ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 62|ตอบกลับ: 3

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.16

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
330
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14080
Zenny
46000
ออนไลน์
5483 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 17:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-29 15:36





เสียงพูดคุยดังคลอไปกับเสียงแก้วกระทบกันเป็นระยะ ภายในห้องจัดเลี้ยงของสมาคมการค้าที่คืนนี้เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ ทั้งนักธุรกิจรุ่นใหญ่ เจ้าของกิจการ และผู้แทนจากบริษัทต่าง ๆ ที่เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน


โคมไฟสีแดงประดับเรียงรายเหนือศีรษะ ขณะที่โต๊ะจัดเลี้ยงถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศคึกคักสมกับเป็นงานใหญ่ประจำปีของสมาคม


ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ในมือมีแก้วน้ำเปล่าที่แทบไม่ได้ยกขึ้นดื่มเลยสักครั้ง


วันนี้เขาเพียงมาร่วมงานแทนผู้เป็นพ่อเท่านั้น


เดิมทีตั้งใจว่าหลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่ในสมาคมเสร็จก็จะกลับบริษัท แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากห้องจัดงาน เสียงกลองเชิดสิงโตกลับดังขึ้นเสียก่อน


เขาจึงหยุดดูอยู่ครู่หนึ่ง


ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษนัก


กระทั่งสังเกตเห็นรูปร่างของคนที่อยู่ใต้หัวสิงโตสีแดงทอง


ตัวเล็ก


คล่องแคล่ว


แถมท่าทางตอนขยับตัวก็ยังดูคุ้นตาอย่างประหลาด


ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย


เดี๋ยวนะ...


ทำไมเหมือนไอ้ฉินเลยวะ


แต่ความคิดนั้นก็ถูกปัดทิ้งไปแทบจะทันที


ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าน้องชายคนเล็กไปทำงานอยู่กับคณะเชิดสิงโตแห่งหนึ่ง แต่เขาก็ไม่คิดว่าเด็กที่เพิ่งเริ่มฝึกได้ไม่นานจะได้ขึ้นแสดงจริงเร็วขนาดนี้


ยิ่งเป็นงานของสมาคมการค้าที่มีผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานกันมากมายด้วยแล้ว


ไม่น่าใช่หรอกมั้ง


ไอ้ฉินมันจะเก่งถึงขั้นเป็นตัวจริงแล้วเหรอวะ


ถึงอย่างนั้นสายตากลับยังจับจ้องสิงโตตัวแดงไม่ยอมละไปไหน


โดยเฉพาะตอนที่สิงโตเสียจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างสวยงาม และตอนที่คนเชิดด้านหน้าขึ้นไปยืนบนบ่าของคู่แสดง


เขาถึงกับเผลอยกคิ้วขึ้น


“ไม่เลวนี่หว่า...”


จนกระทั่งการแสดงจบลง


เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วห้อง


ชายหนุ่มปรบมือตามผู้ชมคนอื่น ๆ ก่อนชะงักไปเมื่อเห็นคนเชิดยกหัวสิงโตออก


ใบหน้าขาวเหลืองที่ปรากฏขึ้นใต้เส้นผมเปียกเหงื่อนั้นคุ้นเคยเสียจนไม่ต้องมองซ้ำ


“...เชี่ย”


เขาหลุดอุทานเบา ๆ


ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา


“ไอ้ฉินจริงด้วย!”


น้องชายคนเล็กของบ้านศิริวัฒนโชติ


เด็กที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังเถียงกับป๊าเรื่องคณะที่จะเรียนจนบ้านแทบแตก


เด็กที่ยืนยันเสียงแข็งว่าจะออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง


ตอนนี้กลับมายืนอยู่กลางลานแสดง ในสภาพเหงื่อท่วมตัว แต่ยิ้มกว้างราวกับเพิ่งได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดในชีวิต


เฮียใหญ่มองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปแทบไม่ทัน


แชะ!


แชะ!


แชะ!


