zebu โพสต์ 2026-8-30 00:41:03

น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่31

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-30 00:54

เพราะคืนนี้เขาอยากให้อาหารบนโต๊ะนี้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดของวัน

...............................
เย็นวันจันทร์ โต๊ะอาหารมีกลิ่นข้าวสวยร้อนๆ และกับข้าวที่คุ้นเคย
น้าสาวตักกับข้าวให้น้าอ๊อด
ยิ้มเล็กน้อย สายตามองน้าอ๊อดที่นั่งตรงข้าม
“วันนี้พี่กินน้อยนะคะ”
น้าอ๊อดส่ายหน้า
ตักข้าวเข้าปากช้าๆ
“อร่อย..แค่วันจันทร์มันเหนื่อยๆ”
น้าอ๊อดไม่ได้โกหกทั้งหมด
ท้องหิว แต่หัวยังไม่ว่าง
น้าสาวยื่นน้ำให้
น้าอ๊อดพูดถึงงานวันพรุ่งนี้
น้าสาวพยักหน้า แล้วน้าอ๊อดวางมือทับมือเธอบนโต๊ะ
ระหว่างนั้นภาพเช้าวันอาทิตย์แวบขึ้นมาโดยไม่ทันห้าม
ประตูคอนโด แก้วกาแฟ
กับธันวาที่เขาขอบคุณแล้วเดินจากมา
น้าอ๊อดเก็บภาพนั้นไว้ในอก
ไม่พูดออกมา
...................
ส่วนอีกด้านของเมือง
เรื่องของธันวายังค้างอยู่ตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์
หลังประตูปิด
ธันวายืนอยู่ในห้องรับรับแขก จนเสียงลิฟต์หายไป
ห้องยังมีกลิ่นสบู่
จานไข่ดาวยังอยู่ที่อ่าง
แก้วกาแฟของน้าอ๊อดยังวางใกล้หน้าต่าง
ธันวาไม่ได้เปิดประตูตาม
เดินเก็บของช้าๆ
ล้างแก้ว
เช็ดโต๊ะ
เปิดหน้าต่างให้อากาศยามเช้าถ่ายเทและแทนไอน้ำในห้องน้ำ
แสงยามเช้าที่ยังรู้สึกอบอุ่นบนเตียง
ตอนนี้กลายเป็นแสงธรรมดาบนพื้นไม้
ธันวานั่งลงบนโซฟา เอนหลัง
มองเพดาน ธันวาไม่ได้โกรธน้าอ๊อด
น้าอ๊อดไม่ได้สัญญาว่าจะอยู่
บอกแล้วว่าจะปิด ก็รับแล้ว แต่การรับได้
กับการนั่งอยู่คนเดียวหลังประตูปิด
ไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกัน
ทั้งวันอาทิตย์ธันวาอยู่คอนโดคนเดียว
ทำงานบ้านบ้าง อ่านหนังสือบ้าง
ลุกไปเปิดตู้เย็นแล้วยังไม่กิน
มือว่างเมื่อไร หัวจะกลับไปคิดถึง
อ้อมกอดก่อนน้าอ๊อดจะเดินออกจากห้อง
กอดแน่น คำขอบคุณ แล้วก็จากไป
ค่ำนั้นเขาไม่ได้เปิดไฟมาก
นั่งบานโซฟาเดิม
กับความรู้สึก...ที่เหมือนเพิ่งถูกวางไว้ในห้องว่าง
แล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเองพอจะฟังใครได้อีกไหม
เมืองด้านล่างเริ่มสว่างเป็นจุดๆ

โทรศัพท์มือถือสั่นและดัง
“บี”
ธันวามองชื่อนั้นครู่หนึ่งก่อนรับ
“ฮัลโหล”
เสียงบีดังมาพร้อมลมเย็นและเสียงจักจั่น
“พี่ธันวาครับ
รบกวนได้ไหมครับ”
ธันวาหลับตาลงนิดหนึ่ง
“ได้ อยู่ไหน”
“สุโขทัยครับ เดินออกมานั่งระเบียงบ้านแม่
ข้างในแม่ดูทีวีเสียงดัง”
ธันวาพิงโซฟา
“โทรมาทำไม อยู่บ้านเกิดเหงา หรือคิดถึงคนที่กรุงเทพ”
สายนิ่งไปครู่หนึ่ง
บีตอบช้ากว่าปกติ
“เหงาครับ แต่ไม่ใช่เหงาแบบอยากหนี
แม่ก็อยู่ ข้าวก็มีกิน ห้องนอนเก่าก็ยังเป็นห้องผม
ไม่มีใครไล่ แต่ยังอยากได้ยินเสียงพี่”

บีนั่งกอดเข่าบนระเบียงไม้
แก้มเย็นจากลมทุ่งนา
โทรศัพท์ติดอยู่ที่หูจนเริ่มร้อน
ในห้องแม่ยังมีเสียงละคร
จานข้าวเย็นถูกเก็บไปแล้ว
บ้านสุโขทัยคืนนี้ไม่ได้ขาดอะไร
มีที่นอน
มีข้าว
มีแม่
บีจึงยิ่งรู้ชัดว่าสิ่งที่ขาดไม่ใช่บ้าน
สิ่งที่ขาดคือเสียงของธันวา
บีหลับตา
ปล่อยให้ลมผ่านหน้า
ความรู้สึกที่มีต่อธันวาไม่ได้พุ่งขึ้นมาคืนเดียว
มันค่อยๆ ก่อตั้งแต่กรุงเทพ
แล้วมาชัดตอนกลับบ้านเกิด
ตอนอยู่ใกล้ธันวา บีเคยคิดว่าตัวเองแค่ใจอ่อน
แค่ต้องการคนที่ไม่ดุ
แค่ต้องการที่นั่งที่ไม่ต้องระวังน้า
แต่สองสามวันนี้บ้านสุโขทัยเงียบพอให้เขาไล่ภาพทีละวัน
ภาพธันวายืนข้างกระดานในห้องเรียน
ภาพธันวาแกล้งเขาเล็กๆ จนเขิน
ภาพธันวาทำกับข้าวให้กิน
ภาพธันวาไม่เร่งให้เขาตอบอะไรในคืนที่เสียใจ
ทุกภาพไม่ได้ทำให้เขาคิดถึงที่หลบ
ทำให้เขาคิดถึงคนที่อยู่อีกฝั่งของสายโทรศัพท์
“พี่ธันวาครับ…”
“หืม”
บีกลืนน้ำลาย
“ผมไม่รู้จะพูดยังไงให้ไม่ดูเด็ก
แต่สองสามวันนี้ผมคิดถึงพี่บ่อยกว่าที่คิด”
ธันวาไม่ได้ตัดบท
รอ
บีมองมือตัวเองที่กำชายกางเกง
“คิดถึงน้าก็ยังคิดถึงทุกวันครับ
ตื่นมาก็คิด
เห็นเสื้อคล้ายเครื่องแบบทหารอากาศก็คิด
แต่คิดถึงน้าแล้วผมจะหน้าอกตึง เหมือนหายใจไม่ออก
คิดถึงพี่แล้วผมนึกถึงเสียง
นึกถึงจังหวะที่พี่เรียกชื่อผม
นึกถึงตอนพี่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นบีได้อยู่”
บีนิ่งไปนิดหนึ่ง
แล้วพูดต่อช้าๆ

