ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 4|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.13

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
328
ตอบกลับ
119
พลังน้ำใจ
14010
Zenny
46434
ออนไลน์
5429 ชั่วโมง
โพสต์ 24 นาทีที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านตรอกแคบ ๆ กลิ่นเกาลัดคั่วจากร้านหัวมุมยังลอยมาเป็นระยะ ผู้คนเริ่มทยอยออกมาจับจ่ายซื้อของรับเทศกาลตรุษจีน โคมเต็งลั้งสีแดงที่แขวนเรียงอยู่ใต้ชายคาขยับไหวตามแรงลม


ธามเดินไปตามทางที่คุ้นเคย


ร้านขายโคมไฟอยู่ห่างจากโรงซ้อมเพียงไม่กี่ช่วงตึก ใช้เวลาเดินไม่ถึงสิบนาที


ไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าร้านขายโคมไฟร้านเดิม


ร้านขายโคมไฟยังเปิดอยู่


หน้าร้านเต็มไปด้วยของตกแต่งสีแดงทอง ทั้งกระดาษมงคล พู่จีน โคมเต็งลั้ง และเครื่องแขวนรูปสัตว์มงคลขนาดเล็ก


ธามกวาดสายตามองบริเวณที่ฉินเคยยืนอยู่เมื่อช่วงสาย


หัวสิงโตจิ๋วสองตัวแขวนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ


ตัวหนึ่งสีเหลืองทอง


อีกตัวสีแดงสด


ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ก่อนเงยหน้ามองหัวสิงโตสีแดงที่มีพู่เล็ก ๆ ห้อยอยู่ใต้คาง


มันเป็นของตกแต่งคล้ายพวงกุญแจขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือ ขนสีขาวฟูอยู่รอบดวงตา คิ้วสีทองโค้งขึ้นเล็กน้อย ส่วนปากอ้ากว้างจนดูเหมือนกำลังยิ้ม


ธามมองอยู่ครู่หนึ่ง


เหมือนตัวที่เราซ้อมกันเลย แต่เล็กนิดเดียว


เสียงของฉินผุดขึ้นมาในหัว


รวมถึงสีหน้าตอนที่เจ้าตัวยื่นนิ้วไปแตะพู่สีแดงเบา ๆ


ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจอะไรนัก


อย่างน้อยก็คิดว่าไม่ได้สนใจ


แต่พอกลับมานั่งทำบัญชี ภาพไอ้เด็กที่ยืนมองของชิ้นนี้กลับวนอยู่ในหัวไม่ยอมไปไหน


“อ้าว อาธาม!”


เสียงเจ้าของร้านดังขึ้นจากด้านใน


ชายสูงวัยรูปร่างท้วมเดินออกมาพร้อมผ้าขี้ริ้วในมือ พอเห็นคนคุ้นหน้าก็ยิ้มกว้าง


“เมื่อเช้าเพิ่งผ่านมาไม่ใช่เหรอ”


“ครับ เฮีย”


“ลืมซื้ออะไรหรือเปล่า”


“เปล่าครับ”


“อ้าว แล้วมาทำอะไร”


ธามเหลือบมองหัวสิงโตที่แขวนอยู่ ก่อนกระแอมเบา ๆ


“ไอ้นี่ขายยังไงครับ”


เจ้าของร้านมองตามนิ้วที่ชี้


“อ๋อ หัวสิงโตเล็ก ๆ นี่น่ะเหรอ”


“ครับ”


“ตัวละร้อยยี่สิบ”


ธามพยักหน้า


“เอาสีแดงตัวหนึ่งครับ”


“ได้ ๆ”


ชายสูงวัยเอื้อมมือไปปลดหัวสิงโตออกจากตะขอ ก่อนส่งให้ธามดูใกล้ ๆ


“ดูสิ งานละเอียดนะ ขยับปากได้ด้วย”


เจ้าของร้านใช้นิ้วกดกลไกเล็ก ๆ ใต้หัวสิงโต


ปากของมันอ้าแล้วหุบลงเบา ๆ


ธามเลิกคิ้ว


“อ้าว ขยับได้ด้วยเหรอครับ”


