ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 268|ตอบกลับ: 9

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.2

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-21 11:02





“ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องแยกร่างได้ด้วยมั้งกู”


ฉินบ่นกับตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสองข้างทาง


เขาเดินลัดเลาะเข้ามาในย่านตลาดเก่าโดยไม่ทันรู้ตัว สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยร้านขายของแห้ง ร้านสมุนไพรจีน และแผงขายเครื่องเซ่นไหว้ เสียงพ่อค้าแม่ค้าเรียกลูกค้าดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ที่พยายามแทรกตัวผ่านฝูงชน


กลิ่นเกาลัดคั่วลอยมาจากร้านริมทาง


ท้องเขาร้องขึ้นมาทันที


ฉินก้มมองนาฬิกาข้อมือ


บ่ายสองกว่าแล้ว


ตั้งแต่เช้าเขายังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากขนมปังไส้ครีมราคาสิบสองบาทกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด


เด็กหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง คลำเหรียญที่เหลืออยู่ไม่กี่บาท ก่อนตัดสินใจเดินผ่านร้านเกาลัดไปอย่างเด็ดเดี่ยว


เกาลัดไม่ได้ผิด


แต่ตอนนี้กระเป๋าสตางค์เขารับผิดชอบความอยากกินไม่ไหว


“เฮ้อ...”


ฉินเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับกระดาษแข็งแผ่นหนึ่งที่ติดอยู่บนเสาไม้หน้าศาลเจ้า


ตัวหนังสือสีดำขนาดใหญ่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ


รับสมัครนักแสดง ‘เท้าหน้า’ ด่วน


เด็กหนุ่มหยุดเดิน


“เท้าหน้า?”


เขาขมวดคิ้ว


งานอะไรวะ


ฉินขยับเข้าไปใกล้ อ่านรายละเอียดบรรทัดถัดมา


คุณสมบัติ: ตัวเบา ปราดเปรียว ใจกล้า ไม่กลัวความสูง


“เออ...”


คิ้วที่ขมวดอยู่ค่อย ๆ คลายออก


ตัวเบา


เขาหนักไม่ถึงหกสิบกิโลกรัม


ปราดเปรียว


สมัยมัธยมเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนแข่งยิมนาสติก แถมยังชอบฝึกตีลังกากับกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางเป็นงานอดิเรก


ใจกล้า


อันนี้ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้าจำเป็นก็น่าจะพอมีอยู่บ้าง


ส่วนไม่กลัวความสูง...


ฉินเงยหน้ามองหลังคาศาลเจ้าที่อยู่เหนือศีรษะ


“ก็ไม่ได้กลัวนี่หว่า”


เขาพึมพำ ก่อนก้มอ่านบรรทัดสุดท้าย


(มีเบี้ยเลี้ยงรายวัน + ค่าข้าวฟรี)


ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นมาทันที


“ค่าข้าวฟรี?”


ฉินอ่านซ้ำอีกครั้ง


ไม่ผิด


ค่าข้าวฟรีจริง ๆ


คำสี่พยางค์นี้ช่างไพเราะเสนาะหูเสียยิ่งกว่าเพลงรักที่เปิดตามร้านกาแฟ


สำหรับคนที่ต้องคำนวณว่าข้าวหนึ่งจานควรมีราคาเท่าไรถึงจะอยู่รอดไปจนสิ้นเดือน อาหารฟรีหนึ่งมื้อไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย


เขารีบกวาดสายตาไปยังชื่อผู้ติดต่อ


ธาม สมาคมสิงโตสกุลเฉิน


“สิงโต?”


ฉินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง


สิงโตที่ว่า...


คงไม่ใช่สิงโตในสวนสัตว์หรอกมั้ง


เด็กหนุ่มหันมองไปตามทางเดิน ก่อนจะเห็นป้ายไม้เก่าคร่ำครึแขวนอยู่เหนือประตูโรงไม้สองชั้นที่ตั้งถัดจากศาลเจ้าไปไม่ไกล


สมาคมส่งเสริมศิลปะสิงโตมังกรทอง สกุลเฉิน


ข้างประตูมีหัวสิงโตสีแดงตัวหนึ่งแขวนอยู่บนตะขอ ขนรอบดวงตาเริ่มซีดจาง แต่ลวดลายบนหน้าผากยังดูสวยงาม


“อ๋อ เชิดสิงโต”


ฉินพยักหน้ากับตัวเอง


เขาเคยเห็นตามงานตรุษจีนอยู่บ้าง


พวกคนที่มุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าสิงโตแล้วกระโดดไปกระโดดมา บางทีก็ปีนขึ้นเสาสูง ๆ ให้คนดูหวาดเสียวเล่น


ถ้าเป็นงานแบบนั้น...


เด็กหนุ่มก้มมองแขนขาของตัวเอง


ก็น่าจะพอไหว


อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ต้องเริ่มจากศูนย์เสียทีเดียว


ฉินยืนชั่งใจอยู่ไม่ถึงครึ่งนาที ก่อนจะยกมือเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากแล้วเดินตรงไปยังโรงไม้หลังนั้น


คนเราถ้าไม่ลองก็ไม่รู้


และถ้าลองแล้วได้เงินด้วย ก็ยิ่งควรลองเข้าไปใหญ่


เสียงฝีเท้าแปลกหน้าดังขึ้นตรงหน้าประตูโรงซ้อม


ธามไม่ได้เงยหน้ามองในทันที


เขากำลังใช้พู่กันเบอร์เล็กเก็บรายละเอียดตรงหางตาของหัวสิงโตสีทอง งานแบบนี้ต้องใช้สมาธิพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อสีเก่าบางส่วนเริ่มแตกร้าวจนต้องค่อย ๆ แต้มทับทีละชั้น


“ขอโทษนะครับ”


