แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย happypy เมื่อ 2026-10-10 21:20
ซุปเปอร์กันต์  ตอนที่ 29: สงกรานต์สาดน้ำจุกๆ_เชี้ยยยน้ำไรวะสัส... เวลาผ่านไปสองวันเต็มๆหลังจากค่ำคืนอันดุเดือดที่คอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง
บ่ายวันหนึ่งขณะที่พวกเรากำลังนั่งล้อมวงเล่นเกมคอนโซลกันอย่างเพลิดเพลินจู่ๆ ไอ้พีร์ก็หยุดเล่นแล้วหันมาทำหน้าเคร่งเครียด เอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัย
"เฮ้ย...กันต์ ช่วงนี้ไอ้เจษมันเงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเลยว่ะไลน์ไปหาก็ไม่ยอมอ่านไม่ยอมตอบสักข้อความเดียว"
"เออ...กูก็งงอยู่เหมือนกันวะ กูเองก็ลองทักไลน์หามันเหมือนกันแต่มันก็เงียบกริบไร้การติดต่อเหมือนกัน" กันต์ขมวดคิ้วตอบ
"ถ้าอย่างนั้น...พวกเราไปหามันที่บ้านดีไหมวะเป็นห่วงกลัวว่ามันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า"
"เออดี...กูเองก็กะว่าจะชวนมึงไปอยู่พอดีเหมือนกัน งั้นไปบ้านมันเย็นนี้เลยไหมล่ะ"
"เอาดิ!"
และในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้นเองพวกเราทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงหน้าบ้านของไอ้เจษกันต์และไอ้พีร์ยกมือไหว้ทักทายอานภาผู้เป็นแม่ด้วยความนอบน้อม
"อ้าว...กันต์กับพีร์เองเหรอจ๊ะลูก เข้ามาข้างในบ้านก่อนจ๊ะ... เจ้าเจษมันอยู่บนห้องน่ะเดี๋ยวอาเดินขึ้นไปเรียกลงมาให้นะ นั่งรอก่อนแป๊บหนึ่ง" อานภาส่งยิ้มใจดีให้ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปตามลูกชาย
ไม่นานนักไอเจษก็เดินหน้าหงิกหนลงมาจากชั้นบน ทันทีที่มันทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาไอ้พีร์ก็รีบเปิดฉากซักถามทันที
"ไอ้เจษ...ทำไมช่วงนี้มึงเงียบหายไปเลยวะ ติดต่อไม่ได้สักทาง"
"กูโดนพ่อกักบริเวณน่ะสิแถมยังโดนยึดมือถืออีกโคตรเซ็งเป็ดเลยสัส" ไอ้เจษโอดครวญด้วยความอัดอั้น
"เชี้ยเอ๊ย...พ่อมึงโหดจังวะ" ไอ้พีร์รีบอุทานสวนกลับ
"เออ...ก็พ่อกูดันรู้ความจริงว่าแอบหนีไปเที่ยวผับมาน่ะสิ แกเลยโมโหฟาดงวงฟาดงาใหญ่โตเพราะคืนนั้นแม่กูนั่งรอคอยความเป็นห่วงอยู่บ้านตั้งนานสองนาน"
"เชี้ย...!"กันต์และไอ้พีร์อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ
ในจังหวะที่กำลังนั่งปรับทุกข์อยู่นั้นเองเสียงรถยนต์ของอาพลก็ขับเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดีทั้งกันต์และไอ้พีร์ต่างพากันหน้าถอดสีรีบกรูเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษอาพลและอานภาทันทีที่ท่านเดินเข้ามาในบ้านยอมรับผิดแต่โดยดีว่าเป็นคนชวนไอ้เจษแอบหนีเที่ยวเอง
อาพลยืนกอดอกเทศนาเด็กๆชุดใหญ่หลายจบ เน้นย้ำเตือนสติว่าพวกเรายังเป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรคะนองไปเที่ยวสถานบันเทิงยามวิกาลแบบนั้นรอให้โตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้เสียก่อนแล้วท่านจะไม่ห้ามปรามเด็ดขาด
หลังจากวันนั้นผ่านพ้นไปได้สองวันอาพลก็ใจอ่อนยอมยกเลิกคำสั่งกักบริเวณให้ไอ้เจษเป็นอิสระ และประจวบเหมาะกับช่วงเทศกาลวันสงกรานต์มาเยือนพอดีกลุ่มแก๊งห้าหนุ่ม นำโดยกันต์ ไอ้พีร์ ไอ้เจษ ไอ้เจเจ และไอ้บังดีนจึงนัดหมายรวมตัวกันเตรียมออกไปลุยเล่นน้ำสงกรานต์สุดเหวี่ยงกันที่ย่านตรอกข้าวสาร
บรรยากาศในวันแรกของเทศกาลสงกรานต์เต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวาท้องถนนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับพันที่ถือปืนฉีดน้ำและขันเดินเบียดเสียดกันไปมาท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานสาดกระเซ็นด้วยน้ำเย็นฉ่ำชื่นใจทั้งห้าคนสนุกสนานเฮฮากันตั้งแต่ช่วงสายลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงยามเย็นยิ่งดึกคนก็ยิ่งเบียดเสียดหนาแน่นจนแทบจะเดินขยับไปไหนไม่ได้
จนกระทั่งไอ้พีร์เริ่มออกปากชวนเพื่อนๆ"เฮ้ยพวกมึง... กูว่าพรุ่งนี้พวกเราเปลี่ยนแผนมาเล่นช่วงบ่ายๆ ดีกว่าว่ะ ดึกๆค่อยกลับ คึกคักกำลังดีไม่ต้องเบียดกันจนหายใจไม่ออกแบบนี้"
ทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วยยกเว้นก็แต่ไอ้เจษที่ยังมีสีหน้ากังวลกลัวว่าจะโดนพ่อสั่งกักบริเวณอีกรอบ
กันต์จึงออกความคิดเห็นแก้ปัญหา"เอาน่า... ถ้ากลัวโดนดุงั้นพวกเราก็ชวนอาพลกับอานภามาเที่ยวเล่นด้วยกันซะเลยสิท่านจะได้เห็นว่าพวกเรามาเที่ยวสนุกกันแบบปกติไม่ได้ไปทำเรื่องเสียหายที่ไหน" ข้อเสนอนี้ถูกใจทุกคนต่างพากันเห็นพ้องต้องกันทันที
เมื่อถึงเวลาสมควรพวกเราทั้งห้าคนพากันเดินเบียดเสียดหลุดออกมาจากความแออัดของตรอกข้าวสารทว่าการจราจรบนท้องถนนติดขัดอย่างหนักหน่วงรถแท็กซี่ไม่มีทีท่าว่าจะวิ่งผ่านมารับผู้โดยสารเลยสักคันพวกเราจึงชวนกันเดินเท้าพูดคุยเรื่อยเปื่อยไปตามฟุตบาทจนกระทั่งมาถึงบริเวณท้องสนามหลวงแล้วพากันทรุดตัวลงนั่งพักเหนื่อยริมทางเพื่อรอเรียกแท็กซี่
นั่งรอคอยอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงรถแท็กซี่สักคันก็ไม่มีผ่านมาให้เห็น ไอเจเจจึงโพล่งเสนอความคิดขึ้นมา"เฮ้ยพวกมึง... กูจำได้ว่าแถวนี้มันมีอู่รถเมล์เก่าอยู่ ระยะทางเดินไปไม่ไกลมากหรอกพวกเราไปนั่งรอรถที่นู่นดีกว่าไหมวะ เผื่อจะได้ขึ้นรถเมล์ก่อนคนอื่นเขา"
"ไปดิ!ไกลมากป่ะวะ... นั่งรอเคว้งคว้างอยู่ตรงนี้นกมืดค่ำแบบนี้กูว่านั่งรอจนถึงเช้าก็คงไม่มีรถแท็กซี่ผ่านมาหรอกไอ้สัส"ไอ้บังดีนรีบตอบรับเสียงแข็ง
"กูก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่หรอกนะ...แต่คิดว่าน่าจะเดินไปอีกแป๊บเดียวก็น่าจะถึงมั้ง" ไอ้เจเจตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจนัก
ทว่า...เมื่อพากันเดินเท้าไปจนถึงอู่รถเมล์สายเป้าหมาย พวกเรากลับต้องพบกับความผิดหวังเพราะบริเวณนั้นเงียบเชียบและไม่มีรถเมล์วิ่งให้บริการแล้วพวกเราจึงจำใจต้องนั่งรอเก้อกันต่อไปจนกระทั่งล่วงเลยเวลาเกือบสามทุ่ม
ในความเงียบสงบยามวิกาลนั้นเริ่มสังเกตเห็นกลุ่มผู้ชายแปลกหน้าเดินวนเวียนอยู่รอบบริเวณค่อนข้างหนาแน่นบางกลุ่มยืนจับกลุ่มกันมองมาทางพวกเราด้วยสายตาแปลกๆ
และจู่ๆรถยนต์เก๋งสีดำสนิทคันหรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบชิดขอบฟุตบาทตรงจุดที่กันต์และเพื่อนๆนั่งอยู่พอดี กระจกฟิล์มสีดำมืดค่อยๆเลื่อนลดต่ำลงเผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสองคนอายุราวๆห้าสิบปีนั่งอยู่ด้านใน
"ดีจ้าหนุ่มๆ...สนใจอยากไปเที่ยวต่อกับพวกพี่ไหมล่ะจ๊ะ"เสียงทุ้มเอ่ยทักทายขึ้นจากบุคคลปริศนาภายในรถเก๋งคันหรู
"เฮ้ยพวกมึง...รีบเดินหนีไปจากตรงนี้เหอะ บรรยากาศแถวนี้แม่งโคตรน่ากลัวชิบหายเลยวะ"ไอ้พีร์รีบกระซิบกระซาบออกปากเตือนเพื่อนๆ ด้วยความตื่นตระหนก
"เออจริงว่ะ... ยิ่งดึกยิ่งรู้สึกว่าพวกที่วนเวียนอยู่แถวนี้มันแปลกๆและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ" ไอ้เจเจรีบพูดเสริมน้ำเสียงร้อนรน
ทันทีที่ได้ยินเสียงตื๊อและสายตาคุกคามจากชายวัยกลางคนในรถเก๋งคันหรูคันนั้นทั้งห้าคนก็ไม่รอช้ารีบพากันลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าเดินจ้ำอ้าวหนีออกมาจากจุดดังกล่าวอย่างเร่งรีบทว่าในจังหวะที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีอยู่นั้น จู่ๆก็มีรถยนต์เก๋งอีกคันขับตามหลังมาประกบชิดติดขอบทาง พร้อมกับมีเสียงตะโกนเรียกชื่อดังแว่วมาจากด้านใน
"เฮ้ย...กันต์! ใช่กันต์รึเปล่าวะนั่นน่ะ..."
