|
เรื่องเมื่อวานนี้ทำให้น้ำได้รู้จักตัวตนของพี่จินมากขึ้น คนคนนี้ไว้ใจไม่ได้ทั้งที่รับปากว่าจะไม่ยุ่งกับพี่เฟิร์ส แต่ดันเอาเจ้าตัวมาทำแบบเดิมอีกครั้ง ถึงอย่างไรสำหรับน้ำก็ได้กำไรเต็ม ๆจะห่วงก็แต่พี่เฟิร์สที่ต้องมาถูกบันทึกภาพลงแอคล็อคของคนอื่นแต่สิ่งที่น้ำแปลกใจคือเจ้าตัวไม่ได้เขินหรือกลัวกล้องซ้ำยังรู้มุมราวกับเคยทำมาก่อนด้วยความชำนาญ ที่น่าฉงนสงสัยคือความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่อีกแน่นอนเพราะจังหวะที่กำลังร่วมวงอยู่นั้นน้ำสัมผัสได้ถึงความซับซ้อนบางอย่างจากสายตาของทั้งคู่อารมณ์แบบเหมือนเพื่อนรักที่ทะเลาะกัน มันมีความขุ่นเขืองแต่ก็ซ่อนความเป็นห่วงไม่รู้สิน้ำเองก็อธิบายไม่ถูก ไม่มีเวลามาคิดอะไรมาก เพราะวันนี้เปิดเทอมวันแรกสิ่งที่ต้องโฟกัสคือเพื่อนร่วมคณะ อ๊ะ! ไม่สิหมายถึงการเรียนต่างหาก คณะที่น้ำเรียนขึ้นชื่อว่ามีผู้ชายน้อยที่สุดข้อดีคือเป็นใจกลางคณะอื่น ๆ รายล้อมไปด้วยหนุ่ม ๆ ที่จ้องสาวต่างคณะตาเป็นมันทำให้ทุกวันที่โรงอาหารมักจะมีอาหารตาชั้นดีไม่ขาดสายแต่กว่าจะสืบรู้เรื่องพวกนี้น้ำก็ใช้เวลาท่องเว็บเพจของมหาวิทยาลัยมาไม่น้อย “ทางนี้เลยค่ะน้องปี 1 มารวมกันตรงนี้เลยค่ะ!” หลังลงจากรถมอเข้ามาที่คณะได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงประกาศจากโทรโข่งตัวเบ้อเร่อแต่ที่ดูขัดกันคือคำพูดคะขาดันมาจากผู้ชายร่างใหญ่ผิวแทนน้ำผึ้งสวมวิกผมยาวถึงกลางหลัง “มาเร็วลูกสาว มารวมกันทางนี้เลย อ๊ะ น้องผู้ชายคณะนี้ปะคะไม่ต้องทำหน้างงค่ะ มาเลยค่า” พอถูกพูดถึงแบบนี้คนอื่น ๆ ก็พากันหันมอง น้ำสะดุ้งตัวได้สติรีบเดินเข้าไปรวมกลุ่ม ศาลาข้างตึกเรียนเป็นที่ประชุมของน้องปี 1การนั่งก็จะแบ่งตามสาขา ระหว่างนี้พวกรุ่นพี่ก็ทำการอธิบายชี้แจงเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนเพราะส่วนมากปี1 มักจะเป็นวิชาเรียนรวมพวกพื้นฐานต่าง ๆ ส่วนวิชาเอกมีแค่ 2 – 3 ตัวค่อยไปให้พี่สาขาสอนลงอีกที “นาย นาย... เราปิกกี้นะ” มีนิ้วจากด้านหลังสะกิดมาน้ำเลยหันไปมองก็เจอกับเพื่อนร่วมสาขาแต่ดูแล้วชื่อจะขัดกับบุคลิกไม่น้อยเพราะปิกกี้เนี่ย เป็นผู้ชายตัดผมรองทรง ทาหน้าขาวเหมือนรองพื้นจะเกินมาหนึ่งเบอร์ปากก็แดงสดฉูดฉาด “ตอแหล! มันชื่อบิ๊ก ส่วนเราคิม” ไม่ทันที่น้ำได้แนะนำตัวกลับผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังของบิ๊กก็สวนขึ้นเธอนั้นตัดผมสั้นเท่าติ่งหูพูดจาห้าว ๆ ซึ่งพอมองไปรอบกาย น้ำก็เริ่มชินตาเนื่องจากคณะนี้มีความหลากหลายมากที่สุดในมหาวิทยาลัยแต่เพราะแบบนี้เลยนึกเสียดายเพราะว่าผู้ชายมีน้อยมาก ๆ เซ็ง... “โอ๊ยอีขิมมึงก็ไม่ต่างจากกูหรอกค่า” บิ๊กออกจริตหันไปสบถใส่เพื่อน “อื้อ ยินดีที่ได้รู้จัก เรา...” “น้ำใช่ไป” ไม่ทันที่น้ำจะบอกชื่อบิ๊กกลับพูดขึ้นมาเล่นเอางงเหมือนกันตอนนี้เริ่มกังวลคิดว่าคงไม่ได้ไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้หรอกใช่ไหม “อือ รู้ได้ไงอะ” บิ๊กยิ้มเป้ยพร้อมกับเปิดมือถือแล้วส่งให้ดูเป็นรูปของเขาที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ร้านข้างหอ “เราเห็นจากเพจคิ้วบอยเมื่อวาน พอเจอแล้วก็ว่าใช่นายแน่ ๆ” “โอ๊ย มึงเลิกดัดเสียงดิ! น้ำถามตรง ๆนะ ใช่...ใช่ปะ” ขณะที่บิ๊กพูดเสียงสองขิมก็ขัดขึ้นพร้อมกับจ้องเข้ามาในดวงตาของเขาถามเนิบเน้นชัดถ้อยชัดคำ “อืม” น้ำตอบตามตรงเพราะเขาก็ไม่ได้ปิดตั้งแต่แรก “หา! เกย์ด้ากูพังหรอเนี่ย เซ็ง” พอบิ๊กได้ยินคำตอบก็เอนหลังทิ้งใส่ตัวขิมอย่างคนหมดแรง “สรุปสาขาเราไม่มีชายแท้เลยหรอเนี่ย โอ๊ย นอยด์อ่า” หลังจากพี่พี่สอนลงทะเบียน บิ๊ก น้ำ และขิมก็ได้เลือกเซคเดียวกันหมด แต่แต่ แต่! Error! “เอ้า ทำไมของเราขึ้นงี้อะ?” มีวิชารวมตัวหนึ่งที่หลุดไม่สามารถลงทะเบียนได้พอไปถามรุ่นพี่ก็ได้ความว่าหลุดจองหรือคิวเต็มก่อน ต้องลงทะเบียนเซคอื่นก่อนแล้วค่อยไปทำเรื่องขอยื่นความประสงค์ถอนรายชื่อกับอาจารย์ประจำเซคจากนั้นไปขอเพิ่มรายชื่อกับอาจารย์เซคที่เราต้องการหรือไม่อย่างนั้นก็ต้องขอใบแนบจากฝ่ายธุรการคณะเขียนคำร้องขอเพิ่มรายชื่อพิเศษเอง “ไม่เป็นไรนะมึง เอาไว้กูพาไปทำเรื่อง” บิ๊กพูดปลอบใจ น้ำเองก็รู้สึกเสียดายนิด ๆที่ได้เพื่อนใหม่ก็อยากสนิทแต่แบบนี้ใช่ว่าจะแย่ทั้งหมดเพราะถือโอกาสมีเพื่อนหลายกลุ่ม พอเสร็จตรงนี้ก็แยกย้ายกันไปตามแต่ละสาขาซึ่งพอถึงห้องประชุมสาขารุ่นพี่ก็สอนลงทะเบียนวิชาเอก โดยไม่วายพูดคุยนินทาอาจารย์ตอนนี้เองที่รุ่นน้องจะได้เลือกว่าวิชาที่เรียนจะเจอกับอนาคตอย่างไร “นี่ อาจารย์หลิวเคร่งมากนะ กดเกรดสุดแต่ว่าเรียนกับแกแล้วเก่งจริง แกสอนดีอันนี้พี่ยอมรับเลย” “อาจารย์ดังก็ใช่ย่อยนะพวกแก เปิดคลาสแรกให้คัดศัพท์ 500ตัวอักษร ฉันนี่มือหงิกเลอ” สิ่งที่น้ำสนใจหาใช่คำพูดจากประโยคเหล่านี้ สายตาเขาจ้องมองไปยังรุ่นพี่คนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังห้อง ‘หล่อ’ หล่อคือคำเดียวที่ยกให้เลย แอบได้ยินคนเรียกชื่อว่าหลงเป็นไอ้ต้าวขาวตี๋ตาขีดมีลักยิ้ม ศูนย์รวมสเปคของน้ำเลย “นั่นพี่หลง พี่โรงเรียนเก่าฉันเองจ่ะ ชอบอะดิแต่ทำใจนะพี่แกเป็นชายแท้ไม่สนใจพวกเราหรอก แถมยังเป็นสมบัติหนึ่งเดียวของสาขาเราด้วย” บิ๊กเห็นสายตาน้ำมองไม่หยุดเลยมาดับฝันแต่พอเม้าไปน้ำกลับไม่ได้แยแส