ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 28: ซุปเปอร์สวิง_2แท่งใน1รูมันได้จริงเหรอวะ...!!!
ในช่วงเวลาสองสัปดาห์เต็มๆ ที่ผมใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านสวนนอกเหนือจากการใช้ชีวิตกับครอบครัวแล้ว ผมยังแอบแวะเวียนไปสานสัมพันธ์สวาทและร่วมบรรเลงความเสียวกับไอ้พีร์และเสี่ยไพศาลอยู่อีกสองถึงสามครั้งจนกระทั่งถึงกำหนดวันเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
ก่อนกลับ ผมได้เอ่ยปากชวนทั้งไอ้พีร์และไอ้ช้างให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน ทว่าไอ้ช้างไม่สามารถไปได้เนื่องจากร้านข้าวต้มของพ่อแม่มันเพิ่งจะย้ายมาเปิดใหม่ที่ตึกแถวเช่าแห่งใหม่ได้ไม่นานต้องช่วยพ่อกับแม่กันดูแลกิจการอย่างใกล้ชิดทำให้มีเพียงไอ้พีร์เท่านั้นที่ตัดสินใจแพ็กกระเป๋าเดินทางร่วมทริปเข้ากรุงเทพฯด้วยกัน
เมื่อเดินทางมาถึงบ้านของลุงนัสผมได้เอ่ยปากขออนุญาตให้ไอ้พีร์มาขอพักอาศัยอยู่ด้วยกันชั่วคราวโชคดีที่ตอนนี้ลุงลุขย้ายไปใช้ชีวิตถาวรอยู่ที่ต่างประเทศกับญาติๆ แล้วบ้านจึงมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือประกอบกับลุงนัสเพิ่งจะว่าจ้างช่างเข้ามารีโนเวทห้องพักบางส่วนภายในบ้านพอดี
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาภายในตัวบ้าน ผมและไอ้พีร์กำลังยืนก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าเตรียมตัวจะออกไปเที่ยวข้างนอก
"อ้าว...กันต์ วันนี้จะพากันออกไปเที่ยวไหนกันล่ะลูก" ลุงนัสเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มขณะเดินถือแก้วกาแฟเข้ามามองเด็กหนุ่มทั้งสอง
"กันต์ว่าจะพาไอ้พีร์ไปเดินเที่ยวชมเมืองกรุงเทพฯหน่อยครับลุง แล้วก็จะแวะไปหาไอ้เจษด้วยครับ... ลุงนัสอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับเผื่อกันต์จะได้ซื้อติดมือกลับมาฝาก"
"ไม่เป็นไรหรอกลูก...วันนี้ลุงสั่งข้าวไว้กินเผื่อทั้งวันแล้วล่ะเดี๋ยวต้องอยู่คุมช่างที่จะเข้ามาเริ่มรีโนเวทห้องใหม่ด้วย" ลุงนัสตอบพลางยิ้มแยบยล
"อ๋อครับ...งั้นถ้านึกอะไรออกทีหลัง โทรบอกกันต์ได้เลยนะครับแต่พวกผมอาจจะกลับค่ำหน่อยนะครับลุง"
"ได้ๆๆตามสบายเลย เที่ยวกันให้สนุกนะวัยรุ่น"
ในจังหวะนั้นเองเสียงรถกระบะของผู้รับเหมาก็ขับเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดี ลุงนัสจึงหันไปทักทาย
"สวัสดีครับคุณนัส"ช่างรับเหมาส่งเสียงทักทาย
"อ้าว...สวัสดีครับคุณโจ" ลุงนัสยิ้มรับชายหนุ่มรูปร่างท้วมวัยห้าสิบปีบุคลิกสไตล์เสี่ยกระเป๋าหนักไว้หนวดเคราครึ้มสวมสร้อยทองคำเส้นโตเต็มคอและใส่นาฬิกาหรูเรือนทองประดับเพชรระยิบระยับเต็มข้อมือ"วันนี้พาช่างมากันกี่คนครับเนี่ย ผมจะได้สั่งข้าวสั่งน้ำเผื่อถูก"
"อ๋อ...ไม่เป็นไรเลยครับคุณนัส วันนี้ผมพาลูกสาวและลูกเขยมาช่วยดูหน้างานเฉยๆ ครับมาสำรวจพื้นที่ก่อนว่าจะต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง"
"อ๋อ...เชิญๆๆ เข้ามาข้างในก่อนเลยครับตามสบาย"
หลังจากลุงนัสพาผู้รับเหมาเดินสำรวจพื้นที่ภายในบ้านผมและไอ้พีร์จึงรีบออกจากบ้านทันทีก่อนที่แสงแดดรอบตัวเมืองจะแผดเผาจนร้อนจัดไปมากกว่านี้
ระหว่างการเดินทางนั่งรถไฟฟ้าไอ้พีร์มีอาการตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับตึกรามบ้านช่องและความเจริญของผู้คนรอบข้างไม่น้อยอาการตื่นเมืองของเพื่อนรักทำให้กันต์นึกย้อนไปถึงวันแรกที่ตนเองเพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครใหม่ๆ
เมื่อเดินทางไปถึงบ้านของไอ้เจษเพื่อนสนิทมารอรับอยู่ก่อนแล้ว วันนี้คุณอาพลติดธุระข้างนอกบ้านเหลือเพียงอานภาอยู่ต้อนรับร่วมกับไอ้เจษ ผมจึงรีบขออนุญาตอานภาชวนไอ้เจษออกไปเที่ยวเล่นในเมืองด้วยกัน
ตามแผนที่วางไว้วันนี้มีจุดหมายปลายทางคือการเดินเที่ยวเล่นช็อปปิ้งย่านสยามและมาบุญครองก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปเที่ยวชมความงามของวัดพระแก้ว ผมได้โทรศัพท์ชวนไอ้เจเจมาร่วมแจมเที่ยวด้วยกันแต่ทว่าน่าเสียดายที่ไอ้บังดีนติดธุระสำคัญจึงไม่ได้มาร่วมกลุ่ม
ช่วงเที่ยงวัน ผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้ามาบุญครองหาโต๊ะนั่งรับประทานอาหารกลางคู่อย่างสนุกสนานครื้นเครง
"เฮ้ย...ไอ้พีร์ แล้วมึงกะว่าจะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯ สักกี่วันวะเนี่ย"ไอ้เจษเอ่ยปากถามขึ้นระหว่างใช้ช้อนตักข้าวเข้าปาก
"ยังไม่แน่ใจเลยวะ...แต่ก็น่าจะอยู่ยาวหลายวันอยู่แหละ" ไอ้พีร์ตอบพลาวดื่มน้ำอัดลม
"เออดีแล้วๆ อยู่เที่ยวให้นานหน่อย นานๆ ทีจะได้เจอกันพ่อมึงคงไม่รีบตามตัวกลับบ้านเร็วๆ นี้หรอกมึง"
"พ่อกูไม่ตามหรอก...แต่แม่กูเนี่ยดิ ไม่แน่ใจเหมือนกันวะ"
"โหยยย...ตัวก็โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ยังจะเป็นลูกแหง่ติดแม่ให้อ้างอยู่อีกเหรอวะมึง"ไอ้เจษแซวเสียงดังลั่นโต๊ะ
จู่ๆไอ้เจเจก็โพล่งประเด็นชวนตื่นเต้นขึ้นมา "เออ...งั้นพวกมึงอยู่เที่ยวช่วงสงกรานต์ก่อนดิ ปีใหม่ไทยที่กรุงเทพฯเขาเล่นกันสนุกสนานเฮฮาโคตรๆ เลยนะเว้ย!"
