ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 63|ตอบกลับ: 4

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.7

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
321
ตอบกลับ
115
พลังน้ำใจ
13890
Zenny
46313
ออนไลน์
5376 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 16:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-22 16:41




เสียงรถจักรยานยนต์แล่นผ่านหน้าปากซอยเป็นระยะ ขณะที่ฉินเดินกลับเข้ามาในหอพักพร้อมกระเป๋าผ้าสะพายข้างหนึ่งใบ


“โอ๊ย...ขาจะหลุด”


วันนี้เฮียธามให้เขาฝึกขึ้นบ่าอยู่หลายรอบ ไหนจะฝึกยืนทรงตัว ฝึกย่อเข่า ฝึกถ่ายน้ำหนักอีก กว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับก็เล่นเอาขาสั่นจนแทบเดินไม่ตรง


แต่ถึงอย่างนั้นฉินก็ยังยิ้มได้


เพราะอย่างน้อยวันนี้เขาก็ยังโดนชมว่าเก่ง


“พรุ่งนี้ต้องทำให้ได้ดีกว่านี้”


เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินผ่านประตูเหล็กเข้าไปด้านใน


หอพักที่เขาเช่าอยู่เป็นอาคารเก่าสูงห้าชั้น ตั้งอยู่ท้ายซอยแคบ ๆ ไม่ไกลจากป้ายรถเมล์นัก ค่าเช่าเดือนละสามพันห้าร้อยบาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ไม่มีลิฟต์ ไม่มีแม่บ้านทำความสะอาดห้องให้ และไม่มีใครคอยยกของขึ้นไปส่งถึงหน้าประตู


ทุกอย่างต้องทำเอง


ตอนมาดูห้องครั้งแรก ฉินยังคิดว่ามันก็ดูสะดวกดี


จนกระทั่งต้องหอบกระเป๋าเดินทางสองใบขึ้นบันไดไปชั้นสี่


วันนั้นเขาเพิ่งเข้าใจว่าการไม่มีลิฟต์เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน


เสียงประตูห้องพักปิดลงพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่เดินลากขาเข้ามาอย่างหมดเรี่ยวแรง


หนึ่งทุ่มสิบห้า


“หิวอะ”


เสียงท้องร้องดังขึ้นราวกับเห็นด้วย


เด็กหนุ่มลุกไปเปิดตู้เย็นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะอ่านหนังสือ


ข้างในมีน้ำเปล่าสองขวด ไข่ไก่สามฟอง และโยเกิร์ตหนึ่งถ้วย


ฉินยืนนิ่ง


“...”


เขาปิดตู้เย็น


แล้วเปิดใหม่


ของก็ยังอยู่เท่าเดิม


“ทำไมไม่มีอะไรกินเลยวะ”


พูดจบก็ชะงัก


อ้อ


เพราะไม่ได้ซื้อ


เมื่อก่อนเวลาเปิดตู้เย็นที่บ้าน ไม่ว่าจะเช้าหรือดึกก็มีของกินเต็มไปหมด บางวันแค่เดินลงบันไดก็ได้กลิ่นกับข้าวที่แม่ครัวกำลังทำแล้ว


แต่ตอนนี้...


ฉินมองไข่สามฟองด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย


“เราจะกินอะไรกันดีเพื่อน”


แน่นอนว่าไข่ไม่ตอบ


เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปสั่งอาหาร


ข้าวกะเพราหมูกรอบ


เจ็ดสิบห้าบาท


ค่าจัดส่งสามสิบ


ค่าบริการอีกห้าบาท


รวมหนึ่งร้อยสิบบาท


“...”


ฉินมองตัวเลขบนหน้าจอ


หนึ่งร้อยสิบบาท!


เมื่อก่อนเขาสั่งอาหารมื้อละหลายร้อยโดยไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าค่าส่งเท่าไร


แต่ตอนนี้เงินหนึ่งร้อยสิบบาทซื้อข้าวร้านใต้หอได้ตั้งสองมื้อ


เด็กหนุ่มเม้มปาก


ก่อนจะกดออกจากแอปอย่างเด็ดเดี่ยว


“ไม่กินก็ได้!”


ท้องร้องขึ้นมาอีกครั้ง


“...”


