ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 17|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.21

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
335
ตอบกลับ
127
พลังน้ำใจ
14257
Zenny
46751
ออนไลน์
5585 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-11-5 16:45





แสงแดดยามบ่ายสาดลอดผ่านช่องประตูเหล็กเข้ามาภายในโรงซ้อม เสียงกลองและฉาบดังประสานกันเป็นจังหวะ ขณะที่หัวสิงโตสีทองขยับไปมาตามการเคลื่อนไหวของคนทั้งสองที่อยู่ใต้ผ้าคลุม


นับตั้งแต่คลิปการแสดงเชิดสิงโตของคณะมังกรทองสกุลเฉินกลายเป็นกระแส ความเงียบเหงาที่เคยปกคลุมโรงซ้อมแห่งนี้ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป


ตารางงานที่เคยมีช่องว่างมากกว่ารายชื่อผู้ว่าจ้าง บัดนี้กลับถูกเติมจนแน่นแทบทุกหน้า ทั้งงานเปิดร้าน งานมงคล และงานเทศกาลต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางรายถึงขั้นระบุว่าต้องการคู่เชิดจากคลิปที่กำลังโด่งดังเท่านั้น


ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นธาม


จากหัวหน้าคณะเชิดสิงโตธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นหนุ่มหล่อกล้ามแน่นที่สาว ๆ ในโลกออนไลน์ต่างพากันถามหาวาร์ปเสียอย่างนั้น


และดูเหมือนจะมีอยู่คนหนึ่งที่สนุกกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ


“เฮีย!”


เสียงเรียกสดใสดังขึ้นทันทีที่การซ้อมสิ้นสุดลง


“อะไร”


“มีคนฝากฉินมาถามอะไรเฮียหน่อย”


“ใคร”


“คนในคอมเมนต์อะ”


ได้ยินดังนั้นธามก็ถอนหายใจ ก่อนหันไปหยิบขวดน้ำบนโต๊ะ


“อีกแล้วเหรอ”


“ก็เฮียฮอตนี่นา” ฉินหัวเราะพลางเดินตามมาติด ๆ “เขาอยากรู้ว่าเฮียมีแฟนหรือยัง”


“แล้วมึงจะไปสนใจทำไม”


“อ้าว ก็เขาถามมา”


“เขาถามมึงหรือไง”


“ก็ประมาณนั้น”


“งั้นมึงก็ไม่ต้องตอบ”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหลุดหัวเราะออกมา


“โห หวงความโสดเหรอเฮีย”


ธามเหลือบมอง


“กูไม่ได้พูดแบบนั้น”


“งั้นแสดงว่ายังไม่มี?”


“ฉิน”


“ครับ?”


“มึงจะอยากรู้ไปทำไม”


เด็กหนุ่มยิ้มทะเล้น ก่อนยักคิ้วให้อีกฝ่าย


“ก็เผื่อฉินจะได้สมัครเป็นแฟนเฮียบ้างไง”


ธามชะงักมือที่กำลังหมุนฝาขวดน้ำ


“...”


“รับสมัครอยู่ปะครับ หน้าตาดี เชิดสิงโตเป็น แถมกินง่ายอยู่ง่ายด้วยนะ”


ฉินพูดต่ออย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังเสนอคุณสมบัติสมัครงานมากกว่าพูดเรื่องความรัก


ธามหันมามองใบหน้ายิ้มแฉ่งนั้น ก่อนตอบเสียงเรียบ


“แค่เท้าหน้ามึงยังทำกูปวดหัวไม่พออีกเหรอ”


“อ้าว!” ฉินหัวเราะลั่น “นี่ฉินอุตส่าห์เสนอตัวเลยนะ!”


“เก็บไว้เถอะ”


“โห ปฏิเสธกันง่าย ๆ เลย”


เด็กหนุ่มแสร้งทำหน้าเศร้าอยู่ได้ไม่ถึงสองวินาทีก็หลุดยิ้มออกมาอีก


“งั้นฉินไปบอกเขาก็ได้ว่าเฮียยังโสด ใครอยากจีบก็ลองดู”


“ไม่ต้อง”


คำตอบที่สวนกลับมาทันทีทำให้ฉินชะงัก


“หือ?”


