เสียงของลุงหมายแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงดุดันแบบเดิม แต่มันคือเสียงของคนที่กำลังพยายามยึดเหนี่ยวสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เหม่าขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาของเขาฉายแววเห็นใจทว่าแฝงความนิ่งงันที่น่ากลัว
“มันก็แค่น้ำบำรุงที่หมอครามบอกให้ข้าเอามาให้... ลุงไม่ต้องกลัวนะ มันแค่กำลังปรับเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น”
ลุงหมายหอบหายใจรุนแรง แผงอกหนาแน่นกำยำขยับขึ้นลงตามจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะระเบิดออกจากอก
“เลือดลม นี่มันไม่ใช่เลือดลมแล้ว... มันเหมือนไฟ... ไฟมันกำลังเผาข้า”
เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ขาที่เคยแข็งแรงดั่งหินผากลับอ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน แรงจากตัวยามันร้อนรุ่มไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จุดศูนย์กลางของความเป็นชาย ความเป็นฉกรรจ์ที่หลับใหลมานานหลายปีภายใต้กฎเกณฑ์และศีลธรรม บัดนี้มันตื่นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงและปวดร้าว มันขึงขังจนผ้าโสร่งตาตารางผืนเก่านั้นนูนเด่นขึ้นมาเป็นลำยาวและแข็งแกร่งอย่างน่าตกใจ
ลุงหมายหน้าแดงก่ำ เหงื่อหยดใหญ่ไหลซึมจากหน้าผากผ่านสันกรามลงสู่แผงอกที่ชุ่มชื้น เขาพยายามหันหน้าหนีจากเหม่า พยายามนึกถึงหน้าเมียและลูกเพื่อยับยั้งชั่งใจ
“กลับไป... เหม่า... เอ็งรีบไปซะ ข้าควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้แล้ว... อย่าให้ข้าต้องทำเรื่องที่มันจะไม่มีวันให้อภัยกันได้เลย”
“ทำไมต้องกลัวด้วยลุง... ลุงเป็นคนสอนข้าเองไม่ใช่หรือ ว่าร่างกายคนเราก็เหมือนเครื่องมือ ถ้าไม่ได้ใช้งานนานๆ มันก็พัง... ตอนนี้ข้ามาช่วยบำบัดให้ลุงแล้วไงลุงหมาย”
เหม่าไม่ถอยหนี กลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้จนชิดแคร่ไม้ คำพูดของเหม่าเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ลุงหมายที่กำลังต้านทานสัญชาตญาณดิบอย่างสุดความสามารถถึงกับชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความยับยั้งชั่งใจบัดนี้เปลี่ยนเป็นแววตาที่ขุ่นมัวด้วยความกระหายอยาก แววตาของเสือร้ายที่จ้องมองเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าเหยื่อนั้นคือคนในสายเลือดเดียวกันหรือไม่
“ข้าเป็นลุงเอ็งนะ...” ลุงหมายคำรามในลำคอ เสียงนั้นต่ำและเต็มไปด้วยความกดดัน “ถ้าข้าทำลงไป... เอ็งจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นหลานของข้าอีกต่อไป”
เหม่ายิ้มบางๆ แล้วยื่นมือออกไปแตะแผงอกที่ร้อนผ่าวของลุงหมายเบาๆ “งั้นก็ไม่ต้องเป็นลุงกับหลาน... ให้เป็นแค่ผู้ชายสองคนที่มาปลดปล่อยความอัดอั้นก็พอ”
เหม่ากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับเอื้อมมือไปจับปมผ้าโสร่งของลุงหมายที่มัดแน่นอยู่ตรงเอวหนา เขาแกะมันออกอย่างใจเย็น ทันทีที่ผ้าโสร่งคลายตัวออก ท่อนเอ็นยักษ์ที่ผ่านการอัดอั้นมานานก็ดีดผึงออกมาขึงขังตรงหน้า มันเป็นท่อนเนื้อขนาดยาวใหญ่ ผิวสีคล้ำตามประสาชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำทำงานหนัก เส้นเลือดปูดโปนเป็นแนวชัดเจนดูน่าเกรงขามและดุดันดั่งท่อนซุงไม้เนื้อแข็ง
ลุงหมายหลุดเสียงคำรามลึกๆ ในลำคอเมื่อเห็นเหม่ามองดูสิ่งที่ตนกำลังแบกรับด้วยความทรมาน มือหนาของลุงหมายที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์เอื้อมมาขยุ้มกลุ่มผมของเหม่าไว้อย่างแรงจนเหม่าต้องเชิดหน้าขึ้นตามแรงกระชาก
“เอ็งอย่าเล่นกับไฟไอ้เหม่า... เอ็งไม่รู้หรอกว่าลุงอัดอั้นมานานแค่ไหน”
เหม่าไม่ตอบโต้ แต่เขาโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนของเหม่ารดรดไปบนท่อนเอ็นยักษ์ของลุงหมายจนชายวัยฉกรรจ์ต้องแอ่นสะโพกขึ้นโดยอัตโนมัติ เหม่าอ้าปากกว้างก่อนจะครอบครองส่วนปลายยอดที่บานปูดเป็นสีเข้มเข้าไปในโพรงปาก เขาขยับลำคอและลิ้นสัมผัสรับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวลุงหมาย ลิ้นร้อนของเหม่าตวัดเลียไปตามร่องเส้นเลือดที่ปูดโปนอย่างชำนาญ
“ซี๊ดดด... ไอ้หลานเวร... เอ็งทำแบบนี้มันจะ……สะ….เสียว”
ลุงหมายเชิดหน้าขึ้น กระตุกร่างสั่นสะท้าน มือที่ขยุ้มผมเหม่าเปลี่ยนมาเป็นกดหัวให้หลานชายเข้าหาจุดเสียวซ่านลึกยิ่งกว่าเดิม ความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านจากการถูกลิ้นอ่อนนุ่มเล้าโลมทำให้ลุงหมายแทบขาดใจ เขาขยับสะโพกสอบเข้าออกตามจังหวะการอมของเหม่าอย่างลืมตัว
ทุกครั้งที่เหม่าขยับปากรูดรั้งลำเอ็นยักษ์ขึ้นลง แรงเสียดสีที่เกิดจากความร้อนรุ่มและน้ำลายที่ชโลมจนฉ่ำวาว ทำให้ลุงหมายรู้สึกเหมือนกำลังลอยละล่องอยู่ในความมืดมิดที่แสนหวาน เสียงจ๊วบจ้าบที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนสัมผัสระหว่างปากกับท่อนเอ็นดังสะท้อนไปทั่วใต้ถุนเรือน เหม่าตั้งใจปรนเปรอผู้เป็นลุงอย่างเต็มที่ ทั้งลิ้นที่ซุกซนและจังหวะปากที่ดูดดึงหนักหน่วง ราวกับกำลังรีดเค้นเอาความอดทนสุดท้ายของลุงหมายให้พังทลายลงในคราเดียว
“เหม่า... ซี๊ดดด ไม่ไหวแล้ว... ข้าจะ... ข้าจะเสร็จแล้ว”
ลุงหมายคำรามลั่น เสียงของเขาสั่นพร่าและแหบโหย มือหนาหยาบกร้านกดลึกเข้าไปในกลุ่มผมของเหม่า บังคับให้หลานชายขยับปากรูดรั้งท่อนเอ็นยักษ์ของตนด้วยจังหวะที่เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามสัญชาตญาณดิบที่สั่งการ
