ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 210|ตอบกลับ: 8

ซุปเปอร์กันต์ ตอนที่ 28: ซุปเปอร์สวิง_2แท่งใน1รู มันได้จริงเหรอวะ...!!!

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
96
ตอบกลับ
2143
พลังน้ำใจ
15895
Zenny
53834
ออนไลน์
2487 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 18:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
- ข้อความ/รูปภาพทั้งหมดถูกโพสโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ผู้ดูแลไม่มีส่วนรู้เห็น หากท่านพบว่าข้อความ/รูปภาพ ไม่เหมาะสมหรือสร้างความเสียหาย ท่านสามารถกดแจ้งลบได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่อยู่มุมล่างขวาของข้อความนั้นๆ หรือ อีเมล์ [email protected] ขอบคุณค่ะ
- โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านหมวดนี้ เพราะทางเราไม่สามารถสรุปได้ว่าเรื่องที่สมาชิกนำมาโพสเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ เพราะสังคมเรายังดำรงอยู่ด้วยศีลธรรมจารีตประเภณีอันดีงามและไม่เปิดกว้างเรื่องแบบนี้
ซุปเปอร์กันต์

ตอนที่ 28: ซุปเปอร์สวิง_2แท่งใน1รูมันได้จริงเหรอวะ...!!!

ในช่วงเวลาสองสัปดาห์เต็มๆ ที่ผมใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านสวนนอกเหนือจากการใช้ชีวิตกับครอบครัวแล้ว ผมยังแอบแวะเวียนไปสานสัมพันธ์สวาทและร่วมบรรเลงความเสียวกับไอ้พีร์และเสี่ยไพศาลอยู่อีกสองถึงสามครั้งจนกระทั่งถึงกำหนดวันเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

ก่อนกลับ ผมได้เอ่ยปากชวนทั้งไอ้พีร์และไอ้ช้างให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน ทว่าไอ้ช้างไม่สามารถไปได้เนื่องจากร้านข้าวต้มของพ่อแม่มันเพิ่งจะย้ายมาเปิดใหม่ที่ตึกแถวเช่าแห่งใหม่ได้ไม่นานต้องช่วยพ่อกับแม่กันดูแลกิจการอย่างใกล้ชิดทำให้มีเพียงไอ้พีร์เท่านั้นที่ตัดสินใจแพ็กกระเป๋าเดินทางร่วมทริปเข้ากรุงเทพฯด้วยกัน

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านของลุงนัสผมได้เอ่ยปากขออนุญาตให้ไอ้พีร์มาขอพักอาศัยอยู่ด้วยกันชั่วคราวโชคดีที่ตอนนี้ลุงลุขย้ายไปใช้ชีวิตถาวรอยู่ที่ต่างประเทศกับญาติๆ แล้วบ้านจึงมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือประกอบกับลุงนัสเพิ่งจะว่าจ้างช่างเข้ามารีโนเวทห้องพักบางส่วนภายในบ้านพอดี

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาภายในตัวบ้าน ผมและไอ้พีร์กำลังยืนก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าเตรียมตัวจะออกไปเที่ยวข้างนอก

"อ้าว...กันต์ วันนี้จะพากันออกไปเที่ยวไหนกันล่ะลูก" ลุงนัสเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มขณะเดินถือแก้วกาแฟเข้ามามองเด็กหนุ่มทั้งสอง

"กันต์ว่าจะพาไอ้พีร์ไปเดินเที่ยวชมเมืองกรุงเทพฯหน่อยครับลุง แล้วก็จะแวะไปหาไอ้เจษด้วยครับ... ลุงนัสอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับเผื่อกันต์จะได้ซื้อติดมือกลับมาฝาก"

"ไม่เป็นไรหรอกลูก...วันนี้ลุงสั่งข้าวไว้กินเผื่อทั้งวันแล้วล่ะเดี๋ยวต้องอยู่คุมช่างที่จะเข้ามาเริ่มรีโนเวทห้องใหม่ด้วย" ลุงนัสตอบพลางยิ้มแยบยล

"อ๋อครับ...งั้นถ้านึกอะไรออกทีหลัง โทรบอกกันต์ได้เลยนะครับแต่พวกผมอาจจะกลับค่ำหน่อยนะครับลุง"

"ได้ๆๆตามสบายเลย เที่ยวกันให้สนุกนะวัยรุ่น"

ในจังหวะนั้นเองเสียงรถกระบะของผู้รับเหมาก็ขับเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดี ลุงนัสจึงหันไปทักทาย

"สวัสดีครับคุณนัส"ช่างรับเหมาส่งเสียงทักทาย

"อ้าว...สวัสดีครับคุณโจ" ลุงนัสยิ้มรับชายหนุ่มรูปร่างท้วมวัยห้าสิบปีบุคลิกสไตล์เสี่ยกระเป๋าหนักไว้หนวดเคราครึ้มสวมสร้อยทองคำเส้นโตเต็มคอและใส่นาฬิกาหรูเรือนทองประดับเพชรระยิบระยับเต็มข้อมือ"วันนี้พาช่างมากันกี่คนครับเนี่ย ผมจะได้สั่งข้าวสั่งน้ำเผื่อถูก"

"อ๋อ...ไม่เป็นไรเลยครับคุณนัส วันนี้ผมพาลูกสาวและลูกเขยมาช่วยดูหน้างานเฉยๆ ครับมาสำรวจพื้นที่ก่อนว่าจะต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง"

"อ๋อ...เชิญๆๆ เข้ามาข้างในก่อนเลยครับตามสบาย"

หลังจากลุงนัสพาผู้รับเหมาเดินสำรวจพื้นที่ภายในบ้านผมและไอ้พีร์จึงรีบออกจากบ้านทันทีก่อนที่แสงแดดรอบตัวเมืองจะแผดเผาจนร้อนจัดไปมากกว่านี้

ระหว่างการเดินทางนั่งรถไฟฟ้าไอ้พีร์มีอาการตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับตึกรามบ้านช่องและความเจริญของผู้คนรอบข้างไม่น้อยอาการตื่นเมืองของเพื่อนรักทำให้กันต์นึกย้อนไปถึงวันแรกที่ตนเองเพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครใหม่ๆ

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านของไอ้เจษเพื่อนสนิทมารอรับอยู่ก่อนแล้ว วันนี้คุณอาพลติดธุระข้างนอกบ้านเหลือเพียงอานภาอยู่ต้อนรับร่วมกับไอ้เจษ ผมจึงรีบขออนุญาตอานภาชวนไอ้เจษออกไปเที่ยวเล่นในเมืองด้วยกัน