เฮียใหญ่มองภาพบนหน้าจอ ก่อนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่


“เก่งเหมือนกันนี่หว่า ไอ้ตัวแสบ”


ชายหนุ่มมองภาพน้องชายบนหน้าจออีกครั้ง ก่อนเหลือบไปยังเจ้าตัวที่กำลังหัวเราะพูดคุยกับสมาชิกในคณะอย่างอารมณ์ดี


ดูท่าจะมีความสุขจริง ๆ แฮะ


เขาส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปอย่างนึกสนุก


ไหน ๆ ก็เจอกันโดยบังเอิญแล้ว


ขอแกล้งไอ้ตัวแสบหน่อยก็แล้วกัน


อีกด้านหนึ่ง ฉินเพิ่งกลับมานั่งพักข้างลานแสดง หลังจากถูกเปาลากไปช่วยเก็บอุปกรณ์อยู่พักใหญ่


เด็กหนุ่มยกขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามข้างแก้ม ถึงจะเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยังไม่จางหาย


ก็แหงสิ นี่มันการแสดงครั้งแรกของเขาเลยนะ!


แถมยังไม่มีใครตกลงมาคอหักด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม


ฉินกำลังนั่งยิ้มภูมิใจกับตัวเองอยู่ดี ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมา


เขาล้วงออกมาดู ก่อนเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง


เฮียใหญ่?


ปกติเวลานี้ถ้าไม่โทรมาถามว่ากินข้าวหรือยัง ก็มักจะส่งรูปอาหารแพง ๆ มาอวดให้น้องที่กำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่หอหมั่นไส้เล่น


ไม่รู้วันนี้จะมาไม้ไหนอีก


ฉินกดเปิดอ่านข้อความอย่างไม่ทันระแวงเลยสักนิดว่า คนเป็นพี่กำลังยืนกลั้นหัวเราะอยู่ไม่ไกล


เฮียใหญ่: เชิดเก่งนี่เรา


ฉิน: ???


เฮียใหญ่: สิงโตสีแดงน่ารักดี


ฉิน: เฮีย!!!


เฮียใหญ่: หันมาทางซ้ายสิ


เด็กหนุ่มหันขวับไปทันที ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล


อีกฝ่ายยกมือโบกให้หน้าตาเฉย แถมยังยักคิ้วให้อย่างกวนประสาท


“เชี่ย! เฮียใหญ่!”


เด็กหนุ่มหลุดเสียงออกมาเบา ๆ


โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ


มาได้ไงวะเนี่ย!


คนเป็นพี่ยักคิ้วให้หนึ่งที ก่อนก้มลงพิมพ์อะไรบางอย่าง


เฮียใหญ่: ไม่ต้องตกใจ กูไม่เข้าไปทักหรอก


ฉินแทบอยากกรี๊ด


เขารีบก้มหน้าพิมพ์ตอบ นิ้วแทบพันกัน


ฉิน: เฮียมาทำอะไรที่นี่!!!


เฮียใหญ่: มาทำธุระแทนเตี่ย ไม่คิดว่าจะเจอมึงเหมือนกัน


เฮียใหญ่ยังยืนอยู่ตรงนั้น แถมพอเห็นว่าเขามองไป อีกฝ่ายก็ยกยิ้มขึ้นนิดหนึ่งราวกับกำลังทักทาย


ฉินรีบหลบตาแทบไม่ทัน


โอ๊ย เฮียจะยืนเด่นทำไมเนี่ย!


โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นอีกครั้ง


เฮียใหญ่: ไหน ๆ ก็มาแล้ว ออกมาเจอกันสักแป๊บคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง


ฉิน: เฮีย!!!


ฉิน: ไหนบอกว่าจะไม่เข้ามาทักไง


เฮียใหญ่: กูก็ไม่ได้จะเข้าไป


เฮียใหญ่: ให้มึงออกมาเองต่างหาก


ฉิน: มันต่างกันตรงไหนเนี่ย!


