แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zero_dice เมื่อ 2026-10-13 12:07
แสงแดดยามบ่ายแผดเผาจนถนนในหมู่บ้านดูเหมือนจะหลอมละลาย ขุนถือถ้วยที่ล้างจนสะอาดเอี่ยมเดินข้ามรั้ว ไปยังบ้านข้างๆ เพื่อเอาไปคืนเพื่อนบ้านที่ได้ตักแบ่งแกงส้มมาให้เขาเมื่อวันก่อน… ถึงเขาจะไม่ได้กินก็เถอะ กลิ่นดินแห้งและเสียงจิ้งหรีดร้องระงมทำให้บรรยากาศดูเงียบเหงากว่าปกติ เขาชะลอฝีเท้าเมื่อเห็นประตูบ้านของวิทย์เปิดทิ้งไว้เพียงครึ่งเดียว
"วิทย์? อยู่ไหม?"
ขุนตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเดินเข้าไปในบ้านที่มืดสลัว กลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ทันทีที่เดินเข้าตัวบ้านเขาก็พบร่างสูงของเพื่อนบ้านนอนซมอยู่บนโซฟาห้องรับแขก ผิวสีน้ำผึ้งที่เคยดูสุขภาพดีบัดนี้แดงซ่านด้วยพิษไข้ ลมหายใจของวิทย์หอบถี่และหนักหน่วง
"พี่ขุน... หรอครับ..."
วิทย์พึมพำ เสียงแหบพร่าจนแทบจำไม่ได้ เขาลืมตาขึ้นมองด้วยสายตาที่พร่ามัว
ขุนรีบวางถ้วยแกงส้มลงบนโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผากคนป่วย ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้เขาชะงัก
"ตัวร้อนจี๋เลยนะเนี่ย ไปทำอะไรมาถึงได้ป่วยขนาดนี้"
"ไม่รู้ครับ... จู่ๆ ก็หนาว... สั่นไปหมด"
วิทย์พยายามจะยันตัวลุกขึ้น ขุนขมวดคิ้ว เขารู้สึกประหลาดใจเพราะไม่เคยเห็นเพื่อนบ้านคนนี้ป่วยมาก่อนเลย
"อยู่นิ่งๆ ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปตามภูมาช่วย"
ขุนเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่บ้านของตัวเอง เขาไม่เสียเวลาเรียกนาน เพียงแค่ตะโกนเรียกชื่อลูกชาย ภูที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้านรีบวิ่งมาหาในทันที
"มีอะไรครับป๊า?"
"พี่วิทย์ดูเหมือนจะป่วยน่ะ น่าจะเป็นไข้ มาช่วยป๊าดูแลพี่เขาหน่อยสิ"
เด็กหนุ่มไม่รอให้พ่อสั่งซ้ำ เขารีบวิ่งไปหยิบกุญแจบ้าน และล็อกประตูก่อนเดินออกมายังบ้านที่อยู่ติดกัน ภาพของวิทย์ที่นอนซมด้วยพิษไข้อยู่ตรงหน้า ดูน่าสงสาร
"โห โค้ชนักกีฬาป่วยเป็นเหมือนกันเหรอเนี่ย?"
ภูแซว ทำเอาวิทย์หัวเราะในความทะเล้นของเด็กหนุ่ม
"ถึงป่วยพี่ก็ยังมีแรงเตะเด็กได้นะเว้ย"
"โอ้ย อย่าทำปากเก่งเลย นอนไปเถอะ... ป๊าเราเอาไงกับพี่เค้าดี"
ขุนหัวเราะกับการต่อล้อต่อเถียงของทั้งคู่ ถึงแม้ลูกเขาจะปากเสียแต่ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงพี่เขาอยู่ เขายิ้มยืนกอดอก มองภาพลูกชายกับเพื่อนบ้านที่ยังจิกกัดกันเบาๆ
"ไปเตรียมกะละมังใส่น้ำกับผ้าขนหนูมา ภู ไปเอาในครัวพี่เขานั่นแหละ แล้วเอาขึ้นไปบนห้องพี่เขานะ เดี๋ยวป๊าจะแบกพี่เขาขึ้นไปเอง อ้อ แล้วก็หยิบยาพาราในตู้ยาขึ้นมาด้วยนะ"
ภูรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ส่วนขุนก็ให้วิทย์คล้องคอประคองพาเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนเพื่อให้เจ้าของบ้านได้พักผ่อน เขาค่อยค่อยๆ ว่าร่างใหญ่โตพอๆ กับเขาลงบนเตียง ไม่นานนักน้ำอุ่นและผ้าสะอาดก็ถูกนำมาวางไว้ข้างเตียง
ขุนใช้ผ้าเช็ดตามหน้าตามแขนของวิทย์ เหมือนไข้จะไม่สูงเท่าไหร่นัก ถือเป็นเรื่องดี ส่วนภูก็ยื่นยากับน้ำให้วิทย์กิน
“นอนพักไปก่อนนะ ตื่นมาจะได้รู้สึกดีขึ้น”
วิทย์พนักหน้า แล้วหลับตาลง เพียงไม่นาน เสียงกรนเบาๆ ก็ลอยออกมา