พอได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองกันต์ถึงกับชะงักฝ่าเท้าแล้วหันกลับไปมองต้นเสียงทันทีด้วยความสงสัย
"อ้าว...พี่แม็ก! มาทำอะไรแถวนี้ครับเนี่ย" กันต์อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
"เฮ้ย...กันต์จริงๆ ด้วยวะ!" พี่แม็กเลื่อนกระจกรถลงเผยให้เห็นรอยยิ้มกว้าง"พอดีพวกพี่เพิ่งไปตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ที่ตรอกข้าวสารมาแล้วกำลังจะขับรถกลับบ้านพอดี บังเอิญเหลือบไปเห็นแผ่นหลังคุ้นๆ เข้าตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะใช่พวกเรา ว่าแต่นี่พวกเรากำลังจะไปไหนกันดึกดื่นป่านนี้ล่ะ"
"พวกผมว่าจะหาทางกลับบ้านกันน่ะครับพี่แต่แถวนี้รถติดแถมหารถแท็กซี่ไม่ได้เลยสักคัน"
"อ้าวเหรอ...งั้นรีบขึ้นรถกันมาเลยพวกเรา ยัดๆ อัดกันเข้ามาหน่อยก็แล้วกันเบียดกันนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก"
สิ้นคำชวนทั้งห้าหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบพากันเบียดตัวยัดทะนานขึ้นไปนั่งอัดแน่นกันที่เบาะหลังรถเก๋งของพี่แม็กจนเต็มพื้นที่โดยมีพี่คันชิตทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้
หลังจากขับรถฝ่าด่านการจราจรพ้นจุดติดขัดมาได้พี่แม็กก็บอกให้พี่คันชิตช่วยขับพาห้าหนุ่มมาส่งลงที่บริเวณย่านมาบุญครองเพื่อที่พี่แม็กและพี่คันชิตจะได้เดินทางไปเที่ยวต่อในสถานที่สำหรับผู้ใหญ่ตามประสาคนมีอายุหลังจากส่งเสร็จ ทั้งห้าคนจึงแยกย้ายกันโบกแท็กซี่เดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน
เมื่อกันต์เดินทางกลับมาถึงบ้านของลุงนัสปรากฏว่าบรรยากาศภายในบ้านเงียบเชียบ ลุงนัสและเจ้าเนสยังไม่กลับเข้ามาบ้าน "เฮ้ยกันต์...มึงจะอาบน้ำพร้อมกันเลยไหมวะ" ไอ้พีร์หันมาเอ่ยปากถามในระหว่างที่กำลังถอดเสื้อผ้าตัวที่เปียกชุ่มจากการเล่นน้ำสงกรานต์เพื่อเตรียมอาบน้ำ
"ไม่อ่ะมึง...มึงเดินไปอาบก่อนเลยเดี๋ยวค่อยรอให้มึงอาบเสร็จก่อนแล้วกูค่อยเข้าไปอาบทีหลัง"
"แหม...หรือว่ากลัวว่าจะอดใจไม่ไหวเวลาเห็นกูแก้ผ้าอาบน้ำล่ะสิไอ้คุณกันต์"ไอ้พีร์ยิ้มกรุ้มกริ่มแซวเพื่อนรัก
"อดใจเหี้ยอะไรของมึงล่ะ...กูแค่อยากจะนั่งพักเหนื่อยเฉยๆ เว้ย"
"เออๆๆ...แค่นี้ก็ไม่กล้า ทำเป็นฟอร์มทำท่าเหมือนกับไม่เคยเห็นควยกูรึไง" ไอ้พีร์หัวเราะร่าก่อนจะเว้นวรรคแล้วเอ่ยไล่"งั้นไปละ... รีบไปอาบน้ำดีกว่า"
พูดจบไอ้พีร์ก็คว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กพาดบ่า แล้วเดินร่างกายเปลือยเปล่าแท่งเอ็นห้อยโทงเทงแกว่างไปมาออกจากห้องนอนตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
ส่วนกันต์ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรศัพท์พูดคุยธุระกับพ่อกายเพื่อฆ่าเวลาระหว่างนั้นไม่นานนักกันต์ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ของลุงนัสขับเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านตามด้วยเสียงฝีเท้าเดินย่องขึ้นมาบนชั้นสาม
กันต์ตั้งใจว่าจะเดินออกไปทักทายและแจ้งข่าวให้ลุงนัสว่าในวันพรุ่งนี้พ่อกายกับพี่มะลิกำลังจะเดินทางมาเยี่ยมที่กรุงเทพฯและจะขอแวะมาพักค้างแรมที่บ้านหลังนี้ด้วย ทว่าจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้องกันต์กลับต้องชะงักเท้ากะทันหัน เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยแว่วลอดออกมาจากหน้าห้องนอนของลุงนัส และเสียงนั้นกำลังพูดคุยอยู่กับไอ้พีร์ที่เพิ่งเดินกลับจากการอาบน้ำ
"โห...รูปร่างดีใช้ได้เลยนะเราเนี่ยแถมผิวพรรณยังขาวผ่องเนียนนุ่มดีจังเลยนะ"เสียงทุ้มของลุงนัสเอ่ยชมขึ้นตรงๆ
"อ๋อ...ไม่หรอกครับอา ช่วงนี้ผมปล่อยเนื้อปล่อยตัวอ้วนจะตายไปครับ"เสียงไอ้พีร์ตอบกลับด้วยความเขินอาย
"พูดจริงสิ...หุ่นแบบนี้แหละน่าฟัด น่ากอดนอนหนุนนอนกอดได้ทั้งคืนเลยรู้ไหม"
"จริงเหรอครับอา...แต่แปลกจังทำไมช่วงนี้ถึงไม่มีใครยอมมากอดผมบ้างเลยล่ะครับ"
"ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้ลองมานอนค้างที่ห้องของอาก็ได้นะ เดี๋ยวอาจะนอนกอดให้ทั้งคืนเลยเป็นไง"
กันต์ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวถึงกับยืนอึ้งงุนงงทำอะไรไม่ถูกปกติแล้วลุงนัสไม่ใช่คนที่มีนิสัยพูดจาหยอกล้อเชื้อเชิญคนอื่นในทำนองนี้เลยสักครั้งดูจากท่าทางและน้ำเสียงแล้ว ลุงนัสในตอนนี้คงจะมีอาการมึนเมาสุรากลับมาอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นบทสนทนาพูดคุยแผ่วเบาก็เงียบเสียงลงไป และไม่นานนักไอ้พีร์ก็เดินเปิดประตูห้องนอนกลับเข้ามาในห้องพักของกันต์ด้วยสีหน้าปกติ
ไอ้พีร์เหลือบมองหน้ากันต์แล้วขมวดคิ้ว"มองหน้ากูทำไมนักหนาวะไอ้กันต์... แล้วนี่มึงทำหน้าตาตื่นๆสงสัยอะไรของมึงเนี่ย" ไอ้พีร์เอ่ยถามด้วยความฉงน
"เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก งั้นเดี๋ยวกูขอตัวไปอาบน้ำบ้างดีกว่าวะ"กันต์รีบกลบเกลื่อนพิรุธ
กันต์เอื้อมมือคว้าผ้าเช็ดตัวพาดบ่าแล้วรีบสาวเท้าเดินหนีเข้าห้องน้ำไปจัดการชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็ว
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยกันต์เดินกลับเข้ามาในห้องพัก แต่กลับพบว่าเตียงนอนว่างเปล่าไร้เงาของไอ้พีร์และในจังหวะนั้นเอง กันต์ก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญกับลุงนัสเรื่องที่พ่อกายกับพี่มะลิกำลังจะเดินทางมาถึง กรุงเทพฯ และจะขอเข้ามาพักค้างที่นี่
กันต์จึงตัดสินใจเดินตรงไปที่หน้าห้องนอนของลุงนัสเพื่อจะเคาะประตูแจ้งข่าวแต่ทว่าเท้าของกันต์กลับต้องหยุดชะงักแข็งค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อมีเสียงแปลกปลอมดังเล็ดลอดลอดออกมาจากรอยแง้มของประตูห้องนอน
“ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส...!” เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันดังแว่วระรัวออกมาจากในห้องนอนของลุงนัสอย่างชัดเจน