สุดท้ายฉินจึงคว้ากระเป๋าสตางค์ เดินลงไปซื้อข้าวไข่เจียวร้านปากซอยในราคาสี่สิบบาท


แถมยังขอพริกน้ำปลามาสองถุง


เพราะฟรี


สองทุ่มกว่า ฉินกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมถุงข้าวไข่เจียวหนึ่งถุง


เขานั่งกินบนพื้นหน้าโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก เปิดคลิปสอนตัดต่อวิดีโอในโน้ตบุ๊กไปด้วย


โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างจานสั่นครืด


ม๊า


ฉินชะงัก


ก่อนจะรีบกลืนข้าวแล้วกดรับสาย


“ฮัลโหลครับม๊า!”


“อาฉิน!”


เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นทันที


“ทำอะไรอยู่ลูก”


“กินข้าวครับ”


“กินอะไร”


ฉินก้มมองข้าวไข่เจียวในกล่องโฟม


“ข้าวครับ”


“ม๊ารู้ว่าข้าว! กับอะไรล่ะ”


“ไข่เจียว”


ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง


“แค่นั้นเหรอลูก”


“มีแตงกวาด้วยครับ”


“อาฉิน!”


เด็กหนุ่มหลุดหัวเราะ


“ม๊า ผมกินได้จริง ๆ”


“แล้วทำไมไม่ซื้ออะไรดี ๆ กิน”


“ก็มันอร่อยนี่ครับ”


“ม๊าโอนเงินให้เอาไหม”


“ไม่เอาครับ”


“นิดเดียวก็ได้”


“ม๊า...”


“ห้าหมื่นพอไหมลูก”


ฉินแทบสำลักข้าว


“ม๊า!”


“อะไร!”


“ห้าหมื่นนี่ไม่เรียกว่านิดเดียวแล้ว!”


“อ้าว แล้วจะให้ม๊าโอนเท่าไร”


เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ


นี่แหละปัญหา


ปัญหาของการมีแม่ที่ไม่รู้ว่าเงินห้าหมื่นบาทสามารถจ่ายค่าหอเขาได้หลายเดือน


“ไม่เอาครับ ฉินทำงานแล้ว”


“งานอะไรลูก”


“เชิดสิงโตครับ”


“...”


“ม๊า?”


“ลื้อว่าอะไรนะลูก”


“ฉินเป็นคนเชิดสิงโตครับ!”


แล้วแม่ก็หันไปตะโกนเรียกพ่อที่อยู่ในห้องข้าง ๆ


“ป๊า! ลูกลื้อไปเป็นสิงโตแล้ว!”


“ม๊า! ฉินไม่ได้เป็นสิงโต!”


“แล้วเป็นอะไร!”


“คนเชิดครับ!”


ฉินต้องใช้เวลาอธิบายอยู่นานกว่าจะทำให้แม่เข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยไปทำงานในคณะละครสัตว์


ส่วนพ่อที่แอบฟังอยู่ข้าง ๆ แม้จะทำเป็นบ่นว่าลูกชายดื้อ แต่พอวางสายก็ถามแม่ทันทีว่า


“แล้วมันกินข้าวครบสามมื้อหรือเปล่า”






‘ฉิน’ ศิริวัฒนโชติ บุตรชายคนเล็กของตระกูลนักธุรกิจเก่าแก่เชื้อสายจีน ผู้มีฐานะร่ำรวยชนิดที่ว่าต่อให้ลูกหลานผลาญเงินเล่นไปอีกสามชั่วโคตร ก็คงยังเหลือมรดกให้แย่งกันในศาล


ฉินเติบโตมาท่ามกลางความสุขสบาย เป็นลูกชายคนโปรดของม๊าและน้องเล็กที่ทุกคนในบ้านต่างรักและตามใจ


แต่ถึงจะถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก ฉินก็ไม่ได้เป็นเด็กนิสัยเสีย ตรงกันข้าม เขาถูกสอนให้รู้จักกาลเทศะ พูดจาสุภาพ ขอบคุณคนที่ช่วยเหลือ และไม่ดูถูกใครเพียงเพราะมีเงินในบัญชีน้อยกว่า


จะมีก็แต่นิสัยพูดมาก ชอบเถียง และความดื้อที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่ออย่างครบถ้วนทุกกระเบียดนิ้ว


ป๊าของฉินเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจนเชื่อว่าตัวเองมองอนาคตได้ทะลุปรุโปร่ง โดยเฉพาะอนาคตของลูกชายคนเล็กที่เจ้าตัววางแผนไว้เสร็จสรรพแล้วว่าเรียนจบต้องเข้ามาช่วยงานบริษัท


ส่วนม๊าเป็นคนใจอ่อน โดยเฉพาะกับลูกชายคนเล็ก ปากบอกให้เชื่อฟังป๊า แต่พอป๊าเผลอก็แอบยื่นเงินค่าขนมให้เพิ่มอยู่ดี


สำหรับเฮียใหญ่ พี่ชายแท้ ๆ ที่แสนดีของฉินนั้น


ดีในที่นี้หมายถึงดีใจทุกครั้งที่เห็นน้องชายโดนป๊าด่า


แต่ถ้าฉินเดือดร้อนจริง ๆ เฮียใหญ่ก็เป็นคนแรกที่ยื่นมือมาช่วยอยู่เสมอ หลังจากหัวเราะให้สาแก่ใจแล้วประมาณหนึ่ง


ชีวิตของฉินจึงเรียกได้ว่าสุขสบายดีทุกอย่าง


จนกระทั่งถึงเวลาต้องเลือกคณะเข้ามหาวิทยาลัย


ฉินอยากเรียนนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อดิจิทัล เพราะชอบถ่ายภาพ ตัดต่อวิดีโอ และสนใจงานเบื้องหลังมาตั้งแต่เด็ก ส่วนป๊าอยากให้เรียนบริหารธุรกิจ เพื่อจะได้กลับมาช่วยดูแลกิจการของครอบครัว


ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบ้านที่มีเงินมากพอจะส่งลูกเรียนอะไรก็ได้บนโลกใบนี้


ติดอยู่เพียงอย่างเดียว


พ่อกับลูกดันดื้อพอกัน


“ลื้อต้องเรียนบริหารฯ”


“แต่ฉินอยากเรียนนิเทศฯ ครับ”


“เรียนจบแล้วจะทำอะไร!”


“ทำงานครับป๊า”


“งานอะไร!”


“ก็งานที่เขาจ้างไงครับ!”


หลังจากนั้นบ้านศิริวัฒนโชติก็เข้าสู่ภาวะสงครามเย็น


ป๊าหน้าบึ้ง


ฉินหน้าบึ้ง


ม๊าปวดหัว


ส่วนเฮียใหญ่สั่งขนมมากินระหว่างชมเหตุการณ์ เพราะนาน ๆ ทีจะมีคนกล้าเถียงป๊าแล้วไม่โดนตัดออกจากกองมรดก


ท้ายที่สุด ฉินตัดสินใจเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ด้วยทุนการศึกษาที่สอบได้เอง และประกาศว่าจะย้ายออกไปอยู่หอพัก หาเงินใช้เองโดยไม่รบกวนทางบ้าน


ป๊าไม่ได้ไล่ลูกออกจากบ้าน


ตรงกันข้าม ป๊าอยากให้ลูกอยู่บ้านเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของผู้เป็นพ่อที่ถูกลูกชายคนเล็กขัดใจเป็นครั้งแรก จึงหลุดปากออกไปว่า


“ถ้าลื้อคิดว่าอยู่เองได้ ก็ลองดู!”


ส่วนฉินที่กำลังอยู่ในวัยเลือดร้อนก็ตอบกลับไปอย่างมั่นอกมั่นใจว่า


“ได้ครับ ฉินจะทำให้ป๊าดู!”


และนั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นของความบันเทิง


จากคุณหนูที่ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงิน กลายเป็นเด็กหนุ่มที่ต้องทำงานสารพัด ทั้งยกของ แจกใบปลิว เสิร์ฟอาหาร และงานพาร์ตไทม์อื่น ๆ ที่พอจะหาได้ เขาไม่ได้ทำเป็นตั้งแต่แรก แต่ก็เรียนรู้เร็ว ไม่เกี่ยงงาน และไม่เคยคิดว่าการหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงเป็นเรื่องน่าอาย


น่าอายกว่าคือการกลับไปขอเงินป๊าหลังจากประกาศว่าจะเลี้ยงตัวเองได้ต่างหาก


โดยเฉพาะเมื่อมีเฮียใหญ่รอซ้ำเติมอยู่ที่บ้าน


ม๊าโทรมาหาแทบทุกวัน ถามว่ากินข้าวหรือยัง เงินพอใช้ไหม อยากให้โอนเพิ่มหรือเปล่า


ฉินตอบว่าไม่ทุกครั้ง


แม้บางครั้งจะต้องตอบคำถามนั้นขณะกำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ก็ตาม