“ปล่อยพี่เขานอนไปก่อนลูก อย่าไปกวนพี่เขา”
สองพ่อลูกลงมานั่งเล่นที่ชั้นล่างของบ้าน นานๆ ทีก็ขึ้นไปดูวิทย์ซักหน เผื่อเขาจะตื่น
พลบค่ำ ขุนเปิดประตูบ้านวิทย์เข้ามา หลังจากที่กลับไปตรวจบ้านตัวเองว่าไม่ลืมปิดน้ำปิดแก๊ส และเปิดไฟหน้าบ้าน เขาก็เจอภูเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านพอดี
“ป๊า พี่วิทย์ตื่นแล้ว”
ทั้งสองขึ้นไปดูอาการของเพื่อนบ้านที่เพิ่งทุเลาจากพิษไข้
“ดีขึ้นมั้ยวิทย์”
ขุนถาม ในขณะที่วิทย์เอามือปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก
“ดีขึ้นมากแล้วพี่ เหมือนไข้จะหายไปเกือบหมดแล้ว ขอบคุณพี่มากเลย ถ้าไม่มาเจอผมจะเป็นยังไงเนี่ย”
เขายิ้มขอบคุณสองพ่อลูกที่ดูแลเขา
“เช็ดตัวอีกรอบแล้วกันนะ เหงื่อออกเต็มตัวเลย มา เดี๋ยวพี่ช่วย”
วิทย์ทำท่าทีปฏิเสธ แต่ก็ยอมกับการรบเร้าของพ่อลูกคู่นี้ ขุนเริ่มลงมือถอดเสื้อของวิทย์ออกจนร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ยังคงชัดเจนแม้จะอยู่ในอาการป่วย ผิวสีน้ำผึ้งของวิทย์สะท้อนแสงสลัวในห้อง ดูดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
"หึย... หนาว..."
ขุนใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นอกกว้างและซอกคออย่างเบามือ สัมผัสที่นุ่มนวลทำให้วิทย์ผ่อนคลายลง เกิดความเงียบงันระหว่างคนทั้งสาม
ภูนั่งมองอยู่ข้างๆ เขากำลังมองปฏิกิริยาระหว่างพ่อของเขากับพี่ชายข้างบ้าน ขุนไม่ได้เช็ดตัวแบบคนป่วยทั่วไป แต่การเคลื่อนไหวของเขามันมีความโหยหาแฝงอยู่ มือหนาลากผ่านยอดอกของวิทย์ช้าๆ จนคนป่วยครางเบาๆ ในลำคอ
"ป๊า... ให้ภูช่วยเช็ดขาให้พี่วิทย์นะ"
ภูเอ่ยเสียงแผ่ว เขาหยิบผ้าขึ้นมาแล้วเริ่มเช็ดตามน่องและต้นขาของวิทย์ ความร้อนจากผิวของวิทย์ผสมกับความเย็นของน้ำทำให้บรรยากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไป จากความห่วงใยกลายเป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น
"พี่วิทย์... รู้สึกยังไงมั่ง?"
ภูถามพลางสบตากับคนป่วย สายตาของวิทย์เปลี่ยนจากความอ่อนล้าเป็นความใคร่ที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาจ้องมองใบหน้าหวานของภู และเลื่อนไปมองแผ่นหลังกว้างของขุนที่ยังคงเช็ดตัวให้เขาอยู่
"รู้สึก... แปลกๆ... เหมือนเป็นพระราชา"
วิทย์ขำเบาๆ ระหว่างที่ขุนกำลังใช้ผ้าลูบไล้แผ่นหลังของเขา ขุนก้มลงมองวิทย์ แววตาของชายวัยสี่สิบกว่าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกกักขัง เขากดฝ่ามือลงบนผิวเนื้อของวิทย์ให้หนักขึ้น วิทย์รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจึงแหงนหน้ามองขุน แต่เจอเขาจ้องกลับด้วยสายตาแฝงความปรารถนา
"ต้องการอะไร... บอกป๊าสิ"
วิทย์รู้ว่า ป๊า ในที่นี้ ขุนไม่ได้พูดกับลูกชายตัวเอง แต่กำลังพูดถึงเขา ที่กำลังมองหน้ากันอยู่
ภูนั้นสังเกตพฤติกรรมของทั้งสองเงียบๆ เด็กหนุ่มรู้ดีว่าคำว่า 'ป๊า' ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเป็นพ่อของเขาเอง แต่หมายถึงชายคนหนึ่งที่มีความต้องการในตัววิทย์ด้วย
ภูตัดสินใจพูดสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกมาเพื่อให้กำแพงสุดท้ายพังทลายลง
"พี่วิทย์ครับ... ป๊ารู้หมดแล้วนะครับ"
ความเงียบปกคลุมห้องชั่วขณะ วิทย์เบิกตากว้าง หันไปมองขุนด้วยความตกใจและกังวล
"พี่ขุน... คือผม..."
ขุนหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นฟังดูอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน เขาวางผ้าขนหนูลงแล้วโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของวิทย์
"เด็กดื้อที่ได้ลูกพี่ไปแล้วเนี่ย ป๊าจะลงโทษยังไงดีครับ?"
คำพูดติดหยอกล้อของขุนทำให้วิทย์หายใจไม่ทั่วท้อง ความกลัวหายไปแทนที่ด้วยความตื่นเต้น ร่างกายที่เคยสั่นเพราะพิษไข้ บัดนี้กลับสั่นเพราะความต้องการที่พุ่งพล่าน
"พี่วิทย์..."
ภูเรียกเบาๆ พร้อมกับคลานขึ้นไปบนเตียง เขานั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของวิทย์ มือเล็กๆ เริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามหน้าท้องที่เกร็งแน่นของคนป่วย
"ในเมื่อทุกคนรู้แล้ว... เราไม่ต้องปิดบังกันแล้วใช่ไหมอ่ะ?"
ภูเอ่ยขึ้น วิทย์เงียบ ส่วนขุนไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเลือกที่จะตอบด้วยการบดริมฝีปากลงบนปากของวิทย์อย่างแผ่วเบาแต่ร้อนแรง มันไม่ใช่จูบปลอบประโลมคนป่วย แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ลิ้นร้อนของขุนรุกรานเข้าไปในโพรงปากของวิทย์อย่างชำนาญ เสียงจูบดัง *จ๊วบ จ๊าบ* ผสมกับเสียงลมหายใจหอบรัว มือเขาลูบไล้ไปตามหน้าอกเปลือยแกร่งของคนป่วย ไม่รู้ว่าความร้อนที่เขาสัมผัสได้มาจากพิษไข้หรือความปรารถนาของเข้าตัว
วิทย์ครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากไข้กลับตอบสนองอย่างรุนแรง เขาใช้แขนโอบรอบคอขุน ดึงรั้งให้ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันจนไม่มีช่องว่าง
ในขณะที่ขุนกำลังจัดการกับวิทย์ ภูไม่ได้อยู่เฉย เขาก้มลงใช้ลิ้นเลียวนรอบยอดอกของวิทย์ สลับกับใช้มือรูดรั้งท่อนลำที่เริ่มแข็งขึงในกางเกงขาสั้นของพี่ชายข้างบ้าน
"อ๊าาา... ภู... ซี๊ดดด"
วิทย์หลับตาพริ้ม ร่างกายบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านจากการถูกรุมล้อมด้วยสองพ่อลูก ภูเลื่อนลงมาจัดการกับกางเกงของวิทย์จนหลุดพ้นจากร่างกาย ท่อนลำขนาดไล่เลี่ยกับพ่อของเขาผงาดง้ำอย่างน่าเกรงขาม มันแข็งปั๋งและมีเส้นเลือดปูดนูนชัดเจนจนขุนเองต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ภู... ของพี่เขามันสู้ของป๊าได้ไหมครับ?"
