครับ

             1.งานเขียนในบล็อกนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับของคุณ dacha2708 มีการตัดบางส่วนออกไปบ้าง เพิ่มเข้าไปบ้าง ตามจินตนาการของผมเอง โดยได้รับอนุญาตให้ลงในบล็อกนี้ได้ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ห้ามมิให้นำงานเขียนในบล็อกนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
             2.เนื้อเรื่องในบล็อกนี้เป็นเรื่องราวต่อจากตอน  "เป็นเพื่อนเดือนคณะ 21 เมื่อโยกลับมา" ของต้นฉบับ  ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนควรอ่านของต้นฉบับตอนที่ 1-21 ก่อนนะครับถึงจะเข้าใจ
             3.กรุณาอย่าคอมเม้นท์พาดพิงถึงต้นฉบับหรือบุคคลอื่น อยากให้อ่านเพื่อความบันเทิง ไม่อยากให้เกิดดราม่าครับ
             4.งานเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผมผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ :)
             …………………………………………………………………………………


เป็นเพื่อนเดือนคณะ(ฉบับ fan made) 25 (part โย) : สิ่งที่อยู่ภายในใจ 2

             ช่วงที่ผมอยู่บ้าน ได้อยู่กับแม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ผมยังคงไปหาเอกบ้าง แต่เวลาที่เรามีอะไรกัน ในหัวผมมักจะเห็นหน้าไอ้วอนลอยมาเสมอ มันทำให้ผมสับสนในความสัมพันธ์กับเอก ว่าทำไมผมจึงยอมเป็นแฟนกับเอก แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้
             ผมคิดถึงไอ้วอนมันมาก เกือบเดือนที่ไม่ได้เจอกัน ไม่มีแม้แต่คำบอกลา มันหายไปจากชีวิตผมเฉยๆ ผมเอาแต่จ้องโทรศัพท์หวังว่ามันจะโทรมาแต่ก็ไม่มี พอจะโทรไปใจก็ไม่กล้า ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงกับสิ่งที่ผมทำ พอพิมพ์ข้อความถึงมันก็ลบทิ้งก่อนจะส่งทุกที ดูเหมือนคนบ้า
             จนถึงวันที่ต้องไปเข้าค่ายอาสา ผมต้องแวะไปส่งเอกขึ้นเครื่องก่อนจะขับรถตามไป ในใจผมเริ่มปั่นป่วนอีกครั้งที่จะต้องเจอหน้ากับวอน หลายคำถามผุดขึ้นในใจ มันจะเกลียดผมไหม? มันจะยังยอมเป็นเพื่อนผมหรือเปล่า? ผมควรทำตัวกับมันยังไง? มันจะเจ็บปวดไหมเมื่อเจอหน้าผม? แต่ลึกๆแล้วผมดีใจนะที่จะเจอมันอีกถึงแม้มันจะเกลียดผมก็ตาม
              ผมจอดรถในโรงเรียนที่เรามาทำค่ายอาสากัน มองออกไปเห็นคนนั่งอยู่กลุ่มหนึ่ง ไอ้วอนนั่งอยู่ในนั้นด้วย หัวใจผมเต้นแรงขึ้น ผมพยายามข่มใจให้นิ่งไว้
             ผมลงไปทักทุกคน จนมาถึงคนสุดท้าย ไอ้วอน! ผมสบสายตากับมัน มีถ้อยคำ ความรู้สึกหลายอย่างที่อยากจะบอกกับมันส่งผ่านไปทางสายตา
             “สบายดีนะ”  ผมทักมัน ไม่รู้จะทำตัวกับมันยังไงดี
             “อืมสบายดี”  มันตอบผมแค่นั้น หัวใจผมหล่นวูบลงไป
             “กินอะไรมายังโย”  คิวถามผมเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดขึ้น
             “กินมาแล้วเบียร์ดีกว่า”  ผมลงนั่งข้าง ๆ โบ คิวจัดการรินเบียร์ให้ผม
             “ไปไหนมาวะ”  โบถาม
             “ไปส่งคนที่สุวรรณภูมิมาพอส่งเสร็จก็รีบมาเลยเนี่ย”  ผมบอก
             “แฟนเหรอน้อง”  ครูไก่ ครูคนหนึ่งที่อยู่ที่นี่ถามขึ้น มันเป็นคำถามที่เสียดแทงใจทั้งผมและไอ้วอน