ตามแผนที่วางไว้วันนี้มีจุดหมายปลายทางคือการเดินเที่ยวเล่นช็อปปิ้งย่านสยามและมาบุญครองก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปเที่ยวชมความงามของวัดพระแก้ว ผมได้โทรศัพท์ชวนไอ้เจเจมาร่วมแจมเที่ยวด้วยกันแต่ทว่าน่าเสียดายที่ไอ้บังดีนติดธุระสำคัญจึงไม่ได้มาร่วมกลุ่ม

ช่วงเที่ยงวัน ผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้ามาบุญครองหาโต๊ะนั่งรับประทานอาหารกลางคู่อย่างสนุกสนานครื้นเครง

"เฮ้ย...ไอ้พีร์ แล้วมึงกะว่าจะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯ สักกี่วันวะเนี่ย"ไอ้เจษเอ่ยปากถามขึ้นระหว่างใช้ช้อนตักข้าวเข้าปาก

"ยังไม่แน่ใจเลยวะ...แต่ก็น่าจะอยู่ยาวหลายวันอยู่แหละ" ไอ้พีร์ตอบพลาวดื่มน้ำอัดลม

"เออดีแล้วๆ อยู่เที่ยวให้นานหน่อย นานๆ ทีจะได้เจอกันพ่อมึงคงไม่รีบตามตัวกลับบ้านเร็วๆ นี้หรอกมึง"

"พ่อกูไม่ตามหรอก...แต่แม่กูเนี่ยดิ ไม่แน่ใจเหมือนกันวะ"

"โหยยย...ตัวก็โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ยังจะเป็นลูกแหง่ติดแม่ให้อ้างอยู่อีกเหรอวะมึง"ไอ้เจษแซวเสียงดังลั่นโต๊ะ

จู่ๆไอ้เจเจก็โพล่งประเด็นชวนตื่นเต้นขึ้นมา "เออ...งั้นพวกมึงอยู่เที่ยวช่วงสงกรานต์ก่อนดิ ปีใหม่ไทยที่กรุงเทพฯเขาเล่นกันสนุกสนานเฮฮาโคตรๆ เลยนะเว้ย!"

"เออจริงด้วยวะ!พูดถึงเรื่องนี้ ที่นี่เขาเล่นสาดน้ำกันมันส์หยดติ๋งเลยนะ"ไอ้เจษรีบพยักหน้าสนับสนุนทันที

"เอาดิ!กููู้อยากลองเล่นสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ดูสักครั้งเหมือนกันเห็นแต่บรรยากาศในทีวีมาตลอด" ไอ้พีร์ตาเป็นประกายด้วยความสนใจ

"แล้วมึงล่ะไอ้กันต์...เคยไปเดินเล่นสงกรานต์ในเมืองกรุงบ้างยังวะ" ไอ้เจษหันมาถาม

"ยังเลยวะ...เคยได้ยินแต่เจ้าเนสเล่าให้ฟังว่าที่นี่เขาเล่นกันสะใจลากยาวไปจนถึงตีหนึ่งตีสองโน่นเลย"

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้ออาหารกลางวันผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนก็พากันเดินลุยเที่ยวต่อมุ่งหน้าไปยังวัดพระแก้ว เดินเที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมไทยโบราณท่ามกลางเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงสู่วันอัสดง

ไอ้เจษจึงเอ่ยปากชวนเพื่อนๆ"ไป... เดินเที่ยวจนเหนื่อยแล้ว ไปนั่งรับลมเย็นๆริมแม่น้ำเจ้าพระยาดูพระอาทิตย์ตกดินกันดีกว่า แล้วค่อยหาอะไรอร่อยๆแถวนั้นกินกันต่อเลย"

หลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำกันจนอิ่มหนำสำราญผมกับเพื่อนๆทั้งสี่คนก็ชวนกันเดินเท้ากลับมาแถวท้องสนามหลวงและวัดพระแก้วอีกรอบเพื่อเก็บบรรยากาศความงามยามค่ำคืน

ยามวิกาลเช่นนี้แสงไฟสีส้มนวลจากเสาไฟฟ้าริมถนนส่องกระทบกับกำแพงสีขาวสะอาดตาและยอดพระอุโบสถวัดพระแก้วสะท้อนประกายระยิบระยับตัดกับท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิทลมธรรมชาติยามค่ำพัดโชยมาเอื่อยๆ ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวของเมืองกรุงลงไปได้บ้างนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินขยับขยายกันไปมาทำให้บรรยากาศรอบบริเวณนั้นดูคึกคักมีชีวิตชีวา
ในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินทอดน่องไปตามฟุตบาทจู่ๆ ไอ้พีร์ก็หยุดเดินแล้วทำหน้าเหเก เอ่ยปากบอกเพื่อนๆ

"เฮ้ย...พวกมึง กูขอนั่งพักแป๊บหนึ่งได้ไหมวะเหมือนว่ารองเท้าคู่ใหม่มันจะกัดส้นเท้าเจ็บจี๊ดขึ้นมาแล้วสงสัยวันนี้พวกเราเดินเที่ยวกันเยอะเกินไปหน่อย"

พวกเราทั้งสี่คนจึงหยุดเดินและพากันทรุดตัวลงนั่งพักบริเวณริมฟุตบาททว่าในขณะที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่นั้น จู่ๆก็มีรถยนต์เก๋งสีดำเงางามคันหรูคันหนึ่งขับเข้ามาจอดเทียบชิดริมฟุตบาทอย่างช้าๆกระจกฟิล์มมืดด้านข้างถูกลดลงต่ำเผยให้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสองคนอายุราวๆสี่สิบปีนั่งอยู่ด้านใน

ชายคนที่นั่งเบาะข้างคนขับยื่นหน้าออกมามองพวกเราแล้วส่งเสียงทักทายขึ้นว่า

"จะไปไหนกันเหรอครับหนุ่มๆ...สนใจอยากไปเที่ยวต่อกับพวกพี่ไหมล่ะ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าเอง"

พวกเราทั้งสี่คนหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงงและสงสัย

"ไปเที่ยวไหนเหรอครับพี่...พวกผมจะกลับบ้านกันแล้วครับ" ไอ้เจษตอบกลับไปตามมารยาท

"ก็อยากไปเที่ยวไหนกันล่ะ...เดี๋ยวพี่ๆ พาไปได้หมดทุกที่นั่นแหละน่า ไม่ต้องเกรงใจ"ชายคนเดิมยังคงคะยั้นคะยอ

"ไม่ดีกว่าครับพี่...พวกผมกำลังจะกลับที่พักกันแล้วครับ" ไอ้เจเจรีบปฏิเสธเสียงแข็งทันที

"น่า...ไปด้วยกันเถอะหนุ่มๆ พวกพี่จ่ายให้ได้ไม่อั้นอยู่แล้ว ว่าแต่...พวกเราคิดค่าตัวกันคนละเท่าไหร่ ชั่วโมงละเท่าไหร่ล่ะบอกพี่มาได้เลย"

