ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 33|ตอบกลับ: 1

หมอครับ รับอะไรดี - ตอนที่ 1

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
22
ตอบกลับ
11
พลังน้ำใจ
3847
Zenny
13320
ออนไลน์
253 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


21:57 น.

“ครัวปิดแล้วครับ”

ประโยคแรกที่ ‘เหนือ’ พูดกับผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่คำว่าสวัสดี

ไม่ใช่รับอะไรดีครับ

ไม่ใช่มากี่ท่านครับ

แต่เป็น—

ครัวปิดแล้วครับ

ทั้งที่ตามเวลาบนป้ายหน้าร้าน เหลืออีกตั้งสามนาที

ผู้ชายที่เพิ่งผลักประตูกระจกเข้ามาชะงัก มือข้างหนึ่งยังจับลูกบิดประตูอยู่ อีกข้างถือโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก

เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ

จากนั้นเงยหน้ามองป้ายเหนือเคาน์เตอร์

OPEN 11:00 – 22:00

แล้วหันกลับมามองเหนือ

เหนือเลิกคิ้ว

อีกฝ่ายไม่ได้เถียง

“ครับ”

คำเดียว

สั้น ๆ

ก่อนมือที่จับประตูจะออกแรงดึงมันกลับเข้าหาตัว

เหนือมองตาม

เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนยับเล็กน้อย กางเกงสแล็กสีดำ รองเท้าผ้าใบที่ดูไม่ค่อยเข้ากับชุด กระเป๋าสะพายใบหนึ่งพาดอยู่บนไหล่ และถ้ามองไม่ผิด เหนือเห็นสายคล้องบัตรสีน้ำเงินโผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

ผู้ชายคนนั้นดูเหนื่อย

ไม่ใช่เหนื่อยแบบเพิ่งเลิกงานแล้วอยากกลับบ้าน

แต่เป็นเหนื่อยแบบ—

ถ้ามีใครเอาหมอนมาวางตรงหน้า ก็คงหลับได้ตรงนั้นเลย

“เดี๋ยว”

มือที่กำลังจะผลักประตูเปิดหยุดลง

ผู้ชายคนนั้นหันกลับมา

“ครับ?”

“กินกะเพราไหม”

ความเงียบกินเวลาประมาณสามวินาที

“ไหนบอกครัวปิดแล้วครับ”

เหนือวางผ้าขี้ริ้วในมือลงบนเคาน์เตอร์

“ก็ผมเป็นเจ้าของร้าน”

อีกฝ่ายมองเขา

เหนือมองกลับ

“เจ้าของร้านสั่งครัวเปิดได้”

“แต่เมื่อกี้เจ้าของร้านเป็นคนบอกผมเองว่าครัวปิดแล้ว”

“…”

เออ

ปากดีเหมือนกันนี่หว่า

เหนือหรี่ตามองคนตรงหน้าเล็กน้อย

หน้าตาดูสุภาพแท้ ๆ

“งั้นไม่กิน?”

“กินครับ”

“…”

“ขอบคุณครับ”

เหนือหลุดหัวเราะออกมาทางจมูก

“นั่งก่อน”

ชายคนนั้นพยักหน้า

ร้านเกือบว่างหมดแล้ว

โต๊ะไม้สิบกว่าตัวถูกเช็ดเรียบร้อย เก้าอี้หลายตัวถูกยกขึ้นพาดโต๊ะ เหลือเพียงโต๊ะริมกระจกสองตัวกับโต๊ะหมายเลขเจ็ดตรงมุมร้านที่ยังไม่ได้เก็บ

ชายคนนั้นเลือกโต๊ะเจ็ด

โดยไม่รู้เลยว่าอีกหลายเดือนหลังจากนี้ จะไม่มีพนักงานคนไหนในร้านกล้ายกเก้าอี้ตัวนั้นขึ้นพาดโต๊ะก่อนสี่ทุ่มอีกเลย

เพราะกลัวว่า—

“หมอจะมา”

แต่ในคืนนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนั้น

แม้แต่เจ้าของร้านเอง







“พี่เหนือ!”

เสียงตะโกนดังออกมาจากหลังครัว

“อะไร!”

“จะกลับแล้วนะ!”

