EP. 04 ภาพจำใหม่ที่ถูกเตรียมไว้
หลัง Photobook เผยแพร่ ชื่อของคินกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง แต่กระแสที่เกิดขึ้นกลับยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย ผู้คนเริ่มจดจำเขาจากรูปร่างและภาพถ่ายที่เปิดเผย มากกว่าจากผลงานนายแบบหรือความสำเร็จในอดีต ขณะที่แบรนด์แฟชั่นหลายแห่งทยอยถอนตัวหรือเลื่อนการติดต่อ เอเจนซีกลับใช้กระแสนี้เป็นเหตุผลว่าตลาดยังไม่พร้อมรับคินในภาพลักษณ์เดิม เมื่อคินพยายามขอรับงานประเภทอื่น ผู้จัดการมักตอบว่าลูกค้าปฏิเสธเพราะกังวลเรื่องภาพลักษณ์ หรือยังต้องรอให้กระแสซาลงก่อน ไม่มีรายชื่อลูกค้าที่ชัดเจน ไม่มีคำอธิบายที่ตรวจสอบได้ และไม่มีงานใหม่ที่ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นจริง ทุกครั้งที่คินถามถึงทางเลือกอื่น เขากลับได้รับคำเตือนให้ยอมรับสถานการณ์และอย่าคาดหวังมากเกินไป ในที่สุดเอเจนซีประกาศพักงานคินชั่วคราว โดยอ้างว่าต้องการให้เขาฟื้นฟูภาพลักษณ์และวางแผนการตลาดใหม่ แต่การพักงานกลับทำให้คินไม่มีรายได้ ทั้งที่ข้อพิพาทกับเวทีเก่ายังคงทิ้งภาระค่าใช้จ่ายไว้ให้เขารับผิดชอบ เขาไม่สามารถหยุดทำงานได้นาน และไม่สามารถรับงานเองได้อย่างอิสระภายใต้เงื่อนไขสัญญาที่เซ็นไว้
…
และในช่วงบ่ายวันถัดมาในขณะที่เอเจนซีพยายามประคองสถานการณ์ของคินให้เป็นไปตามแผน จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามาถึงฝ่ายบริหารโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ผู้ส่งระบุเพียงชื่อ “อาจารย์เรย์” ชายสูงวัยชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะภาพถ่ายและการศึกษาสรีระมนุษย์ จดหมายมีเนื้อหาสั้น กระชับ และเป็นทางการ ระบุว่าอาจารย์เรย์สนใจร่วมงานกับภาคิณ วรเมธากุล ในโปรเจกต์ส่วนตัวที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างมนุษย์กับ Body Art หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการประดับร่างกายผ่านงานเจาะและเครื่องประดับ เขาต้องการให้คินเป็นนายแบบสำหรับผลงานส่วนตัวชุดหนึ่งที่เน้น Nipple Piercing เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่างานถ่ายแบบทั่วไปอย่างชัดเจน เมื่อกฤตได้รับจดหมายฉบับนั้น เขาถึงกับหยุดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งต่อให้ผู้บริหารเอเจนซีตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าบุคคลภายนอกจะติดต่อเข้ามาด้วยข้อเสนอเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อคินเพิ่งผ่าน Photobook ที่สร้างกระแสด้านภาพลักษณ์ทางเพศมาไม่นาน “เขารู้จักคินจากผลงานชุดล่าสุดหรือครับ?” ผู้บริหารถาม “น่าจะครับ แต่จดหมายไม่ได้อธิบายรายละเอียดมากนัก” เจ้าหน้าที่ตอบ “เขาระบุเพียงว่าติดตามผลงานของคินมาระยะหนึ่ง และเห็นว่าโครงสร้างร่างกายกับบุคลิกของเขาเหมาะกับแนวคิดนี้” กฤตอ่านข้อเสนออีกครั้ง ความประหลาดใจของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความสนใจ เขาเห็นโอกาสทางธุรกิจอยู่ในจดหมายฉบับนี้ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าอาจารย์เรย์ต้องการอะไรอย่างแท้จริง แต่ข้อเสนอที่ระบุชื่อคินเป็นสิ่งที่เขาสามารถใช้ทำลายภาพลักษณ์ของคินโดยไม่ต้องเสียแรง กฤตปิดแฟ้มลง ก่อนพูดกับผู้บริหารว่า “ติดต่อเขากลับไปครับ ขอรายละเอียดให้ครบ แล้วค่อยนำข้อเสนอไปให้คินพิจารณา” เขาหยุดเล็กน้อย “อ่ออ.. และอยากจะให้ทีมไปขอร้องอาจารย์เรย์ให้บริษัทสามารถเข้าถึงและเปิดเผยงานชิ้นนี้ได้ เพราะเชื่อมั่นว่าผลงานศิลปะของอาจารย์เรย์จะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของคินดูดีขึ้น” ข้อความนั้นเป็นเพียงการเยินยอเพียงเพื่อจะใช้ผลงานในการกดคินให้ต่ำลงของกฤตเท่านั้นเอง ไม่ได้มีความหมายตามที่พูด “แต่เรื่องนี้ยังไม่ต้องแจ้งคินนะครับ แค่เสนอว่าเป็น Private Project ส่วนตัวที่จะไม่มีการเผยแพร่ไปก่อนได้รับอนุมัติ” “หากคินรู้จะไม่เป็นเรื่องใหญ่หรอครับ” ผู้จัดการติง “ผมมั่นใจในความสามารถของอาจารย์เรย์ ว่าสามารถช่วยเราในขั้นตอนนี้ได้แน่นอนครับ” ผู้บริหารยิ้มพร้อมหันไปมองหน้ากฤตอย่างมีเลศนัย “ขั้นตอนต่อไปคือทำยังไงก็ได้ให้คินตัดสินใจรับงานชิ้นนี้ครับ” ผู้จัดการถามขึ้นอีกครั้ง “บอกตัวเลขที่แท้จริงของ Private Project นี้กับคินเลย และแจ้งเพิ่มว่ารายรับจากงานชิ้นนี้บริษัทจะไม่หักเปอร์เซนต์ค่าดำเนินการใด” กฤตเสนอกับทีม ทุกคนในห้องมองหน้ากฤตด้วยความตกใจพร้อมกัน “เชื่อผมนะครับ งานนี้เราคุ้มแน่นอน” …
ถึงแม้จะเพิ่มความน่าสนใจด้วยยอดเงินและส่วนแบ่งรายได้ ปฏิกิริยาของคินไม่ได้เป็นไปตามทีมคาดหลังไว้ แต่ก็ไม่ได้แลกใจนัก ทันทีที่คินรู้ถึงรายละเอียดงาน คินถึงกับต้องขึ้นเสียงกับผู้จัดการเมื่ออ่านถึงบรรทัดที่ระบุว่าเขาจะเป็นนายแบบสำหรับงาน Nipple Piercing “เขาต้องการให้ผมทำอะไรแน่ครับ?” คินถามอย่างมีอารมณ์ ผู้จัดการอธิบายว่าอาจารย์เรย์สนใจการเจาะร่างกายในฐานะ Body Art และต้องการนำเสนอผ่านภาพถ่าย โดยมีคินเป็นนายแบบหลัก คินวางเอกสารลง สีหน้าของเขาแสดงความไม่แน่ใจอย่างชัดเจน “ผมเพิ่งผ่านงาน Photobook ที่คนพูดถึงเรื่องรูปร่างของผมไปทั้งประเทศ ตอนนี้จะให้ผมรับงานที่เน้นการเจาะร่างกายอีกเหรอครับ?” ผู้จัดการไม่ได้ตอบทันที “แต่งานนี้เป็นงาน Private Project ของอาจารย์เรย์ ไม่มีใครรู้หรอกคิน ทางนั้นเขาเป็นมืออาชีพและห่วงความเป็นส่วนตัวมากนะ อีกอย่างงานของเขาก็ถูกถ่ายถอดมาในแง่งานศิลปะ มีนายแบบดังๆ หลายคนอยากร่วมงานกับเขาแต่ไม่เคยได้รับคำเชิญแบบนายเลยนะ” ผู้จัดการพยายามหว่านล้อม คินเม้มปาก และ กำลังคิดหาทางปฎิเสธ “รีบตัดสินใจก่อนช่วงสายพรุ่งนี้นะครับ ผมบอกเลยว่ารายได้จากงานนี้จะช่วยทำให้สถานการณ์ของคุณดีขึ้นแน่นอน” ผู้จัดการไม่รอให้คินตัดสินใจ และทิ้งเขาไว้กับความคิดตัวเองอีกครั้ง คินนั่งอยู่กับเอกสารข้อเสนอหลังผู้จัดการออกจากห้องไปแล้ว เขาพยายามหาเหตุผลที่จะปฏิเสธงานนี้ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงภาระหนี้จากเวทีเก่าและงานที่หายไป เหตุผลเหล่านั้นก็เริ่มอ่อนแรงลง เขาไม่อยากให้คนจดจำตัวเองจากการเจาะร่างกายหรือภาพที่เน้นเรือนร่างอีกแล้ว แต่ลึกลงไป คินก็ยังต้องการกลับมาเป็นที่สนใจ อยากให้ชื่อของตัวเองกลับไปปรากฏในบทสนทนาของผู้คนอีกครั้ง อยากพิสูจน์ว่าเขายังมีมูลค่าและยังเป็นคนที่ตลาดต้องการ ข้อเสนอของอาจารย์เรย์อาจเป็นงานที่เขาไม่เคยคิดจะรับ แต่ก็เป็นโอกาสที่อาจพาเขากลับเข้าสู่สายตาสาธารณะได้อีกครั้ง เช้าวันถัดมา คินโทรหาผู้จัดการ “ผมจะรับงานครับ…” ผู้จัดการตอบรับทันที ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับคำตอบนี้อยู่แล้ว คินวางสายลง เขาบอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงงานหนึ่ง เป็นการตัดสินใจเพื่อประคองสถานการณ์และกลับมายืนในวงการอีกครั้ง แต่เขาก็รู้ดีว่าเหตุผลที่ทำให้เขาตอบตกลงนั้น ส่วนตัวไม่ได้มีเพียงเรื่องเงินเท่านั้น งานชิ้นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในแผนการของกฤตที่จงใจให้คินตกลงไปในหลุมพรางที่เขาตั้งใจขุดไว้ แต่แม้แต่คินและกฤตก็ไม่อาจล่วงรู้เลยว่างานชิ้นนี้จะช่วยเปิดประตูอีกบานให้คินได้พบความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของเขาเอง…
…
และวันนั้นถ่ายทำ Private Project ระหว่างอาจารย์เรย์ และ คินก็มาถึง ผู้จัดการขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังเงียบสงบแม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ และถูกเพิ่มความลึกลับตัวด้วยกำแพงที่สูงและทึบจนไม่มีใครสามารถมองเข้าไปด้านในได้ ตอกย้ำถึงการหวงแหนความเป็นส่วนตัวของเจ้าของเป็นอย่างดี คินลงจากรถพร้อมกระเป๋าใบเล็ก ก่อนมองสำรวจรั้วสูงและสวนที่ได้รับการดูแลอย่างเรียบร้อย บ้านของอาจารย์เรย์ไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าอย่างที่เขาจินตนาการไว้ แต่กลับมีความสงบแปลกตา ราวกับตั้งใจแยกตัวออกจากความวุ่นวายของเมือง เมื่อประตูเปิดออก ชายสูงวัยผมขาวแซมยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มสุภาพ “คุณคินใช่ไหมครับ ยินดีต้อนรับ” “สวัสดีครับอาจารย์ ผมภาคิณครับ” “เชิญเข้ามาก่อนครับ เดินทางลำบากไหมครับ” บททักทายสุภาพเรียบง่ายตามมารยาท แต่ไม่ได้แฝงความหมายอะไร ภายในบ้านสะอาดและเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายจัดวางอย่างพอดี ผนังมีภาพถ่ายขาวดำและงานศิลปะที่คินไม่คุ้นตา กลิ่นธูปอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ไม่ฉุนจนรบกวน แต่ช่วยให้บรรยากาศนิ่งและผ่อนคลายอย่างประหลาด อาจารย์เรย์เชิญคินนั่งในห้องรับรอง ก่อนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ “ก่อนเริ่ม ผมอยากให้เราทบทวนขอบเขตงานกันอีกครั้งนะครับ” เขากล่าว “วันนี้เป็นงานส่วนตัว ผมจะบันทึกวิดีโอโดยเน้นโฟกัสที่ร่างกายของคุณ และใช้ผ้าสีดำคาดปิดตาไว้ คุณมีสิทธิ์หยุดหรือปฏิเสธส่วนใดก็ได้ หากไม่สบายใจ” คินพยักหน้า “ผมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงไว้ครับ โดยเฉพาะเรื่องภาพวิดีโอ และการนำไปใช้” “แน่นอนครับ ภาพและวิดีโอจะไม่ถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณ เราจะคุยกันทุกขั้นตอน” คำตอบของอาจารย์เรย์ฟังดูน่าเชื่อถือ เขาพูดช้า สุภาพ และไม่เร่งรัด คินจึงเริ่มคลายความระแวงลงทีละน้อย หลังจากทบทวนเอกสาร อาจารย์เรย์เล่าถึงความสนใจใน Body Art และการถ่ายภาพร่างกายมนุษย์ เขาพูดถึงเส้นสาย แสง เงา และความหมายของการเลือกเปลี่ยนแปลงร่างกาย มากกว่าจะพูดถึงความหวือหวาของภาพ “ผมสนใจคุณไม่ใช่เพียงเพราะรูปร่างครับ” เขากล่าว “คุณมีบางอย่างที่กล้องจับได้ยาก เป็นความมั่นใจที่เหมือนจะไม่ต้องการคำยืนยันจากใคร แต่ในเวลาเดียวกัน ผมสงสัยว่าคุณกำลังพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่างให้โลกเห็นอยู่หรือเปล่า” คินนิ่งไปชั่วครู่ ไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร “ผมแค่อยากกลับมาทำงานครับ อยากให้คนจำผมได้อีกครั้ง” อาจารย์เรย์ยิ้มบาง ๆ “บางทีการเลือกว่าจะให้คนเห็นอะไร อาจเป็นวิธีหนึ่งในการกลับมาควบคุมเรื่องราวของตัวเองนะครับ” ถ้อยคำนั้นติดอยู่ในใจคิน เขาอยากเชื่อว่าผลงานชิ้นนี้จะไม่ใช่เพียงงานที่ต้องรับเพราะสถานการณ์บีบบังคับ แต่อาจเป็นโอกาสให้เขาเลือกนำเสนอตัวเองอีกครั้ง ก่อนเริ่มกิจกรรมอาจารย์ยื่นชุดยูกาตะสีดำให้คินไปเปลี่ยน ระหว่างนั้นเขาก็เดินไปบรรจงจุดธูป กลิ่นหอมของธูปลอบฟุ้งในอากาศเพิ่มให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นไปอีก และไม่รู้ว่าทำไมการเคลื่อนไหวของอาจารย์เรย์ถึงได้ดูชวนให้คินรู้สึกสบายใจเช่นเดียวกัน คินเปลี่ยนชุดยูกาตะเรีบร้อย และขึ้นไปนอนบนโต๊ะไม้สีอบอุ่น ขนาดลูงประมาณเอวของเขา และ ขนาดพอดีกับความสูงของเขาพอดี เหมือนทุกถูกจัดเตรียมมาอย่างตั้งใจ
“ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ หากติดขัดตรงไหนแจ้งผมได้ทันที” อาจารย์เรย์ พูดอย่างสุภาพ คินตอบโต้ด้วยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย อาจารย์เรย์หยิบถาดสแตนเลสที่มีเข็มหลากหลายขนาดขนาดขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ คินพยายามรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาและพยายามตั้งใจฟังคำแนะนำ แม้จะมีผ้าสีดำคาดปิดตา แต่คินกลับรู้สึกถึงความเงียบและสายตาที่จับจ้องอย่างพิจารณาของอาจารย์เรย์ นั่นทำให้เขาตระหนักถึงร่างกายตัวเองมากกว่าปกติ อาจารย์เรย์ค่อยๆ ปลดปมโอบิที่ใช้คาดเอว เพื่อทำให้ชุดของคินหลวมขึ้น และเปิดช่วงอกออกเพื่อให้ทำงานถนัดขึ้น คินรู้สึกเขินอย่างอธิบายไม่ถูกเพราะทุกครั้งแม้จะมีงานถ่ายแบบที่เปิดเผยผิว แต่ก็ไม่มีใครได้สัมผัสเข้าโดยตรง
อาจารย์เรย์หยิบน้ำมันเทราดลงบนหน้าอกของคินเล็กน้อย และเริ่มใช้นิ้วมือนวดเค้นหน้าอกที่นูนแน่นได้รูปตามแบบนักกีฬา คินเริ่มหลับตาพริ้ม “นวดเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายสักหน่อยนะครับ คุณดูเกร็งมาก” ไม่มีคำตอบจากคินมีเพียงความพยายามที่จะกลั้นเสียงลมหายใจ ทุกครั้งที่อาจารย์เรย์สัมผัสหัวนมของคินก็จะตั้งชัดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของอาจารย์เรย์ และเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคินเป็นเช่นนั้น เขาสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเหยื่อเริ่มติดเบ็ตแล้ว คินไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นเกิดจากสัมผัส บรรยากาศ ความตื่นเต้น หรือการถูกมองอย่างตั้งใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน “คุณยังโอเคไหมครับ” อาจารย์เรย์ถาม “ครับ…ผมโอเค” คำตอบออกมาเร็วกว่าที่คินตั้งใจ เขาไม่ได้รู้สึกถูกบังคับให้ทำต่อ แต่ก็เริ่มสับสนว่าความผ่อนคลายและความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นกำลังทำให้เขาตัดสินใจง่ายกว่าปกติหรือไม่ อาจารย์เรย์สวมถึงมือยาง หยิบแอลกอฮอล์มาทำความสะอาดบริเวณหัวนมของคินอีกครั้ง ก่อนที่จะจับหัวนมของคินละบี้เล็กน้อยจนทำให้คินเผลอคลางออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ผมจะใช้เข็มเจาะและใส่จิลแล้วนะครับ” “คลิ๊ก !!” เสียงกระทบกับของห่วงทรงกลมขนาดเล็ก ที่เป็นการยืนยันว่าตอนนี้ถูกประดับอยู่ที่หัวนมของคินเรียบร้อย และนั่นเป็นเสียงเบาๆ ที่คินได้ยินอย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขาได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว คินเปล่งเสียงซี๊ดแสดงความเจ็บปวดออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะดึงสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย อาจารย์เรย์ยิ้มมุมปาก ก่อนที่จะทำกลับหัวนมอีกข้างในแบบเดียวกัน … เมื่อกิจกรรมสิ้นสุดลง อาจารย์เรย์เปิดผ้าปิดตาของคินออก ก่อนจะช่วยประคองให้เขานั่งบนโต๊ะต่อไป อาจารย์เรย์อาจพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นมืออาชีพ แต่แฝงความสนใจในปฏิกิริยาของคินอย่างมีนัยยะ “ตอนนี้คุณอาจรู้สึกตึง ๆ หรือระบมเล็กน้อยนะครับ บางคนจะรู้สึกไวต่อการสัมผัสมากกว่าปกติในช่วงแรก ความรู้สึกเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน” อาจารย์เรย์เว้นจังหวะ ก่อนยิ้มบาง ๆ “สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากผ่านช่วงแรกไปแล้ว หลายคนกลับรู้สึกคุ้นเคยกับจิวเร็วกว่าที่คิด บางคนถึงกับรู้สึกว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองไปแล้ว” เขามองคินอย่างพิจารณา “แล้วคุณล่ะครับ รู้สึกอย่างไรบ้าง? ไม่ต้องตอบให้ตรงกับที่ผมคาดหวังนะครับ ผมอยากฟังความรู้สึกจริง ๆ ของคุณ” คินยังไม่สามารถเลือกคำมาอธิบายความรู้สึกของเขาได้ทัน อาจารย์เรย์จึงพูดต่อไป
อาจารย์เรย์มองคินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ร่างกายของคุณมีความงามที่น่าสนใจนะครับ คุณคงรู้ดีว่าคนอื่นมองเห็นอะไร แต่ผมสงสัยว่าคุณเคยมองตัวเองโดยไม่คิดถึงสายตาของคนอื่นบ้างหรือเปล่า” คินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจครับ” “บางครั้งเราก็ใช้เวลาทั้งชีวิตพยายามรักษาภาพที่คนอื่นชื่นชม จนลืมไปว่าร่างกายนี้เป็นของเราเอง” เรย์ยิ้มบาง ๆ “ผมอยากถ่ายภาพคุณในแบบที่คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น” เขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้คำพูดนั้นค่อย ๆ ซึมลงไป ก่อนกล่าวต่อ “ถ้าคุณอนุญาต ผมอยากเป็นคนถ่ายภาพให้คุณเองครับ ไม่ใช่แค่ภาพสำหรับโปรเจกต์นี้ แต่เป็นผลงานที่ช่วยให้คุณกลับมายืนในวงการได้อย่างสง่างาม” “อาจารย์คิดว่าคนจะยอมรับผมอีกครั้งเหรอครับ?” “ผู้คนอาจจำภาพเก่าของคุณได้” เรย์ตอบ “แต่ภาพใหม่…อาจทำให้พวกเขาต้องมองคุณอีกครั้ง” คินนิ่งไป คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำปลอบใจ ทว่าในน้ำเสียงของเรย์กลับมีความมั่นใจบางอย่าง ราวกับเขามองเห็นเส้นทางที่คินยังมองไม่เห็น “ผมไม่ได้อยากให้คุณรีบตัดสินใจนะครับ” เรย์กล่าวเสริม “แค่ลองคิดดูว่า ถ้าครั้งนี้คุณเป็นคนเลือกว่าจะให้โลกเห็นอะไร คุณอยากให้มันเป็นภาพแบบไหน” คินมองเขา ก่อนพยักหน้าเบา ๆ “ผมอยากลองครับ” รอยยิ้มของอาจารย์เรย์กว้างขึ้นเพียงเล็กน้อย “ผมคิดว่าคุณจะพูดแบบนั้นครับ” เพิ่มความคลุมเครือในเจตนาของเรย์เพิ่มปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคิน คินตอบรับ แต่ในใจเขารู้ดีว่าความปรารถนาที่จะกลับมาเป็นที่จดจำกำลังมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเลือกเพราะต้องการงานชิ้นนี้จริง ๆ หรือเพราะกลัวว่าหากปฏิเสธ โอกาสที่จะกลับมาอาจหายไปอีกครั้ง หรือแม้แต่ความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองกันแน่ … 1 สัปดาห์หลังจากการถ่ายทำ บริษัทได้รับภาพชุดแรกจากอาจารย์เรย์ ในห้องประชุม ผู้จัดการเปิดไฟล์ภาพบนจอขนาดใหญ่ ภาพแรกปรากฏขึ้น—คินยืนอยู่ท่ามกลางผ้าสีขาวโปร่ง เครื่องประดับทองพาดผ่านหัวไหล่และลำตัว รวมถึงผลงาน Nipple Piercing บนร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนถูกจัดวางอย่างสง่างามราวกับรูปปั้นเทพเจ้ากรีก ห้องประชุมเงียบลงชั่วขณะ “นี่เป็นแค่ภาพแรกเหรอครับ?” ฝ่ายครีเอทีฟถาม “ครับ อาจารย์เรย์ส่งมาให้ใช้สำหรับการเปิดตัว” ผู้จัดการตอบ กฤตเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองภาพบนจอด้วยสีหน้าพึงพอใจ เขาไม่คิดเหมือนกันว่าคินจะเดินทางมาถึงจุดนี้ แม้จะเป็นทางที่เขาเองต้องการก็เถอะ “เขาทำได้จริง ๆ ด้วย” ผู้บริหารคนหนึ่งหันมาถาม “คุณหมายถึงอะไรครับ?” “ตอนแรกผมคิดว่าคินจะปฏิเสธงานนี้เหมือนที่เคยปฏิเสธงานอื่น” กฤตตอบ “แต่เรย์รู้วิธีพูดกับเขา เขาไม่ได้ทำให้คินรู้สึกว่ากำลังถูกบังคับให้เปลี่ยนภาพลักษณ์ เขาทำให้คินเชื่อว่านี่คือโอกาสที่คินเลือกเอง” “แล้วคินยอมให้เราใช้ภาพโปรโมตหรือยังครับ?” “ยืนยันแล้วครับ” ผู้จัดการตอบ “เขาอนุมัติภาพนี้ให้ใช้เปิดตัวได้” ผู้บริหารมองภาพอีกครั้ง ก่อนพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป เราจะเปิดเผยเพียงภาพเดียวก่อน ให้คนสงสัยว่าคินกำลังทำอะไร และค่อยเปิดเผยรายละเอียดในเวลาที่เหมาะสม” กฤตยิ้มบาง ๆ “อาจารย์เรย์ไม่ได้แค่ถ่ายภาพให้เรา เขาทำให้คินยอมเดินเข้ามาในพื้นที่ที่เราอยากให้เขาไปด้วยตัวเอง” “มีใครรู้รายละเอียดในการถ่ายทำภาพเซ็ตนี้บ้างครับ” กฤตถามอย่างสงสัย แต่ไร้คำตอบใดๆ จากทั้งห้อง เขาอยากรู้จริงๆ ว่าในการทำงานวันนั้นทั้งหมดเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีเพียงแค่อาจารย์เรย์ และ คิน เท่านั้นที่รู้ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้คนเดียว เพราะกฤตเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะได้รู้เรื่องทั้งหมดแน่นอน … ในช่วงบ่าย บริษัทปล่อยภาพโปรโมตเพียงภาพเดียวผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ พร้อมข้อความสั้น ๆ
KIN — By RAY TACHIBANA ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ไม่มีรายละเอียดของโปรเจกต์ มีเพียงภาพคินในลุคเทพเจ้ากรีกที่ทำให้ผู้คนหยุดเลื่อนหน้าจอ และโลกออนไลน์ต้องกลับมาพูดถึงเขาอีกครั้ง
/// จบตอน ///
|