ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 10|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.15

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14040
Zenny
46464
ออนไลน์
5445 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-27 12:53





เสียงประทัดดังแว่วมาจากด้านหน้าสมาคมการค้าตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเริ่มงาน


บรรยากาศโดยรอบคึกคักไปด้วยผู้คนที่ทยอยเดินทางมาร่วมงานฉลองเทศกาลตรุษจีน โคมเต็งลั้งสีแดงแขวนเรียงรายตลอดทางเดิน ผืนผ้าสีทองประดับอักษรมงคลพลิ้วไหวตามแรงลม ขณะที่เสียงพูดคุยของแขกเหรื่อดังสลับกับเสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียง


บริเวณลานด้านหน้าถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการแสดงเชิดสิงโตโดยเฉพาะ


และวันนี้...


จะเป็นครั้งแรกที่ฉินได้ยืนอยู่ใต้หัวสิงโตในฐานะผู้แสดงตัวจริง


“เจิน! ผ้าคลุมเรียบร้อยไหม”


“เรียบร้อย”


“ตง ฉาบล่ะ”


“พร้อม”


“หมิง เช็กพื้นที่อีกที”


“เช็กแล้ว ไม่มีปัญหา”


เสียงของสมาชิกในคณะดังโต้ตอบกันอย่างคล่องแคล่ว ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่ต้องมีใครคอยกำชับมากนัก


เปานั่งอยู่ข้างกลองหนังวัว กำลังหมุนไม้กลองในมืออย่างอารมณ์ดี


“ตื่นเต้นว่ะ!”


“มึงตื่นเต้นอะไร” ตงถาม


“ก็วันนี้มีเด็กใหม่ขึ้นแสดงครั้งแรกไง”


“พูดเหมือนมึงจะขึ้นเอง”


“กูตีกลองก็ถือว่าขึ้นเหมือนกันไหมล่ะ”


เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ


มีเพียงฉินที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วยเหมือนทุกครั้ง


เด็กหนุ่มยืนอยู่ข้างหัวสิงโตสีแดงทอง ก้มหน้าจัดชายเสื้อของตัวเองเป็นครั้งที่สาม ทั้งที่มันเรียบร้อยดีอยู่แล้ว


เขาลองขยับเท้าไปมาเบา ๆ


ซ้าย ขวา ย่อ หมุน


ท่าที่ซ้อมมาหลายวันยังจำได้ขึ้นใจ


แต่ไม่รู้ทำไม พอได้ยินเสียงผู้คนด้านนอก หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก


ถ้าจำจังหวะผิดล่ะ


ถ้าก้าวเท้าพลาดล่ะ


แล้วถ้าทำเฮียเสียหลักขึ้นมาจริง ๆ ...


ฉินเม้มริมฝีปาก ก่อนก้มมองมือตัวเอง


ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย


เขารีบกำมือเข้าหากัน


“ฉิน!”


เสียงเปาเรียกจากอีกฝั่ง


“หือ?”


“ไหวไหม”


“ไหวสิ!”


เด็กหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“สบายมาก”


“แน่นะ”


“อืม เราซ้อมกันมาตั้งหลายวันแล้วนี่”


เปาพยักหน้า ก่อนหันกลับไปจัดกลองต่อ


ฉินถอนหายใจออกมาเบา ๆ


รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง


เขาไม่ได้กลัวการขึ้นแสดงต่อหน้าคนเยอะ ๆ


สมัยเล่นยิมนาสติกก็เคยผ่านการแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง


แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป


เพราะใต้ผ้าคลุมสิงโตไม่ได้มีเขาอยู่คนเดียว


ยังมีธามที่ต้องขยับไปพร้อมกันทุกจังหวะ


มีเปาที่คอยตีกลอง


มีเจิน หมิง และตงที่ช่วยกันเตรียมงาน


และมีชื่อเสียงของคณะที่ทุกคนพยายามรักษาเอาไว้


ฉินรู้ดีว่างานนี้สำคัญกับธามมากแค่ไหน


ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดอยู่กลางอก


“ฉิน”


เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ตัว


เด็กหนุ่มสะดุ้ง ก่อนหันขวับ


“ครับเฮีย!”


ธามยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดสำหรับเชิดสิงโตสีดำคาดแดง ดวงตาคมกวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


“มึงเป็นอะไร”


“เปล่าครับ”


“เปล่า?”


“ครับ”


ธามเหลือบมองมือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว


“แล้วมือมึงสั่นทำไม”


ฉินชะงัก


ก่อนรีบเอามือไปซ่อนไว้ด้านหลัง


“อากาศเย็นมั้งครับ”


ธามมองเขานิ่ง ๆ


“อากาศเย็น?”


“ครับ”


“เหงื่อมึงออกเต็มหน้าเนี่ยนะ”


“...”