เฮียใหญ่: ต่างสิ


เฮียใหญ่: กูเป็นพี่ชายมึงนะ ไม่ใช่เจ้าหนี้


ฉินหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนรีบเม้มปากเมื่อเปาหันมามองจากอีกฝั่ง


“นายหัวเราะอะไรอะ”


“อ๋อ เปล่า ๆ”


ฉินรีบคว่ำโทรศัพท์ลงบนตัก


“เห็นอะไรตลกนิดหน่อย”


“อ๋อ”


เปาพยักหน้า ก่อนหันกลับไปช่วยตงยกกลองต่อ


ฉินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก


แต่พอก้มมองโทรศัพท์อีกครั้ง ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาพอดี


เฮียใหญ่: ออกมาทางประตูข้างหลัง


เฮียใหญ่: กูรอแถวทางเดินด้านนอก


เฮียใหญ่: ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวความแตกว่าทายาทเศรษฐีกำลังปลอมตัวมาใช้ชีวิตรันทด


ฉินอ่านแล้วได้แต่กลอกตา


ก็เฮียนั่นแหละที่ทำให้ต้องระวังตัว!


ถึงอย่างนั้น เขาก็อดอยากเจอพี่ชายไม่ได้อยู่ดี


เด็กหนุ่มเหลือบมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ธามยังคุยงานอยู่กับผู้ประสานงานของสมาคม ส่วนเจินกับหมิงกำลังตรวจนับอุปกรณ์


ฉินจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาเปาที่กำลังม้วนสายรัดกลอง


“เปา”


“ว่าไง”


“เราออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งนะ”


“ไปไหนอะ”


“เอ่อ... ไปคุยโทรศัพท์นิดหน่อย”


“อ๋อ ได้สิ”


เปาพยักหน้าอย่างไม่ติดใจ


“แต่อย่าไปนานนะ เดี๋ยวเฮียเฟยเรียกหา”


“อื้อ เดี๋ยวเรามา!”


ฉินตอบ ก่อนรีบเดินออกไปทางประตูด้านข้าง


ถึงจะพยายามทำตัวตามปกติ แต่ระหว่างเดินก็ยังอดหันกลับไปมองไม่ได้


พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจจึงค่อยโล่งอก


ทางเดินด้านข้างหลังค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับด้านใน มีเพียงคนของสมาคมเดินผ่านเป็นครั้งคราว


ฉินโผล่หน้าออกมาจากประตู ก่อนกวาดตามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง


“ทำอะไรของมึง”


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง


“เฮ้ย!”


ฉินสะดุ้งจนเกือบชนกรอบประตู


เฮียใหญ่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มกวนประสาทเหมือนเคย


“ตกใจอะไรขนาดนั้น”


“ก็เฮียเล่นโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง!”


“กูยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว”


“แล้วทำไมไม่เรียกดี ๆ”


“ก็เห็นมึงทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ สนุกดี”


“เฮียใหญ่!”


คนเป็นพี่หัวเราะ ก่อนขยับตัวออกจากผนัง


“มานี่มา”


ฉินเดินเข้าไปหา แต่ยังไม่วายหันกลับไปมองประตูอีกครั้ง


เฮียใหญ่เลิกคิ้ว


“กลัวอะไรนักหนา”


“ก็กลัวคนเห็นสิ”


“เห็นแล้วทำไม”


“เฮีย!”


“เออ ๆ รู้แล้ว”


ชายหนุ่มยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้


“ยังไม่อยากให้คนในคณะรู้ว่าเป็นใคร ใช่ไหมล่ะ”


ฉินพยักหน้าทันที


“ครับ”


“กูก็ไม่ได้จะไปประกาศให้ใครฟังสักหน่อย”


“เฮียชอบแกล้งฉินอะ”


“ก็มึงมันน่าแกล้ง”


พูดจบก็ยื่นมือไปขยี้ผมน้องชายอย่างเคยชิน


“โอ๊ย! เฮีย!”


ฉินรีบปัดมือออก ก่อนจัดผมที่เพิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิม


“เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น!”


