ไฟวูบวาบสีแดงสาดกระทบกระจกรถและร่องน้ำข้างทางภาณุนั่งคุกเข้าในรถตัวเอง นิ้วมือทั้งสิบเกร็งจนชาไปถึงข้อศอก
กดผ้ารองซับบาดแผลฉกรรจ์ที่ขมับของอ๊อดไว้สุดแรง
เลือดอุ่นๆ ที่ผสมกับน้ำฝนชื้นยังคงไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเปรอะทั่วฝ่ามือของเขา
ใบหน้าของอ๊อดซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา
ลมหายใจแผ่วเบาเลือนรางจนภาณุต้องก้มหน้าลงไปจนชิด
สายตาจ้องมองหน้าอกของอ๊อดที่ยกขึ้นลงอย่างเชื่องช้า
ทุกวินาทีที่ผ่านไปคล้ายกับเข็มนาฬิกาที่กรีดลงบนหัวใจของภาณุ
“พี่อ๊อด... ห้ามหลับนะพี่ ห้ามหลับเด็ดขาด...” ภาณุกระซิบด้วยน้ำเสียงแตกพร่า
น้ำตาที่อั้นไว้ทะลักไหลผสมไปกับสายฝนที่สาดเข้ามาทางประตูรถ
เจ้าหน้าที่กู้ชีพสามนายพุ่งตัวลงมาจากรถพยาบาลพร้อมกระเป๋าฉุกเฉินและบอร์ดดามหลัง
บุรุษพยาบาลนายหนึ่งร้องถามขณะเร่งเข้าประเมินอาการ
“คนเจ็บรู้สึกตัวไหมครับ! เลือดออกจากจุดไหนบ้าง!”
ภาณุตอบกลับไปทันที น้ำเสียงกร้าวราวคนสติที่แทบหลุดลอย
“หัวกระแทกขอบประตูอย่างแรง! สลบไปเกินสิบนาทีแล้ว! เลือดไหลไม่หยุด...
ช่วยเขาที ผมขอร้อง... ช่วยเขาที!”
เมื่อทีมกู้ชีพเริ่มเข้าบล็อกคอและสอดแผ่นกระดานรองหลังเพื่อย้ายอ๊อด
ภาณุไม่ยอมถอยห่างแม้แต่ก้าวเดียว
มือข้างหนึ่งยังคงกุมมือที่เย็นชืดของอ๊อดไว้แน่น
แรงกุมนั้นหนักแน่นราวกับว่าหากเขาปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที
ร่างของอ๊อดจะหลุดลอยไปในความมืดมิด
“ผมจะขึ้นรถไปด้วย!” ภาณุเค้นเสียงดุดันสบตากับหัวหน้าชุดกู้ชีพ
นัยน์ตาของเขาแดงขุ่นไปด้วยรังสีความคลั่งและรังสีแห่งความสูญเสีย
จนเจ้าหน้าที่ต้องพยักหน้ารับโดยไม่กล้าขัด
บนรถพยาบาลที่กระทืบคันเร่งฝ่าสายฝนและสัญญาณไฟจราจร
ภาณุนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง กุมมืออ๊อดแนบไว้กับแก้มของตัวเองตลอดเส้นทาง
ความกลัวมหาศาลกัดกินไปถึงกระดูก
กลัวว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะได้มองเห็นคนที่เขาแอบรักมาตลอด
เสียงเบรกลากล้อดังสนิท ครืดดดด!
รถของ ภูผา จอดเสียดไหล่ทางตรงจุดเกิดเหตุอย่างรุนแรง
ภูผากระโจนลงจากรถตากฝน สายตาจ้องมองรอยไถลของยางบนถนนลื่น
และร่องน้ำข้างทางที่รถของอ๊อดพุ่งลงไป
ประตูฝั่งคนขับเปิดค้างไว้ กระจกหน้าต่างแตกละเอียด ไร้ร่องรอยของคน...