คำถามนั้นทำให้พวกเราทั้งสี่คนขมวดคิ้วชนกันด้วยความสับสนยิ่งกว่าเดิม

"อะไรวะ...คิดเท่าไหร่ ชั่วโมงละเท่าไหร่?" ผมหันไปกระซิบถามเพื่อนๆด้วยความไม่เข้าใจ

"ไม่รู้เหมือนกันวะกู๊ก็ไม่เก็ทว่ามันหมายถึงอะไร" ไอ้เจษส่ายหน้าตอบกันต์

"เฮ้ยพวกมึง...กูว่ารีบไปกันเถอะว่ะ ท่าทางพวกนี้แปลกๆ น่ากลัวชิบหาย" ไอ้เจเจเริ่มออกอาการร้อนรนรีบชวนทุกคนลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินหนีออกจากจุดนั้น

ทว่ารถเก๋งคันหรูกลับยังคงเคลื่อนตัวขับตามประกบติดมาไม่ห่างและในจังหวะนั้นเองก็มีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวภูมิฐานสองคนเดินตรงปรี่เข้ามาหาพวกเราอย่างรวดเร็ว

"พวกมึงเพิ่งมาจากถิ่นอื่นใช่ไหมวะ...ไม่รู้หรือไงว่าแถวนี้ใครคุมอยู่" ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงดุ

"เฮ้ยพี่...พวกผมแค่มาเที่ยวชมวัดพระแก้วแล้วกำลังจะกลับที่พักแต่เพื่อนผมรองเท้ากัดเลยนั่งพักเฉยๆ ครับ" ผมรีบชิงตอบเพื่อความบริสุทธิ์ใจ

"อ้าว...พวกมึงไม่ได้มาขายตัวหรอวะ" ชายร่างใหญ่ถามย้ำด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"ขายอะไรล่ะพี่...พวกผมมาเที่ยวเฉยๆ!" ไอ้เจษสวนกลับเสียงแข็ง

"อ้อ...งั้นก็แล้วไป ถ้าไม่ได้มาขายก็รีบไสหัวไปให้พ้นจากตรงนี้เลยแถวนี้มันอันตรายสำหรับพวกเด็กใหม่อย่างพวกมึง"

พูดจบชายร่างใหญ่ทั้งสองคนก็หันหลังเดินกลับไปขึ้นรถเก๋งคันหรูคันเดิมใช้เวลาไม่ถึงห้ามนาที รถคันนั้นก็เร่งเครื่องขับลับสายตาหายไปในความมืด

"ไปกันเถอะพวกมึง...แถวนี้แม่งน่ากลัวชิบหายเลยวะ บรรยากาศไม่น่าอยู่แล้ว"ไอ้พีร์รีบออกปากชวนเพื่อนๆ ออกเดินต่อทันที

"แล้วนี่พวกเราจะไปไหนกันต่อดีวะเนี่ย"ผมหันไปถามความเห็นของทุกคน

"พวกมึงอยากไปเที่ยวผับเที่ยวเทคกันไหมล่ะเดี๋ยวพากลุ่มเราไปเปิดหูเปิดตาที่ RCA กัน!"ไอ้เจษเสนอทางเลือกขึ้นมาด้วยความคึกคะนอง

"ไปดิวะ!กูยังไม่เคยไปเที่ยวผับในกรุงเทพฯ เลยสักครั้ง"ไอ้เจษรีบพยักหน้ารับคำชวนทันที

"เอ่อ...แต่กูลืมพกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วยวะ จะเข้าได้เหรอไอ้เจเจ"ไอ้พีร์เอ่ยท้วงด้วยความกังวล

"เอาน่า...ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก กูรู้จักกับพี่การ์ดหน้าประตูแถมร้านที่จะพาไปก็เป็นร้านของรุ่นพี่ที่สนิทกันด้วย รับรองว่าผ่านฉลุย"ไอ้เจเจตบหน้าอกตัวเองยืนยันเสียงแข็ง

หลังจากนั้น พวกเราทั้งสี่คนจึงโบกแท็กซี่มุ่งหน้าเดินทางไปยังย่านRCA ทันทีรถราบนท้องถนนค่อนข้างติดขัดกว่าจะฝ่าการจราจรมาถึงก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวกำลังหลั่งไหลกันเข้ามาเที่ยวเนืองแน่นจนบรรยากาศหน้าผับคึกคักเป็นพิเศษ

ทางเข้าเต็มไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกันจนแน่นขนัดแทบจะเดินชนกันจนเกือบจะพลัดหลงกลุ่มทุกคนจึงต้องเอื้อมมือไปจับมือเกาะแขนกันไว้ให้แน่นๆ เพื่อไม่ให้หลุดหายไปไหนทว่าสิ่งที่น่าสังเกตคือ ตลอดทางเดินฝ่าฝูงชนนั้นไอ้เจเจดูจะมีท่าทีตัวติดชิดกับไอ้พีร์เป็นพิเศษ คอยโอบเอวและดึงแขนให้เดินตามกันอย่างใกล้ชิดเกินเพื่อนสนิททั่วไป

เมื่อฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านในเขตสถานบันเทิงย่านRCA ได้สำเร็จเสียงเพลงเบสหนักๆ กระแทกกระทั้นแก้วหู พร้อมกับแสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องไปทั่วบริเวณไอ้เจเจพาเพื่อนๆมุ่งไปร้านรุ่นพี่แล้วเดินลัดเลาะขึ้นไปที่ชั้นสอง เนื่องจากวันนี้ผู้คนมาเที่ยวกันเยอะมากจนโต๊ะชั้นล่างเต็มหมดแล้วโชคดีที่ได้โต๊ะมุมสูงบนชั้นสองมองเห็นเวทีด้านล่างได้อย่างถนัดตา

พวกเราช่วยกันสั่งเครื่องดื่มมาวางเต็มโต๊ะเริ่มต้นด้วยการยกแก้วเหล้าชนกันเพื่อเปิดค่ำคืนแห่งความสนุกสนานและในจังหวะที่ทุกคนกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงอยู่นั้นเอง

"อ้าว...ไอ้กันต์! มาเที่ยวกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นบอกกันเลย!"

เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังแทรกเสียงเพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่พุ่งเข้ามาประชิดร่วมโต๊ะอย่างรวดเร็ว

"อ้าว...พี่แม็ก! สวัสดีครับพี่" ไอ้เจเจร้องทักขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจ ก่อนที่ผมจะทันได้หันไปมอง

บรรยากาศภายในผับย่าน RCA เวลานี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงแดนซ์บีตหนักหน่วงที่สะท้อนก้องพี่แม็กก้าวเดินเข้ามาทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับบอกว่าตนนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนที่โซนชั้นสองอีกฝั่งบังเอิญมองข้ามมาเห็นหน้ากันต์เข้าพอดีจึงเดินข้ามฝั่งมาพิสูจน์ดูให้แน่ใจว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่าและพอเข้ามาใกล้ก็พบว่าเป็นกลุ่มของกันต์จริงๆ
บังเอิญว่าโต๊ะฝั่งของพี่แม็กยังมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือพี่แม็กจึงเอ่ยปากชวนให้พวกเราย้ายสัมภาระมารวมโต๊ะปาร์ตี้ด้วยกันโดยในคืนนี้พี่แม็กมาเที่ยวกับพี่คันชิตเพื่อนสนิทเพียงสองคนเท่านั้น

และในจังหวะที่ทุกคนกำลังจะขยับตัวย้ายไปรวมโต๊ะกันนั้นไอ้พีร์ก็หันมาสะกิดบอกว่า "เฮ้ย... กูอยากเข้าห้องน้ำว่ะ ปวดฉี่ชะมัด"

ไอ้เจเจจึงอาสาขึ้นมาทันที"งั้นเดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อน ไปทางนี้สิทางมันค่อนข้างซับซ้อนและคนเยอะมากเดี๋ยวพวกมึงเดินไปคนเดียวแล้วจะพากันหลงเอา"

ส่วนผมและไอ้เจษเดินตามพี่แม็กกับพี่คันชิตไปรวมกลุ่มที่โต๊ะใหญ่อีกฝั่งเมื่อหย่อนก้นลงนั่งเรียบร้อย บทสนทนาทักทายก็ตามมา

"แล้วนี่พี่กายคุณพ่อของน้องกันต์สบายดีไหมล่ะ ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นแวะเวียนเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ เลยวะ"พี่แม็กเอ่ยถามด้วยความคุ้นเคย

"พ่อกายเพิ่งแต่งงานใหม่ครับพี่ตอนนี้กันต์น่าจะได้อุ้มท้องน้องใหม่อีกไม่นานนี้แล้วล่ะครับ" กันต์ตอบยิ้มๆ

"เฮ้ย...จริงดิ! โห... น่าเสียดายชะมัด แต่ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะกันต์จะได้มีน้องชายหรือน้องสาวมาวิ่งเล่นเพิ่มแล้ว"

"ขอบคุณครับพี่"

พี่แม็กหันสายตาไปมองไอ้เจษที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วเอ่ยแซวขึ้นมาว่า "อ้าว... ส่วนคนนี้ใครวะเนี่ย หน้าตาคุ้นๆอย่าบอกนะว่า..."

"ไม่ใช่แฟนผมสักหน่อยครับพี่!นี่ไอ้เจษ เพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่เมืองจันทร์เองครับตอนนี้มันเพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วครับ" ผมรีบปฏิเสธเสียงหลง

"อย่าบอกนะว่านี่คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพี่พล?"พี่แม็กหันไปถามไอ้เจษตรงๆ

"ใช่ครับพี่!ไอ้เจษลูกชายคุณอาพลเองครับ....”

“เอ๊ะ!ว่าแต่พี่แม็กรู้จักพ่อผมด้วยเหรอครับเนี่ย" ไอ้เจษตาโตด้วยความประหลาดใจ

"รู้จักสิเว้ย...พ่อพลแกเป็นรุ่นพี่ที่สนิทชิดเชื้อกับพี่สมัยก่อนนู้นเลยนะ"

"ฮ่าๆๆแบบนี้ผมต้องยกมือไหว้เรียกพ่อใหม่อีกคนไหมเนี่ยพี่" ไอ้เจษหัวเราะร่าแซวกลับ

"เฮ้ย...ไม่เอาเว้ย! แค่เรียกพี่ก็พอแล้ว พี่อายุน้อยกว่าพ่อมึงตั้งเยอะยังไม่อยากแก่เป็นพ่อใครโว้ย ฮ่าๆๆๆ"

เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ทว่าไอ้พีร์และไอ้เจเจที่ขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำกลับยังไม่มีวี่แววว่าจะเดินกลับมาที่โต๊ะสักที

"เฮ้ยไอ้กันต์...ไอ้พีร์กับไอ้เจเจมันหายหัวไปนานเกินไปแล้วนะเว้ย มึงว่าพวกมันหลงทางกันจริงๆหรือว่าแอบไปทำอะไรกันวะ ไปเดินตามหากันดีกว่ามั้ย"ไอ้เจษหันมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ไม่ต้องห่วงมันหรอกมึง...ปล่อยมันไปเหอะ เมื่อกี้ไอ้เจเจมันบอกอยู่ว่านี่ร้านของรุ่นพี่มันคงไม่ถึงกับเดินหลงอยู่ในผับหรอกมั้ง สงสัยคนในห้องน้ำคงจะเยอะมากกว่า" ผมส่ายหน้าตอบ

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการโยกย้ายส่ายสะโพกและดื่มด่ำกับบรรยากาศปาร์ตี้พี่แม็กก็ขยับตัวเข้ามาประชิดยืนชิดติดตัวกันต์มากขึ้นวงแขนหนาเอื้อมมาโอบรอบเอวสอบแถมยังลูบไล้แผ่นหลังยาวลงไปถึงสะโพกอย่างถือวิสาสะ

"คืนนี้น้องกันต์จะกลับไปนอนที่ไหนเหรอครับคนเก่ง..."พี่แม็กโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู

"ผมคงจะเรียกแท็กซี่นั่งกลับบ้านแถวชานเมืองน่ะครับกลัวลุงนัสที่บ้านเป็นห่วง" ผมรีบตอบปฏิเสธนิ่มๆ

"ว้า...น่าเสียดายจัง พี่ว่าจะชวนไปนอนเล่นต่อที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของพี่สักหน่อย"

"เอ่อ...คือว่ากันต์มากับเพื่อนๆ ครับพี่ คงจะปลีกตัวไปไม่ได้หรอก"

"ก็ชวนพวกเพื่อนๆไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ห้องพี่กว้างขวางใหญ่โตมากพอที่จะนอนได้เป็นสิบคนสบายๆเลยนะ"

ในจังหวะที่กำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันนั้นพี่แม็กค่อยๆ เบียดร่างของกันต์ให้ถอยร่นเข้าไปติดมุมอับของโต๊ะโดยมีพี่คันชิตกับไอ้เจษยืนบังสายตาคนรอบข้างให้อย่างดิบและทันใดนั้นเองมือหนาของพี่แม็กก็สอดเลื้อยลงมาสัมผัสกอบกุมเข้าที่เป้ากางเกงยีนส์ของกันต์เต็มแรง