“ผมเริ่มรู้แล้วว่าอันนี้ไม่ใช่แค่ความอบอุ่นชั่วคราว
มันเริ่มเป็นความอยากเจอ
ความอยากได้ยิน
ความอยากให้พี่รู้ว่าผมไม่ได้โทรมาเพราะไม่มีคนคุย”

ธันวาหายใจออกเบาๆ
บีได้ยิน
“บีอยากให้พี่รู้ว่าอะไร”
บีเงยหน้ามองพระจันทร์บนผืนนา

“อยากให้พี่รู้ว่าผมรักพี่มากขึ้นทุกวันครับ
รักแบบยังเขินอยู่
รักแบบยังแยกจากน้าไม่ขาดทั้งหมด
แต่รักแบบชื่อพี่โผล่ในหัวโดยที่ผมไม่ได้เรียกเอง”

คำว่ารักออกไปแล้ว บีเองก็ชะงัก
ไม่ใช่เพราะเสียใจที่พูด
แต่เพราะพูดแล้วรู้ว่ามันจริง
ในอกอุ่นขึ้น แล้วก็สั่น
บีนึกถึงวันที่นั่งในรถธันวา
นึกถึงกลิ่นผ้าและสบู่ในคอนโด
นึกถึงตอนตื่นมาแล้วมือยังอยู่ใกล้ธันวา
ตอนนั้นบอกตัวเองว่าแค่สบายใจ
ตอนนี้บีรู้แล้วว่าสบายใจอย่างเดียวนั้นไม่พอจะอธิบาย
มันมีอาการอยากกลับไปหา
มีอาการยิ้มคนเดียวตอนนึกถึงเสียงหัวเราะ
มีอาการอยากเล่าเรื่องเล็กๆ ให้ธันวาฟังก่อนใคร
แม่ถามเรื่องมหาวิทยาลัย เขาตอบได้
แม่ถามว่ากินข้าวหรือยัง เขาตอบได้
แต่เรื่องที่นั่งในใจจริงๆ
เขาเก็บไว้จนต้องมานั่งระเบียงแล้วโทรออกไปหา

“ผมไม่ได้ขอให้พี่รักผมคืนครับ
แค่… อยู่บ้านที่นี้เงียบแบบนี้แล้ว
ผมเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้คิดถึงพี่เพราะขาดที่พัก
ผมคิดถึงพี่เพราะอยากได้ยินเสียงพี่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี”

ธันวายังไม่ตอบทันที
บีไม่ได้เร่ง กุมโทรศัพท์ไว้
ปล่อยให้คำนั้นเดินทางไปถึงอีกฝั่ง
ลมนาพัดเสื้อบางพลิ้ว
ยุงบินผ่านหู
บีหัวเราะแห้งๆ เอง

“พูดออกไปแล้วเขินมากเลยครับ
เมื่อก่อนผมนึกว่าความรักต้องเจ็บแบบที่รู้สึกกับน้าเท่านั้น
ถึงจะเรียกว่ารัก แต่กับพี่มันคนละแบบ
ไม่แน่นจนหายใจไม่ออก แค่หนักอยู่ในอก
แล้วทำให้ผมอยากเป็นคนดี คนเก่งเหมือนพี่ขึ้นนิดหนึ่ง”

บีเช็ดขอบตาด้วยหลังมือ
ไม่ให้เสียงแตก

“ผมยังรักน้าครับ ยังห่วง
แต่รักพี่แล้วผมไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำลายใคร
รู้สึกว่าตัวเองกำลังโต”

ธันวาวางข้อศอกบนเข่า
ฟังจนคำสุดท้าย
เขาไม่ได้ฉวยคำว่า “รัก” ไปเป็นคำตอบทั้งชีวิต
แต่ก็ไม่ได้ผลักออก

“พี่ฟังอยู่ บีพูดได้ขนาดนี้ พี่ไม่ได้คิดว่าบีพูดเล่นๆ
แค่ไม่ต้องรีบทำให้มันกลายเป็นทางเลือกคืนนี้ก็ได้”
บีพยักหน้า
“ได้ครับ คืนนี้ผมพูดเพราะอยากให้พี่ได้ยิน
ไม่ได้พูดเพื่อให้พี่ต้องตอบว่าเลือกผม”
บีถอนหายใจ
อกที่ตึงมาทั้งวันคลายลงบ้าง
บนระเบียงบ้านที่สุโขทัย บีรู้สึกว่าตัวเองเบาลงอย่างประหลาด
เบาแบบได้วางของที่กักเก็บไว้ในอกหลายวันออกไปจากปาก
เขายังรักน้า ยังคิดถึงบ้านที่กรุงเทพ
แต่ในความเงียบของบ้านเกิดหลังนี้
ชื่อที่ดังซ้ำในหัวไม่ใช่แค่คำว่า “น้าอ๊อด” อีกต่อไป
มีคำว่า “พี่ธันวา” ปนอยู่ด้วย ชัดขึ้นทุกวัน
จนเขาไม่อาจบอกตัวเองอีกแล้วว่านี่เป็นแค่ที่พักใจชั่วคราว
“พี่ครับ อีกนิดจะได้ไหม”
“ได้อีกนิด”
บียิ้มที่มุมปาก
กอดเข่าแน่นขึ้น
ซบแก้มข้างหนึ่งกับโทรศัพท์
บีไม่ได้ขอให้ธันวาเปิดประตู
ไม่ได้ขอให้มาแทนใคร
แค่ได้นั่งอยู่ในความรู้สึกนี้ต่ออีกสักพัก
ในบ้านที่เงียบพอจะได้ยินว่าตัวเองรักใครเพิ่มเข้ามาจริงๆ