จนเขาสงสัยว่าบางทีเพื่อนอาจมีคนอื่นที่สนใจอยู่แล้ว พอได้ยินแบบนั้นน้ำเลยไม่ได้สนใจพี่หลงอีกโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่เขาเดินเข้ามา รุ่นพี่คนนี้ก็ลอบมองตนด้วยสายตาแฝงอะไรบางอย่างอยู่หลายครั้ง หลังเสร็จช่วงเช้า บิ๊กกับขิมก็พามาที่โรงอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่น้ำรอคอย เมนูขึ้นชื่อคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำป้าอ้วนที่สามารถเพิ่มเกี๊ยวกรอบทอดได้เองตามต้องการแล้วรสชาติก็เข้มข้นถึงใจจนถูกนำไปพูดถึงในกรุ๊ปมหาวิทยาลัยอยู่บ่อยครั้ง อีกอย่างที่ไม่ผิดหวังเลยก็คือผู้ชาย แม้คณะตัวเองจะมีน้อยแต่พอพักเที่ยงก็มีหนุ่มบริหารฝั่งตรงข้ามหรือว่าที่ครูจากคณะครุศาสตร์ที่อยู่เยื้องไปแวะมานี่ยังไม่รวมคนต่างถิ่นจากคณะวิศวะกับคณะวิทยาศาสตร์ ผู้ชายหน้าตาดีละลานตาไปหมด “แหม ยิ้มเชียวนะ บอกเลยว่าทุกเที่ยงมีอาหารตามาเติมไม่อั้น!” บิ๊กได้ทีแซวใหญ่เพราะตอนอยู่ห้องสาขาตั้งแต่ที่บอกเรื่องพี่หลงก็เห็นน้ำสีหน้าเรียบเฉยตอนนี้เลยคุยโว “โห ยังจะมีเวลาส่องอีกหรอ คนโคตรเยอะ ร้อนก็ร้อน” มีอาหารตาเยอะก็จริง แต่เหมือนว่าคนจะเยอะเกินพื้นที่รับไหวก็แหงล่ะใครต่อใครต่างก็อยากมาดูสาวคณะนี้นี่ “งั้นพรุ่งนี้ไปกินที่คณะบริหารปะเดี๋ยวพาไป” “โอ๊ยบิ๊ก ในหัวมึงนี่มีแต่เรื่องผู้ชายหรือไงน้ำอย่าอยู่กับมันมากนะ เดี๋ยวติดเชื้อบ้าผู้ชาย” ขิมอดไม่ไหวจนต้องพูดออกมา แต่บิ๊กไม่มีทีท่าสำนึกซ้ำยังเบะปากล้อเลียน หลังกินเสร็จก็ออกจากโรงอาหารถึงในใจจะอยากแอบส่องหนุ่มมากขนาดไหนแต่ไม่อาจทนบรรยากาศอบอวลด้วยมวลความร้อนได้นานแถมผู้ชายที่มาส่วนมากก็มีเป้าหมาย ไม่มากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำขึ้นชื่อก็ส่องสาวรุ่นน้องต่างคณะ “ช่วงบ่ายไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันเลยปะ” น้ำเห็นว่าคงไม่มีอะไรแล้ว แถมวันนี้ก็ยังไม่มีการเรียนการสอนเพราะพึ่งลงทะเบียนกันไปยังไม่ได้จัดระบบจากทางศูนย์กลางข้อมูล “ไม่ไปทำเรื่องย้ายเซคหรอ เดี๋ยวพาไป” ขิมถาม “ไม่เป็นไร เดี๋ยวอันนั้นเราไปเองก็ได้” “เค เอ้อน้ำ เย็นนี้ว่างปะ” ก่อนจะแยกทางบิ๊กได้เรียกขัดขึ้น “ทำไมหรอ?” ถ้าหากว่ากลับห้องก็คงไม่มีอะไร แล้วก็ไม่ได้นัดใครไว้แต่ก็แอบคิดถึงพี่เฟิร์ส ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่ คงสอนรุ่นน้องลงทะเบียนเรียนเหมือนกันล่ะมั๊ง “ว่าจะชวนไปเที่ยวหลังมอ เลี้ยงทำความรู้จักกันไง ไปนะขิมมีรถเดี๋ยวให้ขิมไปรับ” พอคิดว่าไม่น่าติดอะไรอีกอย่างก็อยากไปลองเปิดหูเปิดตาดูเลยพยักหน้ารับนัด