ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 24: ซุปเปอร์เพื่อน_เด็กขี้สงสัยต้องโดนลงโทษจุกมั๊ยละมึง....
"ครับพ่อ...ขอโทษทีครับ กันต์เพิ่งตื่นครับ มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าครับ"
ผมกดโทรศัพท์สายตรงหาพ่อกายด้วยความตื่นตระหนกหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเสียงปลายสายทุ้มต่ำและดูเคร่งเครียดตอบกลับมาจนผมหน้าซีดเผือด
"ห๊ะ...อะไรนะครับ! ตากับยายเข้าโรงพยาบาล... ครับๆกันต์จะรีบกลับเดี๋ยวนี้ครับพ่อ!"
ผมวางสายลงด้วยมือที่สั่นระริกไอ้เจษเห็นอาการไม่ดีจึงรีบเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย
"ตากับยายเป็นอะไรวะไอ้กันต์"
"ยังไม่รู้รายละเอียดเลยมึงพ่อบอกแค่ว่าเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่... เดี๋ยวกูกลับบ้านลุงนัสก่อนนะลุงนัสกับเจ้าเนสก็กำลังเตรียมตัวกันอยู่"
"งั้นกูไปด้วยนะเว้ยอยากกลับไปหาไอ้พีร์กับไอ้ช้างด้วย"
"ได้ๆงั้นมึงรีบเตรียมกระเป๋าเลย เดี๋ยวส่งกูลงไปบอกขออนุญาตอาพลให้มึงก่อน"
ผมรีบวิ่งลงบันไดไปแจ้งอาพลที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกและอานภาที่ง่วนอยู่ในครัวทั้งสองคนตกใจและอนุญาตให้ไอ้เจษเดินทางกลับต่างจังหวัดพร้อมผมทันที
กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงวันรถยนต์ของลุงนัสก็พาทั้งเนส ผม และไอ้เจษมาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอเพื่อเข้าเยี่ยมอาการก่อนกลับเข้าบ้าน พอไปถึงห้องผู้ป่วยชายรวมภาพแรกที่เห็นคือป้าพิกุลนั่งประคองยายนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยผมไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปจับมือยายด้วยความห่วงใย
"ยาย...ยายเป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนมากไหม"
"ยายไม่เป็นไรมากหรอกลูกกันต์...เจ็บยอกฟกช้ำนิดหน่อย" ยายตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปลายนิ้วเหี่ยวย่นยื่นมาลูบแก้มผมเบาๆ
ปกติผมกับยายแทบจะไม่ค่อยลงรอยกันมีเรื่องระหองระแหงขัดใจกันอยู่เสมอแต่ยามที่ต้องห่างบ้านไปไกลและตกอยู่ในสถานการณ์เจ็บป่วยแบบนี้มันกลับสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ายายรักและเป็นห่วงผมมากแค่ไหนป้าพิกุลเห็นดังนั้นจึงเอ่ยเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
"พอดียืนซื้อของอยู่ริมถนนน่ะกันต์บังเอิญมีรถมอเตอร์ไซค์เสียหลักพุ่งเข้ามาชน ตาเขาบังยายไว้เลยเจ็บหนักหน่อยขาเจ็บ แขนหัก ตอนนี้พ่อกายพาตาไปเข้าห้อง CT สแกนตรวจเช็กสมองอยู่ส่วนยายกับป้าแค่ฟกช้ำนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"
ไม่นานนักพ่อกายก็ประคองเข็นรถตาเดินตามบุรุษพยบาลย้อนกลับเข้ามาในห้องผู้ป่วยผมรีบวิ่งเข้าไปหาตาทันที
"ตา!ตาเป็นยังไงบ้างครับ"
"ใจเย็นๆก่อนไอ้กันต์ คุณหมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ให้พักดูอาการที่โรงพยาบาลสัก 3-4วันก็กลับบ้านได้แล้ว" พ่อกายเอ่ยเสริมเพื่อให้อุ่นใจ
เนื่องจากมีญาติมาเยี่ยมกันหลายคนพยาบาลประจำเคาน์เตอร์จึงเดินเข้ามาแจ้งให้ญาติๆออกไปรอที่ด้านนอกเพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวนคนไข้เตียงอื่น ลุงนัสจึงอาสาเสนอตัว
"เอางี้เดี๋ยวพาทุกคนกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน เดี๋ยวพี่อยู่เฝ้าเป็นเพื่อนตาเอง"
"กันต์ขออยู่เฝ้าตาด้วยคนครับลุงนัส"ผมรีบแทรกขึ้น
"งั้นกูไปหาไอ้พีร์กับไอ้ช้างก่อนนะมึงเย็นๆ จะแวะมาเยี่ยมตาอีกรอบ" ไอ้เจษหันมาบอกผม
ทุกคนแยกย้ายกันกลับเหลือเพียงผมและลุงนัสคอยดูแลตา ผมคอยประคบประหงมหยิบจับน้ำท่าและป้อนขนมดูแลตาอย่างทะนุถนอม ราวกับตาเป็นเด็กเล็กๆ จนตาหัวเราะร่าในลำคอ
"ตาไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้นหรอกน่ามึงมานั่งคุยกันเฉยๆ ก็พอแล้ว"
"หิวไหมกันต์เดี๋ยวลุงออกไปหาซื้อของกินหน้าโรงพยาบาลหน่อย" ลุงนัสถาม
"อะไรก็ได้ครับลุง"
หลังจากลุงนัสเดินออกไปผมก็นั่งลงข้างเตียง เล่าเรื่องราวชีวิตการเรียนและผู้คนในกรุงเทพฯให้ตาฟังอย่างออกรสเสียงคุยโต้ตอบและบรรยากาศอบอุ่นทำเอาผู้ป่วยเตียงใกล้เคียงต่างหันมามองด้วยความเอ็นดู
"น่าอิจฉาตาแกจริงๆเว้ย มีหลานชายทั้งหล่อ ทั้งดูแลประคบประหงมดีขนาดนี้" คนไข้เตียงข้างๆเอ่ยชม