กันต์รู้ได้ในทันทีว่าภายในห้องนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้นแม้จะไม่อยากคิดและไม่อยากคาดเดาให้ปวดหัวใจว่าบุคคลที่กำลังร่วมเตียงอยู่กับลุงนัสจะเป็นใครแต่ความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นก็พุ่งขึ้นสูงจนห้ามใจไม่ไหว
กันต์จึงตัดสินใจเดินย่องเบาออกไปที่ระเบียงทางเดินหน้าตึกค่อยๆ สอดส่องสายตารอดผ่านช่องกระจกหน้าต่างบานเกล็ดที่ลุงนัสลืมรูดปิดผ้าม่านลงเพื่อมองดูให้เห็นกับตาว่าภายในห้องนั้นคือใครกันแน่
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของกันต์ผ่านช่องกระจกหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มไว้คือร่างเปลือยเปล่าของไอ้พีร์ที่กำลังคุกเข่าคลานสี่ขาอยู่บนเตียงนอนโดยมีลุงนัสคุกเข่าประชิดอยู่ทางด้านหลังมือทั้งสองข้างกอบกุมจับอยู่ที่สะโพกอวบอัดของเด็กหนุ่มพร้อมกับกระหน่ำโยกสะโพกแทงท่อนเอ็นลำเขื่องเข้าสู่ช่องทางรักอย่างดุเดือดและเร่าร้อน "ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... รูของเอ็งนี่มันโคตรฟิตแน่นเปรี๊ยะเลยวะไอ้พีร์ตอดรัดควยอาแน่นหยั่งกับอะไรดี โคตรเสียวสัสๆ!"ลุงนัสครางกระเส่าหน้าดำหน้าแดง
"อื้อส์...ควยของอาก็ใหญ่มากเลยครับ... ทั้งจุกทั้งเสียวแน่นท้องไปหมดเลยอา... ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... กระแทกแรงๆ เข้ามาเลยครับผมเสียวรูไปหมดแล้ว!"ไอ้พีร์ส่งเสียงครางกระเส่าแข่งกับเสียงหอบหายใจของลุงนัสอย่างไม่อายใครทั้งสองคนจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งกามอารมณ์จนหลงลืมสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งว่าจะมีใครแอบยืนมองอยู่หรือไม่
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นลั่นห้องผสมผสานกับเสียงท่อนเอ็นลำใหญ่ของลุงนัสที่กระแทกกระทั้นเข้าออกช่องทางรักของไอ้พีร์อย่างถี่ยิบไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงแรงกระแทกนั้นสะท้านเข้ามาถึงความรู้สึกของกันต์ที่ยืนแอบมองอยู่ข้างนอกยิ่งเห็นภาพเร่าร้อนตรงหน้า สติสัมปชัญญะที่เคยนิ่งสงบก็เริ่มพังทลายลงในพริบตา
อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าทำให้กันต์ทนไม่ไหวอีกต่อไปมือข้างหนึ่งล้วงควานเข้าไปในขอบกางเกงของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวดวงตาจดจ้องมองผ่านบานหน้าต่างไม่กระพริบในขณะที่มือก็กอบกุมรูดรั้งแก่นกายของตนเองขึ้นลงช้าๆเนิบนาบตามจังหวะการกระแทกด้านใน น้ำรักใสๆ เริ่มไหลเยิ้มเอ่อล้นออกมาเคลือบทั่วส่วนหัวหยักอย่างรวดเร็ว
"เชี้ยเอ๊ย...ลุงนัสแม่งเยดดุชิบหายเลยวะ..." กันต์พึมพำสบถเบาๆ กับตัวเองด้วยความอัดอั้น
ในจังหวะที่กันต์กำลังเพลิดเพลินกับการชักรูดแก่นกายของตัวเองอยู่นั้นจู่ๆ โทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงก็เกิดสั่นครืดคราดและส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาดื้อๆกันต์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบควักมือถือออกมาปิดเสียงแทบไม่ทันโชคดีที่คนทั้งคู่ด้านในห้องมัวแต่เมามันกับกิจกรรมรักจนไม่ได้ยินเสียงภายนอกกันต์จึงตัดสินใจไม่อยากยืนรบกวนเวลาส่วนตัวของลุงและเพื่อนรักรีบหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองทันที
เมื่อเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กก็พบว่าเป็นสายโทรเข้าจากเจ้าเนส พร้อมกับข้อความทางไลน์ที่ส่งเข้ามาแจ้งว่า"คืนนี้พี่จะค้างนอนที่บ้านพี่คิงนะ โทรหาลุงนัสแล้วแกไม่ยอมรับสายเลยต้องโทรมาบอกกันต์แทน"
สรุปคือในคืนนั้นกันต์จึงต้องนอนหลับพักผ่อนอยู่ในห้องคนเดียวส่วนไอ้พีร์ย้ายร่างไปนอนซุกซบให้ลุงนัสกอดนอนหนุนนอนกอดทั้งคืนสมใจอยาก
รุ่งเช้าวันใหม่ กันต์ตื่นนอนขึ้นมาแต่เช้าตรู่ทว่าภายในบ้านกลับเงียบเชียบไร้ผู้คน มีเพียงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆจากไอ้พีร์แปะไว้ที่หน้าประตูห้องว่า "ออกไปวิ่งออกกำลังกายสูดอากาศที่สวนสาธารณะกับลุงนัสขากลับเดี๋ยวแวะซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาฝาก"
เกือบจะแปดโมงเช้าไอ้พีร์และลุงนัสจึงเดินกลับมาถึงบ้าน พร้อมกับถือถุงโจ๊กมาร้อนๆ ตามสัญญากันต์รับถุงโจ๊กมาเปิดกินพลางมองหน้าเพื่อนสนิทที่มีร่องรอยความอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
"วันนี้กูขอตัวไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์กับพวกมึงนะเว้ย...รู้สึกร่างกายมันเพลียๆ แปลกๆ ว่ะ"ไอ้พีร์รีบเอ่ยปากบอกก่อนที่กันต์จะทันได้ชวน
กันต์หรี่ตามองพิจารณาไอ้พีร์แล้วถามด้วยความสงสัย"มองหน้ากูแบบนั้นหมายความว่ายังไงวะไอ้กันต์... กูไม่สบายจริงๆ นะเว้ยหน้าตาฟ้องอยู่เนี่ย"
"กูก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนี่หว่า...ร้อนตัวไปใยล่ะมึง"
"เออๆๆ...กูขอนอนพักเอาแรงก่อนละกัน เมื่อคืนนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มเลยวะ"
"ทำอะไรมาล่ะถึงไม่ได้นอน"
"เปล่าสักหน่อย...ก็แค่ลุงนัสของมึงนอนกรนเสียงดังสนั่นลั่นห้องทั้งคืนต่างหากเล่า"
"ใช่เหรอวะ...สภาพมึงตอนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่แค่เรื่องนอนกรนหรอกมั้ง"
"อะไรของมึงเนี่ยไม่มีอะไรจริงๆ สักหน่อย!" ไอ้พีร์ทำเป็นกลบเกลื่อนเสียงแข็ง
"เออๆๆกูไม่ได้ว่าอะไรมึงสักหน่อยนี่นา... งั้นเดี๋ยวสายๆกูออกไปหาพวกไอ้เจษคนเดียวก็ได้วะ ถ้าเกิดมึงเปลี่ยนใจอยากตามไปทีหลังก็โทรหาละกันนะ"
"เออ...ตามนั้น"
กันต์จัดการกินโจ๊กจนหมดเกลี้ยงลุกขึ้นถือชามเดินไปที่อ่างล้างจาน ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มล้างจานเสียงเครื่องยนต์รถยนต์คันคุ้นเคยของพ่อกายและพี่มะลิก็แล่นเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านกันต์รีบวางมือแล้ววิ่งกรูลงไปต้อนรับทันทีด้วยความดีใจ