"เออจริงด้วยวะ!พูดถึงเรื่องนี้ ที่นี่เขาเล่นสาดน้ำกันมันส์หยดติ๋งเลยนะ"ไอ้เจษรีบพยักหน้าสนับสนุนทันที
"เอาดิ!กููู้อยากลองเล่นสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ดูสักครั้งเหมือนกันเห็นแต่บรรยากาศในทีวีมาตลอด" ไอ้พีร์ตาเป็นประกายด้วยความสนใจ
"แล้วมึงล่ะไอ้กันต์...เคยไปเดินเล่นสงกรานต์ในเมืองกรุงบ้างยังวะ" ไอ้เจษหันมาถาม
"ยังเลยวะ...เคยได้ยินแต่เจ้าเนสเล่าให้ฟังว่าที่นี่เขาเล่นกันสะใจลากยาวไปจนถึงตีหนึ่งตีสองโน่นเลย"
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้ออาหารกลางวันผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนก็พากันเดินลุยเที่ยวต่อมุ่งหน้าไปยังวัดพระแก้ว เดินเที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมไทยโบราณท่ามกลางเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงสู่วันอัสดง
ไอ้เจษจึงเอ่ยปากชวนเพื่อนๆ"ไป... เดินเที่ยวจนเหนื่อยแล้ว ไปนั่งรับลมเย็นๆริมแม่น้ำเจ้าพระยาดูพระอาทิตย์ตกดินกันดีกว่า แล้วค่อยหาอะไรอร่อยๆแถวนั้นกินกันต่อเลย"
หลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำกันจนอิ่มหนำสำราญผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนก็ชวนกันเดินเท้ากลับมาแถวท้องสนามหลวงและวัดพระแก้วอีกรอบเพื่อเก็บบรรยากาศความงามยามค่ำคืน
ยามวิกาลเช่นนี้แสงไฟสีส้มนวลจากเสาไฟฟ้าริมถนนส่องกระทบกับกำแพงสีขาวสะอาดตาและยอดพระอุโบสถวัดพระแก้วสะท้อนประกายระยิบระยับตัดกับท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิทลมธรรมชาติยามค่ำพัดโชยมาเอื่อยๆ ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวของเมืองกรุงลงไปได้บ้างนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินขยับขยายกันไปมาทำให้บรรยากาศรอบบริเวณนั้นดูคึกคักมีชีวิตชีวา ในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินทอดน่องไปตามฟุตบาทจู่ๆ ไอ้พีร์ก็หยุดเดินแล้วทำหน้าเหเก เอ่ยปากบอกเพื่อนๆ
"เฮ้ย...พวกมึง กูขอนั่งพักแป๊บหนึ่งได้ไหมวะเหมือนว่ารองเท้าคู่ใหม่มันจะกัดส้นเท้าเจ็บจี๊ดขึ้นมาแล้วสงสัยวันนี้พวกเราเดินเที่ยวกันเยอะเกินไปหน่อย"
พวกเราทั้งสี่คนจึงหยุดเดินและพากันทรุดตัวลงนั่งพักบริเวณริมฟุตบาททว่าในขณะที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่นั้น จู่ๆก็มีรถยนต์เก๋งสีดำเงางามคันหรูคันหนึ่งขับเข้ามาจอดเทียบชิดริมฟุตบาทอย่างช้าๆกระจกฟิล์มมืดด้านข้างถูกลดลงต่ำเผยให้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสองคนอายุราวๆสี่สิบปีนั่งอยู่ด้านใน
ชายคนที่นั่งเบาะข้างคนขับยื่นหน้าออกมามองพวกเราแล้วส่งเสียงทักทายขึ้นว่า
"จะไปไหนกันเหรอครับหนุ่มๆ...สนใจอยากไปเที่ยวต่อกับพวกพี่ไหมล่ะ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าเอง"
พวกเราทั้งสี่คนหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงงและสงสัย
"ไปเที่ยวไหนเหรอครับพี่...พวกผมจะกลับบ้านกันแล้วครับ" ไอ้เจษตอบกลับไปตามมารยาท
"ก็อยากไปเที่ยวไหนกันล่ะ...เดี๋ยวพี่ๆ พาไปได้หมดทุกที่นั่นแหละน่า ไม่ต้องเกรงใจ"ชายคนเดิมยังคงคะยั้นคะยอ
"ไม่ดีกว่าครับพี่...พวกผมกำลังจะกลับที่พักกันแล้วครับ" ไอ้เจเจรีบปฏิเสธเสียงแข็งทันที
"น่า...ไปด้วยกันเถอะหนุ่มๆ พวกพี่จ่ายให้ได้ไม่อั้นอยู่แล้ว ว่าแต่...พวกเราคิดค่าตัวกันคนละเท่าไหร่ ชั่วโมงละเท่าไหร่ล่ะบอกพี่มาได้เลย"
คำถามนั้นทำให้พวกเราทั้งสี่คนขมวดคิ้วชนกันด้วยความสับสนยิ่งกว่าเดิม
"อะไรวะ...คิดเท่าไหร่ ชั่วโมงละเท่าไหร่?" ผมหันไปกระซิบถามเพื่อนๆด้วยความไม่เข้าใจ
"ไม่รู้เหมือนกันวะกู๊ก็ไม่เก็ทว่ามันหมายถึงอะไร" ไอ้เจษส่ายหน้าตอบกันต์