"เฮ้ยพี่...!"ผมสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระรัว

"จุ๊ๆ..."พี่แม็กทำเสียงกระซิบพร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามส่งเสียงดัง

ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในกระแสเลือดประกอบกับสัมผัสรุกเร้าที่จู่โจมเข้าที่จุดอ่อนไหวอย่างแม่นยำ ทำให้แก่นกายภายใต้กางเกงยีนส์ของผมเกิดอาการตื่นตัวพองขยายขึ้นมาอย่างรวดเร็วความตื่นเต้นระดมความเสียวซ่านทำให้ผมเผลอเคลิบเคลิ้มปล่อยให้มือของพี่แม็กบีบขยำเป้ากางเกงเล่นตามใจชอบจนลืมหันไปสนใจว่าเพื่อนฝูงรอบข้างกำลังทำอะไรอยู่

และเมื่อผมเบนสายตากลับมามองดูอีกฝั่งของโต๊ะก็พบว่าพี่คันชิตกำลังโอบกอดนัวเนียลูบไล้ร่างกายของไอ้เจษอย่างดุเดือดไม่แพ้กันบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในจังหวะนั้นเองไอ้เจเจก็เดินจูงมือพาไอ้พีร์กลับมาจากห้องน้ำพอดีเป๊ะ

"เฮ้ยพวกมึง...โทษทีว่ะที่มาช้า พอดีห้องน้ำคนต่อคิวกันยาวเหยียด กว่าจะรอจนถึงคิวได้เล่นเอาเหนื่อยเลย"ไอ้เจเจรีบชิงออกปากอธิบายก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากต่อว่า

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังคำแก้ตัวนั้นสักเท่าไหร่เพราะต่างฝ่ายต่างกำลังงละลุ่นนัวเนียคลอเคลียกันอยู่กับคู่ขาของตัวเองอย่างเมามัน

ดนตรีในผับกำลังบรรเลงไปถึงจุดที่สนุกสุดเหวี่ยงจู่ๆ ก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านเดินตรงดิ่งเข้ามาที่โต๊ะแล้วเอ่ยปากกระซิบเตือนเสียงเข้มว่า "น้องๆ ครับ...โต๊ะนี้มีใครพกบัตรประชาชนมาตรวจกันครบทุกคนไหมอีกแป๊บเดียวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจภายในร้านแล้วนะ"

ไอ้พีร์ได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสีตกใจหน้าตาตื่นรีบโพล่งบอกทันทีว่า "ตายแล้ว...ผมไม่ได้พกบัตรประชาชนติดตัวมาเลยทำไงดีพี่!"

พนักงานหนุ่มไม่อยากให้เกิดเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายภายในร้านจึงรีบแนะนำทางออก"ถ้าอย่างนั้นรีบพาเพื่อนหลบไปซ่อนตัวทางหลังร้านก่อนเลยน้อง!"

พี่แม็กสบโอกาสทองนี้ทันทีจึงรีบอาสาออกตัวช่วยเหลือ "เอาน่า... ไม่ต้องไปกลัวตำรวจหรอกทุกคนรีบตามพี่มาเดี๋ยวพี่พาหนีไปปาร์ตี้ต่อกันที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของพี่แถวห้วยขวางรับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครตามไปกวนใจแน่นอน!"

หลังจากที่ทุกคนพากันรีบเร่งหนีความวุ่นวายหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาจากผับย่านRCA ได้อย่างปลอดภัยพี่แม็กก็พาคณะเพื่อนๆทั้งหมดมุ่งหน้าตรงดิ่งมายังคอนโดมิเนียมหรูหราส่วนตัวย่านห้วยขวางทันที

ภายในห้องชุดกว้างขวางโอ่อ่าตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นหรูหราให้ความรู้สึกผ่อนคลายพี่แม็กทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีจัดหากางเกงขาสั้นและผ้าเช็ดตัวสะอาดสะอ้านมาแจกจ่ายให้กับทุกคนได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคลและกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวมาจากในผับให้สะอาดหมดจด

เมื่อทุกคนจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพี่แม็กก็วานให้พี่คันชิตช่วยกันจัดเตรียมขวดเหล้าและกับแกล้มตั้งวงปาร์ตี้กันต่อที่ห้องนั่งเล่นส่วนใครที่เริ่มรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนและไม่ไหวแล้วก็สามารถแยกย้ายเข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนอนส่วนตัวได้ตามสบาย

โดยเฉพาะไอ้พีร์ที่บ่นว่าเจ็บส้นเท้าเพราะโดนรองเท้าคู่ใหม่กัดอย่างรุนแรงจึงขอตัวขออนุญาตแยกย้ายเดินกะเผลกเข้าห้องนอนไปนอนพักผ่อนก่อนใครเพื่อน

สมาชิกที่เหลือจึงล้อมวงนั่งดื่มกันต่อบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเอง เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานเคล้าเสียงเพลงเบาๆดังคลอไปทั่วห้อง จนกระทั่งเข็มนาฬิกาล่วงเลยเข้าสู่เวลาเกือบตีสองสภาพร่างกายของแต่ละคนเริ่มมึนเมาได้ที่จนแทบจะนั่งทรงตัวกันไม่ไหว

ผมทิ้งตัวเอนกายลงพิงพนักโซฟานุ่มทันใดนั้น พี่แม็กก็ขยับกายเข้ามานั่งชิดติดขอบเบาะเบียดเข้ามาใกล้ในขณะที่ไอ้เจษก็นั่งถัดออกไปเอนเอียงซบแนบชิดอยู่กับพี่คันชิต ทั้งสองคู่ส่งเสียงพูดคุยหัวเราะและยกแก้วชนกันไปมาทว่าใต้โต๊ะและแสงสลัวนั้น มือไม้ของพี่กลับเริ่มไม่อยู่นิ่ง

มือหนาของพี่แม็กเริ่มลูบไล้ขึ้นลงอยู่ที่ต้นขาด้านในของผมอย่างถือวิสาสะส่วนพี่คันชิตก็รุกเร้าโอบกอดลูบไล้ไอ้เจษไม่ยอมหยุดหย่อนเช่นกัน

ไอ้เจเจที่นั่งอยู่ร่วมวงเห็นบรรยากาศเริ่มออกแนวเร่าร้อนและชักจะกลายเป็นส่วนเกินจึงเอ่ยปากขอตัวลุกขึ้น "พวกมึง...กูขอตัวไปนอนเอาแรงในห้องกับไอ้พีร์ก่อนดีกว่าวะ ท่าทางพวกมึงจะยาว"

ทันทีที่ร่างของไอ้เจเจเดินลับหายเข้าห้องนอนปิดประตูสนิทพี่แม็กและพี่คันชิตก็ไม่รอช้ารีบสอดมือควานคว้าล่วงลึกเข้าไปในขอบกางเกงของกันต์และไอ้เจษทันที