             “ครับ พอดีแฟนผมเขาต้องไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะครับ”  ผมฝืนตอบไปแล้วยิ้มให้ผมรู้ว่าไอ้วอนมันคงเจ็บปวดไม่น้อย ผมไม่รู้จะเลี่ยงยังไง ได้แต่ตอบไปตามความจริง
             “พรุ่งนี้ประชุมกับทีมตอนหลังกินข้าวเที่ยงนะ”  วอนบอกผม
             “อ่อขอบคุณ”  ผมตอบ แล้วยิ้มให้ ผมทำได้แค่นั้นจริงๆ
             ทุกคนคุยกันต่อสักพักจึงแยกย้ายกัน จัดสัมภาระเข้าที่พัก ผมนอนห้องเดียวกับ วอน คิว และ อ.วิน โดยที่ผมนอนกับ อ.วิน ไอ้วอนนอนกับคิว ผมเห็นไอ้วอนเดินไปอาบน้ำ จึงตามไปอาบห้องข้างๆมัน
             “ไอ้วอนใช่ไหม”  ผมถามมันผ่านกำแพงห้องน้ำที่กั้นห้องของมันกับผม
             “เออ”  มันตอบ
             “วอนกูกับมึง ยังเป็นเพื่อนกันไหม”  ผมถามเสียงนิ่งแต่หัวใจกลับสั่นรัว กลัวในคำตอบของมัน
             “เป็นสิวะเหมือนเดิมแหละ แค่กูเห็นมึงยุ่ง ๆ กูก็ยุ่ง ๆ เลยไม่ได้เจอกัน”  มันบอกผม
             “เห็นอยู่ๆ มึงย้ายของไป”  ผมทำใจกล้าถามมันออกไป
             “ก็เห็นมึงมีแฟนกูอยู่อาจไม่สะดวกไง”  มันตอบน้ำเสียงสั่นนิดๆ เหมือนฝืนความรู้สึกอยู่
             “มึงรู้ทุกอย่างแล้วใช่ไหม”  ผมถามเสียงเบา หัวใจสั่นระรัว
             “อือใช่ ทุกอย่างแล้ว เท่าที่คนอื่นรู้”  มันตอบ
             “วอนกูขอโทษ”  เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอกทำให้เสียงออกมาอย่างแผ่วเบา
             ผมได้ยินไอ้วอนเปิดประตูออกไป ผมเลยเปิดตามมันออกมา ร่างกายของเราเปลือยเปล่า เปียกพราวไปด้วยหยดน้ำทั้งคู่
             “กูอธิบายได้นะ”  ผมยืนตรงหน้ามัน บอกมันออกไป
             “ไม่ต้องหรอกมึงไม่ได้ผิดอะไรนี่ ไม่เห็นต้องอธิบาย”  มันบอก
             “แต่....”  ผมพยายามจะพูดต่อ
             “กูโอเคโย กูโอเคแล้ว”  มันชิงพูดตัดบทพลางยิ้มให้ ผมรู้สึกว่ามันกำลังฝืนใจอยู่
             “เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมใช่ไหม”  ผมถามเพื่อความแน่ใจ
             “ใช่เราเป็นเพื่อนกัน”  มันตอบ ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่มันยังยอมเป็นเพื่อนกับผมอยู่
             มันเข้าไปในห้องน้ำหยิบผ้าเช็ดนุ่งตัวกับเครื่องอาบน้ำ แล้วเดินออกมา ผมถือโอกาสเข้าไปกอดมันจากด้านหลังด้วยความคิดถึง  ผมอยากจะให้มันรู้สึกดีขึ้น สิ่งที่ผมพอจะตอบแทนให้มันได้ผมนึกอะไรไม่ออกจริงๆนอกจากเซ็กส์ คิดแบบนั้นท่อนของผมก็แข็งขึ้นมา ผมเลยเอาท่อนของผมถูร่องก้นของมัน
             “กูคิดถึงมึงวอน”  ผมกระซิบข้างหู และเริ่มไซร้คอมัน มันดิ้นตัวออก แล้วพูดว่า
             “กูขอตัวก่อนแล้วกัน กูไม่มีอารมณ์ว่ะ”  มันเดินออกไปโดยไม่หันมามองผม
             ใจของผมที่ชุ่มชื่นกลับแห้งเหี่ยวลงไปในทันที ไอ้วอนมันยังคงโกรธผม ถึงแม้ว่ามันจะบอกว่าเรายังเป็นเพื่อนกัน แต่มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม ผมพอจะเข้าใจ อย่างน้อยมันก็ยังยอมเป็นเพื่อนกับผม ถึงแม้จะไม่เหมือนเดิมก็เถอะ
             …………………………………………………………………………………