ขุนเย้าแหย่ ภูจับท่อนลำของวิทย์รูดขึ้นลงช้าๆ ทำท่าพิจารณา
“อืม ไม่แน่ใจเหมือนกัน ต้องลองดูก่อน”
คำพูดเด็กชายทำเอาวิทย์สงสัยอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะนึกได้แล้วหันไปมองระหว่างภูกับวิทย์พร้อมสีหน้าตกใจ แสดงว่าสองพ่อลูกนี่…
ก่อนที่จะคิดอะไรไปได้มากกว่านี้ ขุนก็ประกบริมฝีปากกับเขาอีก ลิ้นเร่าร้อนแหย่เข้ามาพัวพันกับของเขา เขาครางอื้อเพราะรู้สึกถึงริมฝีปากที่ครอบมาที่แท่งรักของเขา ขุนจับมือวิทย์เอื้อมไปยังกางเกงขาสั้นของตัวเองที่ตอนนี้มันพองใหญ่และแข็งเป็นลำยาว วิทย์จับรูดไปมา ส่วนมืออีกอีกข้างเขาเอื้อมไปจับหัวของภูกดเขาหาแท่งใหญ่ของตน
ขุนละริมฝีปากจากวิทย์ น้ำลายเชื่อมระหว่างทั้งสองยาวมาเป็นสายก่อนขาดออกจากกัน ขุนถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกเผยให้เห็นท่อนลำขนาดพอๆ กัน มันตีขึ้นมาที่หน้าท้อง เขาดึงวิทย์ให้ยืนบนเตียงด้วยเข่า แล้วเข้าประกบที่ด้านหลัง ส่วนภูก็ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าประกบด้านหน้าวิทย์ ท่อนลำของเด็กหนุ่มและพี่ชายข้างบ้านถูไถกันแนบเป็นเนื้อเดียว
ทั้งสามลูบไล้ปัดป่ายมือเข้าหาเรื่อนร่างกันและกัน ร่างกำยำของผู้ใหญ่สองคนและวัยรุ่นคนนึงผสานเข้ากันสนิท
ขุนส่งปลายนิ้วเข้าไปในรูรักของวิทย์ ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้ง ภูจึงจับวิทย์ประกบจูบ และลูบไล้ไปตามกล้ามอกและหน้าท้องของเขา วิทย์ถูกสองพ่อลูกรุมอย่างเสียไม่ได้ เขายังไม่หายไข้ดีนัก เสียวแทบใจจะขาด ทำเอาสมองขาวโพลนไปหมด
ขุนถอนนิ้วออก เขาจับปลายท่อนลำตัวแข็งขันของตัวเองจ่อที่ปากทางรักของวิทย์ที่ยังคงมีความชื้นจากน้ำที่เช็ดตัว
"อื้อ... พี่ขุน... ใส่เข้ามาเถอะครับ... ผมไม่ไหวแล้ว"
ขุนไม่ทำตาม เขายังคงใช้แท่งเนื้อของเขาปาดรูรักของวิทย์ไปมา
“หืม เมื่อกี๊พูดว่ายังไงนะครับ ป๊าไม่ค่อยได้ยินเลย”
วิทย์หน้าแดงขึ้น การเล่นบทบาทสมมุติไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลย แต่ทำยังไงดี เขาอยากได้ของพี่ขุนเข้ามาอยู่ในตัวเขาเหลือเกิน ท่อนลำของผู้ชายที่อบอุ่น
“... เสียบเข้ามาเลยครับ… ผมทนไม่ไหวแล้วครับ.. ป๊า!”
วิทย์เขินอายสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป แต่ก็ร้องขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความต้องการ ขุนไม่รอช้า เขาจับขาของวิทย์แยกออกกว้างแล้วค่อยกดสะโพกส่งท่อนลำยักษ์เข้าไปทีเดียวจนสุดโคน
"อ๊ากกกก! ป๊า! มัน... ลึก... อื้อออ!"
วิทย์ร้องลั่น ร่างกายกระตุกเกร็ง ความจุกเสียดในช่วงแรกเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่รุนแรงจนสมองขาวโพลน ท่อนลำของขุนบดขยี้จุดกระสันภายในของวิทย์อย่างหนักหน่วง
"ซี๊ดดด... แน่นชะมัด... วิทย์ตอดป๊าแรงมากเลยครับ"
ขุนโหมแรงกระแทกเข้าใส่อย่างดุดัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง *พั่บ พั่บ พั่บ* สนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด วิทย์หอบหายใจรัว ร่างกายสั่นคลอนไปตามจังหวะที่ขุนส่งมา
ในระหว่างที่ขุนกำลังรุกรานวิทย์ ภูก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองเหงา เหมือนพี่ชายคนใหม่ของเขาจะชอบท่อนลำป๊ามาก ภูใช้ปากครอบครองท่อนลำของวิทย์ในจังหวะที่โดนพ่อของเขากระแทงตัวเข้ามาแรงๆ ลิ้นเล็กๆ ตวัดเลียวนรอบส่วนหัวที่ฉ่ำน้ำเงี่ยนอย่างตั้งใจ
"อืมมม... ภู... เก่งมากลูก ช่วยพี่เขาหน่อยนะ จะได้หายป่วยเร็วๆ"
วิทย์ครางกระเส่า ขุนพลิกตัวให้วิทย์นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงในท่าโก้งโค้ง แล้วกระแทกกระทั้นสะโพกเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างรุนแรง ควยยักษ์ครูดผ่านผนังภายในของวิทย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคนป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวส่งเสียงครางระงมไม่เป็นภาษา
"อ๊าาา! แรงอีก... ป๊าครับ... เอาให้ผมจุกไปเลย!"