“กลับไปดิ ใครล่ามึงไว้”

เด็กผู้หญิงในผ้ากันเปื้อนสีดำโผล่หน้าออกมาจากประตูครัว ผมที่เคยมัดเรียบร้อยตอนเริ่มงานตอนนี้ยุ่งจนมีปอยผมตกลงมาข้างแก้ม

‘มิน’ อายุยี่สิบห้า

ตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือผู้จัดการร้าน

ตำแหน่งตามสภาพความเป็นจริงคือ—

คนที่ต้องตามด่าเจ้าของร้านให้ทำงาน

“แล้วลูกค้า?”

มินชี้ไปทางโต๊ะเจ็ด

เหนือมองตามนิ้ว

“กูดูเอง”

“ครัวล้างแล้วนะ”

“รู้”

“เตาก็เช็ดแล้ว”

“รู้”

“เขียงก็—”

“มิน”

“อะไร”

“กลับบ้าน”

เด็กสาวย่นจมูก

“แล้วพรุ่งนี้ถ้าพี่คินด่าว่าครัวเลอะ พี่รับเองนะ”

“เออ”

“พูดแล้วนะ”

“เออ!”

“อัดเสียงทันไหมวะ…”

“ไอ้มิน!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นก่อนเจ้าของเสียงจะหายกลับเข้าไปหลังร้าน

ไม่ถึงสองนาที มินก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าผ้าใบใหญ่

ตอนผ่านโต๊ะเจ็ด เจ้าตัวเหลือบมองลูกค้าคนสุดท้ายของร้านเล็กน้อย

แล้วหยุด

ถอยกลับไปสองก้าว

มองใหม่

ผู้ชายที่โต๊ะเงยหน้าจากโทรศัพท์

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ”

มินยิ้ม

เดินต่อ

ก่อนจะหันกลับมาทางเหนือแล้วขยับปากโดยไม่มีเสียง

หล่อ

เหนือกลอกตา

มินยกนิ้วโป้งให้

แล้วหายออกจากร้านไป

เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊ง

เหลือเพียงคนสองคนในร้าน

เหนือถอนหายใจ

ก่อนเดินกลับเข้าครัว







ร้าน ‘บ้านเหนือ’ ไม่ใช่ร้านอาหารใหญ่

อย่างน้อยเหนือก็ยังไม่ยอมเรียกมันแบบนั้น

แม้ว่าวันศุกร์กับวันเสาร์ลูกค้าจะต้องโทรมาจองโต๊ะ แม้ว่าช่วงเที่ยงพนักงานบริษัทแถวนี้จะยืนรอคิวหน้าร้าน และแม้ว่าอินฟลูเอนเซอร์สายกินหลายคนจะเคยมาถ่ายคลิปจนเมนูบางอย่างขายดีแบบงง ๆ

สำหรับเหนือ

มันก็ยังเป็นร้านข้าวของพ่อกับแม่อยู่ดี

ร้านที่เคยมีโต๊ะพลาสติกหกตัว

พัดลมเพดานสามตัว

เมนูเขียนด้วยปากกาเมจิก

และเด็กชายอายุสิบขวบที่โดนพ่อเรียกมาล้างจานทุกเสาร์อาทิตย์

ยี่สิบปีผ่านไป

เด็กคนนั้นอายุสามสิบ

ส่วนร้านข้าวหกโต๊ะกลายเป็นร้านอาหารสองคูหาที่มีพนักงานสิบสองคน

สิ่งเดียวที่เหนือยังไม่แน่ใจคือ—

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ชีวิตทั้งชีวิตของเขากลายเป็นร้านนี้ไปแล้ว

เหนือเปิดตู้เย็น

หยิบหมูสับ

ใบกะเพรา

พริก

กระเทียม

แล้วชะงัก

เขาโผล่หน้าออกจากช่องครัว

“คุณ!”

คนที่โต๊ะเจ็ดเงยหน้า

“ครับ?”

“กินเผ็ดไหม”

“ได้ครับ”

“ได้คือระดับไหน”

“ปกติครับ”

“ปกติของคนไทยหรือปกติของคนบอกว่ากินเผ็ดได้แล้วสุดท้ายขอน้ำสามแก้ว”

คนฟังนิ่งไปนิดหนึ่ง

ก่อนมุมปากจะขยับ

นิดเดียวจริง ๆ

ถ้าเหนือไม่มองอยู่คงไม่เห็น

“ปกติของคนไทยครับ”

“ไข่ดาว?”