ฉินหัวเราะแห้ง ๆ


“เฮียก็อย่าจับผิดสิ”


ธามไม่ได้หัวเราะตาม


เขามองเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางสมาชิกคนอื่น


“เปา”


“ครับเฮียเฟย”


“มึงดูของทางนี้ก่อน เดี๋ยวกูมา”


“ได้ครับ”


ธามหันกลับมาหาฉิน


“มึงมากับกูหน่อย”


“ไปไหนครับ”


“มาเถอะ”


พูดจบก็เดินนำไปทางด้านหลังอาคาร


ฉินมองตามอย่างงุนงง ก่อนรีบก้าวเท้าตามไป


ด้านหลังสมาคมการค้าเป็นทางเดินแคบ ๆ ที่เชื่อมกับลานจอดรถ มีลังไม้และอุปกรณ์จัดงานวางเรียงอยู่ข้างกำแพง เสียงผู้คนจากด้านหน้าดังมาถึงเพียงแผ่วเบา


ธามเดินไปหยุดตรงมุมที่ไม่มีใครอยู่ ก่อนหันกลับมา


“เอ้า”


ฉินที่เดินตามมาติด ๆ เกือบชนอกเขา


“อะไรครับเฮีย”


“พูดมา”


“พูดอะไร”


“มึงกลัวอะไร”


เด็กหนุ่มชะงัก


“ผมไม่ได้—”


“ฉิน”


เพียงถูกเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉินก็เงียบลงทันที


ธามไม่ได้ทำหน้าดุเหมือนเวลาซ้อม


เขาเพียงยืนมอง รอให้เด็กหนุ่มพูดออกมาเอง


ฉินหลุบตาลง


นิ้วมือขยับจับชายเสื้ออย่างไม่รู้ตัว


“ผม...”


เสียงที่เปล่งออกมาเบากว่าปกติ


“ผมกลัวทำพลาดครับ”


ธามนิ่งฟัง


“ตอนซ้อมมันก็ทำได้นะเฮีย ผมจำท่าได้หมดแล้วด้วย แต่พอมาถึงที่นี่จริง ๆ มัน...”


ฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาอย่างฝืดเฝื่อน


“ไม่รู้สิครับ อยู่ ๆ ก็กลัวขึ้นมาเฉยเลย”


“กลัวคนดู?”


เด็กหนุ่มส่ายหน้า


“เปล่าครับ”


“แล้วกลัวอะไร”


ฉินเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า


ดวงตาคู่กลมที่เคยสดใสอยู่เสมอ วันนี้กลับมีความกังวลซ่อนอยู่จนเห็นได้ชัด


“กลัวทำเฮียขายหน้าครับ”


ธามชะงักไปเล็กน้อย


“...อะไรนะ”


“ก็งานนี้มันสำคัญกับเฮียมากไม่ใช่เหรอ”


ฉินพูดต่อโดยไม่กล้าสบตา


“ทุกคนก็ซ้อมกันหนัก ผมเพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่วันเอง ถ้าผมทำพลาดขึ้นมา คนอื่นเขาอาจจะมองว่าคณะเราไม่เก่งเหมือนเมื่อก่อนแล้วก็ได้”


เด็กหนุ่มเม้มปาก


“ผมไม่อยากให้ใครมาว่าเฮียเพราะผม”


ความเงียบเข้าปกคลุมทางเดินแคบ ๆ ชั่วขณะ


ธามมองคนตรงหน้าอยู่นาน


นานพอจะเห็นว่ามือทั้งสองข้างของฉินยังคงสั่นอยู่


ที่ผ่านมาเด็กคนนี้ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยปฏิเสธการซ้อม ต่อให้ถูกเขาดุจนหน้ามุ่ยก็ยังกลับมาใหม่ในวันถัดไป


ธามเคยนึกว่าฉินเป็นเด็กที่ไม่ค่อยกลัวอะไร


แต่ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจ


ไม่ใช่ว่ามันไม่กลัว


มันแค่พยายามไม่ให้ใครเห็นต่างหาก


“มานี่”


ธามพูดขึ้นเบา ๆ


ฉินเงยหน้า


“ครับ?”


ยังไม่ทันได้รับคำอธิบาย มือใหญ่ก็คว้าข้อมือเขาเข้ามาใกล้


ก่อนที่แขนแข็งแรงทั้งสองข้างจะโอบรอบตัวเอาไว้


ฉินเบิกตากว้าง


“ฮะ... เฮีย?”


ใบหน้าของเขาชนเข้ากับแผ่นอกกว้าง กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปะปนกับกลิ่นผ้าสะอาดลอยมาแตะจมูก


ธามกอดเขาไว้แน่นพอให้รู้สึกถึงความมั่นคง แต่ไม่ได้ออกแรงจนเจ็บ


“อยู่นิ่ง ๆ”


เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะ


ฉินตัวแข็งทื่อ


ธามยกมือข้างหนึ่งขึ้นวางบนท้ายทอยเด็กหนุ่ม ลูบเบา ๆ เพียงครั้งเดียว ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกที


“ฟังกูนะ”


ฉินพยักหน้าอยู่กับอกเขา


“มึงไม่ต้องทำให้ใครประทับใจทั้งนั้น”


“...”