พอบิ๊กและขิมแยกตัวน้ำก็เตรียมจะกลับหอพักแต่ตอนนั้นเองตาเจ้ากรรมเหมือนถูกอะไรบางอย่างดึงดูดให้หันไปมองเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เจอกับเงาใครบางคนเดินสวนไปด้านหลังก็ทำให้น้ำต้องหันมองตาม ‘ใครกันนะ’ ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาถูกระเบียบคาดว่าคงอยู่ปี 1 ตัดสกินเฮดบากผม 2 ขีดพร้อมกับหุ่นที่ดึงดูด แม้จะมองด้วยตาเปล่าแต่น้ำรับรู้ได้ทันทีว่าเขาซ่อนรูปอาจเพราะจังหวะเสื้อขยับในตอนเดิน แม้จะเป็นเวลาไม่นานไม่รู้ทำไมสมองถึงได้เก็บรายละเอียดขนาดนี้หรืออาจจะเป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมที่คนคนนั้นฉีดมา จากที่จะกลับห้องรู้สึกตัวอีกทีน้ำก็เดินตามชายคนนั้นขึ้นตึกจนไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องพักอาจารย์ประจำหมวด ‘ทำไมชื่อคุ้น ๆ นะ’ น้ำอ่านชื่ออาจารย์เจ้าของห้องก็รู้สึกคุ้นตาเขาทวนอยู่สามสี่รอบก่อนที่จะ... “อ๋อ!” ครืด จังหวะที่คิดออกประตูห้องก็เลื่อนเปิดพร้อมกับร่างของหนุ่มที่เขาเดินตามสวนออกมาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นพวกเขาได้สบตากัน อยู่ ๆ อีกฝ่ายก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยทำให้หัวใจของน้ำเต้นแรงขึ้นไม่เป็นจังหวะ “นักศึกษามีอะไรครับเชิญ” ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นได้สติอีกทีก็ตอนที่อาจารย์เรียก พอหันหลังไปมองก็ไม่เจอคนคนนั้นแม้แต่เงา “เปล่าครับไม่มีอะไรครับอาจารย์ เอ่อ คนเมื่อกี้เขาลงเรียนกับอาจารย์ด้วยหรอครับ?” “นายปรเมษหรอเขามาขอลงทะเบียนเพิ่มชื่อน่ะ ว่าแต่เธอลงเซคของอาจารย์ด้วยหรือเปล่าจะมาถอนหรอครับ?” ด้วยความที่ผ่านประสบการณ์สอนมาพอตัวช่วงเปิดเทอมใหม่ก็จะเป็นประมาณนี้เดี๋ยวมีคนมาถอนเดี๋ยวมีคนมายื่นชื่อเพิ่มจนตัวอาจารย์เองเริ่มชิน “เปล่าครับไม่ได้มาถอนครับ แค่จะมาฝากตัวกับอาจารย์น่ะครับ สวัสดีครับอาจารย์” น้ำยกมือไหว้ทำความเคารพก่อนจะขอตัวออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ทราบสาเหตุอาจารย์หนุ่มได้แต่มองตามงง ๆ กับพฤติกรรมของลูกศิษย์ “เป็นยังไงบ้าง เปิดเทอมวันแรก” “พี่เฟิร์ส!! ตกใจหมดเลย” ทันทีที่กลับถึงห้องรุ่นพี่คนสนิทก็โพล่งมาทักโดยไม่ได้ตั้งตัวเล่นเอาน้ำผวาจนอกสั่น จะบอกว่าตื่นเต้นมากเพราะได้เจอผู้ชายมากมายก็ใช่เรื่องเลยเล่าถึงการลงทะเบียนที่วุ่นวายแทน “งี้แหละ เปิดเทอมแรก ๆ มหาวิทยาลัยก็ไม่แก้ระบบเสียทีเป็นปัญหาทุกปี” “เย็นนี้เพื่อนผมนัดไปเที่ยวหลังมอพี่เฟิร์สไปด้วยกันไหมครับ?” ใจจริงน้ำกะจะควงรุ่นพี่หนุ่มหล่อไปเปิดตัวทำความรู้จักเพื่อนหรือพูดง่าย