เหม่ารับรู้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ลำเอ็นยักษ์ มันเป็นสัญญาณว่าลุงหมายมาถึงขีดสุดของความอดทนแล้ว หลานชายเร่งจังหวะการดูดดึงและใช้ลิ้นตวัดวนรอบส่วนหัวที่กำลังจะพ่นลาวาร้อนๆ ออกมาอย่างถี่รัว แรงดูดที่หนักแน่นและจังหวะปากที่ดูดดึงจนเกิดเสียงดังไปทั่วใต้ถุนเรือน ทำให้ลุงหมายไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป
“อ่าห์... เหม่า อึก”
ลุงหมายเชิดหน้าขึ้นสุดแรง ร่างกายกระตุกเฮือกใหญ่ทิ้งตัวลงกับแคร่ไม้ไผ่ ท่อนเอ็นยักษ์ที่แข็งค้างพ่นน้ำรักสีขาวขุ่นข้นคลั่กพุ่งทะลักออกมาจากร่องรอยเส้นเลือดที่ปูดโปน มันพุ่งกระแทกเข้าสู่โพรงปากของเหม่าอย่างแรงจนเหม่าต้องกลืนกินน้ำรักเหล่านั้นลงคอไปอึกใหญ่ น้ำรักจำนวนมหาศาลไหลเอ่อล้นทะลักออกมาจากมุมปากของเหม่า เลอะเปรอะเปื้อนไปตามแผงอกหนาแน่นของลุงหมายที่ยังคงกระตุกเกร็งอยู่เป็นระยะ
เสียงหอบหายใจของลุงหมายยังคงดังก้องกังวานสลับกับเสียงลมหายใจของเหม่าที่ขยับกายขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนอกกว้าง แผงอกหนาแน่นของชายวัยห้าสิบปีนั้นเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมจากร่องกล้ามเนื้อลงสู่พื้นแคร่ไม้ไผ่ ผิวสีคร้ามแดดของเขาดูสั่นไหวไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงทำงานอย่างหนักหน่วง ดวงตาของลุงหมายที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความมึนงงและอาการลอยคว้างของคนที่เพิ่งพุ่งทะยานสู่ความว่างเปล่า
เหม่าโน้มตัวลงมา ใบหน้าของหลานชายชุ่มไปด้วยร่องรอยของสิ่งที่เพิ่งผ่านไป เขาไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความกระหายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม มือที่สั่นเทาเล็กน้อยแต่แฝงด้วยความตั้งใจมั่นลูบไล้ไปตามแนวกล้ามเนื้อท้องที่เป็นลอนแน่นของคนใต้ร่าง ก่อนจะกระซิบคำที่เปรียบเสมือนการจุดชนวนระเบิดลูกใหม่
“ยกแรกจบแล้วนะลุง... แต่ข้าว่าเลือดลมลุงยังเดินไม่ทั่วเลยนะ”
ลุงหมายยังไม่ทันจะท้วงติง หรือแม้แต่จะรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย เหม่าก็คว้าเอาตัวตนที่เพิ่งอ่อนตัวลงของคนใต้ร่างให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง ด้วยสัมผัสที่ซุกซนและเชี่ยวชาญ ลิ้นร้อนของเหม่าตวัดเลียไปตามส่วนหัวที่ยังคงเหลือคราบน้ำรักจางๆ มันเป็นการกระตุ้นที่ทำให้ชายวัยห้าสิบปีถึงกับสะดุ้งสุดตัว ท่อนเนื้อยักษ์ที่เคยผ่อนคลายกลับมาแข็งขึงและร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเกินคาดหมาย
เหม่าไม่รอช้า เขาจัดแจงจับความใหญ่โตที่ขยายตัวสู้มือมาจ่อที่ทางเข้าคับแคบของตนเอง ก่อนจะค่อยๆ กดน้ำหนักตัวลงไปอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดจากการถูกแทรกซึมด้วยขนาดที่มหึมาตามวัยฉกรรจ์นั้นถูกแทนที่ด้วยรสสัมผัสที่ร้อนผ่าวและคับแน่นจนเหม่าต้องเชิดหน้าครางออกมาอย่างสุดกลั้น
“อ๊ะ... ลุงหมาย... ใหญ่... ใหญ่เกินไปแล้ว...”
