ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 1492|ตอบกลับ: 20

"เมื่อผมเจอพญาครุฑ!!!" copy งานของคุณ MAKI จากบอร์ดPalm-Plaza ครับ ตอนที่ 11

[คัดลอกลิงก์]

ประธานนักศึกษา

กระทู้
457
ตอบกลับ
16194
พลังน้ำใจ
79440
Zenny
214913
ออนไลน์
9900 ชั่วโมง



.
ผมเดินมาดูงานของฝ่ายกิจกรรมสัมพันธ์ที่ศูนย์ส่วนกลางของหมู่บ้านศูนย์นี้ตั้งอยู่ติดกับกำแพงวัด ผมเดินมาดูนกน้อยที่กำลังสำรวจดูรอยรั่วของหลังคาอาคาร
“เป็นไงบ้าง?” ผมเรียกนกน้อย
“สนุกดี นี่ก็กำลังจดรายละเอียดไปให้พี่ๆในสโมสรดู แล้วก็จะถ่ายรูปกลับไปด้วย” นกน้อยเล่ารายละเอียดของงานให้ฟังคร่าวๆดูเธอก็มีความสุขกับงานที่ทำดี ในศูนย์นี้มีพี่ๆ หลายคนช่วยกันทำงานอีกส่วนก็ไปพัฒนาในส่วนของวัด
“ตานลองไปดูสวนสมุนไพรในวัดสิเผื่อมีอะไรที่จะช่วยเสริมได้” นกน้อยแนะนำผม
“อยู่ตรงไหนล่ะ?”
“หลังวัดเลย ติดกับป่าช้า ว่าแต่กลัวหรือเปล่านี่ก็เย็นแล้วนะ” นกน้อยแอบยิ้ม
“ไม่กลัวหรอก”ผมหัวเราะแล้วก็เดินแยกออกไป
สวนสมุนไพรเป็นเขตวัดที่ติดกับป่าช้าผมเห็นเมรุเผาศพอยู่ไกลลิบๆ ยอดปล่องไฟสีขาวสูงเด่นโผล่พ้นยอดไม้สมุนไพรขึ้นมา
ผมเดินดูสวนป่าที่วัดกับหมู่บ้านทำขึ้นมาในนี้มีพืชหลายอย่าง ส่วนที่ทางสโมสรพอจะช่วยได้คือ ทำป้ายชื่อและสรรพคุณมาติดให้เผื่อคนที่มาเก็บจะได้อ่านและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ผมเดินดูสวนจนทะลุมาถึงป่าช้าที่เงียบสงบบุรุษผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ข้างเชิงตะกอนกลางลานกว้างเขานั่งบนแท่นปูนนั้นอย่างเดียวดาย
ผมเดินผ่านแสงแดดที่โรยราช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินไปหาเขาแสงสีส้มเงียบเหงาดูเข้ากับบรรยากาศวังเวงได้เป็นอย่างดี
.
.
.
.
“คุณเวณวัฒน์” ผมทักขึ้นมา
“สายัณห์สวัสดิ์” เขาตอบกลับมาผมเห็นรอยยิ้มของเขาท่ามกลางแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันวันนี้เขาสวมเสื้อยืดโปโลสีขาว ดูเหมือนเขาเพิ่งกลับมาจากสโมสรอะไรซักอย่างมากกว่า
“ผมดีใจที่เห็นคุณยิ้ม” ผมตอบกลับไป
“รอยยิ้มของชายตาบอดไม่อาจรับรู้รอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ตอบกลับมา”
เขาพูดคมเสมอเป็นเหมือนคำพูดตัดพ้อตัวเองแล้วก็ต้องการลองใจผม
“คุณเคยบอกผมว่าคนตาบอดมีบางอย่างขึ้นมาชดเชยและในเมื่อคุณมองไม่เห็น คุณก็คงสัมผัสได้ว่าผมยิ้มตอบคุณคุณรู้ใช่มั้ยว่าเสียงของผมมันกำลังยิ้มอยู่ตอนเห็นคุณ”
“ผมสัมผัสได้ ตอนนี้คุณกำลังอารมณ์ดี” เขาตอบกลับมา
“ใช่ ผมกำลังอารมณ์ดี” ผมขยับตัวไปมาบนพื้นหญ้าอากาศรอบข้างเริ่มเย็นลงทุกทีแล้ว
“เชิญนั่งก่อนสิครับถ้าไม่รังเกียจว่ามันเป็นแท่นเผาศพมาก่อน”
“ไม่รังเกียจครับ” ผมปัดขี้เถ้าสีเทาๆออกไปจากแท่นปูนข้างๆ เขา จากนั้นก็หย่อนตัวลงไปนั่ง
“ดีจังได้เจอคุณที่นี่เราอยู่กันสองคนเหมือนที่บ้านคุณเลยนะครับ”
“เราไม่ได้อยู่ลำพังสองต่อสอง แต่มีอะไรอยู่รอบๆตัวเรามากมาย คุณอาจมองไม่เห็น แต่ผมมองเห็น และเขาก็กำลังมองเราอยู่”
