กิจวัตรของพวกข้าในช่วงเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมามันเลยเถิดไปไกลเกินกว่าคำว่าการรักษาแผลผ่าตัดไปนานแล้ว ทุกคืนที่ผ่านไปคือการสมยอมของคนสองคนที่ต่างฝ่ายต่างถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น กลิ่นเหงื่อคาวกามและเสียงเนื้อกระทบกันกลายเป็นเรื่องปกติในห้องมืดๆ นี้ไปเสียแล้ว
แม้ในยามกลางวัน ชีวิตท่ามกลางไร่อ้อยจะดำเนินไปภายใต้หน้ากากของความปกติ ทว่าความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างข้ากับหมอกกลับยิ่งทวีความรุนแรงและท้าทายมากยิ่งขึ้น มีหลายครั้งที่ไอ้ตัวดีจงใจเดินเข้ามาใกล้ในจังหวะที่คนงานคนอื่นหรือแม้แต่ไอ้เคนเผลอ สัมผัสยั่วเย้าและการกระซิบกระซาบด้วยถ้อยคำชวนเตลิดเปิดเปิงกลางแสงแดดแผดเผา ทำให้ไฟอารมณ์ที่พยายามกดข่มไว้ปะทุขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนบางครั้งข้าถึงกับต้องตัดบทหนีกลับมาตั้งหลักที่บ้านพักด้วยความกระวนกระวายใจ
วันก่อน ข้ายืนคุมคนงานคัดแยกพันธุ์อ้อยอยู่ข้างแปลงใหญ่ โดยมีไอ้เคนยืนถือสมุดบัญชีจดรายการอยู่ไม่ห่าง ระหว่างที่ข้ากำลังหันไปสั่งงานเรื่องรอบตัดอ้อยกับไอ้เคนนั้นเอง หมอกก็เดินถือถังน้ำแข็งผสมน้ำสมุนไพรเย็นๆ เดินเข้ามาใกล้ทำทีเป็นตักเสิร์ฟให้คนงาน
จังหวะที่ไอ้เคนหันไปสนใจตรวจดูยอดในสมุดและหันหลังให้พอดี หมอกก็แกล้งสะดุดเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวเบียดเข้ามาแนบชิดด้านหลังของข้า ร่างบางฉวยโอกาสใช้มือข้างหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังถังน้ำแข็ง เอื้อมอ้อมมาจับหมับเข้าที่เป้ากางเกงขาสั้นของข้าอย่างอุกอาจ นิ้วเรียวบีบคลึงท่อนควยที่กำลังตื่นตัวสู้มือผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ แถมยังแกล้งใช้นิ้วโป้งกดขยี้ตรงส่วนหัวที่เริ่มมีน้ำใสซึมออกมาจนข้าสะดุ้งสุดตัว หน้าท้องเกร็งกระตุกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งวาบขึ้นสมองในเสี้ยววินาที
“อุ๊ย... ขอโทษครับพ่อ มือมันลื่น”
หมอกเอ่ยเสียงหวานหยด แสร้งทำเป็นตกใจหน้าตาเฉย ก่อนจะส่งยิ้มยั่วเย้าส่งสายตาพรากสติแล้วผละเดินถือถังน้ำ เดินกลับเข้าบ้านพักไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้ข้ายืนกำหมัดแน่น หอบหายใจถี่กระชั้น ลมหายใจร้อนผ่าวด้วยความกระสันที่ถูกจุดพลุขึ้นกลางแดดจ้าจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ ไอ้เคนหันกลับมามองด้วยความงงเมื่อเห็นข้ายืนนิ่งค้างไป
“เป็นอะไรครับเถ้าแก่ หน้าซีดๆ นะ”
ข้ากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแต่เหงื่อกาฬกลับแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง ยิ่งคิดถึงท่าทางร่านสวาทเมื่อครู่ ท่อนควยใต้กางเกงก็ยิ่งแข็งขึงดันผ้าจนข้าต้องหาอะไรมาปิดไว้ ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดบท
“เออ... เคน มึงดูงานตรงนี้แทนไปก่อนนะ... กูปวดท้องวะ ปวดหมุนในไส้ยังไงไม่รู้ ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน”
พูดจบ ข้าก็ไม่รอให้ลูกน้องได้ซักไซ้ สะบัดหน้าเดินจ้ำอ้าวออกจากแปลงอ้อย มุ่งตรงกลับมาที่บ้านพักไม้ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ หัวใจเต้นโครมคราม ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องนอนและลงกลอนไม้แน่นหนา ภาพของหมอกที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วในชุดนอนผ้าบางเบายิ่งทำให้สติที่เหลืออยู่ขาดผึ่งลงทันที ทั้งสองคนพุ่งเข้าหา กันด้วยความโหยหาอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ
'มึงนี่มัน ร่านได้ใจกูจริงๆ'
จนกระทั่งคืนสุดท้าย จังหวะที่ข้าโหมกระแทกใส่รูของมันจนร่างบางสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ ข้าที่ยังคาใจมาตลอดทั้งสัปดาห์ก็อดถามไม่ได้ในขณะที่ขยับกายรุนแรง
“มึงนี่มัน... ร่านจริงนะหมอก... ทำทุกวันขนาดนี้ แผลมึงมันหายดีหรือยัง”