"เฮ้ยพวกมึง...กูว่ารีบไปกันเถอะว่ะ ท่าทางพวกนี้แปลกๆ น่ากลัวชิบหาย" ไอ้เจเจเริ่มออกอาการร้อนรนรีบชวนทุกคนลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินหนีออกจากจุดนั้น
ทว่ารถเก๋งคันหรูกลับยังคงเคลื่อนตัวขับตามประกบติดมาไม่ห่างและในจังหวะนั้นเองก็มีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวภูมิฐานสองคนเดินตรงปรี่เข้ามาหาพวกเราอย่างรวดเร็ว
"พวกมึงเพิ่งมาจากถิ่นอื่นใช่ไหมวะ...ไม่รู้หรือไงว่าแถวนี้ใครคุมอยู่" ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงดุ
"เฮ้ยพี่...พวกผมแค่มาเที่ยวชมวัดพระแก้วแล้วกำลังจะกลับที่พักแต่เพื่อนผมรองเท้ากัดเลยนั่งพักเฉยๆ ครับ" ผมรีบชิงตอบเพื่อความบริสุทธิ์ใจ
"อ้าว...พวกมึงไม่ได้มาขายตัวหรอวะ" ชายร่างใหญ่ถามย้ำด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"ขายอะไรล่ะพี่...พวกผมมาเที่ยวเฉยๆ!" ไอ้เจษสวนกลับเสียงแข็ง
"อ้อ...งั้นก็แล้วไป ถ้าไม่ได้มาขายก็รีบไสหัวไปให้พ้นจากตรงนี้เลยแถวนี้มันอันตรายสำหรับพวกเด็กใหม่อย่างพวกมึง"
พูดจบชายร่างใหญ่ทั้งสองคนก็หันหลังเดินกลับไปขึ้นรถเก๋งคันหรูคันเดิมใช้เวลาไม่ถึงห้ามนาที รถคันนั้นก็เร่งเครื่องขับลับสายตาหายไปในความมืด
"ไปกันเถอะพวกมึง...แถวนี้แม่งน่ากลัวชิบหายเลยวะ บรรยากาศไม่น่าอยู่แล้ว"ไอ้พีร์รีบออกปากชวนเพื่อนๆ ออกเดินต่อทันที
"แล้วนี่พวกเราจะไปไหนกันต่อดีวะเนี่ย"ผมหันไปถามความเห็นของทุกคน
"พวกมึงอยากไปเที่ยวผับเที่ยวเทคกันไหมล่ะเดี๋ยวพากลุ่มเราไปเปิดหูเปิดตาที่ RCA กัน!"ไอ้เจษเสนอทางเลือกขึ้นมาด้วยความคึกคะนอง
"ไปดิวะ!กูยังไม่เคยไปเที่ยวผับในกรุงเทพฯ เลยสักครั้ง"ไอ้เจษรีบพยักหน้ารับคำชวนทันที
"เอ่อ...แต่กูลืมพกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วยวะ จะเข้าได้เหรอไอ้เจเจ"ไอ้พีร์เอ่ยท้วงด้วยความกังวล
"เอาน่า...ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก กูรู้จักกับพี่การ์ดหน้าประตูแถมร้านที่จะพาไปก็เป็นร้านของรุ่นพี่ที่สนิทกันด้วย รับรองว่าผ่านฉลุย"ไอ้เจเจตบหน้าอกตัวเองยืนยันเสียงแข็ง
หลังจากนั้น พวกเราทั้งสี่คนจึงโบกแท็กซี่มุ่งหน้าเดินทางไปยังย่านRCA ทันทีรถราบนท้องถนนค่อนข้างติดขัดกว่าจะฝ่าการจราจรมาถึงก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวกำลังหลั่งไหลกันเข้ามาเที่ยวเนืองแน่นจนบรรยากาศหน้าผับคึกคักเป็นพิเศษ
ทางเข้าเต็มไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกันจนแน่นขนัดแทบจะเดินชนกันจนเกือบจะพลัดหลงกลุ่มทุกคนจึงต้องเอื้อมมือไปจับมือเกาะแขนกันไว้ให้แน่นๆ เพื่อไม่ให้หลุดหายไปไหนทว่าสิ่งที่น่าสังเกตคือ ตลอดทางเดินฝ่าฝูงชนนั้นไอ้เจเจดูจะมีท่าทีตัวติดชิดกับไอ้พีร์เป็นพิเศษ คอยโอบเอวและดึงแขนให้เดินตามกันอย่างใกล้ชิดเกินเพื่อนสนิททั่วไป
เมื่อฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านในเขตสถานบันเทิงย่านRCA ได้สำเร็จเสียงเพลงเบสหนักๆ กระแทกกระทั้นแก้วหู พร้อมกับแสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องไปทั่วบริเวณไอ้เจเจพาเพื่อนๆมุ่งไปร้านรุ่นพี่แล้วเดินลัดเลาะขึ้นไปที่ชั้นสอง เนื่องจากวันนี้ผู้คนมาเที่ยวกันเยอะมากจนโต๊ะชั้นล่างเต็มหมดแล้วโชคดีที่ได้โต๊ะมุมสูงบนชั้นสองมองเห็นเวทีด้านล่างได้อย่างถนัดตา
พวกเราช่วยกันสั่งเครื่องดื่มมาวางเต็มโต๊ะเริ่มต้นด้วยการยกแก้วเหล้าชนกันเพื่อเปิดค่ำคืนแห่งความสนุกสนานและในจังหวะที่ทุกคนกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงอยู่นั้นเอง
"อ้าว...ไอ้กันต์! มาเที่ยวกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นบอกกันเลย!"
เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังแทรกเสียงเพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่พุ่งเข้ามาประชิดร่วมโต๊ะอย่างรวดเร็ว
"อ้าว...พี่แม็ก! สวัสดีครับพี่" ไอ้เจเจร้องทักขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจ ก่อนที่ผมจะทันได้หันไปมอง
บรรยากาศภายในผับย่าน RCA เวลานี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงแดนซ์บีตหนักหน่วงที่สะท้อนก้องพี่แม็กก้าวเดินเข้ามาทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับบอกว่าตนนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนที่โซนชั้นสองอีกฝั่งบังเอิญมองข้ามมาเห็นหน้ากันต์เข้าพอดีจึงเดินข้ามฝั่งมาพิสูจน์ดูให้แน่ใจว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่าและพอเข้ามาใกล้ก็พบว่าเป็นกลุ่มของกันต์จริงๆ บังเอิญว่าโต๊ะฝั่งของพี่แม็กยังมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือพี่แม็กจึงเอ่ยปากชวนให้พวกเราย้ายสัมภาระมารวมโต๊ะปาร์ตี้ด้วยกันโดยในคืนนี้พี่แม็กมาเที่ยวกับพี่คันชิตเพื่อนสนิทเพียงสองคนเท่านั้น
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังจะขยับตัวย้ายไปรวมโต๊ะกันนั้นไอ้พีร์ก็หันมาสะกิดบอกว่า "เฮ้ย... กูอยากเข้าห้องน้ำว่ะ ปวดฉี่ชะมัด"
ไอ้เจเจจึงอาสาขึ้นมาทันที"งั้นเดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อน ไปทางนี้สิทางมันค่อนข้างซับซ้อนและคนเยอะมากเดี๋ยวพวกมึงเดินไปคนเดียวแล้วจะพากันหลงเอา"
ส่วนผมและไอ้เจษเดินตามพี่แม็กกับพี่คันชิตไปรวมกลุ่มที่โต๊ะใหญ่อีกฝั่งเมื่อหย่อนก้นลงนั่งเรียบร้อย บทสนทนาทักทายก็ตามมา
"แล้วนี่พี่กายคุณพ่อของน้องกันต์สบายดีไหมล่ะ ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นแวะเวียนเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ เลยวะ"พี่แม็กเอ่ยถามด้วยความคุ้นเคย
"พ่อกายเพิ่งแต่งงานใหม่ครับพี่ตอนนี้กันต์น่าจะได้อุ้มท้องน้องใหม่อีกไม่นานนี้แล้วล่ะครับ" กันต์ตอบยิ้มๆ
"เฮ้ย...จริงดิ! โห... น่าเสียดายชะมัด แต่ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะกันต์จะได้มีน้องชายหรือน้องสาวมาวิ่งเล่นเพิ่มแล้ว"
"ขอบคุณครับพี่"
พี่แม็กหันสายตาไปมองไอ้เจษที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วเอ่ยแซวขึ้นมาว่า "อ้าว... ส่วนคนนี้ใครวะเนี่ย หน้าตาคุ้นๆอย่าบอกนะว่า..."
"ไม่ใช่แฟนผมสักหน่อยครับพี่!นี่ไอ้เจษ เพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่เมืองจันทร์เองครับตอนนี้มันเพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วครับ" ผมรีบปฏิเสธเสียงหลง
"อย่าบอกนะว่านี่คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพี่พล?"พี่แม็กหันไปถามไอ้เจษตรงๆ
"ใช่ครับพี่!ไอ้เจษลูกชายคุณอาพลเองครับ....”
“เอ๊ะ!ว่าแต่พี่แม็กรู้จักพ่อผมด้วยเหรอครับเนี่ย" ไอ้เจษตาโตด้วยความประหลาดใจ
"รู้จักสิเว้ย...พ่อพลแกเป็นรุ่นพี่ที่สนิทชิดเชื้อกับพี่สมัยก่อนนู้นเลยนะ"
"ฮ่าๆๆแบบนี้ผมต้องยกมือไหว้เรียกพ่อใหม่อีกคนไหมเนี่ยพี่" ไอ้เจษหัวเราะร่าแซวกลับ
"เฮ้ย...ไม่เอาเว้ย! แค่เรียกพี่ก็พอแล้ว พี่อายุน้อยกว่าพ่อมึงตั้งเยอะยังไม่อยากแก่เป็นพ่อใครโว้ย ฮ่าๆๆๆ"
เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ทว่าไอ้พีร์และไอ้เจเจที่ขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำกลับยังไม่มีวี่แววว่าจะเดินกลับมาที่โต๊ะสักที
"เฮ้ยไอ้กันต์...ไอ้พีร์กับไอ้เจเจมันหายหัวไปนานเกินไปแล้วนะเว้ย มึงว่าพวกมันหลงทางกันจริงๆหรือว่าแอบไปทำอะไรกันวะ ไปเดินตามหากันดีกว่ามั้ย"ไอ้เจษหันมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไม่ต้องห่วงมันหรอกมึง...ปล่อยมันไปเหอะ เมื่อกี้ไอ้เจเจมันบอกอยู่ว่านี่ร้านของรุ่นพี่มันคงไม่ถึงกับเดินหลงอยู่ในผับหรอกมั้ง สงสัยคนในห้องน้ำคงจะเยอะมากกว่า" ผมส่ายหน้าตอบ
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการโยกย้ายส่ายสะโพกและดื่มด่ำกับบรรยากาศปาร์ตี้พี่แม็กก็ขยับตัวเข้ามาประชิดยืนชิดติดตัวกันต์มากขึ้นวงแขนหนาเอื้อมมาโอบรอบเอวสอบแถมยังลูบไล้แผ่นหลังยาวลงไปถึงสะโพกอย่างถือวิสาสะ
"คืนนี้น้องกันต์จะกลับไปนอนที่ไหนเหรอครับคนเก่ง..."พี่แม็กโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"ผมคงจะเรียกแท็กซี่นั่งกลับบ้านแถวชานเมืองน่ะครับกลัวลุงนัสที่บ้านเป็นห่วง" ผมรีบตอบปฏิเสธนิ่มๆ
"ว้า...น่าเสียดายจัง พี่ว่าจะชวนไปนอนเล่นต่อที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของพี่สักหน่อย"
"เอ่อ...คือว่ากันต์มากับเพื่อนๆ ครับพี่ คงจะปลีกตัวไปไม่ได้หรอก"
"ก็ชวนพวกเพื่อนๆไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ห้องพี่กว้างขวางใหญ่โตมากพอที่จะนอนได้เป็นสิบคนสบายๆเลยนะ"