"สวัสดีครับพ่อ...สวัสดีครับพี่มะลิ"
"เออๆหวัดดีลูก... อะนี่กระเป๋าของฝาก ช่วยถือหน่อยเดี๋ยวพ่อต้องประคองพี่มะลิเดินหน่อยช่วงนี้ท้องโตใกล้คลอดเดินเหินลำบากขึ้นทุกวัน" พ่อกายส่งยิ้มกว้าง
"แล้วนี่กำหนดคลอดจริงๆคือเดือนไหนเหรอครับพ่อ"
"คุณหมอบุญบอกว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนสิงหานู่นแหละมั้งน่าจะใช่วันนั้นแหละ"
"อ๋อ...งั้นก็อีกไม่กี่เดือนแล้วสิครับ งั้นเวลาเดินต้องระมัดระวังตัวให้ดีๆนะครับพี่มะลิ"
พูดจบทริปต้อนรับกันต์ก็ช่วยพาทั้งสองคนเดินขึ้นไปพักผ่อนบนชั้นสามเข้าพักที่ห้องนอนของลุงนัสเป็นชั่วคราวเนื่องจากพื้นที่ชั้นล่างกำลังอยู่ระหว่างการรีโนเวทปรับปรุงยังไม่เรียบร้อยดี
"พ่อครับ...เดี๋ยวผมขอตัวออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆ ก่อนนะครับ ช่วงเย็นๆค่อยกลับมาทานข้าวด้วยกัน"
"เออๆไปเที่ยวเถอะลูก ระวังตัวด้วยล่ะคนมันเยอะ"
หลังจากนั้นกันต์รีบนั่งรถโดยสารเดินทางไปสมทบกับไอ้เจษที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรกก่อนจะโทรศัพท์นัดแนะจุดนัดพบกับไอ้เจเจและไอ้บังดีน เมื่อรวมกลุ่มกันครบห้าคนแล้วทุกคนก็ไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าตรงดิ่งไปลุยเล่นน้ำสงกรานต์ที่ตรอกข้าวสารทันที
"เออ...ไอ้เจษ ตกลงมึงได้บอกพ่อมึงรึยังวะว่าจะชวนมาเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยกันเผื่อตอนเย็นจะได้ไม่ต้องโดนดุเรื่องกลับดึกอีก"กันต์หันไปถามเพื่อนรักระหว่างเดินเบียดเสียดท่ามกลางสายน้ำ
"ไม่ต้องบอกหรอก...วันนี้พ่อกูโดนคำสั่งผู้บังคับบัญชาเรียกตัวให้มาปฏิบัติหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยอยู่แถวนี้พอดีเลยวะ"ไอ้เจษตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งๆเพราะกลัวว่ามีพ่อมาคอยคุมแล้วจะเที่ยวเล่นได้ไม่เต็มที่
ในระหว่างที่กำลังเดินสาดน้ำและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานผู้คนบนท้องถนนก็เริ่มเบียดเสียดหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินมาถึงบริเวณจุดตั้งป้อมยามรักษาความปลอดภัยซึ่งบริเวณนั้นมีถังน้ำประปาบริการให้ประชาชนเติมน้ำใส่ปืนฉีดน้ำฟรีกันต์จึงชวนเพื่อนๆ แวะเข้าไปเติมน้ำใส่กระบอกปืนของตัวเอง
ทว่าในจังหวะที่กำลังยืนรอคิวเติมน้ำอยู่นั้นสายตาของกันต์ก็เหลือบไปเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของป้อมยามและกำลังถูกกลุ่มสาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มรุมล้อมปะแป้งทาหน้าด้วยความสนุกสนานเฮฮา
กันต์ยืนเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งสังเกตเห็นใบหน้าชัดเจนปรากฏว่านายตำรวจนายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คืออาพลผู้เป็นพ่อของไอ้เจษนั่นเอง!
กันต์จึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วเอ่ยทักทาย "สวัสดีครับอาพล"
อาพลหันมามองตามเสียงเรียก"อ้าว... กันต์เองหรอกเหรอเรา"
"ครับอา...โอ้โห วันนี้เนื้อหอมจังเลยนะครับสาวๆ รุมล้อมปะแป้งกันใหญ่เลย"กันต์เอ่ยแซวรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"ฮ่าๆๆ...ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกลูก ปกติเวลาคนเจอตำรวจมักจะพากันวิ่งหนีหมดแต่วันนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเลยไม่ค่อยกลัวตำรวจกันเท่าไหร่...ว่าแต่แล้วเจ้าเจษลูกชายอาล่ะ ไปเที่ยวซนอยู่ไหนซะล่ะทำไมไม่เห็นมาด้วยกัน"
"โน่นเลยครับอา...ยืนอยู่ฝั่งโน้นกำลังก้มหน้าก้มตาเติมน้ำใส่ปืนฉีดน้ำอยู่ครับ... เอ่อ... ว่าแต่อาครับแล้วตกลงไอ้เจษมันได้ขออนุญาตอาหรือยังครับว่าจะขออนุญาตเที่ยวเล่นให้ดึกหน่อยในวันนี้"
"อ๋อ...เรื่องนั้นเจ้าเจษมันไม่ได้เข้ามาขอตรงๆ หรอกแต่อานภาภรรยาอาเป็นคนโทรมาบอกอาอีกทีแล้วล่ะ... ตามสบายเถอะ ให้พวกเราเล่นน้ำกันให้สนุกสนานเต็มที่เลยเดี๋ยวขากลับค่อยมารอเดินทางกลับพร้อมอาพร้อมกันก็ได้เพราะอาก็คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ดึกดื่นเหมือนกัน"
"ดีเลยครับอา!ปกติผมไม่เคยมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศเล่นน้ำสงกรานต์ในกรุงเทพฯ มาก่อนเลยไม่เคยคิดเลยว่ามันจะสนุกสนานครื้นเครงขนาดนี้"
ในจังหวะที่กันต์กำลังยืนพูดคุยสนทนากับอาพลอยู่นั้นฝูงชนจำนวนมากก็เบียดเสียดดันเข้ามาแย่งกันเติมน้ำตรงป้อมยามอย่างเนืองแน่นแรงกระแทกจากด้านหลังทำให้ร่างของกันต์เสียหลักพุ่งเข้ามาแนบชิดติดกับลำตัวของอาพลแบบเต็มๆแรง
"โอ๊ย...ขอโทษครับอา!" กันต์อุทานตกใจ
"ไม่เป็นไร...เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ คนน่าจะหนาแน่นกว่านี้อีกเยอะ ระวังตัวด้วยนะ"
ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่ตัวแนบชิดกันนั้นสิ่งที่สัมผัสโดนเข้ากับหน้าท้องของกันต์อย่างจังคือส่วนนูนหนาที่พองขยายคับแน่นอยู่ใต้กางเกงเครื่องแบบตำรวจเนื้อผ้าหนารัดรูปเปียกชุ่มน้ำอาการนูนเด่นชัดเจนของเป้ากางเกงอาพลทำให้สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุส่งผลให้หัวใจของกันต์เต้นระรัวโครมครามเลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านจนใบหน้าและใบหูร้อนผ่าวแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนปิดบังไม่มิด
"เขินอะไรอยู่เหรอเรา...ทำไมหน้าแดงหูแดงไปหมดแบบนี้ล่ะกันต์" อาพลเอ่ยถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
"ปะ...ปะ... เปล่าครับอา!" กันต์ละล่ำละลักตอบเสียงสั่น
ในขณะที่กันต์กำลังยืนเขินอายจนพูดจาติดๆขัดๆ อยู่นั้น อาพลกลับเอื้อมมือหนาของตัวเองลงมาคว้าจับหมัดมือของกันต์แล้วดึงพาฝ่ามือไปวางแนบแปะลงบนเป้ากางเกงที่ตุงแน่นเต็มไม้เต็มมือของตนเองทันที
"เขินเพราะเจ้าสิ่งนี้ใช่ไหมล่ะ...หื้ม?"