ห้องพักที่ตาอยู่นั้นเป็นห้องโถงผู้ป่วยชายรวมล็อกเตียงของตามีทั้งหมด 6 เตียงมีคนไข้อื่นนอนรักษาตัวอยู่ 5 เตียงโดยตาได้นอนเตียงริมสุดติดหน้าต่างและเตียงฝั่งตรงข้ามเพิ่งจะว่างลงเพราะคนไข้เก่าเพิ่งหมออนุญาตให้กลับบ้านไปเมื่อเช้านี้เอง
ตกเย็นวันนั้นไอ้เจษก็พาไอ้พีร์และไอ้ช้างเดินทางมาเยี่ยมอาการของตาถึงโรงพยาบาลคืนนี้พ่อกายอาสาเฝ้าไข้อยู่เป็นเพื่อนตาเพื่อให้ผมและลุงนัสได้กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน
ป้าพิกุลจัดเตรียมทำกับข้าวกับปลาไว้หลายอย่างบรรยากาศช่วงค่ำในเรือนไม้จึงมีการตั้งวงดื่มเบียร์กันนิดหน่อยพอเป็นพิธี คืนนี้ไอ้พีร์และไอ้ช้างขอปูฟูกนอนค้างที่บ้านด้วยพวกเราเลยปูเสื่อจัดที่นอนกันตรงโถงกลางบ้านส่วนลุงนัสไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเด็กๆ จึงแยกตัวเข้าไปนอนในห้องกับป้าพิกุลซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าลุงนัสไม่ได้กลับมาหาป้าพิกุลนานมากแล้ว เนื่องจากคืนนี้มีถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่ดึกผม ไอ้เจษ และไอ้พีร์จึงนั่งล้อมวงรอดูทีวีด้วยกันส่วนไอ้ช้างและเจ้าเนสที่ทนความง่วงไม่ไหวก็เคลิ้มหลับไปก่อน
ซี๊ดดด... อ๊าส์... ซี๊ดดด...อ๊าส์...
จู่ๆเสียงครางกระสันหวานหยดของป้าพิกุลก็แผดดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอน ทั้งผม ไอ้เจษและไอ้พีร์ต่างหันหน้ามาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมายสายตาฉายแววรู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดไอ้เจษผู้อยากรู้อยากเห็นพยักหน้ารับเป็นสัญญาณชวนผมและไอ้พีร์ย่องเบาไปหารูกระดานส่องดูข้างห้อง
ผมไม่อยากขัดใจเพื่อนจึงยอมก้าวตามไปทั้งสามคนย่องอ้อมไปทางหลังบ้าน พยายามมองหาช่องไม้ส่อง แต่ก็ต้องผิดหวังกลับมาเพราะภายในห้องนอนปิดไฟมืดสนิท มืดจนมองไม่เห็นสิ่งใดสุดท้ายพวกเราจึงต้องย้อนกลับมานั่งฝ่าความเซ็งดูฟุตบอลกันต่อ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่เสียงประตูห้องนอนก็เปิดออก ลุงนัสเดินก้าวออกมาพร้อมป้าพิกุลพากันแทรกตัวเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกาย หลังจากนั้นลุงนัสก็เดินย้อนกลับมานั่งลงบนโซฟาข้างผมเพื่อดูฟุตบอลต่อแล้วปล่อยให้ป้าพิกุลเข้าไปนอนพักผ่อน พวกเราสามคนจ้องมองหน้าลุงนัสแล้วอมยิ้มมีเลศนัยลุงนัสเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
"มีอะไรกันวะพวกมึง...หน้าลุงมีอะไรติดอยู่หรือไง"
ผมอดใจไม่ไหวเลยเอ่ยแซว"เสียงดังลั่นบ้านเลยนะลุง..." ลุงนัสถึงกับหน้าแดงก่ำเขินอายที่โดนหลานๆ จับได้ว่าจัดหนักป้าพิกุลไปชุดใหญ่
กระทั่งเข้าสู่การแข่งขันครึ่งหลังไอ้เจษและไอ้พีร์เริ่มทนความเพลียไม่ไหวนั่งผงกหัวสัปหงกจนกระทั่งเผลอหลับสนิทไปบนฟูกนอน บริเวณมุมโซฟา เหลือเพียงผมและลุงนัสที่นั่งอยู่ใกล้กันลุงนัสส่งฝ่ามือสากมาออกแรงลูบไล้ต้นขาของผมเบาๆผ่านเนื้อผ้าขาสั้นอยู่นานหลายนาที
ผมเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปจับฝ่ามือของลุงนัสดึงนำทางมาวางทาบลงบนเป้ากางเกงของผม ออกแรงบีบเค้นจนแก่นกาย ขยายลำแข็งปั๋ง ชูชันดันเนื้อผ้าออกมาสู้มือเพื่อเพิ่มความเสียวซ่านตื่นเต้นลุงนัสสอดฝ่ามือมุดเข้าไปในกางเกงขาสั้นงัดเอาท่อนเอ็นยักษ์ปูดเส้นเลือดของผมออกมาผงาดสัมผัสอากาศด้านนอกนานมากแล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสรสลิ้นของลุงนัส เพราะแม้ตอนอยู่กรุงเทพฯจะพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่ก็แทบไม่ได้มีเวลาอยู่กันตามลำพัง
ผมส่งฝ่ามือไปประคองกุมศรีษะของลุงนัสกดดึงให้ก้มต่ำลงมาหาแก่นกายของผม ลุงนัสไม่ได้ออกแรงขัดขืนแกก้มหน้าลงมาเนิบนาบจนปลายจมูกโดนท่อนเนื้ออุ่นร้อน
ลุงนัสใช้ฝ่ามือกุมจับท่อนเอ็นของผมรูดถอกหนังหุ้มปลายลงเบาๆ จนส่วนหัวเห็ดบานฉ่ำเผยโฉมจากนั้นแกก็สอดปลายลิ้นสากตวัดเลียนวดวนรอบร่องหัวหยักอย่างช่ำชอง
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... ซี๊ดดด... อ๊าส์..." ผมสูดปากครางพร่าต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่าน
ขณะที่ผมและลุงนัสกำลังดำดิ่งเข้าสู่ความเสียวซ่านในความเงียบสลัวของโถงบ้านจู่ๆ ไอ้เจษก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาผงกหัวตะโกนร้องลั่น
"เย้...!!!เข้าแล้วโว้ย!"