ในจังหวะที่กำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันนั้นพี่แม็กค่อยๆ เบียดร่างของกันต์ให้ถอยร่นเข้าไปติดมุมอับของโต๊ะโดยมีพี่คันชิตกับไอ้เจษยืนบังสายตาคนรอบข้างให้อย่างดิบและทันใดนั้นเองมือหนาของพี่แม็กก็สอดเลื้อยลงมาสัมผัสกอบกุมเข้าที่เป้ากางเกงยีนส์ของกันต์เต็มแรง
"เฮ้ยพี่...!"ผมสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระรัว
"จุ๊ๆ..."พี่แม็กทำเสียงกระซิบพร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามส่งเสียงดัง
ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในกระแสเลือดประกอบกับสัมผัสรุกเร้าที่จู่โจมเข้าที่จุดอ่อนไหวอย่างแม่นยำ ทำให้แก่นกายภายใต้กางเกงยีนส์ของผมเกิดอาการตื่นตัวพองขยายขึ้นมาอย่างรวดเร็วความตื่นเต้นระดมความเสียวซ่านทำให้ผมเผลอเคลิบเคลิ้มปล่อยให้มือของพี่แม็กบีบขยำเป้ากางเกงเล่นตามใจชอบจนลืมหันไปสนใจว่าเพื่อนฝูงรอบข้างกำลังทำอะไรอยู่
และเมื่อผมเบนสายตากลับมามองดูอีกฝั่งของโต๊ะก็พบว่าพี่คันชิตกำลังโอบกอดนัวเนียลูบไล้ร่างกายของไอ้เจษอย่างดุเดือดไม่แพ้กันบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในจังหวะนั้นเองไอ้เจเจก็เดินจูงมือพาไอ้พีร์กลับมาจากห้องน้ำพอดีเป๊ะ
"เฮ้ยพวกมึง...โทษทีว่ะที่มาช้า พอดีห้องน้ำคนต่อคิวกันยาวเหยียด กว่าจะรอจนถึงคิวได้เล่นเอาเหนื่อยเลย"ไอ้เจเจรีบชิงออกปากอธิบายก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากต่อว่า
แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังคำแก้ตัวนั้นสักเท่าไหร่เพราะต่างฝ่ายต่างกำลังงละลุ่นนัวเนียคลอเคลียกันอยู่กับคู่ขาของตัวเองอย่างเมามัน
ดนตรีในผับกำลังบรรเลงไปถึงจุดที่สนุกสุดเหวี่ยงจู่ๆ ก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านเดินตรงดิ่งเข้ามาที่โต๊ะแล้วเอ่ยปากกระซิบเตือนเสียงเข้มว่า "น้องๆ ครับ...โต๊ะนี้มีใครพกบัตรประชาชนมาตรวจกันครบทุกคนไหมอีกแป๊บเดียวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจภายในร้านแล้วนะ"
ไอ้พีร์ได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสีตกใจหน้าตาตื่นรีบโพล่งบอกทันทีว่า "ตายแล้ว...ผมไม่ได้พกบัตรประชาชนติดตัวมาเลยทำไงดีพี่!"
พนักงานหนุ่มไม่อยากให้เกิดเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายภายในร้านจึงรีบแนะนำทางออก"ถ้าอย่างนั้นรีบพาเพื่อนหลบไปซ่อนตัวทางหลังร้านก่อนเลยน้อง!"
พี่แม็กสบโอกาสทองนี้ทันทีจึงรีบอาสาออกตัวช่วยเหลือ "เอาน่า... ไม่ต้องไปกลัวตำรวจหรอกทุกคนรีบตามพี่มาเดี๋ยวพี่พาหนีไปปาร์ตี้ต่อกันที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของพี่แถวห้วยขวางรับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครตามไปกวนใจแน่นอน!"
หลังจากที่ทุกคนพากันรีบเร่งหนีความวุ่นวายหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาจากผับย่านRCA ได้อย่างปลอดภัยพี่แม็กก็พาคณะเพื่อนๆทั้งหมดมุ่งหน้าตรงดิ่งมายังคอนโดมิเนียมหรูหราส่วนตัวย่านห้วยขวางทันที
ภายในห้องชุดกว้างขวางโอ่อ่าตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นหรูหราให้ความรู้สึกผ่อนคลายพี่แม็กทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีจัดหากางเกงขาสั้นและผ้าเช็ดตัวสะอาดสะอ้านมาแจกจ่ายให้กับทุกคนได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคลและกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวมาจากในผับให้สะอาดหมดจด
เมื่อทุกคนจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพี่แม็กก็วานให้พี่คันชิตช่วยกันจัดเตรียมขวดเหล้าและกับแกล้มตั้งวงปาร์ตี้กันต่อที่ห้องนั่งเล่นส่วนใครที่เริ่มรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนและไม่ไหวแล้วก็สามารถแยกย้ายเข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนอนส่วนตัวได้ตามสบาย
โดยเฉพาะไอ้พีร์ที่บ่นว่าเจ็บส้นเท้าเพราะโดนรองเท้าคู่ใหม่กัดอย่างรุนแรงจึงขอตัวขออนุญาตแยกย้ายเดินกะเผลกเข้าห้องนอนไปนอนพักผ่อนก่อนใครเพื่อน
สมาชิกที่เหลือจึงล้อมวงนั่งดื่มกันต่อบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเอง เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานเคล้าเสียงเพลงเบาๆดังคลอไปทั่วห้อง จนกระทั่งเข็มนาฬิกาล่วงเลยเข้าสู่เวลาเกือบตีสองสภาพร่างกายของแต่ละคนเริ่มมึนเมาได้ที่จนแทบจะนั่งทรงตัวกันไม่ไหว
ผมทิ้งตัวเอนกายลงพิงพนักโซฟานุ่มทันใดนั้น พี่แม็กก็ขยับกายเข้ามานั่งชิดติดขอบเบาะเบียดเข้ามาใกล้ในขณะที่ไอ้เจษก็นั่งถัดออกไปเอนเอียงซบแนบชิดอยู่กับพี่คันชิต ทั้งสองคู่ส่งเสียงพูดคุยหัวเราะและยกแก้วชนกันไปมาทว่าใต้โต๊ะและแสงสลัวนั้น มือไม้ของพี่กลับเริ่มไม่อยู่นิ่ง
มือหนาของพี่แม็กเริ่มลูบไล้ขึ้นลงอยู่ที่ต้นขาด้านในของผมอย่างถือวิสาสะส่วนพี่คันชิตก็รุกเร้าโอบกอดลูบไล้ไอ้เจษไม่ยอมหยุดหย่อนเช่นกัน
