ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 20|ตอบกลับ: 2

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 3

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
3
ตอบกลับ
10
พลังน้ำใจ
2730
Zenny
114
ออนไลน์
225 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
ตอนที่ 1 | ตอนที่ 2

พี่ภาค

เช้าวันศุกร์ ไอ้ต้นกลับมาทำงาน
ผมรู้เพราะตอนแปดโมงสี่สิบสอง มีกาแฟเย็นหนึ่งแก้ววางลงข้างคีย์บอร์ด
ผมไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใคร
“ไหนบอกไม่ต้องซื้อ”
“ก็ไม่ได้ซื้อใช้หนี้”
ผมละสายตาจากจอ
ต้นยืนอยู่ข้างโต๊ะในเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีดำ หน้าตาดีกว่าวันที่ผมเอาโจ๊กไปให้เยอะ แต่ยังดูเพลียอยู่หน่อย ๆ
“แล้วซื้อทำไม”
มันยิ้ม
“อยากซื้อ”
ประโยคเดิมอีกแล้ว
ผมมองแก้วกาแฟ
“หายแล้ว?”
“เกือบ”
ผมยกมือแตะหน้าผากมันโดยไม่ทันคิด
ต้นนิ่ง
ผมก็นิ่ง
มือผมค้างอยู่ตรงหน้าผากมันประมาณสองวินาที
ตัวไม่ร้อน
แต่ไม่รู้ทำไมบรรยากาศแม่งแปลกขึ้นมาเฉย ๆ
ผมรีบดึงมือกลับ
“ก็ไม่ร้อนแล้วนี่”
ต้นยังมองผมอยู่
“อะไร”
“เปล่า”
“มองทำไม”
มันยิ้มช้า ๆ
“พี่เป็นห่วงผมจริง ๆ ด้วย”
“เช็กเฉย ๆ”
“ปกติเช็กไข้ทุกคนในบริษัทไหม”
“ต้น”
“ครับ”
“ไปทำงาน”
มันหัวเราะ
“ครับพ่อ”
“เดี๋ยวกูตบ”
มันเดินกลับฝ่ายขายพร้อมเสียงหัวเราะ
ผมหันกลับมาที่จอ
พยายามทำงานต่อ
แต่ผ่านไปพักหนึ่งกลับยกมือข้างเดิมขึ้นมามอง
แล้วก็รู้สึกโง่กับตัวเองทันที
กูเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย

ประมาณสิบโมงครึ่ง ผมถูกเรียกเข้าห้องประชุม
บริษัทกำลังจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่เกี่ยวกับระบบติดตามงานขายและข้อมูลลูกค้า ผู้บริหารเลือกบริษัทภายนอกเข้ามาช่วยพัฒนาบางส่วน เพราะทีมผมมีคนไม่พอ
ผมเลยต้องเป็นคนประสานงานฝั่งเทคนิค
ตอนผมเดินเข้าไป คนอื่นนั่งกันเกือบครบแล้ว
มีผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม
แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย
นาฬิกาหนัง
ผมสั้นเรียบร้อย
อายุน่าจะมากกว่าผมไม่กี่ปี
เขากำลังเปิดโน้ตบุ๊กอยู่ พอผมเดินเข้ามาก็เงยหน้าขึ้น
“คุณนนท์ใช่ไหมครับ”
ผมหยุด
“ครับ”
เขาลุกขึ้นแล้วยื่นมือมา
“ภาคครับ Project Manager ฝั่งผม”
“นนท์ครับ”
เราจับมือกันสั้น ๆ
“ได้ยินชื่อคุณนนท์มาหลายรอบแล้ว”
ผมหัวเราะ
“ในทางดีหรือทางร้ายครับ”
“ตอนนี้ยังดีอยู่ครับ”
ผมยิ้ม
“งั้นเดี๋ยวทำงานด้วยกันสักเดือนค่อยถามใหม่”
ภาคหัวเราะ
“โอเคครับ”
ผมนั่งลง
ไม่ได้คิดอะไร
แค่รู้สึกว่าเขาคุยง่ายดี