มันดีใจสุดขีดที่ทีมฟุตบอลที่เชียร์อยู่ทำประตูชัยได้ก่อนหมดเวลาเฉียดฉิวเสียงตะโกนทำเอาทุกคนที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นกันยกใหญ่ รวมถึงผมและลุงนัสที่รีบผละตัวออกจากกันแทบไม่ทันไอ้เจษหันมามองลุงนัสสลับกับผมด้วยสายตาจับผิด ท่าทางพวกเรามีพิรุธเต็มเปาแต่มันก็ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาระหว่างนั้น
เช้าวันถัดมาระหว่างที่ผมกับไอ้เจษนั่งดูทีวีเพื่อรอต่อคิวเข้าอาบน้ำ ไอ้เจษก็หันมาถามผมตรงๆน้ำเสียงคาดคั้น "เมื่อคืนมึงกับลุงนัสทำอะไรกันวะไอ้กันต์"
"อะไร...ทำอะไรของมึง มึงพูดเรื่องอะไรวะ" ผมกลบเกลื่อน
"เอ้าไอ้สัส! กูเห็นแว้บๆ อยู่เรื่อยนะว่าลุงนัสเหมือนจะก้มลงไปนอนหนุนตักมึงน่ะ"
"บ้าแล้วมึงมโนคิดอะไรของมึงเนี่ย เพ้อเจ้อละ!"
แม้ผมจะปฏิเสธเสียงแข็งแต่ใบหน้าที่ร้อนผ่าวและหลบสายตากลับยิ่งฉายความมีพิรุธผมรีบผุดลุกขึ้นแทรกตัวเข้าห้องอาบน้ำต่อจากไอ้พีร์ทันทีไอ้พีร์เดินออกมาเห็นอาการของผมจึงหันไปเอ่ยถามไอ้เจษ
"ไอ้กันต์เป็นอะไรของมันวะดูรีบๆ แถมหน้าแดงแปลกๆ"
"มึงรอให้กูพิสูจน์ให้ได้ก่อนเถอะเดี๋ยวค่อยบอกมึง" ไอ้เจษตอบยิ้มๆ อย่างมีแผนในใจ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าพร้อมหน้าลุงนัสก็ขับรถพาทุกคนเดินทางไปเยี่ยมอาการของตาที่โรงพยาบาลพอไปถึงก็ต้องยืนรออยู่บริเวณระเบียงด้านนอกห้องผู้ป่วยชายรวมก่อนเนื่องจากหมอกำลังเดินตรวจคนไข้ตามเตียง พอกระบวนการตรวจเสร็จสิ้นพ่อกายก็เอ่ยบอกข่าวดีกับทุกคนว่าอีกประมาณสองวันตาก็สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว
ช่วงกะกลางวันลุงนัสรับหน้าที่อยู่เฝ้าไข้สลับให้พ่อกายกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน ส่วนพวกเด็กๆตากลัวว่าจะนั่งเบื่ออยู่ในห้องผู้ป่วย จึงเอ่ยปากไล่ให้ไปเที่ยวเล่นกันตามประสา
"ไปๆ...ถ้ามีธุระหรืออยากไปเดินเที่ยวห้างก็พากันไปเถอะ อยู่กับคนแก่ๆในโรงพยาบาลมันน่าเบื่อเปล่าๆ"
ผม ไอ้เจษ ไอ้พีร์ไอ้ช้าง และเจ้าเนส จึงพากันออกไปดูหนังและเดินเล่นในตัวเมืองตลอดทั้งวันกระทั่งช่วงเย็นพวกเราก็เดินทางย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลลุงนัสแจ้งว่าคืนนี้แกจะเป็นคนนอนเฝ้าตาเองแต่จะขอแวะกลับไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่บ้านก่อนผมที่กลัวลุงนัสจะเหนื่อยเกินไปจึงเสนอตัวขอไปเฝ้าตาด้วยคนส่วนไอ้เจษที่ยังติดใจสงสัยเรื่องเมื่อคืนก็รีบเอ่ยปากขอตามไปเฝ้าด้วยทันทีคืนนี้ไอ้พีร์และไอ้ช้างจึงแยกย้ายกลับไปนอนพักที่บ้านตนเอง
ยามค่ำคืนในห้องผู้ป่วยชายรวมบรรยากาศเงียบสงบลงอย่างเห็นได้ชัด โซนเตียงของตาเหลือคนไข้นอนรักษาตัวอยู่เพียง 3 คนเท่านั้นเพราะหมออนุญาตให้เตียงอื่นกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงมีเตียงว่างเว้นอยู่หลายเตียงช่วงหัวค่ำผมกับไอ้เจษนั่งคุยเป็นเพื่อนตารอนอนสลับกะกับลุงนัสที่ขอตัวงีบหลับเอาแรงก่อน
จนกระทั่งเวลาหมุนผ่านไปเกือบสี่ทุ่มไอ้เจษเริ่มสัปหงกง่วงนอน ผมจึงบอกให้มันเลือกนอนพักบนเตียงว่างได้ตามสะดวกไอ้เจษจึงเลือกปีนขึ้นไปนอนบนเตียงฝั่งตรงข้ามตา สักพักลุงนัสก็ตื่นมาเปลี่ยนกะ ให้ผมไปนอนพักบ้างผมจึงเลือกนอนเตียงข้างๆ ไอ้เจษ ด้วยความเพลียจากการเดินเที่ยวมาทั้งวันไอ้เจษก็หลับสนิททันทีที่หัวถึงหมอน
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงด้วยความที่ยังมีเรื่องค้างคาใจ ไอ้เจษจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกสายตามองตรงไปยังเตียงของตา ปรากฏว่าลุงนัสไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วพอลองมองย้อนกลับมาเตียงข้างๆ ที่ผมควรจะนอนพักอยู่ ก็พบเพียงความว่างเปล่า!