วิทย์ร้องขออย่างลืมตัว แต่ไม่ลืมบทบาทใหม่ในฐานะลูกชายคนโต ความเสียวซ่านครอบงำทุกโสตประสาท ขุนเร่งเครื่องขั้นสุด กระแทกเน้นๆ อีกสิบครั้งก่อนจะเกร็งกระตุก ปลดปล่อยลาวาร้อนฉีดพ่นเข้าไปในตัววิทย์จนล้นทะลัก
"อ๊าาาาาาาา!"
วิทย์กระตุกเกร็งและปลดปล่อยน้ำรักออกมาเต็มที่นอนในเวลาเดียวกัน ร่างกายของเขาทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง แต่ความโหยหายังไม่จบเพียงเท่านี้
ขุนถอนตัวออกมา เสียง *สลั่บ* ของน้ำกามที่ไหลเยิ้มออกมาจากรูรักของวิทย์ทำให้ภูที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับน้ำลายสอ
"ป๊าครับ... ภูอยากได้บ้างแล้ว"
ขุนยิ้มมุมปาก เขาดันให้ภูคลานเข่าคร่อมวิทย์ที่นอนหงายอยู่ ขุนเดินมาประกบด้านหลังลูกชาย ที่ตอนนี้เป็นลูกชายคนเล็กไปแล้ว เขาใช้ลิ้นเลียรูของลูกรักจนเฉอะแฉะ จนภูครางออกมา
วิทย์ช่วยโดยการโน้มคอภูลงมาจูบกับเขา ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน มือของวิทย์เอื้อมไปจับท่อนลำของภูประกบกับของเขาแล้วรูดเล่นเบาๆ
ขุนยันตัวขึ้นมา ส่งท่อนลำที่ยังไม่อ่อนตัวลงพุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้งเพราะแรงกระตุ้นเข้าสู่ตัวภู เด็กหนุ่มครางในลำคอ ท่อนลำของขุนที่ยังคงแข็งขึงแม้จะเพิ่งปลดปล่อยไปยังทำหน้าที่ได้ดี
"อ๊ากกกก! ป๊า... ลึก... ลึกที่สุดเลย!"
ภูถอนปากออกมาร้องลั่นเมื่อถูกกระแทกเข้าที่จุดกระสันอย่างจัง ขุนใช้มือบีบเค้นสะโพกของลูกชายอย่างแรง พร้อมกับโหมแรงส่งสะโพกขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครางของคนสามคนที่ผูกพันกันด้วยความลับและความใคร่
วิทย์ที่นอนหอบอยู่ ใช้มือลูบไล้ไปตามขาของภู เขามองภาพการร่วมรักของสองพ่อลูกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขสม
"ซี๊ดดด... ภู... ตอดแน่นเหมือนเดิมเลยนะ"
"อ๊ะ... อ๊ะ... ป๊า... แรงอีก... จะออกแล้ว!"
ขุนเร่งจังหวะสุดท้าย กระแทกย้ำๆ ที่จุดเดิมซ้ำๆ ท่อนลำของภูก็โดนวิทย์ชักเข้าออกเร็วขึ้นจนภูตัวสั่นระริกและปลดปล่อยน้ำรักออกมาเต็มหน้าท้องของวิทย์ ในขณะที่ขุนก็ฉีดพ่นน้ำเชื้อสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวลูกชายจนเต็มเปี่ยม
ทั้งสามคนล้มตัวลงนอนกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง ร่างกายเปลือยเปล่าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำรักเบียดเสียดกันจนรู้สึกถึงไออุ่น ลมหายใจที่เคยหอบรัวค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผ่อนคลายและเติมเต็ม
"พี่วิทย์... หายไข้หรือยังครับ?"