“ไม่ต้องคิดว่าต้องเชิดให้ดีที่สุด”


ธามเว้นจังหวะเล็กน้อย


“มึงแค่ทำเหมือนตอนที่เราซ้อมกันก็พอ”


ฉินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น


“แต่ถ้าผมพลาดจริง ๆ ล่ะครับ”


“กูก็อยู่”


คำตอบสั้น ๆ ทำให้เด็กหนุ่มนิ่งไป


ธามก้มมองเขา ก่อนพูดต่อ


“มึงเป็นเท้าหน้า กูเป็นเท้าหลัง หน้าที่กูคือประคองมึงอยู่แล้ว”


“...”


“ถ้ามึงเสียจังหวะ กูก็ช่วยดึงกลับมา ถ้ามึงเสียหลัก กูก็รับ”


มือใหญ่กระชับแผ่นหลังเล็กน้อย


“มึงไม่ได้เชิดอยู่คนเดียวสักหน่อย”


ฉินมองคนตรงหน้าเงียบ ๆ


ธามสบตาเขา ก่อนยกมือขึ้นขยี้ผมเบา ๆ


“แล้วอีกอย่าง”


“ครับ?”


“ใครบอกมึงว่าถ้ามึงพลาดแล้วกูจะขายหน้า”


“ก็...”


“กูเป็นคนเลือกมึงขึ้นแสดงเอง”


ฉินชะงัก


“กูฝึกมึงมากับมือ ถ้ากูไม่คิดว่ามึงทำได้ กูไม่พามึงมาถึงนี่หรอก”


น้ำเสียงของธามหนักแน่นจนฉินไม่รู้จะเถียงอะไร


“เข้าใจไหม”


เด็กหนุ่มเม้มปาก ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


“ครับ”


“ดัง ๆ”


“เข้าใจแล้วครับ”


“ดี”


ธามกำลังจะคลายอ้อมแขน แต่ฉินกลับยกมือขึ้นจับชายเสื้อเขาไว้เสียก่อน


“เฮีย”


“อะไร”


“ขออยู่แบบนี้อีกแป๊บได้ไหมครับ”


ธามชะงัก


เด็กหนุ่มก้มหน้าลงอีกครั้ง


“ขอทำใจก่อนนิดหนึ่ง”


หัวใจของคนฟังเหมือนจะสะดุดไปหนึ่งจังหวะ


ธามก้มมองศีรษะเล็ก ๆ ที่ซบอยู่กับอกตัวเอง ก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ


“เออ”


เขาตอบสั้น ๆ


แล้วกระชับอ้อมแขนอีกครั้ง


ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉินก็พูดขึ้นอีก


“เฮีย”


“อะไรอีก”


“เมื่อกี้เฮียบอกว่าถ้าผมเสียหลัก เฮียจะรับใช่ไหม”


“เออ”


“งั้นถ้าผมตกจากบ่า—”


“กูไม่ปล่อยให้มึงตก”


คำตอบมาแทบจะทันที


ฉินเงยหน้าขึ้นมอง


ธามเองก็ก้มลงสบตา


“กูรับปาก”


เด็กหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า


“งั้นผมไม่กลัวแล้ว”


ธามเลิกคิ้ว


“หายง่ายขนาดนั้น?”


“ก็เฮียรับปากแล้วนี่ครับ”


“มึงเชื่อคนง่ายไปไหม”


“ไม่ได้เชื่อคนง่าย”


ฉินตอบ ก่อนยิ้มกว้างกว่าเดิม


“ผมเชื่อเฮียต่างหาก”


คราวนี้เป็นธามที่เงียบไป


เขามองรอยยิ้มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นผลักหน้าผากเด็กหนุ่มเบา ๆ


“เออ ๆ พอเลย”


“อ้าว!”


“กลับไปเตรียมตัวได้แล้ว”


“ครับ!”


ฉินขานรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนหมุนตัวเดินนำออกไป


แต่พอเดินได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาอีกครั้ง


“เฮีย!”


“อะไรอีกวะ”


เด็กหนุ่มยิ้มจนตาหยี


“ขอบคุณนะครับ”


ธามมองเขา ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย


“เออ”


ฉินหัวเราะ แล้วรีบวิ่งกลับไปทางลานด้านหน้า


ทิ้งให้ธามยืนอยู่ตามลำพังอีกครู่หนึ่ง


ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเองที่เพิ่งโอบรอบร่างเล็กเมื่อครู่ ก่อนยกขึ้นลูบใบหน้าอย่างจนปัญญา


“ไอ้เด็กนี่...”


เขาพึมพำเบา ๆ


ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้ใครกันแน่ที่หัวใจเต้นแรงกว่า


เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงจุดเตรียมตัว เปาก็รีบหันมามอง


“เฮียเฟย! ไปไหนกันมาตั้งนาน”


“ธุระ”


“ธุระอะไร”


“มึงจะตีกลองไหม”


“ตีครับ!”


เปารีบยกไม้กลองขึ้นทันที


ฉินหัวเราะ ก่อนเดินไปหยุดข้างหัวสิงโตสีแดงทอง


คราวนี้มือของเขาไม่สั่นแล้ว


ธามเดินเข้ามายืนด้านหลัง ก่อนก้มลงถามเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน


“พร้อมไหม”


ฉินหันกลับมา


ดวงตาคู่เดิมกลับมาสดใสอีกครั้ง


“พร้อมครับเฮีย!”


ธามยกมุมปาก


“งั้นไปกัน”


เสียงพิธีกรประกาศเรียกคณะเชิดสิงโตดังขึ้นจากด้านหน้า


เปายกไม้กลองขึ้นเตรียมพร้อม


เจิน หมิง และตงต่างเข้าประจำตำแหน่ง


ส่วนฉินค่อย ๆ ยกหัวสิงโตสีแดงทองขึ้นสวม


ก่อนเสียงทุ้มคุ้นเคยจะดังขึ้นจากด้านหลังเป็นครั้งสุดท้าย


“ฉิน”


“ครับ?”


“ไม่ต้องหันมามองกู”


เด็กหนุ่มชะงัก


“ทำไมครับ”


“กูอยู่ข้างหลังมึงอยู่แล้ว”


ใต้หัวสิงโต ฉินยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


“ครับเฮีย”


แล้วเสียงกลองหนังวัวก็ดังขึ้น


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


ตามด้วยเสียงฉาบทองเหลืองที่กระทบกันอย่างหนักแน่น


แช้ง! แช้ง!


การแสดงครั้งแรกของฉินกำลังจะเริ่มต้นขึ้น


ผู้คนที่ยืนพูดคุยอยู่รอบบริเวณงานเริ่มหันมามอง บางคนขยับเข้ามาใกล้ลานแสดง ขณะที่เด็กเล็ก ๆ ต่างพากันชี้มือไปยังหัวสิงโตสีแดงทองที่กำลังเคลื่อนออกมาจากด้านหลังฉาก


ใต้หัวสิงโต ฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย


มือทั้งสองข้างจับคันบังคับไว้มั่น


เสียงกลองของเปาดังชัดเจนกว่าทุกครั้ง ราวกับเสียงพูดคุยและความวุ่นวายรอบตัวค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย


เหลือเพียงจังหวะที่เขาคุ้นเคย


กับฝีเท้าของใครอีกคนที่อยู่ด้านหลัง


ฉินเม้มปาก ก่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า


เอาละ


เริ่มกันเลย!


ตึง!


หัวสิงโตสีแดงทองค่อย ๆ เงยขึ้นจากท่าหมอบ ดวงตากลมโตขยับกะพริบสองสามครั้ง ก่อนส่ายศีรษะช้า ๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากการหลับใหล


ฉินขยับคันบังคับให้ปากสิงโตอ้าออกเล็กน้อย แล้วหุบลงตามจังหวะกลอง


ตึง-ตึง!


สิงโตหันมองซ้ายที ขวาที ก่อนสะบัดศีรษะอย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงฉาบดังขึ้น


เด็ก ๆ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าหัวเราะชอบใจ


“ม๊า! สิงโตตื่นแล้ว!”


เสียงเล็ก ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มผู้ชม


ฉินได้ยินแล้วอดยิ้มไม่ได้


ความประหม่าที่เคยเกาะกุมอยู่ในอกเริ่มคลายลงทีละน้อย


เขาย่อตัวต่ำ ก่อนก้าวเท้าออกไปด้านหน้าตามจังหวะกลอง ขณะที่ธามขยับตามอย่างแม่นยำ ผ้าคลุมสีแดงทองพลิ้วไหวไปกับการเคลื่อนไหวของทั้งคู่


สิงโตเดินวนเป็นวงกว้าง ก่อนหยุดชะงักราวกับพบสิ่งแปลกใหม่


ฉินเอียงหัวสิงโตไปด้านหนึ่ง


แล้วอีกด้านหนึ่ง


จากนั้นจึงค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่หลังแนวกั้น


“ว้าย! มันมองหนูด้วย!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบลาน


ฉินขยับปากสิงโตอ้าแล้วหุบสองครั้ง ก่อนสะบัดหัวถอยกลับอย่างขี้เล่น


ตึง! ต๊ะ! ตึง!


จังหวะกลองเร่งขึ้นเล็กน้อย


สิงโตหมุนตัวกลับเข้าสู่กลางลาน ก่อนย่อตัวลงแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างสง่างาม


ธามขยับฝีเท้าตามหลังโดยไม่ต้องออกเสียงบอก


ทั้งคู่ผ่านท่านี้มาแล้วนับสิบครั้ง


ฉินรู้ว่าธามจะก้าวไปทางไหน


และธามเองก็รู้ว่าฉินจะขยับตัวเมื่อไร


จังหวะที่เคยต้องคอยนับในใจเริ่มกลายเป็นความเคยชิน


ราวกับทั้งสองคนกำลังใช้ลมหายใจเดียวกัน


ด้านข้างลานแสดง เปานั่งอยู่หลังกลองหนังวัว ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มขณะเหวี่ยงไม้กลองลงอย่างมั่นคง


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


“เออ! อย่างนั้นแหละ!”


เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเร่งจังหวะรับการเคลื่อนไหวของสิงโต


ตงยืนตีฉาบอยู่ไม่ไกล ใบหน้ายังคงเรียบเฉยตามนิสัย แต่สายตากลับจับจ้องทุกฝีก้าวของคนใต้ผ้าคลุม


ส่วนหมิงยืนอยู่ข้างเจิน คอยดูตำแหน่งการเคลื่อนไหวและพื้นที่รอบลาน


“ดีกว่าที่คิดนะ” หมิงพูดขึ้นเบา ๆ


เจินพยักหน้า


“อืม”


“จังหวะเท้าเริ่มเข้ากันแล้ว”


ตงเหลือบมองทั้งสองคน ก่อนพูดสั้น ๆ


“ก็ไม่เลว”


เปาที่ได้ยินเข้าพอดีถึงกับหัวเราะ


“ชมกันแบบนี้ เดี๋ยวฉินได้ยินก็ดีใจตาย”


“มึงตีกลองไป” ตงสวนกลับ


“ครับ ๆ!”


เปาหัวเราะ ก่อนหันกลับไปตั้งใจกับไม้กลองในมือ


กลางลานแสดง หัวสิงโตสีแดงทองกำลังเคลื่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญ


เบื้องหน้ามีผักกาดหอมมงคลแขวนอยู่บนโครงประดับสีแดง พร้อมซองอั่งเปาที่เตรียมไว้สำหรับพิธีไฉ่ชิง


ฉินเงยหัวสิงโตขึ้นมอง


สูงกว่าระดับที่เขาเอื้อมถึงพอสมควร


แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้


เพราะเขากับธามซ้อมท่านี้มาแล้ว


หลายครั้งเสียด้วย


ตึง!


สิงโตหยุดเดิน ก่อนค่อย ๆ ย่อตัวลงทำท่าสำรวจ


ฉินขยับหัวสิงโตให้เอียงมองผักกาดหอม จากนั้นจึงถอยหลังสองก้าว ราวกับกำลังลังเลว่าจะเข้าไปใกล้ดีหรือไม่


เสียงกลองของเปาค่อย ๆ เบาลง


ตึง... ตึง...


ฉินหมุนตัวเล็กน้อย ก่อนเตรียมก้าวเข้าสู่ตำแหน่งยกตัว


แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงประทัดจากอีกฟากของสมาคมก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน


ปัง! ปัง! ปัง!


เสียงดังแทรกเข้ามาพร้อมเสียงโห่ร้องของผู้ชม


ฉินสะดุ้ง


ปลายเท้าที่กำลังจะก้าวไปด้านหน้าชะงักไปเสี้ยววินาที


และเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอให้จังหวะของเขาคลาดเคลื่อน


แย่แล้ว!


หัวสิงโตเอียงไปด้านข้างเล็กน้อย


ฉินรีบพยายามดึงกลับ แต่ยิ่งขยับก็ยิ่งรู้สึกว่าตำแหน่งเท้าไม่ตรงกับที่ซ้อมไว้


หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที


ผิดจังหวะแล้ว!


ก่อนความตกใจจะลุกลามไปมากกว่านั้น มือใหญ่จากด้านหลังก็แตะลงตรงเอวของเขา


มั่นคง


หนักแน่น


พร้อมแรงประคองที่คุ้นเคย


“ฉิน”


เสียงทุ้มดังขึ้นเบา ๆ ใต้ผ้าคลุม


“ครับ...”


“ไม่ต้องรีบ”


ธามขยับเท้าปรับตำแหน่งตาม ก่อนออกแรงพยุงให้ฉินกลับมายืนมั่นคง


“ฟังกลอง”


ฉินเม้มปาก


เสียงกลองยังดังอยู่


ตึง... ตึง...


เปาที่สังเกตเห็นความผิดปกติชะลอจังหวะลงอย่างแนบเนียน ก่อนตีรับท่าหยุดนิ่งของสิงโตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง


ตึง!


สิงโตค่อย ๆ หันศีรษะกลับไปมองผักกาดหอมอีกครั้ง


ราวกับกำลังใช้ความคิด


ตึง-ต๊ะ!


ฉินขยับหัวสิงโตให้สะบัดเบา ๆ ก่อนย่อตัวลงอย่างระมัดระวัง


คราวนี้เท้าทั้งสองข้างกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง


“ดี”


ธามกระซิบ


“เอาใหม่”


ฉินสูดลมหายใจเข้าลึก


ก่อนตอบเบา ๆ


“ครับเฮีย”


มือที่เคยสั่นเมื่อครู่กลับมาจับคันบังคับอย่างมั่นคงอีกครั้ง


เฮียอยู่ตรงนี้


แค่นั้นก็พอแล้ว


เสียงกลองเริ่มเร่งขึ้น


ตึง! ตึง! ต๊ะ!


สิงโตสีแดงทองถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนย่อตัวต่ำราวกับกำลังรวบรวมกำลัง


ฉินขยับเท้าเข้าหาธามตามจังหวะที่ฝึกซ้อม


มือใหญ่ประคองตำแหน่งอย่างแม่นยำ


“พร้อมไหม”


เสียงธามดังขึ้นเบา ๆ


“พร้อมครับ”


“ขึ้น”


สิ้นคำสั้น ๆ ฉินก็ถ่ายน้ำหนักตามจังหวะที่นัดหมาย


ธามย่อตัวรับ ก่อนออกแรงยกและพยุงให้เด็กหนุ่มขึ้นสู่ตำแหน่งบนบ่าอย่างมั่นคง


ตึง!


หัวสิงโตทะยานสูงขึ้นเหนือระดับสายตาของผู้ชม


เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที


“โอ้โห!”


“เก่งมาก!”


เด็ก ๆ ต่างพากันเงยหน้ามอง ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพ


ฉินรู้สึกถึงแรงประคองจากคนด้านล่าง


สองมือจับหัวสิงโตไว้มั่น ก่อนค่อย ๆ เชิดขึ้นจนสุดแขนตามท่าที่ซ้อมมา


ผ้าคลุมสีแดงทองทอดยาวลงปิดร่างของธามอย่างสวยงาม


สิงโตตัวใหญ่ยืนตระหง่านกลางลาน


สง่างาม


มั่นคง


และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา


ตึง-ตึง-ต๊ะ!


ฉินขยับหัวสิงโตให้มองซ้ายที ขวาที ก่อนค่อย ๆ โน้มตัวไปด้านหน้า


ผักกาดหอมมงคลอยู่ใกล้เพียงเอื้อม


“อีกนิด”


เสียงธามดังขึ้นจากด้านล่าง


ฉินขยับตาม


“ได้ไหม”


“ได้ครับ!”


เด็กหนุ่มยื่นมือที่ซ่อนอยู่ใต้หัวสิงโตออกไปจับผักกาดหอม ก่อนดึงลงมาอย่างระมัดระวัง


สำเร็จ!


เสียงฉาบดังสนั่นขึ้นทันที


แช้ง! แช้ง!


ฉินรีบดึงผักกาดเข้ามาไว้ใต้หัวสิงโต ก่อนขยับปากให้ทำท่ากินตามจังหวะกลอง


ตึง! ตึง! ต๊ะ!


สิงโตสะบัดหัวอย่างร่าเริง


แล้วจึงค่อย ๆ ลดตัวลงเมื่อธามส่งสัญญาณ


การลงจากบ่าเป็นไปอย่างราบรื่น


ทันทีที่เท้าของฉินแตะพื้น เขาก็ย่อตัวรับน้ำหนัก ก่อนขยับตามธามกลับเข้าสู่ท่าเตรียม


ไม่มีสะดุด


ไม่มีเสียหลัก


ทุกอย่างลงตัวอย่างที่ควรจะเป็น


ฉินแทบอยากตะโกนออกมาด้วยความดีใจ


แต่ยังไม่ได้


การแสดงยังไม่จบ


เสียงกลองเปลี่ยนเป็นจังหวะสนุกสนานอีกครั้ง


สิงโตสีแดงทองค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าสู่กลางลาน ก่อนส่ายศีรษะและสะบัดตัวอย่างร่าเริง


ฉินขยับปากสิงโตให้คายใบผักกาดที่เตรียมไว้โปรยออกไปด้านหน้า ตามธรรมเนียมการส่งต่อความเป็นสิริมงคล


เสียงปรบมือดังขึ้นจากรอบลาน


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


ธามก้าวเท้าตามจังหวะ ขณะที่ฉินเชิดหัวสิงโตขึ้นสูงอีกครั้ง


ทั้งคู่หมุนตัวพร้อมกันอย่างสวยงาม ก่อนหยุดลงตรงกลางลาน


หนึ่งก้าว


สองก้าว


แล้วจึงย่อตัวลง


หัวสิงโตสีแดงทองก้มต่ำทำท่าคารวะผู้ชม


ครั้งที่หนึ่ง


ครั้งที่สอง


และครั้งสุดท้าย


ตึง! ตึง! ต๊ะ!


เสียงกลองจบลงพร้อมกับการสะบัดหัวสิงโตขึ้นอย่างสง่างาม


ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ


ก่อนเสียงปรบมือจะดังสนั่นไปทั่วลานสมาคม


แปะ! แปะ! แปะ!


“เก่งมาก!”


“สวยมากเลย!”


“สิงโตน่ารักจัง!”


เสียงชื่นชมดังขึ้นจากหลายทิศทาง


ฉินยังคงอยู่ใต้หัวสิงโต หอบหายใจเล็กน้อย ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง


จบแล้วเหรอ...


เราทำได้แล้วจริง ๆ เหรอ


เด็กหนุ่มค่อย ๆ ลดหัวสิงโตลง ก่อนหันไปมองคนที่อยู่ด้านหลัง


ธามกำลังหอบหายใจไม่ต่างกัน


เหงื่อไหลลงมาตามขมับ แต่ใบหน้าคมกลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏอยู่


“เฮีย...”


ฉินเรียกเสียงเบา


“ว่าไง”


“เราทำได้แล้วใช่ไหมครับ”


ธามมองเขา


ก่อนพยักหน้า


“เออ”


ฉินเบิกตากว้าง


“จริงนะ”


“จริง”


“ผมไม่ได้ทำพังใช่ไหม”


ธามหลุดหัวเราะ


“มึงเห็นคนเขาปรบมือกันไหมล่ะ”


ฉินหันไปมองรอบตัว


ผู้ชมยังคงส่งเสียงชื่นชม บางคนยกนิ้วให้ ขณะที่เด็กเล็ก ๆ โบกมือเรียกสิงโตไม่หยุด


รอยยิ้มค่อย ๆ กว้างขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่ม


“เฮีย!”


“อะไร”


“ผมทำได้แล้ว!”


ธามยังไม่ทันตอบ ฉินก็พุ่งเข้ามาหาเสียก่อน


สองแขนเล็กโอบรอบเอวเขาอย่างรวดเร็ว


“ผมทำได้แล้วจริง ๆ ด้วย!”


ธามชะงักไปเล็กน้อย


ก่อนหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


“เออ ๆ กูรู้แล้ว”


“โคตรดีใจเลยเฮีย!”


“รู้แล้วน่า”


แม้ปากจะบ่น แต่แขนข้างหนึ่งกลับยกขึ้นโอบไหล่เด็กหนุ่มเอาไว้โดยอัตโนมัติ


ธามก้มมองคนที่กำลังกอดเขาแน่น ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ


“เก่งมาก”


ฉินชะงัก


“...ครับ?”


“กูบอกว่ามึงเก่งมาก”


คราวนี้ไม่มีน้ำเสียงประชด


ไม่มีคำบ่นต่อท้าย


มีเพียงคำชมตรง ๆ จากคนที่เขาอยากได้ยินมากที่สุด


ฉินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น


ดวงตาคู่กลมเป็นประกายจนธามต้องหลบสายตาไปทางอื่น


“เฮียชมผมเหรอ”


“เออ”


“ชมจริง ๆ เหรอ”


“มึงจะให้กูพูดกี่รอบ”


ฉินหัวเราะออกมาเสียงดัง


“อีกรอบได้ไหมครับ!”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังกลบเสียงปรบมือที่ยังแว่วมาจากด้านหน้า


“เฮียเฟย!”


เปาวิ่งเข้ามาหาพร้อมไม้กลองในมือ


“โคตรดีเลยเฮีย!”


“เออ มึงก็ตีดี”


“แน่นอนครับ!”


เปายืดอกอย่างภาคภูมิใจ ก่อนหันไปหาฉิน


“นายด้วย! เมื่อกี้ตอนขึ้นบ่าโคตรสวย!”


ฉินยิ้มกว้าง


“จริงเหรอ”


“จริงสิ! คนดูร้องกันทั้งลานเลย!”


“ผมได้ยิน!”


“แต่ตอนประทัดดังนี่แอบใจหายนิดหนึ่งนะ”


ฉินหัวเราะแห้ง ๆ


“ผมก็ตกใจเหมือนกัน”


“แต่กลับมาได้ดีมาก”


เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง


ฉินหันไปมอง


หมิงกำลังเดินเข้ามาพร้อมสมุดเล่มเล็กในมือ


สีหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง


“จังหวะที่หลุดไปนิดหนึ่ง เรานึกว่านายจะรีบแก้จนเสียหลัก”


ฉินเกาท้ายทอย


“เกือบแล้วครับ”


“แต่สุดท้ายก็รอจังหวะกลองได้”


หมิงพยักหน้าเล็กน้อย


“ดีแล้ว”


ฉินมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ


ก่อนยิ้มรับ


“ขอบคุณครับ”


เจินเดินเข้ามาสมทบ พร้อมยื่นผ้าขนหนูสะอาดให้


“เอาไปเช็ดเหงื่อก่อน”


“อ้าว ขอบคุณครับ”


“ผ้าคลุมไม่เสียหายเลยด้วย”


เจินพูดพลางมองหัวสิงโตที่วางอยู่บนขาตั้ง


“ตอนหมุนตัวทำได้ดี”


ฉินยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด


“ผมระวังสุดชีวิตเลยครับ”


“เห็นแล้ว”


เจินตอบสั้น ๆ ก่อนยกมุมปากเล็กน้อย


ส่วนตงเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย


ชายหนุ่มร่างใหญ่หยุดยืนตรงหน้าฉิน ก่อนมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


ฉินเงยหน้ามองอย่างสงสัย


“มีอะไรเหรอครับ”


ตงนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบา ๆ


“ใช้ได้”


ฉินกะพริบตา


“ครับ?”


“กูบอกว่าใช้ได้”


พูดจบก็เดินผ่านไปช่วยเจินเก็บอุปกรณ์หน้าตาเฉย


ฉินมองตาม ก่อนหันกลับมาหาเปา


“เมื่อกี้... เขาชมผมใช่ไหม”


เปาหัวเราะลั่น


“ชมสิ!”


“จริงเหรอ”


“สำหรับเฮียตงนะ คำว่าใช้ได้นี่เกือบเท่ากับยอดเยี่ยมแล้ว”


“โห!”


ฉินหัวเราะจนตาหยี


ธามที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้นเงียบ ๆ


เขาเห็นตั้งแต่หมิงเดินเข้ามาพูดเรื่องจังหวะ เห็นเจินยื่นผ้าขนหนูให้ และเห็นตงตบไหล่เด็กใหม่เป็นครั้งแรก


ไม่มีใครพูดอะไรหวานหู


ไม่มีใครแสดงออกมากมาย


แต่สำหรับคนที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างธาม เขารู้ดีว่าท่าทีเล็ก ๆ เหล่านั้นหมายความว่าอย่างไร


พวกมันเริ่มยอมรับฉินแล้ว


ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนพาเด็กคนนี้เข้ามา


แต่เพราะวันนี้ฉินพิสูจน์ให้เห็นด้วยตัวเอง


ธามยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนก้มลงหยิบหัวสิงโตสีแดงทองขึ้นมาตรวจ


“ฉิน”


“ครับเฮีย!”


“มาช่วยกูเก็บของ”


“ได้เลยครับ!”


เด็กหนุ่มรีบเดินเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น


แต่ก่อนจะถึงตัวธาม เขากลับหยุดแล้วหันไปมองสมาชิกคนอื่น ๆ อีกครั้ง


เปากำลังหัวเราะกับหมิง


เจินก้มพับผ้าคลุมอย่างระมัดระวัง


ส่วนตงกำลังบ่นว่าเปาตีกลองแรงจนไม้แทบหัก


ภาพตรงหน้าไม่ได้แตกต่างจากวันก่อน ๆ มากนัก


ทุกคนยังคงเป็นตัวเอง


พูดน้อยบ้าง


หน้าตายบ้าง


ชอบแกล้งกันบ้าง


แต่ครั้งนี้ฉินกลับรู้สึกต่างออกไป


เหมือนช่องว่างเล็ก ๆ ที่เคยมีระหว่างเขากับคนอื่นค่อย ๆ แคบลงโดยไม่รู้ตัว


“ยิ้มอะไร”


เสียงธามดังขึ้นข้างหู


ฉินสะดุ้ง ก่อนหันกลับมา


“เปล่าครับ”


“เปล่าแล้วมึงยิ้มทำไม”


เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้า ก่อนยิ้มกว้างกว่าเดิม


“ก็มีความสุขไงครับ”


ธามชะงักไปเล็กน้อย


“แค่นั้น?”


“ครับ”


ฉินพยักหน้า


“วันนี้ผมมีความสุขมากเลย”


ธามมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนยกมือขึ้นขยี้ผมเด็กหนุ่มเบา ๆ


“เออ”


เขาตอบสั้น ๆ


“กูก็เหมือนกัน”


ฉินเบิกตากว้าง


“หือ?”


“อะไร”


“เมื่อกี้เฮียว่าไงนะ”


“กูบอกให้มึงช่วยเก็บของ”


“ไม่ใช่! ก่อนหน้านั้น!”


“ไม่ได้พูดอะไร”


“เฮีย!”


ธามหัวเราะในลำคอ ก่อนยกหัวสิงโตเดินหนีไปอีกทาง


ทิ้งให้ฉินรีบวิ่งตามไปพร้อมเสียงโวยวาย


“เฮียธาม! พูดอีกทีสิครับ!”


“ไม่!”


“นิดเดียวเอง!”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความวุ่นวายหลังการแสดง


และในวันนั้น คณะเชิดสิงโตเก่าแก่ที่เคยเงียบเหงาไปพักใหญ่ ก็ได้กลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้ง


โดยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมัน


อย่างแท้จริง








TBC.
เย้ ดีใจแล้วก็ภูมิใจแทนเฮียเลย
เจ้าฉินเก่งมาก!!


🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-27 13:56 , Processed in 0.104061 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้