ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 2041|ตอบกลับ: 26

"เมื่อผมเจอพญาครุฑ!!!" copy งานของคุณ MAKI จากบอร์ดPalm-Plaza ครับ ตอนที่ 8

[คัดลอกลิงก์]

ประธานนักศึกษา

กระทู้
457
ตอบกลับ
16194
พลังน้ำใจ
79440
Zenny
214913
ออนไลน์
9900 ชั่วโมง



วันนี้มีเรียนแค่ครึ่งเช้าส่วนครึ่งบ่ายผมออกไปเดินดูงานพืชสวนในห้างวันนี้ผมมาคนเดียวเพราะนกน้อยมีธุระที่บ้าน
ผมเจอนักดนตรีตาบอดอีกแล้ววันนี้เขาเล่นไวโอลิน ไม่ใช่เปียโนเหมือนวันก่อนผมหยุดยืนฟังอยู่ได้ไม่นานเพลงก็จบ
เสียงปรบมือดังนานมากพร้อมๆกับผู้คนในงานทยอยกันเดินกลับผมรู้สึกเสียดายที่มาช้าไป
ผมนั่งเล่นอยู่ลานน้ำพุจนใกล้ค่ำจึงเดินออกไปที่สถานีรถไฟฟ้า ผมเจอคุณเวณวัฒน์ นักดนตรีตาบอดอีกแล้ว
เขายืนเล่นไวโอลินอยู่หน้าป้ายรับบริจาคเงินช่วยเหลือสัตว์พิการผมกดเงินออนไลน์ผ่านเข้าไปในเครื่องสแกนหน้าเขา
แล้วก็หยุดฟังเพลงของเขาจนจบน่าเสียดายที่เขาไม่ได้เล่นเพลงเหมือนกับตอนอยู่ข้างในห้าง
ผมหยุดฟังเขาจนงานเลิกผู้จัดการอาสาพาเขาไปส่งบ้าน แต่เขาปฏิเสธผมเห็นคุณเวณวัฒน์ดึงแท่งอลูมิเนียมออกมา
เขาเดินมาหาผมจากนั้นก็หยุดอยู่ตรงหน้าแล้วก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเอาบัตรคอนเสิร์ตออกมาให้หนึ่งใบ
“ผมรู้สึกว่าคุณมองผมอยู่นานแล้ว ถ้าคุณรออยู่นานขนาดนี้คุณคงรอฟังเพลงบางเพลง แต่ผมไม่ได้เล่น บัตรนี้คุณจะได้ฟังทุกเพลงจนจบ”
คุณเวณวัฒน์พูดแล้วก็ยื่นบัตรมาให้ผม
“คุณมองไม่เห็นไม่ใช่เหรอครับทำไมถึงรู้ว่าผมรอคุณอยู่ตรงนี้?”
“คนตาบอดมักจะมีบางอย่างชดเชยเสมอผมได้กลิ่นคุณลอยมาตามลม ได้กลิ่นตั้งแต่อยู่ข้างในจนออกมาถึงข้างนอกถ้าคุณสนใจอยากฟังเพลงที่ผมเล่น ก็ตามบัตรที่ผมให้นี้มา ลาก่อน”
คุณเวณวัฒน์เดินแทรกหายไปกับฝูงชนผมไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นได้ยังไง คนที่มองอะไรไม่เห็นมักจะใช้ชีวิตลำบากกว่าคนผิดปกติอื่นๆ
คนหูหนวกและพูดไม่ได้ ยังสามารถไปไหนมาไหนได้คนเดียวแต่คนตาบอดไม่ใช่แบบนั้น
วันนี้ผมรู้สึกว่าที่มหาลัยจะมีคนคึกคักเป็นพิเศษเป็นตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินตรวจตรากันทั่วไปในมหาวิทยาลัย
ผมกับนกน้อยส่งงานอาจารย์แล้วก็ไปลงวิชาว่ายน้ำวันนี้อาจารย์สอนทฤษฎีและเทคนิคการลอยตัวแล้วก็เปิดวิดีโอให้ดู
ช่วงเย็นใกล้อาทิตย์ตก ผมจองสระไว้นกน้อยเกาะบอร์ดโฟมฝึกลอยตัว ส่วนผมว่ายเป็นแล้ว เลยว่ายวอร์มร่างกายเบาๆ ไปกลับ
นกน้อยเกาะตะแกรงพลาสติกระบายน้ำอยู่ริมสระดูเธอเหนื่อยมาก ส่วนผมก็ลอยตัวนิ่งๆ พลิกตัวหงายขึ้นมา ตาผมมองดูดาวบนท้องฟ้า
ฟ้าสีน้ำเงินเข้มเริ่มมีดาวสุกสว่างขึ้นมาแล้ว
“วา...วา” ผมได้ยินเสียงเรียกวาน่าแปลกมาก หูผมแช่อยู่น้ำ แต่กลับได้ยินเสียง
นกน้อยหันมามองผมแล้วถามว่าผมพูดว่าอะไร
“เปล่า ไม่ได้พูดอะไร” ผมตอบ
“ได้ยินเหมือนคนเรียก” นกน้อยหันมาจากตะแกรงแล้วพูดตอบ
“นั่นสิ เหมือนมีคนเรียกวา..วา”
“คงเสียงน้ำมั้ง” นกน้อยวางแขนลงไปกับตะแกรงระบายน้ำริมสระจากนั้นก็แนบหน้าลงไปพักเหนื่อยผมกำลังจะบอกให้นกน้อยขึ้นจากสระไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านแต่ได้ยินเสียงเธอกรีดร้องขึ้นมาเสียก่อน
นกน้อยร้องเหมือนคนเสียขวัญและพยายามขึ้นมาจากสระดูเธอจะกลัวมาก
“นกน้อย!!!”
“ตาน ผีอยู่ในท่อระบายน้ำ ผี!!!”
ผมรีบว่ายไปที่บันไดแล้วดึงนกน้อยขึ้นระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ของคณะกับตำรวจก็วิ่งเข้ามานกน้อยห่อตัวอยู่ในผ้าขนหนูแล้วรีบชี้จุดให้ตำรวจดู
นกน้อยบอกว่า มันเหมือนอสูรกายในนรกรูปร่างมันเหมือนงูเหลือมแต่มีหน้าเป็นคน มันเลื้อยมากับร่องระบายน้ำแล้วก็เงยหน้ามามองเธอจากนั้นก็แลบลิ้นสองแฉกออกมา
                ผมนั่งดูข้อมูลของน้องปริศนาที่ไอ้เป้หามาให้แถมยังให้รูปน้องหลับตาข้างเดียวตอนกินมะม่วงมาเป็นภาพวอลเปเปอร์อีกด้วย
“อย่างนี้นี่เองเป็นเด็กคณะชายขอบนี่เองถึงหลุดรอดไปได้” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ
“น้องเขาลงวิชาเลือกที่คณะอักษรกับวิทย์กีฬา”ไอ้เป้พูดต่อ ผมพยักหน้า เวลามีเงินล่อไอ้เป้มันทำงานคุ้มค่าจ้างเสมอ
“เด็กใหม่หายากขึ้นทุกวันบางคนรู้ว่ากูเป็นเพื่อนมึงเขาก็หนีบางคนมีพี่รหัสที่โดนมึงจีบไปปีก่อนก็เตือนน้องรหัส” ไอ้เป้พูดเรื่อยๆขณะผมเลื่อนดูรูปน้อง
“ปลาในทะเล ล่ามันมากๆ วันนึงมันก็หมดบางตัวก็กลัวแล้วว่ายหนี มึงก็เหมือนกัน”
ผมยักไหล่รับคำไอ้เป้คราวนี้ผมไม่เถียงเพราะผมไปไล่จีบเขามาจริงๆแต่ผมไม่เคยจริงจังกับใครจนถึงขั้นเรียกว่าแฟน
“ยังไม่เจอคนที่ใช่ กูก็หาไปเรื่อยๆ ทำไมวะเสื้อผ้ายังเลือกยังลองได้ ทำไมคนจะเลือกไม่ได้ถ้าไม่เข้าไปคุยกูจะรู้ได้ยังไงว่าเหมาะกับกู”
“มึงไปจีบเขา เขาก็คิดว่ามึงจะคบกับเขาสิวะ”
“ช่วยไม่ได้ ก็คิดกันไปเอง กูแค่ไปคุยเฉยๆใครไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”
วันนี้ผมกลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะมหาลัยประกาศปิดฉุกเฉินมีรายงานการพบสัตว์ประหลาดที่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
เป็นอันว่าการตามหาน้องปริศนายังต้องรอต่อไปผมชอบเรียกน้องว่าปริศนาแม้ไอ้เป้จะตามไปสืบชื่อน้องมาแล้ว
ผมรู้สึกเลือดสูบฉีดทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
ผมเดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงเขตบ้านของคุณป้าป้าของผมเป็นญาติผู้ใหญ่ทางแม่ บ้านของของป้าเป็นเรือนไม้สัก
ดูคล้ายกับตำหนักมากกว่าบ้าน ตอนเป็นเด็กผมชอบมาวิ่งเล่นที่นี่ ป้าเป็นคนใจดีและรักผมมาก
บางครั้งผมทะเลาะกับแม่ ก็จะวิ่งมาหาป้าที่นี่
แม่บอกว่าป้ามีเชื้อสายมาจากอาณาจักรโบราณทางด้านตะวันออกของไทยและหากนับกันจริงๆ ป้าก็อาจนับได้ว่าเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่ง
แต่เป็นเจ้าหญิงของเมืองอื่นทำให้ไม่มีบรรดาศักดิ์และยศ
แม่มักจะเกรงใจป้าเสมอดังนั้นเมื่อผมทะเลาะกับแม่ป้าก็จะเข้าข้างผมทุกครั้งแล้วก็จะเป็นคนสะสางปัญหาทั้งหมดแทน
บ้านของป้าสงบและเย็นไปด้วยต้นไม้สีเขียวผมนั่งมองสิงโตหินและรูปปิศาจตามทวารบาลต่างๆด้วยความชินตา
แม้จะรู้สึกว่าบางครั้งพวกมันจะเคลื่อนไหวได้เอง
“มิท จะมาหาป้าทำไมไม่บอก่อนจะได้ให้คนทำขนมไว้ให้” เสียงป้าของผมดังออกมาจากข้างในบ้านป้ามีริ้วรอยร่วงโรยตามวัย แต่ก็ยังเหลือเค้าโครงความสวยอยู่มากแม่บอกว่าถ้าป้ายังสาว ก็คงสวยกว่าบรรดานางเอกละครทีวีทุกคนผมหันไปหาป้าแล้วยิ้มตอบ
“เดินมาเรื่อยๆครับรู้ตัวอีกทีก็เดินทะลุมาถึงที่นี่”
“บังเอิญหรอกหรือ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คงเป็นเพราะมิทคึดถึงป้าขามันเลยพามาถึงที่นี่” ผมชอบพูดเอาใจคนแก่แล้วก็โชคดีที่คนฟังมักจะชอบสิ่งที่ผมพูดเสมอ
“มากินข้าวกับป้าดีกว่า”
ผมเดินตามป้าเข้าไปข้างในป้าของผมมีชุดที่เป็นเอกลักษณ์ ป้าจะสวมชุดผ้านุ่งกรอมเท้ามัดผมเป็นมวยประดับดอกไม้หอมเสมอ
ทำให้ป้าดูอ่อนวัยกว่าผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันบางครั้งผมก็ยังรู้สึกว่าป้านั้นดูเด็กกว่าแม่ของผมซะอีกทั้งที่ป้าอายุมากกว่าแม่ถึงสิบห้าปี
ผมชอบจับตุ๊กตาหินและตุ๊กตาไม้ที่ประดับอยู่ในบ้านของป้ามาเล่นบางครั้งผมจะเห็นตามันกรอกไปมา
ป้าบอกว่า ของทุกอย่างในบ้านก็มีชีวิตทั้งนั้นทั้งต้นไม้ทุกต้นและของใช้ทุกชิ้น
“เดินใจลอยแบบนี้ก็คงมีอยู่อย่างเดียวล่ะสิ”ป้ายิ้มแล้วกวักมือเรียกคนเข้ามารับคำสั่ง “ไปหาน้ำหวานดอกไม้ใส่น้ำแข็งมาให้หลานฉันหน่อย”
ผมยิ้มตอบป้า จากนั้นก็ถามกลับ “ป้ารู้เหรอครับว่ามิทคิดถึงอะไร?”
“ความรัก”
“ถูกเผง ป้านี่เก่งจริงๆครับ รู้ใจผมไปหมด”ผมหัวเราะ
“สาวคนไหนล่ะ?”
“ผู้ชายครับ”ผมยิ้ม
“ผู้ชาย?”
“ครับ ผู้ชาย” ผมตอบป้านิ่งไปแล้วก็พยักหน้าช้าๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมรักป้ามากไม่เคยแสดงอาการขัดแย้งในสิ่งที่ผมทำและเลือก
ตรงกันข้าม ถ้านี่คือแม่ตอนนี้ผมคงถูกซัดทอดยกใหญ่
“ลูกเต้าเหล่าใครกัน นิสัยใจคอเป็นยังไง?”ป้าถามต่อ
“โถป้าครับ มิทเพิ่งเจอเขาครั้งเดียวเอง”
“เจอกันครั้งเดียวก็เพ้อซะแล้วรึ?” ป้าเลิกคิ้วแล้วมองผม
“ไม่รู้สิครับ อาจจะแค่ชอบเฉยๆยังไม่ได้คุยกันจริงจัง บางทีคุยแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้ว่าแต่ป้าอย่าเพิ่งบอกแม่นะครับ มิทไม่อยากฟังเสียงแม่บ่น”
“ป้ารู้แล้ว อีกอย่างแม่เราก็เอาแต่เดินสายทำงานการกุศล ปล่อยลูกไว้ให้เหงาจนต้องตามหาแฟนอยู่แบบนี้”
ผมนั่งกินข้าวเย็นแล้วก็เลยกินของหวานกับป้าอาหารที่บ้านหลังนี้แปลกกว่าที่อื่น แต่เป็นอาหารแปลกที่อร่อย
ผมนั่งเล่นดูปลาในบ่อจนถึงสองทุ่มก็ขอตัวกลับบ้านไป
“กลับละครับ พรุ่งนี้ต้องไปเรียน ไว้ว่างๆมิทจะมาหาป้าอีก”
“ถ้าคิดจะจริงจังก็อย่าลืมพามาหาป้า” ป้ายิ้มผมรู้ว่าป้าหมายถึงเรื่องแฟน
“ถ้าป้าไม่ชอบ มิทก็แย่สิครับ”
“มีอะไรที่มิทชอบแล้วป้าไม่ชอบบ้างล่ะ?”
“....ไม่มีครับ” ผมนึกอยู่นานก็นึกไม่ออก
ป้ารักผมมาก ตั้งแต่ผมเกิด ป้าก็เอาใจใส่ผมเสมอเมื่อคราวผมทะเลากับแม่เรื่องเลี้ยงสัตว์แปลก ทะเลาะกับพ่อเรื่องไปเที่ยวต่างประเทศ
ป้าก็เป็นคนสะสางปัญหาให้ทั้งหมดพ่อกับแม่ดูจะเกรงใจป้ามากจนไม่กล้าขัด
และหลังจากที่หลานชายเดินกลับไปหญิงวัยกลางคนในชุดผ้านุ่งก็เข้ามายืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นหินเธอยกมือขึ้นโบกไปมาในอากาศตรงหน้ารูปปั้นนั้น ไม่นานรูปปั้นนางฟ้าขอมก็เคลื่อนไหวได้ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต
“ไปตามหาว่าหลานของข้ารักใคร่อยู่กับใครไปตามหาให้เจอ อัปสรา”
รูปปั้นนางฟ้าอัปสราเคลื่อนไหวตัวรับคำสั่งเครื่องประดับทองบนเศียรส่งประกายวูบวาบต้องแสงไฟสีเหลืองนวลในบ้าน
นางอัปสราเดินหายไปในความมืดมิดของดงไม้ออกไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
ผมนั่งอยู่บนม้านั่งไกว หลังเอนอยู่กับไม้หูกำลังฟังเสียงตัวเองที่อัดไว้ตอนอ่านหนังสือ
ผมชอบฟังเสียงที่อัดไว้เพราะมันสะดวกกว่ากางแพดอ่านแค่เสียบหูฟังแล้วก็คิดตามที่อ่านก็เหมือนได้อ่านหนังสือจริงๆแล้ว
บนตักของผมมีแมวลายหินอ่อนสีเทานอนอยู่มันชื่อเจ้าเงิน เจ้าเงินเป็นแมวตัวผู้ที่ค่อนข้างอ้วนท้วนมันขดตัวบนตักของผมอย่างสบายอารมณ์
แต่ไม่นานหลังจากผมจมหายไปในโลกของหนังสือเสียงเจ้าเงินก็ลุกขึ้นมายืน มันโก่งตัวและทำขนฟู จากนั้นก็ขู่ไปทางประตูรั้ว
ผมนั่งอยู่ในสวนหน้าบ้านห่างไปไม่ไกลเป็นรั้วไม่ที่ตีไว้เป็นซี่ขนาดที่แมวพอลอดไปมาได้บนรั้วที่สูงขนาดเท่ากับผม มีไม้เลื้อยสีเขียวขึ้นคลุมจนมิด
เจ้าเงินขู่ฟ่อแล้วก็กระโดลงจากตักผมมันเข้าไปมองอยู่ใกล้ๆ รั้วไม้ ผมเดินตามเจ้าเงินเจ้าไปดู
บริเวณหน้าบ้านของผมมีเสาไฟแล้วก็มีไฟส่องสว่างเป็นรูปวงใหญ่ๆแต่ห่างออกไปไม่ไกลก็มืดเพราะไฟสว่างไปไม่ถึง
ผมเห็นบางอย่างที่วิบวับคล้ายทองเคลื่อนตัวไปในความมืดเจ้าเงินขยับตัวจะตามเงานั้นไป แต่ถูกผมห้ามเอาไว้
“อย่าตามไป เงินกลับมานี่” ผมรีบเข้าไปอุ้มเจ้าเงินออกมาจากรั้วหลอดไฟที่เคยสว่าง ตอนนี้กะพริบติดๆดับๆ
อันที่จริง ละแวกบ้านผม ไม่มีโจรหรือคนร้ายอยู่เลยผมคิดว่าอาจจะเป็นบุรุษไปรษณีย์หรือคนต่างถิ่นที่เข้ามาและเดินเลยผ่านบ้านไปมากกว่า
ข่าวการพบตัวประหลาดที่สระน้ำของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาทำให้ต้องมีการยกฝาครอบขึ้นมาทำการค้นหาเป็นการใหญ่
อีกทั้งพื้นที่โรยด้วยสีฝุ่นในคณะสัตวแพทย์ก็มีรอยเลื้อยบนพื้นแต่สัตว์ประหลาดนั้น ไม่ได้เหยื่อไปเพราะเจ้าหน้าที่เปลี่ยนมาใช้ไก่ชำแหละแทน
ตำรวจสรุปว่า สัตว์ประหลาดเลื้อยมาตามท่อน้ำซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะโครงข่ายท่อน้ำนี้กระจายกันอยู่ทั่วมหาวิทยาลัย
อธิการบดียังไม่สั่งปิดมหาวิทยาลัยเพราะเห็นว่าตำรวจสามารถควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้อีกทั้งทางมหาลัยก็กระจายกำลังกันตรวจตราและดูแลพื้นที่ไว้เป็นอย่างดี
แต่ยังไงก็ตาม ก็มีคำสั่งอธิการบดีห้ามไม่มีมีการเรียนการสอนและการทำกิจกรรมกันหลังพระอาทิตย์ตกดิน
วันนี้ทั้งวันผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกตามแต่จะเป็นใครตามนั้น ผมก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ผมเห็นเงาวูบเหมือนคนเคลื่อนไหวตรงมุมอาคาร
ผมวิ่งไปดูคิดว่าจะตามทันแต่เมื่อไปถึงก็พบแต่ลานหินที่มีน้ำพุและรูปปั้นนางฟ้าเขมร
นกน้อยวิ่งตามมาติดๆเธอยืนหันซ้ายขวาอยู่บนระเบียงทางเดิน
“งูเหรอตาน งูผีมันมาเหรอ” นกน้อยดูเหมือนจะกลัวมากกว่าอยากรู้คำตอบ
“ไม่ใช่หรอก เหมือนมีคนเดินมาทางนี้” ผมมองหาคนรอบๆตัวก็ไม่เจอเลยเดินกลับขึ้นไปบนอาคารเรียนอีกครั้ง
“แปลกนะรู้สึกว่ามีคนมองตั้งแต่เมื่อวานเย็นตอนอยู่ที่บ้านแล้ว มาที่นี่ก็ยังเจออีก”
ผมกับนกน้อยเราสองคนก้าวหน้าเรื่องว่ายน้ำไปมาก แม้นกน้อยจะขวัญเสียเรื่องงูผีหน้าคนไปเมื่อวันก่อนก็ตาม
แต่หลังจากผมอธิบายให้ฟังเธอก็พยายามลืมแล้วก็มาหัดว่ายใหม่
ผมว่ายกลับไปกลับมาได้หกเที่ยวแล้วส่วนนกน้อยก็เริ่มว่ายเองได้โดยไม่ต้องเกาะบอร์ดโฟม
ผมว่ายเข้ามาเกาะอยู่ริมสระน้ำจุดเดียวกับที่นกน้อยเกาะเมื่อวันก่อนแต่แทนที่ผมจะเห็นงูผีหน้าคน ผมกลับเห็นกางเกงขายางอยู่ตรงหน้า
เมื่อเงยขึ้นไปก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยิ้มเขานั่นเอง พี่ผู้ชายที่ผมเคยทักผิดเป็นพี่มิตร
“พี่...”
“พี่อะไรครับ จำได้หรือเปล่า?”
“พี่มิทเอ็มไอที” ผมหัวเราะ
“ถูกครับ แต่เรียกพี่มิทก็พอ นี่น้ำครับรับรองหวานเจี๊ยบไม่เปรี้ยวน้ำตาเล็ดเหมือนมะม่วงคราวก่อน” พี่มิทนั่งยองๆแล้วก็วางแก้วลงมาตรงหน้าผม
“ให้ผมทำไมครับ?” ผมยังเกาะขอบสระสองขาแกว่งไปมาในน้ำเหมือนปลา
“ขอโทษเรื่องมะม่วงครับ” พี่มิทยิ้ม
“ไม่ต้องหรอกครับมันเป็นเงื่อนไขในกระดาษอยู่แล้ว”
“ตานขึ้นเหอะ เย็นมากแล้วนะ” นกน้อยเรียกมาจากด้านที่มีบันไดผมจับแก้วน้ำมาดูดสองสามครั้งเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ
น้ำมะม่วงปั่น วันนี้หอมอร่อยและหวานต่างกับมะม่วงครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
“อร่อยครับ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณแล้วก็หยิบเอาแก้วน้ำของพี่มิทไปด้วย
.
.
.
.
หญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าของมิทยืนหลับตานิ่งอยู่หน้ารูปปั้นนางอัปสรา
เธอพยักหน้าไปมาเหมือนกำลังฟังรูปปั้นพูดให้ฟัง
“งั้นหรือ เข้าไปในบ้านเด็กคนนั้นไม่ได้เข้าไปใกล้ตัวก็ไม่ได้ ทำไมกันอัปสรา?”
“มีคนปกป้องอยู่งั้นหรือ ใครกัน?”
.
.
.
.
.
ป้าของมิทมานั่งเงียบๆ อยู่บนตั่งในห้องนอนเธอดึงลิ้นชักไม้ออกมา ด้านในมีหีบลงยาสีดำซ่อนอยู่
หีบใบเล็กนี้เป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเป็นรูปภาพเก่าคร่ำคร่า สีเหลืองออกน้ำตาลบ่งบอกอายุของภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี
ในภาพเก่านั้นเป็นภาพของเธอกับบุรุษท่าทางสง่างาม ทั้งสองคนที่อยู่ในภาพดูรักกันดี
“กำไลทองนี้พี่ขอมอบไว้ให้เจ้าจงเก็บไว้เพื่อนระลึกถึงกัน”
“พี่พูดเหมือนจะจากน้องไป”
“โสรยาบัดนี้วัยของเจ้าก็ล่วงเลยมาจนถึงขวบปีที่ 45แล้ว วัฏจักรชีวิตมนุษย์หมุนไปตามรอบของมัน
ส่วนพี่ก็จะไม่รู้แตกดับไม่รู้จักแก่เฒ่าไปเช่นนี้ สู้เราจากกันไปตอนนี้ดีกว่า”
“น้องไม่เชื่อ พี่กำลังมีผู้หญิงคนใหม่ ใช่พี่อาจมีหญิงคนใหม่ที่เป็นวัยแรกรุ่นดรุณี ไม่ใช่อายุคราวเดียวกันกับน้อง”
“เช่นนั้น มาหลอกให้น้องรักทำไมในเมื่อรู้ว่าวันหนึ่งน้องก็ต้องแก่ไปตามวัยเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป”
“พี่ขอโทษ”
.
.
.
.
.
เจ้าหญิงโสรยากำของที่สามีให้ไว้เป็นที่ระลึกอยู่ในมือมันเป็นกำไลทองที่สวยงามและวิจิตรพิสดารเกินกว่าช่างทองคนใดในโลกจะทำได้
เจ้าหญิงโสรยาขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงที่ครองตัวโสดมาจนถึงปัจจุบันแต่จะมีใครรู้ว่า เจ้าหญิงผู้งดงามและเลอโฉมนั้น จะมีบุรุษหนุ่มรูปงามลอบเข้ามาหาถึงในห้องบรรทมตั้งแต่อายุสิบหกชันษาสวามีที่ปรากฏตัวเฉพาะเวลากลางคืนของเจ้าหญิง ไม่มีผู้ใดรู้จัก
ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ด้วยมาเกือบสามสิบปีจนเจ้าหญิงล่วงเข้าสู่วัยดอกไม้โรยสามีผู้มีปีกโบยบินจึงให้กำไลไว้แล้วก็จากไปตลอดกาล
ไม่ได้หวนกลับมาอีก
เจ้าหญิงโสรยาในวัยหกสิบหกในปัจจุบันกำกำไลทองไว้แน่นสายตาบ่งบอกถึงความอาฆาตพยาบาท
.
.
.
“กูจะทำลายความรักของมึงและเผ่าพงศ์ของมึงให้ถึงที่สุดหากแม้นกูโดนคนรักทิ้ง พวกมึงก็ต้องถูกทิ้งเช่นกัน
พวกมึงต้องทนทุกข์ทรมานกับชีวิตอมตะไปชั่วกัปชั่วกัลป์ไม่มีโอกาสอยู่กับคนที่รักไปตลอดกาล”
มิทเป็นตัวละครใหม่ครับไม่ได้เป็นใครมาเกิดใหม่ ส่วนตัวอื่นๆ ก็ตามอ่านดูนะครับ
ผมมองบัตรคอนเสิร์ตในมืออีกครั้งในบัตรพลาสติกเคลือบ ระบุวันที่ เวลาและสถานที่เอาไว้ครบถ้วน
มีแม้กระทั่งแผนที่สำหรับเดินทางผมเดินขึ้นมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เดินลัดเลาะตามทางเดินเท้ามาเรื่อยๆจนถึงสะพานข้ามคลอง
ข้างหน้ามีซอยโดดเดี่ยวท้ายซอยมีบ้านหลังใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในดงไม้เขียวครึ้ม
ผมบอกว่าเขียวครึ้มก็คงไม่ผิดรักบ้านหลังนี้เหมือนยกป่ามาไว้กลางเมืองหลวง ต้นไม้สูงเท่าตึกสิบชั้นผมต้องแหงนหน้าตั้งฉากกว่าจะมองขึ้นไปถึงยอดได้
ลมเย็นๆจากภายในบ้านพัดวูบเข้ามาหาตัวผมมองผ่านซี่รั้วเข้าไปเห็นแมกไม้ข้างในบดบังตัวบ้านเอาไว้เหมือนในนิทาน
ผมกดสัญญานหน้าประตูหนึ่งครั้งมีเสียงผู้ชายดังออกมาจากลำโพงเล็กข้าวปุ่มสัญญาน
“เชิญครับ”
มีเสียงปลดล็อคประตูดัง “กริ๊ก”เบาๆ ผมดันประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย น่าแปลกที่ไม่มีแขกคนใดอยู่เลย
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาชมคอนเสิร์ตที่นี่
ข้างในบริเวณบ้านกว้างขวางต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่นผมอาศัยทางเท้าที่ปูด้วยหินทรายเข้าไปถึงในบ้านที่ห่างจากประตูใหญ่เกือบร้อยเมตร
บ้านคุณเวณวัฒน์เป็นบ้านสูงสิบชั้นเท่ากับต้นไม้แต่น่าแปลกที่มองไม่เห็นตัวบ้านจากข้างนอกเหมือนกับว่าดงไม้มันห่อหุ้มบ้านเอาไว้ผมถือวิสาสะผลักประตูกระจกเข้าไปด้านในในบ้านเงียบเชียบ ไม่มีเสียงคนอยู่เลยรอบตัวผมมีแค่เสียงนกจากในดงไม้รกและมีผีเสื้อบินช้าๆ อยู่ใกล้ดอกไม้
ผมนั่งรอเจ้าของบ้านอยู่บนเก้าอี้รับแขกก่อนจะนึกเอะใจแล้วหยิบเอาบัตรคอนเสิร์ตขึ้นมาดู
ในบัตรระบุลานคอนเสิร์ตบนชั้นสิบของบ้านผมมองหาบันไดขึ้นไปชั้นบน และสายตาก็เจอกับลิฟต์แก้ว
ผมกดหมายเลขบนปุ่มกด ลิฟต์แก้วเลือนขึ้นไปช้าๆทีละชั้นจนถึงชั้นบนสุด
ผมก้าวขาออกมาด้วยความทึ่งนึกชมเจ้าของบ้านและคนออกแบบที่สามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้
ผมนึกถึงสวนลอยแห่งเมืองบาบิโลนที่ราชาสร้างให้กับคนรักที่นี่ก็คงเป็นเช่นนั้น ผมพบกับสวนเขียว สวนดอกไม้ ลานหิน บ่อเลี้ยงปลา
รอบด้านมีต้นไม้ที่โตอยู่รอบตัวบ้านมันสูงพ้นขอบบ้านขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อมองไปรอบๆ ตัวผมเห็นวิวสามร้อยหกสิบองศารอบตัว เป็นวิวแบบพาโนรามาผมมองออกไปไกลจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา
สวนลอยฟ้านี่ช่างสวยจริงๆ
“ยินดีต้อนรับสู่สวนลอยบ้านทิชากร” เสียงนุ่มๆดังขึ้นมาจากอีกทาง ผมหันมองช้าก็เจอคุณเวณวัฒน์เดินออกมา ในมือเขามีช่อดอกไม้แดงเล็กๆมาด้วย
เขาส่งช่อดอกไม้ในมือให้ผมถือจากนั้นไม่นานนกตัวเล็กก็บินลงมาเกาะและดูดน้ำหวานอยู่หลายตัว
ผมมองดูนกตัวเล็กจิ๋วในมือด้วยความสุขใจมันเป็นนกตัวเล็กมากๆ อาจจะเล็กพอๆกับฮัมมิ่งในหนังสือ นกแต่ละตัวมีสีสันสวยงาม
มีทั้งสีเหลือง ฟ้า น้ำเงิน ส้มและเขียวอยู่ในตัวเดียวกันมันเหมือนกในสวรรค์ไม่มีผิด
“ฮัมมิ่งเหรอครับ” ผมถามโดยไม่ทันคิดว่าคุณเวณวัฒน์มองไม่เห็นเขาคงได้ยินเพียงแค่เสียงเท่านั้น
“นกกินปลี” เขาตอบผมกลับมา
“นกกินปลี ทำไมกินดอกไม้ ไม่เห็นกินปลี?”ผมหลุดปากถาม
“มันกินน้ำหวาน ดูปากมันยาวเหมือนฮัมมิ่งเอาไว้ดูดน้ำหวานโดยเฉพาะ” คุณเวณวัฒน์อธิบาย
“ตัวไหนผู้ชายตัวไหนผู้หญิงล่ะครับ?” ผมถามต่อ
“ตัวนั้นตัวผู้” คุณเวณวัฒน์ชี้ไปนกที่เกาะอยู่ทางซ้าย“ตัวนั้นตัวเมีย” ผมมองเขาชี้ไปที่นกบนช่อดอกไม้
เขาไม่ได้ชี้มั่วนกแต่ละตัวที่เขาชี้มันดูต่างกันจริงๆ
“คุณ...รู้ได้ยังไงครับ ผมหมายถึงคุณมองไม่เห็น”
“หูผมยังได้ยินเสียงนกตัวผู้มันเสียงไม่เหมือนตัวเมีย ส่วนคุณตามองเห็นคุณก็อาจจะมองเห็นว่าตัวผู้มันสีสวยกว่าตัวเมีย”
ผมมองตามที่คุณเวณวัฒน์พูด มันเป็นจริงตามนั้น
“นกนี่แปลกดีนะครับ ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียไม่เหมือนคนที่ตัวเมียสวยกว่าตัวผู้” ผมพูดต่อ สายตาก็มองนกไปด้วย
“ผมคิดว่านกตัวผู้สวยกว่าตัวเมียจริงๆเพราะดูได้จากขน แต่คนเพศเมียไม่จำเป็นต้องสวยกว่าคนเพศผู้
ความสวยงามนั้นเป็นสิ่งที่คนเพสผู้นิยามขึ้นมาเพื่อยกยอเพศหญิงอันที่จริง หากเรารักเพศไหน เราก็จะมองเพศนั้นสวยงามเสมอ”
ผมมองเห็นความฉลาดของคุณเวณวัฒน์เขาไม่ใช่คนพูดมาก ไม่ใช่คนพูดเกินจริง เขาพูดน้อย แต่พูดมีความหมายทุกคำ
“ได้เวลาแล้ว แขกคนอื่นยังไม่มากันเลยครับ”ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าบ้านหลังนี้เงียบเชียบเหมือนไม่ใช่สถานที่จัดคอนเสิร์ต
“แขกมาครบแล้ว” เขาตอบ
“อ๋อ...ครับ เขาอยู่ที่ไหนกันครับผมขอโทษที่เดินขึ้นมาก่อนนะครับ พอดีนั่งรออยู่ข้างล่างแล้วไม่เจอใครเลย”
“แขกวันนี้มีคุณคนเดียว....อันที่จริงแขกวันไหนก็มีคุณแค่คนเดียว เพราะบ้านหลังนี้ไม่เคยเปิดต้อนรับคนอื่น”
ผมมองเขาช้าๆ คิดว่าเขาจะเล่นมุกตลกแต่ท่าทางเขาไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
“ดูหมายเลขบัตรกับที่นั่งสิผมไม่ได้ใส่เอาไว้เพราะคอนเสิร์ตวันนี้มีคุณคนเดียว คุณจะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้”
“.... ครับ” ผมพยักหน้ารับด้วยความงุนงง “งั้นผมนั่งตรงม้านั่งหินนั่นได้มั้ยครับ”ผมชี้ไปที่ม้านั่งรูปสัตว์หิมพานต์ที่ทำด้วยหินทรายสีเทา ผมลืมอีกแล้วว่าเขามองไม่เห็น
“คุณจะนั่งตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น รอซักครู่ผมจะไปหาน้ำกับหยิบเครื่องดนตรี” เขาพูดช้าๆ แล้วก็เดินออกไป
ในสภาพคนตาบอดและหลังค่อมผมว่าเขาเดินได้เร็วเท่าๆ กับคนตาปกติเขาอาจจะเคยชินและอยู่ที่บ้านนี้มานานแล้วกระมัง
หรือเป็นเพราะอะไรผมก็ไม่แน่ใจ
คุณเวณวัฒน์กลับขึ้นมาจากชั้นล่างพร้อมกับขวดน้ำดื่มเย็นเฉียบสองขวดนอกจากนั้นเขาก็หอบเอาเครื่องเล่นต่างๆมาด้วย
“คุณอยากฟังอะไรก่อน?” เขาถาม
ผมมองฟลูต ไวโอลิน แซคโซโฟน เบนโจแล้วก็ตัดสินใจเลือก
“ฟลูตครับ ดูเข้ากับบรรยากาศเขียวๆ ของสวนคุณดี”ผมยิ้ม คุณเวณวัฒน์ก้มลงหยิบกล่องฟลูตขึ้นมา
น่าแปลกมาก เขาไม่ได้คลำดูก่อนด้วยซ้ำผมคิดว่าเขาต้องมีอะไรพิเศษแน่
“ผมจำได้ว่ากล่องไหนวางตรงไหน ลำดับเท่าไหร่คนตาบอดมักมีประสาทด้านอื่นดีกว่าคนตาปกติ”
เหมือนเขาอ่านใจผมออก อยู่ดีๆ เขาก็พูดขึ้นมา
“อ๋อ ครับ” ผมตอบรับ
“เลือกเพลงสิครับ”
ผมนิ่งไปครู่เดียวก็ตอบชื่อเพลงของนักประพันธ์ชาวออสเตรีย
คุณเวณวัฒน์เป่าฟลูตอยู่ตรงลานหินข้างหน้าผมไม่นานหลังจากเขาเริ่มเป่า นกสีสวยหลายตัวก็บินลงมาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ เท้าของเขา
พวกมันจับกันเป็นคู่ๆ เหมือนคนรัก
วันนี้เป็นวันเสาร์ปลายเดือน ผมว่างทั้งวันผมมีเวลานั่งฟังดนตรีเพราะๆ จากสุภาพบุรุษตรงหน้าเขาเปลี่ยนเครื่องดนตรีจากฟลูตเป็นแซคโซโฟนแล้วก็ไวโอลิน
ไม่น่าเชื่อเลยผมนั่งฟังเขาอยู่ที่เดิมจนเวลาผ่านไปถึงสี่ชั่วโมง
“คุณเวณวัฒน์ครับ พอก่อนเถอะครับคุณน่าจะพักบ้าง” ผมเริ่มรู้ตัวหลังเห็นว่าพระอาทิตย์ทำมุมองศาผิดไปจากยอดไม้เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ
“จริงๆ ยังเหลือเปียโนอีกอย่างแต่ผมไม่ได้ยกขึ้นมาที่นี่ มันตั้งอยู่ชั้นข้างล่าง”
“งั้นคุณพักก่อนนะครับผมก้ว่าจะไปเข้าห้องน้ำพอดี”
“เชิญครับ เดินไปเรื่อยๆ คุณก็จะเจอห้องน้ำเอง”เขาตอบ ผมเห็นเขาวางเครื่องดนตรีลงบนกล่องแล้วก็นั่งลงเปิดขวดน้ำขึ้นมาจิบ
ผมเดินออกจากสวนลงไปในลิฟต์ ผมลืมกดหมายเลขลิฟต์เปิดเองที่ชั้นไหนก็ไม่ทราบ ผมเดินออกแล้วหันซ้ายหันขวา
แสงสีน้ำเงินวิบวับออกมาจากที่ไหนซักแห่งผมเดินตามแสงนั้นไปเรื่อยๆ จนเจอห้องที่สวยงามห้องหนึ่ง
ผนังห้องทำเป็นอวกาศมีระบบสุริยะกับดวงดางต่างๆ มันเหมือนจริงจนผมรู้สึกว่ากำลังเดินอยู่นอกโลก
แม้แต่พื้นที่เหยียบก็เป็นกระจกใสข้างล่างก็มีดาวระยิบระยับด้วยเช่นกัน
ตรงกลางห้องมีกล่องสองกล่องวางคู่กันกล่องแรกเป็นกล่องสีน้ำเงิน ข้างในมีอัญมณีคล้ายพลอยไพลินวางอยู่ มันมีสีน้ำเงินเข้ม
ส่องประกาบระยับล้อกับแสงไฟของดาวในห้อง
ส่วนกล่องสีแดงข้างกัน มีผลึกใสคล้ายคริสตัลด้านในมีดอกไม้แดงลอยอยู่ไปมา เหมือนมีน้ำข้างใน
ผมเอื้อมมือหมายจะเข้าไปแตะ แต่ก็ชะงักไว้ด้วยกลัวว่าจะละเมิดสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน
“คุณจับมันขึ้นมาได้ เพราะคุณเป็นเจ้าของมันทั้งสองอย่าง”เสียงคุณเวณวัฒน์ดังขึ้นมา ผมตกใจเล็กน้อยความรู้ผิดที่แอบเข้ามาเริ่มแสดงให้เห็น
“ขอโทษครับ พอดีตามแสงมานึกว่าที่นี่เป็นห้องน้ำ พอมาเจอพลอยกับแก้วใสนี่ก็เลยเผลอไป”
“ไม่เป็นไรครับเจ้าของย่อมรู้สึกรักและจดจำของของตัวเองได้ ไม่แปลกหรอกครับ”
“เจ้าของ...เหรอครับ?”
“คุณเป็นเจ้าของมณีน้ำเงินนั่นส่วนดอกไม้นั่นก็เป็นของคุณมาก่อน” เขาพูดต่อผมมองดูของสองอย่างแล้วก็ตอบตัวเองว่า ไม่ใช่ของที่ผมเคยสัมผัสมาก่อนแน่นอน
“ไม่ใช่ของของผมหรอกครับ”
“แน่ใจเหรอ?”
“แน่ใจครับ”
“ก็ถูกครึ่งนึง ถูกตรงที่ไม่ใช่ของของคุณในชาตินี้แต่เป็นของของคุณในชาติที่แล้วและชาติที่ผ่านมานานแสนนานหากนับปีแบบมนุษย์”เขาพูดเรื่องแปลกให้ผมฟังต่อ
“น่าสนใจนะครับ งั้นถ้าผมจะขอมันกลับคุณจะให้ผมได้มั้ยครับ คุณเวณวัฒน์ ทิชากร?”
“คุณไม่ต้องขออะไรทั้งนั้นทุกสิ่งในบ้านหลังนี้เป็นของของคุณอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา”
“เวลา?”
“เวลาสองรอบชีวิตมนุษย์คุณถึงจะมีจิตสมบูรณ์พอที่จะฟังเรื่องในอดีตได้” เขาพูดต่อ
“สองรอบ หมายถึงยี่สิบสี่น่ะหรือครับ?”
“ถูกต้อง”
“เรื่องอดีตของผมงั้นเหรอครับ อดีตนานแค่ไหน?”ผมละสายตาจากแก้วทั้งสองชิ้น จากนั้นก็หันไปหาเขาช้าๆจากที่เราหันหลังคุยกัน
ตอนนี้ผมหันหน้าไปเจอเขา




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Zenny +25 ย่อ เหตุผล
pander + 25

ดูบันทึกคะแนน

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
2818
พลังน้ำใจ
33225
Zenny
8728
ออนไลน์
5534 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 14:05:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
1888
พลังน้ำใจ
6875
Zenny
1317
ออนไลน์
1071 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 16:16:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
21
ตอบกลับ
2717
พลังน้ำใจ
36403
Zenny
1822
ออนไลน์
4502 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 17:22:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
10611
พลังน้ำใจ
65871
Zenny
40218
ออนไลน์
8245 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-14 21:25:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
2707
พลังน้ำใจ
29829
Zenny
45
ออนไลน์
3595 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-15 03:25:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอขอบคุนครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
6106
พลังน้ำใจ
46179
Zenny
36632
ออนไลน์
6410 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-16 17:11:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
60
ตอบกลับ
1323
พลังน้ำใจ
21032
Zenny
35627
ออนไลน์
4996 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-16 18:09:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
7230
พลังน้ำใจ
54317
Zenny
33382
ออนไลน์
3638 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-16 22:01:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1569
พลังน้ำใจ
13764
Zenny
20
ออนไลน์
1043 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-16 23:38:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1569
พลังน้ำใจ
13764
Zenny
20
ออนไลน์
1043 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-16 23:39:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ขอบคุณครับ

นายกสโมสร

กระทู้
637
ตอบกลับ
26697
พลังน้ำใจ
153583
Zenny
684263
ออนไลน์
17995 ชั่วโมง

สมาชิกจีโฟกาย 100%สมาชิกระดับแพลตตินั่มสมาชิกระดับทับทิมสมาชิกระดับไพลินสมาชิกระดับมรกตสมาชิกระดับเพชรสมาชิกระดับเพชรบริหารสมาชิกระดับเพชรคู่สมาชิกระดับตรีเพชรสมาชิกระดับมงกุฎ

โพสต์ 2016-2-18 07:57:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกจนวางไม่ลงเลย

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
3
ตอบกลับ
1153
พลังน้ำใจ
3667
Zenny
2546
ออนไลน์
279 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-21 18:15:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
725
พลังน้ำใจ
3627
Zenny
4088
ออนไลน์
447 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-2-21 23:48:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมาก

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
3252
พลังน้ำใจ
39830
Zenny
2002
ออนไลน์
4854 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-3-10 00:31:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
2243
พลังน้ำใจ
21955
Zenny
2855
ออนไลน์
1483 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-7-20 21:42:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ชอบมาก ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
3
ตอบกลับ
10852
พลังน้ำใจ
56235
Zenny
25389
ออนไลน์
3078 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-7-23 15:40:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุนนครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
40
ตอบกลับ
2958
พลังน้ำใจ
36879
Zenny
10282
ออนไลน์
4434 ชั่วโมง
โพสต์ 2016-7-23 19:47:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
2
ตอบกลับ
835
พลังน้ำใจ
25775
Zenny
5475
ออนไลน์
3431 ชั่วโมง
โพสต์ 2018-4-13 20:34:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณนะครับ

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64897
พลังน้ำใจ
331536
Zenny
119500
ออนไลน์
27648 ชั่วโมง
โพสต์ 2018-11-13 22:14:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-29 15:49 , Processed in 0.195192 second(s), 30 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้