"พี่แม็ก...พี่แม็ก จะทำอะไรเนี่ยพี่ ผมเมามากแล้วนะ ไม่ไหวหรอก..." ผมส่งเสียงท้วงประท้วงด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้อยู่ในลำคอ
"จริงเหรอ...แต่พี่ว่า ต่อให้กันต์เมาแค่ไหน พี่ก็ทำให้กันต์ตื่นตัวขึ้นมาได้สบายๆ นะ"พี่แม็กกระซิบตอบเสียงพร่า

พูดจบ พี่แม็กไม่รอช้าพลิกตัวโน้มใบหน้าลงต่ำมุดเข้าที่เป้ากางเกงของผมใช้มือดึงรั้งขอบกางเกงและชั้นในลงในคราวเดียว เปิดทางให้แก่นกายของผมที่ยังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นดีดผึ่งชูชันรับอากาศยามดึก

พี่แม็กอ้าปากครอบครองส่วนหัวเห็ดกลืนกินท่อนเนื้อร้อนลึกเข้าไปในโพรงปากอุ่นจนเกือบสุดโคนปลายลิ้นนุ่มตวัดวนรอบยอดอ่อนไหวและน้ำลายอุ่นชุ่มฉ่ำช่วยปลุกเร้ามังกรตัวน้อยของกันต์ให้ตื่นตัวผงาดพองขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ซี๊ดดด...อ๊าสสส... พี่แม็ก ผมเสียว..." ผมครางกระเส่าสะดุ้งเฮือก

"พี่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะน้องกันต์รู้สึกเสียวขนาดนี้แล้วเหรอ" พี่แม็กช้อนตาขึ้นมองยิ้มกรุ้มกริ่ม

"ถ้าอย่างนั้นก็รีบทำสิครับพี่...ผมอยากเสียวจะแย่อยู่แล้ว"

พี่แม็กใช้มือหนากอบกุมรูดรั้งแก่นกายขึ้นลงแผ่วเบาสลับกับการตวัดลิ้นเลียวนรอบหัวเห็ดและดูดดึงสลับกันไปมาอย่างช่ำชอง ผมส่งเสียงครางกระเส่าหลุดลอดออกมาไม่ขาดสายมือข้างหนึ่งเอื้อมไปวางทาบกดที่กลุ่มผมของพี่แม็กเบาๆส่วนมือซ้ายลูบไล้ไปตามแผ่นหลังยาวลงไปถึงสะโพกแล้วบีบขยำเต็มแรง

พี่แม็กปรนเปรอด้วยปากอยู่พักใหญ่จนเริ่มออกอาการเมื่อยล้าจึงเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยบอก "น้องกันต์... พี่เมื่อยคอชะมัดขยับตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาดีกว่า"

ผมพยักหน้ารับลุกขึ้นขยับกายไปนั่งอ้าขากว้างอยู่บนเบาะโซฟาตัวยาวส่วนพี่แม็กทรุดตัวลงคุกเข่าแทรกกลางระหว่างหว่างขาของผมแล้วก้มหน้ากลับมาอมดูดท่อนเอ็นร้อนระอุต่อจนแก่นกายแข็งเกร็ง

จากนั้น พี่แม็กผุดลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นหลายกล่องที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักข้างโต๊ะฉีกซองสวมถุงยางอนามัยเข้ากับแก่นกายของกันต์อย่างคล่องแคล่วพร้อมกับบีบเจลชะโลมเคลือบทั้งที่ท่อนเนื้อและช่องทางรักของตนเองจนชุ่มฉ่ำ

พี่แม็กปีนขึ้นไปนั่งย่องๆคร่อมทับบนตัวของกันต์ที่เอนหลังพิงพนักโซฟาใช้มือจับประคองแก่นกายอุ่นให้ส่วนหัวเห็ดจ่อเข้ากับปากทางช่องทางรัก แล้วค่อยๆทิ้งน้ำหนักตัวหย่อนสะโพกกดลงมาช้าๆ

ด้วยความที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนทำให้ช่องทางของพี่แม็กมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือเป็นอย่างดี ไม่นานนักท่อนเอ็นลำใหญ่ของผมก็จมดิ่งหายเข้าไปจนมิดด้ามแม้ว่าพี่แม็กจะผ่านการร่วมรักมาบ่อยครั้งแต่ความใหญ่โตคับแน่นก็ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดนิ่งหายใจเข้าลึกๆตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกโยกตัวขึ้นลงเนิบนาบเป็นจังหวะแรก

"ซี๊ดดด...อ๊าสสส... เสียวควยจังเลยครับพี่..."

"พี่ก็เสียวรูเหมือนกันลูก...ควยของกันต์ใหญ่คับแน่นดีชะมัด"

"รูของพี่แม็กก็ฟิตเปรี๊ยะเลยครับ...ตอดรัดแน่นเป็นบ้าเลย"

"ถ้าอย่างนั้น...พี่เริ่มเร่งจังหวะแล้วนะ เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากพี่ให้ดีๆ"

"จัดมาเลยครับพี่...ผมพร้อมแล้ว!"

ยังไม่ทันที่สิ้นเสียงดีพี่แม็กก็เริ่มโถมสะโพกโยกตัวขึ้นลงรัวเร็วดุจพายุซัดสาด

ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!

"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส!"

เสียงครางกระเส่าของทั้งผมและพี่แม็กดังประสานแข่งกันลั่นห้องโดยไม่หลงเหลือความเกรงใจคู่ข้างๆอย่างไอ้เจษและพี่คันชิตที่กำลังนัวเนียกันอย่างเมามันอยู่เช่นกัน

เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีพี่แม็กเริ่มหอบหายใจแรงแล้วบ่นอุบอือก่อนจะเอ่ยปาก "อื้อหือ...พี่เริ่มเมื่อยขาแล้ววะกันต์"

"ถ้าอย่างนั้น...เปลี่ยนเป็นท่าหมาดีกว่าครับพี่ ผมชอบท่านี้มากกว่า" ผมเสนอทางเลือก

พี่แม็กพยักหน้ารับแล้วพลิกตัวคลานเข่าสี่ขาคว่ำหน้าลงกับพนักโซฟาทันทีผมขยับกายเข้าไปประชิดใช้มือจับแก่นกายที่สวมถุงยางอนามัยจ่อเข้ากับปากทางแล้วออกแรงดันพรวดเดียวมิดลำในจังหวะเดียว

"โอ๊ยยย...เสียวจังเลยกันต์จ๋า... พี่เสียวจะตายอยู่แล้ว!"

"เดี๋ยวกันต์จัดให้เร้าใจกว่านี้อีกครับพี่แม็ก!"

พูดจบ ผมเอื้อมมือไปบีบกำรอบสะโพกอวบอัดของพี่แม็กไว้แน่นแล้วกระหน่ำแทรกกายเข้าออกด้วยท่อนเอ็นที่แข็งแกร่งดุจแท่งเหล็กลงไปในช่องทางรักอย่างไม่ยั้งแรง

ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!

"เชี้ย...เสียวควยชิบหายเลยเว้ย!"

"อ๊าสสส...น้องกันต์ กระแทกแรงๆ อีกพี่ชอบแบบนี้แหละ... แรงอีก!"

ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ...!

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปลึกเข้าสู่ยามดึกดื่นค่ำคืนป่านนี้แล้วไม่มีใครคิดจะสนใจเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาอีกต่อไปต่างฝ่ายต่างตั้งอกตั้งใจทุ่มเทมอบความสุขสมอารมณ์หมายให้แก่กันและกันอย่างเมามัน

ในขณะที่กันต์กำลังโถมสะโพกกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นเข้าสู่ช่องทางรักของพี่แม็กในท่าหมาอย่างดุเดือดดวงตาก็เหลือบไปมองดูคู่รักอีกคู่ที่อยู่ไม่ไกลอย่างไอ้เจษและพี่คันชิตภาพที่เห็นคือไอ้เจษกำลังยืนตอกสะโพกเข้าใส่พี่คันชิตในท่าที่หมาท่าที่ผมชอบท่อนเอ็นลำเขื่องที่ได้รับพันธุกรรมความใหญ่โตมาจากพ่อเต็มๆกระแทกกระทั้นเข้าออกจนพี่คันชิตถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหเกด้วยความเสียวซ่านสุดขีด

ผ่านไปครู่ใหญ่พี่แม็กก็เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า "น้องกันต์...พี่ชักอยากจะลองโดนควยของน้องเจษกระแทกรูดูบ้างแล้ววะ"

ว่าแล้วการสลับสับเปลี่ยนคู่รักก็เริ่มต้นขึ้นทันทีพี่แม็กทิ้งตัวนอนหงายราบลงกับพื้น ส่วนพี่คันชิตคลานเข่าสี่ขาเข้าประชิดทั้งคู่จัดท่าทางอยู่ในรูปแบบ 69แลกเปลี่ยนความสุขด้วยการใช้เรียวปากอมดูดแท่งเอ็นให้แก่กันและกันอย่างดุเดือด

ในจังหวะนั้นเอง ผมขยับกายเข้ามาคุกเข่าอยู่ทางด้านหลังของพี่คันชิตใช้มือจับแก่นกายของตัวเองจ่อเข้ากับปากทางช่องทางรักโชคดีที่ก่อนหน้านี้ไอ้เจษได้ช่วยเบิกทางนำร่องเอาไว้ให้ก่อนแล้ว ท่อนเอ็นของผมจึงสอดแทรกเข้าไปได้ไม่ยากเย็นนักทว่าทันทีที่ส่วนหัวเห็ดมุดลึกเข้าไปจนมิดลำ รูถ้ำของพี่คันชิตก็บีบรัดตอดรัดแน่นเปรี๊ยะราวกับช่องทางของคนที่ไม่ค่อยได้ผ่านศึกหนักมาบ่อยนักผมต้องหยิบเจลหล่อลื่นบีบเพิ่มเข้าไปอีกรอบ แล้วค่อยๆขยับโยกซอยสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าเพื่อให้พี่คันชิตได้ผ่อนคลายและปรับตัวก่อนจะเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกันไอ้เจษก็จัดการจับเรียวขาของพี่แม็กกางออกกว้างแล้วทิ้งตัวเข้าประกบใช้ท่อนเอ็นของตัวเองจ่อเข้าที่ช่องทางรักของพี่แม็กทันทีและเมื่อแก่นกายสอดลึกเข้าไปได้สำเร็จ ไอ้เจษก็เริ่มขยับสะโพกซอยถี่ทันทีทั้งพี่แม็กและพี่คันชิตได้แต่ส่งเสียงครางอื้ออึงอู้อี้อยู่ในลำคอเพราะริมฝีปากยังคงต้องทำหน้าที่อมดูดปรนเปรอท่อนเนื้อให้กันและกันอยู่ไม่ขาด

"เชี้ย...รูของพี่คันชิตฟิตแน่นเป็นบ้าเลยวะ เสียวควยชิบหาย!" ผมครางกระเส่า

"รูของพี่แม็กก็โคตรฟิตเลยมึง...ตอดรัดตุบๆๆ ทุกจังหวะเลยวะ โคตรเสียวเลยสัส!" ไอ้เจษตะโกนแข่งเสียงเพลง

จากนั้นทั้งกันต์และไอ้เจษต่างก็พร้อมใจกันเร่งจังหวะโยกสะโพกกระแทกกระทั้นรัวเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!

"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... เชี้ย... ไอ้กันต์ กูไม่ไหวแล้ววะ กูจะแตกแล้ว!" ไอ้เจษร้องลั่น

"ไอ้สัสเจษ...อย่าเพิ่งรีบแตกดิเว้ย จะรีบไปไหนของมึงเนี่ย!"

"ก็กูไม่ได้ชักว่าวหรือเยดมาหลายวันแล้วนี่หว่าทนไม่ไหวแล้วโว้ย... เชี้ย!"

สิ้นเสียงคำรามไอ้เจษกระชากท่อนเอ็นถอนออกมาจากช่องทางรักของพี่แม็กอย่างรวดเร็วพร้อมกับดึงถุงยางอนามัยออกแล้วใช้มือหนากอบกุมรูดรั้งแก่นกายของตัวเองรัวเร็วติดต่อกันไม่ยั้งเพียงไม่กี่วินาทีน้ำรักสีขาวขุ่นของไอ้เจษก็พุ่งฉีดพ่นกระฉูดเป็นสายรดลงไปเต็มศีรษะและเส้นผมของพี่คันชิตจนเปียกโชก

"เชี้ยไอ้สัสเจษ...น้ำควยมึงทำไมมันเยอะชิบหายแบบนี้วะเนี่ย!" พี่คันชิตอุทานลั่น

"ขอโทษด้วยครับพี่คันชิต...ผมอั้นกระแสไว้ไม่ไหวจริงๆ ครับ" ไอ้เจษหัวเราะแห้งๆ

หลังจากไอ้เจษปลดปล่อยเสร็จไปเป็นคนแรกสนามรบสวาทจึงเหลือผู้ร่วมศึก ผม พี่แม็ก และพี่คันชิต

พี่แม็กหันมามองหน้ากันต์แล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาพราวระยับ"น้องกันต์... เคยลองประสบการณ์เยดสองแท่งในรูเดียวกันมาก่อนหรือยังวะ"

ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ"หือ... พี่แม็กเคยลองแล้วเหรอครับ"

"ยังหรอก...แต่พี่แค่อยากรู้ว่ามันจะฟินสะใจขนาดไหน"

"ถ้าพี่อยากลอง...งั้นก็จัดให้เต็มที่เลยครับ ผมเอาด้วยอยู่แล้ว!"

