ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 16|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.9

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
324
ตอบกลับ
116
พลังน้ำใจ
13935
Zenny
46356
ออนไลน์
5398 ชั่วโมง
โพสต์ 4 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-24 11:02





เช้าวันต่อมา ฉินมาถึงโรงซ้อมก่อนเวลาเกือบสิบนาที


หลังจากเมื่อวานถูกธามกำชับให้ส่งตารางเรียนมาให้ดู เจ้าตัวก็ได้รับข้อความตอบกลับสั้น ๆ ว่า พรุ่งนี้เก้าโมง มาให้ตรงเวลา โชคดีที่วันนี้ไม่มีเรียนช่วงเช้า ฉินจึงตื่นแต่ไก่โห่ อาบน้ำแต่งตัวแล้วตรงมายังโรงซ้อมทันที


“เฮียธามมม!”


เสียงเรียกดังลั่นตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นประตูเหล็ก


ธามที่กำลังก้มหน้าจัดอุปกรณ์อยู่ข้างหัวสิงโตเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนเหลือบไปยังนาฬิกาแขวนผนัง


“วันนี้มาเร็วนี่หว่า”


“แน่นอนครับ!” ฉินยิ้มกว้างพลางยกโทรศัพท์ขึ้นอวด “ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งสามรอบ”


“กลัวตื่นไม่ทัน?”


“เปล่าครับ กลัวกดปิดแล้วนอนต่อ”


“แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ”


ฉินหัวเราะร่า ก่อนเดินเข้ามาวางกระเป๋าสะพายบนโต๊ะม้าตัวเดิม


วันนี้เด็กหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มขายาว รองเท้าผ้าใบสีดำคู่เดิมถูกผูกเชือกแน่นหนา ดูท่าทางเตรียมพร้อมมาซ้อมเต็มที่


"กูมีเรื่องสำคัญอีกเรื่อง อยากคุยกับมึงก่อน"


ธามเลื่อนสมุดรับงานมาเปิดหน้าที่วงวันที่เอาไว้ด้วยปากกาแดง


“อีกไม่กี่วันคณะเรามีงานเชิดสิงโตที่รับปากเขาไว้ กูกำลังขาดคนเชิดเท้าหน้า”


ฉินก้มมองวันที่ในสมุด ก่อนเงยหน้าขึ้น


“เฮียจะให้ผมไปเหรอครับ”


“กูยังไม่ได้บอกว่าจะให้มึงไป”


ธามตอบทันควัน


“งานจริงไม่เหมือนซ้อม มึงต้องจำจังหวะกลองให้ได้ ต้องรู้ว่าตอนไหนควรยก ตอนไหนควรหมอบ แล้วก็ต้องเชื่อจังหวะกู ถ้าพลาดขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ”


ฉินฟังอย่างตั้งใจ ไม่ได้พูดแทรกเหมือนทุกที


“กูเลยจะถามก่อนว่ามึงอยากลองไหม”


“อยากครับ”


คำตอบมาเร็วจนธามเลิกคิ้ว


“คิดก่อนตอบก็ได้”


“คิดแล้วครับ”


“มึงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไรบ้าง”


“ก็เฮียสอนผมสิครับ”


ธามมองหน้าเด็กหนุ่มอยู่พักหนึ่ง


ไอ้เด็กนี่มันพูดง่ายเสียจนคนฟังหนักใจแทน


“มึงนี่นะ...”


ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงใครบางคนก็ดังแทรกมาจากหน้าประตู


“โอ๊ย! เฮียเฟย! มาช่วยเปายกกลองหน่อยดิ๊ หนักจะตายอยู่แล้ว!”


ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน


ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดในเสื้อยืดเก่ากับกางเกงขาสั้นกำลังพยายามลากกลองหนังวัวใบใหญ่เข้ามาในโรงซ้อม ใบหน้าแดงก่ำเพราะออกแรงจนเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก


ธามส่ายหัวก่อนลุกขึ้นไปช่วย


“กูบอกให้มึงรอ เดี๋ยวกูไปยกด้วย”


“ก็เปานึกว่าเฮียยังไม่ตื่นนี่หว่า!”