"อาพล...!"
ในระหว่างที่บรรยากาศรอบตัวกำลังชุลมุนวุ่นวายด้วยผู้คนที่เดินเบียดเสียดกันไปมาเสียงทุ้มคุ้นหูก็ฃดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง "สวัสดีครับอาพล...!"
ไอ้เจเจเอ่ยปากทักทายขึ้นพร้อมกับที่ไอ้บังดีนเดินตามหลังกันมาสมทบยกมือไหว้ทำความเคารพอาพลผู้เป็นพ่อของไอ้เจษอย่างนอบน้อม
"เออๆหวัดดีๆ เล่นน้ำกันให้ระวังและสนุกสนานกันเต็มที่เลยนะ...มีอะไรเดือดร้อนหรือหลงทาง มาหาอาได้ที่ป้อมนี้เลยนะ อาประจำการอยู่ยาวจนถึงค่ำๆโน่นแหละ" อาพลส่งยิ้มพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นทั้งห้าหนุ่มก็แยกย้ายกันไปลุยเล่นน้ำสงกรานต์ท่ามกลางฝูงชนในตรอกข้าวสารอย่างสนุกสนานเฮฮาลากยาวต่อเนื่องจนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำทว่าในจังหวะที่กำลังเดินเบียดเสียดผู้คนอยู่นั้น...
"เชี้ยเอ๊ย...!โทรศัพท์มือถือของกูหายไปไหนวะเนี่ย!"ไอ้บังดีนร้องอุทานเสียงดังลั่นด้วยความตกใจหน้าถอดสี
"เวรละ...แล้วเอ็งทำยังไงดีล่ะเนี่ย" กันต์หันไปถามด้วยความร้อนใจ
"กูว่ามันน่าจะหล่นหายตอนที่เราไปนั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำอยู่ที่ร้านริมทางตรงโน้นแน่ๆเลยวะ ตอนนั้นกูจำได้ว่าเพิ่งหยิบมันขึ้นมาดูเวลาอยู่เลยนะ"ไอ้บังดีนหน้าตาตื่น
"งั้นพวกเราลองเดินกลับไปดูกันที่ร้านนั้นไหมล่ะ"กันต์เอ่ยปากชวนเพื่อนๆ
ด้วยความร้อนรนสติแตกไอ้บังดีนรีบหันหลังกลับแล้วสาวเท้าวิ่งแทรกฝูงชนมุ่งหน้ากลับไปยังร้านขายน้ำทันทีกันต์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งตามสับเท้าก้าวตามหลังเพื่อนไปติดๆทว่าด้วยความที่ผู้คนหนาแน่นมากเกินไป ทำให้ไอ้เจเจ และไอ้เจษที่เดินตามหลังมาไม่ทันตั้งตัวไม่ติดและถูกฝูงชนกลืนหายพลัดหลงจากกลุ่มไปในพริบตา
เมื่อกันต์กับไอ้บังดีนเดินกลับมาถึงร้านขายน้ำรีบตรงดิ่งไปสอบถามพนักงานประจำร้าน แต่คำตอบที่ได้คือไม่มีใครพบเห็นและไม่มีใครเก็บโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวเอาไว้เลยทำเอาไอ้บังดีนถึงกับออกอาการเครียดจัดจนเกือบจะร้องไห้ออกมาเพราะโทรศัพท์เครื่องนี้เพิ่งจะซื้อให้ใหม่ป้ายแดงจากพี่สาว
ทั้งสองคนยืนรอคอยเพื่อนอีกสามคนที่เหลืออยู่ที่หน้าร้านน้ำอยู่เป็นนานสองนานจนเกรงใจเจ้าของร้าน ทว่าไอ้เจเจและไอ้เจษก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินตามมาสมทบเลยสักนิด
"เอาไงดีวะไอ้กันต์...เราจะยืนรออยู่ที่นี่ต่อไป หรือจะลองเดินกลับไปตั้งหลักที่ป้อมตำรวจดีวะ"ไอ้บังดีนถามเสียงเครียด
"งั้นรอดูลาดเลาอีกสัก10 นาทีก็แล้วกัน ถ้าพวกมันยังไม่โผล่มาตามนัดเดี๋ยวเราค่อยเดินกลับไปที่ป้อมยามกัน"
จนกระทั่งครบกำหนดเวลาสิบนาทีเพื่อนทั้งสามคนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเดินกลับมากันต์จึงตัดสินใจชวนไอ้บังดีนเดินเท้ากลับไปยังป้อมยามรักษาความปลอดภัยซึ่งคาดว่าอาพลน่าจะยังประจำการอยู่ เผื่อว่าไอ้เจเจ และไอ้เจษจะพากันเดินกลับมารวมตัวกันที่นั่น
ทว่าเมื่อเดินทางกลับมาถึงป้อมยามก็พบเพียงความว่างเปล่าไร้เงาของเพื่อนทั้งสองคน
"อ้าว...ทำไมพวกเอ็งสองคนถึงเดินกลับมากันแค่สองคนล่ะ แล้วอีกคนนั้นมันหายหัวไปไหนซะล่ะเนี่ย"อาพลเอ่ยทักทายขึ้นด้วยความสงสัย
"คนมันเยอะมากจนพวกผมพลัดหลงกับเพื่อนครับอาแถมโทรศัพท์มือถือของไอ้บังดีนดันมาหายอีกผมเลยพากลับไปเดินตามหาที่จุดคาดว่าจะทำตก แต่ก็ไม่เจออะไรเลยครับ"กันต์ละล่ำละลักอธิบาย
"อ้าวเหรอ...งั้นเข้ามานั่งหลบผู้คนพักเหนื่อยในป้อมนี้ก่อนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวอาจะให้ลูกน้องลองวิทยุสื่อสารเช็กถามตามร้านค้าให้อีกแรง"
"ขอบคุณมากครับอา"
หลังจากนั้นกันต์และไอ้บังดีนก็เดินเข้ามาหลบความวุ่นวายภายในห้องป้อมยามรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นห้องกระจกทึบปิดประตูหน้าต่างสนิทเพื่อป้องกันละอองน้ำสาดกระเซ็นจากภายนอกมีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยทั่วทั้งบริเวณงาน
ภายในห้องนั้นมีอาพลนั่งประจำการคอยจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์อยู่หน้าโต๊ะทำงานส่วนลูกน้องตำรวจอีกสามถึงสี่นายกระจายกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ตลอดแนวถนนข้าวสาร
ระหว่างที่กำลังนั่งพักผ่อนตากแอร์เย็นฉ่ำอาพลก็ยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ สองผืนมาให้ "เอ้า...เอาไปเช็ดหน้าเช็ดตากันก่อนนะ จะได้รู้สึกสดชื่นไม่เป็นหวัดในนี้แอร์มันค่อนข้างเย็นจัด เดี๋ยวจะไม่สบายกันซะก่อน"
"ขอบคุณครับอา"กันต์กับไอ้บังดีนยกมือไหว้รับผ้าเช็ดตัวมาซับหน้าซับผมอย่างสุภาพ
ในระหว่างที่นั่งพักผ่อนกันต์ลุกขึ้นเดินไปยืนขนาบข้างโต๊ะทำงานของอาพลกวาดสายตามองดูหน้าจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิด เผื่อจะบังเอิญเห็นเงาร่างของเพื่อนๆเดินผ่านไปบ้าง แต่ก็ไม่พบวี่แวว ทว่ากลับไปสะดุดตากับภาพเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกำลังยืนกอดจูบลูบไล้กันอย่างดูดดื่มกลางฝูงชน
"โหหหหห..เล่นน้ำสงกรานต์กันเฉยๆ ถึงกับต้องยืนกอดหอมจูบกันขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย"กันต์อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"แค่นี้ยังน้อยไปนะ...พอตกดึกดื่นค่ำคืนกว่านี้ มีอะไรให้ดูยิ่งกว่านี้อีกเยอะ... นี่ๆๆๆๆๆลองดูคู่ที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงเสาไฟฟ้ารินถนนตรงนั้นสิเห็นไหมล่ะว่าเขากำลังทำอะไรกันอยู่"อาพลเอ่ยปากชี้ชวนพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปยังจอภาพกล้องวงจรปิดมุมหนึ่ง
"ก็ไม่เห็นทำอะไรแปลกเลยนี่ครับอาเขาก็แค่ยืนกอดกันเฉยๆ เอง" กันต์เพ่งมองแล้วตอบกลับ
"ดูให้ดีๆสิ... มันไม่ใช่แค่ยืนกอดกันเฉยๆ หรอกนะ"อาพลอมยิ้มอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
กันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยตัดสินใจก้าวเท้าเดินอ้อมไปยืนชิดติดเก้าอี้ของอาพลเพื่อเพ่งมองหน้าจอให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและเมื่อมองเห็นภาพในจอเต็มสองตา...