“เอาครับ”

“สุกไม่สุก”

“ไม่สุก”

“ข้าวเยอะไหม”

“ปกติครับ”

เหนือถอนหายใจ

“ชีวิตคุณมีอะไรไม่ปกติบ้างไหม”

คราวนี้อีกฝ่ายยิ้มจริง ๆ

“เวลานอนครับ”

เหนือชะงัก

แล้วหัวเราะ

“เออ อย่างน้อยก็มี”

หัวของผู้ชายคนนั้นก้มกลับลงไปมองโทรศัพท์

ส่วนเหนือหันกลับเข้าครัว

โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน







เสียงกระเทียมกับพริกกระทบน้ำมันร้อนดังฉ่า

กลิ่นเผ็ดร้อนกระจายไปทั่วครัวที่เพิ่งถูกล้างจนสะอาด

ถ้าคินเห็น—

กูโดนด่าแน่

เหนือคิด

มือยังคงตวัดตะหลิว

หมูสับลงกระทะ

น้ำปลา

ซีอิ๊ว

น้ำตาลนิดเดียว

ใบกะเพราตามลงไปเป็นอย่างสุดท้าย

เตาข้างกันทอดไข่ดาวจนขอบกรอบ แต่ไข่แดงตรงกลางยังสั่น

เหนือทำอาหารจานนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

มากจนไม่ต้องคิดว่าต้องใส่อะไรเท่าไร

แต่คืนนี้เขากลับรู้สึกแปลก ๆ

อาจเพราะครัวเงียบเกินไป

หรือเพราะลูกค้าคนสุดท้ายดูเหมือนจะไม่ได้เข้ามากินเพราะอยากกิน

แต่เข้ามาเพราะ—

จำเป็นต้องกินอะไรสักอย่าง

เหนือจัดกะเพราลงจาน

โปะไข่ดาว

มองอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วตักแกงจืดเต้าหู้หมูสับที่เหลือจากมื้อเย็นใส่ถ้วยเล็ก

ก่อนยกทั้งหมดออกไป

จานถูกวางตรงหน้า

“กะเพราหมูสับไข่ดาว”

ตามด้วยถ้วยแกงจืด

ผู้ชายตรงหน้ามอง

“ผมไม่ได้สั่งอันนี้นะครับ”

“เหลือ”

“ครับ?”

“แกงจืดเหลือ จะทิ้ง เสียดาย”

“อ๋อ”

“กิน ๆ ไปเถอะ”

“ขอบคุณครับ”

เหนือพยักหน้า

กำลังจะเดินกลับ

“คุณครับ”

“หืม?”

“ช้อน”

“…”

เหนือมองโต๊ะ

ไม่มีช้อน

“อ้าว”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากคนที่ตลอดสิบนาทีที่ผ่านมาแทบไม่มีสีหน้า

เหนือชี้หน้า

“อย่าหัวเราะ เดี๋ยวไม่ให้กิน”

“ผมยังไม่ได้หัวเราะเลยครับ”

“หน้าแบบนี้เรียกหัวเราะ”

“ผมยิ้ม”

“เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนนะครับ”

“เรื่องมาก”

เหนือเดินไปหยิบช้อนส้อมมาโยน—ไม่ถึงกับโยนจริง ๆ —วางตรงหน้า

“เชิญครับ คุณลูกค้า”

“ขอบคุณครับ คุณเจ้าของร้าน”

น้ำเสียงสุภาพ

แต่ไม่รู้ทำไมเหนือรู้สึกว่ากำลังโดนกวนตีน







คำแรกทำให้ธามหยุดเคี้ยว

เขาก้มมองจาน

ก่อนตักคำที่สอง

เผ็ด

แต่ไม่มาก

เค็มนำเล็กน้อย มีกลิ่นกระทะและกลิ่นใบกะเพราสดชัดกว่าร้านตามสั่งทั่วไป ไข่ดาวขอบกรอบอย่างที่เขาชอบโดยไม่ต้องบอก

ธามเพิ่งรู้ตัวว่าหิวมากแค่ไหนตอนอาหารคำแรกตกถึงท้อง

วันนี้เขากินครั้งล่าสุดตอน—

กี่โมงวะ

สิบเอ็ด?

ไม่สิ

ตอนสิบเอ็ดกำลังอยู่ห้องตรวจ

แสดงว่า...