เสียงหนึ่งดังขึ้น


ธามชะงักมือ


“ที่นี่รับสมัครคนอยู่ใช่ไหมครับ”


ชายหนุ่มเงยหน้าจากหัวสิงโต


ตรงธรณีประตูมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ รูปร่างค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับผู้ชายวัยเดียวกัน ผิวขาวเหลืองอย่างคนที่โดนแดดเป็นประจำ เส้นผมสีดำตัดสั้นแต่ยุ่งเล็กน้อยจากเหงื่อ เสื้อยืดสีเทาตัวหลวมกับกางเกงวอร์มสีดำดูธรรมดาจนแทบไม่มีอะไรสะดุดตา


ยกเว้นดวงตาคู่นั้น


มันกำลังมองสำรวจโรงซ้อมของเขาอย่างสนอกสนใจ ตั้งแต่กลองหนังวัวใบใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้อง ไปจนถึงหัวสิงโตหลากสีที่แขวนเรียงอยู่บนผนัง


“เฮียครับ?”


เด็กหนุ่มเรียกซ้ำ เมื่อเห็นว่าเจ้าของสถานที่เอาแต่มองโดยไม่พูดอะไร


ธามวางพู่กันลง


“มาหาใคร”


“มาสมัครงานครับ”


“งานอะไร”


“ก็ที่เฮียติดประกาศไว้หน้าศาลเจ้าไงครับ”


คำว่าเฮียทำให้ธามเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง


“เท้าหน้า?”


“ใช่ครับ”


ธามกวาดตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


ตัวเล็ก


ไหล่ไม่กว้างนัก


แขนขาดูมีกล้ามเนื้ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีลักษณะเหมือนคนฝึกกังฟูหรือศิลปะการต่อสู้เป็นประจำ


“มึงอายุเท่าไร”


“สิบเก้าครับ”


“เคยเชิดสิงโตไหม”


“ไม่เคยครับ”


“กังฟูล่ะ”


“ไม่ครับ”


“มวยจีน?”


“ก็ไม่เคยครับ”


ธามเงียบไปครู่หนึ่ง


“แล้วมึงทำอะไรเป็นบ้าง”


ฉินทำท่าครุ่นคิดจริงจัง


“หลายอย่างอยู่นะเฮีย”


“เช่น?”


“ล้างจาน กวาดบ้าน ถูพื้น หุงข้าวก็พอได้ แต่กับข้าวไม่ค่อยอร่อยเท่าไร”


“...”


ธามค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง


“กูถามเรื่องเชิดสิงโต”


“อ้าว ก็เฮียถามว่าทำอะไรเป็นบ้าง”


“มึงนี่...”


ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด


ใจเย็นไว้ ไอ้ธาม


เด็กมันอาจจะไม่รู้เรื่องจริง ๆ


“กูหมายถึงมึงมีพื้นฐานอะไรที่เอามาใช้กับงานนี้ได้บ้าง”


“อ๋อ!”


ฉินพยักหน้าหงึกหงัก


“งั้นก็มีครับ”


“อะไร”


“ผมตัวเบา”


“...”


“แล้วก็คล่องด้วย”


ธามหรี่ตา


“มึงกำลังกวนตีนกูอยู่ใช่ไหม”


“เปล่านะเฮีย!”


ฉินรีบยกมือปฏิเสธ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับไม่ช่วยให้ดูน่าเชื่อถือเลยสักนิด


“ผมอ่านประกาศมา เฮียเขียนว่าขอตัวเบา คล่องตัว ไม่กลัวความสูง ผมก็ตรงหมดเลย”


“แล้วมึงรู้ไหมว่าเท้าหน้าต้องทำอะไร”


“รู้ครับ”


“ไหนว่ามา”


“ก็คนที่อยู่ข้างหน้า คอยถือหัวสิงโต”


“แล้ว?”


“แล้วก็...”


ฉินเหลือบมองหัวสิงโตที่วางอยู่บนโต๊ะ


“ทำให้มันดูมีชีวิต?”


ธามชะงักไปนิดหนึ่ง


คำตอบนั้นไม่ผิด


แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดว่าจะได้ยินจากปากเด็กที่ไม่เคยเชิดสิงโตมาก่อน


“ใครบอกมึง”


“ผมดูคลิปมาครับ”


“ดูคลิป?”


“ครับ เมื่อคืนดูไปตั้งหลายคลิปเลย”


“แล้วคิดว่าตัวเองทำได้?”


ฉินยิ้ม


“ก็ยังไม่รู้ครับ”


“...”


“ถึงได้มาถามเฮียไง ว่าจะสอนไหม”


ธามหลับตาลงชั่วครู่


ไอ้เด็กนี่...


มันตอบเหมือนไม่ได้กวนอะไรเลย แต่ทุกประโยคกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเอาหัวโขกกำแพง


“ชื่ออะไร”


“ฉินครับ”


“ชื่อจีน?”


“ครับ”


“เรียนอยู่?”


“ปีหนึ่งครับ”


“แล้วทำไมไม่ไปหางานร้านอาหาร”


“หาแล้วครับ เขาไม่รับ”


“ทำไม”


“ผมมีเรียนด้วย ทำงานทุกวันไม่ได้ เขาเลยไม่เอา”


ฉินยักไหล่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ


“แต่ผมทำงานหนักได้นะเฮีย ไม่เกี่ยงงานด้วย ขอแค่มีตารางให้จัดเวลาก็พอ”


ธามพยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับไปหยิบพู่กัน


“งั้นมึงกลับไปเถอะ”


“อ้าว”


ฉินกะพริบตา


“กลับเลยเหรอ”


“เออ”


“เฮียยังไม่ได้สัมภาษณ์ผมเลยนะ”


“กูก็สัมภาษณ์อยู่เมื่อกี้”


“นั่นเรียกสัมภาษณ์แล้วเหรอ”


ธามหันขวับ


“แล้วมึงอยากให้กูถามอะไรอีก”


ฉินทำท่าคิด


“จุดแข็ง จุดอ่อน งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ อะไรแบบนี้ไงครับ”


“...”


