แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Djpark เมื่อ 2026-10-11 14:45
⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Trigger Warning) นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความบันเทิงในเชิงศิลปะและจินตนาการ เนื้อหาเน้นการบรรยายฉากรักอันลึกซึ้ง ร้อนแรง ใช้ภาษาดิบและคำหยาบโลนเพื่อให้อารมณ์ถึงพริกถึงขิง ตลอดจนพฤติกรรมบางประการของตัวละครที่ท้าทายศีลธรรมอย่างชัดเจน ยืนยันว่าตัวละครทั้งหมดบรรลุนิติภาวะแล้ว และยินยอมพร้อมใจในทุกฉากรักโดยไม่มีการบังคับขืนใจ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณอย่างสูง และเสพเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ⚠️Warning & Tags PWP / NTR / Dirty Talk / Group Sex / Multiple Partners / Non-Consent / Dub-Con / Sexual Harassment / Public Sex / Immorality / Age Gape / Creampie / Facial / BDSM / Sex Toys Insertion / Roleplay / Ahegao / Orgasm Denial / Overstimulation / Voyeurism / Squirting / Unprotected Sex
🛖 โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (26) ความเชื่อกับวิทยาศาสตร์ 🔥🔥🔥
บรรยากาศภายในสุขศาลาประจำหมู่บ้านไทเพ้ยวันนี้ดูจะตึงเครียดกว่าทุกวันที่ผ่านมา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับของไม้เก่าลอยอบอวลไปทั่ว จนกระทั่งเหม่าก้าวเท้าเข้ามาเพื่อนำสมุนไพรมาส่งให้หมอคราม เขาก็ต้องชะงักฝีเท้าลงทันทีที่สัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากกลางห้อง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเหม่าคือ 'หมอคราม' ผู้เยียวยาจากเมืองหลวงที่เขาเคารพ กำลังยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างโต๊ะตรวจ แผ่นหลังของหมอครามดูห่อเหี่ยวและสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เหม่าไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนกลางห้องนั้น ชายแปลกหน้าผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เขามีรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันและดูทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม
ชายผู้นั้นคือ 'หมอเกียรติ' อาจารย์แพทย์ที่หมอครามเคยเล่าถึงด้วยความกังวลใจ หมอเกียรติอยู่ในวัยสี่สิบต้นๆ ร่างกายหนาแน่นสมส่วนในชุดกางเกงสแลคสีดำสนิทและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา แขนเสื้อที่พับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายที่ดูแลตัวเองมาอย่างดี แม้ไม่ได้สวมเสื้อกราวเหมือนหมอคนอื่นๆ แต่รังสีความน่าเกรงขามและใบหน้าคมคายภายใต้แว่นตาทรงกรอบเหลี่ยมก็ทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"คราม..." เสียงของหมอเกียรติทุ้มลึกและหนักแน่นดังก้องไปทั่วห้อง "ผมอ่านรายงานของคุณมาตลอดสามเดือน... แต่มันมีบางอย่างที่คุณไม่เคยเขียนลงไปในกระดาษรายงานพวกนั้น"
หมอครามค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขาซีดเผือด "อาจารย์หมายถึงเรื่องไหนครับ?"
หมอเกียรติเดินวนรอบโต๊ะตรวจอย่างช้าๆ ท่วงท่าที่สง่างามแต่เต็มไปด้วยความดุดันทำให้เหม่าที่ยืนอยู่ห่างออกไปรู้สึกถึงแรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่ เขาหยุดยืนตรงหน้าหมอคราม ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนลูกศิษย์ต้องถอยหลังไปชนขอบเตียงตรวจ
"ข้อมูลการบำบัดพิษร้อน" หมอเกียรติขยับแว่นสายตา เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับมีดผ่าตัด "ในรายงานพวกนี้มันผิดหลักการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างร้ายแรง?"
"ผม... ผมแค่เชื่อในหลักการที่พิสูจน์ได้ครับอาจารย์ สิ่งที่ชาวบ้านทำกันมามัน... มันอาจจะไม่ได้ผลเสมอไป และบางครั้งมันก็เสี่ยงเกินไป"
หมอเกียรติแค่นหัวเราะในลำคอ แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างที่กำยำของเขาทันทีที่เขาเอื้อมมือหนาไปวางบนโต๊ะตรวจ อุปกรณ์การแพทย์สแตนเลสส่งเสียงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง
"คุณพิสูจน์แล้วหรือยังว่าความงมงายที่คุณกล่าวถึง มันไม่มีผลทางจิตวิทยาต่อคนไข้ของคุณ? คุณเป็นหมอ แต่กลับมองข้ามหัวใจของคนที่คุณกำลังรักษาเพียงเพราะเขาไม่เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์แบบคุณเนี่ยนะ?"
เหม่ากำถุงสมุนไพรในมือแน่น ความรู้สึกในใจมันตีกันไปหมด เขาเห็นทั้งความตั้งใจของหมอครามและรากเหง้าที่หมอเกียรติกำลังพูดถึง
"การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสถิติ..." หมอเกียรติหันไปมองทิวเขานอกหน้าต่าง "ผมได้ยินมาว่ามีชายที่ชื่อ 'เหม่า' เข้ามาวนเวียนอยู่ในโครงการของคุณ... คนที่ถูกเรียกว่าผู้เยียวยาของที่นี่ ผมอยากเจอเขา"
เหม่าใจเต้นรัว หมอครามดูจะตกใจไม่แพ้กัน "อาจารย์จะเจอเขาทำไมครับ? เขาไม่ได้มีความรู้อะไรเลย เป็นแค่ชาวบ้านคนหนึ่ง..."
"นั่นแหละที่ผมอยากรู้" หมอเกียรติหันกลับมา แววตานิ่งสงบแต่ดุดัน
"นี่ไม่ใช่การรักษา แต่มันคือการเล่นตลกกับชีวิตคน หากคุณยังยืนยันจะใช้ระบบงมงายพวกนี้ในการประเมิน ข้าคงให้คุณผ่านเพื่อกลับไปพัฒนาที่เมืองใหญ่ไม่ได้หรอกนะ เพราะความรู้ที่คุณมีมันกำลังถูกความโง่เขลาของหมู่บ้านนี้กัดกินจนหมดสิ้น"
หมอครามยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าถอดสีราวกับไร้ซึ่งเลือดมาเลี้ยง หัวใจของเหม่าที่แอบฟังอยู่หลังประตูบีบคั้นจนแทบทนไม่ไหว เขาเห็นความพยายามของหมอครามมาตลอดหลายเดือน เห็นความเหน็ดเหนื่อยที่หมอครามยอมแลกเพื่อช่วยคนในหมู่บ้าน เขาไม่อาจยืนนิ่งให้ผู้มีพระคุณต้องมาหมดอนาคตเพียงเพราะการประเมินที่ไร้ความเข้าใจเช่นนี้ได้
เหม่าตัดสินใจก้าวเท้าออกไปจากมุมมืด ผลักประตูห้องตรวจให้เปิดกว้างออกอย่างมั่นคง เขาเดินก้าวฉับๆ เข้าไปยืนเคียงข้างหมอครามท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมา
"อาจารย์หมออย่าเพิ่งตัดสินใจรีบด่วนสรุปไปครับ" เหม่าประกาศกร้าว เสียงของเขากังวานก้องไปทั่วห้องตรวจที่เงียบงัน
"ถ้าอาจารย์ยังไม่เห็นวิธีบำบัดที่แท้จริงด้วยตาตัวเอง ก็อย่าเพิ่งรีบพิพากษาว่ามันผิด... วันนี้ข้าจะยอมสาธิตให้เห็นกับตาเอง ว่าสิ่งที่อาจารย์เรียกว่าความงมงาย มันมีค่ามากกว่าที่คิด"
หมอครามสะดุ้งสุดตัว เขาหันมาสบตาเหม่าด้วยแววตาที่แปลกประหลาด ทั้งตกใจ ห่วงใย และคาดไม่ถึง แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด เขากลับไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามเหม่าแม้แต่น้อย
หมอเกียรติชะงักไปครู่หนึ่ง เขาค่อยๆ ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ดวงตาคมกริบหลังเลนส์กรอบเหลี่ยมจ้องมองเหม่าตั้งแต่หัวจรดเท้า เรือนร่างที่ดูแข็งแรงและเต็มไปด้วยพลังของเหม่าถูกอาจารย์หมอสำรวจอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตานั้นแฝงไปด้วยความสนใจอย่างประหลาด ราวกับกำลังประเมินสัตว์ป่าที่กำลังจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ดู
หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง หมอเกียรติก็พยักหน้ารับข้อเสนอด้วยความขรึมจัด มุมปากเขากระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มที่ไม่ได้ออกมาจากความเอ็นดู แต่มาจากความท้าทาย
"ได้... ในเมื่อคุณกล้าเสนอตัว ก็แสดงให้ผมเห็น"
ผู้เข้าชม หากคุณต้องการดูเนื้อหาที่ถูกซ่อน จะต้อง ตอบกลับโพสต์นี้ก่อน
. .
.
.
. โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านจบแล้วฝากให้คะแนน พลังน้ำใจ ด้วยหน่อยนะครับ
คนละเล็กคนละน้อย เป็นกำลังใจให้นักเขียนมีแรงในการเขียนนิยายตอนต่อไปครับ

ตอนหน้า 5 ตอนสุดท้ายแล้ว
เข้าขมวดจบสักที เรื่องจะไปในทิศทางไหนนะ
มาลุ้นไปด้วยกันครับ
|