ภูถามพลางซบหน้าลงกับอกของวิทย์
วิทย์หัวเราะเบาๆ แล้วจูบหน้าผากของเด็กหนุ่ม
"หายสนิทเลยครับ... ยาดีจริงๆ"
ขุนกอดทั้งคู่ไว้ในอ้อมแขน เขามองใบหน้าของวิทย์และภูด้วยความรักและความพึงพอใจ ความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรมในสายตาโลกภายนอก กลับกลายเป็นสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขาในบ้านหลังเล็กๆ แห่งนี้
"คืนนี้... นอนที่นี่ให้หมดเลยนะ"
ขุนกระซิบ พร้อมกับจุมพิตที่ไหล่ของทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน
"จะนอนแล้วเหรอครับ”
วิทย์ถามขึ้นมาอย่าเจ้าเล่ห์ ขุนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูขณะที่เขากระชับอ้อมกอดรัดร่างของภูและวิทย์ให้แนบชิดยิ่งขึ้น กลิ่นเหงื่อที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวกามคละคลุ้งไปทั่วห้องนอนที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ แต่ร่างกายของทั้งสามกลับร้อนระอุราวกับเตาไฟ
“จะนอนจริงๆ เหรอครับป๊า? ดูเหมือน ‘ป๊า’ จะยังไม่ยอมหลับเลยนะ”
วิทย์กระซิบพลางเลื่อนมือลงไปบีบเค้นท่อนลำของขุนที่ยังคงแข็งขึงสู้มือ ความร้อนระอุจากฝ่ามือสีน้ำผึ้งทำให้ขุนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
“หึ... นายนี่มัน…”
ขุนพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของวิทย์ไว้อีกครั้ง สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของเพื่อนบ้านที่บัดนี้ดูเย้ายวนด้วยความใคร่ เขาโน้มตัวลงไปบดจูบอย่างหนักหน่วง ลิ้นร้อนพัวพันกันจนเกิดเสียงเฉอะแฉะดังสนั่นห้อง ภูที่นอนอยู่ข้างๆ ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขาขยับตัวขึ้นมาใช้มือลูบไล้แผ่นอกกว้างและยอดอกของวิทย์ที่ยังคงสั่นระริก
“พี่วิทย์... ผมอยากเห็นพี่โดนป๊าลงโทษอีกจัง”
เด็กหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงใช้ลิ้นเลียวนรอบซอกคอของวิทย์อย่างแผ่วเบาแต่น่าขนลุก
“อื้ออ... ภู... พี่ไม่ไหวแล้ว ของพ่อเราไม่ใช่เล็กๆ เลยนะ”
วิทย์ครางระงม ร่างกายบิดเร้าเมื่อถูกรุมล้อมด้วยสองพ่อลูก ขุนผละจากริมฝีปากแล้วขยับกายคร่อมอกวิทย์ เขาจับท่อนลำขนาดโอฬารของตัวเองถูไถไปกับใบหน้าหล่อเหลาของวิทย์อย่างช้าๆ ในขณะที่มือหนาเอื้อมไปจับหัวของวิทย์ให้กดลงมาที่ส่วนปลายของเขา
“อมให้ป๊าหน่อยสิ... เอาให้สะอาดๆ เลยนะครับ”
วิทย์ไม่ได้ขัดขืน เขาอ้าปากรับความใหญ่โตเข้าสู่ลำคออย่างเต็มใจ เสียง *จ๊วบ จ๊าบ* ดังระรัวขณะที่วิทย์ใช้ลิ้นตวัดเลียรอบหัวบานอย่างชำนาญ ขุนครางต่ำในลำคอ ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยาน ขุนใช้มือขยุ่มกลุ่มผมของวิทย์ กดใบหน้าของเขาให้ลึกขึ้นจนสุดโคน
“ซี๊ดดด... ดีมาก... อื้มมม...”
ในขณะที่วิทย์กำลังปรนเปรอขุน ภูก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง เขาเลื่อนตัวลงไปที่หว่างขาของวิทย์ ใช้ปากครอบครองท่อนลำขนาดมหึมาของพี่ชายข้างบ้าน สลับกับการใช้มือรูดรั้งจังหวะเดียวกับที่ขุนกำลังจะถึงจุดสูงสุด
“อ๊าาา! ภู... พี่ไม่ไหว... เดี๋ยวพี่แตก!”
วิทย์ครางลั่น พยายามจะถอนปากออกจากขุนแต่กลับถูกมือหนากดไว้แน่นจนแทบสำลัก แต่ไฟราคะยังไม่มอดดับ วิทย์ยันตัวขุนออกและพลิกตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขารวบขาของภูขึ้นพาดบ่า เผยให้เห็นรูรักที่ยังคงบวมแดงและฉ่ำเยิ้ม
“ตาพี่บ้างแล้วนะ”
วิทย์ไม่รอช้า เขาจ่อท่อนลำยักษ์ลงบนปากทางรักแล้วกระแทกเข้าไปทีเดียวจนสุดโคน
“อ๊ากกกก! พี่วิทย์! ลึก... ลึกมาก!”