ความสงสัยปะทุขึ้นทันทีไอ้เจษรีบก้าวลงจากเตียง ย่องเบาตรงไปยังห้องน้ำของโรงพยาบาลเป็นอันดับแรกทว่าผลลัพธ์กลับว่างเปล่า ประตูทุกห้องเปิดอ้า ไม่มีใครอยู่ภายในไอ้เจษยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้... 'รถลุงนัส!'
มันจำได้ว่าลุงนัสขับรถไปจอดไว้ค่อนข้างไกลจากตึกผู้ป่วยบริเวณริมรั้วท้ายโรงพยาบาล โซนนั้นมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นแต่ยามค่ำคืนมันกลับกลายเป็นมุมอับสายตาที่มืดสนิทและปลอดภัยที่สุด ไอ้เจษตัดสินใจย่องเบาตัดผ่านลานจอดรถมุ่งตรงไปยังตำแหน่งนั้นทันที
ทว่า พอเข้าใกล้ตัวรถไอ้เจษก็ต้องชะงักกึก อ้าปากค้างด้วยความตกใจ!
ข้างตัวรถในมุมมืดร่างที่กำลังนัวเนียกันอยู่กลับไม่ใช่ลุงนัสกับผมอย่างที่มันคิดไว้...แต่กลายเป็นลุงนัสกับหญิงสาววัยกลางคนรูปร่างอวบอัด เจ้าเนื้อซึ่งไอ้เจษย่อตัวลงเพ่งมองชัดๆ ก็จำได้ทันทีว่า เธอคือป้าวัย 50 กว่าๆภรรยาของลุงคนไข้เตียงถัดไปจากเตียงของตานั่นเอง!
หญิงสาวเจ้าเนื้ออยู่ในท่าคุกเข่าสี่ขาก้มหน้าโก้งโค้ง โดยมีลุงนัสจับเอวของเธอไว้แน่น กระหน่ำแทงมังกรลำเขื่องอัดแทรกเข้าช่องทางสวาทจากด้านหลังเสียงเนื้อกระทบกันดัง ตั๊บๆๆๆๆ! ถี่ยิบฝ่าความเงียบยามดึกสอดรับกับเสียงสูดปากครางกระสันแผ่วเบาของหญิงสาว
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... ซี๊ดดด... อ๊าส์..."
ไอ้เจษจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงทั้งตัวสั่นและขาเกร็งจนเริ่มเป็นเหน็บชา มันตั้งใจจะย่อตัวถอยหลังลุกขึ้นเดินหนีแต่ทว่าก้าวพลาดไปเหยียบเข้ากับเศษกิ่งไม้แห้งบนพื้นอย่างจัง!
แกร๊ก...!
"โอ๊ย...!" ไอ้เจษอุทานหลุดปาก
ทั้งลุงนัสและหญิงสาวเจ้าเนื้อถึงกับชะงักกิจกรรมสวาทหยุดลงทันที ทั้งคู่หันขวับมามองทางต้นเสียงหญิงสาวตกใจสุดขีดยิ่งกว่าลุงนัสรีบกุลีกุจอคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แล้ววิ่งหนีหายไปในตึกผู้ป่วยอย่างลนลานทิ้งให้ลุงนัสยืนเอ๋อมองตาม
ทว่าสิ่งที่ทำให้ไอ้เจษต้องตกตะลึงรอบสอง คือลุงนัสยืนอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนไร้เสื้อผ้าปกปิด แก่นกายลำเขื่องที่ยังสวมถุงยางอนามัยเอาไว้นั้นยังคงแข็งปั๋งชูชันตั้งโด่สู้สายตา โดยที่ลุงนัสไม่มีท่าทีตกใจหรืออับอายแม้แต่น้อย
"ขอโทษทีครับลุง...พอดีเจษเดินตามหาไอ้กันต์ ไม่คิดว่าจะมาเจอลุง..." ไอ้เจษละล่ำละลักบอก
"เออๆ...ไม่เป็นไร"
ลุงนัสเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะก้าวขาเดินตรงเข้ามาหาไอ้เจษที่ยืนตัวแข็งทื่อรอยยิ้มมีเลศนัยผุดขึ้นบนใบหน้าของนายตำรวจวัยกลางคน
"แต่เอ็งแอบดูลุงแบบนี้...เอ็งต้องรับผิดชอบนะเว้ย"
"เชี้ยเอ๊ย...ควยเอ็งใหญ่จังวะ"
เพียงแค่ฝ่ามือสากของลุงนัสได้สอดแทรกเข้าไปสัมผัสเป้ากางเกงของไอ้เจษซึ่งซุกซ่อนมังกรยักษ์ลำอวบหนาไว้ด้านในนายตำรวจใหญ่ก็ถึงกับหลุดปากอุทานออกมาเบาๆ ฝ่าความเงียบยามค่ำคืนไอ้เจษได้แต่ยืนยิ้มแห้ง เกร็งตัวทำอะไรไม่ถูกด้วยความตื่นเต้น
"ไหนๆลุงขอดูมังกรของเอ็งหน่อยดิ๊มันจะใหญ่ขนาดไหนวะ"
ลุงนัสไม่พูดเปล่าแกค่อยๆ รูดซิปกางเกงของไอ้เจษลงช้าๆ สอดฝ่ามือล้วงเข้าไปข้างในแล้วค่อยๆงัดเอาแก่นกายลำเขื่อง เส้นเลือดปูดตามลำเอ็นของไอ้เจษออกมาผงาดสัมผัสอากาศด้านนอก
"เชี้ยยยยยย...ใหญ่เกินไปเปล่าวะเนี่ย"
ลุงนัสถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านเอื้อมมือไปจับกุมรูดซอยเข้าออกเนิบนาบแก่นกายของไอ้เจษก็ผงกหัวรับจังหวะสู้มือทันทีลมพัดผ่านยอดไม้ริมรั้วส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆเสริมบรรยากาศใต้เงามืดข้างตัวรถยนต์ให้ยิ่งดูเปลี่ยวเสน่หาสัมผัสอุ่นสากจากฝ่ามือของลุงนัสกระตุ้นให้อารมณ์สวาทพุ่งสูงขึ้น
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวครับลุง เสียวควยครับลุง... ซี๊ดดด... อ๊าส์..." ไอ้เจษสูดปากครางพร่า
ลุงนัสเอื้อมมือไปจับท่อนแขนไอ้เจษนำฝ่ามือของมันมาวางทาบลงบนแก่นกาย 8 นิ้วปูดเส้นเลือดของแกเองไอ้เจษสอดมือจับกุมท่อนเอ็นของลุงนัส รูดซอยขยับเข้าออกช้าๆ จนลุงนัสเพลอส่งเสียงครางพร่าต่ำในลำคอ
"ซี๊ดดด...อ๊าส์..."