แน่นอนว่าฉินไม่ได้เกลียดครอบครัว เขายังรักป๊า รักม๊า และรักเฮียใหญ่เหมือนเดิม เพียงแต่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถเลือกอนาคตและรับผิดชอบชีวิตได้โดยไม่ต้องให้ใครจัดการแทน


ปัญหามีเพียงข้อเดียว


อุดมการณ์มันกินแทนข้าวไม่ได้


และเมื่อเปิดเทอมมหาวิทยาลัย ตารางเรียนก็เริ่มเบียดเวลาทำงานจนเงินเก็บร่อยหรอ ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร และค่ากินต่างพร้อมใจกันเดินขบวนมาทวงส่วนแบ่งจากบัญชีธนาคาร


จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉิน ศิริวัฒนโชติ ทายาทตระกูลนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ก็ต้องยืนจ้องยอดเงินคงเหลือ 1,247.36 บาท ด้วยสีหน้าราวกับเพิ่งถูกธนาคารยึดทรัพย์


ทั้งที่ความจริงแล้ว หากโทรหาม๊าสักสาย เงินหลักหมื่นก็คงเข้าบัญชีภายในห้านาที


แต่จะให้กลับไปยอมรับว่าตัวเองแพ้น่ะหรือ?


ฝันไปเถอะ!


ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน


ตอนที่เพิ่งเรียนจบมัธยมและตัดสินใจหอบเสื้อผ้าออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ มาอยู่ในห้องเช่าขนาดยี่สิบกว่าตารางเมตรด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า คนอย่างเขาน่ะหรือจะเอาตัวไม่รอด


แน่นอนว่าตอนนั้นฉินยังไม่รู้หรอกว่า การเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ยากตรงการหาเงินอย่างเดียว แต่ยากตรงที่ต้องหาเงินใหม่ทุกครั้งหลังจากใช้มันหมดไปต่างหาก


และในบรรดาคนที่รอดูความสำเร็จของเขาอย่างใจจดใจจ่อ ก็คงไม่มีใครกระตือรือร้นไปกว่าเฮียใหญ่ พี่ชายแท้ ๆ ผู้โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบตั้งแต่วันแรกที่ย้ายออกมา


ถามด้วยความเป็นห่วงน่ะใช่


แต่ดูเหมือนจะเป็นห่วงว่าจะไม่มีเรื่องของน้องชายเอาไว้หัวเราะมากกว่า


เพราะทันทีที่ฉินกดรับสาย ประโยคแรกที่ได้ยินกลับไม่ใช่คำว่า อยู่ได้ไหม หรือ ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า


แต่เป็น...


“ว่าไง ไอ้คุณหนู คืนแรกในสลัมส่วนตัวเป็นไงบ้าง?”


กระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน...


โทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะสั่นครืดเป็นรอบที่สาม


ฉินเหลือบมองมันขณะกำลังนั่งกินข้าวกะเพราไข่ดาวอยู่ในห้องพัก ก่อนจะใช้ช้อนเขี่ยไข่ดาวไปข้างจานแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา


พอเห็นชื่อบนหน้าจอ เด็กหนุ่มก็ถอนหายใจ


เฮียใหญ่ (เจ้ากรรมนายเวร)


ฮัลโหล”


“ยังไม่ตาย?”


ฉินหลับตา


“ถ้าโทรมาแช่งก็วางไปเลย”


“อ้าว ยังปากดีอยู่ แสดงว่ายังมีแรง”


“เฮียมีอะไร”


“ไม่มี โทรมาเช็กว่าลูกชายคนเล็กบ้านศิริวัฒนโชติยังมีชีวิตอยู่ไหม เผื่อจะได้บอกม๊าถูกว่าต้องสั่งพวงหรีดกี่พวง”


“เฮีย!”


เสียงหัวเราะดังมาตามสาย


“เออ ๆ ล้อเล่น กินข้าวยัง”


“กินอยู่”


“กินอะไร”


“กะเพรา”


“กะเพราอะไร”


“กะเพราไข่ดาว”


“ไม่มีหมู?”


“มี!”


“ไหนเมื่อกี้บอกกะเพราไข่ดาว”


“กะเพราหมูสับไข่ดาว! เฮียจะเอาอะไรกับชีวิตฉินนักหนา!”