ประชุมลากยาวเกือบสองชั่วโมง
สิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งคือภาคคุยรู้เรื่อง
เวลา IT ทำงานกับ Vendor บางเจ้า สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือคนประสานงานไม่เข้าใจเทคนิค แล้วชอบรับปากทุกอย่างกับผู้บริหารก่อนค่อยมาถามทีมทีหลัง
แต่ภาคไม่ใช่แบบนั้น
ผมถามเรื่อง API
เขาตอบได้
ถามเรื่อง Database
เขาอาจไม่ได้ลงรายละเอียดระดับ Developer แต่รู้ว่าต้องกลับไปถามอะไร
ผมบอก Requirement บางข้อทำไม่ได้ใน Timeline ที่กำหนด เขาก็ไม่ได้พูดว่า “เดี๋ยวลองดูครับ” แบบที่คนขายชอบพูด
เขาพูดตรง ๆ
“ถ้าจะเอาข้อนี้ Release แรก ผมว่าต้องตัดอีกสอง Feature ออกครับ”
ผมหันไปมอง
“คิดเหมือนกัน”
“ใช่ไหมครับ”
“ครับ ไม่งั้นทีมตาย”
“ทีมผมตายก่อนครับ”
เราหัวเราะพร้อมกัน
พอประชุมเสร็จ คนอื่นทยอยออก
ผมยังนั่งเก็บเอกสารอยู่
ภาคเดินเข้ามา
“คุณนนท์ครับ”
“ครับ”
“มีเวลาสักครึ่งชั่วโมงไหม”
“เรื่อง Requirement?”
“ครับ ผมอยากคุย Flow เมื่อกี้เพิ่มหน่อย แต่ในห้องประชุมคนเยอะ”
ผมดูเวลา
12:18
“ได้ครับ”
“ไปกินกาแฟไหม ผมเลี้ยง”
“ได้”
ผมตอบโดยไม่ได้คิดอะไร

เราสองคนเดินออกจากห้องประชุม
ระหว่างทางต้องผ่านฝ่ายขาย
ผมไม่ได้สนใจอะไร
จนได้ยินเสียง
“พี่”
ผมหยุด
ต้นนั่งอยู่โต๊ะตัวเอง
“ว่า?”
มันมองผม
แล้วมองภาค
ก่อนกลับมามองผมอีกที
“ไปไหน”
“กินกาแฟ”
“อ๋อ”
มันพยักหน้า
ผมกำลังจะเดินต่อ
“พี่”
“อะไรอีก”
“กินข้าวยัง”
“ยัง”
“แล้วจะกินตอนไหน”
ผมขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวกิน”
“อ๋อ”
ผมมองหน้ามัน
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มี”
“แล้วเรียกทำไมสองรอบ”
ต้นยิ้ม
แต่ยิ้มแปลก ๆ
“ถามเฉย ๆ”
ผมส่ายหน้า
“ประสาท”
ก่อนเดินออกไปกับภาค

ร้านกาแฟอยู่ชั้นล่างของอาคาร
เราสั่งกาแฟแล้วนั่งโต๊ะริมกระจก
คุยงานกันประมาณยี่สิบนาที
จาก Requirement กลายเป็นเรื่องระบบเก่าของบริษัท
จากระบบเก่ากลายเป็นเรื่องงาน
จากงาน—
กลายเป็นเรื่องส่วนตัวแบบไม่รู้ตัว
“คุณนนท์อยู่ที่นี่นานหรือยังครับ”
“ห้าปีกว่าแล้วครับ”
“นานนะ”
“แก่แล้วครับ ขี้เกียจย้าย”
ภาคหัวเราะ
“คุณสามสิบเองไม่ใช่เหรอ”
ผมหยุด
“รู้ได้ไง”
“เดา”
“เดาแม่นไปไหม”
“งั้นสามสิบเอ็ด?”
“สามสิบ”
“เห็นไหม”
“ฟลุก”
ภาคยิ้ม
“ผมสามสิบสอง”
“งั้นเรียกพี่ภาคได้แล้ว”
“ถ้าจะเรียกพี่ก็ได้”
“ล้อเล่นครับ”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น”
น้ำเสียงเขาปกติมาก
แต่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลก ๆ อยู่ในประโยคนั้น
ผมเลยยกกาแฟขึ้นดื่ม
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น
ต้น
ต้น: กินข้าวยัง
ผมเปิดอ่าน
ไม่ได้ตอบ
ภาคถามต่อเรื่องงานเก่า ผมเลยคุยกับเขาต่อ
ประมาณห้านาที โทรศัพท์สั่นอีก
ต้น: พี่
ผมหยิบขึ้นมา
นนท์: อะไร
มันตอบทันที
ต้น: ไม่มีไร
ผมขมวดคิ้ว
นนท์: แล้วทักทำไม
ต้น: เช็กว่ายังมีชีวิต
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ
“แฟนเหรอครับ”
ผมเงยหน้า
ภาคมองโทรศัพท์ผม
“ไม่ใช่ครับ”
ผมตอบเร็วไปหน่อย
“น้องที่บริษัท”
“อ๋อ”
ภาคพยักหน้า
ไม่ได้ถามต่อ
ผมก้มลงพิมพ์
นนท์: ยังไม่ตาย
ต้นส่งสติกเกอร์มา
ผมปิดโทรศัพท์
แล้วคุยกับภาคต่อ

