ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 15|ตอบกลับ: 1

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.18

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
332
ตอบกลับ
123
พลังน้ำใจ
14165
Zenny
46088
ออนไลน์
5567 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-11-4 09:32





ฝนหลงฤดูเทกระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้องเก่าจนเสียงดังกลบความจอแจจากตลาดด้านนอก กลิ่นดินเปียกฝนลอยเข้ามาตามช่องประตูบานเฟี้ยมที่เปิดแง้มไว้ ขณะที่หยดน้ำจากชายคาร่วงลงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ การซ้อมในวันนี้จึงจบลงเร็วกว่าปกติ สมาชิกในคณะต่างพากันมานั่งหลบฝนอยู่ใกล้กลองใบใหญ่ มีทั้งแก้วโอเลี้ยง ขนมเปี๊ยะ และเสียงพูดคุยที่ดังแข่งกับสายฝน


“ไอ้เปา! มึงเอาโอเลี้ยงกูไปไว้ไหน!”


เสียงตงดังลั่นมาจากมุมหนึ่งของโรงซ้อม เรียกให้คนที่กำลังนั่งดูดโอเลี้ยงอยู่ข้างกลองถึงกับสะดุ้ง


“อ้าว นี่ของเฮียเหรอ”


“แล้วมึงคิดว่าของใคร!”


“ก็เห็นวางอยู่ตั้งนาน นึกว่าไม่มีเจ้าของ”


“มึงเห็นชื่อกูเขียนอยู่บนถุงไหม!”


เปาก้มมองถุงพลาสติกในมือ ก่อนค่อย ๆ หมุนมันไปอีกด้าน


ตัวอักษรที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน


ตง


“อ๋อ...”


“อ๋อพ่อมึงสิ!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที หมิงถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา ส่วนเจินที่กำลังจัดเก็บผ้าคลุมสิงโตอยู่ใกล้ ๆ ก็หลุดยิ้มออกมา


ฉินนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ


“ก็คนมันคอแห้งนี่หว่าเฮียตง” เปารีบส่งยิ้มประจบ “เดี๋ยวเปาซื้อคืนให้ รอฝนหยุดก่อนนะ”


“มึงกินไปเท่าไหร่แล้ว”


“นิดเดียว”


ตงคว้าถุงโอเลี้ยงมาดู


เหลือแต่น้ำแข็งกับน้ำสีดำติดก้นถุง


“เหลือแค่นี้เนี่ยนะ!”


“ก็ยังมีน้ำแข็งอยู่ไง”


ป้าบ!


“โอ๊ย! เฮียตง เปาเจ็บนะ”


“สมควรแล้วมึง!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก เปารีบกระเถิบหนีไปอีกฝั่งของม้านั่ง มือหนึ่งกุมศีรษะพลางบ่นอุบอิบไม่หยุด ส่วนตงก็ยังยืนชี้หน้าคาดโทษอยู่ตรงนั้น


ฉินนั่งมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม


เขาเริ่มคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้เสียแล้ว


จากวันแรกที่เขาเดินเข้ามาในโรงซ้อมแห่งนี้ นอกจากเปาแล้วแทบไม่มีใครชวนคุยด้วยนัก เวลาพักซ้อมทุกคนก็มักจับกลุ่มคุยกันเอง ส่วนฉินได้แต่นั่งฟังอยู่ห่าง ๆ บางครั้งอยากร่วมวงด้วยก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน


แต่หลังผ่านการซ้อมหนักมาด้วยกันหลายวัน รวมถึงการแสดงที่สมาคมการค้าซึ่งจบลงด้วยดี กำแพงที่เคยกั้นอยู่ก็ค่อย ๆ ลดลงโดยไม่มีใครทันสังเกต


หมิงที่แต่ก่อนแทบไม่พูดกับเขา เริ่มเป็นฝ่ายถามว่ากินข้าวมาหรือยัง บางครั้งก็ช่วยดูจังหวะเท้าให้ระหว่างซ้อมโดยไม่ต้องรอให้ธามสั่ง เจินเองก็เริ่มชวนคุยเรื่องชุดเชิดกับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น ส่วนตงถึงจะยังมีท่าทางห้าว ๆ ตามประสา แต่เวลาฉินยกของหนักก็เป็นคนแรก ๆ ที่เดินเข้ามาช่วยเสมอ


เขามองเพื่อนๆ สลับกับมองไปทางหลังโรงซ้อม ซึ่งมีธามกำลังยืนก้มๆ เงยๆ ซ่อมเสาดอกเหมยอยู่คนเดียวเงียบๆ


เด็กหนุ่มเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะสะกิดแขนเปาที่เพิ่งกระเถิบหนีเฮียตงมานั่งข้างๆ


“เปา ถามไรหน่อยดิ”


“อืม ว่ามาสิ”


“คือ... เราสงสัยมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้วอ่ะ”


“เรื่องอะไร”


ฉินเหลือบมองไปทางธาม ก่อนลดเสียงลงเล็กน้อย


“ตำแหน่งเท้าหน้าของเฮียธามเนี่ย ทำไมตอนแรกถึงต้องติดป้ายรับสมัครคนนอกด้วย"


เปาหันมามอง


“หืม?”