“ถามเฉย ๆ ทำไมต้องโมโห หรือหมูมันน้อยจนต้องหวง”


ฉินก้มมองข้าวในกล่อง


หมูสับมีอยู่ประมาณหนึ่ง


หนึ่งในที่นี้หมายถึงหนึ่งช้อนโต๊ะ


“หมูเยอะจะตาย”


“อ๋อ”


“อ๋ออะไร”


“เปล่า แค่สงสัยว่าหมูมันเยอะหรือมึงกำลังนับใบกะเพราเป็นหมู”


“เฮียใหญ่!”


ปลายสายหัวเราะลั่น


ฉินตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเคี้ยวตุ้ย ๆ ราวกับกำลังเคี้ยวหัวพี่ชายตัวเอง


“แล้วนี่เลิกเรียนแล้ว?”


“เลิกแล้ว”


“งานล่ะ”


“ก็ทำอยู่”


“ทำอะไร”


“เชิดสิงโต”


เงียบ


เงียบไปประมาณสามวินาที


ก่อนเสียงจากปลายสายจะดังขึ้นอีกครั้ง


“อะไรนะ”


“เชิดสิงโต”


“สิงโต?”


“ครับ”


“ไอ้ที่มีคนเข้าไปอยู่ข้างในสองคนอะนะ”


“ใช่”


“แล้วมึงเป็นตัวไหน”


ฉินขมวดคิ้ว


“ตัวไหนอะไร”


“ก็สิงโตไง มึงเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย”


“เฮีย! มันไม่ได้แบ่งแบบนั้น!”


“อ้าวเหรอ กูนึกว่ามี”


“ฉินเป็นเท้าหน้า”


“เท้าหน้า?”


“อือ คนที่อยู่ข้างหน้า คุมหัวสิงโต”


“อ๋อ”


ปลายสายเงียบไปอีกหน่อย


“แล้วเท้าหลังใคร”


“หัวหน้าคณะ”


“ผู้ชาย?”


“อือ”


“อายุ?”


“ยี่สิบสี่ ยี่สิบห้ามั้ง”


“หล่อไหม”


ฉินชะงัก


“...ถามทำไม”


“กูถามว่าหล่อไหม”


“ก็...หน้าตาดี”


“อ๋อออ”


น้ำเสียงที่ลากยาวผิดปกติทำให้ฉินรู้สึกไม่ชอบมาพากล


“อ๋ออะไรอีก!”


“เปล่า กูแค่สงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ น้องชายกูถึงสนใจเข้าไปมุดอยู่ในสิงโตกับผู้ชายแปลกหน้า”


“มันเป็นงาน!”


“กูก็ยังไม่ได้ว่าอะไร”


“น้ำเสียงเฮียมันว่า!”


“กูแค่ถามด้วยความเป็นห่วง”


“ห่วงอะไร!”


“ห่วงหัวหน้าคณะ”


“...”


“กลัวเขาอยู่กับมึงไม่ถึงเดือนแล้วเป็นประสาท”


“ไอ้เฮีย!”


เสียงหัวเราะดังสนั่นจนฉินต้องยกโทรศัพท์ออกห่างหู


“เออ ๆ พอแล้ว ไม่แกล้งละ”


“พูดแบบนี้ทุกที”


“แล้วงานหนักไหม”


“ก็หนักอยู่”


“เจ็บตัวหรือเปล่า”


“เมื่อยขานิดหน่อย”


“นิดหน่อยของมึงนี่เท่าไร”


“ก็...เดินขึ้นบันไดแล้วอยากร้องไห้”


“ไอ้ฉิน”


“แต่ไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ!”


“มึงอย่าเก่งแต่ปากนะ มีอะไรผิดปกติก็ไปหาหมอ อย่าฝืน”


ฉินชะงักไปนิดหนึ่ง


“รู้แล้วน่า”


“แล้วคนที่คณะเป็นไง”


“ก็ดี”


“มีใครแกล้งมึงไหม”


“ไม่มี”


“หัวหน้าคณะล่ะ”


“เฮียธามเหรอ”


“เออ”


ฉินนึกถึงคนตัวใหญ่ที่ชอบทำหน้าดุ สั่งให้เขาย่อเข่าจนขาสั่น แต่พอเห็นว่าเริ่มไม่ไหวก็เป็นฝ่ายบอกให้พักเอง


“เขาก็ดี”


“ดีแบบไหน”


“ก็ดีอะ”


“ตอบละเอียดมาก สมกับที่ป๊าเสียเงินส่งเรียน”


“ฉินได้ทุน!”