เจ็ดโมงเช้า

กาแฟหนึ่งแก้วกับแซนด์วิชครึ่งชิ้น

ธามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

มีข้อความค้างอยู่สิบกว่าอัน

JE: มึงอยู่ไหน

JE: อย่าบอกนะว่ายัง รพ.

JE: ไอ้ธาม

JE: แดกข้าวด้วย

JE: ถ้าตายก่อนเรียนจบกูไม่ช่วยเขียน discharge summary ให้นะ

ธามพิมพ์ตอบ

THAM: กินอยู่

อีกฝ่ายตอบทันทีราวกับเฝ้าหน้าจอ

JE: ปาฏิหาริย์

JE: ร้านไหน

ธามเหลือบมองรอบร้าน

สายตาหยุดที่ป้ายไม้เล็ก ๆ บนผนัง

บ้านเหนือ

THAM: ร้านแถว รพ.

JE: อร่อยปะ

ธามตักกะเพราอีกคำ

THAM: อืม

JE: “อืม” ของมึงแปลว่าอะไร

JE: อร่อย?

JE: แดกได้?

JE: ไม่ตาย?

THAM: อร่อย

สามวินาทีต่อมา

JE: เชี่ย

JE: ร้านอะไร

JE: มึงชมอาหารว่าอร่อย

JE: กูต้องไป

ธามล็อกหน้าจอ

ขี้เกียจตอบ

เขาตักแกงจืดขึ้นชิม

รสชาติไม่ได้ซับซ้อน

แต่มันร้อน

ร้อนจนไออุ่นลอยขึ้นแตะหน้า

ธามเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองต้องการของร้อน ๆ มากแค่ไหน

หลังจากอยู่ในห้องแอร์เย็นจัดมาตลอดวัน

“อร่อยไหม”

เสียงเจ้าของร้านดังขึ้น

ธามเงยหน้า

เหนือกำลังนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ เท้าข้างหนึ่งพาดบนเก้าอี้อีกตัว มือกำลังกดเครื่องคิดเลข

“ครับ”

“ครับคือ?”

“อร่อยครับ”

คนถามพยักหน้าเหมือนพอใจ

“ค่อยยังชั่ว”

“ทำไมครับ”

“ถ้าบอกไม่อร่อยจะคิดเงินแกงจืดด้วย”

ธามมองถ้วยตรงหน้า

“แล้วถ้าอร่อย?”

“ฟรี”

“ตรรกะอะไรครับ”

“ตรรกะเจ้าของร้าน”

ธามหัวเราะออกมาอีกครั้ง

คราวนี้ดังพอให้อีกคนได้ยิน

เหนือเงยหน้าจากเครื่องคิดเลข

สบตากันพอดี

แล้วเป็นธามที่ก้มหน้าก่อน

แปลกดี

วันนี้เขาแทบไม่ได้หัวเราะเลย

ไม่สิ

อาจไม่ใช่แค่วันนี้

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของธามวนอยู่กับโรงพยาบาล คอนโด โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ แล้วก็โรงพยาบาล

เพื่อนบางคนแต่งงานแล้ว

บางคนมีลูก

บางคนซื้อบ้าน

บางคนโพสต์รูปไปญี่ปุ่น ไปยุโรป ไปทะเล

ส่วนเขามีรูปในโทรศัพท์ล่าสุดเป็น—

แผลกดทับของคนไข้

ธามเคยคิดว่าพออายุสามสิบ ชีวิตคงดูเป็นผู้ใหญ่กว่านี้

แต่ความจริงคือเขายังรู้สึกเหมือนนักศึกษาแพทย์คนนั้น

เพียงแต่เหนื่อยกว่าเดิม

และใต้ตาคล้ำกว่าเดิม

“เป็นหมอเหรอ”

คำถามทำให้ธามเงยหน้า

เหนือชี้ที่กระเป๋าเสื้อเขา

บัตรโรงพยาบาลโผล่ออกมาเกือบครึ่งใบ

ธามก้มมอง

“ครับ”

“ว่าแล้ว”

“ดูออกขนาดนั้นเลย?”