ในที่สุดลุงนัสก็จัดการเปลื้องผ้าไอ้เจษออกจนหมดสิ้น ทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนยืนกอดรัดนัวเนียไซร้ซอกคอกันอย่างหื่นกระหายโดยไม่รู้เลยว่าผมนั่งแอบดูอยู่ตรงมุมอับท้ายรถลมหายใจอุ่นระอุและกลิ่นเหงื่อผู้ชายคละคลุ้งชวนให้สยิวซ่าน
ลุงนัสใช้ริมฝีปากซุกไซร้เลียต่ำลงมาจากซอกคอถึงหัวนมทั้งสองข้างของไอ้เจษ แกแลบลิ้นสากตวัดเลียและออกแรงดูดเม้มสลับซ้ายขวาจนไอ้เจษบิดเกร็งตัว จากนั้นลุงนัสก็ย่อตัวลงนอนคุกเข่าบนพื้นหญ้าสอดฝ่ามือกุมแก่นกาย 7.5 นิ้วของไอ้เจษรูดถอกหนังหุ้มปลายลงช้าๆ
"ควยมึงใหญ่จริงๆเลยสัส..." ลุงนัสอุทานเบาๆ
แกบรรจงแลบลิ้นสากตวัดเลียวนรอบร่องหัวเห็ดบานฉ่ำของไอ้เจษสลับกับการอ้าปากอมดูดขยี้เน้นหนัก แก่นกายลำอวบของไอ้เจษค่อยๆมุดหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นระอุของลุงนัสช้าๆ ชาญเชิงคอลึกของแกทำให้สามารถอมแทรกท่อนเอ็นเข้าไปได้จนเกือบสุดลำโคน
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวควยจังเลยครับลุง... ซี๊ดดด... อ๊าส์!" ไอ้เจษแหงนหน้าครางลั่นฝีปากของลุงนัสเก่งกาจและช่ำชองอมดูดได้เสียวซ่านไม่แพ้พ่อกายเลยสักนิด
ผมที่นั่งแอบดูอยู่ท้ายรถได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อมมือไปลูบเค้นเป้ากางเกงตัวเองความเงี่ยนพุ่งสูงขึ้น แต่ก็ไม่อยากก้าวออกไปขัดจังหวะ
จากนั้นไอ้เจษและลุงนัสก็สลับตำแหน่งกัน เปลี่ยนให้ลุงนัสยืนพิงข้างตัวรถส่วนไอ้เจษเป็นฝ่ายก้มลงทำหน้าที่บ้าง มันเริ่มจากซุกไซร้ซอกคอหนาของลุงนัสเลียตวัดหัวนมทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่า สอดมือจับแก่นกาย 8 นิ้วของลุงนัสรูดถอกหนังหุ้มปลายเปิดสุดลำ
"เชี้ยยยย...ควยลุงนัสก็ใหญ่เหมือนกันนะครับเนี่ย ใครโดนเยดเข้าไปมีหวังจุกตายแน่ๆ" ไอ้เจษแซว
"อยากลองไหมล่ะมึง" ลุงนัสยิ้มมุมปาก
ไอ้เจษอมยิ้มก้มหน้าลงประชิดแก่นกายยักษ์ ใช้ลิ้นสากตวัดเลียวนรอบหัวเห็ดบานฉ่ำสลับกับการอมดูดขยี้เน้นหนัก จนลุงนัสเกร็งเอวครางเสียวไม่หยุด
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... ซี๊ดดด... อ๊าส์..."