“เออ กูรู้ กูแค่เสียดายค่าเลี้ยงดูตอนเด็ก”


“เฮีย!”


“แล้วเขาดุมึงไหม”


“ดุ”


“สมควร”


“อ้าว!”


“มีคนดุมึงแทนป๊าบ้างก็ดี ป๊าจะได้พักผ่อน”


ฉินกัดฟันกรอด


“ฉินจะวางแล้วนะ”


“เดี๋ยว”


เสียงพี่ชายดังขึ้นก่อนที่เขาจะกดตัดสาย


“เงินพอใช้ไหม”


คำถามนั้นทำให้ฉินนิ่งไป


เขาเหลือบมองโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปมองกล่องข้าวบนโต๊ะ


“พอ”


“แน่ใจ?”


“แน่สิ”


“ค่าเช่าห้องล่ะ”


“จ่ายได้”


“ค่ากิน?”


“ก็กินอยู่นี่ไง”


“กูหมายถึงทั้งเดือน ไม่ใช่มื้อนี้”


“เฮียใหญ่ ฉินโตแล้วนะ”


“กูรู้”


“ฉินดูแลตัวเองได้”


“กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงดูแลตัวเองไม่ได้”


น้ำเสียงปลายสายอ่อนลง


“แต่ถ้ามันไม่พอ ก็บอกกู”


ฉินเม้มปาก


“ไม่เอา”


“กูยังไม่ได้เสนออะไรเลย”


“เฮียกำลังจะเสนอ”


“เออ ฉลาด”


“ฉินไม่เอาเงินเฮียหรอก”


“ทำไม กลัวกูคิดดอก?”


“กลัวเฮียเอาไปล้อ”


“อันนั้นกูทำแน่”


“เห็นไหม!”


“แต่กูก็ให้มึงอยู่ดี”


ฉินเงียบ


“ฟังนะไอ้ตัวแสบ” พี่ชายพูดต่อ “มึงอยากพิสูจน์ตัวเอง กูเข้าใจ ป๊าก็แค่หัวแข็งไปหน่อย”


“หน่อยเหรอ”


“เออ มากก็ได้”


ฉินหลุดหัวเราะ


“แต่การขอให้คนในบ้านช่วยเวลาเดือดร้อน มันไม่ได้แปลว่ามึงแพ้ป๊านะ”


“...”


“เข้าใจไหม”


เด็กหนุ่มใช้ช้อนเขี่ยข้าวในกล่อง


“เข้าใจ”


“แล้ว?”


“แต่ฉินยังไหว”


ปลายสายถอนหายใจ


“เออ กูรู้ว่ามึงไหว”


“...”


“กูแค่ไม่อยากให้มึงต้องไหวทุกเรื่อง”


ฉินหยุดมือ


อยู่ ๆ ห้องพักเล็ก ๆ ก็เงียบลงเสียอย่างนั้น


เขาไม่ค่อยชอบเวลาพี่ชายพูดจาดี ๆ


มันทำตัวไม่ถูก


“เฮีย”


“ว่า”


“วันนี้กินยาอะไรผิดมาเปล่า”


“อ้าว ไอ้เวร”


ฉินหัวเราะออกมาทันที


“อยู่ดี ๆ ก็พูดซึ้ง ฉินตกใจหมด”


“กูอุตส่าห์เป็นพี่ที่ดี”


“เป็นต่อไปเถอะครับ นาน ๆ ที”


“เดี๋ยวกูโอนเงินให้สักห้าหมื่น”


“เฮีย!”


“เอาไปซื้อกะเพราที่มีหมูจริง ๆ กิน”


“ฉินไม่เอา!”


“งั้นแสนหนึ่ง”


“ไม่ใช่เรื่องจำนวนเงิน!”


“สองแสน?”


“เฮียใหญ่!”


เสียงหัวเราะดังมาตามสายอีกครั้ง


“โอเค ๆ ไม่โอนก็ไม่โอน”


ฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก


“ดี”


“แต่ถ้ามึงไม่มีเงินจ่ายค่าหอจนต้องไปนอนใต้สะพาน โทรบอกกูก่อนนะ”


“ทำไม จะมารับเหรอ”


“เปล่า”


“...”


“กูจะเอากล้องไปถ่าย”


“ไอ้เฮียเวร!”


“เอาไว้เปิดในงานแต่งมึง”


“ฉินจะบล็อกเบอร์เฮีย!”