             ผมเดินกลับมายังห้องนอนด้วยอาการเหม่อลอย หัวใจเต็มไปด้วยความเกลียด เกลียดตัวเองที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมทนต่อเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ไหว ทำผิดร้ายแรงจนไม่น่าให้อภัย ผมข่มขืนไอ้วอน! น้ำตาผมเริ่มเอ่อออกมา
             ภาพไอ้วอนวิ่งออกไปพร้อมน้ำตา ยังคงติดตาผมอยู่ มันไปไหน มันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ผมอยากจะวิ่งตามมันไป แต่ขามันก้าวไม่ออก มันคงยังไม่อยากเจอหน้าผม ผมได้แต่มองมันวิ่งหายไปในความมืด ผมพยายามข่มตานอนแต่ก็นอนไม่หลับ ตีสามแล้วมันยังไม่กลับมา ผมอยากจะลุกไปตามหามัน แต่ก็กลัวว่าถ้ามันเห็นหน้าผมสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีก คงได้แต่รอให้ใจมันสงบลง
             “ไอ้โยมึงเห็นไอ้วอนไหมวะ”  โบถามตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
             “ไม่เห็นว่ะเมื่อคืนก็ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง”  ผมบอกโบตามจริง ในใจกระวนกระวายเพราะผมเป็นต้นเหตุที่มันหนีไป ถ้ามันเป็นอะไรไปผมคงไม่ให้อภัยตัวเองอีกเลย
             “มันหายไปไหนวะนี่หาตั้งแต่เช้าแล้ว อ.วิน อ.ก้อย จะคุยด้วยหน่อย”  โบบ่น
             “เออๆ กูช่วยหา ตามไอ้พวกนั้นด้วยสิ”  ผมฝืนพูดเสียงนิ่ง แต่ในใจร้อนรนแทบจะทนไม่ไหว
             (“ไอ้วอน กูขอโทษ มึงอย่าเป็นอะไรนะ”)  ผมตะโกนในใจ
             ทุกคนออกตามหาไอ้วอนจนแปดโมงเช้าแล้ว ยังไม่มีใครเจอสักคน
             “ไอ้วอนไอ้วอน เจอไอ้วอนแล้ว”  คิวตะโกนลั่น
             ผมได้ยินไอ้คิวตะโกนรู้สึกโล่งอกที่มันไม่เป็นอะไร มันนอนอยู่ในกองโต๊ะนักเรียนเก่า ๆ ที่กองไว้อยู่หลังห้องเก็บของ ทุกคนถามว่ามันเป็นอะไร มันบอกว่ามันเมาไปหน่อย แต่ผมรู้แก่ใจดีว่าไม่ใช่อย่างที่มันพูด ผมรู้สึกละอายใจจนต้องเดินหนีออกมา ขนาดผมทำเรื่องเหี้ยๆกับมันขนาดนี้ มันยังไม่โทษผมเลย ผมคงไม่มีหน้าไปพบมันอีกแล้ว
             ผมพยายามหลบหน้ามันช่วงที่เราเจอกัน จนถึงกิจกรรมช่วงกลางคืน เป็นกิจกรรมที่ให้จับคำถามหรือคำขอจากกล่อง ถ้าได้คำถามหรือคำขออะไรก็ต้องตอบคำถามหรือทำตามคำขอนั้น    
             “ในเรื่องจูบจริงไหมคะ”  พิธีกรถามคำถามนี้กับผม
             “จูบจริงครับมีลิ้นด้วย”  ผมตอบ
             “โหยอยากเห็นจูบ หรืออยากโดนจูบกันคะ”  พิธีกรบิ้วสร้างเสียงฮือฮา ทุกคนอยากเห็นผมจูบกับไอ้วอน ผมคงจะหลบหน้ามันไม่ได้อีกแล้ว ไอ้วอนมองไปที่อ.ก้อย อ.วิน แวบหนึ่ง
             ผมยืนตรงกลางวง  ไอ้วอนค่อยๆลุกขึ้น สีหน้ามันดูฝืนใจ แต่มันก็ยังคงเดินมาหาผม เรายืนตรงหน้ากัน ผมเอื้อมมือไปจับแขนไอ้วอนอย่างอ่อนโยน เราสบตากัน ผมพยายามส่งผ่านความรู้สึกของผมจากก้นบึ้งของหัวใจผ่านสายตาไปถึงมัน ความรู้สึกที่ผมไม่เคยบอกกับมัน ความรู้สึกที่ผมเก็บไว้มานาน จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่วินาทีนี้ผมอยากจะบอกมันจากใจ  "วอนกูรักมึง"
             ผมเข้าไปใกล้มัน ไม่มีคำพูดใด ปากผมเลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากไอ้วอนเรื่อยๆ รู้สึกได้ถึงลมหายใจอันแผ่วเบาของมัน ริมฝีปากของเราสัมผัสกัน มันอุ่น นุ่ม ผมส่งลิ้นผ่านริมฝีปากของมันจนสัมผัสได้ถึงลิ้นของวอน วอนโอบกอดผมพร้อมกับส่งลิ้นของมันมาทักทาย ลิ้นของเรากระหวัดเกี่ยวกันในปาก  ลมหายใจของเราถูกแบ่งปันกัน มันหายใจด้วยลมหายใจของผม ผมหายใจด้วยลมหายใจของมัน  ความรู้สึกทั้งหมดที่มีของผมถูกส่งผ่านออกไป จากใจนึงสู่อีกใจนึงผ่านจูบนั้น แลกเปลี่ยนความรู้สึกของกันและกัน โดยไม่ต้องมีคำพูดใด มันเป็นจูบที่นุ่มนวล อบอุ่น แปลกใหม่ ไม่เหมือนที่เคยมา ความรับรู้สิ่งรอบข้างหายไป เหมือนกับโลกนี้มีเพียงผมกับมัน เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้  รู้แต่ว่ามันเป็นรสจูบที่ประทับใจจริง ๆ
             ………………………………………………………………………………..