“คุณกำลังทำให้ผมกลัวนะครับ” ผมรู้สึกขนลุกขณะที่เขาพูด
“เขาไม่เข้ามาใกล้ผม เขารู้ว่าผมไม่เหมือนคนปกติ”
“ผีกลัวคุณแต่ไม่กลัวผมนี่นา” ผมพูดแล้วหดคอลง
“ถ้ากลัวแต่แรก ก็ไม่ควรเดินมาไกลขนาดนี้คนเดียวมันอันตราย”
“ผมไม่กลัวคน คนที่นี่ใจดี แต่ผมกลัวผี”
“ในป่าช้าไม่ควรพูดถึงผี” เขายิ้ม
“งั้นผมกลับดีกว่า คุณก็ควรกลับด้วยนะ ไปเถอะผมจะเดินไปส่งคุณ คุณมากับใครล่ะครับ?” ผมมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอรถยนต์ซักคัน
“ผมมาดูคุณทำงาน แล้วก็เอาของมาให้ด้วยผมอยากให้คุณใส่มันไว้ตลอดเวลา” คุณเวณวัฒน์ล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วก็หยิบสร้อยคอออกมา
เขาคล้องมันลงบนคอของผม มันเป็นสร้อยสีเงินมีจี้เล็กๆ เป็นรูปปีกนกสีทอง
“ทองคำแท้นี่ครับ ขนนกเนี่ย แล้วนี่แพลทินั่มเหรอครับ?”
“เป็นโลหะที่ไม่มีบนพื้นโลกใส่ไว้กับตัวจะช่วยคุ้มครองไม่ให้ภูตผีหรือใครมาทำอันตรายคุณได้ช่วงนี้มีบางอย่างที่ผิดปกติ ผมเป็นห่วงคุณ”
“เป็นห่วงผม?”
“ใช่ ผมเป็นห่วงคุณ”
“ขอบคุณครับ ผมชอบสร้อยของคุณ แล้ว...”
“แล้ว?” เขาถาม
“วันนี้คุณหล่อมาก สวมโปโลแล้วดูแปลกตาดี”
“ตาก็บอด หลังก็ค่อม ผมจะมีอะไรให้คนมองได้”
“หัวใจคุณไม่บอด” ผมตอบเขาเสียงของเราสองคนเงียบไป เหลือแต่สัมผัสอบอุ่นที่เกิดขึ้นมา
“มีคนมาตามแล้ว คุณควรจะกลับไปที่พักได้ตอนนี้มืดจนมองไม่เห็นอะไร ตอนเดินกลับระวังตัวด้วย”
“แล้วคุณล่ะ?”
“ก็เพิ่งบอกไปไม่ใช่เหรอ ว่าผมใจไม่บอดผมก็จะใช้ใจมองทางตอนเดินกลับ”
“ให้ผมไปส่งนะครับ”
“ผมกลับเอง ไม่ต้องห่วง คุณกลับเถอะไฟฉายนั่นคือคนที่มารับคุณ ลาก่อน แล้วค่อยพบกันใหม่”
.
.
“ตาน ตานครับ ใช่ตานหรือเปล่า?” เสียงพี่มิทดังมาพร้อมกับแสงไฟฉายสีเหลืองผมหันไปตอบพี่มิทแล้วหันหลังกลับไปมองแท่นเผาศพ
ตอนนี้คุณเวณวัฒน์หายตัวไปแล้วพี่มิทเดินเข้ามาจับมือผมเบาๆ
“อะไรกันครับตาน มานั่งทำอะไรที่ตะกอนเผาศพมันน่านั่งซะที่ไหน กลับกันเถอะครับ เพื่อนของตานตามหาใหญ่แล้ว” พี่มิทจับมือผมเดินไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสมุนไพรมันเป็นทางเส้นเดียวกับที่ผมเดินมาก่อนหน้านี้
“ตาน ไปนั่งทำอะไรคนเดียวที่ป่าช้า บรื๋อออออน่ากลัวจะตาย” นกน้อยแทบจะถลาเข้ามาหาผมติดที่มีพี่มิทอยู่ด้วย สายตาของนกน้อยมองดูมือพี่มิทที่จับมือผมไว้แน่น
“ตานไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าไปหาหลวงพ่อที่วัดมั้ย เดี๋ยวนกน้อยพาไป”
“ไม่เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ” ผมหัวเราะ“กลัวผีที่ป่าช้าจะมาสิงหรือไง”
“บ้า พูดอะไรนะตาน น่ากลัวจะตาย”
“กลับโรงเรียนเถอะครับป่านนี้เขากินข้าวเย็นกันแล้ว” พี่มิทตัดบท ผมขอไปล้างมือที่อ่างน้ำและทำให้มือเป็นอิสระจากพี่มิท
ระหว่างทางที่เดินผมก็รู้สึกว่ามีเสียงกระพือปีกดังมาใกล้ๆไม่นานก็มีอีกาตัวใหญ่บินลงมาจับที่บ่าซ้ายของผม
“กรี๊ดดดด อีกาผี ผีหลอก ผีนก” นกน้อยร้องตกใจพี่มิทรีบหันกลับมาทันที
“ไม่มีอะไร นกมาจับเฉยๆ” ผมโบกมืออีกาตัวนี้มีอยู่สามขา น่าแปลกจริงๆ โชคดีที่นกน้อยกับพี่มิทไม่ทันสังเกตเพราะความมืดมาบังตา