“ได้สิ ลองดู”


ชายหนุ่มรับมาถือ ก่อนทดลองกดตาม


แกร๊ก


ปากสิงโตอ้าออก


แกร๊ก


แล้วก็หุบลง


ธามมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเผลอยกมุมปาก


ถ้าไอ้ฉินเห็นคงชอบ


แค่หัวสิงโตแขวนเฉย ๆ มันยังยืนมองอยู่ตั้งนาน ถ้ารู้ว่าขยับปากได้ด้วยคงกดเล่นไม่หยุด


“ซื้อให้ใครล่ะ”


คำถามจากเจ้าของร้านทำให้ธามเงยหน้า


“ครับ?”


“อ๋อ!”


ชายสูงวัยพยักหน้าอย่างนึกขึ้นได้


“อาตี๋ที่มากับลื้อเมื่อเช้าใช่ไหม”


ธามชะงัก


“เฮียจำได้ด้วยเหรอ”


“จำได้สิ อีมายืนดูของหน้าร้านอั๊วตั้งนาน”


เจ้าของร้านหัวเราะ


“ตอนแรกอั๊วนึกว่าอีจะซื้อเสียอีก เห็นจับพู่เล่นอยู่ตั้งนาน”


ชายสูงวัยรับหัวสิงโตกลับไปจัดพู่ให้เรียบร้อย


“แล้วลื้อกลับมาซื้อให้อี?”


ธามเงียบไปนิดหนึ่ง


“ก็... เห็นมันชอบ”


“อ้อ”


เจ้าของร้านลากเสียงยาว


ธามขมวดคิ้วทันที


“อ้ออะไรครับ”


“เปล่า ๆ”


ชายสูงวัยหัวเราะ ก่อนเดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์


“ใส่ถุงให้หน่อยครับเฮีย”


“ได้ ๆ”


เจ้าของร้านหยิบถุงกระดาษใบเล็กออกมา ก่อนใช้กระดาษบางห่อหัวสิงโตไว้อีกชั้น


“จะเอาตัวสีทองด้วยไหม”


“ไม่ครับ ตัวเดียวพอ”


“ฮ่า ๆ อั๊วรู้แล้ว!”


ธามยืนรอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ใบหูกลับร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล


พอเจ้าของร้านยื่นถุงให้ เขาก็รีบรับมาแล้วหยิบเงินจ่าย


“ขอบคุณครับเฮีย”


“เออ ๆ”


ชายสูงวัยรับเงิน ก่อนส่งเงินทอนคืนให้


“ฝากบอกอาตี๋ด้วยนะ ถ้าชอบ วันหลังแวะมาดูได้ อั๊วมีแบบอื่นอีก”


“ครับ”


ธามเก็บเงินทอนใส่กระเป๋า ก่อนทำท่าจะเดินออกจากร้าน


แต่ยังไม่ทันพ้นประตู เสียงเจ้าของร้านก็ดังตามหลังมาอีก


“อาธาม!”


“ครับ?”


“ของเล็ก ๆ แบบนี้ ถ้าคนรับรู้ว่าลื้อตั้งใจกลับมาซื้อให้ คงดีใจน่าดูนะ”


ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง


เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงก้มมองถุงกระดาษใบเล็กในมือ ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว


ขากลับธามเดินช้ากว่าขามาเล็กน้อย


ถุงกระดาษใบเล็กอยู่ในมือข้างหนึ่ง


เขาก้มมองมันเป็นระยะ ทั้งที่ไม่มีอะไรต้องดู


ของชิ้นเล็กแค่นี้เอง


ราคาไม่กี่บาท


ซื้อให้เด็กฝึกคนหนึ่งก็ไม่เห็นจะแปลก


ฉินตั้งใจซ้อมมาตลอดหลายวัน แม้จะยังมีพลาดบ้าง แต่ก็ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยขอหยุดก่อนเวลา แถมวันนี้ยังอยู่ช่วยกวาดพื้นจนสะอาดทั้งโรงซ้อม


จะถือว่าเป็นรางวัลก็ได้


ใช่


รางวัล


ธามพยักหน้ากับความคิดตัวเอง


แต่พอเดินผ่านร้านขนมไข่หงส์อีกครั้ง เขากลับนึกถึงคำพูดของฉินขึ้นมา


“งั้นหมาตัวนี้ขอบคุณนะครับ!”


ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ


“ไอ้เด็กบ้า”


“ว่าใครเหรอลูก”


เสียงแม่ค้าดังมาจากหน้าร้าน


ธามสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปมอง


“เปล่าครับเจ๊”


“อ้าว นึกว่าเรียกใคร”


“ผมพูดคนเดียว”


“ฮ่า ๆ ระวังนะ เดี๋ยวคนเขาหาว่าบ้า”


ธามได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนรีบเดินหนี


คราวนี้ไม่หยุดคุยแล้ว


เมื่อกลับมาถึงโรงซ้อม ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน


ธามเลื่อนประตูเหล็กขึ้นเล็กน้อยแล้วก้มตัวลอดเข้าไป ก่อนดึงมันลงตามเดิม


ภายในเงียบสนิท


หัวสิงโตสีแดงทองยังวางอยู่บนขาตั้งตรงมุมห้อง ผ้าคลุมพับเรียบร้อยเหมือนตอนที่เขาออกไป


ชายหนุ่มเดินไปยังโต๊ะม้า วางกุญแจลงข้างสมุดบัญชี ก่อนหยิบถุงกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้ง


เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง


แล้วจึงเปิดถุงออก


หัวสิงโตจิ๋วสีแดงนอนอยู่ในห่อกระดาษบาง


ธามหยิบมันขึ้นมาถือ


พออยู่ในมือใหญ่ ๆ ของเขา มันยิ่งดูเล็กเข้าไปอีก


ขนสีขาวนุ่มฟู คิ้วสีทอง และพู่แดงที่ห้อยอยู่ใต้คางทำให้มันดูคล้ายหัวสิงโตตัวใหญ่ของคณะอย่างประหลาด


ชายหนุ่มลองกดปากมันอีกครั้ง


แกร๊ก


ปากสิงโตอ้าออก


เขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


“เหมือนมึงเลย”


พูดจบก็ชะงัก


ธามก้มมองหัวสิงโตในมือ


“...หมายถึงพูดมาก”


เขารีบแก้คำพูดให้ตัวเอง ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ฟัง


จากนั้นจึงเก็บหัวสิงโตกลับลงถุง แล้วเดินผ่านประตูไม้บานเลื่อนเข้าไปในตัวบ้าน


ห้องนอนของเขายังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม เตียงไม้ขนาดห้าฟุตตั้งอยู่ชิดผนัง ตู้เสื้อผ้าเก่าอยู่ข้างหน้าต่าง ส่วนโต๊ะทำงานมีสมุดบัญชีอีกหลายเล่มวางเรียงกันเป็นระเบียบ


ธามเดินไปที่โต๊ะ ก่อนเปิดลิ้นชักชั้นบนสุด


ภายในมีปากกา นาฬิกาข้อมือเก่า กุญแจสำรอง และของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ


เขาวางถุงกระดาษลงไป


แล้วก็ปิดลิ้นชัก


แต่พอเดินออกมาได้สองก้าว กลับหยุด


ชายหนุ่มหันไปมองโต๊ะอีกครั้ง


ก่อนเดินย้อนกลับไปเปิดลิ้นชัก


หยิบถุงกระดาษขึ้นมา


มองอยู่ครู่หนึ่ง


แล้ววางกลับลงไปใหม่ โดยขยับให้มันอยู่ด้านในสุด


“ไว้ให้มันหลังแสดงเสร็จ คงดีใจน่าดู”


ธามพึมพำ


จากนั้นจึงปิดลิ้นชักลงอีกครั้ง


คราวนี้ตั้งใจว่าจะไม่เปิดดูแล้ว


“อาเฟย!”


เสียงอาม่าดังมาจากด้านล่าง


“ครับ!”


“ลื้อกลับมาแล้วเหรอ”


“กลับมาแล้วครับ”


“ไปไหนมา อั๊วเดินหาไม่เจอ”


ธามเดินออกจากห้อง ก่อนตอบขณะลงบันได


“ออกไปซื้อของนิดหน่อยครับ”


“ซื้ออะไร”


“ของใช้ครับ”


“ของใช้?”


“ครับ”


อาม่าที่กำลังนั่งเด็ดผักอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย


“ของใช้อะไร”


ธามชะงัก


“ก็... ของใช้ทั่วไป”


หญิงชราหรี่ตามอง


“ลื้อพูดแปลก ๆ”


“แปลกตรงไหนครับ”


“ปกติอั๊วถามอะไร ลื้อก็ตอบตรง ๆ”


“ผมก็ตอบตรง ๆ นี่ครับ”


อาม่ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปาก


“อ้อ”


ธามขมวดคิ้วทันที


“อ้ออะไรอีกครับ”


“อั๊วยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”


ชายหนุ่มถอนหายใจ


ประโยคนี้อีกแล้ว


“อาม่าอยากให้ผมช่วยอะไรไหมครับ”


“ไม่ต้อง อั๊วทำเองได้”


“งั้นผมไปดูหัวสิงโตต่อนะ”


“เออ ไปเถอะ”


ธามพยักหน้า ก่อนเดินกลับไปทางโรงซ้อม


แต่ยังไม่ทันพ้นประตู เสียงอาม่าก็ดังตามหลังมา


“อาเฟย”


“ครับ?”


“พรุ่งนี้อาฉินมากี่โมง”


“น่าจะเก้าโมงครับ มันมีเรียนเช้า”


“อ๋อ”


อาม่าพยักหน้า ก่อนก้มหน้าเด็ดผักต่อ


“งั้นอั๊วจะทำขนมไว้ให้อีกิน”


ธามเหลือบมองหญิงชรา


“อาม่าตามใจมันเกินไปแล้ว”


“แล้วลื้อไม่ตามใจอีหรือไง”


“ผมเนี่ยนะ?”


หญิงชรายิ้ม ก่อนพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน


“เออ ลื้อนั่นแหละ”


“อาม่า!”


เสียงธามดังขึ้นทันที


หญิงชราหัวเราะชอบใจ


“อั๊วพูดผิดตรงไหน”


ธามอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่สุดท้ายก็ปิดลง


เขาส่ายหน้า ก่อนเดินหนีกลับเข้าโรงซ้อม


เสียงหัวเราะของอาม่ายังดังตามหลังมาเป็นระยะ


เย็นนั้นธามกลับมานั่งที่โต๊ะม้าอีกครั้ง


สมุดบัญชีเล่มเดิมถูกเปิดค้างไว้ตรงหน้าที่เขาอ่านไม่จบ


ตัวเลขค่าใช้จ่ายยังเรียงกันอยู่เหมือนเดิม


ค่าซ่อมหัวสิงโต


ค่าผ้า


ค่าอุปกรณ์


ค่าจ้างสมาชิก


และเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีคณะ


ชายหนุ่มหยิบปากกาขึ้นมาจดตัวเลขต่อ แต่คราวนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิมากกว่าตอนบ่าย


เขาเหลือบมองหัวสิงโตสีแดงทองบนขาตั้ง


อีกสามวันก็ถึงงานแสดงแล้ว


ฉินยังมีอะไรต้องฝึกอีกมาก


ทั้งจังหวะเท้า การหมุนตัว การยืนบนบ่า และการฟังเสียงกลองให้ตรงกับการเคลื่อนไหว


แต่เด็กนั่นก็พยายามมาตลอด


พรุ่งนี้คงต้องซ้อมหนักขึ้นอีกหน่อย





แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของโรงซ้อม ทอดเป็นลำยาวลงบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการฝึกซ้อม เสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดแข่งกับเสียงกลองหนังวัวที่ดังต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงสาย


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


หัวสิงโตสีแดงทองสะบัดไปทางซ้าย ก่อนหมุนกลับมาทางขวาตามจังหวะกลอง ร่างสองร่างใต้ผ้าคลุมเคลื่อนไหวประสานกันอย่างคล่องแคล่ว แม้บางจังหวะจะยังมีสะดุดอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับวันแรก


“ย่ออีก!”


เสียงทุ้มของธามดังขึ้นจากใต้ผ้าคลุม


“ครับ!”


“อย่ารีบตามกลอง ฟังจังหวะก่อน!”


“รู้แล้วครับเฮีย!”


“รู้แล้วก็ทำให้ได้!”


ฉินเม้มปาก ก่อนตั้งสมาธิกับเสียงกลองอีกครั้ง


ตึง! ตึง! ต๊ะ!


เด็กหนุ่มย่อตัวลงพร้อมกับธาม ก่อนขยับเท้าไปด้านข้างตามแรงส่งจากคนด้านหลัง คราวนี้การเคลื่อนไหวต่อเนื่องขึ้นจนหัวสิงโตสะบัดอย่างเป็นธรรมชาติ


“เออ อย่างนั้น!”


เสียงชมสั้น ๆ จากธามทำให้ฉินยิ้มกว้างอยู่ใต้หัวสิงโต


กระทั่งเสียงกลองชุดสุดท้ายดังขึ้น


ตึง! ตึง! ต๊ะ!


หัวสิงโตสะบัดขึ้นสูง ก่อนย่อตัวลงทำท่าคารวะ


“พอ!”


ธามส่งเสียงบอก


เปาวางไม้กลองทันที


ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงดนตรี เหลือเพียงเสียงหอบหายใจจากคนทั้งสองใต้ผ้าคลุม


ฉินรีบยกหัวสิงโตออก ก่อนสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่


“โอ๊ย! ในที่สุดก็ได้พัก!”


เส้นผมสีดำเปียกชื้นแนบหน้าผาก ใบหน้าขาวเหลืองขึ้นสีแดงระเรื่อจากการออกแรง เด็กหนุ่มยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อ ก่อนหันไปมองคนที่เพิ่งออกมาจากใต้ผ้าคลุมตามหลัง


“เฮีย ผมทำได้ดีขึ้นไหม”


ธามใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อตรงลำคอ ก่อนปรายตามอง


“ก็ดีขึ้น”


“แค่นั้นเองเหรอ”


“แล้วมึงจะเอาอะไรอีก”


“คำชมไงครับ”


“กูก็ชมแล้ว”


“ตรงไหน!”


“ก็ดีขึ้น”


ฉินทำหน้ามุ่ย


“เฮียชมเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากเลย”


เปาหลุดหัวเราะพรืด


“จริงว่ะเฮีย!”


ธามหันขวับ


“มึงด้วยอีกคน?”


“เปาไม่ได้พูดอะไรเลยครับ!”


“กูได้ยิน”


“หูดีจังเลยเฮีย”


“ไอ้เปา!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก


ฉินยืนหัวเราะจนไหล่สั่น ก่อนยื่นหัวสิงโตให้ธามช่วยรับไปวางบนขาตั้ง


ธามส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนใช้ปลายนิ้วดีดหน้าผากฉินเบา ๆ


“ไปกินน้ำไป พูดมาก”


“โอ๊ย! เฮีย!”


ฉินยกมือกุมหน้าผาก แต่ก็ยอมเดินไปหยิบขวดน้ำตรงม้านั่งแต่โดยดี


ธามมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาจัดหัวสิงโตบนขาตั้งให้เข้าที่


เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแสดงที่สมาคมการค้า


การซ้อมวันนี้ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี แม้ฉินจะยังมีจังหวะที่ต้องแก้ไข แต่ความคล่องตัวของเด็กหนุ่มช่วยให้หลายท่าที่เคยติดขัดเริ่มเข้ารูปเข้ารอย


อย่างน้อยก็ทำให้ธามเบาใจลงไปได้บ้าง


“เฮ้ย! ไหน ๆ ก็อยู่กันครบแล้ว ถ่ายรูปหน่อยไหม”


จู่ ๆ เปาก็โพล่งขึ้นมาพร้อมชูโทรศัพท์ในมือ


“ถ่ายทำไม” ตงถามขณะใช้ผ้าเช็ดฉาบ


“ก็เก็บไว้ไง อีกไม่กี่วันจะขึ้นงานใหญ่แล้ว”


“งานใหญ่ตรงไหน” หมิงเงยหน้าจากสมุด “ก็งานสมาคมเหมือนทุกปี”


“โห หมิง มึงช่วยตื่นเต้นหน่อยได้ไหม”


“ไม่”


“ใจดำว่ะ”


เจินที่กำลังพับผ้าคลุมสิงโตหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินมาหยุดข้างหมิง ส่วนตงวางฉาบลงแล้วเดินตามมาอย่างไม่รีบร้อน


“มา ๆ ยืนตรงหัวสิงโตนี่แหละ” เปาโบกมือเรียก “เฮียเฟยด้วย!”


“กูต้องถ่ายด้วย?”


“ต้องสิ เฮียเป็นหัวหน้าคณะนะ”


ธามถอนหายใจ แต่ก็ยอมเดินเข้าไปยืนข้างหัวสิงโตแต่โดยดี


ฉินมองทุกคนที่เริ่มขยับหาตำแหน่ง ก่อนยื่นมือไปหาเปา


“มา เดี๋ยวถ่ายให้”


“อ้าว แล้วนายล่ะ”


“เราถ่ายให้ไง จะได้เห็นครบทุกคน”


ฉินตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนรับโทรศัพท์มาถือแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว


“ขยับเข้าหากันหน่อยครับ หมิง นายบังเจินอยู่”


หมิงขยับตัวตามคำบอก ส่วนเจินเอียงหน้าออกมาจากด้านหลังเล็กน้อย


“เฮียตง ยิ้มหน่อยครับ”


“กูก็ยิ้มอยู่”


ฉินมองใบหน้านิ่งสนิทของอีกฝ่าย ก่อนกลั้นหัวเราะ


“ครับ ยิ้มแล้วก็ยิ้มแล้ว”


“ฮ่า ๆ!” เปาหัวเราะลั่น


ฉินยกโทรศัพท์ขึ้นเล็งภาพอีกครั้ง


“โอเคนะครับ หนึ่ง สอง...”


“ฉิน”


เสียงทุ้มดังขึ้นจากกลางกลุ่ม


เด็กหนุ่มลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย


“ครับเฮีย?”


ธามมองเขา ก่อนถามสั้น ๆ


“มึงจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม”


“อ้าว ก็ถ่ายรูปให้ไงครับ”


“กูเห็น”


“แล้ว...?”


“มึงไม่ถ่ายด้วย?”


ฉินกะพริบตา ก่อนยิ้มกว้าง


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมถ่ายให้ก่อน”


ธามขมวดคิ้ว


“มึงก็อยู่คณะนี้ไม่ใช่เหรอ”


คำพูดนั้นทำให้ฉินชะงักไปนิดหนึ่ง


เขามองคนที่ยืนอยู่ข้างหัวสิงโต ก่อนหัวเราะเบา ๆ


“ก็ใช่ครับ”


“งั้นก็มานี่”


“แล้วใครจะถ่ายล่ะเฮีย”


“ตั้งเวลาสิ” หมิงพูดขึ้นเรียบ ๆ “โทรศัพท์เปาตั้งเวลาได้”


“เออ จริงด้วย!” เปารีบเดินมาหาฉิน “มา ๆ เดี๋ยวเราจัดการเอง”


เปารับโทรศัพท์ไปตั้งพิงกับกล่องอุปกรณ์ ก่อนกดตั้งเวลาถ่ายแล้วรีบวิ่งกลับเข้ากลุ่ม


“ฉิน! เร็ว!”


“มาแล้ว ๆ!”


ฉินรีบวิ่งตามไป แต่พอเข้าใกล้กลับชะลอฝีเท้า เพราะไม่รู้จะยืนตรงไหนดี


เจินขยับออกด้านข้างเล็กน้อย


“ตรงนี้ก็ได้”


“ขอบคุณครับ”


ฉินกำลังจะเดินไปยืนข้างเจิน แต่เสียงธามกลับดังขึ้นเสียก่อน


“ฉิน”


“ครับ?”


“มึงมายืนข้างกู”


เด็กหนุ่มหันขวับ


“ทำไมอะเฮีย”


“มึงเป็นเท้าหน้า กูเป็นเท้าหลัง จะไปยืนคนละฝั่งทำไม”


“อ๋อ!”


ฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนรีบขยับไปยืนข้างธาม


“งั้นผมยืนตรงนี้นะ”


“เออ”


“เฮียขยับมาหน่อยสิครับ”


“อะไรอีก”


“ไหล่ชนกันหน่อย จะได้ดูสนิท”


ธามปรายตามอง


“กูไม่สนิทกับมึง”


“โห!”


เสียงหัวเราะของเปาดังขึ้นทันที


“เฮียเฟย! จะถ่ายแล้ว!”


ทุกคนหันไปมองกล้อง


ฉินยิ้มกว้าง ขณะที่ธามยังทำหน้านิ่งตามเคย


สาม...


สอง...


หนึ่ง...


แชะ!


แสงแฟลชวาบขึ้นพร้อมกับเสียงชัตเตอร์


“ได้แล้ว!” เปาร้องอย่างพอใจ ก่อนวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มาดู “เฮ้ย รูปสวยว่ะ!”


ฉินรีบชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วย


“ไหน ๆ”


“นี่ไง”


บนหน้าจอปรากฏภาพสมาชิกทั้งหกคนยืนเรียงกันอยู่หน้าหัวสิงโตสีแดงทอง


เจินกับหมิงยังคงทำหน้าเรียบเฉย ตงยืนกอดอก ส่วนเปายิ้มจนตาหยี


ตรงกลางภาพเป็นธามที่ยืนหน้าขรึมตามปกติ


และข้าง ๆ กันคือฉินที่ยิ้มกว้างเสียจนตาแทบปิด


“เฮีย!” ฉินหัวเราะ “ทำไมเฮียไม่ยิ้มเลยอะ”


“กูก็เป็นแบบนี้”


“ถ่ายใหม่ไหมครับ เดี๋ยวผมสอนยิ้ม”


“ไม่ต้อง”


“นิดเดียวเองเฮีย”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ ๆ ไม่แกล้งแล้ว!”


เด็กหนุ่มหัวเราะ ก่อนหันกลับไปดูรูปในโทรศัพท์อีกครั้ง


ธามมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหันไปช่วยเจินยกหัวสิงโตกลับเข้าที่


เขาไม่ได้พูดอะไรอีก


เพียงแต่ก่อนเดินออกไป ยังได้ยินเสียงฉินขอให้เปาส่งรูปเข้ามาในโทรศัพท์ตัวเอง


“ส่งให้เราด้วยนะ”


“ได้สิ”


“เอารูปเต็ม ๆ เลยนะ ไม่ต้องครอป”


“รู้แล้วน่า”


“รูปแรกของเรากับคณะเลยนะ!”


ธามชะงักมือไปเล็กน้อย


ก่อนเหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มให้ภาพบนหน้าจอ


แล้วมุมปากของเขาก็ยกขึ้นบาง ๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต




TBC.


เฮียธามแอบมีมุมน่ารักอ่ะ


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-26 13:57 , Processed in 0.092859 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้