ๆ ก็คืออยากเอาพี่เฟิร์สไปอวดบิ๊ก อีกอย่างเคยเห็นคนทำวิจัยว่าคนที่ไปร้านเที่ยวกลางคืนแล้วมีคนประกบจะช่วยดึงดูดสายตาของคนอื่นมากขึ้นมันเหมือนเป็นการต้องการเอาชนะของพวกนักล่า “อ่า ไม่ล่ะ น้ำไปสนุกกับเพื่อนเถอะ” ระหว่างสนทนาสายตาของพี่เฟิร์สเทียวมองมาทางเขาเป็นครั้งคราวราวกับมีเรื่องอะไรที่จะพูดแต่ก็ไม่เปิดประเด็นเสียทีน้ำเลยช่วย “ทำไมพี่ถึงยอมเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงกับเรื่องของผมและพี่จินครับทั้งที่ก่อนหน้านี้พี่ตัดขาดกับพี่จินได้ตั้งนาน?” น้ำไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่คิดว่าตนมีส่วนทำให้รุ่นพี่ตัดสินใจทำแบบนั้น พอได้ฟังคำถามที่ตรงประเด็นจี้จุดเฟิร์สถึงกับผงะ แต่ก่อนไอน้ำเป็นคนที่เหนียมอายผิดกับตอนนี้เขามองรุ่นน้องด้วยความสงสัย ว่าระยะเวลาที่ห่างกันเด็กน้อยน่ารักคนนั้นไปเจอกับเรื่องอะไรมาถึงได้โผงผางตรงไปตรงมาขนาดทำให้กลายเป็นคนที่เหมือนจะดูแรง “พี่ว่า...” เฟิร์สสูดอากาศเข้าปอดจับหัวไหล่น้ำให้หันตรงขนาบกับร่างเขาจากนั้นก็จ้องเข้าไปที่ดวงตาแสดงความจริงใจ “พี่ชอบน้ำ” ‘น้ำก็ชอบพี่’ น้ำเองก็อยากตอบรับถ้าหากว่าวันนี้ไม่เจอคนคนนั้นเสียก่อน ในใจเริ่มสับสนเพราะตั้งแต่เด็ก ๆ รั้วโรงเรียนมัธยมมีผู้คนไม่มากจนแทบจำหน้าได้หมดแต่พอเข้าสู่มหาวิทยาลัยน้ำได้เจอกับคนมากมาย แค่ในคณะก็มีจำนวนเยอะกว่าโรงเรียนมัธยมหลายเท่าตัวจึงคิดถึงโอกาสในอนาคตเขาพึ่งเข้าเรียนเองยังต้องได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตา ที่สำคัญน้ำยังยึดมั่นกับความคิดตอนที่ถูกหักหลังเขาเคยพูดไว้แล้วว่าจะใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้สนุกทั้งยังฝึกฝนร่างกายพร้อมรับมือกับมันจะให้มาล้มเลิกเพราะพี่เฟิร์สก็ดูจะเกินไปหน่อยอีกอย่างถึงจะชอบรุ่นพี่คนนี้จริงแต่ไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะไม่ถูกทรยศเขาเคยให้ใจพี่เจไปขนาดไหนยังโดนทำลับหลังได้ลงคอ ความรักในตอนนี้ถูกยกมารอง “ตอนเด็กพี่คิดว่าน้ำเป็นน้องชายเลยปกป้องแต่พอห่างกันถึงได้รู้ว่าพี่คิดถึงน้ำมาก ๆ พี่ยังให้แม่พี่คอยสืบข่าวของน้ำอยู่เรื่อยๆ พอรู้ว่าสอบติดที่เดียวกันพี่ดีใจมากเลยนะ แม้ว่าตอนนั้นน้ำมีแฟนอยู่แล้ว พี่คิดอยากคอยดูแลน้ำอยู่ห่างๆ แต่พอไอ้จินมันเข้ามายุ่งพี่ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนสิ่งที่พี่ทำได้ก็คือกันน้ำออกจากมัน พอได้ปกป้องน้ำอีกครั้งตอนนั้นถึงมั่นใจว่าพี่ชอบน้ำจริงๆ” พี่เฟิร์สเล่าความรู้สึกออกมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยแก้มสองข้างแดงเขิน