ธันวายังนั่งที่โซฟา
มือหนึ่งถือโทรศัพท์
มือหนึ่งวางนิ่งบนเข่า
คำว่า “รักพี่มากขึ้นทุกวัน ยังค้างในหู”
ธันวาไม่ได้ว่างพอจะฉวยมันไปเป็นคำตอบทั้งชีวิต
และก็ไม่ได้เย็นชาพอจะปล่อยให้คำนั้นตกไปโดยไม่รับ
“บี”
“ครับ”
เสียงบีเบา ยังสั่นอยู่เล็กน้อยหลังพูดความรู้สึกออกไป
ธันวาเลือกคำช้าๆ
“พี่ได้ยินแล้ว ไม่ได้คิดว่าบีพูดเล่น
และไม่ได้คิดว่าบีเอาพี่ไปแทนใคร”
บีกำโทรศัพท์แน่นขึ้น
ธันวาพูดต่อ
“พี่ก็คิดถึงบีเหมือนกัน
ไม่ใช่คิดถึงแบบต้องได้คำตอบคืนนี้
คิดถึงแบบอยากรู้ว่าบีกินข้าวหรือยัง
อยากรู้ว่าบ้านสุโขทัยบีนอนหลับไหมแค่นั้นก็พอ”

บีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะแห้งๆ
“พอแล้วครับ ผมไม่ได้รอให้พี่พูดว่ารักกลับ
ได้ยินแค่นี้ผมก็… โล่งอกลงไปเยอะ”
อกบีอุ่นขึ้น
ไม่ใช่อุ่นแบบได้ครอบครองใคร
อุ่นแบบมีคนรับคำของเขาไว้โดยไม่ผลัก
บีนั่งพิงเสาระเบียง เงยหน้ามองฟ้า
แสงจันทร์กระจาง นาดำมืดเป็นผืน
เสียงจิ้งหรีด เรไร สายลมเย็นที่พัดผ่านข้อมือ
“พี่ครับ ตอนนี้ผมเขินมากเลย
พูดไปแล้วไม่รู้จะวางสายยังไงดี”
ธันวาหัวเราะเสียงต่ำ
“ไม่ต้องวางตอนนี้ก็ได้ บีง่วงหรือยัง”
“เริ่มแล้วครับ แต่ยังไม่อยากเข้าบ้าน
เข้าไปแม่ต้องถามว่าคุยกับใคร”
“ตอบว่าคุยกับอาจารย์ก็ได้...ไม่ต้องขยาย”
“รู้ครับ...แต่ในใจผมรู้ว่าไม่ใช่รายงาน”
ธันวามองออกไปนอกหน้าต่างคอนโด
ไฟเมืองกระพริบเป็นจุด
ไม่ได้บอกบีว่าวันนี้ห้องว่างมาตั้งแต่เช้า
ไม่ได้บอกว่าใครเดินออกไป
คืนนี้ขอฟังบีในฐานะธันวา
ไม่ใช่ในฐานะคนที่เพิ่งถูกปิดประตู
“บีจะอยู่ที่บ้านสุโขทัยอีกนานไหม”
“อีกหลายวันครับ แม่ยังไม่ยอมให้กลับง่ายๆ
แต่ผมเริ่มรู้สึกอยากกลับช้าลง อยู่บ้านเงียบๆ แบบนี้
ผมได้คิด ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น
ยิ่งคิดยิ่งรู้ว่าชื่อพี่ไม่ได้โผล่มาเพราะผมเหงาอย่างเดียว”
ธันวาหลับตาลงนิดหนึ่ง
“รู้แล้ว...บีพูดชัดพอ”
บียิ้มที่มุมปาก
ดึงเข่าชิดอกมากขึ้น แก้มซบกับโทรศัพท์
“พี่นั่งอยู่ที่ไหนครับ”
“โซฟา ห้องมืด เปิดไฟดวงเดียว”
“พี่กินข้าวหรือยัง”
“อุ่นข้าวเย็นกินไปคำสองคำ”
บีทำเสียงไม่พอใจเบาๆ
“พี่ต้องกินให้มากกว่านั้นสิครับ...อยู่คนเดียวแล้วยิ่งต้องกิน”
ธันวาหัวเราะอีกครั้ง
คราวนี้ถึงคอ
“ได้ยินแล้ว...อาจารย์ถูกนักเรียนว่า”
“คืนนี้ผมอวยได้ครับ...พี่อย่าถือ”
“ไม่ถือ”
บทสนทนาค่อยบางลงเอง
ไม่ขาด แค่ช้าลง
บีเล่าว่าแม่เก็บสมุดเก่าไว้ทั้งตู้
ธันวาเล่าว่าพรุ่งนี้เช้ามีคาบสอนเช้า
บีถามว่าลมชั้นคอนโดแรงไหม
ธันวาบอกให้บีเข้าบ้านถ้าเริ่มมียุงเกาะแขน
ไม่มีใครพูดคำว่ารักซ้ำ
คำนั้นถูกวางไว้แล้ว
ไม่ต้องยกขึ้นมาลูบซ้ำจนบาง
สักพักเสียงบีเริ่มงัวเงีย
“พี่ครับ…ตาผมหนักแล้ว”
“เข้าไปนอนบนเตียงสิ อย่านอนระเบียงทั้งคืน”
“อีกนิดครับ ถ้าผมหาวแล้วหลับ พี่จะโกรธไหม”
“ไม่โกรธ หลับได้ พี่ยังอยู่”
บีพยักหน้าในความมืด
ดวงตากะพริบช้าลง
บียังไม่ยอมเข้าบ้าน
ยังกอดเข่านั่งที่ระเบียง
ลมนาเย็นจนแขนมีขนลุก แต่ในอกกลับอุ่นแบบไม่รู้ตัว
ความรู้สึกที่มีต่อธันวาคืนนี้ไม่ได้พุ่งแรงจนกลายเป็นคำขอ
มันนิ่งลง เบาลง
แล้วกลายเป็นชื่อคนที่เขาอยากได้ยินก่อนหลับ
“พี่ธันวา…”
“หืม”
“ขอบคุณที่รับสายครับ”
“ขอบคุณที่โทรมา”
บียิ้มแผ่ว
เสียงต่อจากนั้นขาดๆ หายๆ
เหลือคำถามซ้ำเบาๆ
“พี่ยังอยู่ไหมครับ”
ธันวาตอบทุกครั้ง
“อยู่”
จนเสียงบีไม่กลายเป็นคำอีกต่อไป
เหลือแค่ลมหายใจช้าๆ ทางสาย
ธันวาไม่ได้กดวางสายทันที
ธันวานั่งฟังไปอีกพัก
จนแน่ใจว่าบีหลับ
แล้วจึงพูดเบาๆ โดยไม่รู้ว่าอีกฝั่งได้ยินหรือไม่
“หลับฝันดีนะ...คนดีของพี่”
ค่อยวางสาย
คอนโดกลับไปเงียบ
จานข้าวเย็นยังอยู่ที่เคาน์เตอร์
ประตูบานเดิมยังปิด
แต่ห้องนั้นไม่ว่างแบบตอนเช้าอีกแล้ว
ฝั่งสุโขทัย บีหลับบนระเบียงจนแม่เดินออกมาเห็น
ถูกปลุกให้ตื่นก่อนเดินเข้าบ้าน
ตัวงัวเงีย มือยังกำโทรศัพท์แน่น
ก่อนเข้าห้องนอน เขาเหลือบมองจอโทรศัพท์ครั้งหนึ่ง
สายจบแล้ว แต่รอยยิ้มยังค้างอยู่ที่มุมปาก
คืนนั้นบีหลับในบ้านเกิด โดยไม่ได้หนีใคร
แค่หลับไปพร้อมความรู้สึกว่า
เขาเริ่มรักธันวาแบบมีชื่อชัดเจน
ไม่ใช่แค่ที่พักใจในวันที่โลกคับแคบอีกต่อไป