"เชี้ยเอ๊ย...!มือสอดเข้าไปล้วงควักกันขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย!"กันต์อุทานลั่นออกมาด้วยความตกใจ
"อะไรวะไอ้กันต์อุทานเสียงดังซะตกใจหมดเลย" ไอ้บังดีนหันมาถามด้วยความอยากรู้
"มึงก็ลองลุกขึ้นมาดูเองดิจะได้รู้ว่ากูไม่ได้พูดเวอร์!"
ไอ้บังดีนเกิดอาการสงสัยลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเดินเข้ามามุงดูกล้องวงจรปิดข้างๆ กันต์
"เชี้ย...จริงด้วยวะ! แม่เจ้าโว้ย ใจกล้าชิบหายยืนนัวเนียเล่นเสียวกันกลางแจ้งแบบนี้เลยเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆ"
อาพลเห็นท่าทางตื่นเต้นเร้าใจของเด็กหนุ่มทั้งสองคนถึงกับหลุดหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง"แค่นี้ทำเป็นตื่นเต้น... สมัยก่อนที่อาทำหน้าที่ดูแลตรงนี้อาเห็นมาหมดแล้วทุกรูปแบบ ตั้งแต่เช้ายันค่ำจนแฉะไปหมดแล้วมั้งนั่น"
"แฉะแล้วคงไม่ทำอะไรพิเรนทร์หรอกมั้งครับอาฮ่าๆๆๆ" กันต์รีบเอ่ยปากแซวกลับทันที
"ก็มีบ้างแหละน่า..."อาพลตอบกลับด้วยหน้าตาเรียบเฉย ทำเอาทั้งกันต์และไอ้บังดีนยืนอึ้งพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนที่ทั้งสามคนจะพากันปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานครื้นเครง
หลังจากนั้นบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายต่างคนต่างช่วยกันกวาดสายตามองหน้าจอมอนิเตอร์เพื่อสอดส่องหาเรื่องราวเด็ดๆเพิ่มเติม และในจังหวะที่กันต์กำลังยืนจดจ่ออยู่ใกล้ชิดกับอาพลโดยไม่ได้ทันระมัดระวังตัวจู่ๆ อาพลก็แกล้งยื่นมือยาวมาใช้นิ้วเขี่ยสะกิดเบาๆ ที่เป้ากางเกงของกันต์
กันต์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจหันไปมองหน้าอาพลแต่ไม่ได้เอ่ยปากต่อว่าอะไรในขณะที่ไอ้บังดีนยังคงยืนจดจ่อตั้งอกตั้งใจจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์อย่างเมามันทว่าเป้ากางเกงขาสั้นของไอ้บังดีนเวลานี้กลับพองนูนตุงเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแถมเจ้าตัวยังแอบเอามือข้างหนึ่งคอยล้วงจับเป้ากางเกงของตัวเองเพื่อจัดทรงอยู่เป็นระยะๆ
อาพลสังเกตเห็นอาการของไอ้บังดีนจึงนึกสนุกอยากจะแกล้งเด็กหนุ่มดูบ้างมือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่เป้ากางเกงของไอ้บังดีนเต็มแรง
"โหหหหห...ของเด็กนี่แข็งโป๊กเป็นแท่งเลยเว้ย!" อาพลแกล้งอุทานเสียงดัง
"เฮ้ย...อา! เล่นแบบนี้ผมตกใจหมดเลยครับ" ไอ้บังดีนสะดุ้งโหยงหัวเราะกลบเกลื่อนความเขินอายหน้าแดงก่ำ
"ตัวก็แค่นี้...ทำไมคุณพ่อถึงให้พกมาเยอะแยะขนาดนี้วะเนี่ย" อาพลเอ่ยปากแซวซ้ำ
"ก็...ก็คุณพ่อรักผมมากนี่ครับอา!" ไอ้บังดีนตอบกลับเสียงอ่อยด้วยความเขิน
"รู้สึกอึดอัดมากไหมล่ะ...ถ้าไม่ไหวจะถอดกางเกงออกตอนนี้เลยก็ได้นะ อาไม่ว่าอะไรหรอกสบายๆ"
"โหหหหห...ใครจะกล้าถอดกันล่ะครับอา เกิดมีใครเปิดประตูเข้ามาเห็นเข้าคงได้อับอายขายขี้หน้าตายชัก"
"ไม่มีใครกล้าเปิดเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกน่าเพราะอาล็อกกลอนประตูห้องไว้เรียบร้อยแล้วใครจะเข้ามาต้องวิทยุวอเข้ามาขออนุญาตก่อนทุกครั้ง"
"ไม่ดีกว่าครับอาผมเขินจะตายอยู่แล้ว"
"จะเขินอะไรกันนักหนา...ผู้ชายอกสามศอกด้วยกันทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"
"ฮ่าๆๆๆ...ถ้าอย่างนั้นอาช่วยถอดโชว์ก่อนเลยสิครับ พวกผมจะได้หายเขิน"กันต์เอ่ยปากท้าทายอาพลบ้าง เพราะสังเกตว่าไอ้บังดีนดูจะเขินอายจริงๆผิดวิสัยเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่มักจะใจกล้ากว่านี้
และดูเหมือนคำท้าทายนั้นจะได้ผลจู่ๆ อาพลก็ลุกพรวดขึ้นยืน ปลดกระดุมกางเกงเครื่องแบบตำรวจออก แล้วรูดซิปลงช้าๆ "เฮ้ย...อาจะถอดจริงๆ เหรอเนี่ย!" ไอ้บังดีนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"เอ้า...ก็อาเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาท้าทายซะด้วยสิ"
พูดจบอาพลก็จัดการถอดกางเกงขายาวเครื่องแบบตำรวจออกจนหมดแล้วนำไปแขวนพาดไว้กับผนังห้องด้านหลังในเวลานี้อาพลจึงเหลือเพียงกางเกงในสีขาวตัวจิ๋วทรงบิกินีรัดรูปแนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนและเป้ากางเกงในที่ตุงแน่นเปรี๊ยะน่าตกใจแม้จะยังสวมเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบตำรวจอยู่ก็ตาม อาพลเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้หน้าจอมอนิเตอร์ตามเดิมเอนกายพิงพนักเล็กน้อยเพื่อจงใจเปิดเผยเป้ากางเกงในที่นูนเด่นด้วยแก่นกายลำเขื่องให้เด็กหนุ่มทั้งสองได้เห็นเต็มสองตา
"เอ้า...ยืนทำหน้าเอ๋อนิ่งเป็นหุ่นกันอยู่ทำไมล่ะ ในเมื่ออาก็ถอดโชว์ให้ดูแล้วทีตาพวกเอ็งสองคนถอดบ้างแล้วล่ะมั้ง"
เมื่อได้ยินคำท้าทายนั้นกันต์และไอ้บังดีนหันมาสบตากันชั่วครู่ ก่อนที่กันต์จะส่งสัญญาณพยักหน้าให้
จากนั้นทั้งสองคนจึงเริ่มลงมือปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของตัวเอง รูดซิบรูดลงช้าๆแล้วออกแรงดึงรั้งเนื้อผ้ากองลงไปกองอยู่ที่พื้น เผยให้เห็นร่มผ้าชั้นในของแต่ละคน
กันต์สวมกางเกงในสีดำสนิทรัดรูปขอบยางยืดซึ่งเผยให้เห็นสัดส่วนแก่นกายที่นูนตุงเป็นลำพอประมาณส่วนไอ้บังดีนสวมกางเกงในเนื้อผ้าซาตินสีฟ้าอ่อนนุ่มนิ่มแต่รัดฟิตเปรี๊ยะจนเห็นรูปร่างแก่นกายลำเขื่องพองขยายเอียงพาดซ้ายอย่างเด่นชัด
"เชี้ย...พวกเอ็งเงี่ยนจัดขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย ดูสิ ควยแข็งตั้งชันเป็นลำเชียว"อาพลหันมามองสำรวจแล้วเอ่ยปากแซวไอ้บังดีน
"ก็มันตื่นเต้นนี่ครับอา...อยู่กับสถานการณ์แบบนี้ ใครจะไม่ตื่นตัวบ้างล่ะครับ"
"เออๆๆ...อาพอเข้าใจวัยรุ่น เลือดลมกำลังสูบฉีดพล่าน... ถ้าเกิดเงี่ยนจนทนไม่ไหวอยากจะช่วยตัวเองชักว่าวแก้ขัดกันตรงนี้ ก็จัดได้ตามสบายเลยนะอาไม่ถือสาอะไรหรอก"
"ฮ่าๆๆๆ...พูดจริงเหรอครับอา" ไอ้บังดีนหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ท่าทางดูเหมือนจะเริ่มคิดจริงจัง
"เอาจริงดิ...ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองได้เลย" อาพลรีบเปิดไฟเขียวไฟทางให้
"งั้นอาต้องช่วยชักว่าวเป็นเพื่อนพวกผมด้วยนะจะได้หายเขิน" ไอ้บังดีนเริ่มออกปากท้าทายกลับบ้าง
"ฮ่าๆๆๆจะลองดีท้าทายอาเหรอ... อยากรู้ว่าใครจะขนาดใหญ่กว่ากันใครชนะได้เป็นใหญ่เอาไหมล่ะ" อาพลรับคำท้าด้วยความคึกคะนอง
"แล้วคนแพ้จะต้องโดนทำโทษอะไรล่ะครับอา...ให้กันต์ช่วยเป็นกรรมการตัดสินให้เอาไหมล่ะ"กันต์รีบเสนอตัวกระโดดเข้ามาร่วมวง
"เออวะ...น่าสนใจ เอาไงดีล่ะ" อาพลทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เอาอย่างนี้ใครแพ้จะต้องทำหน้าที่ชักว่าวปรนเปรอให้แก่คนที่ชนะตกลงไหมล่ะ"
"จัดไปเลยครับอา...งั้นเริ่มนับถอยหลังปั่นโชว์กันเลยพร้อมแล้วส่งสัญญาณให้กันต์ช่วยวัดขนาดได้เลย!"