“ก็คนในคณะมีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ให้ใครสักคนขึ้นไปเชิดคู่กับเฮียล่ะ” ฉินถามต่อ "พวกลูกหม้อน่าจะรู้ใจกันดีกว่าคนแปลกหน้าอย่างเราไม่ใช่เหรอ”


เปาได้ยินคำถามก็ชะงักไปนิด


หมิงซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ส่วนเจินที่กำลังพับผ้าก็หยุดมือไปด้วย


ทั้งสามคนหันมองหน้ากัน


เปามองหมิง


หมิงมองเจิน


เจินมองกลับมาที่เปา


ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“เอ่อ... เราถามอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า”


เปาเม้มปาก คล้ายกำลังพยายามกลั้นอะไรบางอย่าง


ก่อนจะหลุดขำก๊ากออกมาจนสำลักน้ำลายตัวเอง


“ฮ่าๆๆ! นายถามจริงจังป่ะเนี่ยฉิน!”


“เอ้า ก็ถามจริงจังดิ”


“นายคิดว่าพวกเราไม่เคยลองกันเหรอ” เปาส่ายหัวรัวๆ พลางทำหน้าเหมือนนึกถึงฝันร้าย “ไอ้เรื่องจับคู่กับเฮียธามเนี่ย... พวกเราผ่านมาหมดแล้ว! แต่ละคนนะ สภาพดูไม่จืด สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ กลับมานั่งมองหน้าตาปริบๆ เหมือนเดิมนี่แหละ”


“ทำไมอะ”


“จริง ๆ ก่อนนายมา เฮียเฟยก็เคยลองจับคู่กับไอ้เฮียตงนะ”


“จริงดิ!”


“วันนั้นน่ะ—”


“ไอ้เปา”


เสียงทุ้มดังขึ้นจากอีกฝั่งของโรงซ้อม


“มึงจะเล่าอะไรให้มันฟัง”


เปาหันไปยิ้มกว้าง


“เรื่องประวัติศาสตร์คณะ”


“ประวัติศาสตร์พ่อมึงสิ”


ฉินหัวเราะพรืด


“แล้วเป็นไงต่อ”


“ก็ไม่เป็นไง เฮียเฟยบอกให้มันขยับซ้าย มันไปขวา พอบอกให้ย่อ มันดันยืน สุดท้ายสิงโตเดินเหมือนปวดขี้”


“ไอ้เหี้ยเปา!”


เปาหัวเราะพลางขยับหนีสายตาของตง


“จริงนะ!” เปารีบพูดต่อเมื่อเห็นว่าตงกำลังจะลุกจากที่นั่ง “สองคนนี้อยู่ด้วยกันมาตั้งกี่ปี แต่พอให้มาเชิดสิงโตด้วยกันทีไร เป็นต้องทะเลาะกันทุกที”


“ก็มันสั่งไม่รู้เรื่อง!”


“เฮียเฟยสั่งไม่รู้เรื่อง หรือเฮียตงไม่ฟังกันแน่”


“มึงอยากโดนอีกทีใช่ไหม”


เปารีบขยับไปหลบหลังฉิน ก่อนโผล่หน้าออกมาเล่าต่ออย่างไม่รู้จักเข็ด


“นายลองนึกภาพนะ เฮียเฟยอยู่ข้างหลัง คอยบอกให้เลี้ยวซ้าย แต่เฮียตงที่อยู่ข้างหน้าดันจะไปขวา พอเฮียเฟยดึงกลับ เฮียตงก็ฝืนอีก สุดท้ายหัวสิงโตไปทาง หางสิงโตไปอีกทาง”


“ขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉินถามกลั้วหัวเราะ


“เออสิ! แล้วสองคนนี้ก็ไม่ยอมกันด้วยนะ เถียงกันอยู่ใต้ผ้าคลุมนั่นแหละ จนเปาต้องหยุดตีกลอง"


“มึงหยุดตีกลองเพราะมัวแต่ขำไม่ใช่เหรอ!” ตงสวนขึ้นทันควัน


“ก็ใครจะไปตีไหวล่ะเฮีย” เปาหัวเราะจนไหล่สั่น “หัวจะไปซ้าย หางจะไปขวา พอเดินไม่ได้ก็หยุดเถียงกันอีก เปานึกว่าสิงโตมันกำลังทะเลาะกับหางตัวเองอยู่!”