มีเพียงคราบเลือดสดๆ ที่ถูกน้ำฝนชะล้างเป็นสายไหลลงสู่ต้นหญ้าและโคลน
ภูผามือกำโทรศัพท์แน่น นิ้วสั่นระริกขณะกดโทรหาอ๊อดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”
“บัดซบเอ๊ย!” ภูผาสบถลั่น ทุบรถเต็มแรง
ความรู้สึกผิดทุบเข้ากลางอกจนหายใจไม่ออก
“กูโง่เอง... กูถูกคนของมิ้นต์ปล่อยรูปถ่ายหลอกตาปั่นหัวให้ขับรถวนไปอีกฝั่งของเมือง
เพื่อดึงกูออกไปจากลานจอดรถ ถ้ากูไม่อ่อนหัด ถ้ากูไม่หลงกล
อ๊อดคงไม่ต้องขับรถตกข้างทางและบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้”
ภูผาสูตรหายใจลึก พยายามตั้งสติ
กดสายหาคนในวงการตำรวจท้องที่
เช็กพิกัดรถพยาบาลกู้ชีพที่เพิ่งรับแจ้งเหตุอุบัติเหตุริมทางหลวงเส้นนอก
เมื่อได้เบาะแสว่าคนเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลใกล้ๆ
ภูผาจึงเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปในความมืดด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มเหมือนไฟเผา
หน้าห้องฉุกเฉิน... แสงไฟสีแดงฉานด้านบนสว่างวาบกดดันบรรยากาศในทางเดินยาวให้เงียบสงัด
ภาณุยืนพิงกำแพง เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมเปียกโชกและเปื้อนคราบเลือดของอ๊อดเป็นวงกว้าง
ฝ่ามือทั้งสองข้างมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ เขาปฏิเสธการนั่งพัก ปฏิเสธการไปล้างมือ
ทำเพียงจ้องมองประตูห้องฉุกเฉินด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยรังสีฆาตกรรม
เสียงรองเท้ากระทบพื้นกระเบื้องดังเร่งรีบมาจากปลายทางเดิน
ภูผาวิ่งเข้ามาหยุดกึก มองแผ่นหลังของภาณุด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง
ภาณุ... ลูกชายนักการเมืองใหญ่ผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในจังหวัด!
ภูผาจำหน้าได้ทันที
แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มระดับนี้ถึงมายืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
ในสภาพเปียกปอนและเต็มไปด้วยเลือด
ภูผาก้าวเข้าไปหา เค้นเสียงต่ำระแวงสุดขีด
“คุณภาณุ... คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วอ๊อดล่ะ!”
ภาณุค่อยๆ หันหน้ามา นัยน์ตาขุ่นมัวและแฝงไปด้วยความระแวงอันดุดัน
จ้องมองสาวสองตรงหน้า
“เพื่อนที่อ๊อดโทรหาเมื่อคืน? หรือคนที่มิ้นต์ส่งมาเช็กผลงาน?”
“ผม ภูผาเพื่อนอ๊อดสมัยมัธยมที่โทรหา”
ภาณุเค้นเสียงต่ำตอบกลับ กระด้างและเย็นชา
“อ๊อดอยู่ข้างใน... โดนรถปาดชนตกข้างทาง สลบ เลือดออกหัว”
ภูผาหน้าซีดเผือด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือกำเข่าแน่นด้วยความรู้สึกผิดและอัดอั้น
ส่วนภาณุยังคงยืนนิ่งแผ่รังสีคุกคามที่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้ประตูห้องนั้น
แม้จะยังไม่รู้จักกันดี แต่ความห่วงใยอันหนักอึ้งที่มีต่ออ๊อด
ได้หมุนเกลียวสร้างแรงกดดันมหาศาลตรึงคนทั้งคู่ไว้ในความเงียบ
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเดินออกมาแจ้งว่าอ๊อดพ้นขีดอันตรายแล้ว
แต่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
ต้องนอนสังเกตอาการในห้องไอซียูหรือห้องพิเศษเพื่อดูว่ามีภาวะเลือดซึมในสมองเพิ่มขึ้นหรือไม่
ภาณุและภูผาผ่อนลมหายใจยาว ความกลัวสลายไปเล็กน้อย
แต่ความเด็ดขาดกลับเข้ามาแทนที่ ภาณุยกโทรศัพท์กดสายสั้นๆ ถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ใช้คอนเนกชันและอำนาจสั่งเปิดห้องพักฟื้นพิเศษ VIP ระดับสูงสุดที่โรงพยาบาลมีทันที
อ๊อดถูกย้ายขึ้นไปบนห้องพักฟื้น ร่างกายยังคงไร้สติ
มีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบศีรษะ และสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่หลังมือ
ภาณุนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าซีดเซียวของอ๊อดโดยไม่ละสายตา
ขณะที่ภูผายืนอยู่อีกฝั่งของเตียง ภูผาจ้องมองภาณุ
ก่อนจะเค้นถามเสียงต่ำ
“เหตุการณ์วันนี้... ไม่ใช่อุบัติเหตุปกติใช่ไหมคุณ”
ภาณุมองหน้าภูผานิ่ง ไม่ตอบ
ภูผาสูดหายใจลึก เล่าความจริงทั้งหมดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“วันศุกร์ที่แล้วที่ร้านเหล้า คนของมิ้นต์มันตามคุกคามอ๊อด...จนถึงวันเสาร์
และตลอดทั้งสัปดาห์จนมาเมื่อคืน อ๊อดโทรหาผม บอกว่ามีคนนัดเคลียร์ที่ลานจอดรถ
ผมพยายามจะเฝ้าจะมาช่วย แต่พวกมันวางแผนส่งรูปปลอมหลอกว่าอ๊อดขึ้นรถไปแล้ว
ผมเลยหลงทางไปอีกฝั่ง... มาไม่ช่วยทัน”
ภาณุฟังเงียบๆ มือบนตักกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตระหนักว่าภูผาไม่ใช่ศัตรู
แต่คือเพื่อนที่พยายามปกป้องอ๊อดเช่นกัน ความระแวงในตาของภาณุจึงค่อยๆ คลายลง
เหลือเพียงความโกรธแค้นที่มีต่อพวกคนร้าย
ภาณุหันมาหาภูผา น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจ
“คืนนี้ผมจะเฝ้าพี่อ๊อดเอง...” ภาณุมองหน้าภูผาด้วยสายตาจริงจัง
“ส่วนคุณ... ไปจัดการเรื่องคดี รอยชนบนรถพี่อ๊อด และลากไส้คนที่ขับปาดหน้ามาให้ได้”
ภูผามองหน้าภาณุ เห็นความมุ่งมั่นและความรักลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในสายตาของชายคนนี้
ภูผารู้ดีว่าตัวเองมาช้าและทำผิดพลาดไปแล้ว เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ
“ฝากอ๊อดด้วย... เรื่องคดี ผมจะลากคอพวกมันเข้าคุกเอง”
เมื่อภูผาเดินออกจากห้องไป ภาณุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาลูกน้องส่วนตัว
สั่งเสียงเรียบแต่ดุดัน
“เอารถกูไปเก็บ... เอาเสื้อผ้าใหม่มาส่งที่ห้อง VIP ด่วน
แล้วให้คนของเราเฝ้าหน้าห้องนี้ไว้ อย่าให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้พี่อ๊อดแม้แต่คนเดียว”
เมื่อทุกอย่างจัดการเสร็จสิ้น... ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องพักฟื้น เหลือเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพ
ภาณุเดินกลับมานั่งข้างเตียง เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่
ล้างคราบเลือดออกจากฝ่ามือแล้ว แต่มือคู่นั้นยังคงสั่นระริก
ภาณุยื่นมือไปกุมมืออ๊อดเอาไว้... มือของอ๊อดอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
ภาณุบีบมือนั้นเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ นำมือนั้นขึ้นมาแนบที่แก้มของตัวเอง
น้ำตาที่อั้นไว้ทะลักไหลลงมาสาดใส่หลังมือของอ๊อดอย่างห้ามไม่ได้
ภาณุไม่รู้เลยว่า... ในวินาทีนั้น อ๊อดได้สติคืนมาแล้ว
อ๊อดรู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆ และสัมผัสอันสั่นเทา จึงเลือกที่จะหลับตาแกล้งนิ่ง
เพื่อฟังสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังจะพูด
“พี่อ๊อด...” เสียงภาณุสั่นเครือ แตกพร่า ละลายไปกับความเจ็บปวด
“ผมกลัว...กลัวเหลือเกินว่าถ้าผมไม่พูดคืนนี้ ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดมันอีกแล้ว...”
ภาณุสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกยกเกร็ง ร่างกายสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ
“สิบกว่าปีที่แล้ว... มีเด็กมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เกือบถูกทรมานจนตายในคืนฝนตก”
คำพูดแรกของภาณุ ทำให้อ๊อดที่นอนหลับตาอยู่ หัวใจกระตุกวูบ!
“พ่อของผมเพิ่งเริ่มลงสมัครการเมืองท้องถิ่น
นโยบายขัดผลประโยชน์พวกมาเฟียข้ามชาติและซุ้มมือปืนในพื้นที่...
คืนนั้นฝนตกหนัก ผมขับรถกลับบ้าน พวกลูกน้องมันสี่คนขับกระบะมาดักปิดซอย
เอาท่อนเหล็กกระทุ้งกระจกหน้ารถจนแตก แล้วลากตัวผมลงมาจากรถ...”
ภาณุสะอื้นจนตัวสั่นไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจ น้ำตาซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังของอ๊อดทุกหยด
“พวกมันสี่คนรุมทุบลำตัว หลังผมจนตัวงอ... มันใช้มีดกรีดเข้าที่หน้าอกผม
แล้วเอาแป๊บเหล็กล็อกคอผมไว้กลางถนน...
พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขู่ แต่พวกมันเอาคีมตัดเหล็กออกมา...
ตั้งใจจะตัดนิ้วมือผมทีละนิ้ว แล้วทรมานตัดหูส่งไปใส่กล่องขวัญให้พ่อผมดู
เพื่อบีบให้พ่อถอนตัวจากการเลือกตั้ง...”
ภาณุสะอื้นหนักจนตัวสั่นเกร็ง
“เสียงพวกมันหัวเราะ... เสียงคีมหนีบลงบนนิ้วชี้ของผม
เจ็บจนผมกรีดร้องออกมาสุดเสียง ในหัวผมตอนนั้นคือฝันร้ายที่สุดในชีวิต
ผมถูกตบจนตาพร่า เลือดเต็มปาก
คิดว่าคืนนั้นผมคงต้องถูกทรมานจนตายกลางถนนตรงนั้นแน่ ๆ...”
G, c' `. O" O7 o$ L4 t2 V- ]
“แต่แล้วก็มีทหารอากาศหนุ่มคนหนึ่ง... ขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าฝนมา...
เขาเห็นเหตุการณ์ เลี้ยวรถจอดตัดหน้า แล้วพุ่งเข้ามาตะโกนใส่พวกมัน
สู้กับพวกมันสี่คนโดยไม่กลัวอาวุธ... เขาแย่งท่อนเหล็ก หักข้อต่อสู้ ลุยเข้าช่วยผมโดยไม่คิดชีวิต...”
' [2 o- @, s+ Z2 G“พี่อ๊อดอุ้มผมที่บาดเจ็บหนักขึ้นมอเตอร์ไซค์... บอกให้ผมกอดเอวพี่ไว้แน่นๆ...”
ภาณุพูดพลางสะอื้น เสียงทุ้มต่ำตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ผมหน้าซบลงกับแผ่นหลังของพี่ เลือดจากหน้า นิ้ว และแผลที่อกผมไหลเลอะเสื้อเครื่องแบบของพี่ไปหมด...
แต่พี่ไม่เคยสะบัดออก ไม่เคยรังเกียจ... พี่ขับรถฝ่าฝนแล้วตะโกนบอกผมตลอดทางว่า
‘น้องอย่าหลับ! กอดพี่ไว้แน่น! น้องปลอดภัยแล้ว!’”
0 |' n: I, X. k! L8 d7 s" f
“ผมเป็นเด็กผู้ชายปกติ... เคยคบผู้หญิง มีชีวิตปกติ...”
ภาณุเค้นเสียงออกมาอย่างแผ่วเบาจากส่วนลึกสุดของหัวใจ
“แต่ในคืนที่ผมเฉียดความตายในนรกบนดิน...
แผ่นหลังของพี่ เสียงของพี่ อ้อมกอดที่อุ้มตัวผมของพี่...
มันฉุดผมขึ้นมาจากความตาย... มันเปลี่ยนหัวใจของเด็กผู้ชายคนนี้ไปตลอดกาล...
ผมตกหลุมรักพี่ตั้งแต่คืนนั้น... รักแรกและรักเดียวในชีวิตของผม ที่ผมเก็บไว้คนเดียวมาตลอดสิบกว่าปี!”
อ๊อดฟังถึงตรงนี้... ความทรงจำเมื่อ 10 ปีก่อนพลันระเบิดขึ้นในหัวอย่างรุนแรง!
คืนฝนตกในซอยเปลี่ยว... เสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เสียงกรีดร้องของเด็กหนุ่มที่ถูกชายฉกรรจ์สี่คนรุมทุบและถือคีมตัดเหล็ก...
อ๊อดนอนเกร็งแน่นอยู่ใต้ผ้าห่ม น้ำตาซึมไหลออกทางหางตาที่ปิดสนิท...
เด็กคนนั้น... เด็กที่เขาลุยเข้าไปสู้แลกชีวิตเพื่อช่วยไม่ให้ถูกตัดนิ้วทรมานในคืนนั้น คือ ภาณุ!
ภาณุบีบมืออ๊อดแน่นขึ้นอีกนิด ลมหายใจรดรินอยู่ที่ปลายมือของอ๊อด
“พี่ส่งผมถึงโรงพยาบาล... รอจนคนของพ่อผมมา แล้วพี่ก็เดินจากไป ไม่ทิ้งชื่อ ไม่ทิ้งเบอร์...”
( w+ L/ E4 G2 h* i; M# A* \
“ผมหายออกจากโรงพยาบาล ผมคิดจะตามหาพี่
แต่พ่อสั่งย้ายผมไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีเพื่อความปลอดภัย...
ผมทำได้แค่เก็บแววตาและแผ่นหลังของพี่ไว้ในความทรงจำมาโดยตลอด”
ภาณุหยุดสะอื้น นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดเจือความแค้นเคือง
“สิบกว่าปีผ่านไป... ผมกลายเป็นผู้ชายทรงอิทธิพล มีเงิน มีอำนาจ
แต่หัวใจของผมกลับล็อกไว้ที่แผ่นหลังของพี่คนเดียว...
จนปลายปีที่แล้ว ผมตามพ่อมาติดต่องานที่หน่วยงานพี่
ผมเห็นพี่เดินสวนมา...สิบกว่าปีผ่านไป แต่ผมจำพี่ได้ในวินาทีแรก!
จำแววตา จำใบหน้า จำแผ่นหลัง จำเครื่องแบบ จำคนที่เคยช่วยชีวิตผมได้ตั้งแต่วันนั้น”
อ๊อดฟังด้วยหัวใจที่บีบเค้นจนแทบแตกสลาย...
เขารู้สึกถึงความรักอันมหาศาลและลึกซึ้งที่ภาณุแบกรับไว้คนเดียวมานานนับทศวรรษ
“ผมสืบเรื่องของพี่... รู้ว่าพี่แต่งงาน มีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบ... ผมเจ็บ
แต่ผมก็ยินดี ผมทำได้แค่แอบมองพี่อยู่ห่างๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปในชีวิตพี่ เพราะผมไม่มีสิทธิ์...
จนกระทั่งไอ้มิ้นต์... มันเอาคลิปที่มันย่ำยีพี่มาประจาน... มันทำร้ายคนที่ผมรักเหมือนขยะ!
คืนนั้นที่ผมให้ธันวาติดต่อมัน... ผมยอมแลกทุกอย่าง ยอมจ่ายเงิน ยอมทำเรื่องเลวร้าย
เพราะไม่ต้องการให้ใครมาสัมผัสตัวพี่ และเพื่อให้ผมได้อ้อมกอดแผ่นหลังที่ผมเคยซบอีกครั้ง...
แต่ผมกลับต้องมาเจ็บปวดเจียนตาย ที่เห็นพี่ต้องถูกกระทำจนหมดสภาพต่อหน้าต่อตา”
ภาณุก้มลงซบหน้ากับมือของอ๊อด สะอื้นร้องไห้ออกมาอย่างหมดรูป
หมดคราบลูกนักการเมืองใหญ่ เหลือเพียงเด็กผู้ชายคนที่รักอ๊อดหมดหัวใจ
“ผมขอโทษ... พี่อ๊อด ผมขอโทษที่ทำร้ายพี่ คืนนั้นผมแค่อยากช่วย
แต่ผมกลับกลายเป็นคนที่ซ้ำเติมพี่... ผมมันเลว ผมมันชั่ว ผมทำร้ายคนที่ผมรักมาตลอดสิบกว่าปี...”
. r% q5 T8 L& L: X+ }+ C% X
“คืนนี้... ถ้าพี่ตื่นขึ้นมา ผมจะไม่ขอให้พี่รักผม
ผมจะไม่ขอสิทธิ์อะไรเลย... ผมแค่ขออยู่ตรงนี้
ขอปกป้องพี่ ไม่ให้ใครมาทำร้ายพี่ได้อีกแล้ว...
คืนนั้นพี่ช่วยชีวิตผมไว้ คืนนี้ชีวิตของผม เป็นของพี่ครับ...”
สายฝนด้านนอกยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด...
อ๊อดยังคงนอนนิ่ง ปิดตาแน่น แต่น้ำตาไหลออกมาเป็นทางยาวจนเปียกหมอน
สัมผัสจากฝ่ามือของภาณุอุ่นจัดและบาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
เขาจำเด็กคนนั้นได้... จำความรู้สึกของแผ่นหลังที่มีเด็กคนหนึ่งซบลงมาพร้อมคราบเลือดได้...
และความจริงที่พุ่งชนหัวใจอ๊อดในคืนนี้ คือผู้ชายทรงอิทธิพลที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขา...
คือเด็กน้อยคนเดียวกันที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้จากนรกเมื่อสิบปีก่อน และรักเขามาตลอดชีวิต
8 S! e/ } y$ O' P! l......................................