“ปากดีแต่เช้า”


“ได้เชื้อใครมาก็ไม่รู้”


ธามยกเท้าขึ้นทำท่าจะถีบ อีกฝ่ายรีบหลบพร้อมหัวเราะลั่น


ฉินมองทั้งคู่สลับกันอย่างงุนงง


กระทั่งธามหันมาเรียก


“ฉิน มานี่”


“นี่ไอ้เปา ลูกพี่ลูกน้องกู มันจะมาตีกลองให้จังหวะตอนซ้อม แล้วก็วันออกงานด้วย”


เปาหันมามองเด็กหน้าใหม่ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนยกคิ้วอย่างสนอกสนใจ


“อ้อ นี่เหรอเท้าหน้าคนใหม่”


“ยังไม่ใช่” ธามแก้


“อ้าว แล้วเป็นอะไรครับเฮีย”


“เด็กฝึก”


“อ๋อ...”


เปาลากเสียงยาว ก่อนยื่นมือมาตบไหล่ฉินอย่างเป็นกันเอง


“เราชื่อเปา เรียกเปาเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีต้อนรับสู่คณะคนจน!”


“ไอ้เปา!”


“อะไรเล่าเฮีย ก็เปาพูดเรื่องจริง!”


ฉินหลุดหัวเราะ ก่อนยกมือไหว้อีกฝ่าย


“สวัสดีครับ ผมฉินครับ”


“เออ ๆ หน้าตาดีว่ะ” เปาพยักหน้าชื่นชม ก่อนหันไปกระซิบกับธามด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั้งโรงซ้อม “เฮียเฟยไปเก็บมาจากไหนเนี่ย”


“เก็บจากหน้าประตูมั้ง”


“โห ของดีตกอยู่หน้าประตูด้วย”


“ถ้ามึงว่างนักก็ไปตั้งกลอง”


เปาหัวเราะร่วน ก่อนเดินกลับไปจัดการกลองของตัวเอง


ธามหันมามองฉินอีกครั้ง สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น


“เอาละ วันนี้กูจะลองให้มึงซ้อมกับจังหวะกลองจริงดู”


เขาพยักพเยิดไปทางหัวสิงโตที่วางอยู่บนชั้น


“ถ้ามึงตามจังหวะทัน แล้วทำท่าพื้นฐานได้โดยไม่พลาด กูค่อยคิดเรื่องพาออกงาน”


ฉินพยักหน้ารับทันที


“ครับเฮีย!”


ธามมองรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั่นแล้วถอนหายใจเบา ๆ


หวังว่ามันจะเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของความมั่นใจที่มีเถอะวะ


เสียงกลองหนังวัวดังสะท้อนผนังโรงซ้อมเป็นจังหวะหนักแน่น เปานั่งประจำที่อยู่หลังกลองใบใหญ่ สองมือจับไม้กลองอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่ธามกำลังช่วยฉินจัดตำแหน่งมือให้จับคานไม้ด้านในหัวสิงโตได้ถนัดขึ้น


“มือซ้ายจับตรงนี้ ส่วนมือขวาประคองไว้ อย่าเกร็งไหล่มาก เดี๋ยวมึงหมดแรงก่อน”


“แบบนี้เหรอครับ”


“เออ ลองยกดู”


ฉินออกแรงยกหัวสิงโตขึ้นเหนือศีรษะ น้ำหนักของมันมากกว่าที่คิดอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้หนักจนรับไม่ไหว ปัญหาคือพอยกขึ้นแล้ว เขากลับมองอะไรด้านหน้าได้ไม่ถนัดนัก


“เฮีย ผมมองไม่ค่อยเห็น”


“ก้มหน้าลงนิดหนึ่ง มองผ่านช่องใต้ปากสิงโต”


“อ๋อ เห็นแล้วครับ!”


“เออ ทีนี้ลองขยับตามกู”


ธามเดินเข้าไปประจำตำแหน่งเท้าหลัง สองมือจับเอวฉินผ่านผ้าคลุมสิงโต ก่อนออกแรงดึงให้เด็กหนุ่มถอยเข้ามาใกล้อีกนิด


“อย่ายืนห่างกันนัก เดี๋ยวผ้าตึง”


“ครับ”


“เปา เอาจังหวะช้า ๆ ก่อน”


“จัดไปครับเฮียเฟย!”


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


เสียงกลองเริ่มขึ้นอีกครั้ง


ฉินพยายามขยับเท้าตามจังหวะที่ธามบอก ก้าวซ้าย ก้าวขวา ย่อตัว แล้วเชิดหัวสิงโตขึ้น แต่พอเสียงกลองเปลี่ยนจากจังหวะเดินเป็นจังหวะสะบัดหัว เด็กหนุ่มกลับยกผิดจังหวะจนตัวเซไปด้านข้าง


“อ๊ะ!”


ธามรีบกระชับมือที่เอวไว้ทัน


“เฮ้ย ใจเย็น”


“ขอโทษครับเฮีย!”


“ไม่เป็นไร มึงยังไม่ชิน”


ธามปล่อยมือเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนมั่นคงแล้ว ก่อนตบหลังเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้พัก


“เมื่อกี้มึงรีบไป กลองยังไม่ทันลงจังหวะสุดท้ายเลย”


“ผมนึกว่าต้องยกตอนเสียงต๊ะ”


“ไม่ใช่ มึงต้องรอเสียงตึงตัวหลัง แล้วค่อยสะบัดหัว เข้าใจไหม”


ฉินพยักหน้าหงึกหงัก


“เข้าใจครับ ลองใหม่ได้ไหม”


“เออ เอาใหม่”


เปาที่นั่งมองอยู่หลังกลองเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


แปลกแฮะ


ปกติเวลาเฮียเฟยสอนใคร ถ้าทำผิดซ้ำสองรอบเป็นต้องได้ยินเสียงบ่นไปถึงปากตรอก ไม่ใช่ว่าพี่ชายเขาเป็นคนใจร้ายหรอก แต่เพราะเจ้าตัวจริงจังกับการเชิดสิงโตเสียจนบางครั้งก็เผลอคาดหวังกับคนอื่นมากเกินไป


ทว่าวันนี้กลับใจเย็นผิดหูผิดตา


“เปา มึงเหม่ออะไร ตีกลองสิ”


“อ๋อ ครับ ๆ!”


เปารีบยกไม้กลองขึ้นอีกครั้ง


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


คราวนี้ฉินตั้งใจฟังมากกว่าเดิม เด็กหนุ่มขยับตามแรงประคองจากด้านหลัง พยายามนับจังหวะในใจ แต่พอถึงท่าหมอบกลับย่อตัวเร็วเกินไป ทำให้ธามที่กำลังจะก้าวตามเสียหลักเล็กน้อย


“โอ๊ย!”


“เป็นอะไร”


“ผมเหยียบเท้าเฮีย!”


“กูรู้”


“เจ็บไหมครับ”


“ไม่เจ็บมั้ง มึงเหยียบจนรองเท้ากูแทบหลุด”


ฉินรีบหันกลับมาทั้งที่ยังสวมหัวสิงโตอยู่ เป็นเหตุให้ปากสิงโตฟาดเข้ากับไหล่ธามดังปึก


“โอ๊ย! ไอ้ฉิน!”


“เฮีย! ขอโทษครับ!”


“มึงจะหันมาทำไมทั้งหัวสิงโต!”


“ก็ผมเป็นห่วง!”


ธามอ้าปากเหมือนจะดุ แต่พอเห็นเด็กหนุ่มรีบถอดหัวสิงโตออกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด คำบ่นที่เตรียมไว้กลับถูกกลืนลงคอไปเสียอย่างนั้น


“เออ ๆ ไม่เป็นไร ไปกินน้ำก่อน เดี๋ยวค่อยซ้อมต่อ”


ธามยื่นมือไปรับหัวสิงโตจากเด็กหนุ่ม ก่อนยกไปวางไว้บนชั้นไม้ใกล้ ๆ


เปามองตามทั้งสองคนด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์


อืม...


ชักยังไง ๆ แล้วสิ


“เฮียเฟย”


“อะไร”


“วันนี้เฮียอารมณ์ดีเหรอ”


“ทำไม”


“เปล๊า เปาแค่ถาม”


ธามปรายตามองลูกพี่ลูกน้องอย่างระแวง ก่อนเดินไปหยิบขวดน้ำจากลังข้างผนัง


“มึงอยากโดนกูถีบหรือไง”


“โห ดุกับเปาจังเลยนะครับ”


“แล้ว?”


“เปล่าครับ ไม่มีอะไรเลยครับ”


เปายกมือสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่พอธามหันหลังให้ เจ้าตัวกลับแอบยิ้มจนแก้มแทบปริ


ก็กับเขาน่ะดุเอา ๆ


แต่พอเป็นไอ้เด็กฉิน เฮียเฟยกลับไม่เห็นจะว่าอะไรจริงจังสักคำ


เปาส่ายหน้าอย่างคนมองเห็นอนาคต


เขาอาจไม่ได้เก่งเรื่องอื่นนัก แต่เรื่องดูคนเนี่ยขอให้บอก โดยเฉพาะคนปากแข็งอย่างเฮียเฟยที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แค่มองหางตาก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไร


ส่วนไอ้เด็กฉินนั่นก็ใช่ย่อย ยิ้มทีหนึ่งเหมือนเอาเก๊กฮวยเย็น ๆ ไปราดหัวคนอารมณ์ร้อน


ดับไฟได้ชะงัดนัก


“เปา!”


“ครับเฮียเฟย!”


“มึงจะนั่งยิ้มคนเดียวอีกนานไหม เตรียมกลอง!”


“คร้าบ!”


ช่วงพักเที่ยง โรงซ้อมที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงกลองและเสียงฝีเท้ากลับเงียบลงชั่วคราว ธามขอตัวออกไปซื้อข้าวให้ทุกคนที่ร้านปากตรอก ทิ้งให้ฉินกับเปานั่งเฝ้ากลองอยู่สองคน


ฉินนั่งเหยียดขาบนพื้นไม้ มือข้างหนึ่งถือถุงเก๊กฮวยเย็น ๆ ส่วนอีกข้างใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อตามใบหน้า หลังจากซ้อมมาตลอดเช้า ขาทั้งสองข้างก็เริ่มประท้วงขึ้นมาบ้างแล้ว


“เป็นไง เหนื่อยไหม”


เปาที่นั่งอยู่บนโต๊ะม้าเอ่ยถาม


“เหนื่อยครับ แต่สนุกดี”


“นายพูดเหมือนเฮียเฟยเลย”


“จริงเหรอ”


“จริงสิ ตอนเด็ก ๆ เฮียแกก็เป็นแบบนี้แหละ ซ้อมจนขาแทบลาก แต่พอถามว่าเหนื่อยไหมก็บอกสนุก”


ฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกเก๊กฮวยขึ้นดูดอีกอึก


“เฮียเขาเชิดสิงโตมาตั้งแต่เด็กเลยเหรอ”


“ตั้งแต่จำความได้เลยมั้ง บ้านนี้เขาทำคณะเชิดสิงโตกันมาหลายรุ่นแล้ว เฮียเฟยก็โตมากับเสียงกลองนี่แหละ”


เปาพยักพเยิดไปทางกลองหนังวัวใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างตัว


“เมื่อก่อนที่นี่คึกคักกว่านี้เยอะนะ”


“ยังไงเหรอ”


“ก็มีคนเต็มโรงซ้อมเลยไง ทั้งพวกเชิดสิงโต ตีกลอง ตีฉาบ บางวันซ้อมกันจนแทบไม่มีที่เดิน งานก็เข้าตลอด โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนกับเทศกาลใหญ่ ๆ นี่แทบไม่ได้หยุดพัก”


ฉินหันมองไปรอบโรงซ้อมโดยไม่รู้ตัว


พื้นที่กว้างขวางตรงหน้ามีร่องรอยการใช้งานมานานหลายปี ผนังบางส่วนสีลอกจนเห็นเนื้อปูน ชั้นไม้เก่าเรียงรายไปด้วยหัวสิงโตที่บางตัวเริ่มซีดจาง ขณะที่มุมห้องยังมีอุปกรณ์หลายชิ้นถูกคลุมผ้าเอาไว้


“แล้วตอนนี้คนอื่นไปไหนกันหมด”


เปายักไหล่


“ก็แยกย้ายกันไปทำมาหากินบ้าง ย้ายคณะบ้าง คนเรามันต้องกินต้องใช้เนอะ นายก็เห็นอยู่ว่าคณะเราสภาพเป็นยังไง”


ฉินพยักหน้าช้า ๆ


“อืม”


“เอาจริง ๆ นะ ตอนนี้คณะเราแทบไม่มีงานเลยด้วยซ้ำ งานที่เฮียเฟยจะพานายไปอีกไม่กี่วันนั่นก็เป็นงานที่รับปากเขาไว้ตั้งนานแล้ว”


เปาพูดเหมือนเล่าเรื่องทั่วไป แต่สายตากลับลอบสังเกตสีหน้าของเด็กหนุ่มอยู่ตลอด


“บางเดือนรายได้ยังไม่พอจ่ายค่าดูแลโรงซ้อมเลยมั้ง ไหนจะค่าซ่อมหัวสิงโต ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้างคนอีก”


“หนักขนาดนั้นเลยเหรอ”


“อือ หนักสิ”


เปาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ


“ถ้านายคิดจะมาทำงานหาเงินจริง ๆ เราว่าไปหาที่อื่นอาจจะดีกว่านะ”


ฉินหันมามองทันที


“ทำไมล่ะ”


“ก็ที่นี่มันไม่มีอะไรให้หวังแล้วไง”


เปาพูดพลางยกกระป๋องน้ำขึ้นดื่ม


“คณะอื่นเขามีสปอนเซอร์ มีงานใหญ่ ๆ ให้โชว์ มีคนรู้จักเยอะแยะ แต่ที่นี่น่ะ แค่จะหาคนเชิดให้ครบตัวยังลำบากเลย”


คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงสักเท่าไร


เปารู้ดีว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ธามต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาประคองคณะมากแค่ไหน บางวันกลับมาถึงบ้านก็ดึกดื่น บางคืนยังนั่งก้มหน้าคิดบัญชีจนเกือบสว่าง


เขาเห็นมาหมดแล้ว


เห็นแม้กระทั่งตอนที่คนเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปีทยอยเดินออกจากโรงซ้อมแห่งนี้ไปทีละคน


โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นเท้าหน้าให้เฮียเฟย


รายนั้นไปดีเสียด้วย


คณะใหม่มีทั้งเงิน มีทั้งชื่อเสียง มีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลัง ใครจะไม่อยากไปกันเล่า


เปาไม่ได้โกรธที่คนเหล่านั้นเลือกทางเดินของตัวเองหรอก แต่ก็อดเจ็บใจแทนลูกพี่ลูกน้องไม่ได้อยู่ดี


ยิ่งเห็นไอ้เด็กหน้าตาดีตรงหน้าเข้ามาสมัครงานเอาดื้อ ๆ เขาก็ยิ่งอดระแวงไม่ได้


ใครจะไปรู้ว่าเข้ามาเพราะอยากเชิดสิงโตจริง ๆ หรือเพราะได้ยินชื่อเสียงเก่า ๆ ของคณะแล้วคิดว่าจะมีอะไรให้ตักตวง


“แล้วถ้าวันหนึ่งคณะไม่มีงานให้นายทำล่ะ”


เปาลองถามต่อ


“หรือถ้ามีงานน้อยจนได้เงินไม่พอใช้ นายจะทำยังไง”


ฉินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง


“ก็คงต้องหางานอื่นทำเพิ่มมั้ง”


“อ้าว แล้วจะเลิกเชิดสิงโต?”


“ทำไมต้องเลิกด้วยล่ะ”


คราวนี้เป็นเปาที่เงียบไป


ฉินหันมามองด้วยสีหน้างุนงง


“ถ้าที่นี่ไม่มีงานทุกวัน เราก็ไปทำอย่างอื่นวันที่ว่างสิ ไม่เห็นต้องลาออกเลย”


“แต่มันเหนื่อยนะ”


“ก็เหนื่อยอยู่แล้วนี่”


เด็กหนุ่มตอบหน้าตาเฉย


“ทำงานมันก็ต้องเหนื่อยไม่ใช่เหรอ”


เปามองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ


“แล้วนายไม่กลัวเสียเวลาเหรอ”


“เสียเวลายังไง”


“ก็แทนที่จะเอาเวลาไปทำงานที่ได้เงินเยอะกว่า กลับต้องมานั่งซ้อมเชิดสิงโตกับคณะที่ไม่รู้จะอยู่รอดถึงปีหน้าหรือเปล่า”


ฉินเงียบไปเล็กน้อย


คราวนี้เด็กหนุ่มไม่ได้รีบตอบเหมือนทุกครั้ง


เขาหันไปมองหัวสิงโตสีแดงทองที่วางอยู่บนชั้นไม้ ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ


“แต่เฮียธามยังไม่ยอมแพ้เลยนี่”


เปาชะงัก


“หืม?”


“ก็ถ้าคนที่เป็นเจ้าของคณะยังพยายามอยู่ แล้วเราที่เพิ่งเข้ามาจะรีบถอดใจไปทำไมล่ะ”


ฉินหันกลับมายิ้มให้


“อีกอย่าง เรายังเชิดไม่เป็นเลยนะ อย่างน้อยก็ขอเชิดให้เป็นก่อนสิ”


เปามองรอยยิ้มนั่นอยู่พักใหญ่


ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา


“นายมันแปลกคนจริง ๆ”


“อ้าว”


“เปล่า ๆ เราชม”


“ชมตรงไหนเนี่ย”


“ชมจริง ๆ!”


เปาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนยกกระป๋องน้ำขึ้นดื่มเพื่อซ่อนรอยยิ้มของตัวเอง


ดูเหมือนจะคิดผิดไปหน่อยแฮะ


ไอ้เด็กนี่ไม่ได้ดูเหมือนคนที่หวังจะเข้ามากอบโกยอะไรจากคณะเลยสักนิด


ถึงจะยังไม่รู้จักกันดีนัก แต่คำตอบเมื่อครู่ก็ทำให้เขาเบาใจขึ้นมาบ้าง


อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำหน้าตื่นตอนรู้ว่าคณะกำลังถังแตก


เปาเหลือบมองฉินอีกหน ก่อนกระตุกยิ้มมุมปาก


ชักจะน่าสนใจแล้วสิ


“ฉิน”


“ว่าไง”


“เราถามอะไรอีกอย่างดิ”


“อืม?”


“นายว่าเฮียเฟยเป็นคนยังไง”


ฉินทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง


“ก็ดุนิดหน่อย”


“นิดหน่อย?”


“อืม แต่ใจดีนะ”


เปาหลุดหัวเราะพรืด ถ้าไอ้พวกสมาชิกเก่ามาได้ยินเข้าคงพากันหัวเราะจนฟันปลอมหลุด คนอะไรเวลาซ้อมจริงจังยิ่งกว่าครูฝึกทหาร แค่ก้าวเท้าผิดจังหวะยังโดนบ่นจนหูชา


“โอ๊ย!”


“อะไรเล่า!”


“เปล่า ๆ ไม่มีอะไร”


เปาโบกมือปฏิเสธทั้งที่ยังหัวเราะไม่หยุด


เห็นทีเขาคงต้องจับตาดูสองคนนี้ให้ดีเสียแล้ว


เพราะถ้าถามว่าคณะเชิดสิงโตเก่า ๆ แห่งนี้ยังเหลืออะไรให้คนภายนอกเข้ามาหวังผลประโยชน์ได้บ้าง เปาก็คงตอบว่าแทบไม่มี


ยกเว้นอยู่เรื่องหนึ่ง


เฮียของเขาน่ะ ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังใจอ่อนให้เด็กใหม่มากแค่ไหน


และดูท่าว่าไอ้เด็กใหม่เองก็ยังไม่รู้ตัวเหมือนกัน


TBC.
ฝากติดตาม คอมเม้นต์เป็นกำลังใจด้วยน้าา
ตอนหน้าจะเสิร์ฟ ความหวานแย้วว


🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-24 15:04 , Processed in 0.121720 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้