อีกาสามขาขยุ้มกรงเล็บเบาๆจากนั้นมันก็บินหายไป ผมรู้สึกไปเองว่า คุณเวณวัฒน์ส่งนกตัวนี้มาคอยดูแลผม
ตอนที่ผมเดินไปถึงป่าช้าผมรู้สึกว่าตานกำลังคุยกับใครอยู่ แต่พอเดินเข้าไปถึงเชิงตะกอนที่ตานนั่งอยู่นั้นผมกลับไปเจอใคร ไม่เจอแม้แต่ร่องรอย
ตานมีท่าทีเป็นปกติและเหมือนจะอารมณ์ดีมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
บรรยากาศรอบตัวตอนนี้มันมองอะไรแทบไม่เห็นอาศัยแค่แสงจากไฟฉายกระบอกเดียว ผ่านไปไม่นานนักผมกับตานและนกน้อยก็เดินเข้ามาถึงค่ายในโรงเรียน
พวกเราสามคนเข้ามากินข้าวเป็นกลุ่มสุดท้ายคืนนี้หลังจากประชุมรายงานความคืบหน้าเสร็จผู้ใหญ่บ้านจะเอาหนังกลางแปลงมาฉายให้พวกเราดู
มันเป็นกิจกรรมที่พวกเราตื่นเต้นกันมากเพราะหนังกลางแปลงเป็นของหายากผมเดินกลับไปที่ห้องพักกับตาน
จากนั้นก็อาบน้ำออกมาแล้วให้ตานทำแผลให้ใหม่ตานแกะปลาสเตอร์ออกแล้วล้างแผล จากนั้นก็ใส่ยาแล้วติดผ้าก๊อซให้อากาศถ่ายเท
ก่อนออกจากห้องตานคว้าเสื้อคลุมกันหนาวตัวใหญ่ออกไปด้วย
“เสื้อของพ่อครับ ผมขอยืมมา ดูหนังกลางแจ้งเดี๋ยวน้ำค้างลงหัว”
ก่อนออกจากค่ายผมกำชับให้นิสิตทุกคนดูแลตัวเองให้ดีห้ามเดินออกไปเที่ยวกลางคืนคนเดียว ให้นิสิตชายดูแลเพื่อนผู้หญิงด้วย
และให้กรรมการสโมสรแบ่งกันดูแลนิสิตในค่ายระบบการดูแลไม่ได้เข้มขวดเหมือนค่ายทหาร แต่จะเน้นให้นิสิตรับผิดชอบตัวเองให้เพื่อนในกลุ่มคอยดูว่าเพื่อนตัวเองอยู่ครบหรือเปล่า
ผมเป็นห่วงเรื่องพวกนี้มากเป็นพิเศษเนื่องจากนิสิตในค่ายมีจำนวนมาก
พวกเราพากันเดินไปที่ลานวัดกันเป็นกลุ่มใหญ่นกน้อยเพื่อนของตานเดินมากับเพื่อนในสโมสรนิสิตของผม พวกเรารวมกลุ่มเล็กๆ ได้หกคนหนึ่งในนั้นก็คือไอ้ช่างภาพจอมจุ้นเพื่อนผมนั่นเอง
เราเลือกได้ที่นั่งตรงพื้นหญ้าหน้าจอหนังนกน้อยเดินออกไปซื้อลูกชิ้นปิ้ง ส่วนตานยืนมองดูพื้นที่ว่างๆที่มีเส้นสีขาวขึงกั้นแยกเอาไว้
เหมือนทางวัดกั้นที่เอาไว้ให้แขกพิเศษแต่ตานบอกว่า แขกพิเศษไม่น่าไปนั่งอยู่ในมุมมืดขนาดนั้น มันเป็นลานว่างๆพอที่คนจะเข้าไปนั่งได้ราวๆ สี่สิบคน
หนังเล่นเรื่องกระสือผมเห็นตานหัวเราะคิกคักตอนนกน้อยมุดเข้ามาเบียดในเสื้อกันหนาวอีกมุมหนึ่งผมก็เห็นหลวงพ่อพาเณรน้อยมาดูด้วยประมาณสิบรูป
นอกจากนั้นก็เป็นชาวบ้านกับนิสิตนั่งเป็นกลุ่มสลับกันไป
เหตุการณ์ดูเรียบร้อยดีจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกช่วงประมาณสี่ทุ่มผมเห็นกรรมการสโมสรนิสิตเดินหน้าเครียดมากับน้องปีหนึ่ง
“มีอะไรกันหรือเปล่า?” ผมร้องถาม
“มิท มีน้องปีหนึ่งหายไปสามคนเพื่อนไปดูในห้องน้ำก็ไม่เจอ กลับไปดูที่ห้องพักในค่ายก็ไม่เจอ”
“โทรไปที่เครื่องเขาดูหรือยัง?”
“โทรไม่ติดเลย เหมือนไม่มีสัญญาน”
“มีใครบ้าง?” ผมชักเป็นห่วงน้องๆบ้างเหมือนกัน
กรรมการที่ดูแลน้องบอกชื่อนิสิตปีหนึ่งที่หายตัวไปเป็นผู้ชายสองคนหญิงหนึ่งคน หนึ่งในนั้นมีน้องนัทคนที่ให้เค้กวันเกิดผมเมื่อวานรวมอยู่ด้วย