             หลังจากจูบนั้นมันทำให้ผมรู้ว่าไอ้วอนมันไม่ได้เกลียดผมซะทีเดียว ผมยังมีโอกาส
             “กูอยากคุยกับมึง”  ผมบอกมันขณะยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าอาคาร เพื่อรอพบมัน
             มันพยักหน้า เราเดินไปนั่งลงที่โต๊ะหินที่หน้าอาคาร
             “กูขอโทษ”  ผมพูดออกไปตามที่รู้สึก
             “เรื่องอะไร”  มันถาม
             “เรื่องเมื่อคืนและทุกเรื่องที่ผ่านมา”  ผมบอก สำนึกในความผิดที่ผมทำ
             “เออช่างมันเถอะ”  มันบอกผม ผมรู้ว่ามันพูดไปอย่างงั้นแหละ
             “วอน”  ผมเรียกมัน
             “จูบเมื่อกี้มันรู้สึกดีนะ”  ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
             “อืม พูดเหมือนเราไม่เคยจูบกัน”  มันบอก หันมามองหน้าผม
             “เนอะ”  ผมรับ ก่อนจะเงียบลง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
             “เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหม”  ผมโพล่งประโยคที่อยากจะพูดมานาน ทำลายความเงียบลง
             “เพื่อนเหมือนเดิมน่ะเหรอก็เป็นอยู่ไง กูไม่ได้โกรธมึง”  มันตอบผม แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม
             “มันเหมือนเรามีอะไรมากั้น มันเหมือนเราไม่เหมือนเก่า”  ผมบอกความในใจ
             “มึงมีแฟนแล้วโยมึงไม่ต้องมีกูแบบเมื่อก่อนก็ได้”  มันพูดออกมาโดยไม่มองหน้าผม
             เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่ที่ลำคอผม
             “แต่...”  ผมพยายามจะพูดต่อ
             “มึงกูก็รัก น้าเอกกูก็รัก ดูแลกันดีๆแล้วกันนะ กูยังเป็นเพื่อนมึง แต่เราก็คงมีระยะห่างกัน มันคงเหมือนเดิมไม่ได้”  มันชิงพูดก่อน ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
             “เรายังเป็นเพื่อนกันนะแต่ไม่เหมือนเดิม”  มันเน้นย้ำคำเดิม
             หัวใจผมเหมือนถูกมันบีบเอาไว้ มันจุก มันเจ็บปวด เมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่จะโทษใครได้ เพราะทั้งหมดนี้ผมทำมันเอง ความเศร้าเข้ามาเกาะกินใจผม
             “วอนกู.....”  ผมพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ได้แต่สมน้ำหน้าตัวเองความเงียบเข้ามาปกคลุมระหว่างเราอีกครั้ง
             “โยบอกกูได้ไหม มึงไปคบกับน้าเอกได้ยังไงวะ”  มันหันหลับมาถามผม หลังจากเงียบอยู่นาน
             “กูเล่าแล้วมึงไม่โกรธนะ”  ผมเล่าความจริงที่มันอยากรู้ให้มันฟัง
                            ………………………………………………..