“เห็นพี่ชายขยี้หัวน้องนี่มันผิดกฎหมายหรือไง”


“ไม่ใช่แบบนั้น!”


เฮียใหญ่หัวเราะอีกครั้ง


แต่พอเห็นน้องชายทำหน้าจริงจังขึ้นมา เขาก็ยอมลดมือลงแต่โดยดี


“เออ ไม่แกล้งแล้ว”


ฉินมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ


“จริงนะ”


“จริงครับคุณชาย”


“เฮีย!”


“โอเค ๆ”


คนเป็นพี่หลุดหัวเราะ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง


“ไหน มาดูหน้าหน่อย”


เขาจับไหล่น้องชายเบา ๆ แล้วมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า


เสื้อยืดที่เปียกเหงื่อไปเกือบครึ่งตัว ผมยุ่ง ๆ กับใบหน้าที่ยังแดงเรื่อจากการออกแรง


“โห สภาพ”


ฉินเบ้ปาก


“อะไรเล่า ก็เพิ่งเชิดเสร็จ”


“เหนื่อยไหม”


“เหนื่อยสิ”


“หนักหรือเปล่า”


“ก็หนักนะ แต่สนุกมากเลยเฮีย!”


พอพูดถึงการแสดง ดวงตาของฉินก็เป็นประกายขึ้นมาทันที


“เฮียเห็นตอนฉินขึ้นบ่าไหม”


“เห็น”


“เป็นไง!”


“ก็สูงดี”


“เฮียใหญ่!”


“ฮ่า ๆๆ เออ เก่ง ๆ”


คนเป็นพี่หัวเราะ ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่น้องชายเบา ๆ


“เก่งจริง ๆ”


ฉินชะงักไปเล็กน้อย


เพราะคราวนี้น้ำเสียงของอีกฝ่ายจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


“ตอนแรกกูนึกว่าไม่ใช่มึงด้วยซ้ำ”


“ทำไมอะ”


“ก็ใครจะไปคิดว่าน้องชายกูที่เพิ่งไปฝึกเชิดสิงโตได้ไม่กี่วัน จะได้ขึ้นแสดงงานใหญ่ขนาดนี้แล้ว”


ฉินยืดอกขึ้นเล็กน้อย


“เห็นไหมล่ะ ฉินเก่ง”


"เออ เก่ง”


“ชมอีกได้ไหม”


“หลงตัวเอง”


“โห!”


เฮียใหญ่หัวเราะ ก่อนมองน้องชายด้วยสายตาอ่อนลง


“แต่เอาจริง ๆ นะ”


“ครับ?”


“กูภูมิใจในตัวมึง”


ฉินนิ่งไป


รอยยิ้มที่เคยกว้างค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ


“...จริงเหรอ”


“เออ”


คนเป็นพี่พยักหน้า


“กูรู้ว่ามึงตั้งใจเรื่องนี้ แต่ไม่คิดว่าจะตั้งใจขนาดนี้”


ฉินก้มมองรองเท้าผ้าใบสีดำของตัวเอง


ก่อนหัวเราะเบา ๆ


“ก็... ฉินอยากทำให้ได้จริง ๆ นี่”


“รู้แล้ว”


เฮียใหญ่ยื่นมือไปลูบผมน้องชายเบา ๆ อีกครั้ง


“แล้วกูก็เห็นแล้วด้วย”


ฉินเงยหน้าขึ้นยิ้ม


คราวนี้เขาไม่ได้ปัดมือพี่ชายออก


เฮียใหญ่มองหน้าน้องชายอยู่ครู่หนึ่ง


“กูไม่บอกใครหรอก มึงสบายใจได้”


ฉินมองหน้าพี่ชาย


“สัญญานะ”


“สัญญา”


คนเป็นพี่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ


“กูต้องกลับแล้ว”


“อ๋อ ครับ”


“มึงก็กลับไปหาเพื่อน ๆ ได้แล้ว”


“อื้อ”


เฮียใหญ่ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนยื่นมือไปจัดปกเสื้อที่พับอยู่ของน้องชายให้เข้าที่


“ดูแลตัวเองด้วย”


“ครับ”


“กินข้าวให้ตรงเวลา”


“รู้แล้ว”


“เงินพอใช้ไหม”


ฉินรีบเงยหน้า


“พอสิ!”


เฮียใหญ่เลิกคิ้ว


“แน่นะ”


“แน่!”


“ถ้าไม่พอก็บอก”


“เฮีย...”


“กูรู้ว่ามึงอยากหาเอง แต่ถ้าเดือดร้อน ต้องบอกกูนะ เข้าใจไหม"


ฉินมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


“ครับ”


เฮียใหญ่ยิ้ม


“เก่งมาก ไอ้ตัวแสบ”


แล้วก็ยื่นมือไปขยี้ผมน้องชายอีกครั้ง


“โอ๊ย! เฮีย! ผมเพิ่งจัด!”


“ฮ่า ๆๆ”


ฉินรีบปัดมือออก แต่ก็หัวเราะตามไปด้วย


ก่อนแยกกัน เด็กหนุ่มเหลือบมองทางเดินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ายังไม่มีคนรู้จักผ่านมา จึงขยับเข้าไปกอดพี่ชายเร็ว ๆ


เฮียใหญ่ชะงักไปนิดหนึ่ง


ก่อนยกแขนขึ้นกอดตอบอย่างเป็นธรรมชาติ


“อะไรเนี่ย”


“ก็... คิดถึง”


เสียงฉินอู้อี้อยู่กับอกคนเป็นพี่


เฮียใหญ่ยิ้มบาง ๆ


“เออ กูก็คิดถึงมึง”


ฉินผละออก ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าว


“งั้นฉินไปก่อนนะ”


“เออ”


“เฮียก็ขับรถดี ๆ”


“ครับ คุณชาย”


“เฮียใหญ่!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง


ฉินส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปทางประตูหลังสมาคม


แต่ยังไม่ทันถึงประตู เสียงพี่ชายก็ดังไล่หลังมา


“ฉิน!”


เด็กหนุ่มหันกลับไป


“ครับ?”


เฮียใหญ่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ที่เดิม


ก่อนยกนิ้วโป้งให้พร้อมรอยยิ้มกว้าง


“วันนี้มึงโคตรเท่เลยว่ะ”


ฉินชะงัก


ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ กว้างขึ้นบนใบหน้า


“แน่นอนอยู่แล้ว!”


เขาตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ก่อนรีบเดินหายเข้าไปในสถานที่จัดงาน


เฮียใหญ่มองตามแผ่นหลังน้องชายจนลับสายตา


ก่อนส่ายหน้าอย่างเอ็นดู


“โตแล้วจริง ๆ ด้วยสินะ ไอ้ตัวแสบ”


เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพการแสดงอีกครั้ง


ภาพน้องชายในชุดเชิดสิงโตสีแดงทองยังปรากฏอยู่บนหน้าจอ


เฮียใหญ่ยิ้มออกมา


แล้วกดส่งภาพนั้นลงในกลุ่มครอบครัวเพิ่มอีกหนึ่งรูป


พร้อมข้อความสั้น ๆ


‘ลูกชายป๊าเก่งไม่เบาเลยนะ’






เสียงกลองและเสียงฉาบที่เคยดังกึกก้องไปทั่วลานแสดงเงียบลงไปพักใหญ่แล้ว เหลือเพียงเสียงพูดคุยของแขกที่ทยอยเดินทางกลับ กับบรรดาเจ้าหน้าที่ที่กำลังช่วยกันเก็บโต๊ะเก้าอี้หลังจบงาน


ธามเดินออกมาจากอาคารจัดเลี้ยง หลังใช้เวลาพูดคุยกับผู้ประสานงานของสมาคมอยู่พักหนึ่ง


ทั้งเรื่องค่าจ้าง รายละเอียดงาน และโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันอีกในอนาคต


ทุกอย่างเรียบร้อยดี


ดีเกินกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ


ตอนแรกเขาแค่หวังให้การแสดงผ่านไปโดยไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่มีใครพลาดจนต้องขายหน้าต่อหน้าคนทั้งสมาคม และที่สำคัญคือได้เงินค่าจ้างกลับไปครบตามตกลง


แต่ผลที่ออกมากลับดีกว่านั้นมาก


ทางผู้จัดชมไม่ขาดปาก บางคนถึงกับถามหานามบัตรคณะ เผื่อมีงานครั้งหน้าจะได้ติดต่อโดยตรง


สำหรับคณะที่เคยเงียบเหงาจนแทบได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องในโรงซ้อม เรื่องแค่นี้ก็นับเป็นข่าวดีมากแล้ว


อย่างน้อยเดือนนี้อาม่าก็คงไม่ต้องแอบเอาเงินเก็บมาช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในคณะอีก


ธามถอนหายใจออกมาเบา ๆ


เป็นการถอนหายใจที่ไม่ได้มาจากความเหนื่อยหรือความเครียดเหมือนทุกครั้ง


นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่เขาไม่ได้รู้สึกโล่งอกขนาดนี้


ชายหนุ่มเหลือบมองไปทางลานแสดงที่กำลังถูกเก็บกวาด


ภาพสิงโตสีแดงทองกระโดดโลดเต้นอยู่กลางลานยังติดอยู่ในหัว


โดยเฉพาะจังหวะที่เจ้าเด็กแสบบนบ่าของเขาเกือบเสียหลัก


ดีที่เขารับจังหวะทัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงได้หามกันไปโรงพยาบาลแทนที่จะมานั่งนับเงินค่าจ้าง


แต่จะว่าไป...


มันก็ทำได้ดีจริง ๆ นั่นแหละ


ทั้งที่ก่อนขึ้นเวทียังยืนหน้าซีด จับชายเสื้อเขาแน่นเสียจนต้องปลอบอยู่ตั้งนาน พอได้ยินเสียงกลองขึ้นจังหวะแรกกลับตั้งใจเชิดจนแทบลืมความกลัวไปหมด


นึกแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้


ธามล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเป็นครั้งที่สาม


ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับหัวสิงโตจิ๋วสีแดงที่เขาซื้อจากร้านในตลาดเมื่อวันก่อน


ของชิ้นเล็กนิดเดียว แต่ทำเอาเขาต้องเดินย้อนกลับไปตั้งไกล


ก็ใครใช้ให้ไอ้เด็กนั่นยืนมองตาละห้อยอยู่ได้ตั้งนาน


ตอนแรกกะว่าจะให้หลังจบการแสดง แต่พอถึงเวลาจริงกลับหาโอกาสเหมาะ ๆ ไม่ได้เสียที


แค่นึกถึงหน้าตาตื่นเต้นของเด็กคนนั้น เขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


ธามเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิด ตั้งใจว่าจะรีบเอาของไปให้ก่อนที่ทุกคนจะเก็บอุปกรณ์เสร็จ


ทว่าเมื่อเลี้ยวผ่านมุมอาคาร เขากลับต้องหยุดเดิน


รอยยิ้มจางหายไปอย่างช้า ๆ


ตรงทางเดินด้านข้างที่ค่อนข้างลับสายตาผู้คน มีคนสองคนกำลังกอดกันอยู่


ตอนแรกธามไม่ได้คิดจะสนใจด้วยซ้ำ


แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขนของอีกฝ่าย เขากลับต้องมองซ้ำอีกครั้ง


ฉิน?


ต่อให้เห็นแค่ด้านหลัง เขาก็จำได้


ส่วนคนที่กำลังกอดไอ้เด็กนั่นอยู่...


เป็นผู้ชายรูปร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาว ดูอายุมากกว่าฉินอยู่หลายปี


ธามยืนนิ่ง


สายตาหยุดอยู่ตรงแขนของชายแปลกหน้าที่โอบรอบตัวฉิน ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปยังมือที่กำลังลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู


ฉินไม่ได้มีท่าทีจะผละออกเลยสักนิด


ตรงกันข้าม


เด็กหนุ่มกลับซบหน้าอยู่กับอกอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ


แถมยังหัวเราะอีกต่างหาก


ใครวะ...


ธามขมวดคิ้ว


เขาพยายามนึกว่าฉินเคยพูดถึงผู้ชายคนนี้บ้างหรือเปล่า แต่เท่าที่จำได้ก็ไม่เคย


แล้วทำไมถึงดูสนิทกันขนาดนั้น


ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว


หรือจะเป็นแฟนมัน?


เออ ก็เป็นไปได้


เด็กอายุสิบเก้า จะมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


หน้าตามันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แถมยังพูดเก่งเสียจนบางครั้งเขาอยากหาอะไรมาปิดปาก


จะมีคนชอบก็ไม่เห็นแปลก


แต่ถ้ามีแฟนอยู่แล้ว...


แล้วที่ผ่านมาไอ้เด็กนี่มันมาอ้อนเขาทำไมวะ


ธามนิ่งไป


ก่อนจะขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม


เดี๋ยว


มันไปอ้อนกูตอนไหน


ก็แค่ชอบเดินตาม ชอบชวนคุย ชอบยิ้มให้ แล้วก็ชอบทำหน้าเหมือนลูกหมาเวลาโดนดุ


นั่นมันนิสัยปกติของมันไม่ใช่หรือไง


เออ


คงอย่างนั้น


ไอ้เด็กนี่มันคงเป็นแบบนั้นกับทุกคนอยู่แล้ว


ดูอย่างตอนนี้สิ


กอดคนอื่นเสียแน่นเชียว


ชายหนุ่มพยายามตัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง แต่สายตาเจ้ากรรมกลับยังไม่ยอมละจากคนทั้งคู่


โดยเฉพาะตอนที่ชายในเสื้อเชิ้ตขาวก้มลงพูดอะไรบางอย่างใกล้ ๆ แล้วฉินก็หัวเราะออกมา


หัวเราะอะไรนักหนาวะ


เมื่อกี้ตอนอยู่กับกูยังไม่เห็นหัวเราะขนาดนี้เลย


...แล้วกูจะไปเปรียบเทียบทำไม


มันจะหัวเราะกับใครก็เรื่องของมัน


เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล


“เออ กูต้องไปแล้ว”


เสียงของชายแปลกหน้าดังแว่วมาตามทางเดิน


“ครับ”


ฉินตอบ ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“ขับรถดี ๆ นะเฮีย”


คำเรียกนั้นทำให้ธามชะงักไปอีกครั้ง


เฮีย?


ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย


เออ ก็ไม่แปลก


ใคร ๆ มันก็เรียกกันได้


ไม่ใช่ว่าคำนี้มีไว้เรียกเขาคนเดียวเสียหน่อย


แต่พอได้ยินจากปากฉินแล้วทำไมถึงรู้สึกขัดหูชอบกล


ธามถอนหายใจเงียบ ๆ


สงสัยวันนี้จะเหนื่อยเกินไป


คนปกติที่ไหนจะมานั่งหงุดหงิดเพราะเด็กคนหนึ่งเรียกคนอื่นว่าเฮีย


ประสาท


ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตขาวยกมือขึ้นขยี้ผมฉินอีกครั้ง ก่อนพูดอะไรบางอย่างที่ธามได้ยินไม่ชัด


ฉินหัวเราะแล้วตีแขนอีกฝ่ายเบา ๆ


เป็นท่าทางสนิทสนมที่ดูเป็นธรรมชาติ


ธรรมชาติเสียจนธามรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกที่บังเอิญเดินเข้ามาเห็นเรื่องที่ไม่ควรเห็น


เขาก้มมองหัวสิงโตจิ๋วในมือ


เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคิดอยู่ว่าจะเรียกฉินมาหา แล้วทำทีเป็นยื่นของให้เฉย ๆ


อาจพูดว่า ‘เอ้า กูให้’


แต่ตอนนี้...