ธามวางขวดน้ำลงบนโต๊ะ


“กูบอกว่าไม่ต้องไปตอบ”


“ทำไมอะ”


“เรื่องของกู ไม่เห็นต้องไปบอกใคร”


ฉินมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างว่าง่าย


“โอเคครับ งั้นไม่ตอบก็ได้”


พูดจบก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอต่ออย่างไม่คิดอะไร


ทว่าธามกลับยังมองอยู่


“แล้วมึงก็เลิกไปอ่านอะไรพวกนั้นได้แล้ว”


“อ้าว ทำไมล่ะเฮีย”


“ว่างมากหรือไง”


“ก็สนุกดีออก”


ฉินเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“คนเขาชมเฮียเยอะจะตาย ฉินก็เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง”


ธามนิ่งไปเล็กน้อย


เขารู้ว่าฉินไม่ได้คิดอะไร เด็กหนุ่มก็แค่เห็นเรื่องสนุกแล้วอยากเอามาเล่า เหมือนทุกครั้งที่เจออะไรน่าสนใจ


แต่ไม่รู้ทำไม พอได้ยินว่ามีใครฝากฉินมาถามเรื่องแฟนอีกแล้ว เขากลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น


โดยเฉพาะตอนที่เห็นเจ้าตัวกระตือรือร้นจะช่วยตอบคำถามให้คนอื่น


“คราวหลังก็ไม่ต้องรับฝาก”


“ครับ ๆ”


ฉินรับคำ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


“แต่ถ้าฉินถามเองได้ปะ”


ธามหันขวับ


“ไอ้ฉิน”


“ฮ่า ๆ ๆ ล้อเล่นน่าเฮีย!”


เด็กหนุ่มหัวเราะร่า ก่อนรีบวิ่งหนีไปทางเปาที่กำลังเก็บไม้กลอง ทิ้งให้ธามยืนมองตามด้วยสีหน้าระอา


เขาถอนหายใจ ก่อนยกขวดน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง


ทั้งที่ควรจะชินกับนิสัยชอบพูดจาหยอกล้อของเด็กคนนั้นได้แล้วแท้ ๆ


แต่ประโยคที่ว่า เผื่อฉินจะได้สมัครเป็นแฟนเฮียบ้าง กลับยังวนเวียนอยู่ในหัวอย่างน่ารำคาญ


น่ารำคาญยิ่งกว่าคือเจ้าตัวพูดออกมาได้หน้าตาเฉย


แล้วก็วิ่งหนีไปหัวเราะกับคนอื่นต่อ


ทิ้งให้เขาเป็นฝ่ายคิดมากอยู่คนเดียว






เวลาล่วงเลยไปจนเกือบหกโมงเย็น สมาชิกในคณะต่างทยอยแยกย้ายกันกลับหลังเก็บอุปกรณ์และทำความสะอาดโรงซ้อมเสร็จเรียบร้อย เสียงพูดคุยที่เคยดังเซ็งแซ่ค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงพัดลมเก่าที่หมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะ


ทว่าบนม้านั่งไม้ข้างผนังกลับยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งแผ่หลาอยู่


“ฉิน ไม่กลับเหรอ”


เปาที่กำลังสะพายกระเป๋าเอ่ยถาม


“ยังอะ”


“ทำไม”


“ยังปวดขาอยู่เลย”


ฉินตอบพลางเหยียดขาทั้งสองออกไปจนสุด ก่อนทำหน้าเหยเกเมื่อความเมื่อยล้าจากการซ้อมตลอดช่วงบ่ายแล่นขึ้นมาตามต้นขา


“โอ๊ย...ขาจะหลุดแล้ว”


"ฮ่า ๆ ๆ .."


เปาหลุดหัวเราะ


“อย่าซ้ำเติมดิ!”


“ก็นายอยากซ้อมเองนี่”


“เออ รู้แล้วน่า”


ฉินโบกมือไล่อย่างหมดแรง ก่อนเอนศีรษะพิงผนัง


“เดี๋ยวเรานั่งพักอีกแป๊บ หายเมื่อยแล้วค่อยกลับ”


“แน่นะ”


“แน่ดิ นายกลับก่อนเลย”


เปาพยักหน้า ก่อนหันไปตะโกนบอกธามที่กำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่ตรงโต๊ะไม้


“เฮียเฟย! เปากลับก่อนนะ!”


“เออ ขี่รถดี ๆ”


“ครับ!”


เมื่อเสียงประตูเหล็กเลื่อนดังครืดตามหลังเปา โรงซ้อมก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง


ฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา นิ้วเรียวเลื่อนผ่านหน้าจอไปเรื่อยเปื่อย สลับกับยกขาขึ้นเหยียดบ้าง งอบ้าง หวังให้กล้ามเนื้อที่ตึงจนแทบขยับไม่ไหวคลายลงเสียที


แต่ยังไม่ทันครบสิบนาที เสียงฟ้าร้องก็ดังครืนมาจากที่ไกล ๆ


เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง


“อ้าว...”


ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านประตูเหล็กที่เปิดค้างเอาไว้ ตามด้วยเม็ดฝนประปรายซึ่งเริ่มตกกระทบพื้นถนนด้านนอก


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“อย่านะ...”


ราวกับฟ้าฝนตั้งใจกลั่นแกล้ง


ซ่า!


เพียงชั่วพริบตา สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงเม็ดฝนกระแทกหลังคาสังกะสีดังสนั่นจนแทบกลบเสียงทุกอย่างภายในโรงซ้อม


ฉินอ้าปากค้าง


“โห!”


เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นเดินกะเผลกเล็กน้อยไปชะโงกมองตรงหน้าประตู ก่อนพบว่าถนนทั้งสายถูกม่านฝนสีขาวบดบังจนแทบมองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม


“เฮีย!”


ธามที่กำลังก้มหน้าทำบัญชีขานรับโดยไม่เงยหน้า


“อะไร”


“ฝนตกอะ!”


“กูได้ยิน”


“ตกหนักด้วย!”


“กูก็เห็น”


ฉินหันกลับมามองคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะ ก่อนทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้


“แล้วฉินจะกลับยังไงเนี่ย”


คราวนี้ธามยอมเงยหน้าขึ้น


“กูบอกให้มึงกลับตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”


“ก็ฉินเมื่อยขาอะ”


“แล้วตอนนี้หายเมื่อยหรือยัง”


“ยังครับ”


“งั้นก็นั่งต่อ”


“เฮีย!”


ธามก้มหน้าลงอีกครั้ง แต่ตรงมุมปากกลับมีรอยยิ้มจาง ๆ ที่ฉินไม่ทันสังเกตเห็น


เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนม้านั่งตามเดิม


“ชีวิตฉินนี่มันลำบากจริง ๆ”


“ลำบากตรงไหน”


“ก็ทั้งเมื่อย ทั้งหิว ทั้งกลับไม่ได้”


“มึงกินขนมไปตั้งสองถุง”


“ขนมมันไม่ใช่ข้าวนี่เฮีย”


ธามส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ


“เรื่องมาก”


“ไม่ได้เรื่องมากสักหน่อย”


ฉินบ่นอุบอิบ ก่อนก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง


ด้านนอก สายฝนยังคงตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ น้ำเริ่มไหลเอ่อไปตามร่องถนน ขณะที่ท้องฟ้าซึ่งควรจะยังมีแสงสุดท้ายของวันกลับมืดครึ้มราวกับเข้าสู่ช่วงค่ำไปแล้ว


เด็กหนุ่มเหลือบมองฝน สลับกับมองธามที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะไม้


ก่อนยิ้มออกมานิดหนึ่ง


ถึงจะกลับไม่ได้ก็เถอะ


แต่อย่างน้อยก็ยังมีคนอยู่เป็นเพื่อน


“เฮีย”


“อะไรอีก”


“ถ้าฝนไม่หยุด ฉินนอนนี่เลยได้ปะ”


ปลายปากกาในมือธามหยุดชะงัก


ชายหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเด็กพูดมากที่กำลังนั่งยิ้มแป้นอยู่บนม้านั่ง


“มึงนี่นะ...”


ฉินหัวเราะคิกคัก


“ล้อเล่นครับ!”


ธามมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้ากลับไปทำงานต่อ


“เออ”


“...”


“แต่ถ้ามันไม่หยุดจริง ๆ ก็ค่อยว่ากัน”


คราวนี้กลับเป็นฉินเสียเองที่ชะงักไป


เด็กหนุ่มมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดบัญชี ก่อนค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่


“ครับเฮีย”


เสียงตอบรับนั้นเบากว่าทุกทีเล็กน้อย


เสียงฝนยังคงตกกระทบหลังคาสังกะสีดังไม่ขาดสาย แม้จะเบาบางลงกว่าเมื่อครู่ แต่ก็ยังมากพอที่จะทำให้คนไม่มีร่มไม่อยากเสี่ยงเดินฝ่าออกไป


ท้องฟ้าที่เคยขมุกขมัวค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แสงไฟจากตึกแถวฝั่งตรงข้ามสะท้อนบนพื้นถนนเปียกชื้นเป็นทางยาว ขณะที่ภายในโรงซ้อมเหลือเพียงแสงจากหลอดไฟนีออนกับเสียงเครื่องคิดเลขที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว


ธามยังคงนั่งตรวจสมุดบัญชีอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเดิม ต่างกันเพียงตอนนี้มีเด็กหนุ่มอีกคนย้ายมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมขนมถุงใหญ่ที่ธามหยิบออกมาจากในห้อง พอให้ไอ้เด็กแสบได้ประทังความหิว


ตอนแรกฉินยังนั่งเคี้ยวขนมกรุบกรอบ ปากก็ชวนคุยไม่หยุด ตั้งแต่เรื่องอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไปจนถึงเรื่องแมวจรจัดที่เจอระหว่างทางกลับหอพัก บางเรื่องธามก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเจ้าตัวจะเล่าให้ฟังทำไม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคอยขานรับเป็นระยะ


กระทั่งขนมหมดถุง เสียงเจื้อยแจ้วที่เคยดังอยู่ข้างหูก็ค่อย ๆ เงียบหายไป


ธามไม่ได้เอะใจอะไรนักในตอนแรก จนเมื่อเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีอีกครั้ง จึงพบว่าเจ้าของเสียงพูดมากเมื่อครู่ฟุบหลับไปเสียแล้ว


ฉินนอนหนุนท่อนแขนตัวเองอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าเอียงมาทางเขาเล็กน้อย เส้นผมสีดำตกปรกหน้าผาก ริมฝีปากเผยอออกนิด ๆ ตามจังหวะหายใจ ข้างแก้มยังมีรอยแดงจาง ๆ จากการกดทับกับแขน


ธามมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ


เมื่อกี้ยังบ่นว่าหิวอยู่เลย พอกินอิ่มก็หลับเป็นตาย


เหมือนเด็กไม่มีผิด


ชายหนุ่มก้มลงเขียนตัวเลขต่ออีกสองสามบรรทัด แต่ไม่นานสายตาก็เผลอเลื่อนกลับไปมองคนฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง


ปกติแล้วฉินเป็นคนอยู่นิ่งได้ไม่นานนัก ต่อให้ไม่มีเรื่องพูดก็ยังหาอะไรมาชวนคุยได้เรื่อย ๆ บางครั้งเขาตอบเพียงคำเดียว เจ้าตัวก็ยังสามารถพูดต่อได้อีกเป็นสิบนาที


แต่พอเงียบปากไปแบบนี้...


ก็น่ารักดีเหมือนกัน


ความคิดที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ปลายปากกาในมือธามหยุดชะงัก


ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนละสายตากลับมาที่สมุดบัญชี


น่ารักอะไรวะ


ก็คงเพราะตอนหลับมันไม่กวนประสาทเขาเหมือนตอนตื่นนั่นแหละ


ทว่าเมื่อฉินขยับแก้มถูท่อนแขนตัวเองเบา ๆ ก่อนพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ธามกลับเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


“ไอ้เด็กนี่...”


เขาพึมพำเสียงเบา ก่อนเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมเปล่าที่วางเกะกะอยู่ข้างศีรษะอีกฝ่ายออก


แล้วจึงค่อย ๆ เลื่อนสมุดบัญชีของตัวเองให้ห่างออกไปอีกนิด เผื่อเด็กหนุ่มจะได้มีที่วางแขนสบายขึ้น


ทั้งที่ตั้งใจจะกลับไปทำงานต่อ แต่สายตากลับยังคงหยุดอยู่บนใบหน้าของคนหลับอีกพักใหญ่


กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังนั่งมองอะไรอยู่ ธามก็ต้องกระแอมเบา ๆ แล้วรีบก้มหน้าลงมองตัวเลขในสมุดอีกครั้ง


ให้ตายเถอะ






...


“อาเฟย!”


ธามเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีทันทีที่เห็นอาม่าเดินเข้ามา


“ครับอาม่า”


“อั๊วทำกับข้าวเสร็จแล้ว ลื้อเลิกทำงานแล้วมากินข้าวได้แล้ว”


“ครับ เดี๋ยวผมตามไป”


อาม่าพยักหน้า ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่ฟุบหลับอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ


“อ้าว อาฉินยังไม่กลับอีกเหรอ”


“ฝนตกหนักครับ เลยกลับไม่ได้”


“แล้วทำไมไปนอนตรงนั้นล่ะ”


“กินอิ่มแล้วก็หลับไปเลย”


ธามตอบพลางเหลือบมองเจ้าตัวต้นเหตุที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น


อาม่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ


“สงสัยจะเหนื่อย ซ้อมกันตั้งแต่บ่ายนี่นา”


“ครับ”


“งั้นลื้อก็ปลุกน้องมากินข้าวด้วยกันสิ อั๊วทำไว้เยอะ”


“อาม่าไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมปลุกมันเอง”


“เออ ๆ อย่าให้หลับนาน เดี๋ยวตื่นมาแล้วปวดคอ”


พูดจบอาม่าก็เดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้ธามอยู่กับเด็กหนุ่มที่ยังคงหลับสนิทเหมือนเดิม


ชายหนุ่มปิดสมุดบัญชี ก่อนยื่นมือไปแตะต้นแขนอีกฝ่ายเบา ๆ


“ฉิน”


“...”


“ไอ้ฉิน ตื่น”


คนถูกเรียกขยับตัวเล็กน้อย ก่อนส่งเสียงอืออาอยู่ในลำคอ


“อือ...”


“ไปกินข้าว”


“...ขออีกห้านาที”


ธามชะงัก ก่อนหลุดหัวเราะออกมาทางจมูก


“มึงจะนอนหรือจะกิน”


“กิน...”


“งั้นก็ตื่น”


ฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาปรือปรอยมองคนตรงหน้าอยู่พักหนึ่งราวกับยังจับต้นชนปลายไม่ถูก


“เฮีย...”


“เออ กูเอง”


“กี่โมงแล้วอะ”


“ทุ่มกว่าแล้ว”


“ห๊ะ!”


เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นทันที ก่อนนิ่วหน้าเมื่อความปวดเมื่อยแล่นขึ้นมาตามต้นคอ


“โอ๊ย!”


“สมน้ำหน้า”


“เฮียอะ!” ฉินยกมือคลึงคอตัวเองพลางทำหน้างอ “ทำไมไม่ปลุกฉิน”


“กูก็เพิ่งปลุกมึงอยู่นี่ไง”


“หมายถึงปลุกก่อนหน้านี้สิ”


“เห็นหลับสบาย”


คำตอบสั้น ๆ ทำให้ฉินชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนพูดพร้อมรอยยิ้ม


“อ๋อ...เฮียเป็นห่วงฉินเหรอ”


ธามลุกขึ้นเก็บสมุดบัญชีเข้าที่


“อาม่าเรียกกินข้าว”


“อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ”


“จะกินไหม”


“กินครับ!”


ฉินเดินตามหลังธามผ่านประตูไม้บานเก่าที่เชื่อมระหว่างโรงซ้อมกับตัวบ้าน ก่อนเลี้ยวเข้าไปยังห้องครัวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง กลิ่นอาหารที่ลอยมาตามทางทำเอาท้องของเด็กหนุ่มส่งเสียงประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจัดการขนมถุงใหญ่ไปจนหมด


ห้องครัวเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ฉินแวะมาฝากท้องอยู่เป็นประจำตั้งแต่เริ่มเข้ามาซ้อมเชิดสิงโต บางวันก็แค่มานั่งกินข้าว บางวันก็มาช่วยอาม่าล้างผักหั่นหมู จนเดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องรอให้ใครเอ่ยปากชวน เจ้าตัวก็เดินเข้ามาหยิบจานหยิบชามได้อย่างคุ้นเคย


“อาม่าาา!”


เสียงเรียกสดใสดังขึ้นทันทีที่เจ้าตัวโผล่พ้นประตู


“อ้าว อาฉิน ตื่นแล้วเหรอลื้อ”


“ตื่นแล้วครับ!” ฉินยิ้มกว้าง ก่อนเดินเข้าไปชะโงกดูอาหารบนโต๊ะ “โห วันนี้มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย”


“หิวแล้วสิท่า”


“หิวมากเลยครับอาม่า”


ธามที่เดินตามหลังมาเหลือบมองทันที


“เมื่อกี้ใครกินขนมหมดไปถุงใหญ่”


“เฮีย อย่าเพิ่งขัดสิ”


อาม่าหัวเราะชอบใจ ก่อนตักข้าวใส่จานส่งให้เด็กหนุ่ม


“กินเยอะ ๆ เลยอาฉิน ซ้อมมาทั้งวันต้องกินให้อิ่ม”


“ขอบคุณครับอาม่า!”


ฉินรับจานข้าวมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนขยับเก้าอี้นั่งลงข้างธามอย่างเคยชิน


อาม่ามองเด็กหนุ่มที่กำลังตักกับข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาเอ็นดู ตั้งแต่ฉินเข้ามา บ้านที่เคยเงียบ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเพิ่มขึ้นไม่น้อย ยิ่งเจ้าตัวเป็นเด็กช่างพูดช่างเอาใจ ไปไหนมาไหนก็ไม่ลืมแวะมาทักทาย บางครั้งยังซื้อขนมติดไม้ติดมือมาฝาก จึงไม่แปลกที่อาม่าจะรักใคร่เหมือนลูกเหมือนหลานอีกคน


“แล้วคืนนี้ลื้อจะกลับยังไง ฝนตกหนักขนาดนี้”


ฉินชะงักช้อน ก่อนหันไปมองหน้าต่างที่มีหยดน้ำเกาะพราว


“ยังไม่รู้เลยครับอาม่า สงสัยต้องรอให้ฝนหยุดก่อน”


“โธ่เอ๊ย จะรอทำไม ดึกแล้วด้วย”


“ไม่เป็นไรครับ ฉินรอได้”


“ไม่ต้องรอหรอก” อาม่าโบกมือ “คืนนี้ก็นอนห้องอาเฟยไปนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องตากฝนกลับ เดี๋ยวไม่สบายเอา”


ฉินหันขวับไปมองคนข้าง ๆ โดยอัตโนมัติ


“เอ่อ...”


ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะพูดอะไร ธามก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน


“ครับอาม่า”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“หือ?”


“เดี๋ยวผมเอาที่นอนให้มันเอง”


“เออ ดีแล้ว” อาม่าพยักหน้าอย่างพอใจ “อาฉินก็ตัวนิดเดียว นอนด้วยกันได้สบาย”


“ครับ”


ธามตอบรับสั้น ๆ ก่อนก้มหน้ากินข้าวต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ผิดกับฉินที่ยังนั่งถือช้อนค้างอยู่กลางอากาศ


เดี๋ยวนะ...


ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?


เด็กหนุ่มเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนข้าง ๆ อย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง


จำได้ว่าตอนขอค้างครั้งก่อน เขาต้องยกเหตุผลมาสารพัดกว่าธามจะยอมให้ขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกันได้ แถมยังถูกกำชับเสียยืดยาวว่าห้ามดิ้น ห้ามกวน และห้ามทำอะไรให้วุ่นวาย


แต่คราวนี้...


อาม่าพูดเพียงประโยคเดียว เฮียก็ยอมเสียแล้ว


“เฮีย”


“อะไร”


“ให้ฉินนอนด้วยจริงดิ”


“แล้วเมื่อกี้กูพูดว่าอะไร”


“ก็แค่ถามให้แน่ใจ”


ธามเหลือบมอง


“หรือมึงจะกลับ”


“ไม่ครับ!”


ฉินรีบส่ายหน้าจนผมกระดก ก่อนก้มลงตักข้าวเข้าปากเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


อาม่ามองท่าทางของเด็กหนุ่มแล้วหัวเราะเบา ๆ


“ดีแล้ว ๆ อยู่ด้วยกันนี่แหละ อั๊วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”


“ครับอาม่า”


ฉินรับคำเสียงหวาน ก่อนหันไปยิ้มให้คนข้าง ๆ อีกครั้ง


“คืนนี้ฝากตัวด้วยนะครับเฮีย”


ธามถอนหายใจ


“กินข้าวไป”


“ครับผม!”


เด็กหนุ่มตอบรับอย่างอารมณ์ดี ก่อนกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า


ส่วนธามก็เพียงส่ายหน้าแล้วตักข้าวกินต่อ


ไม่ได้รู้สึกว่าการให้ฉินค้างคืนเป็นเรื่องยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว


ทั้งที่ครั้งแรกยังคิดว่าการมีใครสักคนมานอนร่วมเตียงด้วยเป็นเรื่องชวนอึดอัดแท้ ๆ


แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า...


เขาเริ่มชินกับการมีไอ้เด็กพูดมากคนนี้อยู่ใกล้ ๆ ไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้






...


หลังจากกินข้าวและช่วยอาม่าเก็บจานชามเรียบร้อย ธามก็พาฉินกลับมายังห้องนอนของตัวเอง


“มึงไปอาบน้ำก่อน"


“ครับเฮีย!”


พอได้รับอนุญาตให้อาบน้ำก่อนจึงรีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำทันที


ทว่าเสียงน้ำจากฝักบัวดังขึ้นได้ไม่นาน เสียงตะโกนก็ดังมาจากห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร


“เฮีย!”


“อะไร!”


“ฉินลืมหยิบเสื้อผ้าอะ!”


ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองชุดที่ตัวเองเตรียมวางไว้บนเตียง


“แล้วไง”


“หยิบมาให้หน่อยดิ!”


“มึงนี่มันจริง ๆ เลย”


ถึงปากจะบ่น แต่ธามก็ยอมลุกขึ้นหยิบเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เดินตรงไปยังห้องน้ำโดยไม่คิดอะไรนัก


“ฉิน”


“ครับ!”


“เสื้อผ้า”


“เอามาเลยเฮีย!”


เมื่อได้ยินดังนั้น ธามจึงหมุนลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไปทันที


ก่อนจะชะงักค้างอยู่ตรงนั้น


แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าสะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัว ผิวกายขาวจัดตัดกับความมืดทึมของห้องน้ำ หยดน้ำเกาะพราวทั่วแผ่นหลังเนียนละเอียด ไหลรินเป็นทางยาวตามร่องแนวกระดูกสันหลังที่โค้งเว้าได้รูป


สะโพกสอบเพรียวรับกับช่วงเอวคอดที่ธามเคยใช้ฝ่ามือคอยโอบประคองไว้แน่นยามอยู่ใต้ผ้าคลุมสิงโต...


แต่ในยามที่ไม่มีเนื้อผ้าต่วนหนาๆ คอยขวางกั้น เอวคอดตรงนั้นมันกลับดูเปราะบาง เล็กจนเขารู้สึกว่าสองมือของตัวเองสามารถกุมมันไว้ได้จนรอบ


ธามยืนนิ่ง ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เสียงสายน้ำที่กระทบพื้นปูนคล้ายจะดังอื้ออึงขึ้นมาในโสตประสาทอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องน้ำแคบๆ ที่ควรจะเย็นชืดกลับร้อนผ่าวขึ้นมาจนลำคอแห้งผาก


...ไอ้เด็กเชี่ยนี่...


ความคิดในหัวเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ... จินตนาการไปถึงน้ำหนักตอนที่ร่างนี้ทาบทับอยู่บนตัว หรือกระทั่งรอยแดงที่จะเกิดขึ้นหากเขาใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนผิวเนียนนั่นแรงๆ


"เฮีย วางเสื้—"


คำพูดของเด็กหนุ่มขาดห้วงไปทันทีเมื่อเห็นว่าธามไม่ได้ยืนอยู่แค่หน้าประตู แต่ยืนจ้องเขาอยู่ตรงนั้นด้วยสายตาที่ลึกจนอ่านไม่ออก แววตาคมกริบที่มักจะดุและนิ่งสนิท บัดนี้กลับวาววับและร้อนลวกจนฉินรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง


"ฮะ... เฮีย" ฉินหน้าเหวอ รีบคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่มาปิดช่วงล่างไว้แทบไม่ทัน แก้มขาวๆ ขึ้นสีแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู "เข้ามาทำไมไม่บอกวะ ตกใจหมด!"


ธามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาทีละเสี้ยว ชายหนุ่มหรี่ตาลง แสร้งทำหน้านิ่งสนิทกลบเกลื่อนความว้าวุ่นที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ใต้แผงอก ก่อนจะโยนเสื้อผ้าในมือลงบนตะกร้าหน้าห้องน้ำเสียงดังตุบ


"ใครจะไปรู้ว่ามึงอาบน้ำไม่อายผีสาง ประตูก็ไม่ลงกลอน" ธามเค้นเสียงห้วนต่ำออกมา พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น


"ก็บอกให้วางไว้ข้างนอกไง!" ฉินโวยวายหน้าดำหน้าแดง พยายามหลบสายตาที่ยังคงแผดเผาไม่เลิก


"พูดมาก รีบอาบให้เสร็จ เดี๋ยวเป็นปอดบวมตายห่า"


ธามตัดบทเสียงดุ ก่อนจะหันหลังขวับแล้วสาวเท้าเดินดุ่มๆ ออกจากห้องน้ำ ปิดประตูกระแทกดังปัง


ชายหนุ่มก้าวออกมายืนพิงกำแพงปูนด้านนอก ละอองฝนเย็นชะโลมใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนแทบไหม้ มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ สองสามครั้งเพื่อขับไล่ภาพแผ่นหลังขาวเนียนกับรอยเว้าตรงสะโพกออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลบ ภาพนั้นกลับยิ่งสลักแน่น ชัดเจนจนหัวใจข้างในยังคงกระตุกรัวไม่ยอมสงบลงง่ายๆ


"เวรเอ๊ย..."





ภาพปลากรอบ เสวๆ



TBC.
เลิฟซีนจงมา 55+



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-11-5 17:52 , Processed in 0.122374 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้