ไอ้เจเจที่นั่งอยู่ร่วมวงเห็นบรรยากาศเริ่มออกแนวเร่าร้อนและชักจะกลายเป็นส่วนเกินจึงเอ่ยปากขอตัวลุกขึ้น "พวกมึง...กูขอตัวไปนอนเอาแรงในห้องกับไอ้พีร์ก่อนดีกว่าวะ ท่าทางพวกมึงจะยาว"
ทันทีที่ร่างของไอ้เจเจเดินลับหายเข้าห้องนอนปิดประตูสนิทพี่แม็กและพี่คันชิตก็ไม่รอช้ารีบสอดมือควานคว้าล่วงลึกเข้าไปในขอบกางเกงของกันต์และไอ้เจษทันที
"พี่แม็ก...พี่แม็ก จะทำอะไรเนี่ยพี่ ผมเมามากแล้วนะ ไม่ไหวหรอก..." ผมส่งเสียงท้วงประท้วงด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้อยู่ในลำคอ "จริงเหรอ...แต่พี่ว่า ต่อให้กันต์เมาแค่ไหน พี่ก็ทำให้กันต์ตื่นตัวขึ้นมาได้สบายๆ นะ"พี่แม็กกระซิบตอบเสียงพร่า
พูดจบ พี่แม็กไม่รอช้าพลิกตัวโน้มใบหน้าลงต่ำมุดเข้าที่เป้ากางเกงของผมใช้มือดึงรั้งขอบกางเกงและชั้นในลงในคราวเดียว เปิดทางให้แก่นกายของผมที่ยังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นดีดผึ่งชูชันรับอากาศยามดึก
พี่แม็กอ้าปากครอบครองส่วนหัวเห็ดกลืนกินท่อนเนื้อร้อนลึกเข้าไปในโพรงปากอุ่นจนเกือบสุดโคนปลายลิ้นนุ่มตวัดวนรอบยอดอ่อนไหวและน้ำลายอุ่นชุ่มฉ่ำช่วยปลุกเร้ามังกรตัวน้อยของกันต์ให้ตื่นตัวผงาดพองขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ซี๊ดดด...อ๊าสสส... พี่แม็ก ผมเสียว..." ผมครางกระเส่าสะดุ้งเฮือก
"พี่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะน้องกันต์รู้สึกเสียวขนาดนี้แล้วเหรอ" พี่แม็กช้อนตาขึ้นมองยิ้มกรุ้มกริ่ม
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบทำสิครับพี่...ผมอยากเสียวจะแย่อยู่แล้ว"
พี่แม็กใช้มือหนากอบกุมรูดรั้งแก่นกายขึ้นลงแผ่วเบาสลับกับการตวัดลิ้นเลียวนรอบหัวเห็ดและดูดดึงสลับกันไปมาอย่างช่ำชอง ผมส่งเสียงครางกระเส่าหลุดลอดออกมาไม่ขาดสายมือข้างหนึ่งเอื้อมไปวางทาบกดที่กลุ่มผมของพี่แม็กเบาๆส่วนมือซ้ายลูบไล้ไปตามแผ่นหลังยาวลงไปถึงสะโพกแล้วบีบขยำเต็มแรง
พี่แม็กปรนเปรอด้วยปากอยู่พักใหญ่จนเริ่มออกอาการเมื่อยล้าจึงเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยบอก "น้องกันต์... พี่เมื่อยคอชะมัดขยับตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาดีกว่า"
ผมพยักหน้ารับลุกขึ้นขยับกายไปนั่งอ้าขากว้างอยู่บนเบาะโซฟาตัวยาวส่วนพี่แม็กทรุดตัวลงคุกเข่าแทรกกลางระหว่างหว่างขาของผมแล้วก้มหน้ากลับมาอมดูดท่อนเอ็นร้อนระอุต่อจนแก่นกายแข็งเกร็ง
จากนั้น พี่แม็กผุดลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นหลายกล่องที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักข้างโต๊ะฉีกซองสวมถุงยางอนามัยเข้ากับแก่นกายของกันต์อย่างคล่องแคล่วพร้อมกับบีบเจลชะโลมเคลือบทั้งที่ท่อนเนื้อและช่องทางรักของตนเองจนชุ่มฉ่ำ
พี่แม็กปีนขึ้นไปนั่งย่องๆคร่อมทับบนตัวของกันต์ที่เอนหลังพิงพนักโซฟาใช้มือจับประคองแก่นกายอุ่นให้ส่วนหัวเห็ดจ่อเข้ากับปากทางช่องทางรัก แล้วค่อยๆทิ้งน้ำหนักตัวหย่อนสะโพกกดลงมาช้าๆ
ด้วยความที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนทำให้ช่องทางของพี่แม็กมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือเป็นอย่างดี ไม่นานนักท่อนเอ็นลำใหญ่ของผมก็จมดิ่งหายเข้าไปจนมิดด้ามแม้ว่าพี่แม็กจะผ่านการร่วมรักมาบ่อยครั้งแต่ความใหญ่โตคับแน่นก็ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดนิ่งหายใจเข้าลึกๆตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกโยกตัวขึ้นลงเนิบนาบเป็นจังหวะแรก
"ซี๊ดดด...อ๊าสสส... เสียวควยจังเลยครับพี่..."
"พี่ก็เสียวรูเหมือนกันลูก...ควยของกันต์ใหญ่คับแน่นดีชะมัด"
"รูของพี่แม็กก็ฟิตเปรี๊ยะเลยครับ...ตอดรัดแน่นเป็นบ้าเลย"
"ถ้าอย่างนั้น...พี่เริ่มเร่งจังหวะแล้วนะ เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากพี่ให้ดีๆ"
"จัดมาเลยครับพี่...ผมพร้อมแล้ว!"
ยังไม่ทันที่สิ้นเสียงดีพี่แม็กก็เริ่มโถมสะโพกโยกตัวขึ้นลงรัวเร็วดุจพายุซัดสาด
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส!"
เสียงครางกระเส่าของทั้งผมและพี่แม็กดังประสานแข่งกันลั่นห้องโดยไม่หลงเหลือความเกรงใจคู่ข้างๆอย่างไอ้เจษและพี่คันชิตที่กำลังนัวเนียกันอย่างเมามันอยู่เช่นกัน
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีพี่แม็กเริ่มหอบหายใจแรงแล้วบ่นอุบอือก่อนจะเอ่ยปาก "อื้อหือ...พี่เริ่มเมื่อยขาแล้ววะกันต์"
"ถ้าอย่างนั้น...เปลี่ยนเป็นท่าหมาดีกว่าครับพี่ ผมชอบท่านี้มากกว่า" ผมเสนอทางเลือก
พี่แม็กพยักหน้ารับแล้วพลิกตัวคลานเข่าสี่ขาคว่ำหน้าลงกับพนักโซฟาทันทีผมขยับกายเข้าไปประชิดใช้มือจับแก่นกายที่สวมถุงยางอนามัยจ่อเข้ากับปากทางแล้วออกแรงดันพรวดเดียวมิดลำในจังหวะเดียว
"โอ๊ยยย...เสียวจังเลยกันต์จ๋า... พี่เสียวจะตายอยู่แล้ว!"