             “แล้วทำไมมึงไม่คบกับกู”  มันตะโกนขึ้นหลังจากฟังผมเล่า
             “กูไม่อยากเสียเพื่อนอย่างมึง”  ผมบอกมัน ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันชอบผมหรือเปล่า ผมกลัวว่าถ้ามันรู้ว่าผมชอบมัน มันจะเปลี่ยนไป
             “มึงไม่รู้เหรอว่ากูคิดยังไงกับมึง”  มันพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
             “กูไม่รู้กูไม่กล้าคิด”  ผมบอกเสียงเบา
             “ไอ้เหี้ยโยมึงมัน”  มันด่าผม รับรู้ได้ถึงความโกรธ ความอัดอั้นตันใจของมัน ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง
             “แล้วทำไมมึงไม่บอกกู”  มันระเบิดคำถามต่อ
             “เอกไม่อยากให้บอก ยิ่งพอเกิดเรื่องที่ทะเล กูยิ่งไม่กล้าบอก”  ผมบอกมัน
             “งั้นก็แล้วแต่ กูคงอยู่ในชีวิตมึงไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานะไหน”  มันบอกผมทั้งน้ำตา ผมไม่รู้จะทำยังไงอีกแล้ว
             “กูขอโทษ”  ผมพูดได้เท่านี้ มันเป็นสิ่งที่ผมอยากบอกมันจากใจจริงๆ
             “โชคดีนะขอให้มึงมีความสุขแล้วกัน”  มันบอกผมพร้อมกับเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง
             มันจบแล้ว! หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่คำว่าเพื่อน ไอ้วอนมันเดินออกจากชีวิตผมไปแล้ว น้ำตาผมเอ่อออกมาอาบสองแก้ม ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไงเมื่อไม่มีมัน
             ผมตัดสินใจขับรถกลับวันนั้น ไม่มีหน้าไปพบมันอีกแล้ว มันคงเกลียดผมจริงๆ น้ำตาผมไหลตลอดทาง
             ……………………………………………………………………………….