พอมองของในมืออีกครั้ง ธามกลับรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่เข้าท่าเอาเสียเลย


บางที...


คนที่ยืนกอดมันอยู่ตรงนั้นอาจซื้ออะไรให้ดีกว่านี้ไปแล้วก็ได้


“ฉิน”


เสียงทุ้มหลุดออกมาเบา ๆ โดยไม่ตั้งใจ


เบาเกินกว่าคนทั้งคู่จะได้ยิน


ธามเม้มปาก ก่อนขยับถอยกลับไปหลังมุมกำแพง


เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง


แค่ไม่อยากเดินเข้าไปขัดจังหวะ


คนเขากำลังคุยกันอยู่


จะไปยุ่งทำไม


อีกอย่าง...


เขาก็ไม่ได้มีธุระสำคัญอะไรกับฉินเสียหน่อย


แค่จะเอาของมาให้เท่านั้นเอง


ไม่ให้วันนี้ก็ไม่เห็นเป็นไร


ธามยัดหัวสิงโตจิ๋วกลับเข้ากระเป๋ากางเกง ก่อนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่ง


ลมเย็นพัดเอากลิ่นธูปจากศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลลอยมาตามทางเดิน เสียงคนงานขนโต๊ะเก้าอี้ดังแว่วอยู่ด้านหลัง


ทุกอย่างยังเป็นปกติ


งานวันนี้ผ่านไปด้วยดี คณะได้เงินครบ มีคนสนใจจ้างงานต่อ อาม่าคงดีใจมากถ้าได้ฟังข่าว


เขาควรจะอารมณ์ดีสิ


แล้วทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ในอกแบบนี้


ธามก้มหน้าลงเล็กน้อย


ก็แค่เห็นมันกอดกับคนอื่น


แค่นั้นเอง


เขาไม่มีสิทธิ์ไปหงุดหงิดด้วยซ้ำ


ฉินจะมีแฟนหรือไม่มี จะกอดใคร จะคิดถึงใคร มันก็เป็นเรื่องของฉิน


ส่วนเขา...


ก็เป็นแค่คนสอนเชิดสิงโตให้มัน


ธามนิ่งไปกับความคิดนั้น


ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าอีกครั้ง


เออ


เป็นแค่นั้นแหละ


จะไปคิดมากทำไม


ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันหลังเดินกลับไปทางลานแสดง


ทว่าเดินได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดอีก


เขากระชับกระเป๋ากางเกงแล้วเดินต่อ สีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง


ไม่มีใครรู้หรอกว่าเมื่อครู่เขาเห็นอะไรมา


และคงไม่มีใครรู้ด้วยว่าเขากำลังรู้สึกยังไง


ขนาดเจ้าตัวยังไม่อยากยอมรับเลย


ว่าที่เดินหนีออกมาน่ะ...


ไม่ใช่เพราะไม่อยากขัดจังหวะใคร


แต่เพราะทนมองต่อไม่ไหวต่างหาก






ภาพปลากรอบ 55+ ลูบขนาดนี้ ใครไม่เข้าใจผิดให้มันรู้ไป




TBC.


เฮียใหญ่นะเฮียใหญ่ คนเค้าเข้าใจผิดหมด










ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64897
พลังน้ำใจ
331536
Zenny
119500
ออนไลน์
27648 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 21:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1058
พลังน้ำใจ
10039
Zenny
4039
ออนไลน์
1080 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 22:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ้า เฮียธาม รู้สึกตัวสะทีสิ
แต่จะบานปลายไปกันใหญ่อะเปล่านะ
ขอบคุณนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3196
พลังน้ำใจ
24170
Zenny
23573
ออนไลน์
1655 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
เฮียธาม เข้าใจผิด คิดไปไกลแล้ว แล้วจะปากแข็ง ไม่ถาม คิดเอง เออเอง อีกหรือเปล่าเนี่ย
You know I can't smile without you...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-29 17:38 , Processed in 0.171511 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้