สามวันต่อมา บ้านน้าอ๊อดยามเช้า
บ้านกลับไปเป็นบ้านของสามีภรรยาอีกครั้ง
เช้ามีกลิ่นกาแฟ
เย็นมีข้าวบนโต๊ะ
กลางคืนก็มีเสียงน้าสาวคุยเรื่องงานก่อนหลับ
น้าอ๊อดส่งน้าสาวออกจากบ้าน
รับสายตอนพักเที่ยง
กลับมาถอดเครื่องแบบแล้วกินข้าวด้วยกัน
ไม่มีใครขุดเรื่องวันที่น้าอ๊อดหายไป
ไม่มีใครเปิดประตูห้องอื่นในบ้านหลังนี้
น้าอ๊อดเลือกที่จะอยู่ตรงนี้
จนเช้าวันที่น้าสาวเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด
น้าอ๊อดช่วยยกกระเป๋าลงมาอีกครั้ง
“คราวนี้ไปหลายวันหน่อยนะคะ
พี่ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย”
น้าอ๊อดกอดสาวผู้เป็นภรรยาแน่นที่หน้าบ้าน
จูบเบาๆ รอจนรถพ้นซอย
บ้านเงียบลงทันที
บียังอยู่สุโขทัย
ชั้นบนไม่มีเสียงเดิน
ครัวไม่มีกลิ่นน้ำหอมของสาว
น้าอ๊อดยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง
แล้วเข้าไปแต่งเครื่องแบบเร็วกว่าปกติ
แค่ไม่อยากอยู่บ้านว่างปล่าวนี้นานเกินไป
ก่อนเข้าที่ทำงาน น้าอ๊อดจอดรถใกล้ที่ทำงาน
ตั้งแต่แสงแดดอ่อนๆ บนท้องฟ้า
เดินข้ามไปร้านกาแฟเล็กๆ ที่ซื้อกาแฟดำเกือบทุกเช้า
ระฆังประตูดังเบา กลิ่นเมล็ดคั่วกับขนมปังปิ้งคลุ้งตั้งแต่ประตู
น้าอ๊อดยังไม่ทันสั่ง มีเสียงคุ้นจากโต๊ะริมกระจก
“อ๊อด” เสียงนั้นต่ำ แน่น ไม่หวาน
แต่เรียกชื่อเขาได้แม่นเหมือนสมัยมัธยม
น้าอ๊อดหันไป คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นสูงกว่าคนรอบร้านชัดเจน
ไหล่กว้าง ผิวคล้ำ ใบหน้าคมเข้มแบบที่จำได้ทันที
แต่ผมยาวรวบหลวมๆ
โครงคอและหน้าอกโตกว่าภาพในความจำ
เสื้อเชิ้ตบางจนเห็นชัดว่าไม่ใช่ร่างเด็กมัธยมคนเดิมทุกส่วน
ภูผา เพื่อนสนิทที่สุดสมัยเรียน
คนสูงใหญ่ที่สุดในห้อง
คนที่ซน แมน รับหน้าแทนเพื่อนทั้งห้อง
ตอนนี้เธอนั่งไขว่ห้าง
สวมนาฬิกาเรียบๆ ที่ข้อมือ
น้าอ๊อดชะงัก สายตายังจ้องมอง
ไม่ใช่ชะงักเพราะเห็นสาวสอง
แต่ชะงักเพราะสมองใช้เวลาหลายวินาทีเอาภาพไอ้ภูตัวสูงใหญ่ผิวคล้ำ
ไปทาบกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ไอ้ภู…”
คำนั้นหลุดออกมาก่อนคิด
ภูผายิ้มมุมปาก
ไม่ยิ้มกว้าง
แค่ยิ้มแบบคนที่ได้ยินชื่อเดิมแล้วรู้ว่ายังถูกจำได้
“ยังเรียกแบบนั้นได้อยู่ คิดว่ามียศแล้วจะเรียกสุภาพ”
น้าอ๊อดเดินไปยืนข้างโต๊ะ
ยังไม่นั่ง หลังตรงตามเครื่องแบบ
“มึง… ทำไมมึงอยู่ที่นี่”
ภูผาพยักไปทางเก้าอี้ตรงข้าม
“นั่งก่อน ยืนแบบนายทหารท่วมร้านเขาหมดแล้ว”
น้าอ๊อดนั่งลง มือวางบนโต๊ะ
ภูผามองเขาจากหัวถึงอก
ไม่ใช่สายตาแบบสเน่หา
เป็นสายตาคนกำลังเช็กว่าเพื่อนเก่ายังเป็นคนเดิมไหม
“โตแล้วนะ หล่อขึ้น แต่สีหน้าเครียดกว่าตอนมัธยม”
น้าอ๊อดกลืนน้ำลาย
“มึงเปลี่ยนไปมาก”
ภูผา หัวเราะเสียงต่ำ
“ก็ต้องเปลี่ยนบ้าง แต่ไอ้ภูยังเป็นไอ้ภู ไม่ได้หายไปไหน”
เธอเอานิ้วเคาะขอบแก้วช้า ๆ
“ในวงการเรียกกัส มาจากกัสจัง เพื่อนล้อเองทั้งนั้น
ยิ่งตัวไม่ตรงกับชื่อนี่แหละ ยิ่งฮา”
น้าอ๊อดมองเธออีกครั้ง
ภาพเพื่อนซนที่เคยบังแถวตอนครูเดินผ่าน
ซ้อนทับกับผู้หญิงผมยาวที่นั่งอยู่ตรงนี้
“เมื่อวันจันทร์… มึงมองกูที่ทำงานใช่ไหม”
ภูผาไม่ได้ปฏิเสธ
เธอวางแก้วลง
“มอง ไม่ได้ตามถึงบ้าน แค่เช็กว่านายยังเข้าออกทางเดิมไหม”
น้าอ๊อดขมวดคิ้ว
“ทำไม”
ภูผามองเขาให้นานขึ้น
คราวนี้ไม่มีมุกซน
“ได้ยินชื่อมึงในวงที่ไม่ดี
เลยอยากดูกับตาว่าอ๊อดยังเดินได้ตรงๆ อยู่ไหม
หรือโดนลากไปแล้ว”