เรากลับขึ้นออฟฟิศเกือบบ่ายโมงครึ่ง
ตอนเดินผ่านฝ่ายขาย ต้นไม่อยู่โต๊ะ
ผมไม่ได้สนใจ
หรืออย่างน้อยคิดว่าไม่ได้สนใจ
พอกลับมาถึงโต๊ะตัวเอง ผมถึงเห็นกล่องข้าววางอยู่
มี Post-it แปะไว้
ซื้อมาเผื่อ
ถ้ากินแล้วก็ทิ้งได้
— ต้น

ผมหยิบกล่องขึ้นมาดู
กะเพราหมูกรอบ
ไข่ดาว
เมนูที่ผมสั่งบ่อยที่สุดเวลาลงไปกินกับมัน
ผมหันไปทางฝ่ายขาย
ต้นเดินกลับมาพอดี
มือมันถือแก้วน้ำ
สายตาเราสบกัน
ผมชูกล่องข้าวขึ้น
มันยักไหล่
แล้วนั่งลง
ผมหยิบโทรศัพท์
นนท์: ซื้อทำไม
มันอ่าน
แต่ไม่ตอบ
ผมรอ
หนึ่งนาที
สองนาที
สุดท้ายข้อความมา
ต้น: ซื้อเกิน
ผมมองกล่อง
แล้วมองไปทางมัน
นนท์: ซื้อเกินแต่มีเมนูที่กูชอบพอดี?
มันอ่าน
เงียบ
ก่อนตอบ
ต้น: บังเอิญ
ผมหัวเราะ
ไอ้เด็กนี่

เย็นวันนั้นต้นมานั่งข้างผมเหมือนเดิม
แต่แปลกกว่าทุกวัน
มันเงียบ
ปกติถ้ามานั่งสิบห้านาที มันต้องกวนประสาทผมอย่างน้อยห้าครั้ง
วันนี้ผ่านไปเกือบสิบนาที
ไม่มีสักคำ
ผมหันไป
มันกำลังเล่นโทรศัพท์
“เป็นอะไร”
“เปล่า”
คำนี้อีกแล้ว
“มึงเป็นอะไร”
“ไม่ได้เป็น”
“งอนใครมา”
“ไม่ได้งอน”
“ลูกค้าด่า?”
“เปล่า”
“หัวหน้าด่า?”
“เปล่า”
ผมมองมัน
“แล้วหน้ามึงเป็นตูดทำไม”
ต้นวางโทรศัพท์ลง
“ผมถามอะไรหน่อย”
“ว่า”
“คนเมื่อกลางวันใคร”
“คุณภาค”
“รู้แล้วว่าชื่อภาค”
“แล้วถามทำไม”
“เขาเป็นใคร”
“PM Vendor”
“ต้องทำงานด้วยกันนานไหม”
ผมเริ่มรู้สึกแปลก ๆ
“น่าจะสองสามเดือน”
“อ๋อ”
มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีก
ผมมองด้านข้างของมัน
“ทำไม”
“อะไร”
“ถามทำไม”
“ก็เห็นไปกินกาแฟด้วยกัน”
“คุยงาน”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“แต่มึงถาม”
“ถามไม่ได้?”
ผมเริ่มยิ้ม
“ได้”
ต้นเหลือบมอง
“ยิ้มอะไร”
“เปล่า”
“พี่”
“อะไร”
“อย่ายิ้มแบบนั้น”
“แบบไหน”
“เหมือนรู้ทัน”
ผมหัวเราะ
มันทำหน้าหงุดหงิด
ตอนนั้นเองความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
ตอนแรกผมคิดว่ามันไร้สาระ
แต่ยิ่งมองหน้าไอ้ต้น—
ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้
“ต้น”
“อะไร”
ผมหมุนเก้าอี้หันไปหามัน
“มึงหึงกูเหรอ”
เงียบ
ต้นหยุดนิ่งไปประมาณสองวินาที
ก่อนหัวเราะ
“หึงเหี้ยอะไร”
“กูก็ถาม”
“ทำไมผมต้องหึงพี่”
“นั่นดิ”
ผมหันกลับมาที่จอ
“งั้นก็ไม่มีอะไร”
มันเงียบ
ประมาณห้าวินาที
“แล้วพี่ภาคมีแฟนยัง”
ผมหันกลับไปทันที
ต้นชะงัก
ผมยิ้มกว้างกว่าเดิม
“มึงถามเหี้ยอะไรเนี่ย”
“ถามเฉย ๆ!”
“เมื่อกี้บอกไม่หึง”
“ก็ไม่ได้หึง”
“แล้วเสือกเรื่องแฟนเขาทำไม”
“อยากรู้ไม่ได้หรือไง”
“ได้”
ผมหัวเราะ
“มึงแม่งแปลก”
ต้นลุกขึ้น
“กลับละ”
“อ้าว”
“อะไร”
“ปกติมึงรอกู”
“วันนี้ไม่รอ”
“ทำไม”
มันหยิบโน้ตบุ๊ก
“มีนัด”
ผมหยุด
ไม่รู้ทำไมคำว่า มีนัด ถึงสะดุดหูขึ้นมาเฉย ๆ
“กับใคร”
คำถามหลุดออกจากปากก่อนคิด
ต้นหันมามอง
คราวนี้เป็นมันที่ยิ้ม
“ถามทำไม”
ผมรู้ทันทีว่าโดนย้อน
“กูก็ถาม”
“หึงผมเหรอ”
ไอ้เหี้ย
ผมหันกลับไปที่จอ
“ไสหัวไป”
มันหัวเราะ
“ไปแล้วครับ”
ต้นเดินออกจากฝ่าย IT
แต่พอถึงทางออก มันหันกลับมา
“พี่”
“อะไร”
“พรุ่งนี้เจอกัน”
“เออ”
“อย่ากลับดึก”
“เรื่องของกู”
มันยิ้มแล้วเดินหายไป
ผมพยายามกลับมาทำงาน
แต่สมาธิแม่งไม่เหมือนเดิม
มีนัดกับใครวะ
เพื่อน?
ลูกค้า?
ผู้หญิง?
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เปิด Instagram
กดเข้า Story ของมัน
ไม่มีอะไร
ผมปิด
แล้วรู้สึกตัว
“กูทำเหี้ยอะไรเนี่ย”
วางโทรศัพท์
ห้านาทีต่อมา—
หยิบขึ้นมาใหม่
ยังไม่มี Story
ผมเริ่มหงุดหงิดตัวเอง
มันจะไปกับใครก็เรื่องของมัน
ผมกับมันเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน
หรือถ้าจะพูดให้มากกว่านั้น—
ก็คงเป็นพี่ที่มันชอบมากวน
แค่นั้น

สองทุ่มกว่า ผมกำลังจะกลับ
โทรศัพท์สั่น
ผมนึกว่าเป็นต้น
แต่ไม่ใช่
ชื่อที่ขึ้นมาคือ
Pak
ภาคขอ LINE ผมไว้ตอนคุยงานกลางวัน
ข้อความแรกเป็นเรื่องงาน
Pak: คุณนนท์ครับ ผมส่ง Flow ที่แก้แล้วให้ทางเมลนะครับ
ผมตอบ
นนท์: ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมดูให้
กำลังจะปิด
ข้อความใหม่เข้ามา
Pak: วันนี้ขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ
ผมหัวเราะ
เขาเป็นคนจ่ายไม่ใช่เหรอวะ
นนท์: ผมต้องขอบคุณมากกว่าครับ พี่เป็นคนเลี้ยง 555
เขาตอบ
Pak: งั้นครั้งหน้าคุณเลี้ยง
ผมหยุด
นนท์: ได้ครับ
Pak: ถือว่านัดแล้วนะ
ผมอ่าน
รู้สึกว่าประโยคนี้เหมือนมีความหมายมากกว่าเรื่องกาแฟนิดหนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้คิดต่อ
ผมเก็บโทรศัพท์
แล้วกำลังจะลุก
มันสั่นอีกครั้ง
คราวนี้—
ต้น
ผมเปิดเร็วเกินไปจนตัวเองยังรู้สึก
เป็นรูปอาหารบนโต๊ะ
มีหม้อชาบูอยู่ตรงกลาง
ด้านตรงข้ามเห็นแขนของใครบางคน
ข้อมือเล็ก
ผิวขาว
ดูยังไงก็ไม่น่าใช่ผู้ชาย
ข้อความตามมา
ต้น: กินข้าวยัง
ผมซูมรูปโดยไม่รู้ตัว
เห็นแค่แขน
ไม่มีหน้า
ผมมองอยู่พักหนึ่ง
ก่อนตอบ
นนท์: ยัง
ต้น: ไปกินด้วยนะ
นนท์: รู้แล้ว
ผมกำลังจะวางโทรศัพท์
แต่สุดท้ายพิมพ์เพิ่ม
นนท์: ไปกับใคร
สามจุดขึ้น
หาย
ขึ้นใหม่
แล้วคำตอบก็มา
ต้น: เพื่อนครับ
เพื่อน
คำตอบง่าย ๆ
แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากถามต่อว่า
เพื่อนผู้หญิง?
เพื่อนแบบไหน?
สนิทกันแค่ไหน?
แต่ผมไม่ได้ถาม
เพราะผมไม่มีเหตุผลอะไรต้องถาม
ผมพิมพ์แค่
นนท์: อือ
แล้วปิดโทรศัพท์

วันจันทร์
ผมกำลังชงกาแฟอยู่ใน Pantry ตอนต้นเดินเข้ามา
“พี่”
“หือ”
มันเปิดตู้เย็น
“วันเสาร์ไปไหนมา”
“บ้าน”
“วันอาทิตย์?”
“บ้าน”
“ไม่ออกไปไหน?”
“ไม่”
“ชีวิตน่าเบื่อฉิบหาย”
“แล้วมึง?”
มันหยิบน้ำออกมา
“ไปดูหนัง”
ผมพยายามถามให้เหมือนธรรมชาติที่สุด
“กับเพื่อนคนนั้น?”
ต้นหันมามองทันที
ผมรู้ตัวว่าพลาด
“จำได้ด้วย?”
“ก็เห็นมึงส่งรูปมา”
มันยิ้ม
“ครับ”
“อ๋อ”
ผมหันกลับไปคนกาแฟ
“ผู้หญิง?”
เงียบ
ผมรู้สึกได้ว่าต้นกำลังมองหลังผมอยู่
“พี่”
“อะไร”
“หึงจริงปะเนี่ย”
ผมหันกลับ
“กูถามเฉย ๆ”
“ผมก็ถามเฉย ๆ”
เรามองหน้ากัน
ไม่มีใครยอมหลบก่อน
สุดท้ายต้นหัวเราะ
“เพื่อนผู้หญิงครับ”
“เออ”
“รู้จักกันตั้งแต่มหา'ลัย”
“กูไม่ได้ถามต่อ”
“บอกไว้ก่อน”
“เรื่องของมึง”
ผมหยิบกาแฟแล้วเดินออก
แต่ก่อนพ้นประตู ต้นพูดตามหลัง
“ไม่ได้เป็นแฟน”
ผมหยุด
ไม่ได้หันกลับ
“กูก็ไม่ได้ถาม”
“รู้”
“แล้วบอกทำไม”
เงียบไปนิดหนึ่ง
ก่อนมันตอบ
“ไม่รู้”
ผมเดินออกมา
แต่ต้องยอมรับว่าอารมณ์ที่หงุดหงิดมาตั้งแต่คืนวันศุกร์—
ดีขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

ตอนบ่าย ภาคเข้าบริษัทอีกครั้ง
คราวนี้เขาเดินตรงมาที่โต๊ะผม
“นนท์ครับ”
ผมเงยหน้า
เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อผมเฉย ๆ ไม่มีคำว่า “คุณ”
“ครับพี่”
เขายื่นแก้วกาแฟมาให้
“ฝากครับ”
ผมรับมาแบบงง ๆ
“ซื้อให้ผม?”
“เมื่อวันก่อนผมจำได้ว่าคุณสั่งอะไร”
ผมมองข้างแก้ว
เมนูถูกต้อง
ระดับความหวานก็ถูก
“จำได้ด้วยเหรอครับ”
“เรื่องบางเรื่องผมจำเก่ง”
เขายิ้ม
“เย็นนี้ว่างไหมครับ อยากชวนดู Requirement เพิ่ม ถ้าไม่ติดอะไร”
“ได้ครับ”
“งั้นประมาณหกโมง?”
“โอเคครับ”
ภาคเดินออกไป
ผมวางกาแฟลงข้างคีย์บอร์ด
ก่อนรู้สึกว่ามีใครมอง
ผมเงยหน้า
อีกฝั่งของออฟฟิศ—
ต้นกำลังมองมา
ผมสบตามัน
มันมองแก้วกาแฟ
แล้วมองหน้าผม
ผมไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เลยยกแก้วขึ้นให้ดู
ต้นไม่ยิ้ม
ไม่ชูนิ้วกลาง
ไม่ทำหน้ากวนตีนเหมือนทุกครั้ง
มันเพียงหันกลับไปที่จอ

ห้าโมงห้าสิบ
ปกติเวลานี้มันต้องมาแล้ว
แต่วันนี้ไม่มา
หกโมง
ไม่มี
หกโมงห้านาที
ผมเงยหน้ามองฝ่ายขาย
ต้นยังนั่งอยู่โต๊ะ
มันกำลังเก็บของ
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
คิดว่าจะทัก
แต่ไม่รู้จะทักว่าอะไร
ไม่มานั่งเหรอ
ประหลาดไป
กลับแล้ว?
ก็เหมือนรอมัน
สุดท้ายไม่ส่ง
หกโมงสิบ ภาคเดินมาหา
“พร้อมไหมครับ”
“ครับ”
ผมเก็บของแล้วลุก
เราเดินผ่านฝ่ายขาย
ต้นกำลังสะพายกระเป๋า
ผมหยุด
“กลับแล้ว?”
มันหันมา
“ครับ”
“วันนี้ไม่รอ?”
ต้นมองผม
แล้วมองภาคที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ก่อนตอบ
“ไม่รอแล้ว”
น้ำเสียงปกติ
แต่ผมรู้สึกได้ว่ามันไม่ปกติ
“อ๋อ”
“พี่ก็มีคนกินข้าวด้วยแล้วนี่”
ผมขมวดคิ้ว
“กูไปคุยงาน”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“ต้น”
“ครับ?”
ผมอยากถามว่ามึงเป็นอะไร
แต่ภาคยืนอยู่ด้วย
สุดท้ายผมเลยพูดแค่
“กลับดี ๆ”
ต้นยิ้มบาง ๆ
“ครับ”
แล้วเดินไป
ผมมองตามหลังมัน
รู้สึกแปลก ๆ ในอก
เหมือนอยากเรียกไว้
แต่ไม่มีเหตุผลอะไรต้องเรียก

คืนนั้นผมกับภาคคุยงานเสร็จประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง
เขาชวนกินข้าวต่อ
ผมตอบตกลง
ภาคเป็นคนคุยสนุกกว่าที่คิด
เขาเล่าเรื่องบริษัทเก่า
เล่าเรื่องลูกค้าที่เคยเจอ
มีบางเรื่องทำให้ผมหัวเราะจนเกือบสำลักน้ำ
“ผมเพิ่งเคยเห็นคุณหัวเราะขนาดนี้”
เขาพูด
“ปกติผมหน้าบึ้งเหรอ”
“ตอนประชุมครับ”
“ทำงานก็ต้องจริงจัง”
“แล้วนอกงานล่ะ”
ผมหยุด
“ก็ประมาณนี้”
ภาคพยักหน้า
“ดีครับ”
“อะไรดี”
“ได้รู้จักนนท์ตอนนอกงานบ้าง”
ผมมองหน้าเขา
คราวนี้ชัดขึ้น
ผมไม่ได้โง่
ผมรู้ว่าคนเราคุยกันแบบไหนเวลาเป็นเรื่องงาน
และแบบไหนเวลามันเริ่มมีอย่างอื่นปน
แต่ผมยังไม่ทันคิดว่าจะตอบยังไง—
โทรศัพท์สั่น
ต้น
ข้อความเดียว
ต้น: ถึงบ้านยัง
ผมมองเวลา
20:46
นนท์: ยัง
มันอ่าน
ไม่มีคำตอบ
ผมวางโทรศัพท์
ห้านาทีต่อมา—
ต้น: อยู่กับพี่ภาคเหรอ
ผมหยุด
คราวนี้ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
นนท์: อือ
มันอ่าน
เงียบ
หนึ่งนาที
สองนาที
สามนาที
ไม่มีอะไร
ผมเริ่มรู้สึกแปลก ๆ
ก่อนข้อความจะมา
ต้น: โอเค
แค่นั้น
ไม่มีสติกเกอร์
ไม่มี 555
ไม่มีคำกวนตีน
ผมมองคำว่า โอเค อยู่พักหนึ่ง
ภาคเรียก
“นนท์ครับ”
ผมเงยหน้า
“ครับ?”
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าครับ”
ผมคว่ำโทรศัพท์
“ต่อเลยพี่”
เรากลับมาคุยกัน
แต่ส่วนหนึ่งของสมาธิผมไม่ได้อยู่ที่โต๊ะอีกแล้ว
มันไปอยู่กับคำสั้น ๆ คำนั้น
โอเค

เกือบห้าทุ่ม ผมถึงบ้าน
ผมอาบน้ำเสร็จแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง
เปิดโทรศัพท์
ไม่มีข้อความจากต้น
ปกติมันต้องถาม
ถึงยัง
หรือไม่ก็ส่งอะไรไร้สาระมา
คืนนี้ไม่มี
ผมเข้า LINE
กดชื่อมัน
แชตล่าสุดหยุดอยู่ที่
ต้น: โอเค
ผมพิมพ์
ถึงบ้านแล้ว
มองอยู่พักหนึ่ง
ก่อนกดส่ง
มันไม่อ่าน
หนึ่งนาที
สองนาที
ห้านาที
ผมวางโทรศัพท์
ผ่านไปประมาณสิบนาที เสียงแจ้งเตือนดัง
ผมหยิบทันที
ต้น: ครับ
แค่ครับ
ผมเริ่มหงุดหงิด
นนท์: เป็นอะไร
มันอ่าน
ไม่ตอบ
นนท์: ต้น
สามจุดขึ้น
หาย
ขึ้นอีก
สุดท้ายข้อความมา
ต้น: เปล่าพี่ นอนเถอะ
ผมมองหน้าจอ
แล้วพิมพ์
นนท์: พรุ่งนี้คุยกัน
มันอ่าน
ไม่มีคำตอบ
ผมวางโทรศัพท์ลงข้างหมอน
นอนมองเพดาน
ความคิดเดิมกลับเข้ามาอีกครั้ง
มันหึงกูหรือเปล่าวะ
แต่สิ่งที่ผมยังไม่กล้าถามตัวเองในคืนนั้น—
ไม่ใช่ว่าต้นหึงผมหรือเปล่า
เป็นอีกคำถามหนึ่งต่างหาก
ถ้ามันหึงจริง
ทำไมผมถึงรู้สึกดี
และทำไมแค่คืนเดียวที่มันไม่รอผมหลังเลิกงาน—
โต๊ะข้าง ๆ ถึงดูว่างกว่าปกติขนาดนั้น
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่มีข้อความ
ผมเกือบวางมันลง
แต่หน้าจอกลับสว่างขึ้นพอดี
ต้น: พี่
ผมเปิดทันที
นนท์: ว่า
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนข้อความใหม่จะปรากฏ
ต้น: พรุ่งนี้กินข้าวกับผมปะ
ผมมองประโยคนั้น
ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้
นนท์: เออ
มันอ่านทันที
แล้วครั้งแรกตลอดทั้งคืน—
สติกเกอร์หมาตัวหนึ่งยิ้มกว้างก็เด้งกลับมา
ผมหัวเราะเบา ๆ คนเดียวบนเตียง
ตอนนั้นผมยังคิดว่าเรื่องระหว่างเรามันคงไม่มีอะไร
ไอ้ต้นก็แค่ติดผม
ส่วนผม—
ก็คงแค่ชินกับมัน
แต่ผมกำลังจะได้รู้ว่า
การหึงใครสักคนทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
มันยังไม่น่ากลัวเท่าการได้เห็นว่า—
คนที่เราหึง
เริ่มมีคนอื่นเข้ามาสนใจจริง ๆ


มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
873
พลังน้ำใจ
8663
Zenny
3694
ออนไลน์
938 ชั่วโมง
โพสต์ 20 นาทีที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
63629
พลังน้ำใจ
325014
Zenny
119278
ออนไลน์
26987 ชั่วโมง
โพสต์ 11 นาทีที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-16 15:52 , Processed in 0.156200 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้