“หายไปนานหรือยัง แล้วเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”ผมเห็นเพื่อนของนิสิตที่หายไปคุยกันในกลุ่มแล้วก็บอกว่าเห็นครั้งสุดท้ายตอนทั้งสามคนเดินออกไปกับเณรที่วัด
ผมให้กรรมการสโมสรที่เหลือคุมน้องทุกคนกลับไปที่ค่ายไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นจนกว่าผมจะหาคนหายเจอ
ทีมค้นหาจะมีแค่ผมกับกรรมการอีกแค่สามคนรวมไอ้เป้ด้วยผมคิดว่ายิ่งมากคนก็มากเรื่อง คนมากก็หากันไปมาไม่จบซักที
ตานกับนกน้อยและกรรมการฝ่ายประสานงานหมู่บ้านอาสาอยู่ช่วยประจำจุดที่วัดและจะเข้าไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านกับหลวงพ่อให้ช่วยส่งคนตามหาอีกแรง
ส่วนน้องปีหนึ่งที่เหลือผมให้กรรมการเดินไปส่งเข้านอนหมดทุกคน รวมทั้งเพื่อนของคนที่หายไปด้วย
ตอนนี้ผมกับเพื่อนกรรมการสโมสรที่เป็นผู้ชายรวมสี่คนกำไฟฉายคนละกระบอกแล้วตั้งใจแยกย้ายกันออกไปตามคนหาย โดยจัดเป็นกลุ่มๆ ละสองคน
ผมเดินออกไปคู่กับไอ้เป้ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็จับคู่กันออกไปอีกทาง
ตานกับเพื่อนและกรรมการผู้หญิงอีกคนรวมเป็นสามคนนั่งรออยู่กับผู้ใหญ่บ้านและหลวงพ่อที่ศาลาวัดคอยประสานงานหากเจอตัวคนหายก็จะแจ้งฝ่ายค้นหาทันที
ผมเดินออกไปทางด้านหลังวัดกับไอ้เป้สองคนไอ้เป้ลดความทะเล้นลงไปมากในยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
“ไอ้ห่าเอ้ย เล่นแม่งไม่รู้จักขอบเขต” ไอ้เป้บ่น
“อะไรของมึง?” ผมหันไปถามมัน
“ก็มึงไม่ได้ยินที่หลวงตาดุเณรสองรูปนั่นหรือไงวะเณรกับน้องสามคนที่หายไป เอาข้าวต้มมัดมาผูกไม้กวาดแล้วไปวิ่งวนรอบโบสถ์”
ไอ้เป้ทำหน้าเครียด
“แล้วไงวะ?”
“แล้วไงเหรอ ก็คงจะเจอเปรตสมใจน่ะสิป่านนี้ไม่รู้ไปอยู่ยอดไม้ไหน”
“ไอ้เชี่ยนี่ ปากไม่เป็นมงคล!” ผมด่ามันเบาๆตอนเดินสำรวจมาถึงด้านหลังของวัด คืนเดือนมืดแบบนี้มันดูน่ากลัวและมืดมิดสมเป็นช่วงเดือนดับจริงๆทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง
“กูพูดจริงๆ วันนี้มีทั้งเปรตมีทั้งวิญญาณมึงไม่เห็นหรือไง หลวงพ่อท่านกั้นสายสิญจน์เอาไว้ให้พวกผีในป่าช้ามาดูหนังด้วยทีแรกกูก็ไม่ได้สังเกต
แต่กูเห็นน้องตานมองดูที่ว่างๆนั่นกูก็เลยสงสัยกูเดินไปถามหลวงพ่อเอง แบบนี้มึงจะว่ากูโกหกหรือเปล่า” ไอ้เป้ส่ายหัวแล้วก็ส่องไฟดูตามป่าหญ้า
ผมรู้จักเรื่องพวกนี้มาพอสมควรทั้งเคยอ่านเจอและป้าเล่าให้ฟัง บางครั้งผมก็ถูกฝึกให้นั่งกำหนดจิตในบ้านของป้าแล้วป้าก็เล่าเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาตินี้ให้ฟัง
“เห็นอะไรแปลกๆ ก็ไม่ต้องพูดนะไอ้เป้ปากมึงจะพาซวย” ผมเตือนมัน
“ไอ้ที่ว่าแปลกๆ ของมึงคืออะไรวะ?” ไอ้เป้ทำหน้าเจื่อนเหมือนมันรู้ว่าผมหมายถึงอะไร แต่ก็ยังอยากจะถาม
“เจอใครเดินสวนทางมา ไม่พูดไม่จามึงก็ไม่ต้องทัก ไม่ต้องวิ่ง”
“ไอ้เชี่ย กูกลัวนะเนี่ย ขนลุกหมดแล้ว” ไอ้เป้ทำเสียงอ่อยดูมันกำลังกลัวจริงๆ ผมไม่ได้พูดขู่มัน แต่ผมพูดจริงๆ
ป้าเคยบอกผมว่าเวลาไปนอนค้างที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเอง ตอนออกไปเดินกลางคืนในที่เปลี่ยวถ้าเจอคนแปลกๆ ก็ไม่ต้องทัก ยิ่งเดินในวัดหรือใกล้ป่าช้าแบบนี้ด้วยแล้วไม่ต้องทักหรือพูดอะไรทั้งสิ้น