“ผมเตรียมคำตอบมาแล้วด้วยนะ”


ธามวางพู่กันลงช้า ๆ


“มึงมาสมัครงานเชิดสิงโตหรือสมัครงานบริษัท”


“ก็มาสมัครงานกับเฮียนี่แหละ”


“งั้นกูบอกเลยว่าไม่รับ”


“โห!”


ฉินร้องเสียงหลง


“ใจร้ายอะ!”


ธามชะงัก


เด็กหนุ่มยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มจนเกือบเป็นเส้นตรง


หน้าตาเหมือนเด็กโดนแย่งขนม


แต่พอเห็นเขามอง ฉินก็รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มประจบ


“เฮียครับ”


“อะไร”


“ให้โอกาสผมหน่อยดิ”


“กูไม่มีเวลามาสอนคนที่ไม่เคยฝึกอะไรเลย”


“แต่ผมเรียนรู้ไวนะ”


“ใครรับประกัน”


“ผมไง”


“...”


“รับประกันด้วยตัวเองเลย”


ธามมองหน้าเขานิ่ง ๆ


ฉินยิ้มกว้างจนตาหยี


ไอ้เด็กเวร


พูดออกมาได้หน้าตาเฉย


“มึงรู้ไหมว่างานนี้มันอันตราย”


“รู้ครับ”


“ถ้าพลาดบนเสาสูงสามเมตร ต่อให้มีเบาะรองก็เจ็บหนักได้ กูไม่มีเวลามานั่งโอ๋มึงหรอกนะ”


“ผมก็ไม่ได้อยากให้เฮียโอ๋สักหน่อย”


“แล้วมึงต้องการอะไร”


“อยากให้เฮียสอน”


คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนธามชะงัก


ฉินมองเขาตรง ๆ


“ผมไม่ได้ขอให้เฮียรับเลยก็ได้ แค่ให้ผมลองก่อน ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ผมจะกลับเอง ไม่เถียงสักคำ”


ธามเลิกคิ้ว


“มึงเนี่ยนะจะไม่เถียง”


“...”


ฉินเงียบไปนิดหนึ่ง


ก่อนจะยิ้มแหย


“ก็อาจจะเถียงนิดหน่อย”


“ไอ้ฉิน!”


“โอ๊ย เฮีย! ผมพูดเล่น!”


ธามยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว


เขาเริ่มปวดหัวแล้ว


ทั้งที่เด็กนี่เพิ่งเดินเข้ามาไม่ถึงสิบนาที


“เฮีย”


“อะไรอีก”


“ถ้าผมทำได้ เฮียจะรับไหม”


“ทำอะไร”


“พิสูจน์ไงว่าผมไม่ได้มีดีแค่ปาก”


ธามปรายตามอง


“มึงก็รู้ตัวนี่”


“รู้สิครับ ผมรู้จักตัวเองดี”


“...”


เออ


กูยอม


ธามถอนหายใจ


“แล้วมึงจะทำอะไร”


“ขอที่หน่อย”


“หือ?”


ฉินชี้ไปยังลานโล่งกลางโรงซ้อม


“ตรงนั้นอะ ผมขอใช้แป๊บหนึ่ง”


“มึงจะทำอะไรของมึง”


“เดี๋ยวก็รู้”


“กูยังไม่ได้—”


“แป๊บเดียวเฮีย!”


ฉินรีบวางกระเป๋าสะพายลงข้างผนัง ก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าว มองสำรวจพื้นที่ว่างกลางโรงซ้อม


พื้นซีเมนต์ค่อนข้างเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง เพดานสูงพอสมควร


เด็กหนุ่มยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ บิดเอวซ้ายขวาเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มให้


“เฮียดูนะ”


“เดี๋ยว มึงอย่าเพิ่ง—”


ฉินออกวิ่ง


เพียงไม่กี่ก้าว เด็กหนุ่มก็ใช้มือยันพื้น ส่งสะโพกและขาทั้งสองข้างพลิกข้ามศีรษะอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยการดีดตัวกลับหลังในจังหวะต่อเนื่อง


ตุบ!


รองเท้าผ้าใบทั้งสองข้างแตะพื้นอย่างมั่นคง


เขาย่อตัวรับแรงกระแทก ก่อนจะยืดหลังตรงแล้วหันมายิ้มให้เจ้าของโรงซ้อม


“เป็นไงเฮีย!”


ธามนิ่งไป


ฉินยักคิ้ว


“เท่ปะ”


“...”


“เฮีย?”


“มึงเคยฝึกอะไรมา”


“ยิมนาสติกครับ”


“กี่ปี”


“หลายปีอยู่ครับ ตอนมัธยมเคยแข่งด้วย แต่พอเข้ามหาลัยก็ไม่ได้ซ้อมจริงจังแล้ว”


ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง


คราวนี้สายตาไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปร่างภายนอก แต่ไล่สำรวจไปถึงการวางเท้า การทรงตัว และจังหวะที่อีกฝ่ายใช้แรงส่งจากสะโพก


การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ไม่ใช่ของคนที่เพิ่งหัดตีลังกาเล่น ๆ


“แล้วทำไมไม่บอกกูแต่แรก”


ฉินทำหน้าประหลาดใจ


“อ้าว ก็เฮียไม่ได้ถามนี่ครับ”


“...”


“เฮียถามแต่เรื่องเชิดสิงโต กังฟู มวยจีน ผมก็ตอบตามที่ถาม”


ธามมองหน้าเขา


ฉินมองกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน


ความเงียบระหว่างทั้งคู่กินเวลาอยู่สามวินาที


ก่อนธามจะถอนหายใจออกมาทางจมูก


“มึงนี่แม่ง...”