อกน้าอ๊อดรู้สึกแน่น หายใจติดขัด
แต่แน่นแบบคนที่คิดว่าปิดประตูไว้แล้ว
กลับถูกเพื่อนเก่าจากชีวิตเดิมเดินมาเคาะเบาๆ
“มึงรู้เรื่องอะไร”
ภูผาไม่ตอบทั้งหมด
เธอพิงพนักเก้าอี้
มองออกไปหน้าร้าน
“รู้พอ...ยังไม่ถึงกับรู้ทั้งหมด
แต่พอรู้ว่ามีคนเอานายทหารเครื่องแบบมาเป็นของเล่น
แล้วชื่อมึงโผล่ในนั้น”
น้าอ๊อดกำมือบนโต๊ะ
“เรื่องนั้นจบแล้ว”
ภูผาหันกลับมายิ้มบางๆ แต่ตาไม่ยิ้ม
“ถ้ามึงพูดเองแบบนี้ แปลว่ายังไม่จบจริง”
พนักงานยกกาแฟดำมาวางให้น้าอ๊อด
น้าอ๊อดขอบคุณเสียงเบา
แล้วยังไม่จิบ
ภูผามองเครื่องแบบเขาอีกครั้ง
สายตาอ่อนลง
“ไม่ต้องเกร็ง กูไม่ได้มาทวง ไม่ได้มาขู่
และไม่ได้มาขออะไรจากมึง”
ภูพาชะโงกเข้าใกล้าน้าอ๊อดมาเล็กน้อย พูดเสียงต่ำลง
“กูมาเพราะเคยเป็นเพื่อนมึง เคยแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน
เคยแอบแกล้งกัน แล้วกูไม่ชอบคนเอาอ๊อดเพื่อนกูไปขยำแบบนั้น”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้นมองภูพา
ในสายตาภูผามีความห่วง มีความจำ
และมีอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าเพื่อน
แต่ไม่ได้ยื่นสิ่งนั้นออกมาวางบนโต๊ะ...เลือกที่จะเก็บไว้
เหมือนที่เคยเก็บมาตั้งแต่สมัยมัธยม
น้าอ๊อดนึกภาพห้องอาบน้ำรวมโดยไม่ทันห้าม
พื้นเปียก เสียงเพื่อนโหวกเหวก
ภูผายืนสูงที่สุดในแถว ที่อ่างอาบน้ำใหญ่
ผิวคล้ำเปียกน้ำ หัวเราะแล้วสาดน้ำใส่เขา
แล้วยังยืนบังคนอื่นตอนครูตรวจแถว
ตอนนั้นเขาไม่เคยคิดอะไรเกินกว่าเพื่อน
ภูผาก็ไม่เคยล้ำเส้น
ตอนนี้คนคนนั้นมานั่งตรงหน้าในอีกร่าง
สายตาเดิมยังอยู่
“มึงไม่ควรโผล่แถวที่ทำงานกู”
ภูผายักไหล่
“รู้...เลยนั่งรอมึงที่ร้านกาแฟ ไม่ได้ยืนรอหน้าที่ทำงาน
มึงจะเข้าที่ทำงานก็เข้า กูไม่ได้ตามเข้าไป”
ภูพาหยิบบัตรร้านที่มีเบอร์เขียนไว้ด้านหลัง
ดันมาทางเขา
“ถ้ายังมีคนจ้อง หรือถ้านายจะทำอะไรโง่ๆ เพราะบ้านเงียบเหงา
โทรหาไอ้ภูก่อน อย่าไปนั่งร้านที่มึงไม่รู้จักคน”
น้าอ๊อดมองกระดาษนั้น ยังไม่เก็บทันที
“ทำไมถึงมาช่วย”
ภูผายืนขึ้นสูงกว่านิดหนึ่งแม้น้าอ๊อดจะยืนตาม
ภูพาทาบท้ายทอยน้าอ๊อดเบาๆ ครั้งเดียว
แบบเพื่อนสมัยก่อน ไม่ค้างมือ
“เพราะกูรู้จักอ๊อดก่อนมียศ ก่อนแต่งงานมีครอบครัว
ก่อนมีคนมองมึงเป็นของในชุดเครื่องแบบ”
ภูพายิ้มมุมปากอีกครั้ง
“เจอกันใหม่ อย่าทำหน้าเหมือนกูมาเอาชีวิต
แล้วอย่าเรียกกัสกับกู เรียกไอ้ภูอย่างเดิมก็พอ”
ภูผาเดินออกจากร้าน กระดิ่งประตูดังเบาๆ
น้าอ๊อดลงไปนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง
กาแฟยังไม่จิบ มือวางใกล้กระดาษที่เธอทิ้งไว้
สายตาที่เฝ้ามองเขาวันจันทร์
ไม่ใช่มิ้นท์
ไม่ใช่ภาณุ
เป็นไอ้ภู
เพื่อนเก่าที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดในห้อง
เคยแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน
เคยซนและรับหน้าแทนเขา
แอบรักเขามานานโดยไม่เคยล้ำเส้น
แล้วตอนนี้กลับมาในร่างที่วงนั้นเรียกกัส
แต่ยังเรียกตัวเองว่าไอ้ภูกับเขาคนเดียว
น้าอ๊อดเก็บกระดาษใส่กระเป๋าเครื่องแบบ
ลุกขึ้น เดินข้ามถนนเข้าที่ทำงาน
หลังตรง หน้าเรียบ แต่ในอกไม่เรียบอีกต่อไป
บ้านที่ว่างปล่าว สาวภรรยาที่ไม่อยู่ บียังไม่กลับ
และเพื่อนเก่าที่เคยยืนเปลือยข้างเขาในค่าย รด.
เพิ่งเดินเข้ามาในชีวิตอีกครั้งโดยยังไม่ขออะไรเลย
นั่นแหละที่ทำให้ไม่รู้ว่าจะวางไอ้ภูไว้ห้องไหนในใจ