"เดี๋ยวกันต์จัดให้เร้าใจกว่านี้อีกครับพี่แม็ก!"
พูดจบ ผมเอื้อมมือไปบีบกำรอบสะโพกอวบอัดของพี่แม็กไว้แน่นแล้วกระหน่ำแทรกกายเข้าออกด้วยท่อนเอ็นที่แข็งแกร่งดุจแท่งเหล็กลงไปในช่องทางรักอย่างไม่ยั้งแรง
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
"เชี้ย...เสียวควยชิบหายเลยเว้ย!"
"อ๊าสสส...น้องกันต์ กระแทกแรงๆ อีกพี่ชอบแบบนี้แหละ... แรงอีก!"
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ...!
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปลึกเข้าสู่ยามดึกดื่นค่ำคืนป่านนี้แล้วไม่มีใครคิดจะสนใจเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาอีกต่อไปต่างฝ่ายต่างตั้งอกตั้งใจทุ่มเทมอบความสุขสมอารมณ์หมายให้แก่กันและกันอย่างเมามัน
ในขณะที่กันต์กำลังโถมสะโพกกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นเข้าสู่ช่องทางรักของพี่แม็กในท่าหมาอย่างดุเดือดดวงตาก็เหลือบไปมองดูคู่รักอีกคู่ที่อยู่ไม่ไกลอย่างไอ้เจษและพี่คันชิตภาพที่เห็นคือไอ้เจษกำลังยืนตอกสะโพกเข้าใส่พี่คันชิตในท่าที่หมาท่าที่ผมชอบท่อนเอ็นลำเขื่องที่ได้รับพันธุกรรมความใหญ่โตมาจากพ่อเต็มๆกระแทกกระทั้นเข้าออกจนพี่คันชิตถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหเกด้วยความเสียวซ่านสุดขีด
ผ่านไปครู่ใหญ่พี่แม็กก็เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า "น้องกันต์...พี่ชักอยากจะลองโดนควยของน้องเจษกระแทกรูดูบ้างแล้ววะ"
ว่าแล้วการสลับสับเปลี่ยนคู่รักก็เริ่มต้นขึ้นทันทีพี่แม็กทิ้งตัวนอนหงายราบลงกับพื้น ส่วนพี่คันชิตคลานเข่าสี่ขาเข้าประชิดทั้งคู่จัดท่าทางอยู่ในรูปแบบ 69แลกเปลี่ยนความสุขด้วยการใช้เรียวปากอมดูดแท่งเอ็นให้แก่กันและกันอย่างดุเดือด
ในจังหวะนั้นเอง ผมขยับกายเข้ามาคุกเข่าอยู่ทางด้านหลังของพี่คันชิตใช้มือจับแก่นกายของตัวเองจ่อเข้ากับปากทางช่องทางรักโชคดีที่ก่อนหน้านี้ไอ้เจษได้ช่วยเบิกทางนำร่องเอาไว้ให้ก่อนแล้ว ท่อนเอ็นของผมจึงสอดแทรกเข้าไปได้ไม่ยากเย็นนักทว่าทันทีที่ส่วนหัวเห็ดมุดลึกเข้าไปจนมิดลำ รูถ้ำของพี่คันชิตก็บีบรัดตอดรัดแน่นเปรี๊ยะราวกับช่องทางของคนที่ไม่ค่อยได้ผ่านศึกหนักมาบ่อยนักผมต้องหยิบเจลหล่อลื่นบีบเพิ่มเข้าไปอีกรอบ แล้วค่อยๆขยับโยกซอยสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าเพื่อให้พี่คันชิตได้ผ่อนคลายและปรับตัวก่อนจะเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกันไอ้เจษก็จัดการจับเรียวขาของพี่แม็กกางออกกว้างแล้วทิ้งตัวเข้าประกบใช้ท่อนเอ็นของตัวเองจ่อเข้าที่ช่องทางรักของพี่แม็กทันทีและเมื่อแก่นกายสอดลึกเข้าไปได้สำเร็จ ไอ้เจษก็เริ่มขยับสะโพกซอยถี่ทันทีทั้งพี่แม็กและพี่คันชิตได้แต่ส่งเสียงครางอื้ออึงอู้อี้อยู่ในลำคอเพราะริมฝีปากยังคงต้องทำหน้าที่อมดูดปรนเปรอท่อนเนื้อให้กันและกันอยู่ไม่ขาด
"เชี้ย...รูของพี่คันชิตฟิตแน่นเป็นบ้าเลยวะ เสียวควยชิบหาย!" ผมครางกระเส่า
"รูของพี่แม็กก็โคตรฟิตเลยมึง...ตอดรัดตุบๆๆ ทุกจังหวะเลยวะ โคตรเสียวเลยสัส!" ไอ้เจษตะโกนแข่งเสียงเพลง
จากนั้นทั้งกันต์และไอ้เจษต่างก็พร้อมใจกันเร่งจังหวะโยกสะโพกกระแทกกระทั้นรัวเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... เชี้ย... ไอ้กันต์ กูไม่ไหวแล้ววะ กูจะแตกแล้ว!" ไอ้เจษร้องลั่น
"ไอ้สัสเจษ...อย่าเพิ่งรีบแตกดิเว้ย จะรีบไปไหนของมึงเนี่ย!"
"ก็กูไม่ได้ชักว่าวหรือเยดมาหลายวันแล้วนี่หว่าทนไม่ไหวแล้วโว้ย... เชี้ย!"