หลังจากที่ให้สัญญาณเริ่มต้นทั้งอาพลและไอ้บังดีนต่างก็หันหลังให้กันตั้งอกตั้งใจสาวรูดปรนเปรอแก่นกายของตนเองอย่างขะมักเขม้นเพราะไม่มีใครยอมใคร
เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาทีไอ้บังดีนก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาก่อน "อาครับ... ผมพร้อมแล้วโว้ย!"
อาพลหันขวับกลับมาพร้อมรอยยิ้ม"อาพร้อมเหมือนกันเว้ย... เอ้า! นับ 1 2 3 หันหน้ามาพร้อมกัน!"
สิ้นคำพูดทั้งสองคนหันหน้ากลับมาพร้อมกัน กันต์รีบก้าวเข้าไปทำหน้าที่กรรมการสนาม
ทันทีที่ไอ้บังดีนเหลือบไปเห็นแก่นกายของอาพลถึงกับอุทานลั่น "เชี้ย... ควยอาใหญ่โตมโหฬารชิบหายเลย!"
ไอ้บังดีนเบิกตากว้างมองแท่งเอ็นของอาพลสลับกับของตัวเอง"ควยของผมว่าใหญ่แล้วนะ... ไม่คิดเลยว่าควยอาจะใหญ่ขนาดนี้ โคตรโกงเลยวะ!"
"ฮ่าๆๆ...ของเอ็งก็ไม่ธรรมดานะไอ้หนุ่ม พ่อเอ็งคงรักคงเลี้ยงมาดีจริงๆถึงให้พกมาซะใหญ่โตขนาดนี้" อาพลเอ่ยปากชมยิ้มๆ
"มานี่เลยครับอา...เดี๋ยวผมเอาไม้บรรทัดวัดขนาดตัดสินให้ชัดเจนไปเลยว่าใครกันแน่ที่ชนะ"กันต์เอ่ยบอกก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าจับแท่งเอ็นของไอ้บังดีนขึ้นมาวัดขนาด"เชี้ย... แปดนิ้วเต็มๆ เลยสัส!"
หลังจากนั้นกันต์หันไปทางอาพล"อาครับ... หันมาทางนี้เลย เดี๋ยวกันต์ขอวัดของอาให้เห็นกับตาหน่อย"
เมื่อทาบไม้บรรทัดวัดขนาดลงไปอาพลส่งเสียงหัวเราะชอบใจ "ฮ่าๆๆ... เป็นไงล่ะแปดนิ้วครึ่งโว้ย! เยส!อย่างนี้สรุปว่าอาเป็นฝ่ายชนะใสๆ ใช่ไหมล่ะกันต์" อาพลส่งสายตายักคิ้วยิ้มเยาะอย่างภาคภูมิใจ
"เอาไงต่อล่ะครับ...คนแพ้จะต้องทำตามกติกาอะไรให้แก่ผู้ชนะบ้างล่ะเนี่ย" ไอ้บังดีนเอ่ยถามยิ้มๆ
"แล้วเอ็งอยากให้อาทำโทษยังไงล่ะหรือจะช่วยชักว่าวให้อา อย่างที่ตกลงกันไว้ฮึ"
พูดจบไอ้บังดีนไม่รอช้า ขยับตัวเดินเข้ามาชิดตรงหน้าอาพลทันที พร้อมกับเอื้อมมือสากหนากุมรอบแก่นกายลำเขื่องของนายตำรวจใหญ่แล้วเริ่มขยับรูดรั้งช้าๆ
"ซี๊ดดด...เสียวว่ะไอ้หนุ่ม..." เพียงแค่สัมผัสแรกจากมือของไอ้บังดีนอาพลก็ถึงกับครางกระเส่าหลุดลอดออกมาเบาๆ
ไอ้บังดีนค่อยๆขยับมือรูดขึ้นลงเนิบนาบเป็นจังหวะ ในขณะเดียวกัน อาพลก็ยื่นมือออกไปกุมแก่นกายของไอ้บังดีนไว้เช่นกัน"เชี้ย... เต็มไม้เต็มมือดีชะมัด ใหญ่โตสะใจดีแท้" อาพลอุทานเบาๆ
ในจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังเพลิดเพลินกับการแลกเปลี่ยนปรนเปรอความเสียวให้กันและกันอย่างเมามันโดยหลงลืมไปชั่วขณะว่ากันต์ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ใกล้ๆ จู่ๆโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของกันต์ก็สั่นและส่งเสียงดังขึ้นขัดจังหวะกันต์จึงรีบเดินปลีกตัวไปรับสายที่มุมห้อง
"ครับพ่อ...เดี๋ยวผมกำลังจะกลับบ้านแล้วครับ น่าจะอีกสักพักใหญ่ๆ ครับ... ได้ครับโอเคครับพ่อ... เอาอะไรเพิ่มไหมครับ"
หลังจากพูดคุยธุระกับพ่อกายเสร็จเรียบร้อยกันต์กดตัดสายแล้วหันกลับมามองเพื่อนร่วมห้องทว่าภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้กันต์ต้องอุทานเสียงหลงในลำคอ
"เชี้ยเอ๊ย...!"