สิ้นคำอนุญาตพี่แม็กหันไปบอกให้พี่คันชิตนอนหงายราบลงกับพื้น แล้วตัวเองก็ขึ้นไปคร่อมทับบนร่างหันหน้าไปทางปลายเท้าของพี่คันชิต และเพียงชั่วพริบตาเดียวท่อนเอ็นของพี่คันชิตก็มุดหายเข้าไปในช่องทางรักของพี่แม็กอย่างรวดเร็วพี่แม็กขยับโยกสะโพกขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงไปด้านหลังใช้สองมือยันท่อนแขนไว้เป็นหลัก

จากนั้น ผมขยับกายเข้าไปประชิดใช้ส่วนหัวเห็ดจ่อเข้าที่ปากทางช่องทางรักของพี่แม็กซึ่งในเวลานั้นมีท่อนเอ็นลำเขื่องของพี่คันชิตสอดคาอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้วหนึ่งแท่งกันต์ค่อยๆ ออกแรงดันแท่งเอ็นของตัวเองสอดแทรกเบียดเข้าไปทีละนิดๆ อย่างระมัดระวัง

"โอ๊ยๆๆ...เบาหน่อยกันต์ เจ็บ... โอ๊ย...!" พี่แม็กนิ่วหน้าอุทานลั่น

"ไหวไหมครับพี่...ให้ผมถอนออกก่อนรึเปล่า" ผมชะงักมือถามด้วยความตกใจ

"ไม่...ไม่เอา! ดันเข้ามาเลยลูกพี่ กำลังเสียวโว้ย... ซี๊ดดด... อ๊าสสส!"

ผมรู้สึกงุนงงไม่น้อยว่าตกลงแล้วพี่แม็กเจ็บปวดหรือกำลังรู้สึกเสียวซ่านกันแน่แต่เมื่อได้รับสัญญาณยืนยัน ผมจึงตัดสินใจออกแรงดันแก่นกายของตัวเองลุยเข้าไปอีกครั้งจนในที่สุดท่อนเอ็นของทั้งสองคนก็เบียดเสียดแทรกตัวเข้าไปจนเกือบสุดโคนด้ามทั้งคู่

ภาพที่ปรากฏคือท่อนเอ็นของผมและพี่คันชิตเสียดสีเบียดกันอยู่ในช่องทางรักคับแคบของพี่แม็กเป็นความแปลกใหม่และสร้างความซ่านสะท้านอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนส่วนพี่แม็กต้องหลับตาปี๋กัดฟันแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวเหเกสลับกันระหว่างเสียงร้องเจ็บปวดและเสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวขั้นสุด

"ซี๊ดดดด...อ๊าสสส... ซี๊ดดดด... อ๊าสสส!"

เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีที่แท่งเอ็นของกันต์และพี่คันชิตเสียดสีกันอยู่ในรูถ้ำของพี่แม็กและแล้วพี่คันชิตก็ส่งเสียงเตือนขึ้น "กันต์... พี่ไม่ไหวแล้ววะจะแตกแล้ว!"

และยังไม่ทันที่จะดึงแก่นกายออกทันพี่คันชิตก็กระหน่ำแทรกตัวเข้าไปจนสุดลำ กระตุกเกร็งสะโพกปล่อยน้ำรักพุ่งทะลักเต็มถุงยางอนามัยก่อนจะถอนตัวออกมาพักเหนื่อย

จากนั้นพี่แม็กหันมาคว้าตัวกันต์ให้นอนหงายราบลงกับพื้นห้องแล้วเจ้าตัวก็พลิกกายขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมทับบนร่างของกันต์ขยับสะโพกขย่มโยกกายเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง และเพียงเวลาไม่นานนัก

"เชี้ย...กันต์ พี่จะแตกแล้ว... จะแตกแล้วโว้ย!"

"แตกในรูของพี่ได้เลยครับน้องกันต์...แตกคาตัวพี่นี่แหละ!"

พี่แม็กเร่งเครื่องซอยสะโพกรัวเร็วยิบดุจพายุหมุน

ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!

ผมเอื้อมมือทั้งสองข้างไปบีบกำรอบสะโพกอวบอัดของพี่แม็กไว้แน่นออกแรงกดตรึงสะโพกให้แนบสนิทพร้อมกับกระหน่ำแทรกกายสวนขึ้นไปจนสุดโคนด้ามในจังหวะเดียวกัน

และในวินาทีนั้นเองโดยไม่ต้องเสียเวลาใช้มือชักรูดช่วยเหลือน้ำรักปริมาณมหาศาลของพี่แม็กก็พุ่งทะลักกระฉูดสาดรดลงมาเต็มแผ่นอกและหน้าท้องของกันต์จนชุ่มโชกแทบไม่มีพื้นที่ว่างหลงเหลือ

หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันดุเดือดเผ็ดมันทั้งสี่คนพากันลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายพร้อมกันอีกรอบก่อนจะกลับออกมาช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่และปูที่นอนเตรียมตัวเข้านอน

ทว่า...ยังไม่ทันที่ศีรษะของแต่ละคนจะได้สัมผัสกับหมอนนุ่ม เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของพี่แม็กก็แผดเสียงดังลั่นสนั่นห้องขึ้นมาเสียก่อน

"เชี้ยเอ๊ย...!นี่มันหกโมงเช้าแล้วเหรอวะเนี่ย!"

.....................................................................................
ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64309
พลังน้ำใจ
328350
Zenny
118976
ออนไลน์
27318 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 18:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
4
ตอบกลับ
1070
พลังน้ำใจ
8959
Zenny
8034
ออนไลน์
1053 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 20:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
2403
พลังน้ำใจ
18048
Zenny
14064
ออนไลน์
778 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 22:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
6657
พลังน้ำใจ
55041
Zenny
589
ออนไลน์
3628 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 23:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุก

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
8265
พลังน้ำใจ
53837
Zenny
1045
ออนไลน์
6059 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 23:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดี

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
8265
พลังน้ำใจ
53837
Zenny
1045
ออนไลน์
6059 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 23:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
70
ตอบกลับ
7274
พลังน้ำใจ
63539
Zenny
48089
ออนไลน์
16431 ชั่วโมง
โพสต์ 4 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

มหาลัยซีเนียร์

กระทู้
0
ตอบกลับ
195
พลังน้ำใจ
2685
Zenny
448
ออนไลน์
452 ชั่วโมง
โพสต์ 3 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-6 04:59 , Processed in 0.128426 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้