“อะไรครับ”


“ปากดีฉิบหาย”


“ขอบคุณครับ”


“กูไม่ได้ชม”


“อ้าวเหรอ”


ฉินยิ้มแหย ๆ


ธามลุกขึ้นจากม้านั่งไม้


ด้วยความสูงที่ต่างกันพอสมควร ฉินจึงต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้


ตอนนั่งอยู่เขายังไม่ทันสังเกต แต่พอยืนเต็มความสูงแล้ว ไอ้เฮียคนนี้ตัวใหญ่ชะมัด


ไหล่กว้าง แขนแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวสองสีจากการฝึกซ้อมกลางแดด ใบหน้าคมเข้มกับคิ้วที่ขมวดอยู่เกือบตลอดเวลาทำให้ดูเหมือนคนอารมณ์เสียตั้งแต่เกิด


ฉินแอบกลืนน้ำลาย


ถ้าเถียงมากกว่านี้จะโดนจับโยนออกไปไหมวะ


ธามหยุดยืนตรงหน้า


“อยากได้งานมาก?”


“ครับ”


“กูถามจริง ๆ”


“ผมก็ตอบจริง ๆ”


“งานนี้ไม่ใช่งานสบาย”


“ผมรู้ครับ”


“ต้องฝึกหนัก”


“ครับ”


“เจ็บตัวได้”


“ครับ”


“แล้วถ้ามึงไม่ไหว กูไม่โอ๋นะ”


ฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“เฮีย”


“อะไร”


“ผมไม่ได้มาหาคนโอ๋”


ธามชะงัก


รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าเด็กหนุ่มค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาจริงจัง


“ผมมาหางานทำ”


เสียงพัดลมเก่าดังแกรก ๆ อยู่ตรงมุมห้อง


ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง


“เออ”


“...”


“งั้นก็ตามกูมา”


ฉินกะพริบตา


“ไปไหนครับ”


“มึงอยากให้กูรับไม่ใช่เหรอ”


“ครับ!”


“งั้นก็มาลองให้กูดู”


ฉินยิ้มกว้างทันที


“จริงนะเฮีย!”


“เออ แต่ถ้าไม่ไหว กูไล่กลับจริง ๆ”


“ได้เลยครับ!”


เด็กหนุ่มรีบคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย ก่อนจะเดินตามหลังชายหนุ่มไปติด ๆ


เดินไปได้สองก้าวก็เงยหน้าถามอีก


“เฮียครับ”


“อะไร”


“เฮียชื่ออะไรนะ”


ธามหยุดเดิน


ค่อย ๆ หันกลับมามอง


“มึงมาสมัครงานกับกู แต่ไม่รู้ชื่อกู?”


“ก็รู้ว่าเฮียชื่อธาม”


“แล้วจะถามทำไม”


ฉินยิ้มกว้าง


“เปล่า แค่อยากชวนคุย”


“...”


ไอ้เด็กนี่


ธามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ


“มึงช่วยเงียบสักห้านาทีได้ไหม”


ฉินทำท่าครุ่นคิด


“ห้านาทีเลยเหรอ”


“เออ”


“นานอยู่นะเฮีย”


“ไอ้ฉิน!”


“โอเค ๆ เงียบแล้วครับ!”


เด็กหนุ่มรีบยกมือปิดปากตัวเอง ก่อนจะเดินตามอย่างว่าง่าย


ธามส่ายหน้าแล้วหันกลับไป


แต่ยังเดินไม่ทันพ้นประตูห้องเก็บอุปกรณ์ ก็มีเสียงอู้อี้ดังมาจากด้านหลัง


“อื้อ ๆ”


ธามหลับตาลง


“อะไรอีก”


ฉินลดมือลงจากปาก


“ผมถามได้ยัง”


“มึงเพิ่งเงียบไปสิบวิ!”


“อ้าว เหรอ”


เด็กหนุ่มหัวเราะแหะ ๆ


ธามยกมือขึ้นลูบหน้า


กูจะบ้าตาย


เมื่อเช้าอาม่าเพิ่งบอกว่าอย่าฝืนจนตัวเองพัง


สงสัยไม่ทันแล้ว


เพราะแค่รับเด็กนี่เข้ามาลองฝึกวันแรก เขาก็รู้สึกเหมือนอายุสั้นลงไปหลายปี


“เฮีย”


“อะไร!”


“ผมถามจริง ๆ ข้อสุดท้ายแล้ว”


ธามหันกลับมาอย่างหมดความอดทน


“ว่ามา!”


ฉินชี้ไปยังหัวสิงโตสีทองบนโต๊ะ


“ตัวนั้นสวยดีนะครับ”


ธามชะงัก


“...”


“เฮียเป็นคนทำเหรอ”


ชายหนุ่มเหลือบมองหัวสิงโตตัวเก่าที่ตนเพิ่งซ่อมไปได้ครึ่งหนึ่ง


“เปล่า”


“อ้าว”


“ของเตี่ยกู”


“อ๋อ”


ฉินพยักหน้า ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง


“งั้นเตี่ยเฮียคงเก่งมากเลยเนอะ”


ธามนิ่งไปเล็กน้อย


เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้า


อีกฝ่ายไม่ได้พูดเพื่อประจบ ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าหัวสิงโตตัวนั้นมีความหมายกับเขามากแค่ไหน


แค่เห็นว่ามันสวย ก็ชมออกมาตรง ๆ


“อืม”


ธามตอบสั้น ๆ


“เก่ง”


ฉินยิ้มกว้าง


“งั้นเฮียก็ต้องเก่งเหมือนกันดิ”


“มึงรู้ได้ไง”


“ก็เฮียเป็นลูกเขานี่”


คำตอบง่าย ๆ ทำให้ธามเงียบไป


ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วเดินต่อ


“พูดมาก”


ฉินรีบเดินตาม


“อ้าว ผมชมอยู่นะ!”