ทำให้น้ำหวนคิดถึงช่วงที่ตนสารภาพรักกับพี่จิน การพูดความในใจกับคนที่รู้สึกดีมันต้องใช้ความกล้ามาก “...” ทว่าเมื่อสารภาพไปแล้วสิ่งที่ตอบกลับคือความเงียบเฟิร์สรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังผิดหวังแต่ไม่อยากให้น้ำลำบากใจเลยฝืนยิ้มหน้าเจื่อน “ผมเองก็ชอบพี่นะ ผมรู้สึกดีตอนที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพี่เพียงแต่ว่า...ผมอยากสนุกกับชีวิต ได้ลองทำอะไรแปลกใหม่ยังไม่อยากผูกมัดตัวเองกับใครเอาไว้ผมไม่พร้อมที่จะเอาความรู้สึกไปฝากกับคนคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน” สิ่งที่น้ำพูดมาเฟิร์สเข้าใจได้หมดทุกอย่างเพราะเขาเองก็เป็นตอนที่เข้าเรียนใหม่ ๆ ทุกอย่างแปลกหูแปลกตา ไอ้นั่นก็อยากลองไอ้นี่ก็อยากทำ “ผมขอโทษนะครับ” “หึ้ย มาขอโทษอะไรกันพี่เห็นน้ำมั่นใจและกล้าตัดสินใจแบบนี้พี่เองก็โล่งอก น้องพี่โตเป็นหนุ่มแล้วนะ” มือหนาสองข้างจับหัวไหล่ของน้ำเอาไว้เขารับรู้ได้ถึงอาการสั่น แววตาพี่เฟิร์สกำลังร้องไห้แม้จะไม่มีน้ำตาออกมา “พี่เฟิร์ส...” เด็กหนุ่มเอ่ยชื่อของคนตรงหน้าออกมาเบา ๆ คล้ายการปลอบประโลม “วันนี้พี่จะมาบอกว่า พอดีพี่ต้องไปค่ายต่างจังหวัดน่ะอาจจะไม่ได้แวะมาหา แค่อยากเตือนว่าอย่ายุ่งกับไอ้จินมัน พี่ไปนะ” ความจริงแล้วก่อนหน้านี้เฟิร์สกำลังชั่งใจว่าจะไปค่ายดีไหมทั้งที่วางแผนมาตั้งแต่ปีก่อนหากเขาสารภาพกับรุ่นน้องไปแล้วสมหวังก็พร้อมจะแคนเซิล แต่ในเมื่อผลเป็นแบบนี้เลยใช้โอกาสตัดใจ “เดี๋ยวก่อนครับ...” พอเห็นพี่เฟิร์สกำลังจะจากไปแบบนั้นในอกของน้ำรู้สึกวูบโหวง “ผมขอให้คำตอบพี่หลังกลับจากค่ายได้ไหม” เมื่อได้ยินประโยคนี้ในใจของรุ่นพี่ก็ฟื้นสภาพเหมือนต้นไม้ที่ได้รับน้ำเย็นชุ่มฉ่ำเป็นความหวังที่รอผลิดอกออกใบ “อื้ม ได้เลย แล้วพี่จะรอฟังคำตอบนะครับ” การที่น้ำพูดแบบนี้เหมือนเป็นการบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดอาจขอเวลาตกตะกอน ซึ่งถือว่าพอมีหวังว่าอาจจะเป็นไปได้ ทั้งสองตกลงกันว่าหลังจากที่รุ่นพี่กลับมาแล้วยังรู้สึกเหมือนกันค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้จะพยายามสนุกกับสิ่งใหม่ให้ได้มากที่สุด น้ำมีเป้าหมายในใจซึ่งก็คือชายที่ตราตรึง ส่วนเฟิร์สก็มีบางอย่างที่ค้างคาต้องการทบทวนตัวเอง
4 b7 t- w* C( V
; G3 n) Y7 h& Y: Z0 s; b; ]3 w
Talk กลัวพรุ่งนี้ลืมลงเลยมาแปะไว้ก่อน ปัจจุบันเรื่องนี้อัปเดตถึงตอนที่ 33 แล้วนะครับ ใครชอบรอไม่ไหวไปตำก่อนได้ ผมอยากเขียนเรื่องสั้นแบบไม่กี่ตอนจบคั่นเวลา ใครมีไอเดียเสนอไหมครับ ตอนนี้หัวตัน แหะ ๆ {4 Y% y% O: L W, s
|