เปิดประตูห้องทำงาน วางหมวกลงบนโต๊ะ
ทุกอย่างดูปกติ แต่พอนั่งลง มือยังสั่นเล็กน้อย
ไม่ใช่สั่นเพราะกลัวถูกจับ
สั่นเพราะเพิ่งเจอคนที่ไม่ควรโผล่มาตอนนี้
ภรรยาเพิ่งออกจากบ้านเช้านี้
สามวันที่ผ่านมาเขาเพิ่งกลับไปเป็นสามีที่ดี
เพิ่งบอกตัวเองว่าปิดเรื่องอื่นไว้ก่อน
แล้วยังไม่ทันถึงเย็น เพื่อนเก่าสมัยมัธยมก็นั่งรอที่ร้านกาแฟตรงข้ามที่ทำงาน
ไอ้ภู คนตัวสูงใหญ่ที่สุดในห้อง
คนผิวคล้ำที่เคยซน เคยรับหน้าแทนเพื่อน
เคยยืนอาบน้ำข้างกันตอนเข้าค่าย
ตอนนี้ผมยาว หน้าอกโต คนในวงเรียกกัส
แต่น้าอ๊อดยังเรียกไอ้ภูออกไปได้ทันที
นั่นทำให้เขาปั่นป่วนกว่าการถูกทวงหนี้ซ้ำอีกครั้ง
ถ้าเจอมิ้นท์ เขารู้ว่าต้องตั้งการ์ดรับอย่างไร
ถูกรู้ว่าต้องทน ถูกรู้ว่ากำลังถูกใช้
แต่เจอภูผาแล้วเขาไม่รู้ว่าต้องทำหน้าแบบไหน
ไอ้ภูไม่ได้ขู่ ไม่ได้ทวงเงิน ไม่ได้ชวนเข้าห้อง
แค่บอกว่าได้ยินชื่อในวงที่ไม่ดี
เลยมาดูว่าอ๊อดยังเดินตรงได้อยู่ไหม
คำนี้แหละที่ทิ่มแทงในใจ
เพราะมันแปลว่าเรื่องที่เขาอยากให้จบ
ยังมีคนพูดถึงอยู่ข้างนอก
ช่วงสายน้าอ๊อดนั่งประชุมได้ เซ็นเอกสาร
ตอบคำถามลูกน้อง ไม่มีใครเห็นว่าในหัวยังวนอยู่ที่ร้านกาแฟ
น้าอ๊อดนึกถึงสายตาวันจันทร์อีกครั้ง
ตอนนั้นคิดว่ามีคนเฝ้ามองเพื่อจะเล่นงาน
คิดถึงมิ้นท์
คิดถึงคลิป
คิดถึงยศที่จะพังถ้ามีใครเปิดเรื่องนี้ที่กอง
ตอนนี้รู้แล้วว่าคนที่มองคือไอ้ภู
ใจควรจะเบา แต่ไม่เบา
เบาได้หน่อยเดียวตรงที่ไม่ใช่คนมาจับตัว
แล้วยิ่งหนักขึ้นตรงที่เพื่อนเก่าจากชีวิตก่อนมียศ
มารู้เรื่องที่เขาอายที่สุด
พักเที่ยงเขาเปิดกล่องข้าวที่ภรรยาทำให้ไว้ให้
กินได้แค่ครึ่ง รสชาติที่คุ้นเคยยังเหมือนเดิม
แต่กินไปนึกถึงภูผายิ้มมุมปาก
นึกถึงมือที่ทาบท้ายทอยเบาๆ
นึกถึงประโยคว่า รู้จักอ๊อดก่อนมียศ ก่อนมีภรรยามีครอบครัว
ประโยคนั้นอุ่น แล้วยิ่งทำให้อาย
เพราะคนที่รู้จักตอนยังเป็นเด็กนักเรียน
ตอนนี้มารู้ว่าเขาเคยถูกทำให้ยอม
เคยถูกทำให้เป็นฝ่ายรับ
เคยมีชื่อไปโผล่ในวงที่ไม่ควรโผล่
น้าอ๊อดวางช้อนลง เช็ดปาก
ทำงานต่อ บ่ายเดินลงลานจอดรถไปเอาแฟ้ม
ตาเหลือบไปทางร้านกาแฟโดยไม่ตั้งใจ
โต๊ะริมกระจกว่างแล้ว รู้สึกโล่งนิดหนึ่ง
โล่งที่ไม่ถูกจ้องมอง และไม่รู้ว่าภูผาจะโผล่มาอีกเมื่อไร
เลิกงานเขาไม่รีบกลับบ้าน
นั่งในห้องจนคนทยอยออก
ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
มองตัวเองในกระจก
นาวาอากาศเอกคนนี้เมื่อสามวันก่อนกอดภรรยาจนหลับ
เมื่อเช้าเพิ่งส่งภรรยาออกจากบ้าน
แล้วตอนนี้กลับมายืนล้างหน้าคนเดียว
โดยมีเบอร์เพื่อนเก่าอยู่ในกระเป๋าเครื่องแบบ
เขากลัวสองอย่างพร้อมกัน
อย่างแรก กลัวเรื่องมิ้นท์ยังไม่จบจริงอย่างที่ภูผาว่า
อย่างที่สอง กลัวว่าตัวเองจะไปพึ่งไอ้ภูเพราะบ้านที่ว่างปล่าว
กลัวแบบที่สองชัดไม่แพ้แบบแรก
เพราะภูผาไม่ได้ยื่นร่างกายมาให้ตอนเช้า
แต่ยื่นความเป็นเพื่อนเก่ามาให้
แล้วน้าอ๊อดรู้ดีว่าช่วงบ้านว่างแบบนี้
ความเป็นเพื่อนเก่าที่อบอุ่นเกินไป
อันตรายไม่แพ้คนที่ขู่
เขาขับรถกลับบ้าน เปิดไฟชั้นล่าง
ถอดเครื่องแบบ แขวนให้เรียบ
ครัวไม่มีกลิ่นข้าวของภรรยา
ตู้เย็นมีกล่องอาหารที่เธอทิ้งไว้
บ้านเงียบจนได้ยินนาฬิกา
น้าอ๊อดอาบน้ำ สวมเสื้อยืด
นั่งลงบนโซฟา หยิบกระดาษเบอร์ขึ้นมาดู
แล้วยังไม่โทร ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อภูผา
แต่เพราะเช้านี้ภูผารู้จักเขามากเกินไปแล้ว
รู้จักทั้งอ๊อดสมัยเรียน ทั้งอ๊อดในเครื่องแบบ
ทั้งอ๊อดที่ชื่อไปโผล่ในวงผิด
ถ้าโทรตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าตัวเองโทรไปในฐานะเพื่อน
หรือโทรไปเพราะอยู่บ้านคนเดียวแล้วอยากมีคนรับไว้
น้าอ๊อดวางกระดาษคว่ำลงข้างแก้วน้ำ
ไม่ได้โยนทิ้ง ยังไม่พร้อมใช้
คืนแรกที่ภรรยาไม่อยู่ ไม่ได้เปิดประตูไปหาใคร
แต่ก็หลับไม่ค่อยลง ในหัววนแค่สามอย่าง
ภรรยาที่เพิ่งจากไป
เรื่องที่ยังไม่จบอย่างที่เขาอยากให้จบ
กับไอ้ภูที่กลับมาโดยยังไม่ขออะไรเลย
อย่างสุดท้ายนี่เองที่ทำให้เขานั่งเงียบในแสงไฟดวงเดียว
แล้วยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เช้าจะกล้าแวะร้านกาแฟอีกหรือไม่
......................................
เพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไง บอกกันได้นะครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ชื่อบุคคลเป็นชื่อสมมุติ ผิดพลาดประการใดขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ

suraponr โพสต์ 2026-9-1 21:55:43

โห หักมุมมีเพื่อนเก่าเผ่านมงูด้วย
แค่นึกก็เสียว..

Alexanderwong โพสต์ 2026-8-30 00:51:15

โห หักมุมมีเพื่อนเก่าเผ่านมงูด้วย แค่นึกก็เสียวแล้วป่ะ

zebu โพสต์ 2026-8-30 00:53:41

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-30 00:59

ตอนที่ 31 ลงให้อ่านแล้วนะครับ ชมรมคนรักบีกับธันวาคงได้ยิ้มจนหุบไม่ลง
แถมรูปให้ไปด้วย ได้ฟินกันเต็มๆ

และตอนที่ 31 นี้เป็นเนื้อเรื่องเกรินนำที่จะเข้าสู่ Part ที่ 4 ที่เข้มข้นมาก
ดราม่าหนักและ Sex ที่หนักตามไปด้วย โดยมีตัวละคร "ภูพา" จะเป็นลูกเต๋าด้านที่ 6 ของน้าอ๊อด
และจะมีบทบาทขนาดไหน ยังไม่ได้สรุปนะครับ .... ยังรอความคิดเห็นอีกยาวๆ

สำหรับราคาของกระทู้ ผมต้องขออนุญาตกลับไปที่จุดเดิมนะครับ เพราะในแต่ละตอนใช้แรงและเวลาที่สูงมาก
อย่าว่ากันนะครับ แต่จะให้อ่านฟรีๆ ในบางตอนที่เบาๆ ให้ผ่อนคลายบ้าง เพื่อลดความตึงเครียดนะครับ


nuangnut1996 โพสต์ 2026-8-30 01:03:03

สนุกมากครับ

feen15 โพสต์ 2026-8-30 12:16:04

ขอบคุณครับ

memorial โพสต์ 2026-8-30 13:09:02

{:5_119:}

reneisance โพสต์ 2026-8-30 14:44:00

จากใจนะ เราไม่รู้ว่าคุณมีโครงเรื่องไว้ก่อนหรือว่าแต่งตามเพื่อนๆคอมเม้น ส่วนหนึ่งที่เราคอมเม้นคือมันขาดบางฉากหรือไม่มีฉากอะไรแค่นั้น แต่เราไม่อยากให้เรื่องที่คุณแต่งโอนเอนไปตามความเห็นของใครเราอยากให้ เรื่องมันเป็นเรื่องจากความคิดความต้องการของคุณมากกว่าถึงจะเรื่องจะจบยังไงเราก็รุ้สึกว่ามันมี่คุณค่ามากกว่า คอมในส่วนคอมเม้นเรา คอมเม้นเพื่อเป็น)ฏิสัมพันธ์กับคนแต่ง แต่เราไม่อยากกให้คอมเม้นของเรา ไปมีอำนาจหรือชี้นำเรื่องของที่คุณแต่งนะ ยังไงก็จะรออ่านจนจบนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

zebu โพสต์ 2026-8-30 16:18:16

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-30 16:20

reneisance ตอบกลับเมื่อ 2026-8-30 14:44
จากใจนะ เราไม่รู้ว่าคุณมีโครงเรื่องไว้ก่อนหรือว่าแ ...
ขอบคุณมากครับ กับคำแนะนำตรงๆ และผมก็ชอบซะด้วย ทุกตอนผมต้องรอนายมาแสดงความคิดเห็นก่อนเสมอครับ เนื้อเรื่องนี้มีโครงเรื่องของมัน เพียงแต่ในบางคอมเม้นต์มีประเด็นอะไรที่ผมไปสะดุดใจเข้าจริงๆ จนในหัวคิดเรื่องราวต่อจนเป็นเนื้อเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะทำให้เนื้อเรื่องดูโอนเอนไปและขาดน้ำหนัก แต่ก็มาจากที่ผมแต่งจริงๆ จึงนอบรับคำติชมของทุกๆ คนครับ

Phol_th โพสต์ 2026-8-30 21:01:36

เริ่มเรื่องด้วยการแนะนำตัวละครใหม่ ยากจะคาดเดา. แต่คนดีน่าจะเป็นคอยช่วยเหลือแน่เลย

บีกับอาจารย์ลงเอยกันก็ดีใจ อยากอ่านฉากชัดๆเหมือนกัน ไม่รู้จะมีโอกาสช่วยน้าหรือไม่

ภานุที่ผู้แต่งยืนยันว่าเป็นคนดี. รออ่านรอติดตามนะว่าดีจริงสู้อาจารย์ได้ปะ

zebu โพสต์ 2026-8-30 21:46:08

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-30 21:55

555 ใครจะดีเลิศประเสริฐศรี เท่าธันวาได้แล้วครับ
ในเรื่องนี้ธันวาโดนวางตัวแบบคนดีฟ้าประทานที่ผมวาง
ให้บีโดนธันวาดึงเข้ามาในชีวิต เพื่อให้หลุดจากความรักต้องห้ามที่จะทำให้ครอบครัวน้าพัง และทำให้บีสารภาพรักกับธันวาในคืนพระจันทร์เต็มดวง 5555 และบีก็เด็กเกินที่จะช่วยน้า ในใจเลยไม่อยากดึงบีเข้าวังวนนี้อีก

Phol_th โพสต์ 2026-8-30 21:56:45

อะบีโดนดึงออก หมายความว่าออกแค่"บี" แปลว่าอ่จารย์คงอยู่

nakals โพสต์ 2026-8-30 21:57:13

ขอบคุณครับ

zebu โพสต์ 2026-8-30 22:22:16

Phol_th ตอบกลับเมื่อ 2026-8-30 21:56
อะบีโดนดึงออก หมายความว่าออกแค่"บี" แปลว่าอ่จารย์คงอยู่

ช่ายครับ เนื้อเรื่องเข้มข้นขนาด อาจารย์ไม่อยู่ไม่ได้ครับ
เหมือน FC ท่านหนึ่งบอกว่า "ผู้ชายเขารักกัน"

จริงๆ ตอนที่ 31 ยังไม่ได้ว่างพิมพ์ให้อ่านหลอกครับ แต่คืนวันศุกร์ผมนั่งทำงานที่โต๊ะริมหน้าต่างที่พักเห็นพระจันทร์เต็มดวงแสงจันทร์สวยมาก ในหัวก็มีฉากสารภาพรักกับธันวาวิ่งขึ้นมา เหมือนตัวเองเป็นเด็กโทรไปสารภาพรักกับอาจารย์ธันวาก็แอบเขินตัวเอง 5555 งานการไม่ได้สนใจพิมพ์ที่คิดไว้ก่อน แอบสร้างรูปตามที่ในหัวมโน เลยได้อ่านตอนที่ 31 เร็วเกินเหตุ 5555

ta102 โพสต์ 2026-8-31 14:47:15

ขอบคุณคับ

tanaka123 โพสต์ 2026-9-1 07:35:08

ขอบคุณครับ

bo69dy โพสต์ 2026-9-1 17:49:44

โยงใยวุ่นวายมากครับ ภูเข้ามาอีก น้าอ๊อด งง คนอ่านมึน อยากให้คนเขียน ตั้งโครงและ direction ให้ดีๆครับ ไม่งั้นจะออกทะเล

Boyz2515 โพสต์ 2026-9-1 18:28:03

ขอบคุณครับ

zebu โพสต์ 2026-9-1 19:49:11

bo69dy ตอบกลับเมื่อ 2026-9-1 17:49
โยงใยวุ่นวายมากครับ ภูเข้ามาอีก น้าอ๊อด งง คนอ่านมึน ...

ขอบคุณมากครับ ยอมรับเลยจริงๆ ครับตอนนี้ตัวผมเองก็มึน
ภูผาคือตัวละครหลักที่ผมตั้งใจเก็บให้ช่วยน้าอ๊อดวงใน คอยส่งข่าว อดีตน้าอ๊อดกับภูพาที่ในหัวมีเนื้อเรื่อง บทพูด เรื่องราวมากมายจนแทบจะแยกออกมาได้เรื่องใหม่ 1 เรื่องเลยครับ แต่ที่ผมมึนตอนนี้คือภาพที่ซ้อนทับระหว่างภูผากับมิ้นต์ในใจน้าอ๊อด จนตอนนี้ผมเองก็แทบลอยทะเลเลย ... 555
ถ้าปัญหานี้ผมยังแก้ไม่ได้ตอนที่ 32 ที่วางไว้ก็แอบกลัวใจที่จะโอนเอนมากเข้าไปอีก

bo69dy โพสต์ 2026-9-2 12:05:27

zebu ตอบกลับเมื่อ 2026-9-1 19:49
ขอบคุณมากครับ ยอมรับเลยจริงๆ ครับตอนนี้ตัวผมเองก็ม ...

focus ดีๆครับ อาจจะ ทำความสัมพันของภูผา กับน้าอ้อดเป็นแบบ side story เพื่อเกริ่นไว้สำหรับ ทำแยกเรื่องก็ได้ครับ ... ไม่งั้นทั้วตัวผู้เขียน และผู้อ่านจะมึน แล้วตัวเรื่องมันจะดูยุ่งเหยิงครับ
หน้า: [1] 2 3
ดูในรูปแบบกติ: น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่31