“บล็อกเลย เดี๋ยวกูโทรเบอร์บริษัท”


ฉินหัวเราะจนต้องวางช้อน


ให้ตายเถอะ


บางทีเขาก็สงสัยว่าม๊าเลี้ยงเฮียใหญ่มาได้ยังไงโดยไม่เคยจับโยนลงถังขยะสักครั้ง


“เออ แล้วม๊าฝากถาม”


พี่ชายพูดขึ้นหลังจากหัวเราะกันจนพอใจ


“ว่าเมื่อไรจะกลับมากินข้าวที่บ้าน”


ฉินชะงัก


“ม๊าถามเหรอ”


“ถามทุกวัน”


“...”


“เมื่อเช้าก็ถาม ตอนเที่ยงก็ถาม กูเพิ่งกลับจากประชุมยังไม่ทันนั่ง ม๊าก็ถามอีก”


“แล้วเฮียตอบว่าไง”


“บอกว่ามึงไปเป็นสิงโตแล้ว”


“เฮีย!”


“ม๊าตกใจใหญ่เลย”


“แล้วเฮียอธิบายไหม!”


“อธิบายสิ”


“ว่า?”


“บอกว่าลูกชายคนเล็กบ้านเราตกอับจนต้องไปทำงานในคณะละครสัตว์”


“ไอ้เฮียใหญ่!”


เสียงหัวเราะดังลั่นอีกครั้ง


“ล้อเล่น! กูยังไม่ได้บอกเรื่องงานใหม่มึงเลย”


“อย่าบอกมั่วนะ!”


“เออ ๆ”


ฉินถอนหายใจ ก่อนจะถามเบา ๆ


“แล้ว...ป๊าล่ะ”


ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง


“ป๊าทำไม”


“ป๊าถามถึงฉินบ้างไหม”


“ถาม”


ฉินเงยหน้าขึ้นทันที


“จริงเหรอ”


“อือ”


“ถามว่าอะไร”


“ถามว่ามึงโทรหาม๊าหรือยัง”


“...”


“ถามว่ามึงกินข้าวตรงเวลาหรือเปล่า”


“...”


“แล้วก็ถามว่าหอที่มึงอยู่มีคนดูแลความปลอดภัยไหม”


ฉินก้มมองปลายเท้าตัวเอง


“อ๋อ”


“แต่ป๊าสั่งห้ามกูบอกมึงนะ”


“ทำไม”


“เสียฟอร์ม”


ฉินหลุดหัวเราะเบา ๆ


“เหมือนใครก็ไม่รู้เนอะ”


“เออ เหมือนมึงเป๊ะ”


“ฉินไม่ได้เหมือน!”


“นั่นไง เถียงเหมือนกันอีก”


เด็กหนุ่มย่นจมูก


“แล้วป๊าสบายดีไหม”


“สบายดี บ่นเก่งเหมือนเดิม”


“อือ”


“กลับมากินข้าวบ้างก็ได้”


“...”


“ไม่มีใครบังคับให้มึงกลับมาอยู่บ้านหรอก”


ฉินนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง


ก่อนจะตอบ


“เดี๋ยวฉินดูวันว่างก่อน”


“เออ เดี๋ยวกูบอกม๊า”


“แต่ไม่ต้องบอกป๊านะ”


“ทำไม”


“เดี๋ยวป๊าคิดว่าฉินยอมแล้ว”


“โอ๊ย!”


เสียงพี่ชายดังขึ้นทันที


“กูอยากจับมึงกับป๊าไปขังในห้องเดียวกันสักสามวัน!”


“ฉินไม่เข้า!”


“เห็นไหม!”


ฉินหัวเราะ


“เอาเป็นว่าฉินจะกลับไปกินข้าวครับ”


“เออ แค่นั้นแหละ”


“แล้วเฮียก็อย่ากวนป๊ามาก”


“กูเนี่ยนะกวน?”


“เฮียนั่นแหละ”


“มึงห่วงป๊าก็บอกมา”


“ไม่ได้ห่วง!”


“อ๋อออ”


“เฮีย!”


“เออ ๆ กูไปทำงานต่อแล้ว”


“ครับ”


“กินข้าวให้หมดด้วย”


“รู้แล้ว”


“อย่าลืมพักผ่อน”


“ครับ”


“แล้วถ้าไอ้หัวหน้าคณะนั่นใช้งานหนักเกินไปก็บอกกู”


ฉินเลิกคิ้ว


“เฮียจะทำไม”


“กูจะไปคุย”


“คุยดี ๆ?”