ภาพที่เห็นคือ ไอ้บังดีนกำลังนั่งคุกเข่าอ้าปากกว้างครอบครองแก่นกายลำเขื่องของอาพลเข้าไปในโพรงปากจนมิดด้ามหลับตาพริ้มขยับโยกศีรษะขึ้นลงรัวเร็วโดยมีมือหยาบกร้านของอาพลวางทาบกดอยู่ที่กลุ่มผมของเด็กหนุ่ม "ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส...!" อาพลครางกระเส่าไม่เป็นภาษา
ในวินาทีนั้นเองแก่นกายของกันต์ที่สงบอยู่ก็เกิดอาการตื่นตัวพองขยายขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกันต์จึงถอดกางเกงในที่รัดแน่นออกแล้วก้าวเดินเข้าไปหาอาพลทันทีอาพลเห็นดังนั้นจึงดึงแก่นกายออกจากปากของไอ้บังดีนแล้วออกแรงกดศีรษะของไอ้บังดีนให้หันมาทางกันต์แทน
ไอ้บังดีนลืมตาขึ้นช้อนสายตามองหน้ากันต์ด้วยความเขินอายปนลังเลชั่วครู่ก่อนจะยอมอ้าปากกว้างครอบครองแก่นกายของกันต์เข้าไปทีละน้อยสลับกับการใช้มือสาวรูดรั้งขึ้นลงช้าๆ เป็นจังหวะ
"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... เชี้ย! มึงดูดควยเก่งชะมัดเลยวะไอ้บังดีนกูเพิ่งรู้จริง่อนะเนี่ยว่ามึงมีฝีมือเรื่องแบบนี้ด้วย!" กันต์ครางกระเส่าเอ่ยปากชม
คำชมนั้นทำให้ไอ้บังดีนได้ใจเร่งจังหวะโยกศีรษะเข้าออกถี่และรัวเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และในจังหวะนั้นเองอาพลก็ก้าวขาขึ้นไปยืนเหยียบอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวสูงเอื้อมมือหนามากดกุมที่ท้ายทอยของกันต์ แล้วจ่อท่อนเอ็นลำเขื่องของตนเองเข้ามาประชิดริมฝีปากของกันต์ทันที
กันต์รู้งานทันทีอ้าปากกว้างรับแก่นกายของอาพลเข้าไปในโพรงปากพร้อมกับตวัดลิ้นเลียวนรอบส่วนยอดอ่อนไหวสลับกับการดูดดึงแผ่วเบา
"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... เสียวควยชิบหายเลยเว้ย! ดูดแรงๆ อีกอาชอบแบบนั้น!" อาพลครางลั่น
เวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาทีเต็มที่ไอ้บังดีนคุกเข่าก้มหน้าอมดูดปรนเปรอให้กันต์และกันต์ยืนอมดูดปรนเปรอให้อาพลที่ยืนสูงอยู่บนเก้าอี้จนกระทั่งอาพลเอ่ยปากสั่งให้หยุดพักชั่วคราว "พอก่อนๆ...หยุดพักกันก่อนแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะเผลอน้ำแตกพุ่งออกมาซะก่อน"
กริ๊ง... วิทยุสื่อสารวอแอนด์คอลดังขึ้น อาพลกดปุ่มรับสายวอแล้วเอ่ยอนุญาตสั่งการให้บุคคลภายนอกเปิดประตูเข้ามาได้ทันที
ทั้งกันต์และไอ้บังดีนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจหน้าตาตื่นเพราะสภาพในเวลานี้พวกเขายังคงเปลือยกายล่อนจ้อน ถอดกางเกงกองอยู่ที่พื้นท่อนเอ็นตั้งชูชันตระหง่านคาอยู่คาตา
และในวินาทีนั้นเองประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของนายตำรวจหนุ่มรูปงามอายุไม่ถึงสามสิบปีนามว่า "พี่แทน" ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของอาพล ที่เคยไปรับไปส่งอาพลเกือบทุกวันและในยามที่อาพลเมากลับบ้านพี่แทนก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง ทันทีที่เข้ามาถึงพี่แทนก็จัดการปลดกระดุมและถอดเครื่องแบบออกจนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนเช่นเดียวกัน
พี่แทนเป็นชายหนุ่มผิวขาวเนียนรูปร่างสมส่วนน่ามองแก่นกายห้อยโตงเตงในสภาพยังไม่แข็งตัวเต็มที่นักก่อนที่เจ้าตัวจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งมานั่งคุกเข่าลงที่พื้นเบื้องหน้าของกันต์ไอ้บังดีน และอาพล ใช้มือซ้ายและขวากอบกุมแก่นกายของกันต์และอาพลไว้คนละข้างพร้อมกับอ้าปากครอบครองแก่นกายของไอ้บังดีนเข้าปากทันที
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนกันต์และไอ้บังดีนตั้งตัวไม่ติด
"เป็นไงล่ะพวกเอ็ง...อึ้งทึ่งกันไปเลยสิ เสียวควยสมใจอยากรึเปล่าล่ะ"อาพลส่งยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ยถามเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"คะ...ครับอา... เสียวครับ!" ไอ้บังดีนตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีที่พี่แทนใช้เรียวปากปรนเปรอไอ้บังดีนก็ส่งเสียงครางลั่นห้อง "ซี๊ดดดด... อ๊าสสส...ไม่ไหวแล้วโว้ย!" จากนั้นพี่แทนก็สลับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ปากอมดูดท่อนเนื้อของกันต์ สลับกับของอาพลวนเวียนสับเปลี่ยนกันไปมาอย่างคล่องแคล่วชำนาญ
ไม่นานนักอาพลก็ออกคำสั่งให้พี่แทนเปลี่ยนท่า คุกเข่าคลานสี่ขาคว่ำหน้าลงกับพื้นแล้วหยิบถุงยางอนามัยส่งให้กับกันต์และไอ้บังดีนคนละชิ้นเมื่อสวมใส่ป้องกันเรียบร้อย อาพลเป็นฝ่ายประเดิมรุกเข้าใส่ก่อนเป็นคนแรก
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! "ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... รูแน่นฉิบหาย!" อาพลครางกระเส่าส่วนกันต์และไอ้บังดีนยืนชักรูดแก่นกายของตัวเองรอคิวถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ
ไม่ถึงสิบนาทีอาพลก็ถอนตัวออก แล้วไอ้บังดีนไม่รอช้าพุ่งเข้าไปคุกเข่าสอดแทรกแก่นกายลำเขื่องเข้าสู่ช่องทางรักของพี่แทนทันทีเนื่องจากอาพลช่วยเบิกทางนำร่องไว้ก่อนแล้ว ทำให้สอดใส่เข้าไปได้ง่ายดาย
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ไอ้บังดีนกระหน่ำซอยสะโพกโหมกระหน่ำเข้าใส่พี่แทนอย่างไม่ยั้งแรงจนคนใต้ร่างแทบจะส่งเสียงร้องขอชีวิต ผ่านไปเกือบสิบนาที ไอ้บังดีนส่งเสียงคำราม "เชี้ย...จะแตกแล้ว! เสียวควยไม่ไหวแล้วโว้ย!" ยิ่งใกล้ถึงจุดปลดปล่อยยิ่งกระหน่ำกระแทกกระทั้นถี่รัวรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
"แตกแล้วโว้ย...อ๊าสสส!"
ไอ้บังดีนโถมสะโพกกระแทกส่งท้ายกระหน่ำอีกสองสามทาบแช่ค้างท่อนเอ็นไว้คาช่องทางรักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายออกน้ำรักสีขาวขุ่นล้นทะลักล้นถุงยางอนามัยออกมาเลอะเทอะแล้วเดินไปทรุดตัวนั่งพักเหนื่อยที่เก้าอี้ จากนั้นกันต์ก้าวเข้าไปคุกเข่าสลับทำหน้าที่ต่อทันที
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ในจังหวะที่กันต์กำลังโถมสะโพกโยกกายกระแทกเข้าใส่พี่แทนอยู่นั้นอาพลก็ลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้ามาประชิดด้านหน้าแล้วนำแก่นกายลำเขื่องมาจ่อไว้ที่ริมฝีปากของกันต์ กันต์อ้าปากรับทันทีทั้งอมทั้งดูดปรนเปรอพร้อมกับขยับโยกสะโพกกระแทกช่องทางรักของพี่แทนไปพร้อมๆ กัน
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นลั่นห้องผสมผสานกับเสียงครางกระเส่าของอาพลที่พึงพอใจกับการถูกปรนเปรอด้วยปาก
"อาจะแตกแล้ว...ดูดแรงๆ เลยกันต์ ควยโคตรฟิตเสียวสัสๆ... เชี้ย! จะแตกแล้วเว้ย!"
เมื่อใกล้ถึงขีดสุดยอดอาพลชักดึงแก่นกายออกจากปากของกันต์ ใช้มือหนากอบกุมรูดรั้งด้วยความเร็วสูง
แจ๊ะๆๆๆ... แตกแล้วโว้ย! น้ำรักปริมาณมหาศาลพุ่งกระฉูดพ่นออกจากปลายยอดหัวเห็ดสาดกระจายเลอะเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าและลำตัวของกันต์จนชุ่มโชก
"เชี้ย...ไม่ไหวแล้วเหมือนกันจะแตกแล้วโว้ย!"
กันต์โถมสะโพกกระแทกซอยรัวยิบเข้าใส่พี่แทนครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนตัวออกแล้วใช้มือชักรูดรัวเร็ว
แจ๊ะๆๆๆ... แตกแล้วครับ!" น้ำรักสีขาวข้นพุ่งฉีดพ่นออกจากปลายหัวเห็ดของกันต์พุ่งเป็นสายราวน้ำประปาแตกกระเด็นรดลงไปเต็มแผ่นหลังเปลือยเปล่าของพี่แทนส่วนพี่แทนแทบไม่ต้องใช้มือช่วยชักรูดเลยด้วยซ้ำปลดปล่อยน้ำรักทะลักไหลนองเต็มพื้นห้องไปหมด
หลังจากนั้น ทั้งสี่คนทิ้งตัวลงนั่งพักเหนื่อยอยู่กันไปคนละมุมห้องใช้กระดาษทิชชูเช็ดทำความสะอาดร่างกายจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อยและในจังหวะที่กำลังพักผ่อนอยู่นั้นเอง เสียงวิทยุสื่อสารวอของอาพลก็ดังขึ้นแจ้งข่าวดีว่าลูกน้องพบโทรศัพท์มือถือของไอ้บังดีนแล้ว รวมถึงพบตัวไอ้เจษ และไอ้เจเจที่กำลังเดินทางกลับมาสมทบที่ป้อมยามแห่งนี้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
............................................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|