ภูร้องลั่น ถึงแม่จะเพิ่งผ่านท่อนลำของพ่อมา ถึงจะไม่ยาวเท่าแต่ของพี่วิทย์ดูใหญ่กว่า ร่างกายกระตุกเกร็งเมื่อถูกเติมเต็มด้วยขนาดที่เปลี่ยนไป วิทย์เริ่มโหมแรงกระแทกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและรุนแรงกว่าทุกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง *พั่บ พั่บ พั่บ* รัวเร็วราวกับพายุ ขุนที่นอนมองอยู่ด้านข้างยิ้มกริ่ม เขาขยับเข้าไปชิดกับภู ใช้มือบีบเค้นหน้าอกของลูกชายคนเล็กและจูบอย่างอ่อนโยน
“เสียวไหมลูก? พี่วิทย์เขาจัดหนักเลยนะ”
“อื้อออ... ป๊า... เสียว... เสียวจะตายอยู่แล้ว! อ๊ะ... อ๊ะ!”
วิทย์พลิกตัวภูให้มาอยู่ในท่าคลานเข่า แล้วโหมกระแทกจากทางด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่ส่งตัวเข้าไปสุด ร่างของภูจะสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความคับแน่นที่โอบรัดท่อนลำของวิทย์ทำให้ชายหนุ่มคำรามออกมาด้วยความพอใจ
“ภู... รูของภูมันตอดพี่แน่นชะมัด... อ๊าาา!”
ในขณะที่ความร้อนแรงดำเนินไป ภูที่เริ่มได้สติและมีความต้องการพุ่งพล่าน เขาผละริมฝีปากออกจาพ่อ แล้วยันตัวขึ้น ผลักให้วิทย์นอนลงไปโดนท่อนลำไม่หลุดออกมา เด็กหนุ่มขย่มท่อนลำที่ยังคงแข็งตัวไม่อ่อนลงเลย ทำเอาเจ้าของแท่งครางดังอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“พี่วิทย์ ผมขอลองบ้างได้ไหมครับ”
วิทย์มองหน้าภูด้วยความสงสัย ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังขย่มอยู่ เขาก็เอี้ยวตัวเอื้อมมือไปแตะที่รูกรักของวิทย์และมองเจ้าของด้วยสายตาเว้าวอน
ก่อนที่จะได้รับคำตอบใดๆ ภูค่อยๆ ดันนิ้วเข้าไปสองนิ้ว วิทย์ครางเสียงดังขึ้นมาอย่างมาก
“อ๊าาา ภู พี่ เสียว”
ขุนที่ดูเหตุการณ์อยู่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“หึ... อยากได้พี่เขาเหรอ? ลองดูสิ...”
ภูถอนตัวตัวออกจากท่อนลำ เสียงดังเบาะ น้ำรักไหลที่เคยคั่งค้างในตัวเด็กหนุ่มเยิ้มออกชะโลมทั่วท่อนลำวิทย์ ภูคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของวิทย์ที่นอนอ้า ท่อนลำวิทย์ที่พาดเกือบถึงสะดือกระตุก วิทย์มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น ขุนขึ้นมาประกบหลังลูกชาย เกยคางบนไหล่เด็กหนุ่ม ท่อนลำแข็งขันแนบไปกับหลังลูกชาย
“เดี๋ยวป๊าสอนนะครับ”
ขุนจับเข่าของวิทย์ให้อ้าออกกว้าง พร้อมใช้เอวดันภูให้เข้าใกล้รูสวาทของวิทย์ ภูค่อยๆ ขยับตัวขึ้นมาใกล้ ขุนเอื้อมมือมาจับท่อนลำของภูที่แข็งขันและร้อนจ่อที่รูรักของวิทย์ ขุนใช้เอวดันเด็กหนุ่มให้ค่อยๆ กดสะโพกลงไป ความรู้สึกที่ได้เป็นฝ่ายรุกทำให้ภูตื่นเต้นจนใจเต้นรัว เขาค่อยๆ ดันท่อนลำขนาด 6 นิ้วเข้าไปในตัววิทย์ทีละนิด
“อื้อออ... ภู... ดีจัง”
วิทย์ครางออกมาด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ถึงเขาจะสะใจเมื่อโดนท่อนลำใหญ่โตของขุน แต่ความเล็กกว่าของภูทำให้เขารู้สึกพอใจถึงความละเอียดอ่อน แต่ในขณะที่ภูเริ่มขยับโยกสะโพกอย่างเงอะงะ ขุนปล่อยให้ลูกชายเรียนรู้ไปด้วยตัวเอง แล้วลุกเดินชะโงกหน้าประจันกับวิทย์
“น้องทำได้ดีมั้ยครับ?”