“ก็ดูก่อนว่าเขาหล่อจริงอย่างที่มึงบอกไหม”


“เฮียใหญ่!”


เสียงหัวเราะดังมาเป็นครั้งสุดท้าย


“เออ รักมึงนะไอ้ตัวแสบ”


ฉินชะงักไปเล็กน้อย


ก่อนจะยิ้ม


“รักเหมือนกันครับ”


“รักมากไหม”


“มาก”


“งั้นเรียกเฮียสุดหล่อหน่อย”


“วางละ”


“เดี๋ยวสิวะ!”


ตู๊ด!


ฉินกดตัดสายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างกล่องข้าว


ยังไม่ทันตักข้าวคำต่อไป เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น


ติ๊ง!


ข้อความจากเฮียใหญ่


เฮียใหญ่ (เจ้ากรรมนายเวร) : อย่าลืมกินข้าวให้ครบสามมื้อ


เฮียใหญ่ (เจ้ากรรมนายเวร) : ถ้าเงินไม่พอก็บอก ไม่ต้องรอให้หิวจนเก็บไปฝันว่าได้แทะขาหมู


ฉินหลุดหัวเราะพรืด


ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป


ฉิน: รู้แล้วครับ พ่อคนที่สอง


อีกฝ่ายอ่านแทบจะทันที


เฮียใหญ่ (เจ้ากรรมนายเวร) : ดีมาก ลูกชาย


ฉิน: ไปทำงานไป๊!


ฉินวางโทรศัพท์ลงอีกครั้ง คราวนี้เขาตักข้าวเข้าปากอย่างสบายใจขึ้นนิดหน่อย


ถึงจะออกมาอยู่เองแล้ว แต่บางอย่างก็ยังเหมือนเดิม


ม๊ายังคงเป็นห่วง


ป๊ายังคงปากแข็ง


ส่วนเฮียใหญ่...


กวนตีนเสมอต้นเสมอปลายดีจริง ๆ


แต่ฉินก็รู้ว่าหากวันไหนเขาเดือดร้อนขึ้นมาจริง ๆ คนที่ชอบหัวเราะเยาะเขาคนนี้คงเป็นคนแรก ๆ ที่รีบมาหาโดยไม่ต้องรอให้ขอ


แน่นอนว่าหลังจากช่วยเสร็จแล้ว ก็คงเอาเรื่องนั้นมาล้อไปอีกสิบปี


คิดได้ดังนั้น ฉินจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่


เขาจะต้องหาเงินให้ได้ก่อนที่เฮียใหญ่จะมีเรื่องใหม่เอาไว้ล้อเขาเพิ่มเด็ดขาด


เพราะเงินหมดน่ะยังพอหาใหม่ได้


แต่ถ้าเสียฟอร์มให้พี่ชายตัวเองเมื่อไร...


ต่อให้มีเงินทั้งตระกูลศิริวัฒนโชติก็ซื้อศักดิ์ศรีคืนมาไม่ได้!




ภาพประกอบ เฮียใหญ่กับเจ้าฉิน




TBC.
บันเทิงละงานนี้ 55+
ฝากคอมเม้นต์เป็นกำลังใจหน่อยนะคร้าบบ
รักคนอ่าน



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64703
พลังน้ำใจ
330531
Zenny
119306
ออนไลน์
27567 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 16:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
1037
พลังน้ำใจ
9879
Zenny
3973
ออนไลน์
1065 ชั่วโมง
โพสต์ 5 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
อะ ตัวละครเพิ่มมาละ แต่เฮียใหญ่ก็ยังไงยังไงนะ
อะ รอตามอ่านเรื่องที่คุณฟงเขียนดีกว่า ไม่ปวดเฮด  
สนุกทุกตอน ขอบคุณนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
321
ตอบกลับ
115
พลังน้ำใจ
13890
Zenny
46313
ออนไลน์
5376 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 5 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
GuN009 ตอบกลับเมื่อ 2026-10-23 09:33
อะ ตัวละครเพิ่มมาละ แต่เฮียใหญ่ก็ยังไงยังไงนะ
อะ รอ ...

ขอบคุณคร้าบบ
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3126
พลังน้ำใจ
23818
Zenny
23145
ออนไลน์
1613 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ รอติดตามต่อนะครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-23 15:32 , Processed in 0.131751 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้