             หลังจากกลับไปเราก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย ขึ้นปี 3 เทอมแรก ผมได้แต่ซ้อมกีฬาอย่างหนักเพื่อไม่ให้มีเวลาไปคิดถึงมัน แต่ถ้าว่างเมื่อไหร่เรื่องที่เกิดขึ้นก็กลับมาหลอกหลอนอยู่เรื่อยไป  การเรียนผมก็แย่ลงเพราะไม่มีกระจิตกระใจเรียนและยิ่งผมโง่ๆอยู่แล้วด้วย ผมไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจผิดพลาดแค่ครั้งเดียว มันจะเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล
             ตลอดสามสี่เดือนของเทอมแรกผมไม่ได้เจอหน้ามันเลย มันหายไปจากชีวิตผมแล้วจริงๆ คิดทีไรก็เจ็บปวดหัวใจทุกที เหมือนกับหัวใจมีบาดแผลที่ไม่มีวันหาย ป่านนี้มันจะเป็นยังไงบ้างนะ มันจะคิดถึงผมบ้างไหม ผมยังไม่เคยลืมมันเลยถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นเพื่อนผมแล้วก็ตาม
             ผมกับเอกก็ยังคบกันอยู่ แต่หลังๆก็เจอกันน้อยลง เพราะเค้าก็มีงานที่ต้องไปต่างจังหวัด ต่างประเทศอยู่บ่อยๆ และผมก็เครียดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่อยากจะเจอใคร เวลาที่เราอยู่ด้วยกันผมมักจะเห็นหน้าวอนผุดขึ้นมาในหัวเสมอๆ
             ผมมักจะรู้สึกว่าเอกมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้ผ่านแววตาของเค้า นานๆเข้า ผมรู้สึกเหมือนรู้จักเอกน้อยลงทุกทีๆ ความรู้สึกนี้มันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงมันก็ปะทุขึ้นมา
             ทำให้ผมต้องมานั่งทบทวนตัวเองดูว่าชีวิตแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องการจริงหรือ? ผมมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่นี่หรือเปล่า? ผมต้องการอยู่กับเอกไปจนแก่เฒ่าหรือเปล่า? แล้วใบหน้าของวอนก็ลอยเข้ามา ทำให้ผมหวนไปนึกถึงคำที่แม่ผมเคยบอกไว้
             (“บางครั้งคนเราก็ทำผิดพลาดกันได้ อยู่ที่ว่าเมื่อผิดแล้วได้พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นหรือเปล่า ถ้าทำเต็มที่แล้วจะเกิดอะไรก็ต้องเกิด”)
             (“ที่สำคัญ...อย่าลืมฟังเสียงของหัวใจตัวเอง”)
             วินาทีนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองอย่างแจ่มชัด ทั้งที่มันก็ตะโกนบอกกับผมอยู่ตลอดเวลาแต่ผมไม่เคยสนใจที่จะฟังมัน หัวใจมันบอกว่าผมต้องการวอน ผมรักมัน ผมอยากมีมันอยู่ในชีวิต ผมเคยทำผิดพลาดครั้งสำคัญมาแล้ว แต่ผมยังไม่เคยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขมัน ได้แต่ปล่อยไปตามยะถากรรม ครั้งนี้ผมตัดสินใจแล้ว เป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ที่สุดในชีวิตผม ผมอยากกลับไปอยู่ในชีวิตไอ้วอน ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่ผมรัก ผมจะยอมทำทุกอย่าง…..แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ยอม!
             …………………………………………………………………………………

1

อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้
1

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

มีผู้แสดงความรู้สึก (2 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (2 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ GGonfire 2020-7-13 16:28
ตัดสินใจผิดแค่ครั้งเดียว ส่งผลทุกอย่างเลย แต่ความคิดโยที่มีแค่เงินกับเซ็กส์ และคิดจะตอบแทนวอนด้วยเซ็กส์เป็นอะไรที่ไม่โอเคมากๆ โยต้องเปลี่ยนความคิดนี้ ใจนึงคิดว่าถ้าโยต้องรับผลจากการกระทำนี้ ต้องอยู่กับน้าเอกตลอดไปจะเป็นไง แต่ก็อยากให้วอนมีความสุขอ่ะ
ตอบกลับ BUrSlf 2020-7-13 18:16
GGonfire: ตัดสินใจผิดแค่ครั้งเดียว ส่งผลทุกอย่างเลย แต่ความคิดโยที่มีแค่เงินกับเซ็กส์  ...
เรื่องที่โยมีความคิดว่าสิ่งที่พอจะตอบแทนทุกคนได้คือเงินกับเซ็กส์นั้นอ้างอิงมาจากตอนที่ 19 ของต้นฉบับครับ มันเป็นความคิดก่อนที่โยจะเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ

facelist doodle วาดรูป

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครเข้าเรียน

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม


ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2020-8-6 10:06 , Processed in 0.163512 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.31

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน