ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 55|ตอบกลับ: 4

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.8

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-24 10:19





เสียงพัดลมเก่าเหนือศีรษะหมุนครืดคราดอยู่ในโรงซ้อมที่เงียบเชียบ


ธามนั่งอยู่บนโต๊ะม้า มือข้างหนึ่งถือสมุดจดงานเล่มเก่าที่เปิดค้างไว้ตรงหน้ารายการว่าจ้างประจำเดือน ปลายนิ้วเคาะลงบนกระดาษเป็นจังหวะ ก่อนจะหยุดตรงวันที่ซึ่งถูกวงเอาไว้ด้วยปากกาสีแดง


เหลืออีกไม่กี่วัน


งานเชิดสิงโตช่วงวันตรุษจีนที่สมาคมพ่อค้าซึ่งรับปากเขาเอาไว้ตั้งแต่เดือนก่อน จะให้ยกเลิกเอาป่านนี้ก็คงไม่ได้ นอกจากเสียเงินมัดจำแล้ว ยังเสียชื่อคณะที่บรรพบุรุษอุตส่าห์รักษามาหลายสิบปีอีกต่างหาก


แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า...


สิงโตหนึ่งตัวมันต้องใช้คนสองคน


คนหนึ่งเป็นเท้าหน้า อีกคนเป็นเท้าหลัง ต้องรู้จังหวะกัน ต้องรับน้ำหนักกัน และที่สำคัญคือต้องไว้ใจกันมากพอที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายตกลงมาหัวร้างข้างแตก


ธามถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อ แม้จะลองไล่ชื่อสมาชิกเก่าที่พอเรียกกลับมาช่วยได้สักคนสองคนแล้วก็ตาม คำตอบก็ยังเหมือนเดิม บ้างติดงานประจำ บ้างย้ายไปอยู่คณะอื่น ส่วนคนที่เคยเป็นคู่ขาของเขามาหลายปีนั้น ไม่ต้องพูดถึง


ป่านนี้คงกำลังซ้อมอยู่กับคณะใหม่ที่มีเงินจ้างมากกว่า


“แม่งเอ๊ย...”


ชายหนุ่มสบถเบา ๆ


จะให้เขาสวมหัวสิงโตแล้ววิ่งเชิดคนเดียวก็คงดูพิกลอยู่ไม่น้อย


จากสิงโตมงคลคงกลายเป็นสิงโตพิการให้เจ้าภาพได้ยืนมองตาปริบ ๆ


ตึง...


ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะม้าอีกครั้ง


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง


จังหวะกลองที่คุ้นเคยดังขึ้นจากการเคาะนิ้วของเขาเอง ธามก้มมองสมุดตรงหน้า ก่อนจะใช้ปากกาขีดเส้นใต้วันที่รับงานซ้ำอีกหน


ไม่ว่าจะยังไง งานนี้ก็ต้องมีสิงโตออกไปเชิด


แต่จะไปลากใครมาสวมกางเกงสิงโตภายในเวลาไม่กี่วันกันวะ


ชายหนุ่มเอนหลังพิงผนัง หลับตาลงอย่างคนจนปัญญา


ทั้งคณะเหลือคนอยู่ไม่กี่หยิบมือ เงินในบัญชีก็ร่อยหรอจนแทบจะได้ยินเสียงเหรียญกระทบก้นกระป๋อง


วันต่อมา ธามนั่งอยู่บนโต๊ะม้าตัวเดิมตั้งแต่ช่วงบ่ายนิด ๆ หลังจากจัดการงานจุกจิกภายในโรงซ้อมเสร็จเรียบร้อย เขาก็หยิบผ้าคลุมสิงโตที่เย็บค้างไว้เมื่อคืนขึ้นมาจัดการต่อ


ทว่าเย็บไปได้ไม่กี่ฝีเข็ม สายตากลับเผลอเหลือบมองประตูโรงซ้อมเป็นระยะ


ป่านนี้แล้วไอ้เด็กนั่นยังไม่โผล่หัวมาอีก


หรือมันจะเปลี่ยนใจไปแล้ววะ


ธามวางเข็มลงพลางนึกถึงสภาพฉินหลังซ้อมเมื่อวาน เด็กหนุ่มเดินขากะเผลกอยู่หน่อย ๆ ตอนกลับ แถมยังบ่นปวดน่องไม่หยุด ถึงปากจะบอกว่าสนุกนักสนุกหนา แต่ใครจะไปรู้ว่าพอกลับไปนอนตื่นหนึ่งแล้วจะยังคิดเหมือนเดิมหรือเปล่า


การเชิดสิงโตไม่ใช่งานสบาย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ต่อให้มีพื้นฐานยิมนาสติกติดตัวมาก็ใช่ว่าจะทนความหนักของมันได้ตั้งแต่วันแรก


บางทีไอ้ฉินอาจจะคิดได้แล้วว่าค่าแรงไม่กี่ร้อยไม่คุ้มกับการต้องมาปวดแข้งปวดขาทุกวัน


“เฮ้อ...”


ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังอีกครั้ง


บ่ายโมงกว่าแล้ว


เมื่อวานยังพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะตั้งใจทำงานให้คุ้มค่าจ้างอยู่เลย วันนี้กลับหายหัวไปเสียอย่างนั้น


ธามส่ายหน้าแล้วก้มลงเย็บผ้าต่อ


เอาเถอะ ถ้ามันไม่อยากมาก็เรื่องของมัน


เขาคงไปบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว


กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายสองกว่า ๆ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากหน้าประตูเหล็ก ตามด้วยเสียงคุ้นหูที่ดังมาก่อนตัว


“เฮียธามมม!”


ธามเงยหน้าขึ้นทันที


ฉินโผล่พรวดเข้ามาในโรงซ้อมพร้อมกระเป๋าสะพายใบเดิม เสื้อเชิ้ตนักศึกษาหลุดออกนอกกางเกงเล็กน้อย ส่วนหน้าผากมีเหงื่อซึมจนผมหน้าม้าเปียกชื้น


“ผมมาแล้วครับ!”


ธามมองตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนเหลือบไปยังนาฬิกาแขวนผนัง


“มึงเพิ่งตื่นหรือไง”


“เปล่าครับ!”


“แล้วหายหัวไปไหนมาทั้งวัน”


“ไปเรียนมาครับ”


“เรียน?”


“ครับ วันนี้ผมมีเรียนตอนเช้า อาจารย์ปล่อยช้าด้วย กว่าจะนั่งรถมาถึงก็ปาเข้าไปบ่ายสองแล้ว”


ฉินพูดรวดเดียวจนแทบไม่ได้หายใจ ก่อนวางกระเป๋าลงบนโต๊ะม้าแล้วหันมายิ้มแห้ง ๆ


“ผมลืมบอกเฮียเลย ขอโทษนะครับ”


ธามชะงักไปเล็กน้อย


อ้อ...


มันไปเรียนมา


แล้วกูก็นั่งคิดอยู่ตั้งนานว่ามันจะหนีไปแล้ว


“แล้วทำไมไม่บอกกูว่าวันนี้มีเรียน”


“ก็เฮียไม่ได้ถามนี่ครับ”


ธามเงยหน้ามองทันที


“ไอ้ฉิน”


“ครับ ๆ ผิดไปแล้วครับ!”


เด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้ปลก ๆ แต่รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้ากลับไม่ได้ดูสำนึกผิดสักเท่าไร


“คราวหลังผมจะบอกก่อนครับ สัญญาเลย”


ธามถอนหายใจ ก่อนพยักหน้าไปทางเก้าอี้ข้างตัว


“เออ แล้วมึงกินข้าวมาหรือยัง”


“ยังเลยครับ”


“ทำไมไม่กิน”


“ก็รีบมาหาเฮียไง”


คำตอบนั้นทำให้มือที่กำลังจับเข็มของธามหยุดชะงัก


ฉินกลับไม่ทันสังเกต ยังคงพูดต่อด้วยท่าทางร่าเริง


“ผมกลัวมาช้าแล้วเฮียจะไม่ให้ซ้อม วันนี้เลยวิ่งจากป้ายรถเมล์มาเลยนะ เหนื่อยมาก!”


ธามมองใบหน้าแดงเรื่อเพราะอากาศร้อนของเด็กหนุ่ม ก่อนส่ายหน้าอย่างระอา


“มึงนี่มัน...”


ไม่รู้จะรีบมาทำไมขนาดนั้น


“ไปนั่งพักก่อน”


“อ้าว ไม่ซ้อมเลยเหรอครับ”


“มึงยังไม่ได้แดกข้าว จะเอาแรงที่ไหนมาซ้อม”


“ผมไหวครับ!”


“แต่กูไม่ให้ซ้อม”


ฉินทำปากยื่นนิดหนึ่ง


“ไปนั่งตรงนั้นก่อน เดี๋ยวกูมา”


“เฮียจะไปไหนครับ”


“ไปหาอะไรให้มึงแดก”


“หือ?”


ฉินเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างสนอกสนใจ


“อาม่าทำกับข้าวไว้เหรอครับ!”


“ยัง อาม่าไปจ่ายตลาด”


“อ้าว ยังไม่กลับเหรอครับ”


“เออ”


“เมื่อวานอาม่าบอกว่าจะทำต้มจืดให้ผมกินด้วย”


ธามเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ทำหน้าผิดหวังราวกับพลาดของดี


“มึงนี่สนิทกับอาม่ากูเร็วจังนะ”


“ก็อาม่าใจดีนี่ครับ”


ฉินตอบหน้าตาเฉย ก่อนยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงหญิงชราที่เคยพบกันก่อนหน้านี้


“อาม่ายังบอกด้วยว่าผมผอมไป ต้องกินเยอะ ๆ”


“อาม่ากูเห็นใครก็ว่าผอมหมดแหละ”


“แต่ผมว่าอาม่าพูดถูกนะ”


“ตรงไหน”


“ก็ผมกำลังโตไงครับ”


ธามปรายตามองตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนแค่นหัวเราะ


“เออ โตให้ทันปากมึงก่อนเถอะ”


“เฮีย!”


“นั่งพักไป เดี๋ยวกูทำข้าวให้”


“เฮียทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ!”


“มึงคิดว่ากูโตมาด้วยการแดกหัวสิงโตหรือไง”


“เปล่าครับ!” เด็กหนุ่มหัวเราะร่วน “แค่ไม่คิดว่าเฮียจะทำให้ผมกิน”


“งั้นมึงก็ไปซื้อแดกเอง”


“ไม่เอา ๆ ผมกินฝีมือเฮีย!”


พูดจบก็รีบลากเก้าอี้ไปนั่งหน้าพัดลมอย่างว่าง่ายเสียจนธามอดส่ายหน้าไม่ได้


ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในครัว ซึ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ที่อาม่าใช้หุงหาอาหารให้คนในบ้านมาตั้งแต่เขายังเด็ก ข้าวของทุกอย่างถูกจัดเก็บเป็นระเบียบตามนิสัยเจ้าของครัว ตั้งแต่กระปุกเครื่องปรุงไปจนถึงถ้วยชามลายดอกไม้ที่เรียงซ้อนกันบนชั้นไม้


ธามเปิดตู้เย็นสำรวจของที่เหลืออยู่ ก่อนหยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง หมูสับอีกถุงเล็ก ๆ แล้วหันไปเปิดหม้อหุงข้าว


ยังดีที่อาม่าหุงข้าวทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า


เขาจัดการตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไปเล็กน้อย ระหว่างรอให้ร้อนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังแปะ ๆ มาจากด้านหลัง


“เฮียยย”


ธามไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใคร


“กูบอกให้มึงนั่งพัก”


“ก็นั่งแล้วครับ”


“แล้วมึงมาทำไม”


“ก็นั่งพักเสร็จแล้ว”


“ยังไม่ถึงห้านาทีเลยไอ้ฉิน”


เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก ก่อนชะโงกหน้าเข้ามาดูของบนโต๊ะ


“เฮียจะทำอะไรครับ”


“ข้าวผัด”


“ใส่อะไรบ้าง”


“หมู ไข่”


“มีผักไหม”


“มี”


“ผมไม่ชอบต้นหอมนะ”


“กูทำให้แดกฟรี ๆ ยังจะเลือกอีก?”


“ไม่ได้เลือกครับ แค่แจ้งความประสงค์เฉย ๆ”


“ความประสงค์มึงนี่เยอะจริง”


“แต่ถ้าเฮียใส่ ผมก็กินได้ครับ”


“เออ”


“แค่เขี่ยออก”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะใสดังขึ้นทันที


ธามส่ายหน้า ก่อนหันกลับไปจัดการกระทะต่อ ส่วนเจ้าตัวต้นเรื่องก็ยังไม่ยอมไปไหน ยืนเกาะขอบประตูครัวมองเขาทำกับข้าวอย่างสนอกสนใจ


“เฮีย”


“อะไรอีก”


“ให้ผมช่วยไหม”


“ไม่ต้อง”


“ผมหั่นผักได้นะ”


“เออ”


“ตอกไข่ก็ได้”


“เออ”


“ล้างจานก็เก่ง”


“งั้นเดี๋ยวมึงล้าง”


“อ้าว!”


ธามกระตุกยิ้มมุมปาก


“เสนอเองไม่ใช่เหรอ”


“ก็ได้ครับ ผมล้างก็ได้”


ฉินตอบอย่างไม่คิดมาก ก่อนเดินเข้ามาหยุดข้าง ๆ แล้วมองไข่ในชามที่ธามเพิ่งตอกเสร็จ


“ปกติอาม่าทำกับข้าวให้เฮียทุกวันเลยเหรอ”


“เออ ถ้าอาม่าอยู่บ้านก็ทำให้กิน”


“ดีจัง”


“ดีอะไร”


“ก็มีคนทำข้าวให้กินทุกวันไง”


ธามเหลือบมองเด็กหนุ่ม ก่อนเทไข่ลงในกระทะ เสียงน้ำมันดังฉ่าขึ้นทันที


“มึงอยากกินก็มาให้อาม่าทำให้สิ”


“จริงเหรอครับ!”


“กูพูดเล่น”


“โห เฮีย!”


“อาม่ากูชอบมึงจะตาย ต่อให้กูไม่บอก มึงมาก็คงได้กินอยู่ดี”


ฉินยิ้มกว้างทันที


“งั้นผมจะมาบ่อย ๆ เลย”


“มึงมาทำงานหรือมาแดกข้าวบ้านกู”


“ทำงานด้วย กินข้าวด้วยไม่ได้เหรอครับ”


“โลภมากจริง ๆ”


“แหม ก็ข้าวอาม่าอร่อยนี่นา”


ธามส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนตักข้าวสวยลงในกระทะแล้วเริ่มผัดให้เข้ากับไข่


“แล้วข้าวเฮียจะอร่อยเหมือนอาม่าไหมครับ”


“ไม่รู้”


“อ้าว”


“กูยังไม่ได้ทำเสร็จ มึงจะให้กูรู้ได้ไง”


“งั้นเดี๋ยวผมชิมให้”


“เออ หน้าที่มึงเลย”


ฉินหัวเราะ ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อดูข้าวในกระทะ ทว่าไอร้อนที่ลอยขึ้นมากลับทำให้เจ้าตัวสะดุ้งถอยหลัง


“อุ๊ย! ร้อน!”


“เฮ้ย!”


ธามรีบยื่นแขนมากันเด็กหนุ่มออกจากหน้าเตา


“กูบอกให้มึงไปนั่งไง เดี๋ยวน้ำมันกระเด็นใส่”


“ก็ผมอยากดูนี่ครับ”


“ดูห่าง ๆ ไม่เป็นหรือไง”


“เป็นครับ”


“งั้นก็ถอย”


ฉินยอมถอยไปสองก้าว ก่อนยืนเอามือไพล่หลังอย่างเรียบร้อย


“แค่นี้พอไหมครับ”


“เออ”


“แล้วตรงนี้ล่ะ”


เด็กหนุ่มขยับไปอีกครึ่งก้าว


ธามปรายตามอง


“มึงอยากโดนกูไล่ออกจากครัวใช่ไหม”


“ไม่อยากครับ!”


ฉินรีบยืนนิ่งทันที แต่ปากยังยิ้มไม่หุบ


ไม่นานนัก ข้าวผัดหมูใส่ไข่ร้อน ๆ ก็ถูกตักใส่จาน ธามโรยพริกไทยเล็กน้อย ก่อนหันไปหยิบช้อนจากชั้นวาง


“เอ้า เอาไปกิน”


“โห!”


ฉินรับจานมาถือ ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นข้าวผัดสีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่ตรงหน้า


“น่ากินมากเลยเฮีย!”


“ยังไม่ทันแดกเลย”


“ก็มันหอมนี่ครับ”


“เออ ไปนั่งกินดี ๆ”


เด็กหนุ่มเดินถือจานออกไปได้เพียงสองก้าวก็หันกลับมาอีก


“เฮีย”


“อะไร”


“ขอบคุณนะครับ”


ธามชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนโบกมือไล่


“เออ ๆ ไปแดกได้แล้ว”


ฉินยิ้มกว้าง ก่อนเดินออกไปยังโต๊ะม้าหน้าโรงซ้อม


ธามมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ นั่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้มลงมองข้าวที่ยังเหลืออยู่ในกระทะ


สุดท้ายก็หยิบจานอีกใบมาตักให้ตัวเองด้วย


ไหน ๆ ก็ทำแล้ว


กินเป็นเพื่อนมันหน่อยคงไม่เสียหายอะไร


พอเดินออกมาถึงโต๊ะม้า เขาก็พบว่าฉินยังนั่งจ้องจานข้าวอยู่เฉย ๆ


“ทำไมไม่แดก”


“รอเฮียครับ”


“กูบอกให้มึงกินก่อนไง”


“ก็มันยังร้อนอยู่ด้วย”


ธามวางจานตัวเองลงตรงข้าม ก่อนนั่งลงอย่างหมดคำจะพูด


“เออ กินได้แล้ว”


“ครับ!”


ฉินตักข้าวผัดเข้าปากคำโต เคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเบิกตากว้าง


“อร่อย!”


“เว่อร์”


“จริง ๆ ครับเฮีย อร่อยมาก!”


“ข้าวผัดธรรมดา”


“แต่ผมชอบ”


เด็กหนุ่มตักอีกคำเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย จนแก้มทั้งสองข้างพองออกเล็กน้อย


ธามมองแล้วอดไม่ได้ที่จะเตือน


“ค่อย ๆ แดก เดี๋ยวก็ติดคอ”


“อื้อ!”


“เคี้ยวให้หมดก่อนค่อยพูด”


ฉินพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนกลืนข้าวลงคอแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้ม


“เฮียครับ”


“อะไรอีก”


“พรุ่งนี้ผมมากินข้าวอีกได้ไหม”


ธามแทบสำลักข้าวตัวเอง


“มึงคิดว่าที่นี่เป็นร้านอาหารหรือไง!”


“เปล่าครับ”


“แล้ว?”


“ก็ข้าวฝีมือเฮียอร่อยนี่นา”


ฉินตอบหน้าตาเฉย ก่อนก้มลงตักข้าวกินต่ออย่างมีความสุข


ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้วถอนหายใจ


“พรุ่งนี้มึงก็กินข้าวมาก่อน”


“อ้าว”


“ไม่ต้องมาอ้าว”


“แต่ถ้าอาม่าทำเผื่อผมล่ะครับ”


“มึงก็ไปถามอาม่าเอง”


“งั้นผมจะถาม!”


“เออ!”


ฉินหัวเราะคิกคัก ก่อนก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ


ส่วนธามก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วตักข้าวเข้าปากตัวเอง


ไอ้เด็กนี่มันชักจะเอาใหญ่แล้ว


แต่พอเหลือบมองคนตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ความหงุดหงิดที่ควรจะมีกลับไม่เกิดขึ้นเสียอย่างนั้น


หลังจัดการข้าวผัดจนเกลี้ยงจาน ฉินก็อาสาเก็บถ้วยชามไปล้างโดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง เด็กหนุ่มยืนฮัมเพลงเบา ๆ อยู่หน้าอ่างล้างจาน ขณะที่ธามกลับไปนั่งตรวจสมุดบัญชีบนโต๊ะม้าตัวเดิม


“เฮีย! จานล้างเสร็จแล้วครับ!”


เสียงตะโกนดังมาจากหลังโรงซ้อม ก่อนเจ้าตัวจะเดินออกมาพร้อมแขนเสื้อนักศึกษาที่พับขึ้นถึงข้อศอก


“เออ มานี่หน่อย กูมีเรื่องจะคุย”


“เรื่องอะไรครับ”


“เรื่องค่าจ้างมึง”


ได้ยินดังนั้น ฉินก็รีบลากเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้ามทันที ดวงตาเป็นประกายเสียจนธามอดหมั่นไส้ไม่ได้


“ตาโตเชียวนะมึง พอพูดเรื่องเงิน”


“แน่นอนครับเฮีย เรื่องสำคัญของชีวิตเลยนะ”


ธามถอนหายใจ ก่อนจะเปิดสมุดตรงหน้า


“กูคิดดูแล้ว”


ฉินเงียบลงทันที


“เมื่อวานมึงทำได้ดีกว่าที่กูคิด”


“จริงเหรอครับ”


“เออ”


“ดีกว่าที่คิดแค่ไหน”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ ๆ ไม่ถามแล้ว”


ธามใช้ปลายปากกาเคาะกระดาษสองที


“มึงมีพื้นฐานยิมนาสติก ทรงตัวดี กล้ามเนื้อขาก็ใช้ได้ แต่เชิดสิงโตมันไม่เหมือนยิมนาสติกทั้งหมด มึงยังต้องฝึกจังหวะ ฝึกเข้าคู่ แล้วก็เรียนรู้ท่าพื้นฐานอีกเยอะ”


“ครับ”


“ตอนนี้กูยังให้มึงออกงานจริงไม่ได้”


ฉินพยักหน้า


เรื่องนั้นเขาเข้าใจดี


เมื่อวานแค่ขึ้นไปยืนบนบ่าธามยังต้องให้เฮียคอยประคองอยู่ตลอด จะให้ไปเชิดต่อหน้าคนเป็นร้อยตอนนี้ก็คงไม่ไหว


“แต่กูรับมึงเป็นเด็กฝึกได้”


ฉินเงยหน้าพรวด


“จริงเหรอเฮีย!”


“เออ”


“รับจริงนะ!”


“กูพูดภาษาอะไรอยู่”


“ภาษาไทยครับ!”


“งั้นก็ฟังให้จบ!”


ฉินรีบเม้มปากกลั้นยิ้ม


แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเท่าไร


ธามเหลือบมองใบหน้าระรื่นนั้น ก่อนจะกระแอมเบา ๆ แล้วก้มกลับไปที่สมุด


“ช่วงแรกกูให้มึงวันละสามร้อยห้าสิบบาท”


ฉินนิ่งฟัง


“เป็นค่าฝึกกับค่าช่วยงานในคณะ วันไหนมึงมาแล้วลงฝึกหรือช่วยงานตามที่ตกลงกัน กูก็จ่ายให้วันนั้น”


“ครับ”


“แต่ถ้ามึงติดเรียน ต้องสอบ หรือต้องทำงานมหา'ลัย ก็บอกล่วงหน้า ไม่ต้องโดดเรียนมาฝึก”


ฉินกะพริบตา


“เฮียไม่ให้ผมโดดเรียนเหรอ”


“กูจะให้มึงโดดทำไม”


“ก็เผื่อเฮียอยากให้ผมมาทุกวัน”


“กูอยากได้คนเชิดสิงโต ไม่ได้อยากได้เด็กมหา'ลัยที่เรียนไม่จบ”


ฉินหลุดหัวเราะ


“เฮียพูดเหมือนพ่อผมเลย”


“งั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ”


“แต่เฮียหล่อกว่าพ่อผมนะ”


ปลายปากกาในมือธามหยุดกึก


“...”


“อันนี้ชมจริง ๆ”


“มึงจะฟังเรื่องค่าจ้างไหม”


“ฟังครับ!”


ธามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ


เด็กเวรนี่


คุยเรื่องงานดี ๆ ได้ไม่ถึงห้านาที


“พอมึงผ่านช่วงฝึก แล้วกูเห็นว่ามึงช่วยงานได้คล่องขึ้น กูจะปรับเป็นวันละสี่ร้อย”


“อืม”


“ส่วนถ้ามีงานแสดงจริง จะมีค่าตัวแยกให้อีกต่างหาก ไม่เอามาปนกับค่าแรงรายวัน”


ฉินพยักหน้าหงึกหงัก


“แล้วค่าตัวออกงานเท่าไรครับ”


“ขึ้นอยู่กับงาน”


“อ๋อ”


“งานศาลเจ้า งานเปิดร้าน งานเทศกาล ค่าจ้างไม่เท่ากัน แล้วแต่จำนวนคนกับระยะเวลาแสดงด้วย”


“เข้าใจครับ”


“แต่กูจะบอกมึงก่อนทุกครั้งว่าได้เท่าไร ไม่ใช่ให้มึงไปทำแล้วค่อยมาคิดทีหลัง”


ฉินยิ้มขึ้นมา


“ดีจัง”


ธามเงยหน้า


“อะไรดี”


“เฮียบอกละเอียดดีครับ”


“ก็มึงมาทำงาน กูต้องบอกให้ชัด”


“บางร้านไม่บอกนะเฮีย”


“หือ?”


“ร้านที่ผมเคยไปทำบางร้าน บอกค่าแรงอย่างหนึ่ง พอถึงวันจ่ายจริงหักนู่นหักนี่จนเหลือไม่เท่าที่คุยกันไว้”


ธามขมวดคิ้ว


“แล้วมึงทำไง”


“ก็ทวงสิครับ”


“ได้คืนไหม”


“ได้ครับ”


“หมด?”


“หมด”


“เขายอมง่าย ๆ?”


ฉินยิ้มกว้าง


“ไม่ง่ายครับ ผมต้องนั่งคุยกับผู้จัดการตั้งนาน”


ธามมองเด็กตรงหน้าอย่างประเมินใหม่อีกครั้ง


ตอนแรกเขานึกว่าฉินเป็นพวกปากเก่งไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนเด็กนี่จะผ่านงานมามากกว่าที่คิด


“แล้วมึงไม่กลัวเขาด่า?”


“กลัวทำไมครับ เงินผม”


ฉินตอบหน้าตาเฉย


“ผมไปทำงานครบตามที่ตกลงกัน เขาก็ต้องจ่ายครบสิ”


ธามเงียบไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ


“เออ ถูกของมึง”


“ใช่ไหมล่ะครับ”


“แต่ที่นี่กูไม่ทำแบบนั้น”


ฉินชะงัก


ธามสบตาเขาตรง ๆ


“ตกลงเท่าไรก็เท่านั้น ถ้ามีอะไรเปลี่ยน กูจะบอกก่อน ไม่ใช่มาหักเงินมึงทีหลัง”


เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง


ก่อนจะยิ้มออกมา


“ครับเฮีย”


คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีแววทะเล้นเหมือนทุกที


ธามเห็นแล้วก็เป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง


“แล้วก็อีกเรื่อง”


“ครับ?”


“กูจะจดวันที่มึงมาฝึกไว้ให้ มึงจะจดของมึงเองด้วยก็ได้ สิ้นสัปดาห์ค่อยมาตรวจตรงกันแล้วกูจ่ายเงิน”


“ได้ครับ”


“มีปัญหาอะไรเรื่องค่าแรงก็มาคุยกับกูตรง ๆ”


“ครับ”


“ไม่ต้องไปเกรงใจใคร”


ฉินพยักหน้า


ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย


“ขอถามได้ไหมครับ”


“ว่ามา”


“ถ้าผมเก่งเร็ว เฮียจะขึ้นเป็นสี่ร้อยให้เร็วไหม”


ธามหรี่ตา


“มึงเพิ่งเข้าวันแรก”


“ก็ถามไว้ก่อน!”


“ฝึกให้รอดก่อนเถอะ”


“โห เฮียดูถูกผมอีกแล้ว”


“กูยังไม่ได้ดูถูก”


“เมื่อวานเฮียยังชมว่าผมเก่งอยู่เลย”


“ก็เมื่อวานมึงทำดี”


“แล้ววันนี้ล่ะ”


“วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไร”


ฉินหัวเราะชอบใจ


“โอเคครับ งั้นเดี๋ยววันนี้ผมทำให้เฮียชมอีก”


ธามส่ายหน้า


“เอาที่มึงสบายใจ”


เขาก้มลงเขียนอะไรบางอย่างในสมุด ก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นเล็กออกมายื่นให้


ฉินรับมาดู


บนกระดาษมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือค่อนข้างเรียบร้อย


เด็กฝึก — ฉิน


ค่าจ้าง 350 บาท/วัน


ผ่านช่วงฝึก 400 บาท/วัน


ค่าตัวงานแสดงแยกต่างหาก


จ่ายทุกสิ้นสัปดาห์


เด็กหนุ่มอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย


แล้วเงยหน้ามอง


“เฮีย”


“อะไร”


“เขียนชื่อผมด้วยอะ”


“ก็มึงชื่อฉิน”


“รู้ครับ”


“แล้วจะพูดทำไม”


ฉินหัวเราะเบา ๆ


“เปล่า แค่ดีใจ”


ธามนิ่งไป


“ดีใจอะไรนักหนา”


“ก็มีชื่อผมอยู่ในสมุดคณะแล้วไง”


คำตอบนั้นทำให้ธามเงียบไปชั่วขณะ


เขาเหลือบมองสมุดบัญชีตรงหน้า


มันเป็นสมุดเก่า ๆ ปกสีเข้ม ขอบกระดาษเริ่มเหลืองจากการเปิดใช้มาหลายปี


เมื่อก่อนสมุดเล่มนี้เต็มไปด้วยชื่อคน


ทั้งเด็กฝึก คนตีกลอง คนถือฉาบ คนเชิดสิงโต


แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมา รายชื่อกลับค่อย ๆ หายไปทีละคน


บางคนไปทำงานที่อื่น


บางคนย้ายคณะ


บางคนก็ไม่กลับมาอีกเลย


ธามไม่ได้คิดมาก่อนว่าการเขียนชื่อใครสักคนเพิ่มลงไปจะทำให้รู้สึกอะไรได้ขนาดนี้


“เฮีย?”


เสียงเรียกทำให้เขาหลุดจากภวังค์


“หือ”


“เป็นอะไรครับ”


“เปล่า”


ฉินเอียงคอ


“เฮียทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่”


“กูก็คิดเรื่องงาน”


“เรื่องผมเหรอ”


“เรื่องว่าจะฝึกมึงยังไงไม่ให้ตกลงมาคอหัก”


“โห!”


ฉินหัวเราะลั่น


“ปากเฮียนี่นะ!”


ธามปิดสมุดดังปึก


“ตกลงมึงจะทำไหม”


ฉินหยุดหัวเราะทันที


“ทำครับ”


“แน่ใจ?”


“แน่สิครับ”


“งานมันเหนื่อยนะ”


“รู้ครับ”


“เจ็บตัวด้วย”


“รู้ครับ”


“แล้วบางวันอาจไม่มีงานแสดงให้ไปออก”


“ก็ฝึกไปก่อนสิครับ”


ธามมองหน้าเขา


“มึงคิดดีแล้วใช่ไหม”


ฉินเงียบไปนิดหนึ่ง


ก่อนจะขยับตัวนั่งตรงกว่าเดิม


“คิดดีแล้วครับเฮีย”


น้ำเสียงคราวนี้จริงจังขึ้น


“ผมไม่ได้มาลองเล่น ๆ นะ”


“...”


“ผมอยากทำงาน แล้วก็อยากเชิดสิงโตเป็นจริง ๆ”


ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้า


“ทำไมถึงอยากเชิด”


ฉินชะงักไปเล็กน้อย


ก่อนจะยิ้ม


“ตอนแรกก็เพราะเห็นประกาศรับคนครับ”


“อืม”


“แต่พอได้ลองขึ้นบ่าเฮียเมื่อวาน...”


เด็กหนุ่มก้มมองมือตัวเอง


“มันสนุกดี”


ธามเลิกคิ้ว


“สนุก?”


“ครับ”


“มึงเกือบตกลงมารอบหนึ่ง”


“แต่เฮียรับทันนี่”


“ถ้ากูรับไม่ทันล่ะ”


“ก็เจ็บสิครับ”


“ไอ้ฉิน!”


เด็กหนุ่มหัวเราะ ก่อนจะรีบโบกมือ


“โอเค ๆ ไม่เล่นแล้วครับ”


เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง


“ผมเคยเล่นยิมนาสติกมาก่อนก็จริง แต่พอมาเชิดสิงโตมันไม่เหมือนกัน”


“ยังไง”


“ยิมนาสติกผมต้องคุมตัวเองคนเดียว”


ฉินชี้มาที่ธาม


“แต่เชิดสิงโต ผมต้องเชื่อเฮียด้วย”


“...”


“ถ้าเฮียขยับ ผมก็ต้องรู้ ถ้าผมจะเปลี่ยนท่า เฮียก็ต้องรู้เหมือนกัน”


ธามมองเขาเงียบ ๆ


“ผมว่ามันยากนะ”


ฉินพูดต่อ


“แต่ก็อยากทำให้ได้”


เสียงพัดลมเก่าหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะ


ธามไม่ได้ตอบทันที


เขามองเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าตรงหน้าอีกครั้ง


ตัวเล็กกว่าเขามาก


พูดมากด้วย


แถมชอบยิ้มเหมือนไม่มีเรื่องอะไรให้ทุกข์ใจ


แต่แววตาตอนพูดว่าอยากทำให้ได้นั้นกลับจริงจังจนธามอดเชื่อไม่ได้


“เออ”


ธามตอบในที่สุด


“งั้นก็ตกลง”


ฉินเบิกตา


“ตกลงแล้วนะ!”


“เออ”


“รับผมแล้วนะ!”


“เออ!”


“ไม่เปลี่ยนใจนะเฮีย!”


“ถ้ามึงถามอีกที กูจะเปลี่ยน!”


“โอเคครับ!”


ฉินรีบยกมือสองข้างขึ้นทำท่ารูดซิปปาก


แต่ผ่านไปได้ไม่ถึงสามวินาที เขาก็พูดขึ้นมาอีก


“เฮีย”


ธามหลับตา


“อะไรอีก”


“ขอบคุณนะครับ”


คนตัวใหญ่ชะงัก


ฉินยิ้มให้


“ที่รับผมเข้าคณะ”


ธามมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปทางกลอง


“เออ”


“ผมจะตั้งใจทำงานครับ”


“ก็ดี”


“จะไม่ทำให้เฮียผิดหวังเลย”


ธามหันกลับมา


“อย่าเพิ่งพูดอะไรใหญ่โต”


“ทำไมครับ”


“เดี๋ยวตอนฝึกจริงมึงจะร้อง”


ฉินหัวเราะ


“ไม่ร้องหรอก!”


“แน่นะ”


“แน่ครับ!”


ธามยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง


“ดี”


เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยิบไม้กลอง


“งั้นวันนี้เริ่มจากฝึกย่อเข่าค้าง”


ฉินชะงัก


“กี่นาทีครับ”


“ห้านาที”


“...”


“สามรอบ”


“...”


“พักรอบละหนึ่งนาที”


เด็กหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้ามอง


“เฮีย”


“อะไร”


“ผมขอถอนคำพูดเมื่อกี้ได้ไหม”


“คำไหน”


“ที่บอกว่าจะไม่ร้อง”


ธามหัวเราะออกมาทันที


เป็นเสียงหัวเราะสั้น ๆ ที่ฉินเพิ่งเคยได้ยินชัด ๆ เป็นครั้งแรก


เด็กหนุ่มมองอย่างประหลาดใจ


ก่อนจะยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว


“เฮียหัวเราะแล้ว!”


ธามหุบยิ้มฉับ


“อะไรของมึง”


“เมื่อกี้เฮียหัวเราะ!”


“กูไม่ได้หัวเราะ”


“หัวเราะสิ!”


“ไปยืดเส้น!”


“เฮียเขินเหรอ”


“ไอ้ฉิน!”


“ครับ ๆ ไปแล้วครับ!”


ฉินรีบวิ่งไปยังเสื่อฝึกที่ปูอยู่กลางโรงซ้อม ทิ้งให้ธามยืนถือไม้กลองอยู่ข้างโต๊ะด้วยสีหน้าระอา


แต่พอเด็กหนุ่มหันหลังไปแล้ว คนตัวใหญ่กลับเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง


เขาก้มมองสมุดเล่มเก่าบนโต๊ะ


หน้ากระดาษที่เคยมีแต่รายชื่อขีดฆ่า วันนี้มีชื่อใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งชื่อ


ฉิน — เด็กฝึกเท้าหน้า


ธามใช้นิ้วแตะขอบสมุดเบา ๆ ก่อนจะปิดมันลง




TBC.
เฮียบอก กูเริ่มรำคาญไอ้ฉินมันละ 555+


🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64873
พลังน้ำใจ
331416
Zenny
119493
ออนไลน์
27639 ชั่วโมง
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3184
พลังน้ำใจ
24106
Zenny
23522
ออนไลน์
1639 ชั่วโมง
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่ารักมากเลย เฮียธามค่อย ๆ ใจอ่อนไปทีละนิดแล้ว ว่าแต่ ฉินจะฝึกทันออกงานที่รับไว้หรือเปล่านะ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1056
พลังน้ำใจ
10029
Zenny
4034
ออนไลน์
1078 ชั่วโมง
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
เฮียเริ่มรำคาญจริงอะป่าว
หรือ เฮียเริ่มคิดอย่างอื่น อิอิ
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากๆนะครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-28 13:56 , Processed in 0.156970 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้