“แล้วหมิงล่ะ” ฉินถามพลางหันไปมองเจ้าของชื่อ “หมิงก็เคยลองเหมือนกันใช่ไหม”


“เคยสิ” เปาตอบทันที ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะค่อย ๆ กว้างขึ้น “รายนี้เกือบได้เป็นแล้วนะ"


“ไอ้เปา!” เจ้าตัวมองค้อน


“ทำไมอะ ตอนนั้นเป็นยังไง”


“หมิงมันเก่งนะ” เปาเริ่มเล่า “จำท่าเร็ว จับจังหวะกลองก็ดี เฮียเฟยสอนอะไรแป๊บเดียวก็ทำตามได้หมด ตอนซ้อมบนพื้นนี่แทบไม่มีปัญหาเลย”


“อ้าว แล้วทำไมถึงไม่ได้เชิดล่ะ”


“ก็เพราะมันเก่งเฉพาะตอนอยู่บนพื้นไง”


ฉินเลิกคิ้ว


“หมายความว่าไง”


เปาไม่ได้ตอบทันที แต่หันไปมองหมิงที่กำลังทำหน้าเหมือนอยากเอาขนมเปี๊ยะยัดปากใครสักคน


“นายเคยเห็นคนที่ตอนอยู่ข้างล่างมั่นใจมาก ๆ แต่พอขึ้นไปข้างบนแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคนไหม”


ฉินขมวดคิ้ว


“หือ?”


“มันกลัวความสูง” เปาเฉลยพลางหัวเราะ “ตอนอยู่ข้างล่างทำได้ทุกท่า พอขึ้นบ่าเฮียเฟยปุ๊บ กอดคอเฮียแน่นเลย”


หมิงถอนหายใจ ก่อนหยิบขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างคนยอมแพ้


“เออ กูกลัวความสูง พอใจยัง”


“พอใจแล้ว” เปาตอบทันที


“แล้วนายล่ะ” ฉินถามกลับ “เคยลองไหม”


“เราเหรอ ก็—”


“มันไม่ต้องลองหรอก” ตงพูดแทรกขึ้นมาจากอีกฝั่ง “แค่ให้มาซ้อมยังต้องโทรตาม”


เปาหันขวับ


“เฮีย!”


“เมื่อก่อนเลิกเรียนทีไรหายหัวไปอยู่ร้านเกมตลอด กว่าจะโผล่มาก็แทบเลิกซ้อมแล้ว”


“ก็เปาเป็นมือกลองไง!”


“เออ แล้วกลองมึงอยู่ร้านเกมด้วยหรือเปล่า”


ฉินหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง ขณะที่เปาได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนอยากเถียงแต่หาคำพูดไม่ทัน


“ช่วงนี้เห็นหน้ามันทุกวันก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว” ตงพูดต่อพลางหยิบขนมเปี๊ยะเข้าปาก


“โห เฮียพูดเหมือนเปาไม่เคยทำงานเลย!”


“กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงไม่ทำงาน”


“แล้ว?”


“กูบอกว่ามึงติดเกม”


หมิงหลุดหัวเราะจนเกือบสำลักขนม ส่วนเจินที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ก็อดยิ้มตามไม่ได้


เปาทำหน้ามุ่ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาฉิน


“เอาเป็นว่าเราเหมาะกับตีกลองมากกว่า”


“อ๋อ” ฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วเจินล่ะ”


“เจินเหรอ” เปาหันไปมองเจ้าของชื่อ ก่อนยิ้มกว้าง “คนนี้หนักสุด”


“หนักยังไงอะ”


“มันทำเฮียเฟยเสียเวลาไปครึ่งวัน”


“เว่อร์แล้ว” เจินเงยหน้าขึ้นจากผ้าที่กำลังพับ


“เว่อร์ตรงไหน วันนั้นเฮียเฟยเรียกมึงไปลองเชิดใช่ไหม”


“อืม”


“แล้วก่อนขึ้นมึงพูดว่าไง จำได้ปะ”


“จำไม่ได้”


“แหม ทีอย่างนี้ความจำเสื่อมเลยนะ” เปาหัวเราะ ก่อนหันกลับมาหาฉิน “มันบอกเฮียเฟยว่า ลองดูก็ได้ครับ เผื่อทำได้”


“ก็ดีแล้วนี่” ฉินว่า


“เออ ดีมาก จนมันได้จับหัวสิงโตนั่นแหละ”


“ทำไมอะ”


“เฮียเฟยให้มันลองสะบัดหัว มันก็สะบัดนะ แต่เบาจนกูนึกว่ามันกำลังเช็กว่าหัวยังติดกับตัวอยู่ไหม”


ฉินหลุดหัวเราะ


“แล้วเฮียไม่บอกให้แรงขึ้นเหรอ”


“บอกสิ บอกตั้งหลายรอบด้วย” เปาพยักหน้า “แต่พอเฮียเฟยบอกให้แรงขึ้น มันก็ถามว่าถ้าหัวพังต้องซ่อมเองไหม”


“ก็ถามเฉย ๆ!” เจินแย้ง


“เออ แล้วพอเฮียบอกว่าไม่พัง มึงก็ถามอีกว่าถ้าพังจริง ๆ ล่ะ”


หมิงที่นั่งฟังอยู่หลุดหัวเราะออกมา


“อันนี้กูจำได้ เฮียเฟยบอกให้มึงเลิกถามแล้วลองทำก่อน”


“แล้วเจินทำไหม” ฉินถาม


“ทำ” เปาตอบทันที “ทำเหมือนเดิมเป๊ะ”


“เปา!”


“จริง ๆ นะฉิน เฮียเฟยให้มันลองทำท่าขู่ มันก็เอียงหัวซ้ายที ขวาที แล้วค่อย ๆ ยกขึ้น เหมือนกำลังรำพัดอยู่หน้าศาลเจ้า”


“ก็เราไม่เคยเชิด!”


“เออ แล้วที่เด็ดคืออะไร รู้ไหม”


ฉินส่ายหน้า


“พอเฮียเฟยบอกให้ลองใหม่ มันถามว่าอีกกี่รอบถึงจะพอ”


“ก็เราเหนื่อย!”


“มึงเพิ่งทำไปสองรอบ!”


“สองรอบก็เหนื่อยได้ไหมล่ะ!”


เปาหัวเราะจนต้องหยุดพูดไปครู่หนึ่ง


“แล้วสุดท้ายมันก็ถอดหัวสิงโตคืน บอกเฮียเฟยว่า...”


เปาดัดเสียงเลียนแบบเจินอย่างจงใจ


“เจินว่าเฮียหาคนอื่นเถอะ เจินไปเย็บผ้าดีกว่า”


“ก็เราถนัดเย็บผ้าจริง ๆ!”


“เออ แต่กูสงสัยอย่างหนึ่ง” ตงที่นั่งฟังอยู่แทรกขึ้น


“อะไรเฮีย” เจินหันไปถาม


“วันนั้นมึงเชิดไม่เป็นจริง ๆ หรือมึงแกล้งวะ”


เจินนิ่งไปนิดหนึ่ง


“ไม่เป็นจริง ๆ สิ”


“แน่นะ”


“แน่!”


“งั้นพรุ่งนี้ลองใหม่ไหม” เปาถามทันที


“ไม่เอา!”


คำตอบที่สวนกลับมาโดยแทบไม่ต้องคิดทำเอาทุกคนหลุดหัวเราะ


“เห็นไหม!” เปาชี้หน้าเพื่อน “กูว่าแล้ว!”


“ก็ไม่อยากเชิดแล้วไง!”


“เออ กูรู้” ตงพยักหน้าขำ ๆ “มึงไม่ต้องย้ำก็ได้”


ฉินหัวเราะจนไหล่สั่น ก่อนเหลือบมองไปทางธามที่กำลังซ่อมเสาดอกเหมยอยู่หลังโรงซ้อม


“แล้วเฮียธามว่าไงอะ”


เปาหันไปตามสายตา


“เฮียเฟย! วันนั้นเจินมันเชิดเป็นไง”


ธามชะงักมือเล็กน้อย


“วันไหน”


“วันที่เฮียให้มันลองเป็นเท้าหน้าไง”


“อ๋อ”


ธามตอบรับสั้น ๆ ก่อนก้มหน้าทำงานต่อ


“ก็ดี”


เจินรีบหันกลับมามองเปาทันที


“เห็นไหม!”


“ถ้ากูจ้างมารำพัด”


เปาหลุดหัวเราะก๊าก ขณะที่ฉินถึงกับก้มหน้าลงไปหัวเราะกับเข่าตัวเอง


“เฮีย!” เจินร้องขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ


ธามเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว


“อะไร”


“ก็เจินไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย!”


“กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”


“ก็เฮียบอกว่า—”


“มึงถามเองไม่ใช่เหรอ”


“เปาต่างหากที่ถาม!”


ธามเหลือบมองเปา ก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก


“เออ งั้นมึงไปด่ามัน”


สิ้นคำ เปาก็หัวเราะจนแทบตกม้านั่ง ส่วนเจินได้แต่มองคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนคว้าผ้าผืนหนึ่งฟาดใส่แขนเปาอย่างเหลืออด


“เพราะมึงคนเดียวเลย!”


“โอ๊ย! กูแค่ถามเอง!”


ฉินมองคนทั้งสี่สลับกันไปมา ก่อนหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง


ฟังมาถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมธามถึงต้องติดประกาศรับสมัครคนใหม่ ทั้งที่ในคณะก็มีสมาชิกอยู่ตั้งหลายคน


คนหนึ่งเชิดแล้วทะเลาะกับเท้าหลัง อีกคนกลัวความสูง อีกคนถนัดจับเข็มมากกว่าจับหัวสิงโต ส่วนมือกลองก็เคยฝากชีวิตไว้กับร้านเกมหน้าปากซอย


แต่ละคนมีดีคนละอย่างจริง ๆ


เพียงแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเหมาะกับการเป็นเท้าหน้าให้เฮียธามเลยสักคน










หลังจากฝนหลงฤดูเทกระหน่ำลงมาเสียจนการซ้อมเมื่อวานต้องจบลงก่อนเวลา เช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเหนือย่านตลาดเก่าก็กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีพายุฝนพัดผ่านมาก่อน


แสงแดดอ่อนลอดผ่านช่องว่างระหว่างหลังคาตึกแถว ทอดลงบนพื้นถนนที่ยังหลงเหลือร่องรอยความชื้นจากเมื่อคืน พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้าน เสียงเข็นรถขายของดังครืดคราดไปตามทางเดิน สลับกับเสียงเรียกลูกค้าที่เริ่มคึกคักขึ้นตามเวลา


ส่วนที่โรงซ้อมเชิดสิงโตท้ายตรอก ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ


ยกเว้นอยู่เรื่องหนึ่ง


วันนี้ฉินมีภารกิจสำคัญ


และคนที่ตกเป็นเป้าหมายของภารกิจนั้นก็กำลังยืนก้มหน้าก้มตาซ่อมเสาดอกเหมยอยู่กลางโรงซ้อม โดยไม่รู้ตัวเลยว่าความสงบสุขในชีวิตกำลังจะสิ้นสุดลง


“เฮีย”


ธามขานรับในลำคอโดยไม่เงยหน้า


“หืม”


“ผมมีเรื่องจะขอหน่อย”


“เรื่องอะไร”


“คืออาจารย์สั่งงานมาอะ ให้ทำคลิปเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนร่วมสมัย”


“แล้ว?”


“ผมก็เลยคิดว่าจะทำเรื่องเชิดสิงโต”


“อืม ก็ดี”


ฉินยิ้มกว้างขึ้นทันที


“ใช่ไหมล่ะ! ผมก็ว่าดีเหมือนกัน เพราะมันเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชุมชนมาตั้งนาน แล้วทุกวันนี้ก็ยังมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดอยู่ด้วย”


ธามพยักหน้ารับ ก่อนก้มลงขันน็อตตัวสุดท้ายให้แน่น


“แล้วมึงจะให้กูช่วยอะไร”


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกเฮีย”


ฉินขยับเข้าไปใกล้อีกนิด


“แค่อยากให้เฮียช่วยเป็นนายแบบให้หน่อย”


มือที่กำลังเก็บประแจของธามหยุดชะงัก


ชายหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง


“อะไรนะ”


“นายแบบไง”


“กู?”


“อื้อ!”


“ไม่”


คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาแทบจะทันที


ฉินถึงกับอ้าปากค้าง


“เฮีย! ยังไม่ทันฟังรายละเอียดเลย!”


“ไม่ต้องฟัง”


“แต่ผมไม่ได้ให้เฮียไปเดินแบบสักหน่อย!”


“แล้วจะให้ทำอะไร”


“ก็แค่ใส่ชุดเชิดสิงโต แล้วผมจะถ่ายตอนเฮียซ้อม ตอนยกหัวสิงโต อะไรประมาณนี้ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องสัมภาษณ์เลย”


“ไปถ่ายไอ้เปา”


“เปาตีกลอง!”


“ก็ตีกลองให้มึงถ่าย”


“แต่ผมอยากถ่ายเฮีย!”


ธามเงยหน้ามองเด็กหนุ่มอีกครั้ง


“ทำไมต้องกู”


“ก็เฮียเชิดเก่งที่สุดนี่นา”


“คนอื่นก็เชิดได้”


“แต่เฮียเป็นเท้าหลังของผมไง”


คราวนี้ธามเงียบไปชั่วครู่


ฉินเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบก็รีบฉวยโอกาสพูดต่อ


“นะเฮีย ช่วยหน่อยดิ แค่แป๊บเดียวเอง”


“ไม่”


“เฮียยย”


“กูจะทำงาน”


ธามลุกขึ้นยืนพร้อมกล่องเครื่องมือ ก่อนเดินเลี่ยงไปทางมุมเก็บอุปกรณ์


ฉินรีบลุกตาม


“เฮีย!”


“อะไร”


“ตกลงช่วยไหม”


“กูตอบไปแล้ว”


“แต่ผมยังไม่ยอมแพ้!”


ธามหยุดเดิน ก่อนหันกลับมามองเด็กหนุ่มที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ด้านหลัง


“มึงว่างมากเหรอ”


“ไม่ว่าง งานต้องส่งอาทิตย์หน้า”


“งั้นก็ไปทำงาน”


“ก็กำลังทำอยู่นี่ไง!”


ธามมองหน้าฉินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแล้วเดินต่อ


ส่วนฉินก็รีบสาวเท้าตามไปติด ๆ


ทว่าฉินกลับประเมินความใจแข็งของเฮียธามต่ำไปหน่อย


เพราะตลอดช่วงบ่าย ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาหว่านล้อมสักเท่าไร คำตอบที่ได้รับก็ยังคงเป็นคำเดิม


ไม่


ไม่เอา


แล้วก็ไม่ต้องมาถามอีก


แต่มีหรือที่คนอย่างฉินจะยอมแพ้ง่าย ๆ


ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วไม่สำเร็จ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีเสียหน่อย


“เฮีย”


“ไม่”


“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”


“กูก็ยังไม่ได้เปลี่ยนใจ”


ธามตอบโดยไม่เงยหน้าจากสมุดบัญชีตรงหน้า ขณะที่ฉินซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานเล็ก ๆ ข้างโรงซ้อมได้แต่ยืนทำปากยื่น


“เฮียรู้ปะว่าการปฏิเสธโดยไม่รับฟังเหตุผลของอีกฝ่ายมันไม่ดีนะ”


“อืม”


“มันเป็นการปิดกั้นโอกาสในการสื่อสาร”


“อืม”


“แล้วก็อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการศึกษาของเยาวชนคนหนึ่งด้วย”


ปลายปากกาในมือธามหยุดชะงัก


ชายหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง


“มึงเรียนมหา'ลัยแล้วไม่ใช่เหรอ”


“ก็ยังเป็นเยาวชนอยู่ดี!”


“เออ”


ธามก้มหน้าทำงานต่อ


“งั้นเยาวชนก็ไปทำการบ้าน”


“เฮีย!”


เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากหน้าประตู


เปาที่ยืนถือแก้วโอเลี้ยงอยู่ตรงนั้นถึงกับต้องยกมือปิดปาก ก่อนจะรีบทำเป็นกระแอมเมื่อธามเหลือบตามอง


“มีอะไร” ธามถาม


“เปาเอาน้ำมาให้เฮีย”


“วางไว้”


“ครับ”


เปาวางแก้วลงบนโต๊ะ แต่แทนที่จะเดินออกไป เจ้าตัวกลับหันมาหาฉินด้วยรอยยิ้มกว้าง


“ยังไม่สำเร็จอีกเหรอ”


ฉินส่ายหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก


“เฮียใจแข็งมากอะ”


“ก็เฮียเฟยเป็นแบบนี้แหละ” เปาพยักหน้าอย่างเห็นอกเห็นใจ “แต่เรามีวิธีนะ”


ดวงตาของฉินเป็นประกายขึ้นทันที


“วิธีอะไร”


เปาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนลดเสียงลงราวกับกำลังเปิดเผยความลับสำคัญ


“นายลองไปขออาม่าดูดิ”


“ไอ้เปา”


เสียงทุ้มดังขึ้นจากหลังโต๊ะ


เปาสะดุ้งโหยง


“ครับเฮีย!”


“มึงว่างมากใช่ไหม”


“ไม่ครับ!”


“งั้นไปช่วยไอ้ตงยกของ”


“ครับ!”


เปารีบเผ่นออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ฉินยืนมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด


อาม่าอย่างนั้นเหรอ...






เช้าวันต่อมา


ธามกำลังยืนเลือกผักอยู่หน้าแผงขายของในตลาด ข้างตัวมีตะกร้าพลาสติกที่อาม่าฝากให้มาซื้อของสำหรับทำกับข้าว


“เอาผักกวางตุ้งสองกำครับ”


“ได้จ้ะ รอแป๊บนะ”


ระหว่างรอ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความในกลุ่มคณะ


แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู


“เฮีย”


ธามหลับตาลงช้า ๆ


ไม่ต้องหันก็รู้ว่าใคร


“มึงมาได้ไง”


“เดินมา”


"..."


ธามทำหน้าเหมือนคนหมดอะไรจะพูด


ฉินหัวเราะคิก ก่อนชูโทรศัพท์ในมือขึ้นมา


“เฮีย ดูนี่ดิ ผมลองทำสตอรีบอร์ดมาแล้วนะ เปิดคลิปด้วยภาพศาลเจ้า แล้วก็ตัดเข้ามาที่โรงซ้อม จากนั้นก็เป็นภาพเฮียกำลัง—”


“ไม่”


“เฮียลองดูก่อนดิ”


“ไม่ดู”


“นิดเดียว”


“ไม่”


ฉินเดินอ้อมมาขวางหน้า


ธามเลี้ยวซ้าย


ฉินขยับตาม


ธามเลี้ยวขวา


ฉินก็ขยับตามอีก


แม่ค้าผักที่ยืนมองอยู่พักใหญ่ถึงกับหลุดหัวเราะ


“อาเฟย แฟนมาตามเหรอลูก”


ธามชะงัก


ฉินเองก็ชะงัก ก่อนจะหันไปยิ้มให้แม่ค้าอย่างอารมณ์ดี


“ยังไม่ใช่ครับป้า กำลังตามจีบอยู่!”


“ไอ้ฉิน!”


“จีบให้มาออกกล้องไงเฮีย!”


แม่ค้าหัวเราะชอบใจ ขณะที่ธามยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างคนหมดแรง


“มึงกลับโรงซ้อมไปเลย”


“แล้วเฮียจะช่วยไหม”


“ไม่”


“งั้นผมเดินด้วย”


“ตามใจมึง”


ฉินยิ้มกว้าง ก่อนเดินตามหลังธามไปอย่างร่าเริง






ช่วงบ่ายวันเดียวกัน


ธามกำลังนั่งซ่อมหัวสิงโตอยู่ในโรงซ้อม


พู่กันเบอร์เล็กในมือค่อย ๆ แต้มสีลงบนขอบตาที่ลอกออก เผยให้เห็นความตั้งใจของคนทำซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานตรงหน้า


เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้


“เฮีย”


“ไม่”


“เฮียยังไม่รู้เลยว่าฉินจะพูดอะไร”


“เรื่องคลิป”


“โห รู้ใจอะ”


“กูรำคาญ”


ฉินหัวเราะ ก่อนทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ


“เฮีย ดูอันนี้ก่อน”


“ไม่ดู”


“ผมตัดตัวอย่างมาให้แล้ว”


“ไปถ่ายตอนไหน”


“เมื่อวาน”


ธามชะงักมือ


“มึงถ่ายกู?”


“ถ่ายโรงซ้อม!”


“แล้วกูอยู่ในนั้นไหม”


“นิดหน่อย”


“ลบ”


“เฮีย!”


ธามวางพู่กันลง ก่อนหันมามองเด็กหนุ่มเต็มตา


“กูบอกแล้วว่าไม่อยากออกกล้อง”


ฉินเม้มปากนิดหนึ่ง


“ก็ได้ ไม่ใช้คลิปนั้นก็ได้”


ธามเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมง่าย ๆ


แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินก็ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด


“งั้นถ่ายใหม่ไหม”


“...”


“เฮีย”


“...”


“เฮียธาม”


“มึงนี่มัน...”


ธามถอนหายใจยาว ก่อนลุกขึ้นยืน


ฉินรีบลุกตาม


“เฮียจะไปไหน”


“เข้าห้องน้ำ”


“อ๋อ”


ฉินพยักหน้า ก่อนเดินตามไปสองก้าว


ธามหยุดกึก


“มึงจะตามกูเข้าห้องน้ำด้วย?”


“เปล่า!” ฉินรีบหยุด “ผมรอตรงนี้ก็ได้!”


“ไม่ต้องรอ!”






ตกเย็น


ธามคิดว่าตัวเองน่าจะได้อยู่อย่างสงบเสียที


ชายหนุ่มเดินผ่านประตูไม้ที่เชื่อมโรงซ้อมเข้ากับตัวบ้าน ตั้งใจจะไปกินข้าวเย็นกับอาม่า ก่อนกลับมาจัดบัญชีคณะต่อ


แต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัว...


“เฮีย!”


ธามหยุดเดิน


ฉินนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว


ตรงหน้ามีชามข้าวหนึ่งใบ กับอาม่าที่กำลังตักแกงจืดใส่ถ้วยให้อย่างเอ็นดู


“อาเฟย มากินข้าวสิ” อาม่าเรียก “อาตี๋มาช่วยอั๊วเด็ดผักตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”


ธามมองฉิน


ฉินยิ้มแฉ่ง


“เฮีย กินข้าวยัง”


“มึงมาอีกแล้ว?”


“ก็ผมหิว”


“หิวก็กลับหอไปกิน”


“อาม่าชวนกินด้วย”


“เออ อั๊วชวนเอง” อาม่าพยักหน้า “ลื้อจะไปไล่อาตี๋ทำไม”


ธามเงียบไปทันที


ฉินแอบยิ้มอย่างผู้ชนะ


ระหว่างกินข้าว ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติอยู่ประมาณห้านาที


จนกระทั่ง...


“อาม่าครับ”


“ว่าไงอาตี๋”


“ถ้าสมมุติว่ามีคนอยากทำคลิปเกี่ยวกับเชิดสิงโต อาม่าว่าดีไหมครับ”


ช้อนในมือธามหยุดค้าง


อาม่ายิ้มกว้าง


“ดีสิลื้อ! จะได้มีคนรู้จักคณะเรามากขึ้น”


“ใช่ไหมครับ!” ฉินรีบพยักหน้า “ผมก็คิดแบบนั้นเลย”


ธามค่อย ๆ วางช้อนลง


“อาม่า”


“อะไรอาเฟย”


“อย่าไปเข้าข้างมัน”


“อั๊วยังไม่ได้พูดอะไรเลย”


“เมื่อกี้อาม่าเพิ่งบอกว่าดี”


“ก็มันดีจริง ๆ นี่”


ฉินก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม


ธามหันขวับมามอง


“มึงไม่ต้องยิ้ม”


“ผมยังไม่ได้ยิ้มเลย”


“ปากมึงจะฉีกถึงหูแล้ว”


อาม่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนตักกับข้าวใส่จานหลานชาย


“อาเฟย ลื้อก็ช่วยอาตี๋หน่อยสิ งานเรียนเขานะ”


“อาม่า...”


“แค่ถ่ายคลิปเอง”


ธามหันไปมองฉินอีกครั้ง


เด็กหนุ่มนั่งตัวตรง มือประสานกันอยู่บนตัก ทำหน้าตาเรียบร้อยเสียจนแทบไม่เหลือเค้าคนที่ตามตื๊อเขามาตลอดสองวัน


ธามหรี่ตามอง


“มึงวางแผนไว้ใช่ไหม”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“แผนอะไรเฮีย”


“...”


“ผมแค่มากินข้าว”


“เออ”


ธามพยักหน้าอย่างคนรู้ทัน


“กินเสร็จก็กลับ”


“แล้วเรื่องคลิป—”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะของอาม่าดังขึ้นทันที






อีกสองวันต่อมา


ธามยืนอยู่กลางโรงซ้อม มือกอดอก สีหน้าเรียบเฉย ขณะที่ฉินกำลังยืนอธิบายอะไรบางอย่างด้วยความกระตือรือร้น


“คือฉินไม่ต้องการอะไรมากเลยเฮีย แค่ถ่ายตอนเฮียใส่ชุด ตอนยกหัวสิงโต แล้วก็ท่าต่อตัวนิดหน่อย”


“นิดหน่อยของมึงนี่กี่ชั่วโมง”


“ไม่เกินสอง!”


“ไม่”


“ชั่วโมงเดียว!”


“ไม่”


“ครึ่งชั่วโมง!”


“ไม่”


“สิบห้านาที!”


ธามถอนหายใจ


“มึงจะลดจนเหลือห้านาทีเลยไหม”


ฉินนิ่งคิด


“ได้เหรอ”


“กูประชด!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นจากมุมกลอง เปาที่นั่งดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นถึงกับหัวเราะจนตัวงอ


“เฮียเฟย ยอม ๆ มันไปเหอะ เปาเห็นมันเดินตามเฮียมาสามวันแล้ว”


“มึงก็ไปเป็นนายแบบให้มันสิ”


“เปาเป็นมือกลองอะเฮีย”


“ก็ตีกลองให้มันถ่าย”


“แต่ฉินอยากได้เฮียเป็นนายแบบ!” ฉินรีบแทรก


ธามหันกลับมามอง


“ทำไมต้องกู”


“ก็เฮียเชิดเก่ง”


“คนอื่นก็เชิดได้”


“แต่เฮียหล่อ”


ทั้งโรงซ้อมเงียบกริบ


เปาหันขวับ


หมิงที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับชะงัก


ส่วนธาม...


“...”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบพูดต่อ


“หมายถึงขึ้นกล้องอะ! เฮียขึ้นกล้องดี!”


เปาหลุดหัวเราะก๊าก


“อ๋ออออ ขึ้นกล้องดี!”


“เปา!”


“เราไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ!”


ธามยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว


“มึงจะเอายังไงกันแน่”


ฉินรีบหันกลับมาหา


“ตกลงเฮียช่วยใช่ไหม!”


“กูยังไม่ได้ตกลง”


“แต่เฮียถามแล้วว่าจะเอายังไง!”


“กูถามเพราะกูปวดหัว!”


ฉินหัวเราะ ก่อนยกมือสองข้างขึ้นไหว้อย่างออดอ้อน


“นะเฮีย นะ ๆ ๆ”


ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นาน


ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง


“ถ่ายแค่ตอนซ้อม”


ฉินชะงัก


“หือ?”


“กูไม่พูด ไม่สัมภาษณ์ ไม่ทำอะไรตามที่มึงสั่งทั้งนั้น”


“จริงนะ!”


“เออ”


“เฮียตกลงแล้วนะ!”


“เออ!”


“ห้ามเปลี่ยนใจนะ!”


“มึงจะถ่ายไหม”


“ถ่าย!”


ฉินยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนรีบคว้าโทรศัพท์ออกมาอย่างดีอกดีใจ


“ขอบคุณนะเฮีย!”


ธามมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเบือนหน้าหนีไปอีกทาง


“เออ รีบทำให้เสร็จ”


เปาที่นั่งอยู่ข้างกลองหันไปกระซิบกับหมิง


“กูว่าเฮียเฟยแพ้แล้วว่ะ”


หมิงเหลือบมองธาม ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


“แพ้ตั้งแต่วันแรกแล้วมั้ง”


“แล้วทำไมเพิ่งยอม”


หมิงยักไหล่


“คงอยากให้มันตามอีกหน่อย”


“ไอ้เปา ไอ้หมิง”


เสียงทุ้มดังขึ้นโดยไม่ต้องหันมอง


“กูได้ยิน”


ทั้งคู่รีบหุบปากทันที


ธามหลับตาลงช้า ๆ


เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า การยอมให้ฉินถ่ายคลิปในครั้งนี้ จะทำให้ชีวิตตัวเองสงบลงจริง ๆ หรือเปล่า


แต่พอหันกลับไปเห็นเด็กหนุ่มกำลังยิ้มกว้าง พลางก้มหน้าจดรายละเอียดลงในสมุดอย่างตั้งอกตั้งใจ...


ธามก็ได้แต่ถอนหายใจ


ช่างมันเถอะ


อย่างน้อยก็คงดีกว่าปล่อยให้มันเดินตามเขาไปทั่วตลาดอีกสามวัน




TBC.
ชอบในความพยายามตามตื้อของฉิน 555+
เฮียจะใจอ่อนมั้ยเนี่ย
ฝากติดตามด้วยนะครับ


🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
65056
พลังน้ำใจ
332392
Zenny
119723
ออนไลน์
27733 ชั่วโมง
โพสต์ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-11-4 12:15 , Processed in 0.117512 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้