“ดูโทรม”

“…”

ธามวางช้อน

เหนือรีบยกมือ

“ล้อเล่น”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไร”

“หน้าคุณว่าแล้ว”

“หน้าผมปกติ”

“นี่ถ้าปกติ เวลาคุณโกรธไม่ต้องฆ่าคนเลยเหรอ”

“ผมเป็นหมอครับ”

“หมอก็ฆ่าคนได้”

ธามเลิกคิ้ว

“ประโยคนี้ถ้าพูดดัง ๆ ผมฟ้องได้นะครับ”

“งั้นเบา ๆ”

ธามส่ายหน้า

ตักข้าวต่อ

“อยู่โรงพยาบาลตรงนี้?”

“ครับ”

“แผนกอะไร”

ธามลังเลเล็กน้อย

ไม่ใช่เพราะเป็นความลับ

แค่ปกติเขาไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองให้คนแปลกหน้าฟัง

“อายุรกรรมครับ”

“อ๋อ”

เหนือพยักหน้าเหมือนเข้าใจ

ผ่านไปสามวินาที

“คืออะไร”

ธามเกือบสำลัก

“คุณถามเหมือนรู้”

“ก็ไม่อยากเสียหน้า”

“ตอนนี้เสียแล้วครับ”

“…”

เออ

แม่งกวนตีนจริงด้วย

เหนือหัวเราะ

“แล้วหมออายุรกรรมนี่ทำอะไร”

“รักษาโรคทั่วไปในผู้ใหญ่ครับ โรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน ความดัน การติดเชื้อ หลายอย่าง”

“อ๋อ”

“คราวนี้เข้าใจ?”

“ไม่”

“…”

“แต่พยักหน้าไว้ก่อน”

ธามยิ้ม

“แล้วคุณล่ะครับ”

“อะไร”

“เป็นเจ้าของร้านอย่างเดียว?”

เหนือชะงักเล็กน้อย

คำว่า ‘อย่างเดียว’ ไม่ได้มีน้ำเสียงดูถูก

เขารู้

แต่ไม่รู้ทำไมมันสะกิดอะไรบางอย่างในอก

“ครับ”

เหนือเปลี่ยนกลับมาใช้คำสุภาพ

“เจ้าของร้านอย่างเดียว”

ธามเงยหน้ามอง

สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง

เขากำลังจะพูดอะไรต่อ

แต่โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น

ชื่อบนหน้าจอทำให้สีหน้าธามเปลี่ยนทันที

WARD 8

เขารับสาย

“ครับ”

ความเหนื่อยหายไปจากน้ำเสียงแทบจะทันที

หลังตรงขึ้น

สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“BP เท่าไรครับ”

เหนือที่กำลังจะลุกไปเก็บของหยุด

“ให้ repeat อีกครั้งครับ...ครับ แล้ว urine output ชั่วโมงล่าสุดเท่าไร”

เงียบ

“โอเคครับ เจาะ CBC, electrolyte แล้วก็ lactate ซ้ำไว้ก่อน เดี๋ยวผมกลับไปดู”

เหนือมองนาฬิกา

22:19

กลับไป?

ธามวางสาย

กินข้าวอีกสองคำอย่างรวดเร็ว

เร็วเกินไป

“เฮ้ย”

ธามเงยหน้า

“ครับ?”

“ค่อย ๆ กิน”

“ผมต้องกลับโรงพยาบาลครับ”

“ก็เห็น”

“มีคนไข้—”

“รู้แล้ว”

เหนือเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์

หยิบกล่องอาหาร

“ทำอะไรครับ”

“เอากลับไปกิน”

“ไม่เป็นไรครับ เหลือนิดเดียว”

“ก็นิดเดียวนี่แหละ”

“ผม—”

“คุณหมอ”

เป็นครั้งแรกที่เหนือเรียกเขาแบบนั้น

ธามเงียบ

“คนไข้คุณต้องกินยาไหม”

“ครับ”

“ต้องกินข้าวไหม”

“บางคนครับ”

“ต้องนอนไหม”

“ครับ”

“แล้วหมอไม่ต้อง?”

ธามอ้าปาก

ไม่มีคำตอบ

เหนือกวาดข้าวที่เหลือลงกล่องอย่างรวดเร็ว

ตามด้วยแกงจืด

“เอาไป”

“ผมจ่าย—”

“กะเพราแปดสิบห้า ไข่ดาวสิบห้า”

“แกงจืดล่ะครับ”

“บอกแล้วว่าฟรี”

ธามหยิบธนบัตรหนึ่งร้อยออกมาวาง

พอดี

“ขอบคุณครับ”

“อือ”

ธามรับถุง

เดินไปถึงประตู

แล้วหยุด

“คุณครับ”

เหนือเงยหน้า

“ชื่ออะไรครับ”

คำถามนั้นทำให้คนถูกถามนิ่งไปนิดหนึ่ง

“ถามทำไม”

“เผื่อครั้งหน้ามา จะได้รู้ว่าต้องเรียกเจ้าของร้านว่าอะไร”

“จะมาอีก?”