ไอ้เจษครอบปากกว้างกลืนกินท่อนเอ็นยักษ์ 8 นิ้วของลุงนัสเข้าไปในโพรงปากจนเกือบสุดลำโคนท่อนเนื้อปูดเส้นเลือดขดเคี่ยวผลุบเข้าผลุบออกจากปากเป็นจังหวะบางจังหวะลุงนัสเสียวจนทนไม่ไหว ส่งมือไปจับศรีษะไอ้เจษกดแช่ค้างไว้แน่น
"แคั่กๆๆๆ...อ๊อกๆๆๆ... โอ๊ย! หายใจไม่ออกครับลุง!" ไอ้เจษผละปากออกมาร้องบอก
"ขอโทษทีมึง...ลุงเสียวเพลินไปหน่อย งั้นเดี๋ยวเอ็งลงไปนอนนะ ลุงจะจัดให้เสียวๆ"
พูลลุงนัสพูดจบไอ้เจษก็ลงไปนอนราบบนเบาะที่นอนปิคนิคแบบพกพาที่ลุงนัสปูเตรียมไว้ข้างรถลุงนัสก้มลงใช้ปากอมดูดแก่นกายของไอ้เจษอีกครั้งสั้นๆก่อนจะใช้นิ้วมือจับแยกขาทั้งสองข้างของไอ้เจษกางกว้างออกนำหมอนปิคนิกรองใต้บั้นท้าย แล้วย่อตัวคุกเข่าแทรกตรงหว่างขา จับแก่นกาย 8 นิ้วจ่อประชิดช่องทางสวาทด้านหลัง
"เบาๆนะครับลุง... ผมยังไม่เคย โดนแบบนี้ ผมกลัวเจ็บ"ไอ้เจษเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
ผมที่แอบดูอยู่ถึงกับหลุดอุทานเบาๆในใจ 'ห๊ะ... อะไรนะ!ไม่เคยเหรอวะมึง!'
"ได้สิมึง...ลุงจะทำเบาๆ"
ลุงนัสตอบรับทันใดนั้นแกก็เกร็งสะโพกดันท่อนเอ็นยักษ์ 8 นิ้วมุดแทรกเข้าไปในช่องทางสวาทของไอ้เจษช้าๆ
"โอ๊ยยย...จุกครับลุง! ช้าๆ ครับ... โอ๊ยยย เสียว! ซี๊ดดด... เจ็บๆๆ!"
ไอ้เจษทั้งร้องเจ็บทั้งร้องเสียวปะปนกันลั่นมุมมืดลุงนัสแช่ท่อนเนื้อค้างไว้เนิ่นนานเพื่อให้ช่องทางปรับตัวจนกระทั่งแก่นกายลำเขื่องดันแทรกเข้าไปได้จนสุดลำโคนชนลึกกึกแน่นแป้ง!
สายลมยามดึกพัดเอื่อยผ่านเงาไม้มืดมิดริมรั้วโรงพยาบาลอากาศรอบกายอบอ้าวด้วยไอความร้อนและกลิ่นเหงื่อผู้ชายที่คละคลุ้งผมยืนแอบมองลุงนัสกำลังเบียดแทรกท่อนเอ็นยักษ์ 8 นิ้วอัดเข้าช่องทางสวาทของไอ้เจษอยู่นาน จนมังกรใต้กางเกงของผมตื่นตัวคัดพองขยายลำแข็งปั๋งเป็นท่อนเหล็กสัมผัสอุ่นร้อนและหยดน้ำหล่อลื่นใสๆ เยิ้มซึมออกมาจนเปียกชื้นกางเกงใน
เมื่อทนความเงี่ยนซ่านบีบคั้นไม่ไหวผมจึงจัดการปลดกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในลงไปกองที่ข้อเท้าส่งฝ่ามือกุมกำแก่นกายลำเขื่องของตนเอง รูดซอยขึ้นลงเนิบนาบแล้วก้าวขาเดินออกจากเงามืดข้างตัวรถ มุ่งตรงเข้าไปหาลุงนัสและไอ้เจษทันที
"โห...ลุงนัส เยดไม่รอกันต์เลยนะ กันต์อุตส่าห์รีบวิ่งไปซื้อถุงยางมาเผื่อแล้วเนี่ย"ผมเอ่ยแซวรอยยิ้มมีเลศนัย
"เอ๊ย...!มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ลุงตกใจหมดเลยมึง!" ลุงนัสชะงักกึก หันมามองผมตาค้าง
"กันต์ยืนดูตั้งนานแล้วลุงไม่หันมองซ้ายมองขวากันเลยนะ... เป็นไงบ้างไอ้เจษ เสียวรูไหมวะมึง"
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวมากเลยว่ะไอ้กันต์!" ไอ้เจษตอบด้วยน้ำเสียงกระสันพร่าปากครางระงม บั้นท้ายเด้งรับจังหวะตอกอัดท่อนเอ็นของลุงนัสอย่างบ้าคลั่ง
ผมไม่รอช้าย้ายกายไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลุงนัส จ่อแก่นกายเส้นเลือดปูดโปนลามลำควยเข้าประชิดใบหน้าของแกพร้อมกับส่งฝ่ามือไปกดศรีษะลุงนัสลงมาเบาๆ ลุงนัสที่กำลังเกร็งสะโพกขย่มเอวใส่รูถ้ำของไอ้เจษหันหน้ามาอ้าปากกว้าง ครอบงำงับส่วนหัวเห็ดบานฉ่ำของผมเข้าไปทันทีแกออกแรงอมดูดเบาๆ สลับกับสอดลิ้นสากตวัดเลียนวดวนรอบร่องหัวหยักช่ำชอง
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวครับลุง!" ผมสูดปากครางลั่น
ไอ้เจษที่ถูกลุงนัสซอยเอวใส่จากด้านหลังและเห็นภาพผมโดนลุงนัสอมดูดควยก็หลุดปากอุทานตาโต "เชี้ยเอ๊ยไอ้กันต์! มึงกับลุงนัสเคย... ซี๊ดดด... อ๊าส์!เสียว!"
ลุงนัสใช้ริมฝีปากและลิ้นสากอมดูดรูดซอยท่อนเนื้อของผมเข้าออกอย่างช่ำชองโพรงปากอุ่นระอุและแรงดูดหนักแน่นทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งลำเอ็น พวกเราทั้งสามคนแบ่งปันความเสียวและแรงตัณหากันอยู่ครู่ใหญ่ผมจึงเอ่ยปากขอเปลี่ยนท่วงท่า ลุงนัสสลับเปลี่ยนลงไปนอนคุกเข่าสี่ขาในท่าโก้งโค้งบนเบาะปิคนิคไอ้เจษขยับเข้ามาคุกเข่าต่อด้านหลัง นำแก่นกายของมันจ่อส่วนหัวเห็ดเข้าประชิดรูถ้ำของลุงนัสแล้วค่อยๆ ดันสะโพกส่งท่อนเนื้อเบียดแทรกเข้าไปช้าๆ
"เบาๆ...เบาๆ หน่อยไอ้เจษ ควยมึงใหญ่สัส กูเจ็บ!" ลุงนัสร้องท้วง
"ได้ครับลุงผมจะทำเบาๆ ครับ"
"โอ๊ยๆ...จุกๆ! เจ็บว่ะสัส... โอ๊ยยย เสียว! อูยยย... จุกๆ เบาๆ สัส ควยใหญ่ฉิบหาย!"
ลุงนัสครางร้องไม่เป็นภาษาเมื่อถูกท่อนเอ็นลำเขื่องของไอ้เจษอัดแทรกเข้ามาทว่าพอท่อนเนื้อของมันมุดผ่านเข้าไปได้ครึ่งลำลุงนัสกลับเปลี่ยนเป็นส่งเสียงครางเสียวพร่ากระส่าน
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวว่ะ! ซี๊ดดด... อ๊าส์!"
"รูลุงนัสโคตรฟิตเลยครับแน่นและตอดดีจัง เสียวควยมากเลยครับลุง!"
"ดันเข้าไปให้สุดเลยมึง...ลุงเสียว!"
ส่วนผมย้ายไปยืนอยู่ตรงหน้าไอ้เจษจ่อแก่นกายนิ้วเข้าประชิดปากมันทันที ไอ้เจษอ้าปากกว้างครอบงำงับท่อนเนื้อของผมลงไปอมดูดรูดซอยเข้าออกสอดรับกับจังหวะที่มันเกร็งสะโพกตอกอัดท่อนเอ็นใส่รูถ้ำลุงนัสอย่างดุเดือดแก่นกายของผมผลุบเข้าผลุบออกจากโพรงปากอุ่นของไอ้เจษ เกิดเสียงดัง จ๊วบๆๆ! เพิ่มความเสียวซ่านถึงขีดสุด
จากนั้นผมเดินอ้อมไปยืนซ้อนด้านหลังไอ้เจษส่งมือไปกดแผ่นหลังของมันให้โน้มตัวลงไปข้างหน้า นำแก่นกายจ่อส่วนหัวเห็ดเบียดแทรกเข้าช่องทางสวาทด้านหลังของไอ้เจษไอ้เจษต้องหยุดจังหวะซอยเอวใส่ลุงนัสชั่วครู่เพื่อให้ผมดันท่อนเนื้อแทรกเข้าไปได้ง่ายขึ้น
"โอ๊ยยย...ไอ้กันต์! เบาๆ ดิวะ กูจุก! เชี้ยเอ๊ยสัส เจ็บ!" ไอ้เจษโวยวาย
"เออทนหน่อยดิวะ เดี๋ยวก็ได้เสียวแล้วมึง"
พอแก่นกายของผมมุดแทรกเข้าช่องทางสวาทของไอ้เจษได้จนสุดลำโคนทั้งผมและไอ้เจษก็เริ่มเกร็งสะโพก โยกซอยท่อนเนื้อประสานจังหวะกันอย่างหนักหน่วง
"เชี้ยเอ๊ย...เสียวสัส! ซี๊ดดด... อ๊าส์! ไม่คิดว่าจะเสียวขนาดนี้เลยว่ะ!" ไอ้เจษครางลั่น
"รูมึงก็ฟิตฉิบหายเลยไอ้เจษ...เชี้ยเอ๊ย เสียวควยสัส!" ผมสับเอวตอกอัดไม่ยั้ง
ส่วนลุงนัสได้แต่นอนคุกเข่ากัดฟันรับแรงกระแทกจากท่อนเอ็นของไอ้เจษที่กระทุ้งสวนเข้ามาเน้นๆเวลาหมุนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงความเสียวซ่านบีบเค้นจนไอ้เจษเกร็งบั้นท้าย
"เชี้ยเอ๊ย...กูจะแตก! กูจะแล้วไอ้กันต์... ซี๊ดดด... อ๊าส์! ไม่ไหวแล้วเชี้ย!"
ทั่งทีที่ไอ้เจษร้องเตือนมันเร่งจังหวะสับสะโพกตอกอัดใส่ลุงนัสถี่ยิบรูถ้ำของมันขมิบรัดแก่นกายของผมแน่นหน่วง ในวินาทีที่น้ำเงี่ยนพุ่งระเบิดไอ้เจษกดสะโพกอัดท่อนเอ็นเข้ารูถ้ำลุงนัสจนสุดลำโคนแช่ค้างไว้เกร็งกระตุกอยู่นานครู่หนึ่ง คลื่นน้ำอสุจิข้าวมันฉีดพ่นอัดแน่นเต็มช่องทางสวาทของลุงนัสจากนั้นไอ้เจษก็ค่อยๆ ถอนแก่นกายออก
คราวนี้ผมเปลี่ยนลงไปนอนหงายราบบนเบาะปิคนิคลุงนัสขยับขึ้นมานั่งคร่อมทับบนตัวผม จับแก่นกายของผมตั้งชันนำช่องทางสวาทจ่อลงบนส่วนหัวเห็ด แล้วค่อยๆ กดน้ำหนักตัวทับลงมา
"ซี๊ดดด...อ๊าส์..." ลุงนัสครางเสียวเบาๆ
แก่นกายของผมมุดแทรกเข้าช่องทางสวาทของลุงนัสจนจมมิดลำโคนลุงนัสไม่รอช้า เริ่มเกร็งสะโพกขย่มตัวขึ้นลงทันที เสียงเนื้อกระทบกันดัง แจ๊ะๆๆๆ! เนื่องจากภายในช่องทางสวาทของลุงนัสยังมีน้ำอสุจิคาวข้นของไอ้เจษคั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก
ไอ้เจษที่ยืนพักเหนื่อยจ้องมองลุงกับหลานร่วมรักกันตาค้าง ผมส่งฝ่ามือไปดึงท่อนแขนไอ้เจษให้ก้มลงมา"ช่วยดูดนมให้กูหน่อยดิไอ้เจษ"
ไอ้เจษไม่รอช้าก้มลงใช้ลิ้นสากตวัดเลียขยี้หัวนมทั้งสองข้างของผมสลับกันเพิ่มความเสียวซ่านทวีคูณ ไม่นานนัก ผมก็เกร็งหน้าท้องสูดปากครางลั่น
"เชี้ยเอ๊ย...กูจะแตก! กูจะแตกแล้ว... ซี๊ดดด... อ๊าส์!"