“กูรู้”


“แล้วด่าทำไมอะ!”


“กูไม่ได้ด่า”


“เมื่อกี้เฮียบอกผมพูดมาก!”


“ก็มึงพูดมากจริง”


“โห เฮีย!”


เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มดังไล่หลังไปตามทางเดิน


ธามไม่ได้หันกลับไปอีก


เพียงแต่คราวนี้มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว


ไอ้เด็กเวร


เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง ก็ทำเอาโรงซ้อมที่เงียบมาหลายเดือนหนวกหูไปหมด


แต่แปลก...


เขากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญเท่าที่ควร


ธามพาฉินเดินลึกเข้ามาด้านในโรงซ้อม ตรงมุมหนึ่งมีหัวสิงโตวางเรียงอยู่บนชั้นไม้ ทั้งสีแดง สีเหลือง และสีดำ บางหัวดูใหม่เอี่ยม ขณะที่บางหัวสีซีดจนเห็นร่องรอยการใช้งานมาหลายปี


ฉินเดินตามหลังมาเงียบ ๆ ได้ไม่ถึงนาที ก็เริ่มชะโงกหน้ามองนั่นมองนี่อีกตามเคย


“เฮีย”


“อะไร”


“หัวสิงโตพวกนี้หนักไหม”


“หนัก”


“หนักมากปะ”


“เดี๋ยวมึงก็รู้”


ฉินหรี่ตามองแผ่นหลังคนเดินนำ


ทำไมชอบตอบเหมือนกำลังขู่กันอยู่เรื่อยเลยวะ


ธามหยุดตรงหน้าหัวสิงโตสีแดงตัวหนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลงตรวจโครงไม้ไผ่ด้านใน ใช้นิ้วลองขยับจุดยึดตรงขากรรไกรและดึงผ้าคลุมด้านหลังดูเล็กน้อย


“มานี่”


ฉินรีบเดินเข้าไปหา


“ครับ!”


“วางกระเป๋าก่อน”


“อ๋อ”


เด็กหนุ่มปลดกระเป๋าลงวางข้างผนัง แล้วหันกลับมาด้วยท่าทางกระตือรือร้น


“ให้ทำอะไรครับ”


“ลองยกหัวสิงโต”


ฉินมองหัวสิงโตสีแดงตรงหน้า


ดวงตากลมโตของมันถูกวาดด้วยสีดำตัดขาว ขอบตาประดับขนฟูสีแดงสด หน้าผากมีลวดลายสีทอง ส่วนปากกว้างนั้นอ้าออกเล็กน้อยจนมองเห็นฟันสีขาวเรียงอยู่ด้านใน


ใกล้ ๆ กันมีผ้าลำตัวสีแดงปักเกล็ดสีทองพับวางอยู่


“ตัวนี้เหรอเฮีย”


“เออ”


“สวยอะ”


ธามเหลือบมอง


“กูไม่ได้ให้มึงชม”


“ก็สวยจริงนี่ครับ”


“ยกขึ้นมาก่อน”


“ครับผม!”


ฉินย่อตัวลง เอื้อมมือไปจับขอบหัวสิงโตทั้งสองข้างแล้วออกแรงยก


ตอนแรกเขาคิดว่ามันคงหนักพอ ๆ กับหัวมาสคอตที่เคยเห็นตามงานโรงเรียน


แต่พอออกแรงจริง ๆ ...


“อึ๊บ!”


หัวสิงโตขยับขึ้นจากพื้นได้เพียงนิดเดียว


ฉินชะงัก


ก้มมองมัน


แล้วลองออกแรงใหม่


“ฮึบ!”


คราวนี้หัวสิงโตยกขึ้นมาถึงระดับอก แต่เพราะจับผิดตำแหน่ง น้ำหนักจึงถ่วงไปด้านหน้าเสียจนเขาต้องรีบถอยเท้าเพื่อรักษาสมดุล


“เฮ้ย ๆ!”


มือใหญ่ของธามยื่นมาประคองโครงหัวสิงโตเอาไว้ทันที


“มึงจะทำตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือไง”


“ก็ผมไม่รู้ว่ามันหนักขนาดนี้!”


“ใครบอกให้จับตรงนั้น”


“ก็เฮียบอกให้ยก!”


“แล้วมึงไม่คิดจะถามก่อน?”


ฉินเงยหน้ามองอย่างเหลืออด


“เฮียครับ”


“อะไร”


“ถ้าผมถามทุกอย่าง เฮียก็บอกว่าผมพูดมากอีกอะ”


ธามอ้าปาก


แล้วก็หุบลง


เออ


จริงของมัน


แต่กูจะไปยอมรับทำไม


“อย่าเถียง”


“ครับ”


ฉินตอบรับทันที ก่อนจะยิ้มจนตาหยี


ธามมองรอยยิ้มนั้นอย่างระแวง


มันยอมง่ายเกินไป


“ยิ้มอะไร”


“เปล่าครับ”


“มึงคิดอะไรอยู่”


“ผมแค่ดีใจ”


“ดีใจอะไร”


“เฮียไม่ได้ด่าผมต่อ”


“...”


ไอ้เด็กนี่!


ธามสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะดึงหัวสิงโตกลับมาวางบนแท่นไม้เตี้ย ๆ


“มาดูนี่”


ฉินขยับเข้าไปใกล้


“หัวสิงโตไม่ได้ให้มึงจับขอบนอกแล้วยกมั่ว ๆ ข้างในมันมีจุดให้จับ”


ธามพลิกหัวสิงโตเอียงเล็กน้อย เผยให้เห็นโครงไม้ไผ่ที่สานไขว้กันเป็นรูปทรงโค้ง ด้านในมีคานจับและกลไกสำหรับขยับปากกับเปลือกตา


“เห็นตรงนี้ไหม”


“เห็นครับ”


“มือซ้ายจับคานนี้ มือขวาจับตรงนี้”


ฉินชะโงกหน้าเข้าไปดู


“แล้วอันนี้อะ”


“คันขยับปาก”


“อ๋อ!”