“ถ้าไม่ไล่ครับ”

เหนือยิ้มมุมปาก

“เหนือ”

“ครับ?”

“ชื่อเหนือ”

ธามพยักหน้า

“ผมธามครับ”

“อือ”

“ไปนะครับ”

“เดี๋ยว”

ธามหันกลับมาอีกครั้ง

เหนือชี้ป้ายหน้าร้าน

“คราวหน้ามาก่อนสี่ทุ่ม”

ธามมองนาฬิกา

จากนั้นมองเหนือ

“วันนี้ผมมาก่อนนะครับ”

“…”

“สามนาที”

เหนือเม้มปาก

“ออกไปเลย”

เสียงหัวเราะของธามดังพร้อมกับเสียงกระดิ่งเหนือประตู

กรุ๊งกริ๊ง

แล้วประตูก็ปิดลง

เหนือยืนมองผ่านกระจก

เห็นผู้ชายคนนั้นเดินเร็ว ๆ ไปตามทางเท้า ถุงอาหารแกว่งอยู่ในมือ ก่อนจะเลี้ยวหายไปตรงหัวมุมถนนฝั่งโรงพยาบาล

“ธาม…”

เหนือพูดชื่อเบา ๆ

ไม่ได้มีความหมายอะไร

แค่ลองเรียกดู

แล้วก็หันกลับมา

โต๊ะเจ็ดยังมีแก้วน้ำอยู่

ทิชชูหนึ่งแผ่น

จานเปล่า

เหนือเดินไปเก็บ

ก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างวางอยู่ใต้แก้ว

กระดาษใบเล็ก

เขาหยิบขึ้นมา

เป็นใบเสร็จของร้าน

ด้านหลังมีลายมือเขียนไว้สั้น ๆ

“แกงจืดอร่อยครับ คราวหน้าไม่ต้องโกหกว่าเหลือก็ได้”

เหนืออ่าน

หนึ่งรอบ

สองรอบ

“…”

ไอ้หมอ

รู้ด้วยเหรอวะ

เหนือขยำใบเสร็จ

กำลังจะโยนทิ้ง

แต่ชะงัก

คลี่กลับ

อ่านอีกที

ก่อนพับครึ่งแล้วเสียบไว้ข้างเครื่องคิดเงินอย่างไม่มีเหตุผล







22:43 น.

“ยังไม่กลับอีก?”

เสียงทุ้มดังมาจากประตูหลังครัว

เหนือสะดุ้ง

“เชี่ย!”

ชายร่างสูงในเสื้อยืดสีดำเดินออกมา หน้าตาเรียบเฉยราวกับไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำเจ้าของร้านเกือบหัวใจวาย

‘คิน’

เชฟใหญ่ของร้าน

อายุสามสิบสี่

คนที่อยู่กับร้านมานานจนบางครั้งเหนือเองยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นเจ้าของกันแน่

“มึงยังอยู่อีกเหรอ”

“ลืมมีด”

คินชูถุงผ้าในมือ

ก่อนจมูกจะขยับ

เขาหันมองครัว

แล้วหันกลับมามองเหนือ

“มึงเปิดเตา?”

เหนือเงียบ

“เหนือ”

“ลูกค้าเข้ามา”

“กูปิดครัวแล้ว”

“เขาหิว”

“ร้านอาหารมีไว้ให้คนหิว”

“ก็เออไง”

คินจ้องหน้า

“แล้วใครล้างกระทะ”

เหนือชี้ตัวเอง

“กู”

“พื้น?”

“กู”

“เตา?”

“กู”

“เขียง?”

“กู!”

คินพยักหน้า

“ดี”

แล้วเดินกลับเข้าครัว

“ไอ้เหี้ย นี่มึงเป็นลูกน้องกูนะ!”

“งั้นมึงล้าง”

“…”

เหนือสบถเบา ๆ

ก่อนหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกใหม่

คินเดินกลับออกมาอีกครั้ง

สายตาเหลือบไปเห็นใบเสร็จที่ถูกพับไว้ข้างเครื่องคิดเงิน

“อะไร”

“อะไรอะไร”

“ยิ้มอะไร”

“กูไม่ได้ยิ้ม”

“อือ”

“จริง”

“กูยังไม่ได้ว่าอะไร”

“…”

คินเดินออกทางประตูหลัง

ทิ้งเหนือยืนอยู่คนเดียว

เจ้าของร้านหันไปมองเงาตัวเองในกระจก

หน้าปกติ

ไม่ได้ยิ้ม

ตรงไหนวะ







วันต่อมา

18:42 น.

“โต๊ะเจ็ด สองที่!”

มินตะโกน

“รับทราบ!”

เสียงพนักงานตอบ

ร้านเต็มเร็วกว่าปกติ

เหนือยืนหน้าเคาน์เตอร์ มือหนึ่งรับโทรศัพท์ อีกมือกำลังเช็กยอดเดลิเวอรี

“ครับคุณพี่...หกท่านหนึ่งทุ่มครึ่งใช่ไหมครับ ได้ครับ เดี๋ยวผมเก็บโต๊ะให้...ครับ ขอบคุณครับ”

วางสาย

“พี่เหนือ!”

“อะไร!”

“โต๊ะสามขอเพิ่มข้าว!”

“แล้วมาบอกกูทำไม ไปบอกครัว!”

“ครัวให้มาบอกพี่!”

“ไอ้คิน!”

เสียงจากครัวสวนกลับทันที

“กูได้ยิน!”

ร้านวุ่นวายตามปกติ

ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น

จนกระทั่ง—

กรุ๊งกริ๊ง

เสียงประตูดัง

เหนือเงยหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่ใช่

ลูกค้าผู้หญิงสองคน

เขาก้มหน้าทำงานต่อ

19:30

กรุ๊งกริ๊ง

เงย

ไม่ใช่

ครอบครัวหนึ่ง

20:15

กรุ๊งกริ๊ง

เหนือเงยอีก

ชายวัยกลางคน

“มองหาใคร”

มินถาม

“เปล่า”

“เห็นเงยทุกครั้ง”

“กูก็ดูลูกค้าปกติ”

“เหรอ”

“เออ”

มินลากเสียง

“อ๋ออออ”

“อ๋ออะไร”

“ไม่ได้ว่าอะไร”

เหนือจ้อง

เด็กสาวยิ้มกวน ๆ แล้วเดินหนี

21:00

ลูกค้าเริ่มบาง

21:30

เหลือสี่โต๊ะ

21:45

สองโต๊ะ

21:50

หนึ่งโต๊ะ

เหนือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมองนาฬิกาบ่อยแค่ไหน

21:55

ลูกค้าโต๊ะสุดท้ายจ่ายเงิน

21:56

มินเริ่มยกเก้าอี้

21:57

เหนือมองประตู

ไม่มีใคร

21:58

“ปิดครัวนะ”

คินตะโกน

“เออ”

21:59

เหนือมองประตูอีกครั้ง

เงียบ

22:00

มินพลิกป้ายหน้าร้านจาก OPEN เป็น CLOSED

“กลับละนะ”

“อือ”

“พี่เหนือ”

“อะไร”

“หมอไม่มาเหรอ”

มือที่กำลังนับเงินหยุด

เหนือเงยหน้าช้า ๆ

“หมอไหน”

มินทำหน้าตาย

“หนูพูดว่าหมอเหรอ”

“มึงเพิ่งพูด”

“เหรอ”

“ไอ้มิน”

“กลับแล้วค่า!”

ประตูเปิด

กรุ๊งกริ๊ง

แล้วปิด

เหนือส่ายหน้า

ไร้สาระ

เขาก้มกลับมานับเงิน

หนึ่งพัน

สองพัน

สามพัน—

กรุ๊งกริ๊ง

“ร้านปิด—”

เหนือเงยหน้า

คำที่เหลือหยุดอยู่ในคอ

ผู้ชายคนเดิมยืนอยู่ตรงประตู

วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อเชิ้ต

แต่เป็นชุดสครับสีกรมท่า

ผมยุ่งกว่าเมื่อคืน

ใต้ตาดำกว่าเมื่อคืน

และดูเหนื่อยกว่าเมื่อคืนประมาณสามเท่า

ธามยกโทรศัพท์ขึ้น

หน้าจอแสดงเวลา

22:03

“วันนี้ผมมาช้าไปสามนาทีครับ”

เหนือมอง

ไม่พูดอะไร

ธามยิ้มบาง ๆ

“งั้นไม่เป็นไรครับ พรุ่งนี้—”

“กะเพรา?”

คนที่กำลังจะหันกลับหยุด

“ครับ?”

เหนือถอนหายใจ

วางเงินในมือลง

“เมื่อวานกินกะเพรา”

เขาเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์

“วันนี้กินอย่างอื่นบ้าง”

ธามมองเขา

“แต่ครัวปิดแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“เออ”

“แล้ว—”

“ก็กูเป็นเจ้าของร้าน”

คำว่า กู หลุดออกมาโดยเหนือไม่ได้ตั้งใจ

ทั้งคู่ชะงักพร้อมกัน

เหนือกระแอม

“หมายถึง...ผมเป็นเจ้าของร้าน”

ธามมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วมุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น

“ครับ”

เหนือเดินเข้าครัว

“นั่งดิ”

“โต๊ะไหนครับ”

เหนือชะโงกหน้าออกมา

ร้านทั้งร้านมีโต๊ะว่างสิบกว่าตัว

แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับตอบไปโดยไม่คิด

“โต๊ะเดิมนั่นแหละ”

ธามหันไปมอง

โต๊ะหมายเลข 7

แล้วเดินไปนั่ง

เหนือเปิดตู้เย็น

“วันนี้อยากกินอะไร”

เสียงตอบดังมาจากมุมร้าน

“อะไรก็ได้ครับ”

“คนทำอาหารเกลียดคำนี้ที่สุด รู้ไหม”

“งั้นคุณเลือกให้ผมสิครับ”

เหนือชะงัก

เขามองผ่านช่องครัวออกไป

ธามกำลังถอดนาฬิกาข้อมือวางบนโต๊ะ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาเหมือนเพียงแค่นั่งลงก็หมดแรงแล้ว

เมื่อคืนเหนือเห็นผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาอะไรกิน

แต่คืนนี้—

ไม่รู้ทำไม

เขากลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคน

กลับมาที่ร้าน

ทั้งที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งที่สอง

เหนือเปิดเตา

เสียงแก๊สดังพรึ่บ

“กินข้าวต้มไหม”

ธามลืมตา

“ครับ”

“หมูหรือปลา”

“อะไรก็ได้”

“ธาม”

คนถูกเรียกชะงัก

นี่เป็นครั้งแรกที่เหนือเรียกชื่อเขาตรง ๆ

“ครับ?”

“ถ้าตอบอะไรก็ได้อีกครั้ง กูจะทำข้าวเปล่าให้แดก”

ธามนิ่งไปสองวินาที

ก่อนหัวเราะ

เสียงหัวเราะดังอยู่ในร้านที่ปิดไฟไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ปลา”

“เออ แค่นั้น”

เหนือหันกลับเข้าครัว

โดยไม่เห็นว่า—

คนที่โต๊ะเจ็ดกำลังมองแผ่นหลังของเขาอยู่

และธามเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า

ทำไมหลังจากวันที่เหนื่อยจนไม่อยากพูดกับใคร

หลังจากสิบสี่ชั่วโมงในโรงพยาบาล

หลังจากคำสั่ง อาการคนไข้ เสียงโทรศัพท์ เสียงเครื่องมอนิเตอร์ และเรื่องวุ่นวายที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในหัว

เขาถึงเลือกเดินเลยคอนโดของตัวเองมาอีกหนึ่งช่วงถนน

เพื่อมายืนหน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง

ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าร้านปิดสี่ทุ่ม

บางที—

เขาอาจแค่หิว

อย่างน้อย

คืนนี้ธามก็ยังเลือกที่จะเชื่อแบบนั้น

ส่วนเหนือ...

เจ้าของร้านที่กำลังหั่นขิงอยู่ในครัวก็คงเลือกเชื่อเหมือนกันว่า

เหตุผลที่เขาเปิดเตาอีกครั้ง

เป็นเพียงเพราะ—

เสียดายของ

เท่านั้นเอง

TBC

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
137
พลังน้ำใจ
11819
Zenny
4907
ออนไลน์
1003 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-23 14:51 , Processed in 0.104539 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้