“น้องเก่งมากเลยป๊า ”
วิทย์ตอบยิ้มๆ และครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน ขุนบดปากลงจูบ ภูเริ่มขยับสะโพกได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นจนวิทย์สะท้าน
วิทย์ผละปากออกจากการจูบของขุน แล้วผลักภูลงนอน ส่วนเขาจะขึ้นคร่อมเด็กหนุ่มเอาไว้ เป็นการเอาคืนสิ่งที่เขาโดนทำเมื่อครู่ วิทย์ใช้ประสบการณ์บดเอวอย่างเร่าร้อน ภูเองครงเสียงดังจิกแขนล่ำของวิทย์เอาไว้ นี่สินะฝีมือของคนมีประสบการณ์
แต่อยู่ๆ ขุนก็ขึ้นมาดันหลังวิทย์ให้คร่อมตัวภูไว้ แต่สะโพกยังไม่หยุดขยับเข้าออก ท่อนลำเด็กหนุ่มดูเริ่มแดงระเรื่อ
“ป๊าช่วยเสริมแรงให้เอง”
ขุนไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาจ่อท่อนลำขนาด 8 นิ้วของตัวเองเข้าที่รูรักที่กำลังถูกท่อนลำของภูครอบครองอยู่ รูรักของวิทย์ขยายกว้างออกเพื่อรับสิ่งแปลกปลอมชิ้นที่สอง ขุนค่อยๆ กดสะโพกส่งตัวเข้าไปจนมิดโคน
“อ๊ากกกกกก! พี่ขุน!... ป๊า! มัน... พร้อมกันสองคน... อื้อออ!”
วิทย์เบิกตากว้าง ร่างกายเกร็งกระตุก ความรู้สึกจุกเสียดและเสียวซ่านพุ่งปรี๊ดจนสมองขาวโพลน ท่อนลำสองขนาดที่สอดประสานกันอยู่ภายในบดขยี้จุดกระสันของวิทย์จนไม่เหลือชิ้นดี
ภูที่อยู่ด้านล่างเริ่มเร่งจังหวะ ขยับสะโพกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งเพราะความเสียวที่เพิ่มขึ้นจากการเสียดสีกับพ่อตัวเอง โดยมีขุนคอยกระแทกสวนจากด้านบนในจังหวะเดียวกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ความเสียวของเจ้าของท่อนลำทั้งสองที่อยู่ในช่องเดียวกันมันเพิ่มขึ้นทวีคูณ เสียงกระแทกกระทั้นผสมกับเสียงครางระงมของทั้งสามคนที่ผูกพันกันด้วยราคะและความลับ
“ซี๊ดดด... ป๊าเสียวมากเลยครับ เด็กๆ.. อื้มมม”
“อ๊ะ... อ๊ะ... ป๊า... ภู... แรงอีก! แรงอีกครับ!”
วิทย์ร้องขออย่างลืมตัว มือทั้งสองข้างขยำผ้าปูที่นอนจนแทบขาดวิ่น ความสุขสมพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุดเมื่อขุนและภูเร่งจังหวะสุดท้ายพร้อมกัน ร่างกายของทั้งสามสั่นสะท้านก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งทะลักออกมาพร้อมกันจนเปรอะเปื้อนไปทั่วเตียง วิทย์สำเร็จด้วยตัวเองโดยไม่ได้แตะต้องท่อนลำ
ขุนค่อยๆ ถอนท่อนลำออกมา น้ำรักจำนวนมากไหลลงมาจามท่อนเนื้อของภู พวกเขาล้มลงนอนกอดก่ายกันอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบรัวค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกอบอุ่นและเติมเต็มที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
ขุนที่นอนตรงกลางหันไปจูบหน้าผากของภูและวิทย์อย่างแผ่วเบา ความกังวลเรื่องศีลธรรมที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความจริงที่ว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นคนที่รักมีความสุข
“จากนี้ไป... บ้านเราจะมีสมาชิกเพิ่มอีกคนนะ”
ขุนกระซิบภูพลางยิ้มมุมปาก วิทย์หัวเราะเบาๆ แล้วซุกหน้าลงกับอกของขุน
“ยินดีครับป๊า... ผมจะเป็นลูกชายคนโตที่ดื้อที่สุดเลย”
ภูหัวเราะร่า พลางกอดขุนไว้แน่น
“งั้นภูเป็นลูกคนเล็กที่ขี้อ้อนที่สุดครับ!”
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านม่านเข้ามาในห้องนอน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความลับและความโหยหา ได้หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นครอบครัวที่แปลกประหลาดแต่สมบูรณ์แบบที่สุดในแบบของตัวเอง และค่ำคืนนี้... ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเร่าร้อนที่จะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
|