“กูจะสงสารหรือสมน้ำหน้าเด็กดีวะไอ้มิทเสือกเล่นไม่รู้เรื่อง”
“ตอนนี้ต้องหาให้เจอก่อนยิ่งมีน้องผู้หญิงด้วยกูยิ่งห่วงบางทีไม่เจออีกอย่างแต่ไปเจอผู้ชายเอามันจะอันตราย ซวยจริงๆกูมาค่ายเต็มตัวครั้งแรกก็เกิดเรื่องเลย ก่อนออกจากค่ายมาวัดกูก็สั่งแล้วแท้ๆ”
“เนี่ยแหละคนกรุงเทพหัวสมัยใหม่แม่งเล่นไม่รู้เรื่อง กูคนนึงล่ะที่ไม่เล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ แม่งคิดได้ไงวะเอาข้าวต้มมัดมาผูกไม้กวาดล่อเปรต” ไอ้เป้ทำเสียงเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
ผมหยุดเดินเมื่อมาถึงสวนป่าซึ่งเป็นจุดที่ผมเคยเดินออกมาตามตานเมื่อช่วงค่ำ
“เลยตรงนี้ไปก็เข้าเขตป่าช้าแล้วกูว่าเด็กคงไม่เตลิดไปถึงข้างในหรอก เราไปดูอีกทางดีกว่าแล้วมึงคอยฟังเสียงโทรศัพท์ด้วย เผื่อตานโทรเข้ามา”
ไอ้เป้ยืนนิ่ง มันกำลังมองดูไฟวับๆแวมๆแถวเมรุเผาศพในป่าช้า
“คงเป็นชาวบ้านที่ช่วยออกตามน่ะ ไอ้เชี่ยขี้ขึ้นไปอยู่บนหัวแล้วมึง”
“ป่าช้าต่างจังหวัดน่ากลัวโคตรๆมันไม่ได้อยู่ในวัดเหมือนกรุงเทพซะด้วยเล่นออกไปสร้างแยกแบบนั้นยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่”
“มึงยิ่งพูดก็ยิ่งกลัว หุบปากของมึงซะทีเดินตามกูมานี่”
ผมส่ายหัวในความตาขาวของไอ้เป้แต่ก็อดที่จะเห็นใจมันไม่ได้ เรื่องแบบนี้ คนกลัวก็จะกลัวมากจริงๆ กลัวโดยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผล
.
.
.
พี่มิทกับพี่เป้เดินจับคู่กันออกไปทางด้านหลังของวัดส่วนพี่ผู้ชายที่เป็นประธานฝ่ายก่อสร้างและเป็นกรรมการสโมสรนิสิตก็จับคู่กันไปทางด้านริมทุ่ง
ผมกับนกน้อยและพี่ผู้หญิงที่เป็นกรรมการสโมสรเข้ามานั่งเป็นหน่วยประสานงาน คอยรายงานความคืบหน้าจากแต่ละฝ่ายให้ครอบคลุมถึงกัน
สามกลุ่มที่ว่ามีฝ่ายกรรมการค่ายและนิสิตปีหนึ่งที่กลับไปนอนบ้างแล้วมีกลุ่มของผู้ค้นหาคือพี่มิทและเพื่อน และกลุ่มของชาวบ้านที่ช่วยกันออกตามหาอีกแรง
ผมนั่งอยู่ที่ศาลาวัด ข้างๆ ผมมีนกน้อยที่ครางหงิงๆ แล้วหลับตาปี๋ ข้างกันมีพี่อีกคนซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์รายงานกลับไปที่ค่ายในโรงเรียน
หลวงพ่อที่นั่งอยู่กับผู้ใหญ่บ้านกำลังซักเณรสองรูป เณรก้มหน้าก้มตาตอบหลวงพ่อว่า
“พวกผมเอาข้าวต้มมัดของโยมแม่ที่เอามาถวายตอนเย็นมาผูกไม้กวาดวิ่งเล่นรอบโบสถ์พอพี่ๆสามคนเข้ามาเห็นก็อยากเล่นด้วย
พี่ผู้ชายเอาไม้กวาดไปขี่เป็นม้าแล้วก็วิ่งจนครบสามรอบพี่อีกสองคนก็หัวเราะ” เณรเล่า หลวงพ่อก็ซักต่อ
“เล่าต่อไปซิเณร”
“แล้วผมก็เห็นพี่ผู้ชายกับพี่ผู้หญิงเดินตัดที่นั่งผีของหลวงพ่อแล้วก็ทิ้งข้าวต้มมัดไว้กับพื้น”
พอเณรเล่าจบ หลวงพ่อก็รูดก้านมะยมที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆมาฟาดน่องเณรคนละสิบทีแล้วก็ไล่ไปนอน
“ไม่รู้เจอเปรตหรือเจอผีป่าช้านะหลวงพ่อ”ผู้ใหญ่บ้านถาม
“ผีบังตา แต่ยังไงก็ต้องหาให้เจอก่อนตะวันขึ้นไม่งั้นวิญญาณหลุด ตายเป็นผีไปจริงๆ”
นกน้อยตัวสั่นพับๆส่วนพี่ผู้หญิงก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ผมนั่งรอดูเหตุการณ์จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกลุ่มค้นหาก็พากันเดินกลับมาดื่มน้ำที่ศาลา
พี่มิทกำลังคุยอยู่กับผู้ใหญ่บ้านผมลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายจังหวะเดียวกับที่หลวงพ่อเรียกทุกคนในศาลาวัดออกไปดูบางอย่าง
ผม นกน้อย พี่มิท พี่เป้ กรรมการค่ายและหลวงพ่อเดินออกมาดูลานที่เคยฉายหนังเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
หลวงพ่อก้มไปหยิบสายสิญจน์ที่ถูกเหยียบลงไปคลุกฝุ่นขึ้นมา
ใกล้กันก็มีเศษใบตองที่เป็นเปลือกของข้าวต้มมัดซึ่งมีรอยเหยียบไว้จนบี้แบนติดพื้นกรวด
ผมได้ยินเสียงปีกบินเข้ามาใกล้ๆ อีกานั่นเองมันบินมาเกาะไหล่ผมแล้วจิกหูผมเบาๆ หลวงพ่อหันมามองดูอีกาสลับกับผมเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง
ช่วงนั้นผมได้ยินเสียงประปลาดดังมาจากยอดไม้สูงแล้วพอดีกับที่หลวงพ่อชี้กระบอกไฟฉายขึ้นไปในกลุ่มยอดไม้ด้านหลังโบสถ์
ท่ามกลางยอดมะพร้าวที่มีใบแผ่ออกมานั้นผมเห็นอสุรกายหน้าตาน่ากลัวอย่างชัดเจน ผมส่ายหน้าแล้วหลับตาลงไป
ภาพเปรตในหนังสือไม่ได้น่ากลัวเท่ากับของจริงที่เห็นอยู่เลยมันดูน่าเกลียดน่ากลัวกว่าในรูปที่คนวาดหลายร้อยเท่า
ผมลืมตาขึ้นมาใหม่ภาพอันแสนน่ากลัวนั้นยังปรากฏเต็มสองตา ผมรู้สึกว่ามีเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากจากนั้นเท้าสองข้างก็เดินถอยหลังไปเองโดยอัตโนมัติ
ผมรู้สึกว่าเดินไปชนกับอะไรบางอย่างข้างหลัง!!!
มถอยหลังมาเจอกับอะไรบางอย่างพอหันไปดูก็เจอรอยยิ้ม พี่มิทส่งมือขวามาคว้าเอวผมแล้วหัวเราะเบาๆผมเป่าลมออกจากปากแล้วหันไปพูดกับพี่มิท
“ตกใจหมดเลยครับ” ผมพูดแล้วถอนหายใจ
“เห็นอะไรบนนั้นหรือเปล่า?” พี่มิทถาม
“เห็นครับ ถึงได้ถอยมานี่ไงพี่มิทก็เห็นเหรอครับ?”
“เห็นไม่ชัด แต่ก็พอเห็น”
“ผมเห็นชัดแจ๋วเลย ตาเขาแดงเหมือนไฟเลยครับ”
“เขาบอกว่า คนที่เห็น ถ้าไม่มีบุญมากก็มีบาปมากพี่ว่าเราสองคนน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า” พี่มิทยิ้ม
“กลัวจะเป็นอย่างหลังสิครับดีนะที่นกน้อยไม่เห็น ไม่งั้นพระได้ตื่นกันหมด”
หลวงพ่อเห็นผมกับพี่มิทยุกยิกอยู่สองคนเลยเข้ามาถามจากนั้นก็พูดให้ฟัง
“คนเห็นเปรต เขาว่ามีอยู่สามจำพวกหนึ่งมีบุญบารมีสะสมมีตาเห็นอินทร์พรหมยมโลกคนจำพวกนี้เห็นชัดเจนเหมือนภาพเสมือนจริง
สอง เป็นคนมีบุญมากกว่าบาปเคยเพ่งจิตกำหนดสมาธิ คนจำพวกนี้เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง บางทีก็ชัดบางทีก็เลือน
สาม เป็นคนมีบาปมากเปรตต้องการส่วนบุญเลยปรากฏกายให้เห็น”
ผมฟังหลวงพ่อพูดจบก็หันมามองพี่มิทขนที่อยู่ตามตัวลุกตั้งจนรู้สึกหนาว
“อีกาตัวนั้นดีนะโยม มันบินไปไหนแล้วล่ะ?”อยู่ดีๆ หลวงพ่อก็ถามเรื่องอีกา
“มันบินไปแล้วครับ”
ระหว่างนั้นพวกชาวบ้านที่ช่วยออกตามหาก็ทยอยกันกลับมา หลวงพ่อเดินกลับไปที่ศาลา ชาวบ้านบอกว่าไปตามหาจนทั่วทั้งในป่าช้าและป่าสมุนไพร ชายป่า
เลยไปจนถึงบึงใหญ่ ก็ไม่มีวี่แววของคนหายเลยผู้ใหญ่บ้านถามพี่มิทว่าทางค่ายที่กลับไปในโรงเรียนโทรมาแจ้งว่าคนหายกลับไปเองหรือเปล่า
พี่มิทตอบว่ายังไม่มีคนกลับไปที่พักเลยทั้งสามคนยังเป็นปริศนา
นกน้อยกับพี่ผู้หญิงเกาะกันแน่นอยู่ใกล้ๆ ผมผมรู้ว่าทั้งสองคนกลัวมาก แต่ก็พยายามระงับสติไว้กับตัว
ผู้ใหญ่บ้านจุดธูปหนึ่งดอกขึ้นนอกเขตวัดจากนั้นก็สังเกตควันธูปที่ลอยไปตามลม หลวงพ่อซึ่งเป็นพระก็สงบนิ่งไม่ได้ห้ามหรือทักท้วงอะไร
ผมเองก็จนปัญญาที่จะช่วยอะไรได้ตอนนี้ทุกอย่างดูมืดมนเหมือนกับท้องฟ้าที่ไร้แสงเดือน
“เขาว่าคืนเดือนดับแบบนี้ผีดุ มึงเอ้ยจะเลือกวันหายก็ไม่ได้ เสือกมาหายวันนี้คืนนี้” เสียงพี่เป้ดังขึ้นมาเบาๆพอที่จะให้พวกเราได้ยินกันในกลุ่ม
เสียงฟาดมือดังขึ้นมาเบาๆพี่มิทนั่นเองที่ตบต้นคอพี่เป้ให้เงียบเสียงลง
“ปากมากนะมึง เดี๋ยวกระทืบให้นอนที่นี่ซะเลย”พี่มิทเตือนพี่เป้แต่ผมก็เห็นว่าพี่เขาเองก็รู้สึกเหมือนที่พี่เป้พูดเหมือนกัน
อีกาโผกลับมาจับไหล่ผมอีกครั้ง คราวนี้มันยกขาที่สามชี้ไปทางหลังวัดผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งสังเกตพวกเรา หันมามองพร้อมกับทำหน้าสนใจ
“อีกาอะไร มีตั้งสามขา เกิดมาไม่เคยเห็นจับไปส่งสวนสัตว์ดีมั้ง” ผู้ใหญ่บ้านพูดแล้วก็เดินมาใกล้ๆ ผม
“นกมันมีเจ้าของแล้ว ไปจับมันไว้เจ้าของเขาจะว่าเอา” หลวงพ่อพูดกับผู้ใหญ่บ้าน
“คนนี้เรอะเจ้าของ?” ผู้ใหญ่บ้านถามผม
ผมรู้ว่าหลวงพ่อหมายถึงบุคคลที่สามที่เป็นเจ้าของนกจริงๆผมแน่ใจว่าหลวงพ่อรู้ว่านกไม่ใช่ของผม และผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่านกตัวนี้เป็นของใคร
อีกาจิกหูผมเบาๆแล้วก็ชี้ขาไปทางหลังวัดเหมือนเดิม
“เดินไปดูในป่าช้าอีกครั้งได้ไหมครับ?” ไม่รู้ว่าผมมั่นใจได้ยังไงแต่ลางสังหรณ์และการชี้นำของอีกาทำให้ผมเชื่อย่างนั้น
“ไปดูมาสองรอบแล้วก็ไม่เจอ โยมมีอะไรหรือเปล่าทำไมถึงอยากให้ไปดูในป่าเผ่าผีนั่น”
“ไปดูอีกครั้งก็ไม่เสียหายนะหลวงพ่อเมื่อกี้ผมจุดธูปถามญาติที่ตายไป ควันธูปมันก็ลอยไปทางป่าช้าเหมือนกัน” ผู้ใหญ่บ้านช่วยเสริม
ทุกคนก็ไม่เห็นหนทางที่ดีกว่านี้เราทุกคนพากันเดินรวมกลุ่มไปที่ป่าช้าที่อยู่ทางด้านหลังของวัด
ป่าช้าในต่างจังหวัดไม่ได้ทำไว้ในเขตวัดเหมือนในกรุงเทพ เมรุเผาศพตั้งอยู่ในเขตป่าจริงๆกินอาณาบริเวณกว้างขวางพอสมควร
หลวงพ่อตอบคำถามของผมที่สงสัยว่าแท่นปูนตรงกลางลานกับเมรุเผาศพนั้นใช้ต่างกันยังไง
“เมรุเผาศพเพิ่งมีมาได้ไม่กี่สิบปีนี่เองใช้ไฟฟ้าเผา แต่เชิงตะกอนกลางลานนั่นมันมีมานานแล้ว มีมาก่อนหลวงพ่อเกิดซะอีก
สมัยก่อนเขาเผากันบนดินเอาฟืนก่อเอาโลงวางก็จุดไฟเผาเหมือนย่างศพในโลงไม่ได้เอาเข้าไปเผาในช่องเหมือนเผาเมรุ”
ชาวบ้านแยกย้ายกันออกไปหาผมสังเกตว่าแต่ละคนไม่ได้ทำเสียงโหวกเหวกหรือตะโกนหาคนหายเลยทุกคนส่องไฟหากันเงียบๆ
อาจจะเป็นเพราะความเชื่อที่ว่าอย่าตะโกนเรียกกันในป่าช้าเพราะผีจะเลียนเสียงทำให้หลงทาง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Zenny +25 ย่อ เหตุผล
pander + 25

ดูบันทึกคะแนน

ประธานนักศึกษา

กระทู้
30
ตอบกลับ
21511
พลังน้ำใจ
67304
Zenny
73315
ออนไลน์
6685 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 13:17:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
2818
พลังน้ำใจ
33225
Zenny
8728
ออนไลน์
5534 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 15:16:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตื่นเต้นๆ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
1888
พลังน้ำใจ
6875
Zenny
1317
ออนไลน์
1071 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 17:03:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
10611
พลังน้ำใจ
65871
Zenny
40218
ออนไลน์
8245 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-15 18:44:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
6106
พลังน้ำใจ
46179
Zenny
36632
ออนไลน์
6410 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-17 07:23:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุนครับ

นายกสโมสร

กระทู้
637
ตอบกลับ
26697
พลังน้ำใจ
153583
Zenny
684263
ออนไลน์
17995 ชั่วโมง

สมาชิกจีโฟกาย 100%สมาชิกระดับแพลตตินั่มสมาชิกระดับทับทิมสมาชิกระดับไพลินสมาชิกระดับมรกตสมาชิกระดับเพชรสมาชิกระดับเพชรบริหารสมาชิกระดับเพชรคู่สมาชิกระดับตรีเพชรสมาชิกระดับมงกุฎ

โพสต์ 2016-2-18 18:29:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
152
ตอบกลับ
14229
พลังน้ำใจ
91696
Zenny
215255
ออนไลน์
18998 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-21 15:12:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
3
ตอบกลับ
1153
พลังน้ำใจ
3667
Zenny
2546
ออนไลน์
279 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-21 18:56:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
725
พลังน้ำใจ
3627
Zenny
4088
ออนไลน์
447 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-22 00:51:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
3252
พลังน้ำใจ
39830
Zenny
2002
ออนไลน์
4854 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-3-10 01:24:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
2243
พลังน้ำใจ
21955
Zenny
2855
ออนไลน์
1483 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-7-21 09:54:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ชอบมาก ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
40
ตอบกลับ
2958
พลังน้ำใจ
36879
Zenny
10282
ออนไลน์
4434 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-7-23 21:13:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
6705
พลังน้ำใจ
50398
Zenny
6180
ออนไลน์
5954 ชั่วโมง
โพสต์ 2017-7-6 18:58:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุก ตื่นเต้นดี

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64897
พลังน้ำใจ
331536
Zenny
119500
ออนไลน์
27648 ชั่วโมง
โพสต์ 2018-11-13 22:32:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
2
ตอบกลับ
4116
พลังน้ำใจ
47106
Zenny
23549
ออนไลน์
3897 ชั่วโมง
โพสต์ 2019-9-12 06:44:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตื่นเต้นและขนลุกมากครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
52
ตอบกลับ
2190
พลังน้ำใจ
12594
Zenny
48443
ออนไลน์
684 ชั่วโมง
โพสต์ 2019-9-24 17:11:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นตอนที่น่ากลัวจัง

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
8670
พลังน้ำใจ
48016
Zenny
20531
ออนไลน์
2073 ชั่วโมง
โพสต์ 2020-8-16 18:18:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
8
ตอบกลับ
1614
พลังน้ำใจ
14938
Zenny
14731
ออนไลน์
887 ชั่วโมง
โพสต์ 2022-3-30 17:16:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณ​มาก​ครับ​

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
3851
พลังน้ำใจ
47140
Zenny
7296
ออนไลน์
6523 ชั่วโมง
โพสต์ 2023-2-18 23:49:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-29 15:49 , Processed in 0.152308 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้