สิ้นเสียงคำรามไอ้เจษกระชากท่อนเอ็นถอนออกมาจากช่องทางรักของพี่แม็กอย่างรวดเร็วพร้อมกับดึงถุงยางอนามัยออกแล้วใช้มือหนากอบกุมรูดรั้งแก่นกายของตัวเองรัวเร็วติดต่อกันไม่ยั้งเพียงไม่กี่วินาทีน้ำรักสีขาวขุ่นของไอ้เจษก็พุ่งฉีดพ่นกระฉูดเป็นสายรดลงไปเต็มศีรษะและเส้นผมของพี่คันชิตจนเปียกโชก
"เชี้ยไอ้สัสเจษ...น้ำควยมึงทำไมมันเยอะชิบหายแบบนี้วะเนี่ย!" พี่คันชิตอุทานลั่น
"ขอโทษด้วยครับพี่คันชิต...ผมอั้นกระแสไว้ไม่ไหวจริงๆ ครับ" ไอ้เจษหัวเราะแห้งๆ
หลังจากไอ้เจษปลดปล่อยเสร็จไปเป็นคนแรกสนามรบสวาทจึงเหลือผู้ร่วมศึก ผม พี่แม็ก และพี่คันชิต
พี่แม็กหันมามองหน้ากันต์แล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาพราวระยับ"น้องกันต์... เคยลองประสบการณ์เยดสองแท่งในรูเดียวกันมาก่อนหรือยังวะ"
ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ"หือ... พี่แม็กเคยลองแล้วเหรอครับ"
"ยังหรอก...แต่พี่แค่อยากรู้ว่ามันจะฟินสะใจขนาดไหน"
"ถ้าพี่อยากลอง...งั้นก็จัดให้เต็มที่เลยครับ ผมเอาด้วยอยู่แล้ว!"
สิ้นคำอนุญาตพี่แม็กหันไปบอกให้พี่คันชิตนอนหงายราบลงกับพื้น แล้วตัวเองก็ขึ้นไปคร่อมทับบนร่างหันหน้าไปทางปลายเท้าของพี่คันชิต และเพียงชั่วพริบตาเดียวท่อนเอ็นของพี่คันชิตก็มุดหายเข้าไปในช่องทางรักของพี่แม็กอย่างรวดเร็วพี่แม็กขยับโยกสะโพกขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงไปด้านหลังใช้สองมือยันท่อนแขนไว้เป็นหลัก
จากนั้น ผมขยับกายเข้าไปประชิดใช้ส่วนหัวเห็ดจ่อเข้าที่ปากทางช่องทางรักของพี่แม็กซึ่งในเวลานั้นมีท่อนเอ็นลำเขื่องของพี่คันชิตสอดคาอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้วหนึ่งแท่งกันต์ค่อยๆ ออกแรงดันแท่งเอ็นของตัวเองสอดแทรกเบียดเข้าไปทีละนิดๆ อย่างระมัดระวัง
"โอ๊ยๆๆ...เบาหน่อยกันต์ เจ็บ... โอ๊ย...!" พี่แม็กนิ่วหน้าอุทานลั่น
"ไหวไหมครับพี่...ให้ผมถอนออกก่อนรึเปล่า" ผมชะงักมือถามด้วยความตกใจ
"ไม่...ไม่เอา! ดันเข้ามาเลยลูกพี่ กำลังเสียวโว้ย... ซี๊ดดด... อ๊าสสส!"
ผมรู้สึกงุนงงไม่น้อยว่าตกลงแล้วพี่แม็กเจ็บปวดหรือกำลังรู้สึกเสียวซ่านกันแน่แต่เมื่อได้รับสัญญาณยืนยัน ผมจึงตัดสินใจออกแรงดันแก่นกายของตัวเองลุยเข้าไปอีกครั้งจนในที่สุดท่อนเอ็นของทั้งสองคนก็เบียดเสียดแทรกตัวเข้าไปจนเกือบสุดโคนด้ามทั้งคู่
ภาพที่ปรากฏคือท่อนเอ็นของผมและพี่คันชิตเสียดสีเบียดกันอยู่ในช่องทางรักคับแคบของพี่แม็กเป็นความแปลกใหม่และสร้างความซ่านสะท้านอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนส่วนพี่แม็กต้องหลับตาปี๋กัดฟันแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวเหเกสลับกันระหว่างเสียงร้องเจ็บปวดและเสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวขั้นสุด
"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส!"
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีที่แท่งเอ็นของกันต์และพี่คันชิตเสียดสีกันอยู่ในรูถ้ำของพี่แม็กและแล้วพี่คันชิตก็ส่งเสียงเตือนขึ้น "กันต์... พี่ไม่ไหวแล้ววะจะแตกแล้ว!"
และยังไม่ทันที่จะดึงแก่นกายออกทันพี่คันชิตก็กระหน่ำแทรกตัวเข้าไปจนสุดลำ กระตุกเกร็งสะโพกปล่อยน้ำรักพุ่งทะลักเต็มถุงยางอนามัยก่อนจะถอนตัวออกมาพักเหนื่อย
จากนั้นพี่แม็กหันมาคว้าตัวกันต์ให้นอนหงายราบลงกับพื้นห้องแล้วเจ้าตัวก็พลิกกายขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมทับบนร่างของกันต์ขยับสะโพกขย่มโยกกายเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง และเพียงเวลาไม่นานนัก
"เชี้ย...กันต์ พี่จะแตกแล้ว... จะแตกแล้วโว้ย!"
"แตกในรูของพี่ได้เลยครับน้องกันต์...แตกคาตัวพี่นี่แหละ!"
พี่แม็กเร่งเครื่องซอยสะโพกรัวเร็วยิบดุจพายุหมุน
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
ผมเอื้อมมือทั้งสองข้างไปบีบกำรอบสะโพกอวบอัดของพี่แม็กไว้แน่นออกแรงกดตรึงสะโพกให้แนบสนิทพร้อมกับกระหน่ำแทรกกายสวนขึ้นไปจนสุดโคนด้ามในจังหวะเดียวกัน
และในวินาทีนั้นเองโดยไม่ต้องเสียเวลาใช้มือชักรูดช่วยเหลือน้ำรักปริมาณมหาศาลของพี่แม็กก็พุ่งทะลักกระฉูดสาดรดลงมาเต็มแผ่นอกและหน้าท้องของกันต์จนชุ่มโชกแทบไม่มีพื้นที่ว่างหลงเหลือ
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันดุเดือดเผ็ดมันทั้งสี่คนพากันลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายพร้อมกันอีกรอบก่อนจะกลับออกมาช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่และปูที่นอนเตรียมตัวเข้านอน
ทว่า...ยังไม่ทันที่ศีรษะของแต่ละคนจะได้สัมผัสกับหมอนนุ่ม เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของพี่แม็กก็แผดเสียงดังลั่นสนั่นห้องขึ้นมาเสียก่อน
"เชี้ยเอ๊ย...!นี่มันหกโมงเช้าแล้วเหรอวะเนี่ย!"
..................................................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|