เหม่าร้องเสียงหลง ขณะที่ส่วนหัวหยักนั้นฝังลึกเข้ามาจนมิดด้าม มันอัดแน่นอยู่ภายในจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ความอึดอัดที่แสนวิเศษทำให้เขาต้องทิ้งตัวลงไปพิงกับอกแกร่งของลุงหมาย ก่อนจะค่อยๆ ขยับสะโพกผายขย่มขึ้นลงเป็นจังหวะที่ยั่วยวน ลุงหมายเบิกตากว้าง ดวงตาของเขาฉายชัดถึงความตกใจที่เหตุการณ์มันรุดหน้าไปไกลเกินกว่าที่เขาจะยับยั้งได้
“เอ็ง... เอ็งมันร้ายนักนะไอ้หลานเวร ใครให้เอ็งทำแบบนี้”
ลุงหมายคำราม เสียงแหบพร่าปนความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เขาพยายามจะผลักไหล่หลานชายออก แต่ฝ่ามือหนาที่เคยทำไร่ทำสวนกลับกลายเป็นไร้แรงเมื่อสัมผัสได้ถึงความรัดแน่นจากช่องทางภายในที่บีบรัดตัวตนของเขาไว้ราวกับจะกลืนกินลงไปทั้งร่าง แรงรัดที่นุ่มนวลและเร่าร้อนนั้นกลายเป็นมนต์สะกดที่ทำให้สติของชายวัยห้าสิบปีที่พยายามเกาะกุมไว้เริ่มหลุดลอย
“หึ... แล้วลุงไม่ชอบหรือไง”
เหม่าหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกให้เร็วกว่าเดิม จังหวะการขย่มของเหม่านั้นช่างเย้ายวน ลุงหมายกำหมัดแน่นกับแคร่ไม้ไผ่จนเส้นเลือดปูด แต่ไม่นานเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้าหมับเข้าที่สะโพกมนของเหม่า แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงก่อนจะพลิกสถานการณ์ด้วยการกระแทกสวนขึ้นมาอย่างหนักหน่วงและดุดัน
ตั่บ ตั่บ ตั่บ ตั่บ
จังหวะซอยของลุงหมายแม่นยำและรุนแรงราวกับเครื่องจักร ทุกจังหวะที่กระแทกอัดเข้าใส่ช่องทางของเหม่านั้นทำให้หลานชายต้องเชิดหน้าครางลั่นด้วยความเสียวซ่านที่เหนือระดับ ความเป็นชายที่เข้าลึกถึงจุดเสียวข้างในทำให้เหม่าสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ลุงหมายซอยเอวรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ แผงอกหนาของเขากระเพื่อมสั่นไหวและบดเบียดเข้ากับหน้าท้องของเหม่าจนกลายเป็นความร้อนที่ไร้ที่สิ้นสุด
“ลุง... ลุงหมาย... ข้าไม่ไหวแล้ว... มันจะ... มันจะขาดใจตายอยู่แล้ว”
เหม่าร้องคราง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านจนเกินขีดจำกัด สองมือจิกแน่นลงบนพื้นแคร่ไม้ไผ่จนเล็บแทบจะจมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ บั้นท้ายที่โด่งขึ้นรับสัมผัสสั่นระริกตามแรงส่งจากช่วงล่างของชายฉกรรจ์ผู้เป็นลุง
ลุงหมายไม่สนใจคำอ้อนวอน แววตาของเขาดุดันและมุ่งมั่นราวกับพญาเสือที่กำลังขย้ำเหยื่อ มือหนาหยาบกร้านขยุ้มบั้นท้ายของเหม่าไว้แน่นจนเป็นรอยนิ้วมือ เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความสะใจ
“เอ็งเป็นคนเริ่มเองนะไอ้เหม่า... อย่ามาขอร้องตอนนี้ เพราะข้าไม่มีทางหยุดให้เอ็งง่ายๆ แน่”
ทุกจังหวะที่ท่อนเอ็นยักษ์ของลุงหมายพุ่งทะลวงเข้าสู่ช่องทางที่คับแน่น มันไม่ได้มีเพียงความเจ็บจุก แต่เป็นความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเหม่ารู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ลุงหมายซอยเอวหนาเข้าใส่ด้วยจังหวะที่หนักแน่นและแม่นยำ ทุกครั้งที่กระแทกเข้ามาจนสุดโคน เขาสัมผัสได้ถึงแรงตอดรัดจากภายในที่กระชับแน่นจนน่าหลงใหล มันคือการตอบสนองที่ทำให้ชายอย่างเขาแทบจะเสียสติ
ป้าบ ป้าบ ปาบ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงไม้แคร่ที่ลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักพัง ลุงหมายยื่นหน้าไปซุกไซ้ซอกคอของเหม่า กลิ่นเหงื่อไคลผสมกลิ่นกายของคนวัยเดียวกันกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้เตลิดเปิดเปิง
“ดูสิเหม่า... ร่างกายเอ็งมันตอบรับข้าดีแค่ไหน... ไหนเอ็งบอกว่าอยากให้ข้าบำบัดให้ไงล่ะ”
“อ๊ะ... ลุง... ข้าชอบ... ชอบที่ลุงทำ... มันรุนแรง... ดิบเถื่อน... เหมือนที่ข้าต้องการจริงๆ”
คำพูดของเหม่ากระตุ้นให้ลุงหมายยิ่งได้ใจ เขาเร่งจังหวะการเย็ดอัดให้เร็วและแรงขึ้นไปอีก ร่างกายของลุงหมายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนกล้ามเนื้อทุกมัดเห็นชัดเจนใต้แสงสลัว แผงอกหนาแน่นของเขาบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังของเหม่าซ้ำๆ ราวกับจะหลอมรวมเนื้อตัวให้เป็นหนึ่งเดียว ลุงหมายคว้าเอวเหม่าไว้มั่นแล้วออกแรงเหวี่ยงกระแทกจากด้านหลังอย่างหนักหน่วงจนเหม่าต้องร้องครางออกมาดังลั่นเรือน
“มันต้องอย่างนี้สิ... ข้าจะเย็ดให้เอ็งจนจำไปถึงวันตายเลย”
ลุงหมายคำรามลั่น เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเป็นชายที่ใหญ่โตของเขาสัมผัสถูกจุดเสียวลึกๆ ของเหม่าทุกครั้งที่ขยับเข้าออก ทำให้เหม่ารู้สึกเหมือนตกอยู่ในวังวนของพายุที่ไม่มีวันสงบลง
“ลุงหมาย... ลึก... อ๊า... ลึกเข้าไปอีก”
เหม่าร้องสั่งเสียงสั่น เขาไม่รู้แล้วว่าความเจ็บปวดคืออะไร สิ่งที่เขารับรู้มีเพียงความเสียวซ่านมหาศาลที่ถูกส่งผ่านจากตัวลุงหมายเข้ามาในร่าง ร่างกายของเขาร้อนฉ่าไปหมด น้ำรักจากยกแรกยังคงหล่อลื่นช่องทางให้ท่อนเนื้อยักษ์ของลุงหมายเคลื่อนไหวได้สะดวกและดิบเถื่อนยิ่งขึ้นไปอีก
ลุงหมายรัวสะโพกเข้าใส่เหม่าไม่ยั้ง ราวกับจะระบายความกดดันที่สั่งสมมาตลอดชีวิตผ่านบทรัก ลุงหมายกระแทกเน้นๆ เข้าใส่ร่องสวาทของหลานชายทุกจังหวะ ทุกครั้งที่ตัวตนของเขากระแทกปะทะกับร่องกระดูกเชิงกรานของเหม่า มันเกิดแรงสะเทือนที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับครางลั่นออกมาพร้อมกัน
บรรยากาศใต้ถุนเรือนไม้ไผ่ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีแห่งกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ทั้งคู่โรมรันพันตูกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปมาท่ามกลางความมืดมิด ลุงหมายยังคงเดินหน้ากระแทกกระทั้นด้วยแรงอัดที่ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย
“โอ้ววววววว ข้าแตกอีกแล้วเหม่า....ซี๊ดดดดดดดดดด”
เสียงหอบหายใจของชายสองคนค่อยๆ แผ่วเบาลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงัดใต้ถุนเรือน แคร่ไม้ไผ่ที่เคยส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดบัดนี้หยุดนิ่งลง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวรักที่อบอวลปนไปกับกลิ่นไอเหงื่อไคลของคนวัยเดียวกัน