เด็กหนุ่มลองใช้นิ้วแตะเบา ๆ


ปากสิงโตขยับดัง กึก


ฉินตาโต


“เฮีย!”


“อะไรอีก”


“มันอ้าปากได้จริงด้วย!”


ธามมองหน้าเขานิ่ง ๆ


“มึงเพิ่งรู้?”


“ก็ผมเคยเห็นแต่ตอนเขาเชิดนี่นา ไม่เคยเห็นข้างใน”


ฉินลองขยับคันบังคับอีกครั้ง


กึก กึก


ปากสิงโตอ้าแล้วหุบตามแรงมือ


เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ


“เฮีย ดูดิ มันเหมือนกำลังพูดเลย”


“เออ เห็นแล้ว”


“สวัสดีคร้าบ ผมสิงโตแดง!”


ฉินดัดเสียงแหลมพลางขยับปากสิงโตประกอบ


ธามหลับตาลงช้า ๆ


“ไอ้ฉิน”


“ครับ?”


“มึงอายุสิบเก้าจริงไหม”


“จริงสิครับ”


“กูนึกว่าเก้าขวบ”


“โห เฮีย!”


เด็กหนุ่มหัวเราะ ก่อนจะรีบปล่อยคันบังคับเมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นมือมาหา


“พอเล่นแล้ว ตั้งใจหน่อย”


“ครับ ๆ”


ธามขยับหัวสิงโตให้เข้าที่ ก่อนจะชี้ตำแหน่งจับอีกครั้ง


“ลองใหม่”


ฉินย่อตัวลง จับคานตามที่สอน แล้วค่อย ๆ ออกแรงยก


คราวนี้หัวสิงโตลอยขึ้นจากแท่นได้ง่ายกว่าเดิม


“อ๊ะ!”


“อย่ากระชาก ค่อย ๆ ยก”


“ครับ”


“ใช้ขาช่วย อย่าใช้แต่แขน”


ฉินทำตาม


หัวสิงโตสีแดงค่อย ๆ ถูกยกขึ้นจนพ้นศีรษะ


ทันใดนั้นโลกตรงหน้าก็เปลี่ยนไป


จากที่เคยมองเห็นโรงซ้อมกว้าง ๆ ตอนนี้สายตาของเขากลับถูกจำกัดอยู่ภายในโครงหัวสิงโต มองเห็นพื้นและสิ่งรอบตัวได้เพียงบางส่วนผ่านช่องด้านหน้า


กลิ่นไม้ไผ่เก่า สี และผ้าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปีลอยแตะจมูก


ฉินลองขยับหัวไปทางซ้าย


หัวสิงโตเอียงตาม


ลองขยับไปทางขวา


มันก็เอียงตามอีก


“เฮีย!”


“อะไร”


“ผมเป็นสิงโตแล้ว!”


“...”


ธามยืนนิ่ง


กูควรดีใจด้วยไหม


“มึงเป็นคนถือหัวสิงโต”


“ก็เหมือนกันแหละ”


“ไม่เหมือน”


“เฮียอะ ไม่โรแมนติกเลย”


ธามขมวดคิ้ว


“เกี่ยวอะไรกับโรแมนติก”


“ไม่รู้ครับ ผมพูดไปงั้น”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะดังอู้อี้ออกมาจากใต้หัวสิงโต


ธามยกมือขึ้นนวดขมับ


เด็กนี่มันมีความสามารถพิเศษในการทำให้เขาปวดหัวจริง ๆ


“ยืนตรง”


“ครับ!”


ฉินรีบจัดท่าทาง


“หลังตรง”


“ครับ”


“งอเข่านิดหนึ่ง”


ฉินย่อตัวลง


“ไม่ต้องย่อขนาดนั้น มึงจะนั่งขี้หรือไง”


“อ้าว!”


เด็กหนุ่มรีบยืดขึ้น


“แบบนี้?”


“สูงไป”


ฉินย่อลงอีกนิด


“แบบนี้?”


“เออ”


“โห กว่าจะถูก”


“มึงจะบ่นหรือจะฝึก”


“ฝึกครับ!”


ธามเดินวนรอบตัวเขา พิจารณาตำแหน่งแขนและการลงน้ำหนัก


“แขนมึงอย่ากางออกขนาดนั้น เก็บศอกเข้ามา”


ฉินขยับตาม


“ข้อมืออย่าหัก”


“ครับ”


“แล้วอย่าเกร็งไหล่”


“ครับ”


“หายใจด้วย”


“ครับ!”


ธามชะงัก


“มึงหายใจอยู่ไหมเนี่ย”


“อยู่ครับ!”


“แล้วทำไมเสียงเหมือนจะตาย”


“ก็เฮียสั่งรัว ๆ ผมตามไม่ทัน!”


ธามถอนหายใจ


“เออ งั้นเอาแค่ยืนให้มั่นก่อน”


ฉินเงียบลง ตั้งสมาธิกับน้ำหนักเหนือศีรษะ


ผ่านไปครู่หนึ่ง แขนทั้งสองข้างก็เริ่มสั่น


ตอนแรกเพียงเล็กน้อย


จากนั้นอาการสั่นก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น


“เฮีย”


“ว่า”


“มันหนักขึ้นอะ”


“น้ำหนักมันเท่าเดิม”


“แต่แขนผมไม่เท่าเดิมแล้ว!”


ธามเกือบหลุดหัวเราะ


เกือบเท่านั้น


เขายังคงทำหน้านิ่ง


“ทนอีกหน่อย”


“อีกนานไหม”


“สิบวิ”


“โห!”


“เก้า”


“เดี๋ยว เฮีย!”


“แปด”


“นับแล้วเหรอ!”


“เจ็ด”


ฉินกัดฟัน


“หก”


“เฮียใจร้าย!”


“ห้า”


“ผมจะฟ้องอาม่า!”


ธามชะงักไปนิดหนึ่ง


“มึงรู้จักอาม่ากูด้วยหรือไง”


“ยังไม่รู้จัก แต่เดี๋ยวก็รู้จัก!”


“...”


ไอ้เด็กเวร


“สี่”


“เฮีย!”


“สาม”


“แขนผมจะหลุดแล้ว!”


“สอง”


“โอ๊ย!”


“หนึ่ง พอ”


ทันทีที่ได้ยินคำอนุญาต ฉินก็รีบลดหัวสิงโตลง


แต่เพราะแขนเริ่มล้า ประกอบกับน้ำหนักที่ถ่วงไปด้านหน้า ทำให้จังหวะลดหัวสิงโตผิดไปเล็กน้อย


“เฮ้ย!”


ร่างเล็กเซไปข้างหน้า


ธามก้าวเข้ามาทันที มือข้างหนึ่งรับโครงหัวสิงโตเอาไว้ ส่วนอีกข้างคว้าต้นแขนฉินเพื่อช่วยพยุง


“เฮ้ย ๆ ค่อย ๆ ลง!”


หัวสิงโตถูกประคองกลับไปวางบนแท่นอย่างปลอดภัย


ฉินยืนหอบ


ใบหน้าแดงจากการออกแรง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตรงขมับ


ธามยังจับแขนเขาอยู่


“เป็นอะไรไหม”


“ไม่ครับ”


“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”


“ไม่เจ็บ”


“แน่ใจ?”


ฉินพยักหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า


“เฮีย”


“อะไร”


“เฮียแรงเยอะจัง”


ธามขมวดคิ้ว


“หือ?”


“เมื่อกี้รับหัวสิงโตมือเดียวเลย”


“แล้ว?”


ฉินยิ้มกว้าง


“เท่อะ”


ธามชะงักไปเล็กน้อย


“...”


เด็กหนุ่มยังคงยิ้มให้เขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว


“จริงนะเฮีย ผมยกสองมือยังแทบตาย”


ธามค่อย ๆ ปล่อยแขนอีกฝ่าย


“กูฝึกมาตั้งแต่เด็ก”


“อ๋อ”


ฉินพยักหน้า


ก่อนจะพูดต่ออย่างจริงจัง


“งั้นถ้าผมฝึกนาน ๆ จะเก่งเหมือนเฮียไหม”


ธามมองหน้าเขา


ดวงตาคู่นั้นกำลังรอคำตอบอย่างตั้งอกตั้งใจ


ไม่มีแววล้อเล่นเหมือนเมื่อครู่


ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ


“ถ้ามึงตั้งใจ ก็มีสิทธิ์”


ฉินยิ้มทันที


“จริงนะ!”


“เออ”


“งั้นผมจะตั้งใจ!”


ธามพยักหน้า


“ดี”


“เฮียจะได้ชมผมบ้าง”


“...”


“ตั้งแต่มาผมยังไม่ได้ยินเฮียชมเลย”


ธามหรี่ตา


“กูเพิ่งบอกว่ามึงมีสิทธิ์เก่ง”


“นั่นเรียกชมแล้วเหรอ”


“แล้วมึงอยากให้กูพูดอะไร”


ฉินทำท่าคิด ก่อนจะยืดอกขึ้นเล็กน้อย


“ประมาณว่า ‘โอ้โห ฉิน มึงนี่มันอัจฉริยะด้านการเชิดสิงโตจริง ๆ’ อะไรแบบนี้”


“...”


ธามมองหน้าเขานิ่ง ๆ


ก่อนจะยกมือขึ้นดีดหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆ หนึ่งที


“โอ๊ย!”


ฉินรีบยกมือกุมหน้าผาก


“เฮียดีดผมทำไม!”


“หมั่นไส้”


“โห!”


เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย


ธามมองแล้วเกือบหลุดยิ้มอีกครั้ง


แต่ก็ยังเก็บสีหน้าไว้ได้ทัน


“ไปนั่งพัก”


“พักแล้วเหรอครับ”


“เออ”


“แสดงว่าผมผ่าน?”


“ใครบอก”


ฉินชะงัก


“อ้าว”


“กูให้พัก ไม่ได้บอกว่ารับ”


“แล้วต้องทำอะไรอีกอะ”


ธามชี้ไปยังลานซ้อมด้านหลัง


“เดิน”


ฉินกะพริบตา


“เดิน?”


“เออ”


“เดินธรรมดาเนี่ยนะ”


“ไม่ธรรมดา”


“ยังไงครับ”


ธามเดินไปหยิบผ้าลำตัวสีแดงที่พับอยู่ข้างหัวสิงโต ก่อนจะคลี่ออกให้ดู


ผืนผ้าสีแดงยาวพอคลุมคนสองคนได้สบาย ด้านบนปักลวดลายเกล็ดสีทอง ส่วนขอบประดับขนฟูสีแดงสด


“เวลาขึ้นแสดง มึงไม่ได้อยู่คนเดียว”


ฉินมองผืนผ้า


“อ๋อ ต้องมีเท้าหลังด้วย”


“เออ”


“แล้วเท้าหลังอยู่ไหนครับ”


ธามมองหน้าเขา


“กูนี่ไง”


ฉินนิ่งไป


ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า


“เฮีย?”


“เออ”


“เฮียเป็นเท้าหลัง?”


“มึงจะถามซ้ำทำไม”


“เปล่า!”


ฉินรีบส่ายหน้า


ก่อนจะยิ้มกว้างจนตาหยี


“งั้นก็ดีเลย!”


ธามขมวดคิ้ว


“ดีอะไร”


“ก็เฮียแรงเยอะไง”


“แล้ว?”


“ผมตัวเบา”


“...”


“เข้าคู่กันพอดีเลย!”


ธามมองหน้าเด็กหนุ่ม


ฉินยังคงยิ้มอย่างภาคภูมิใจในข้อสรุปของตัวเอง


ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะถอนหายใจออกมา


“มึงนี่คิดอะไรง่ายดีนะ”


“ไม่ดีเหรอครับ”


“กูยังไม่ได้บอกว่าจะรับมึง”


“แต่เฮียก็ยังไม่ไล่ผมกลับนี่”


ธามชะงัก


ฉินยักคิ้ว


“จริงปะ”


“...”


เออ


จริงของมันอีกแล้ว


ธามเบือนหน้าหนี


“ไปพักให้หายเหนื่อยก่อน”


“ครับ!”


“แล้วเดี๋ยวกูจะสอนมึงเดินจังหวะเท้าหน้า”


“ครับเฮีย!”


ฉินรีบเดินไปหยิบขวดน้ำของตัวเอง ก่อนจะนั่งลงบนม้านั่งไม้ข้างผนัง


แต่ยังไม่ทันเปิดฝาขวด ก็หันกลับมาถามอีก


“เฮียครับ”


ธามหลับตาลง


“อะไรอีก”


“ถ้าผมได้เป็นเท้าหน้าจริง ๆ ...”


“...”


“เฮียจะรับผมทันใช่ไหม”


ธามหันมามอง


“หมายความว่าไง”


“ก็เวลาเชิดสิงโตต้องกระโดดใช่ปะ บางทีเท้าหน้าก็ต้องขึ้นไปอยู่บนตัวเท้าหลังด้วย”


“เออ”


“แล้วถ้าผมตกอะ”


ธามมองใบหน้าเด็กหนุ่ม


คราวนี้ฉินไม่ได้ยิ้มกวนเหมือนทุกที


เขากำลังถามจริง ๆ


ธามจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


“กูก็รับมึง”


ฉินกะพริบตา


“จริงนะ”


“เออ”


“รับทันแน่นะ”


“ถ้ากูบอกให้มึงทำท่าไหน กูก็ต้องมั่นใจว่ารับมึงได้”


ฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา


“งั้นผมก็ไม่ต้องกลัวแล้วดิ”


ธามชะงัก


“มึงไม่กลัวความสูงไม่ใช่เหรอ”


“ก็ไม่กลัวครับ”


“แล้วเมื่อกี้ถามทำไม”


ฉินยักไหล่


“ก็อยากรู้ว่าเฮียจะรับผมหรือเปล่า”


“...”


“ตอนนี้รู้แล้ว”


เด็กหนุ่มยกขวดน้ำขึ้นดื่มอย่างสบายใจ


ทิ้งให้ธามยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง


ไอ้เด็กนี่...


ไม่รู้ว่ามันเข้าใจความหมายของคำว่า รับ มากน้อยแค่ไหน


เพราะสำหรับคนเป็นเท้าหลังอย่างเขา การรับน้ำหนักคนข้างหน้าไม่ใช่เรื่องพูดเล่น


มันหมายถึงความรับผิดชอบ


หมายถึงความไว้ใจ


และหมายถึงการที่อีกฝ่ายยอมฝากความปลอดภัยส่วนหนึ่งไว้ในมือเขา


ธามมองเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนม้านั่งไม้


ฉินเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี


“เฮีย”


“อะไร”


“มองผมทำไม”


“เปล่า”


“หรือว่าเฮียเริ่มเห็นแววอัจฉริยะในตัวผมแล้ว”


ธามถอนหายใจ


“กูเห็นแต่แววปวดหัว”


“โห เฮีย!”


เสียงหัวเราะของฉินดังขึ้นอีกครั้ง


ธามส่ายหน้า ก่อนจะหันไปจัดผ้าคลุมสิงโตที่อยู่ในมือ


แต่คราวนี้เขาไม่ได้คิดจะไล่เด็กหนุ่มกลับแล้ว


อย่างน้อย...


ก็คงต้องลองดูอีกสักหน่อย


ว่าไอ้เด็กปากดีที่เพิ่งเดินเข้ามาในโรงซ้อมของเขาวันนี้ จะไปได้ไกลแค่ไหน







TBC.
ฝากเอ็นดูเฮียธาม กับเจ้าฉินด้วยน้าาา
คอมเม้นต์พูดคุยเป็นกำลังใจกันหน่อยนะ
รักคนอ่าน



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
20533
พลังน้ำใจ
111665
Zenny
37188
ออนไลน์
13969 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64873
พลังน้ำใจ
331416
Zenny
119493
ออนไลน์
27639 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3184
พลังน้ำใจ
24106
Zenny
23522
ออนไลน์
1639 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไม่รู้จะห่วงใครก่อนดี แต่งานนี้ เฮียธามได้ปวดหัวอีกยาวแน่ ๆ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
Nukinho ตอบกลับเมื่อ 2026-10-21 13:38
ไม่รู้จะห่วงใครก่อนดี แต่งานนี้ เฮียธามได้ปวดหัวอีกยาวแน่ ๆ

555 พูดมากเป็นเหตุ
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1056
พลังน้ำใจ
10029
Zenny
4034
ออนไลน์
1078 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
โอยปวดหัวแทนเฮียธาม
ขอบคุณนะครับ สนุกขนาด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
5430
พลังน้ำใจ
25512
Zenny
9423
ออนไลน์
1756 ชั่วโมง
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ่านแล้วยิ้มเลย เฮียต้องปวดหัวไปอีกนานแน่ๆ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
6232
พลังน้ำใจ
55945
Zenny
48681
ออนไลน์
3499 ชั่วโมง
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-28 13:58 , Processed in 0.141430 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้