พอบอกว่าใกล้แตกลุงนัสยิ่งเร่งจังหวะขย่มสะโพกถี่ยิบ ตั๊บๆๆๆๆ!
"แตกแล้วครับ!แตกแล้ว... เชี้ยเอ๊ย!"
น้ำเงี่ยนข้นของผมพุ่งกระฉูดอัดลึกเข้าไปในช่องทางสวาทของลุงนัสทะลักไหลย้อยออกมาตามง่ามขาขนาบท่อนเอ็นขณะที่ลุงนัสยังคงขย่มสะโพกอยู่
หลังจากนั้นลุงนัสขอจัดหนักใส่ไอ้เจษอีกรอบ ไอ้เจษกลับไปนอนคุกเข่าคลานสี่ขาให้ลุงนัสเกร็งสะโพกตอกอัดท่อนเอ็นยักษ์ใส่ช่องทางสวาทอีกครั้งส่วนผมนั่งพักเหนื่อยทอดสายตามองอยู่ข้างๆ
จนกระทั่งลุงนัสเกร็งบั้นท้ายครางลั่น"เชี้ยเอ๊ย... แตก! จะแตกแล้ว... แตกแล้วสัส! เชี้ยยย!" ลุงนัสรีบถอนแก่นกายออกจากรูถ้ำของไอ้เจษใช้นิ้วมือรูดซอยถี่ยิบ น้ำเงี้ยนสีขาวข้นพุ่งกระฉูดเป็นสายสาดสเปรย์เปรอะเต็มแผงหลังเปลือยเปล่าของไอ้เจษกระจายไปทั่วอย่างดุเดือด
พวกเราทั้งสามคนนั่งพักเหนื่อยหอบหายใจฟืดฟาด หยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำรักตามเรือนร่างจัดแจงสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วพากันเดินย้อนกลับมายังห้องพักผู้ป่วยชายรวม
ทว่าพอเดินมาถึงข้างเตียง ก็พบภาพตานั่งอยู่บนเตียง กวาดสายตามองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังตามหาบางสิ่ง
"เอ้า...ตา! ลุกขึ้นมาทำไมครับเนี่ย" ผมตกใจรีบเอ่ยถามแทรกขึ้นมาก่อนที่ตาจะทันถามว่าพวกเราหายไปไหนกันมาทั้งสามคน
"เออๆ...กูปวดเยี่ยว! หาโถใส่เยี่ยวไม่เจอ มาก็ดีแล้ว พากูไปเยี่ยวทีดิ"ตาตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยตามประสาคนแก่
ผมและลุงนัสรีบเข้าไปประคองท่อนแขนพาตาเดินตรงไปยังห้องน้ำในตึกผู้ป่วยกลัวว่าจะไม่ทันแต่สุดท้ายก็พบว่าตาฉี่รดเตียงนอนบางส่วนแต่ก็ยังกั้นไว้ได้อยู่บ้างพอก้าวเข้ามาในห้องน้ำลุงนัสก็ต้องรีบกลับไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ส่วนตาดูจะมีอาการทรงตัวไม่อยู่ร่างกายเซไปมาคงจะนอนอยุ่ที่เตียงมากไป
"เอ๊ย...ตา ไหวไหมเนี่ยครับ" ผมเอ่ยถามห่วงใย
"ไหวๆ...เอ็งออกไปเลย เดี๋ยวข้าฉี่เองได้" ตาบ่นอุบอิบ
ทว่าพอผมกำลังจะหมุนตัวเดินออก ตาแกก็เซโงนเงนไปชนกับบานประตูห้องน้ำเข้าอย่างจัง ตึง!
"เอ๊ยๆๆ...เห็นไหมล่ะ! ไม่ไหวก็บอกไม่ไหว ดิ อย่าทำเป็นเก่งสิตา มาๆเดี๋ยวกันต์พยุงเอง"
ผมรีบประคองร่างตาให้ยืนนิ่งทรงตัวได้จากนั้นจึงบรรจงปลดเชื้อผูดกางเกงและดึงกางเกงของตาลงด้วยความกลัวว่าตาจะฉี่ราดกางเกงไปมากกว่านี้จึงไม่ได้ระมัดระวัง
ทว่า ทันทีที่กางเกงของผูป่วยร่วงไปกองอยู่ที่พื้น...แก่นกายของชายวัย 70 ปีซึ่งยังคงอวบใหญ่ผิวลำเอ็นสีเข้มมากกว่าปกติและเหี่ยวไปตามวัย หัวเห็ดถอกเข้มอย่างน่าทึ่งก็กระดกเด้งผงาดออกมาพร้อมกับฉี่พุ่งกระฉูดด้วยความอัดอั้นมานาน!
ผมจ้องมองภาพตรงหน้าตาค้างก่อนจะหลุดปากอุทานออกมาเบาๆ ฝ่าความเงียบยามดึก...
"เชี้ยยยยยย...ควยตาไม่ธรรมดานะเนี่ยยยยยย...!!!"
.................................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|