ลุงหมายที่สติเริ่มกลับมาครบถ้วนค่อยๆ พลิกกายหนากำยำของตนเองเข้ามาแนบชิดกับแผ่นหลังของเหม่า วงแขนที่แข็งแกร่งดั่งท่อนซุงโอบกอดร่างของหลานชายไว้จากทางด้านหลังอย่างหวงแหน อกหนาบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังของเหม่าจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากบทรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เหม่านอนนิ่ง ปล่อยให้ความเจ็บจุกจากการถูกกระแทกอย่างหนักหน่วงค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง เขาหลับตาลงพึมพำกับตัวเองในใจ ‘จบแล้ว... กรรมของพ่อที่คอยหลอกหลอนเรา ข้าได้ทำลายมันลงด้วยเลือดและน้ำรักนี้แล้ว ต่อจากนี้ไป พ่อจะปลอดภัย’ ความโล่งอกที่ได้รับนั้นมหาศาลจนแทบจะกลบความระบมช้ำไปจนหมดสิ้น
ลุงหมายเริ่มขยับปลายจมูก สูดดมกลิ่นกายที่หอมอบอวลจากแผ่นหลังของหลานชาย ก่อนจะเริ่มพรมจูบลงไปอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหลงใหล เริ่มตั้งแต่ยอดไหล่ลงไปจนถึงแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อ สัมผัสที่อ่อนโยนจากชายที่เพิ่งจะดิบเถื่อนใส่เมื่อครู่ทำให้เหม่าขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เหม่า...” เสียงของลุงหมายแหบพร่าและสั่นเครือ “เรื่องของเราวันนี้... ให้มันเป็นความลับนะ อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด แม้แต่พ่อของเอ็งก็ห้ามรู้”
“ข้าเข้าใจลุง... เรื่องนี้เราจะเก็บไว้เป็นความลับของเราสองคน”
เหม่าลืมตาขึ้นเล็กน้อย ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ลุงหมายกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาหยาบกร้านเริ่มลูบไล้ลงไปตามสะโพกที่สั่นเทาของหลานชายอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้เหม่าต้องตกใจ
“แต่ว่านะ... ร่างกายเอ็งมันทำให้ข้าหยุดไม่อยู่จริงๆ... ข้ายังไม่พอ ขออีกสักยกนะหลานชาย”
คำขอนั้นไม่ได้เป็นคำถาม แต่มันคือคำสั่งของสัตว์ร้ายที่ตื่นเต็มตา ลุงหมายไม่รอช้าที่จะนำความแข็งขึงกลับมาจ่อที่ช่องทางของเหม่าอีกครั้ง ครั้งนี้เขากระแทกมันเข้าไปโดยไม่มีการเกริ่นนำ ดิบเถื่อนและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมจนเหม่าต้องร้องครางออกมาสุดเสียง
ในความเป็นจริงยาที่เหม่าให้ไป มันก็ไม่ได้ออกฤทธิ์รุนแรงขนาดนั้นหรอก มันแค่ช่วยให้เลือดไหลเวียนจริงๆ ไม่ได้มีผลให้เกิดราคาที่มากมายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเหม่าคิดว่าคงเป็นที่ตัวของลุงของตนที่ติดใจในตัวเขาซะมากกว่า
ยกนี้ดำเนินไปอย่างยาวนานและดุดัน ลุงหมายเหมือนคนเก็บกดที่ได้ปลดปล่อย ความแข็งแรงของชายวัยห้าสิบปีไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขาเย็ดอัดกระแทกเหม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแสงตะวันเริ่มเปลี่ยนสี ความเร่าร้อนที่ดำเนินไปท่ามกลางเงาไม้ที่ทอดยาว ทำให้เหม่ารู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน