ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 19|ตอบกลับ: 1

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.10

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
324
ตอบกลับ
116
พลังน้ำใจ
13935
Zenny
46356
ออนไลน์
5398 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน




สามวันก่อนวันแสดงจริง โรงซ้อมคณะเชิดสิงโตยังคงเปิดไฟสว่างจ้าแม้เวลาจะล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว


อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลตรุษจีน งานที่สมาคมการค้าจ้างคณะของธามไปแสดงในปีนี้ถือเป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาได้รับมาในรอบหลายเดือน แม้ค่าจ้างจะไม่ได้สูงเท่าคณะดัง ๆ แต่สำหรับคณะที่กำลังประคองตัวให้อยู่รอดอย่างพวกเขา เงินก้อนนี้สำคัญไม่น้อย


และที่สำคัญกว่านั้น ธามรับปากทางสมาคมเอาไว้แล้วว่าจะส่งสิงโตลงแสดงหนึ่งตัว


ปัญหาก็คือเท้าหน้าของเขาเพิ่งหัดเชิดได้ไม่กี่วัน


“ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!”


เสียงกลองหนังวัวดังสะท้อนผนังเก่า ๆ ตามด้วยเสียงฉาบที่กระทบกันเป็นจังหวะ ฉินซึ่งอยู่ใต้หัวสิงโตพยายามก้าวเท้าให้ตรงกับเสียงกลอง ขณะที่ธามรับหน้าที่เท้าหลัง คอยประคองจังหวะและน้ำหนักอยู่ด้านหลัง


“ซ้าย!”


“ครับ!”


“ย่อ!”


“ครับ!”


“อย่าเงยหัวสูงเกิน!”


“ครับเฮีย!”


หัวสิงโตสีแดงทองโยกไปทางซ้าย ก่อนจะสะบัดกลับมาทางขวาอย่างคล่องแคล่วกว่าเมื่อหลายวันก่อนมาก


เปาที่นั่งอยู่หลังกลองเหลือบมองอย่างพอใจ


“เออ ดีขึ้นเยอะเลยฉิน!”


เด็กหนุ่มได้ยินก็ยิ่งฮึกเหิม รีบขยับเท้าตามจังหวะถัดไป แต่พอเสียงกลองเร่งขึ้นอีกนิด ขาข้างหนึ่งกลับก้าวผิดตำแหน่งจนเสียหลัก


“เฮ้ย!”


ธามรีบคว้าเอวคนข้างหน้าไว้ทัน ก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงไปกองกับพื้น


“กูบอกกี่รอบแล้วว่าอย่ารีบ!”


เสียงดุ ๆ ดังลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมสิงโต


“ขอโทษครับเฮีย!”


“มึงฟังกลอง ไม่ใช่เดาเอาว่ามันจะตีตอนไหน”


“ครับ!”


“เอาใหม่!”


เปายกไม้กลองขึ้นอีกครั้ง ก่อนหยุดเมื่อเห็นธามเงยหน้ามอง


“พักก่อนเถอะเฮีย”


“ยัง”


“นี่เกือบสี่ทุ่มแล้วนะ”


“กูรู้”


“รู้แล้วก็พักบ้าง ดูน้องมันก่อน”


ธามชะงัก ก่อนก้มมองคนที่ยังยืนอยู่ใต้หัวสิงโต


ฉินหอบหายใจจนไหล่กระเพื่อม เสื้อยืดด้านในเปียกเหงื่อแทบทั้งตัว แต่พอรู้ว่าถูกมอง เจ้าตัวกลับรีบยืดหลังตรง


“ผมไหวครับ!”


ธามขมวดคิ้ว


“กูยังไม่ได้ถาม”


“ก็เผื่อเฮียจะถาม”


“ไอ้ฉิน”


เด็กหนุ่มหัวเราะแห้ง ๆ


ธามถอนหายใจ ก่อนช่วยยกหัวสิงโตออกจากตัวอีกฝ่ายแล้วนำไปวางบนขาตั้ง


“พักสิบห้านาที”


“ครับ!”


ฉินตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนเดินไปทรุดตัวลงบนโต๊ะม้าข้างพัดลมทันที


“โอ๊ย... ขาผมจะหลุดแล้ว”


เปาหัวเราะพลางเดินเข้ามาส่งขวดน้ำให้


“เมื่อกี้ยังบอกว่าไหวอยู่เลย”


“ก็ไหวจริง ๆ นะ” ฉินรับน้ำมาดื่มอึกใหญ่ “แค่ขามันไม่ค่อยเห็นด้วย”


“ปากเก่ง”


ธามพูดขณะเดินตามมาสมทบ ก่อนโยนผ้าขนหนูผืนเล็กลงบนตักเด็กหนุ่ม


“เช็ดเหงื่อด้วย เดี๋ยวไม่สบาย”


“ขอบคุณครับเฮีย!”


ฉินหยิบผ้าขึ้นซับหน้าซับตาอย่างว่าง่าย


เปามองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม ก่อนเหลือบไปยังนาฬิกาแขวนผนัง


“เฮียเฟย แล้วคืนนี้จะเอายังไงต่อ”


“อีกสองรอบ”


“สองรอบ?”


“เออ ซ้อมท่าจบให้มันแม่นก่อน”


ฉินที่กำลังดื่มน้ำรีบเงยหน้า


“ผมซ้อมได้ครับ!”


“กูไม่ได้ถามมึง”


“แต่ผมอยากซ้อมให้ได้ก่อนวันงานนี่ครับ”


ธามมองใบหน้าจริงจังของเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ


“เออ แต่ถ้ามึงเริ่มไม่ไหวต้องบอก อย่าฝืน”


“รับทราบครับ!”


เปาส่ายหน้าขำ ๆ


“สองคนนี้นี่นะ...”


หลังพักจนหายเหนื่อย ทั้งสามก็กลับมาซ้อมกันต่อ


คราวนี้ธามลดความเร็วลงเล็กน้อย ให้ฉินค่อย ๆ จับจังหวะทีละช่วง ตั้งแต่การย่อขา สะบัดหัวสิงโต ไปจนถึงท่าคำนับปิดท้ายการแสดง


เสียงกลองดังขึ้นอีกครั้ง


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


ฉินขยับเท้าตามจังหวะอย่างตั้งใจ หัวสิงโตโยกซ้ายขวาก่อนก้มลงต่ำ แล้วสะบัดขึ้นพร้อมเสียงฉาบดังสนั่น


เมื่อจังหวะสุดท้ายสิ้นสุดลง เด็กหนุ่มก็ยืนนิ่งอยู่ใต้หัวสิงโตครู่หนึ่ง ก่อนรีบเปิดผ้าคลุมออก


“เฮีย!”


ธามหันมอง


“ผมทำถูกไหม!”


ชายหนุ่มมองตำแหน่งเท้าของฉิน ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย


“เออ รอบนี้ดี”


“จริงเหรอครับ!”


“เออ”


ฉินยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนหันไปหาเปาที่นั่งอยู่หลังกลอง


“เปา! เราทำได้แล้ว!”


“เห็นแล้ว เก่งมาก!”


เปายกนิ้วโป้งให้ ก่อนหันไปมองธามที่กำลังเก็บหัวสิงโต


“เฮียเฟยชมด้วยนะเนี่ย หายากมาก”


“มึงอยากตีกลองต่ออีกชั่วโมงไหม”


“ไม่ครับ!”


เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนธามจะเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง


ห้าทุ่มกว่าแล้ว


“พอแค่นี้”


ฉินหันขวับ


“อ้าว ไม่ซ้อมต่อแล้วเหรอครับ”


“มึงจะซ้อมยันเช้าหรือไง”


“ก็ถ้าเฮียไหว...”


“กูไหว แต่มึงต้องพัก”


ธามตอบก่อนเดินไปปิดพัดลมตัวหนึ่ง


“ไปเก็บของ”


ฉินรับคำ ก่อนเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางไว้ข้างโต๊ะม้า ระหว่างนั้นก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเวลา


“อ้าว!”


“อะไรอีก”


“รถเมล์หมดแล้วครับ”


เปาหันมามองทันที


“นายกลับหอยังไงปกติ”


“รถเมล์ครับ แต่เวลานี้คงต้องเรียกรถเอา”


ฉินก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นค่าโดยสาร


“โห... แพงจัง”


ธามที่กำลังม้วนผ้าคลุมสิงโตอยู่ชะงักมือ


“เท่าไหร่”


ฉินบอกจำนวนเงินให้ฟัง ก่อนยิ้มแห้ง ๆ


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเรียกก็ได้”


“มึงจะเสียเงินทำไม”


“อ้าว แล้วจะให้ผมเดินกลับเหรอครับ”


“นอนนี่”


ฉินเงยหน้าขึ้นทันที


“หือ?”


ธามหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย


“กูบอกให้นอนนี่”


“ที่โรงซ้อมเหรอครับ”


“เออ”


“นอนตรงไหน”


“บ้านกูอยู่หลังโรงซ้อม มึงลืมแล้วหรือไง”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปมองประตูด้านหลังที่เชื่อมกับตัวบ้านเก่า


“อ๋อ...”


ธามถอนหายใจ


“มึงจะกลับก็เรื่องของมึง แต่ถ้าพรุ่งนี้ต้องมาซ้อมอีก กูไม่เห็นความจำเป็นที่มึงต้องเสียค่ารถไปกลับให้เปลือง”


“แล้วอาม่าจะว่าไหมครับ”


“อาม่ากูจะว่าทำไม”


“ก็ผมไปนอนบ้านเฮียนี่นา”


“กูเป็นคนชวน”


“อ๋อ...”


ฉินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้าง


“งั้นผมนอนครับ!”


เปาที่กำลังเก็บไม้กลองอยู่ใกล้ ๆ หันมามองทันที


“ตัดสินใจง่ายจังนะเรา”


“ก็ประหยัดค่ารถได้ตั้งเยอะนี่”


ฉินตอบอย่างซื่อตรง ก่อนหันกลับไปหาธาม


“แล้วผมต้องเอาหมอนมาจากไหนครับเฮีย”


“กูมี”


“ผ้าห่มล่ะ”


“มี”


“ที่นอน?”


“มี!”


“แปรงสีฟัน?”


ธามหันขวับ


“มึงจะถามให้ครบทั้งบ้านเลยไหม!”


ฉินหัวเราะลั่น


“ก็ผมไม่เคยนอนบ้านเฮียนี่ครับ!”


เปาหลุดหัวเราะตาม ก่อนยกไม้กลองขึ้นพาดบ่า


“งั้นเปากลับก่อนนะเฮีย พรุ่งนี้เจอกัน”


“เออ ขับรถดี ๆ”


“ครับผม”


เปาหันมาทางฉิน ก่อนยิ้มอย่างมีเลศนัย


“คืนนี้ก็นอนหลับฝันดีนะฉิน”


“ครับ! เปาก็เหมือนกัน!”


ฉินโบกมือให้โดยไม่คิดอะไร ต่างจากธามที่ปรายตามองลูกพี่ลูกน้องอย่างรู้ทัน


“มึงจะกลับก็รีบกลับ”


“ครับ ๆ ไม่กวนแล้วครับ!”


เปาหัวเราะก่อนเดินออกจากโรงซ้อมไป


เมื่อเสียงรถจักรยานยนต์ของเปาค่อย ๆ ห่างออกไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมโรงซ้อมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงพัดลมตัวเก่าที่หมุนเอื่อย ๆ อยู่ตรงมุมห้อง


ธามเดินไปปิดไฟบริเวณลานซ้อม ก่อนหันมาเรียกเด็กหนุ่มที่ยังยืนกอดกระเป๋าเป้อยู่


“ไอ้ฉิน”


“ครับ!”


“ตามมา”


“ไปไหนครับ”


“ไปนอน”


ฉินรีบเดินตามทันที ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส


“เฮียครับ”


“อะไร”


“อาม่าหลับหรือยัง”


“น่าจะหลับแล้ว”


“งั้นพรุ่งนี้ผมตื่นมาช่วยอาม่าทำกับข้าวได้ไหม”


ธามเหลือบมอง


“มึงตื่นให้ทันก่อนเถอะ”


“โห เฮียดูถูกผมอีกแล้ว”


“กูพูดตามความจริง”


“พรุ่งนี้ผมจะตื่นก่อนเฮียเลย คอยดู!”


“เออ กูจะคอยดู”


ธามแค่นหัวเราะ ก่อนผลักประตูไม้ที่เชื่อมเข้าสู่ตัวบ้าน โดยมีฉินเดินตามมาติด ๆ


ตัวบ้านเป็นตึกแถวเก่าแก่ที่อยู่ติดกับโรงซ้อม ภายในยังคงสภาพเดิมไว้เกือบทั้งหมด ทั้งพื้นกระเบื้องลายโบราณ ตู้ไม้สีเข้ม และภาพถ่ายครอบครัวที่แขวนเรียงอยู่ตามผนัง กลิ่นธูปจาง ๆ จากหิ้งบูชาหน้าบ้านลอยปะปนกับกลิ่นไม้เก่า ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด


ฉินเดินตามธามผ่านห้องโถงเล็ก ๆ ก่อนมาหยุดตรงเชิงบันไดไม้ที่ทอดขึ้นไปยังชั้นสอง


“ห้องเฮียอยู่ข้างบนเหรอครับ”


“เออ เดินเบา ๆ หน่อย อาม่าหลับแล้ว”


“ครับ”


เด็กหนุ่มลดเสียงลงทันที ก่อนค่อย ๆ ก้าวตามขึ้นบันได


เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ทางเดินค่อนข้างแคบ มีหน้าต่างบานเกล็ดไม้เปิดรับลมจากด้านนอก แสงไฟสีเหลืองนวลจากหลอดไฟเหนือศีรษะส่องให้เห็นภาพถ่ายเก่า ๆ ที่แขวนอยู่ตามผนัง บางภาพเป็นรูปคณะเชิดสิงโตในชุดสีแดงสด บางภาพเป็นภาพเด็กชายตัวเล็กยืนอยู่ข้างหัวสิงโตที่ใหญ่เกือบเท่าตัว


ฉินชะงักมองภาพหนึ่ง ก่อนชี้นิ้วอย่างตื่นเต้น


“เฮีย นี่เฮียตอนเด็กเหรอครับ”


ธามเหลือบมองตาม


“เออ”


“โห น่ารักจัง!”


“เดินไปได้แล้ว”


“เดี๋ยวสิครับ ผมยังดูไม่เสร็จเลย”


“พรุ่งนี้ค่อยมาดู ตอนนี้กูง่วง”


ฉินหัวเราะ ก่อนรีบเดินตามร่างสูงที่มุ่งหน้าไปยังห้องด้านในสุดของทางเดิน


ธามหยุดหน้าประตูไม้บานหนึ่ง หยิบกุญแจออกมาไข ก่อนผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วเอื้อมมือเปิดไฟให้สว่าง


ห้องของเขาไม่ได้กว้างขวางนัก มีเตียงไม้ขนาดห้าฟุตตั้งชิดผนัง ตู้เสื้อผ้าเก่าอยู่ตรงมุมห้อง และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยสมุดบัญชีของคณะเชิดสิงโต ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบจนฉินอดกวาดตามองด้วยความสนใจไม่ได้


ธามเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นออกมาส่งให้


“เอาไปเปลี่ยน”


ฉินรับมาถือ ก่อนคลี่เสื้อออกดู


“โห ตัวใหญ่จังเฮีย”


“กูมีอยู่เท่านี้ มึงจะใส่ไหม”


“ใส่ครับ ๆ”


เด็กหนุ่มรีบกอดเสื้อผ้าไว้กับอก ก่อนเงยหน้าขึ้นถาม


“แล้วห้องน้ำอยู่ไหนครับ”


“ออกไปเลี้ยวซ้าย ห้องแรก”


“ครับผม!”


“เดี๋ยว”


ฉินชะงักเท้าที่กำลังจะเดินออกจากห้อง


“ครับ?”


ธามหยิบผ้าขนหนูสะอาดจากชั้นในตู้โยนให้


“เอาไปด้วย แล้วอาบน้ำให้สะอาด เหงื่อมึงเหม็นจะตายห่า”


ฉินรับผ้าไว้ได้ทัน ก่อนย่นจมูก


“โห เฮีย ผมเพิ่งซ้อมเสร็จนะ”


“เออ กูรู้”


“เฮียก็เหม็นเหมือนกันแหละ”


“มึงว่าไงนะ”


“เปล่าครับ!”


ฉินหัวเราะแล้วรีบเผ่นออกจากห้อง ก่อนเสียงฝีเท้าจะค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเดิน


ธามส่ายหน้าอย่างระอา


ไอ้เด็กนี่มันพูดมากได้ทุกสถานการณ์จริง ๆ


เขาหันกลับมาจัดการเก็บสมุดบัญชีบนโต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนหยิบหมอนอีกใบออกมาจากตู้


ปกติเตียงนี้มีเขานอนอยู่คนเดียวมาตลอด ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่ก็น่าจะพอให้ผู้ชายสองคนนอนได้โดยไม่ต้องเบียดกันมาก


ธามวางหมอนลงอีกฝั่ง ก่อนหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง


ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องมานั่งจัดที่นอนให้ไอ้เด็กที่เพิ่งเข้าคณะได้ไม่กี่วัน


แต่ในเมื่อเป็นคนชวนมันค้างเอง จะปล่อยให้นอนพื้นก็กระไรอยู่


ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนหยิบเสื้อผ้าของตัวเองเตรียมไว้บ้าง


ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้ง


ก๊อก ก๊อก


“เฮียครับ”


“เข้ามา”


ประตูถูกแง้มออก ก่อนฉินจะโผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม


“ผมอาบเสร็จแล้ว!”


ธามเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย


เสื้อยืดสีดำของเขาที่ปกติใส่พอดีตัว กลับหลวมโคร่งเมื่ออยู่บนร่างฉิน ชายเสื้อยาวลงมาเกือบถึงกลางต้นขา ส่วนกางเกงขาสั้นก็ต้องรูดเชือกผูกเอวแน่นจนผ้าย่นเป็นกระจุก


ผมสีดำที่เพิ่งสระยังเปียกชื้น ปลายผมบางส่วนลู่ติดหน้าผาก ใบหน้าขาวสะอาดหลังอาบน้ำทำให้เด็กหนุ่มดูอ่อนวัยลงไปอีก


“เฮีย”


“...”


“เฮียธาม?”


“อะไร”


“เสื้อเฮียตัวใหญ่จัง”


ฉินพูดพลางดึงชายเสื้อออกให้ดู


“เหมือนผมขโมยเสื้อพ่อมาใส่เลย”


ธามหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ


“ก็ตัวมึงเล็กเอง”


“ผมไม่ได้เล็กขนาดนั้นนะครับ!”


“เออ ไม่เล็ก”


“เฮียพูดเหมือนไม่เชื่อเลย”


“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง”


ฉินทำหน้างอ ก่อนเดินไปหยุดข้างเตียง


“แล้วผมนอนตรงไหนครับ”


ธามพยักพเยิดไปยังหมอนอีกใบที่วางอยู่


“ตรงนั้น”


ฉินมองตาม ก่อนหันกลับมามองเจ้าของห้องอีกครั้ง


“บนเตียงเหรอครับ”


“เออ”


“แล้วเฮียล่ะ”


“ก็นอนเตียง”


เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ


“นอนด้วยกันเหรอครับ”


ธามเงยหน้าขึ้นทันที


“แล้วมึงจะให้กูไปนอนที่ไหน”


“เปล่าครับ ผมนึกว่าเฮียจะให้ผมนอนพื้น”


“จะนอนพื้นทำไม”


“แต่ว่า...”


“ผู้ชายด้วยกัน มึงจะคิดมากอะไรนักหนา”


ธามพูดหน้าตาเฉย ก่อนหยิบผ้าขนหนูพาดบ่า


“นอนไปเถอะ เตียงกูไม่ได้เล็กขนาดนั้น”


ฉินมองเตียงอีกครั้ง ก่อนพยักหน้า


“ก็ได้ครับ”


“เออ”


“แต่ถ้าผมนอนดิ้น เฮียถีบผมได้นะ”


ธามหันขวับ


“มึงนอนดิ้น?”


“นิดหน่อยครับ”


“นิดหน่อยแค่ไหน”


“ก็... ไม่รู้เหมือนกัน”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะดังลั่นห้องทันที


ธามส่ายหน้าก่อนเดินออกไปอาบน้ำ ทิ้งให้เด็กหนุ่มยืนหัวเราะอยู่คนเดียว


เมื่อประตูปิดลง ฉินจึงค่อย ๆ เดินไปนั่งบนขอบเตียง


ที่นอนนุ่มกว่าที่คิด ผ้าปูสีเทาเรียบตึงจนแทบไม่มีรอยยับ กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ติดอยู่บนปลอกหมอน


ฉินก้มมองเสื้อยืดสีดำที่ตัวเองสวมอยู่ ก่อนลองยกแขนขึ้นดูอีกครั้ง


หลวมจริง ๆ ด้วย


แต่ก็ใส่สบายดี


เด็กหนุ่มยิ้มกับตัวเอง ก่อนเอนหลังลงบนที่นอนอย่างหมดแรง


วันนี้ซ้อมหนักเสียจนปวดไปทั้งตัว พอได้สัมผัสเตียงนุ่ม ๆ เปลือกตาก็เริ่มหนักขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง


ธามเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่า เขาสวมเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงนอนขายาว ผมที่เพิ่งสระยังเปียกหมาด ๆ


“ไอ้ฉิน”


ไม่มีเสียงตอบ


ธามเหลือบมองเตียง ก่อนพบว่าเด็กหนุ่มนอนแผ่หลาอยู่กลางที่นอนเสียแล้ว


“ไอ้ฉิน”


“อื้อ...”


“ขยับไปหน่อย”


ฉินลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนรีบยันตัวลุก


“อ้าว เฮียอาบเสร็จแล้วเหรอครับ”


“เออ”


“ขอโทษครับ ผมเผลอหลับ”


เด็กหนุ่มรีบขยับไปชิดอีกฝั่ง ก่อนตบที่นอนข้างตัวเบา ๆ


“เฮียนอนเลยครับ”


ธามมองท่าทางนั้นแล้วขมวดคิ้ว


“มึงเป็นเจ้าของห้องหรือไง”


“ก็ผมเชิญเฮียนอนนี่ครับ”


“ห้องกู เตียงกู”


“ครับ ๆ เตียงเฮียครับ”


ฉินหัวเราะ ก่อนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง


ธามปิดไฟดวงใหญ่ เหลือเพียงโคมไฟเล็กตรงหัวเตียง ก่อนเดินมานั่งลงอีกฝั่ง


ฟูกยุบตัวเล็กน้อยตามน้ำหนักของเขา


ฉินซึ่งกำลังนอนตะแคงหันหน้าเข้ามาพอดี จึงได้เห็นธามในระยะใกล้กว่าทุกครั้ง


ปกติเวลาอยู่โรงซ้อม อีกฝ่ายมักสวมเสื้อยืดตัวเก่ากับกางเกงวอร์ม ผมยุ่งเพราะเหงื่อ ใบหน้าก็ดุอยู่เป็นนิจ


แต่ตอนนี้ธามเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมสีดำยังชื้นเล็กน้อย แสงไฟสีอุ่นข้างเตียงทำให้เห็นสันกรามคมชัด และกล้ามเนื้อช่วงไหล่ที่โผล่พ้นเสื้อกล้ามออกมา


ฉินมองอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่รู้ตัว


“มองอะไร”


เสียงทุ้มดังขึ้นกะทันหัน


เด็กหนุ่มสะดุ้งนิดหนึ่ง


“เปล่าครับ!”


“แล้วมึงจ้องกูทำไม”


“ก็...”


ฉินเม้มปาก ก่อนตอบตามตรง


“เฮียดูไม่เหมือนตอนอยู่โรงซ้อมเลย”


ธามเลิกคิ้ว


“ยังไง”


“ก็ดูใจดีกว่า”


“กูใจดีตรงไหน”


“ไม่รู้สิครับ”


ฉินหัวเราะเบา ๆ


“แต่ตอนเฮียไม่ทำหน้าดุ ดูใจดีมากเลย”


ธามนิ่งไปชั่วขณะ


“มึงง่วงแล้วก็หลับไป”


“ครับ ๆ”


ฉินยิ้ม ก่อนพลิกตัวกลับไปนอนหงาย


ธามเอื้อมมือปิดโคมไฟข้างเตียง ความมืดเข้าปกคลุมห้อง เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าต่างที่ลอดผ่านม่านเข้ามา


เสียงพัดลมหมุนเบา ๆ อยู่ตรงมุมห้อง


ทั้งคู่เงียบไปพักหนึ่ง


ก่อนเสียงของฉินจะดังขึ้นอีกครั้ง


“เฮียครับ”


“อะไร”


“ขอบคุณนะครับ”


“เรื่องอะไรอีก”


“ก็ที่ให้ผมนอนด้วย”


ธามถอนหายใจ


“เออ”


“แล้วก็เรื่องรองเท้า เรื่องข้าว เรื่องที่สอนผมเชิดสิงโตด้วย”


“มึงจะขอบคุณให้ครบทุกเรื่องเลยหรือไง”


“ก็เฮียใจดีกับผมนี่ครับ”


คำพูดนั้นทำให้ธามเงียบไป


ฉินหันหน้ามาทางเขาอีกครั้ง แม้ในความมืดจะมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนัก


“ผมดีใจนะที่ได้มาทำงานที่นี่”


ธามนอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา


“เออ กูก็ดีใจ”


“หือ?”


“กูบอกให้มึงนอนได้แล้ว”


“เมื่อกี้เฮียพูดว่าอะไรนะครับ”


“ไม่ได้พูด”


“ผมได้ยินนะ”


“มึงหูฝาด”


ฉินหัวเราะคิกคัก ก่อนขยับตัวกลับไปนอนดี ๆ


แต่เพราะเตียงไม่ได้กว้างมากนัก พอพลิกตัวอีกครั้ง ข้อศอกของเด็กหนุ่มจึงเผลอไปกระทบแขนธามเข้าอย่างจัง


“อ๊ะ ขอโทษครับ!”


“มึงจะดิ้นอะไรนักหนา”


“ผมหาท่านอนอยู่ครับ”


“นอนเฉย ๆ ไม่เป็นหรือไง”


“ก็แขนเฮียอยู่ตรงนี้นี่ครับ”


“แขนกูก็อยู่ของกู”


ฉินหัวเราะ ก่อนพยายามขยับหนีไปอีกนิด ทว่าคราวนี้กลับเกือบตกขอบเตียงเสียเอง


“เฮ้ย!”


ธามรีบคว้าต้นแขนเด็กหนุ่มไว้แล้วดึงกลับเข้ามา


แรงดึงนั้นทำให้ฉินเสียหลักพลิกตัวเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว


หน้าผากของเขาเกือบชนปลายคางธาม


ทั้งคู่ชะงักพร้อมกัน


ใกล้เกินไปแล้ว


ฉินได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากตัวคนตรงหน้า ขณะที่ฝ่ามือใหญ่ของธามยังคงจับต้นแขนเขาเอาไว้


หัวใจเด็กหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด


ทั้งที่ตอนซ้อมเชิดสิงโต ธามก็เคยจับแขน จับไหล่ หรือแม้แต่ประคองเอวเขามาแล้วตั้งหลายครั้ง


แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกไม่เหมือนกัน


“จะตกเตียงอยู่แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก”


เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู


ฉินรีบเงยหน้ามอง


“ขะ... ขอบคุณครับ”


ธามเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าจับแขนอีกฝ่ายอยู่นานเกินไป จึงค่อย ๆ คลายมือออก


“นอนตรงนี้แหละ ไม่ต้องขยับแล้ว”


“ครับ...”


ฉินตอบเสียงเบากว่าปกติ


ธามพลิกตัวกลับไปนอนหงาย ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงเอว


“หลับได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”


“ครับเฮีย”


ความเงียบกลับมาอีกครั้ง


ฉินนอนนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นแตะต้นแขนข้างที่เพิ่งถูกจับเบา ๆ


แปลกจัง


ทำไมหัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย


เด็กหนุ่มแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ ในความมืด


ธามหลับตาไปแล้ว ใบหน้าคมดูผ่อนคลายกว่าตอนกลางวันมาก


ฉินจึงค่อย ๆ พลิกตัวหันไปอีกทาง ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนถึงคาง


ส่วนธามที่นอนอยู่ด้านหลังกลับยังไม่ได้หลับอย่างที่อีกฝ่ายคิด


เขาลืมตาขึ้นมองเพดาน ก่อนเหลือบไปยังแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบเดียว


เมื่อครู่เขาแค่กลัวไอ้เด็กนี่จะตกเตียง


ก็เลยคว้าไว้


แค่นั้นเอง


ธามขมวดคิ้วกับความคิดตัวเอง ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง


ผู้ชายด้วยกัน จะคิดมากทำไมวะ


แต่คืนนั้นกว่าธามจะข่มตาหลับได้ ก็ใช้เวลานานกว่าทุกคืนอยู่ไม่น้อย










แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องว่างระหว่างผ้าม่านสีหม่นเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ลำแสงสีทองอ่อนทอดยาวจากขอบหน้าต่างลงบนพื้นไม้ ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนมาถึงปลายเตียงที่มีร่างของชายหนุ่มสองคนนอนเบียดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียว


เสียงนกกระจอกเจื้อยแจ้วอยู่บนชายคา เคล้ากับเสียงรถเข็นขายโจ๊กที่ดังแว่วมาจากปากตรอก


ธามรู้สึกตัวก่อนตามความเคยชิน


ปกติเขาเป็นคนตื่นเช้า ต่อให้เมื่อคืนซ้อมหนักจนดึกดื่น ร่างกายก็มักจะปลุกตัวเองขึ้นมาในเวลาเดิมเสมอ


แต่เช้านี้กลับมีบางอย่างผิดปกติ


หนักแขน


แถมยังอุ่นผิดธรรมดา


ชายหนุ่มขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนก้มลงมอง แล้วก็พบว่าตัวเองกำลังนอนกอดใครบางคนอยู่เต็มสองแขน


ไอ้ฉิน


เด็กหนุ่มที่เมื่อคืนยังนอนอยู่คนละฝั่งของเตียง บัดนี้กลับซุกตัวอยู่ในอ้อมอกเขาเสียอย่างนั้น ใบหน้าขาวแนบอยู่ตรงแผ่นอก แขนข้างหนึ่งพาดผ่านเอว ส่วนขาเรียวยาวก็เกี่ยวทับต้นขาของเขาไว้อย่างไม่เกรงใจเจ้าของเตียงแม้แต่น้อย


ที่สำคัญ...


แขนของธามเองก็กอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้แน่นไม่แพ้กัน


“...”


นี่มันอะไรกันวะ


ธามนิ่งค้างอยู่หลายวินาที


เมื่อคืนก่อนนอนยังอุตส่าห์แบ่งพื้นที่กันอย่างดี ใครจะคิดว่าพอตื่นขึ้นมาจะกลายเป็นสภาพนี้ได้


เขาลองขยับแขนออกเล็กน้อย


ทว่าเด็กหนุ่มในอ้อมกอดกลับส่งเสียงงึมงำ ก่อนขยับตัวเข้ามาซุกใกล้กว่าเดิม


“อื้อ...”


ปลายจมูกโด่งเล็กถูไถกับเสื้อยืดของเขาอย่างหาที่สบาย ก่อนเจ้าตัวจะนิ่งไปอีกครั้ง


ธามถึงกับกลั้นหายใจ


“ไอ้ฉิน...”


เขาเรียกเสียงเบา


ไม่มีคำตอบ


มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่ยังหลับสนิท


ธามถอนหายใจออกมาช้า ๆ ตั้งใจจะปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น แต่พอก้มลงมองใบหน้าที่อยู่ห่างจากตัวเองไม่ถึงคืบ คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ในลำคอเสียอย่างนั้น


แสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบเสี้ยวหน้าของฉินพอดี


พอได้มองใกล้ ๆ แบบนี้ ธามถึงเพิ่งสังเกตว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดีไม่น้อยเลย


ผิวขาวสะอาดละเอียดจนแทบมองไม่เห็นรอยสิว ขนตายาวเป็นแพทอดอยู่เหนือแก้ม จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีระเรื่อที่เผยอออกนิด ๆ ยามหลับ


แม้แต่ปลายนิ้วที่วางอยู่บนเอวเขาก็ยังเรียวสวย เล็บตัดสั้นสะอาด ไม่มีคราบดำฝังอยู่ตามซอกเหมือนมือของคนที่คลุกคลีกับงานช่างมาตลอดอย่างเขา


ธามเผลอมองอยู่นาน


หน้าตาอย่างกับลูกคุณหนู


ยิ่งพิจารณาก็ยิ่งรู้สึกแปลก


ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาสมัครงาน ฉินบอกว่าเป็นนักศึกษาทุน ต้องหาเงินใช้เองระหว่างเรียน แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน เด็กนี่ก็ไม่ได้มีท่าทางเหมือนคนที่เคยลำบากตรากตรำมาแต่เล็ก


ผิวพรรณก็ดี มือไม้ก็นุ่มนิ่ม แถมกิริยาบางอย่างยังดูเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเสียด้วยซ้ำ


นึกว่าลูกคนรวยที่ไหนมาตกอับ


หรือไม่ก็หนีออกจากบ้านมา


ธามหลุดยิ้มกับความคิดตัวเอง


แต่พอนึกถึงความขยันของเจ้าตัว ทั้งเรื่องที่เคยทำงานพิเศษมาหลายอย่าง ไหนจะความตั้งใจซ้อมเชิดสิงโตจนขาแทบลาก ความสงสัยเหล่านั้นก็ถูกพักเอาไว้ก่อน


จะเป็นลูกใครมาจากไหนก็ช่างเถอะ


ตอนนี้มันก็เป็นไอ้ฉิน เด็กใหม่ของคณะเขานั่นแหละ


ลมเช้าอ่อน ๆ พัดผ้าม่านให้ไหวเบา ๆ แสงสีทองเลื่อนมาทาบบนแก้มของคนในอ้อมแขน


ธามก้มมองอีกครั้ง


ยามหลับ ไอ้เด็กปากเก่งกลับดูเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้ว ไม่มีคำถามร้อยแปดให้เขาต้องปวดหัว มีเพียงใบหน้านิ่งสงบกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าบริเวณอก


ชายหนุ่มมองแล้วเผลอยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง


ตอนหลับก็น่ารักดีเหมือนกันนี่หว่า


ความคิดนั้นทำให้ธามชะงัก


เดี๋ยวนะ


น่ารัก?


เขาขมวดคิ้วกับตัวเองทันที


สงสัยเมื่อคืนจะนอนน้อยไปหน่อย


ธามกำลังจะขยับตัวลุกอีกครั้ง แต่ฉินกลับย่นคิ้วเหมือนถูกรบกวน ก่อนยกแขนที่พาดเอวเขาขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม


“อื้อ... อีกแป๊บ...”


เสียงงัวเงียดังอู้อี้อยู่ตรงอก


ธามก้มลงมอง


“มึงละเมออะไร”


“...”


“ไอ้ฉิน”


“หืม...”


“ตื่นได้แล้ว”


เด็กหนุ่มไม่ตอบ เพียงขยับใบหน้าเข้ามาซุกตรงซอกคอของเขาแทน


คราวนี้ธามนิ่งไปทั้งตัว


เส้นผมนุ่ม ๆ ของฉินสัมผัสปลายคาง กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ที่ยังติดอยู่จากเมื่อคืนลอยมาแตะจมูก ขณะที่ลมหายใจอุ่นรินรดผิวบริเวณลำคอจนรู้สึกจั๊กจี้


หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


“ไอ้เด็กเวร...”


เขาพึมพำเสียงเบา


แต่แทนที่จะผลักออก มือใหญ่กลับเลื่อนขึ้นมาประคองแผ่นหลังอีกฝ่ายไว้ตามเดิม


ธามเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม


ทั้งที่ควรปลุกมันให้ลุกไปล้างหน้าล้างตา เตรียมตัวซ้อมต่อ เพราะอีกเพียงสองวันก็จะถึงงานแสดงที่สมาคมการค้าแล้ว


แต่พอเห็นฉินหลับสบายอยู่ในอ้อมแขน เขากลับไม่อยากรบกวนเสียอย่างนั้น


เอาเถอะ


อีกห้านาทีก็แล้วกัน


ธามเอนศีรษะกลับลงบนหมอน ปล่อยให้เด็กหนุ่มนอนกอดอยู่เช่นนั้น


นอกหน้าต่าง เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นตามความคึกคักของตลาดยามเช้า ร้านรวงทยอยเปิดประตูเหล็ก เสียงรถเข็นกระทบพื้นถนนดังเป็นระยะ กลิ่นอาหารเช้าจากบ้านข้าง ๆ ลอยมาตามลม


แต่ภายในห้องนอนเล็ก ๆ กลับเงียบสงบ


มีเพียงแสงแดดที่ค่อย ๆ อาบไล้ใบหน้าของคนทั้งคู่


ธามก้มลงมองฉินอีกครั้ง


เด็กหนุ่มยังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากขยับยิ้มน้อย ๆ ราวกับกำลังฝันถึงเรื่องดี ๆ


ชายหนุ่มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ


เขาทำไปโดยไม่ทันคิด


กระทั่งปลายนิ้วสัมผัสผิวแก้มเนียนนุ่ม ธามจึงเพิ่งรู้ตัว


มือใหญ่ชะงักค้าง


หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งที


“...”


ฉินขยับเปลือกตานิดหนึ่ง


ธามรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน


“อื้อ...”


เด็กหนุ่มส่งเสียงงึมงำ ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น


ดวงตากลมโตยังพร่าเลือนด้วยความง่วง มองอะไรไม่ชัดนักในตอนแรก จนกระทั่งเห็นใบหน้าคมคายของใครบางคนอยู่ตรงหน้า


ใกล้มาก


ใกล้เสียจนเห็นแม้แต่ไฝเม็ดเล็กบริเวณลำคอ


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“...เฮีย?”


ธามทำหน้านิ่งทันที


“เออ กูเอง”


เด็กหนุ่มนิ่งไปอีกสองวินาที ก่อนก้มลงมองแขนตัวเองที่กำลังกอดเอวอีกฝ่ายอยู่


แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใหม่


“อ้าว...”


“อ้าวอะไร”


“ผมมากอดเฮียได้ไงอะ”


ธามเลิกคิ้ว


“มึงถามกู แล้วกูจะถามใคร”


ฉินก้มมองขาตัวเองที่ยังพาดทับต้นขาอีกฝ่าย ก่อนหลุดหัวเราะแห้ง ๆ


“แหะ...”


“เมื่อคืนใครบอกว่านอนดิ้นนิดหน่อย”


“ก็ผมไม่รู้ว่าดิ้นขนาดนี้นี่ครับ”


“มึงแทบจะปีนขึ้นมานอนบนตัวกูแล้ว”


“โห เฮียก็พูดเกินไป!”


“มึงดูขาตัวเองก่อน”


ฉินก้มลงมองอีกครั้ง ก่อนรีบชักขากลับอย่างรวดเร็ว


“ขอโทษครับ!”


แต่พอจะขยับตัวออก เด็กหนุ่มกลับเพิ่งสังเกตว่ามีแขนของธามพาดอยู่รอบเอวตัวเองเหมือนกัน


ฉินชะงัก


“เอ๊ะ...”


ธามรู้ตัวทันที


“อะไร”


“แล้วแขนเฮียล่ะครับ”


“...”


“เฮียก็กอดผมอยู่นี่นา”


ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้


“กูกลัวมึงตกเตียง”


ฉินกะพริบตา


“จริงเหรอครับ”


“เออ”


“แล้วต้องกอดแน่นขนาดนี้เลยเหรอ”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ ๆ ไม่ถามแล้วครับ!”


เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก ก่อนค่อย ๆ ขยับตัวออกไปนอนบนหมอนของตัวเอง


ธามรีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่งทันที ราวกับเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระสำคัญต้องทำ


“ลุกไปล้างหน้าได้แล้ว”


“ครับเฮีย”


“วันนี้มีซ้อมอีก”


“รู้แล้วครับ”


“แล้วก็อย่านอนดิ้นแบบนี้อีก”


ฉินยิ้มกว้าง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงทะเล้น


“งั้นคืนนี้เฮียก็กอดผมไว้แน่น ๆ สิครับ จะได้ไม่ดิ้น”


ธามหันขวับ


“มึงว่าไงนะ!”


“ล้อเล่นครับ!”


ฉินหัวเราะลั่น ก่อนรีบมุดผ้าห่มหนีเมื่อเห็นธามคว้าหมอนขึ้นมา


“ไอ้เด็กเวร!”


เสียงหัวเราะสดใสดังไปทั่วห้องนอนเล็ก ๆ ในยามเช้า


ธามได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนวางหมอนลงตามเดิม


แต่เมื่อหันหลังเดินไปหยิบผ้าขนหนูตรงตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มกลับเผลอยกมือขึ้นแตะบริเวณอกตัวเองเบา ๆ


หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย


ทั้งที่ไอ้ฉินก็แค่กอดเขาตอนนอนเท่านั้น


ผู้ชายด้วยกันแท้ ๆ


จะใจเต้นทำห่าอะไรวะ








TBC.


แงงง ตอนนี้เด็กฉินได้เข้าห้องเฮียธามแล้วครับทุกคนนน 555555


ปากก็บอกว่าผู้ชายด้วยกัน ไม่เห็นต้องคิดมาก แต่ไม่รู้ว่าใครจะคิดมากก่อนกันนะ


ฝากเอ็นดูเฮียธามกับน้องฉินด้วยนะ เจอกันตอนหน้าค้าบบ ♡






ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1100
พลังน้ำใจ
19290
Zenny
624
ออนไลน์
4551 ชั่วโมง
โพสต์ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-24 15:04 , Processed in 0.120963 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้