แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Djpark เมื่อ 2026-10-26 00:39
⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Trigger Warning) นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความบันเทิงในเชิงศิลปะและจินตนาการ เนื้อหาเน้นการบรรยายฉากรักอันลึกซึ้ง ร้อนแรง ใช้ภาษาดิบและคำหยาบโลนเพื่อให้อารมณ์ถึงพริกถึงขิง ตลอดจนพฤติกรรมบางประการของตัวละครที่ท้าทายศีลธรรมอย่างชัดเจน ยืนยันว่าตัวละครทั้งหมดบรรลุนิติภาวะแล้ว และยินยอมพร้อมใจในทุกฉากรักโดยไม่มีการบังคับขืนใจ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณอย่างสูง และเสพเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ⚠️Warning & Tags PWP / NTR / Dirty Talk / Group Sex / Multiple Partners / Non-Consent / Dub-Con / Sexual Harassment / Public Sex / Immorality / Age Gape / Creampie / Facial / BDSM / Sex Toys Insertion / Roleplay / Ahegao / Orgasm Denial / Overstimulation / Voyeurism / Squirting / Unprotected Sex

🛖 โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (28) มหาศึก 5 VS 1 🔥🔥🔥
รุ่งเช้า... บรรยากาศเงียบสงบขัดกับความวุ่นวายภายในจิตใจของชายทั้งสามคนหลังจากผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อนที่สุดในชีวิตกระท่อมไม้ไผ่กลางนาถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงกลิ่นอายความใคร่ที่ยังจางๆ อยู่ในอากาศ
เหม่าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยไฟแห่งการวางแผน เขาจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะออกเดินสายตามหมู่บ้านเป้าหมายของเขาในวันนี้ ชายทั้ง 5 คนคือตัวหมากสำคัญที่จะทำให้แผนการของเขาเดินหน้าไปตามที่วาดฝันไว้
จุดหมายแรกของเหม่าคือบ้านของ เบิ้ม ตำรวจหมู่บ้านร่างยักษ์ที่มีอำนาจในมือ เหม่าพบเบิ้มกำลังนั่งขัดปืนอยู่ใต้ถุนบ้าน "พี่เบิ้ม เช้านี้ว่างไหมครับ? ผมมีเรื่องสนุกๆ อยากจะชวนพี่ไปทำที่กระท่อมคืนนี้"
เหม่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยนัยที่ทำเอาเบิ้มชะงัก สายตาคมกริบของตำรวจหนุ่มมองมาที่เหม่าอย่างรู้ทัน เบิ้มถามพลางยิ้มมุมปาก
"เรื่องสนุกแบบไหนของเอ็งวะเหม่า? งานการไม่ทำหรือไง"
สายตาของเหม่ากวาดผ่านมัดกล้ามเนื้อแขนที่เกร็งตัวขณะออกแรงขัด ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เป้ากางเกงผ้าเนื้อหนาของเบิ้ม ตรงนั้นมันกำลังกระตุกงึกๆ เป็นจังหวะ ราวกับพญางูที่กำลังตื่นตัวรอวันออกล่า
เหม่าหันซ้ายแลขวาดูความเงียบสงัดรอบบริเวณ เมื่อเห็นว่าปลอดคน เขาจึงตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้เบิ้มที่ยังก้มหน้าก้มตาขัดปืนอยู่โดยไม่ทันสังเกต เหม่านั่งลงที่พื้นใต้ถุนบ้าน เอื้อมมือหนาไปปลดผ้าของอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ แล้วควักเอาแกนกายขนาดใหญ่ที่กำลังแข็งขึงร้อนผ่าวออกมาครอบครองด้วยโพรงปากอุ่นร้อน
“เฮ้ยๆ ทำไรวะ”
เบิ้มชะงักมือที่กำลังขัดปืนทันที เขาหอบหายใจแรงขึ้นจนหน้าอกหนาขยายตัว ลำตัวเกร็งสั่นเมื่อเหม่าเริ่มปรนเปรอด้วยลิ้นที่ตวัดรัวเร็ว เหม่าเงยหน้าขึ้นสบตาตำรวจหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งตัณหา เหม่าผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้แกนกายของเบิ้มดีดผึงกลางอากาศในขณะที่ตำรวจหนุ่มกำลังเคลิบเคลิ้มถึงขีดสุด
“ซี๊ดดดด... เหม่า... ข้า”
“ไม่กลัวคนมาเห็นหรือไงพี่เบิ้ม”
เมื่อได้ยินดังนั้น สติของเบิ้มก็กลับมา เบิ้มรีบรูดกางเกงขึ้นปิดบังความกระสันที่ยังไม่ได้รับการระบาย สายตาคมกริบของตำรวจหนุ่มมองมาที่เหม่าอย่างรู้ทันและหิวกระหาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงหอบ
"นี่เอ็งตั้งใจจะแกล้งให้ข้าลงแดงตายหรือไง?"
เหม่าลุกขึ้นยืนพลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแผงอกของเบิ้ม กระซิบที่ข้างหูเสียงต่ำ ก่อนที่หลังจากนั้นจะทำให้เบิ้มหัวเราะหึๆ ในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดัน
"ถ้าอยากแตกจนหมดตัว คืนนี้ก็ตามข้ามาที่กระท่อมสิ"
"เออๆ ... เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ คืนนี้ข้าจะเอาให้เอ็งลุกไม่ขึ้นเลย"
เหม่าเดินทางมาถึงริมแม่น้ำสายเล็กที่ไหลผ่านท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นเขาพบไกรกำลังเปลือยกายอาบน้ำอย่างสำราญใจ แผงอกล่ำสันและมัดกล้ามเนื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำดูโดดเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ เมื่อไกรเห็นเหม่าเดินมา ก็กวักมือเรียกพลางยิ้มกว้าง “เหม่า มานี่สิ อาบน้ำด้วยกันก่อน อากาศกำลังดีเลย”
เหม่าชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็รู้ว่าแผนการนี้พูดเสียงดังในที่โล่งไม่ได้ เขาจึงจำใจถอดเสื้อผ้าออกแล้วก้าวลงไปในน้ำเย็นจัด สายตาของไกรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นเหม่าเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า ไม่ทันที่เหม่าจะได้เอ่ยปากบอกเรื่องแผนการ ไกรก็คว้าตัวเหม่าเข้ามาประชิด จับให้หันหลังแล้วยัดแกนกายที่แข็งขึงเข้าสู่ช่องทางรักของเหม่าอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ ไกร... ไม่เอา อย่าทำแบบนี้” เหม่าร้องเสียงหลง พยายามขืนตัวแต่ก็สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ได้
“ขอข้าก่อนสักน้ำไม่ได้หรือไงเหม่า... เอ็งมายั่วถึงที่นี่แบบนี้ ใครจะไปทนไหว”
“ไม่ ไกร ถ้าเอ็งไม่ยอมฟังกันตอนนี้แล้วยังจะฝืนทำแบบนี้ ก็เย็ดให้เสร็จไปเลย แต่หลังจากนี้... เอ็งจะไม่ได้แตะต้องตัวข้าอีกแม้แต่ปลายเล็บ”
ไกรกอดรัดเหม่าจากด้านหลัง สูดกลิ่นหอมจากซอกคอ เหม่ากัดฟันแน่นด้วยความหงุดหงิดแต่ก็พยายามคุมน้ำเสียงให้ดุดัน ไกรชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นจ๋อยสนิทราวกับเด็กน้อยที่โดนผู้ใหญ่ดุ เขาค่อยๆ ดึงแกนกายออกมาจากช่องทางรักของเหม่าอย่างช้าๆ แล้วก้มหน้ายอมรับผิด
เหม่าเห็นท่าทางนั้นก็อดขำไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปจับแกนกายของไกรที่ยังคงแข็งขึงอยู่เบาๆ แล้วกระซิบเสียงหวาน
“คืนนี้ข้ามีศึกใหญ่ต้องการคนช่วย... ที่กระท่อมโน่น ถ้าเอ็งยอมทำตามที่ข้าบอก รับรองว่าคืนนี้ข้าจะจัดให้เอ็งตามที่ต้องการเลย”
ไกรเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกาย “ตกลง ข้าจะรอที่กระท่อม เอ็งห้ามเบี้ยวข้านะเหม่า”
ถัดมาคือแกร่งและกล้า สองพี่น้องช่างตัดไม้ที่มีร่างกายกำยำจากการทำงานหนัก ทั้งคู่กำลังช่วยกันผ่าฟืนอยู่อย่างขะมักเขม้น เสียงขวานจามลงบนเนื้อไม้ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เมื่อเห็นเหม่าเดินเข้ามา ทั้งสองก็วางขวานลงทันทีและตรงดิ่งเข้ามาหาด้วยแววตาหิวกระหาย กล้าคว้าเอวเหม่าเข้ามากอดรัดแน่นพลางซุกไซ้ซอกคออย่างรุนแรง ในขณะที่แกร่งกดจูบลงบนริมฝีปากเหม่าอย่างเร่าร้อน มือหนาของทั้งสองคนเริ่มลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของเหม่าอย่างถือสิทธิ์ เหม่าเองก็จูบตอบอย่างดูดดื่ม ร่างกายสั่นสะท้านไปกับสัมผัสรุนแรงที่โหยหา
แต่ในจังหวะที่ไฟกามารมณ์กำลังจะปะทุจนควบคุมไม่อยู่ เหม่าก็นึกถึงภารกิจขึ้นมาได้ เขาจึงใช้แรงที่มีผลักอกทั้งคู่ออกเบาๆ แล้วผละออกมาหอบหายใจถี่ สายตาที่ฉ่ำเยิ้มมองพี่น้องทั้งสองด้วยรอยยิ้มยั่วยวน
"พี่แกร่ง... กล้า... หยุดก่อน" เหม่าเอ่ยเสียงพร่า พลางจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่ "ถ้าอยากจะทำเรื่องสนุกกับข้ามากกว่านี้ คืนนี้ไปหาข้าที่กระท่อมนะ... ข้ามี 'ของดี' ที่พวกพี่ต้องติดใจแน่ คืนนี้พวกเราจะผ่อนคลายกันจนกว่าฟ้าจะสว่างเลย"
สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยแววตาที่เป็นประกาย ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความปรารถนา แกร่งยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟันขาวพลางหัวเราะร่า
สุดท้ายคือทิดเข้ม ทิดสึกใหม่ที่เหม่ายังจำสัมผัสร้อนแรงของเขาได้ดี เหม่าเดินดุ่มเข้าไปในบ้านพักของทิดเข้มโดยไม่ทันได้เคาะประตู และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือทิดเข้มที่กำลังนอนหงายเปลือยกายท่อนล่าง มือหนากำลังรูดรั้งแกนกายที่แข็งขึงอย่างบ้าคลั่งด้วยความใคร่
เหม่าไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้ากำมือลงบนท่อนเอ็นร้อนผ่าวของทิดเข้มไว้แน่นจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว หน้าตาของทิดเข้มที่กำลังเคลิบเคลิ้มเปลี่ยนเป็นเหยเกด้วยความจุกจนหน้าเขียวจากแรงบีบที่กะทันหัน
"อั่ก... เหม่า เอ็ง... เอ็งมาทำอะไรที่นี่"
ทิดเข้มหอบหายใจถี่ด้วยความตกใจและเสียวซ่านในคราวเดียวกัน เหม่ามองด้วยสายตายั่วยวนพลางออกแรงบีบเค้นท่อนเอ็นนั้นอีกครั้งจนทิดเข้มครางกระเส่า
"อดใจไว้ก่อนทิดเข้ม... ถ้าเอ็งรีบปลดปล่อยตอนนี้ คืนนี้ก็คงหมดน้ำยา" เหม่าค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูที่กำลังแดงก่ำ
"จำค่ำคืนที่เราเคยสร้างร่วมกันได้ไหม? คืนนี้ข้าอยากให้เอ็งไปสร้างตำนานใหม่อีกครั้ง"
ทิดเข้มชะงักนิ่ง แววตาที่เคยหื่นกระหายเปลี่ยนเป็นดุดันและหิวกระหายยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินข้อเสนอ "ข้ายังจำได้ดีเลยเหม่า... น้ำข้าแทบหมดตัวเพราะเอ็ง คืนนี้ข้าจะไม่พลาด...แน่นอน"
ในขณะที่เหม่ากำลังรวบรวมขุมกำลัง ลุนที่อยู่ในกระท่อมกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาด ลุนกวาดเศษซากความสุขสมเมื่อคืนทิ้งไป แต่ทุกครั้งที่เขาหยิบผ้าปูที่เปรอะคราบน้ำรัก ลุนก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงระเรื่อและนึกถึงสัมผัสหนักแน่นของโทนที่ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ
ส่วนโทน ชายหนุ่มผู้กุมความลับหลักของแผนการ ได้หายตัวออกไปนอกหมู่บ้านตั้งแต่เช้ามืด เขาเดินทางเข้าสู่เขตพื้นที่ห่างไกลเพื่อติดต่อกับแหล่งข้อมูลลับ โทนเดินด้วยท่าทางมั่นคงและดุดัน ชุดที่เขาสวมใส่ดูทะมัดทะแมงเหมือนเตรียมตัวไปสู่การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ
ตกเย็น
บรรยากาศภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยไอร้อนจากร่างกายของชายฉกรรจ์ทั้งหกคน เหม่านั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของ เบิ้ม, ไกร, แกร่ง, กล้า และทิดเข้ม แสงตะเกียงดวงเดียวที่สั่นไหวสร้างเงาวูบวาบไปตามมัดกล้ามเนื้อของแต่ละคน
เหม่าเริ่มต้นด้วยการเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความอ้อนวอน เขาเล่าถึงความอัดอั้นและความต้องการที่ลึกซึ้ง พลางใช้มือเรียวไล้ไปตามแผงอกและต้นแขนของแต่ละคนอย่างเชื่องช้า สายตาที่เว้าวอนของเหม่าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของพวกเขา ราวกับกำลังสะกดให้ทุกคนตกอยู่ในภวังค์แห่งความปรารถนา
"ข้าต้องการพวกเอ็ง... ไม่ใช่แค่เพื่อความสุข แต่มันคือการแลกเปลี่ยน... ข้ามีเรื่องที่ต้องจัดการ และมีเพียงพวกเอ็งเท่านั้นที่จะช่วยข้าได้ ช่วยเย็ดจนข้าสลบไปเลยได้ไหม"
เหม่ากระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่มือเลื่อนลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหวของเบิ้มและไกรที่นั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มทั้งห้าคนต่างตกตะลึงกับข้อเสนอที่กล้าหาญและคำขอที่เหนือความคาดหมาย ทว่าสัมผัสที่จาบจ้วงและแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการของเหม่านั้นกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของพวกเขาขึ้นมาอย่างรุนแรง ทิดเข้มเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เหม่า แววตาของเขาฉายชัดถึงความต้องการที่ปิดไม่มิด
"ข้าไม่รู้หรอกนะเหม่าว่าเอ็งอยากได้อะไร หรือวางแผนอะไรไว้... แต่ในเมื่อเอ็งขอมา และเอ็งทำให้ข้าแตกกระเจิงได้ขนาดนั้น ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ"
ทิดเข้มขยับตัวเข้าหาเหม่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา เขาประคองใบหน้าของเหม่าไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะโน้มลงไปกดจูบอย่างลึกซึ้งและละเมียดละไม ลิ้นร้อนของเขาสอดประสานกับลิ้นของเหม่าอย่างช่ำชอง เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น
เมื่อเริ่มเห็นว่าเหม่าคล้อยตาม ทิดเข้มก็ค่อยๆ ผละริมฝีปากออกแล้วดันร่างของเหม่าให้เอนลงนอนบนพื้นเสื่อไม้ไผ่ที่ปูรองไว้ ทิดเข้มจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของเหม่าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการรักอย่างนุ่มนวล เขาค่อยๆ แทรกกายเข้าไปในช่องทางรักของเหม่าทีละนิด ความนุ่มนวลของทิดเข้มในจังหวะเริ่มแรกทำให้เหม่าหลุดเสียงครางหวานหูออกมาด้วยความสุขสม
“อืออ... ทิดเข้ม... เบาๆ นะ...”
เหม่าเอ่ยเสียงแผ่ว สองมือจิกกำไหล่กว้างของทิดเข้มไว้แน่น ในขณะที่ทิดเข้มกำลังโยกย้ายสะโพกอย่างเป็นจังหวะและเชื่องช้าอยู่นั้น แกร่งที่เฝ้ามองอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่อาจอดใจไหว เขาถอดกางเกงออกแล้วคลานเข้ามาทางด้านหน้าของเหม่า ก่อนจะนำควยที่แข็งขึงเต็มที่ของตนมาจ่อเข้าที่ริมฝีปากของชายหนุ่มร่างบาง
“มานี่เหม่า... หันมาทางนี้หน่อย”
แกร่งกระซิบพลางเชยคางเหม่าให้หันมารับสัมผัสจากเขา เหม่าอ้าปากรับความใหญ่โตของแกร่งเข้าไปจนเต็มโพรงปาก ลิ้นหนาของแกร่งสอดประสานเข้ากับความรู้สึกนุ่มนวลจากทิดเข้มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลัง ทุกครั้งที่ทิดเข้มกระแทกสะโพกเบาๆ แกร่งก็จะขยับเอวสวนเข้าในปากของเหม่าเป็นจังหวะสอดประสานกัน
“อื้ออ อะ... อืออ...”
เสียงครางอู้อี้ดังออกมาจากปากเหม่าที่ถูกควยของแกร่งยึดครองอยู่ โดยมีทิดเข้มที่ก้มลงมาจูบปลอบประโลมที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกเสียวซ่านจากการถูกรุมเร้าด้วยสัมผัสที่แตกต่างทั้งจากปากและทางด้านหลังทำให้ร่างกายของเหม่าเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
ไกรที่เฝ้ามองภาพความเสียวซ่านอยู่ครู่หนึ่งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาขยับตัวเข้ามานั่งลงที่อีกข้างของเหม่า มือหนาของเขาประคองศีรษะของเหม่าให้ละออกจากแกนกายของแกร่ง ก่อนจะนำควยที่แข็งขึงเต็มไปด้วยเส้นเลือดมาจ่อตรงหน้า
“เหม่า... มานี่สิ ของข้าก็อยากให้เอ็งดูแลเหมือนกันนะ”
เหม่าที่กำลังหอบหายใจถี่ด้วยความรัญจวนจากสัมผัสของทิดเข้มที่กระแทกกระทั้นอยู่ด้านหลัง จำต้องพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาละริมฝีปากจากแกร่งแล้วเปลี่ยนมาครอบครองแกนกายของไกรแทน ไกรยิ้มกริ่มอย่างพอใจ มือหนึ่งจับท้ายทอยเหม่าให้โยกศีรษะเข้าออกเป็นจังหวะตามความต้องการของเขา ในขณะที่แกร่งที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระก็นั่งมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบเค้นหัวนมของเหม่าเพื่อเป็นการกระตุ้น
ในขณะเดียวกัน ทางด้านล่างนั้น ทิดเข้มที่โหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อนเริ่มส่งสัญญาณว่าเขามาถึงเส้นขีดจำกัดแล้ว แรงกระแทกของเขาหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังรัวเร็วราวกับพายุที่ใกล้จะสลายตัว เหม่าที่ถูกรุมเร้าด้วยสัมผัสรอบทิศทางทั้งปากและช่องทางรักเริ่มครางออกมาไม่เป็นภาษา ร่างกายของเขาสั่นระริกไปตามแรงกระแทกของทิดเข้ม
“อื้อ อ๊ะ... เหม่า..... ข้า... จะ... จะแตกแล้ว”
ทิดเข้มคำรามลึกในลำคอด้วยความอัดอั้น ก่อนจะโถมสะโพกกระแทกเน้นๆ เข้าไปอีกสามครั้งรวด แล้วปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าสู่ช่องทางรักของเหม่าจนล้นทะลักออกมาตามง่ามขา น้ำรักไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนเสื่อไม้ไผ่เป็นทาง ทิดเข้มฟุบตัวลงกอดเหม่าไว้แน่น ร่างกายของทั้งคู่กระตุกเกร็งเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงหอบหายใจที่ดังระงมไปทั่วกระท่อม ทิ้งให้เหม่านอนสั่นระริกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์ที่ยังคงไม่ยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระจากห้วงอารมณ์นี้
เมื่อทิดเข้มถูกเอาออกไป พักร่างกายที่เพิ่งปลดปล่อยกามารมณ์ไปจนหมดสิ้น กระท่อมไม้ไผ่ที่เคยคึกคักก็กลับมาดุดันด้วยบรรยากาศของนักล่าที่เหลืออยู่ เบิ้ม ตำรวจหมู่บ้านร่างยักษ์ไม่รอช้า เขาจัดแจงจับร่างของเหม่าให้เปลี่ยนท่าเป็นคลานสี่ขาอยู่กลางเสื่อ มือหนาของเขาบีบสะโพกเหม่าจนเป็นรอยนิ้วก่อนจะจ่อควยอวบหนาที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเข้าสู่ช่องทางรักที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาสดๆ ร้อนๆ
“อึก... เบิ้ม... มัน... มันจุก”
เหม่าครางเสียงสั่น ร่างกายสั่นสะท้านไปถึงปลายเท้าเมื่อความหนาเตอะของเบิ้มครูดไถผ่านผนังช่องทางรักที่ฉ่ำไปด้วยน้ำรักของคนก่อนหน้า ความรู้สึกเหมือนโดนเติมเต็มจนแน่นตึงทำให้เหม่าต้องเชิดหน้าขึ้น กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด
ในจังหวะที่เบิ้มเริ่มกระแทกสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าแต่หนักหน่วง กล้าที่เห็นโอกาสก็ขยับตัวมาที่เบื้องหน้าของเหม่า เขาจัดการปลดปล่อยควยที่แข็งตึงออกมาแล้วยัดเข้าสู่โพรงปากของเหม่าทันที
“ไหน... ขอข้าพิสูจน์หน่อยสิว่าปากของเอ็งจะรับแรงกระแทกจากพวกข้าได้แค่ไหน”
เสียงจากทางด้านหลังของเบิ้มดังก้องประสานกับเสียงที่กล้ากระแทกสวนเข้าปากเหม่าอย่างเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่เบิ้มทิ้งน้ำหนักลงมาจนสุดโคน กล้ามเนื้อที่หลังและบั้นท้ายของเหม่าจะกระตุกเกร็งรับสัมผัสจนกล้าที่จดจ้องมองอยู่ต้องเร่งจังหวะปากให้เร้าใจขึ้นไปอีก
เหม่ารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกรุมทึ้งจากสองทิศทาง ทั้งทางบนและทางล่าง แรงกระแทกของเบิ้มนั้นรุนแรงจนหัวของเหม่าโยกคลอนตามจังหวะ ในขณะที่ปากของเขาก็ต้องโอบรัดความแข็งขึงของกล้าไว้ไม่ให้หลุดรอดไปไหน ความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านจากช่องทางรักแล่นสวนทางกับความเสียวในโพรงปากจนเหม่าต้องหลับตาแน่นปล่อยเสียงครางไม่เป็นภาษา
“ดี... แบบนั้นแหละเหม่า... รับของข้าไปให้หมด”
เบิ้มคำรามลึก เขาโหมสะโพกเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ภายในร่างเหม่าอย่างบ้าคลั่ง ความอวบหนาของเขาเสียดสีครูดไถผนังเนื้ออ่อนจนเหม่าครางกระเส่า
“อ๊า อะ... อื้ออ... เบิ้ม... อึก... กล้า... ข้า... ข้าจะตายแล้ว”
กล้าเองก็เริ่มทนไม่ไหว เขาจับท้ายทอยเหม่าไว้แน่นแล้วกระแทกควยเข้าใส่จนลึกสุดคอหอยสลับกับจังหวะของเบิ้ม เสียงเตียงไม้ไผ่สั่นลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสอดประสานกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสามคน เหม่าที่จมอยู่ในห้วงความเสียวซ่านถึงขีดสุดทำได้เพียงแอ่นกายรับสัมผัสอันป่าเถื่อนนี้อย่างจำนน
“อ๊า อ๊า ข้าแตกแล้วเหม่า โอ้วววววว”
“ข้าก็แตกเหมือนกัน ซี๊ดดดดดดดดดด”
บรรยากาศในกระท่อมไม้ไผ่ทวีความเร่าร้อนขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อไกรและแกร่งตัดสินใจเปลี่ยนท่าทางให้เหม่าได้รับสัมผัสที่ถึงใจยิ่งกว่าเดิม ไกรส่งสัญญาณให้แกร่งช่วยกันประคองร่างของเหม่าขึ้นมาในท่าอุ้มแตงโดยที่เหม่าถูกอุ้มลอยตัวขึ้นสูง สองขาเรียวถูกจับพาดไปบนเอวของไกร ทำให้ช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะเปิดอ้ากว้างรับความท้าทายอย่างเต็มที่
“เอ็งพร้อมรับพวกข้าพร้อมกันหรือยังเหม่า?”
ไกรกระซิบถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยตัณหาของเหม่า ก่อนที่เขาและแกร่งจะจัดตำแหน่งให้แกนกายที่แข็งขึงทั้งสองท่อนจ่อเข้าที่ปากทางรักพร้อมๆ กัน
“อ๊ะ... อื้อ... อ๊า”
เหม่าครางลั่นเมื่อส่วนหัวของควยยักษ์ทั้งสองแทรกซึมเข้าสู่ร่องรูของเขาในคราวเดียว ความแน่นหนาที่อัดแน่นจนผนังเนื้ออ่อนแทบจะปริแตกทำให้เหม่าต้องโอบกอดคอไกรไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายน้อยๆ ที่กำลังถูกเติมเต็มจนล้นทะลัก
เมื่อแกนกายของทั้งคู่หลอมรวมเข้าไปจนสุดโคนภายในร่างกายของเหม่า ท่าอุ้มแตงที่แน่นหนาทำให้น้ำหนักตัวของเหม่ากดทับลงมาตรงจุดเชื่อมต่อพอดี ไกรและแกร่งเริ่มโถมสะโพกเข้าใส่พร้อมกันเป็นจังหวะหนักหน่วง เสียงดังลั่นกระท่อมไม้ไผ่ไม่หยุดหย่อน แรงกระแทกจากการอุ้มรั้งทำให้ร่างกายของเหม่ากระดอนขึ้นลงไปตามแรงส่งของคนทั้งสอง
“อื้อออ ไกร... แกร่ง... มัน... มันลึกมาก ข้างใน... อ๊า”
เหม่าร้องเสียงหลง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกจังหวะที่ไกรและแกร่งกระแทกเข้าหาพร้อมกัน มันคือความรู้สึกที่อัดแน่นจนเหม่าแทบสิ้นสติ พลังงานดิบเถื่อนที่ถูกส่งผ่านจากแกนกายของชายทั้งสองที่เบียดเสียดกันอยู่ภายในช่องทางรักของเขาทำเอาความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนสมองขาวโพลน
ตั่บ ตั่บ ตั่บ ตั่บ
ไกรและแกร่งต่างคำรามลึกอยู่ในลำคอ สัมผัสภายในร่างกายของเหม่าร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยลาวา ทั้งคู่กอดรัดร่างของเหม่าในท่าอุ้มแตงไว้แน่น แรงกระแทกจังหวะสุดท้ายนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาด ทั้งสองคนเกร็งกล้ามเนื้อหลังและสะโพกจนปูดโปน ก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำรักอุ่นร้อนจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าสู่ภายในช่องทางรักของเหม่าพร้อมกันอย่างรุนแรง
“อ๊าซซซ..... แตกแล้วววว...... โอ้วววว”
น้ำสีขาวขุ่นข้นคลั่กถูกอัดฉีดลึกเข้าไปจนล้นทะลักออกมาตามง่ามขาของเหม่า หยาดน้ำเหล่านั้นไหลอาบไปตามเรียวขาและหยดลงบนพื้นเสื่อไม้ไผ่ที่เปียกชื้น เหม่าที่ถูกอุ้มลอยตัวอยู่นั้นเชิดหน้าขึ้น กรีดร้องครางระงมด้วยความสุขสมที่รุนแรงจนร่างบางสั่นระริกเหมือนโดนกระชากวิญญาณ ร่างกายของเขากระตุกเกร็งรับแรงกระแทกและน้ำรักที่ฉีดพ่นเข้ามาไม่ขาดสาย
“อ๊าาาา ไกร... แกร่ง... ข้า... ข้าจะไม่ไหวแล้ว... อื้อออ”
เสียงครางของเหม่าขาดห้วงไปพร้อมกับสติที่เริ่มเลือนลาง ไกรและแกร่งต่างฟุบหน้าลงกับลาดไหล่และซอกคอของเหม่า หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่ร่างของเหม่าจะค่อยๆ ถูกวางลงบนพื้นเสื่ออย่างแผ่วเบา ท่ามกลางหยาดน้ำรักที่ยังคงไหลรินออกมาจากจุดเชื่อมต่อที่เพิ่งคลายตัวออกอย่างช้าๆ
บรรยากาศภายในกระท่อมไม้ไผ่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งตัณหาที่รุนแรงและดิบเถื่อนที่สุด ร่างของกล้านอนเหยียดกายอยู่บนพื้นเสื่อ โดยมีเหม่านอนหงายทับอยู่เบื้องบน ในขณะที่แกนกายของกล้ายังคงเสียบคาอยู่ในช่องทางรักของเหม่าอย่างแน่นหนา กล้าใช้มือหนาจับเรียวขาของเหม่าฉีกแยกออกกว้างจนสุดแรง เผยให้เห็นร่องรักที่แดงก่ำและขยายตัวรับความใหญ่โตของกล้าได้อย่างพอดี
“อื้อ... ข้าเสียว... กล้าอย่าทำแบบนี้”
แต่ความหิวกระหายของชายทั้งห้ายังไม่สิ้นสุด เบิ้มขยับเข้ามาประจำการที่ด้านล่างของเหม่า เขาไม่รอช้าที่จะสวนแกนกายเข้าสู่งัดร่องก้นของเหม่าที่ถูกกล้าครอบครองอยู่ก่อนแล้ว เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วกระท่อม เสียงเนื้อกระทบกันรุนแรงผสานกับเสียงครางระงมซี้ดซาดของเหม่าที่ต้องรับแกนกายขนาดมหึมาถึงสองดุ้นในรูเดียวอีกครั้ง ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ทำให้เหม่าต้องเชิดหน้าขึ้น ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ศึกทางด้านล่างกำลังดุเดือด ทิดเข้มก็แทรกตัวเข้ามาทางด้านหน้า เขาจับศีรษะของเหม่าแล้วยัดแกนกายเข้าสู่โพรงปากของเหม่าอย่างบ้าคลั่ง เหม่าต้องรับหน้าที่ดูดกลืนความแข็งขึงของทิดเข้มไปพร้อมกับรับแรงกระแทกจากกล้าและเบิ้มทางด้านหลัง กลิ่นสาบหนุ่มและหยาดเหงื่ออบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าของทุกคนให้พุ่งถึงขีดสุด
“ควยเอ็งมาสีข้างในข้า... จนจะแตกแล้ววะกล้า เสียวมาก”
เบิ้มครางกะเส่า ไม่ต่างกับเหม่าที่สะบัดหน้าไปมา มองหน้าทิดเข้มที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เลื่อนลอย ความเสียวซ่านจากการถูกเบิ้มกระแทกสวนเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำเอาเหม่าแทบสิ้นสติ
“ซี๊ดดดดดดด”
ไม่นานนัก กล้าก็เกร็งตัวขึ้นก่อนจะระเบิดน้ำรักร้อนฉ่าพุ่งทะลักเข้าสู่ภายในร่างกายเหม่าจนเต็มท้อง เบิ้มไม่รอช้า เขาขยับสวนแทนที่ตำแหน่งของกล้าทันที จังหวะการกระแทกกระทั้นของเบิ้มนั้นดุดันและดิบเถื่อนมากกว่าเดิม แรงส่งมหาศาลทำให้เหม่าโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์
" .. โอ๊ยยย... ไม่ไหว... จะขาดใจ... อูยยยย... "
“...เอากับเอ็งทีไรเสียวจนขาสั่น.......โอ้วววว”
ชายทั้งห้าสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอย่างรวดเร็ว บ้างซอยเอวหนาเข้าสู่ร่องรัก บ้างประคองร่างเหม่าให้รับแรงกระแทกได้ถนัดขึ้น เสียงครางของเหม่าดังสลับกับเสียงซี้ดซาดของชายทั้งห้า ร่างบางที่นอนจมอยู่บนร่างของกล้าตอนนี้ตาลอย ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกครั้งที่ดุ้นควยของแต่ละคนเข้าออก มันคือการขูดรีดเอาความเสียวซ่านออกมาจนหมดสิ้น เหม่าระเบิดน้ำรักออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในขณะที่น้ำรักขุ่นขาวจากชายทั้งห้าก็พุ่งทะลักเข้าสู่ภายในจนล้นปรี่ออกมาจากรูรักที่สั่นระริก
“อ๊า อ๊า อ๊า”
กลิ่นคาวกามและความร้อนจากร่างกายที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ทำให้บรรยากาศดูหนักอึ้ง ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนนอนแผ่หลาอยู่รายรอบตัวเหม่า บางคนยังคงหอบหายใจแรง บางคนเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนเพลียที่แลกมาด้วยความสะใจ
เหม่านอนนิ่งอยู่ตรงกลาง ร่างกายที่เคยแข็งแรงบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำและคราบน้ำรักที่แห้งกรังบ้างยังฉ่ำเยิ้มบ้างทั่วผิวกาย เขารู้สึกถึงความระบมที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัวราวกับกระดูกแต่ละชิ้นกำลังจะหลุดออกจากกัน แต่เหนือความเจ็บปวดเหล่านั้น คือความรู้สึกโหวงเหวงในช่องท้องที่ค่อยๆ ขยายตัวขึ้น ความเงียบที่เข้ามาเยือนเริ่มทำให้เสียงหัวใจของเขาเต้นช้าลงเรื่อยๆ จนแทบไม่ได้ยิน
สติของเหม่าเริ่มพร่าเลือน ภาพบรรยากาศในกระท่อมที่สลัวรางด้วยแสงตะเกียงเริ่มบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำละลาย สีสันของผนังไม้ไผ่ ความมืดมิดในมุมห้อง และมัดกล้ามเนื้อของชายทั้งห้าที่นอนระเกะระกะอยู่รอบข้างเริ่มหลอมรวมกลายเป็นสีดำสนิทที่แผ่ขยายเข้ามากลืนกินทุกอย่างที่เขามองเห็น
เขารู้สึกเหมือนวิญญาณค่อยๆ ลอยหลุดออกจากร่างที่เปรอะเปื้อน ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเบาหวิวที่ชวนให้วูบดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด มันไม่ใช่ความตาย แต่มันคือการเดินทางเข้าสู่เขตแดนที่ลี้ลับยิ่งกว่ามิติที่เขารู้จัก ความทรงจำทั้งหมดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เริ่มเรียงร้อยเป็นเส้นใยสีทองที่นำทางเขาไปสู่ประตูแห่งความฝันที่รออยู่เบื้องหน้า
"ในที่สุด... ก็ถึงเวลาของข้าเสียที"
เหม่าพึมพำกับตัวเองในความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมรอบกาย เขารับรู้ได้ว่าทุกสิ่งที่ทำไปมิใช่เพียงแค่การรวบรวมขุมกำลังหรือการเสพสุข แต่มันคือการตระเตรียมเงื่อนไขบางอย่างให้ครบถ้วน เพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านประตูแห่งมิติที่เขารอคอยมาตลอด ท่ามกลางความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุดนั้น เหม่าไม่ได้รู้สึกกลัว แต่กลับรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความหวัง เพราะเขารู้ดีว่าเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โลกที่เขาจะพบจะไม่ใช่โลกใบเดิมที่เขารู้จักอีกต่อไป
. .
.
.
. โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านจบแล้วฝากให้คะแนน พลังน้ำใจ ด้วยหน่อยนะครับ
คนละเล็กคนละน้อย เป็นกำลังใจให้นักเขียนมีแรงในการเขียนนิยายตอนต่อไปครับ
|