ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 22: ซุปเปอร์อาสารวัตร_เอ็งชอบกินไอติมมั๊ยวะ.....
ฝ่ามือหนาสากของอาพลค่อยๆบีบเค้นลงบนต้นขาของผมอย่างเนิบนาบรอยยิ้มกรุ่มกริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของนายตำรวจใหญ่ยามที่แกทอดสายตามองเรือนร่างของผม
"เออ...เอ็งนี่เนื้อแน่นดีจังว่ะ ออกกำลังกายบ่อยไหมเนี่ย" อาพลเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ
"ก็...ก็มีบ้างครับอา บางทีผมก็ไปวิ่งแถวสวนสาธารณะครับ" ผมตอบอึกอักหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ
ฝ่ามือของแกไม่หยุดเพียงแค่นั้นลูบไล้ต่ำจากต้นขาขึ้นมาตามลำตัว ผ่านหน้าท้องแบนราบจนผมรู้สึกสยิววูบวาบเกร็งตัวแข็งทื่อไปทั้งร่างไอความร้อนจากฝ่ามือของนายตำรวจวัยสี่สิบเอ็ดปีแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าขาสั้นจนผมขนลุกซู่
"เออ...แผงอกก็แน่นปั๋งเลยว่ะ น่ามาสมัครเป็นตำรวจเหมือนอานะ ไม่เหมือนไอ้เจษ...รายนั้นยังต้องเคี่ยวฝึกปั๊มกล้ามเนื้ออีกเยอะ"
"คั...ครับอา"
อาพลลูบไล้ฝ่ามือขึ้นมาถึงหัวไหล่หนาเอื้อนเอ่ยปากชื่นชมรูปร่างของผมไม่ขาดสาย ก่อนจะค่อยๆ สไลด์ฝ่ามือต่ำลงมาตามลำแขนจนกระทั่งสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของผม
"ทำไมตัวสั่นขนาดนี้ล่ะมึงหนาวแอร์ หรือว่ากำลังเสียวอยู่วะ" อาพลหัวเราะทุ้มในลำคอ
"ปะ...เปล่าครับอา"
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งรับจู่ๆ อาพลก็กุมกระชับฝ่ามือของผมออกแรงดึงให้ยกขึ้นไปวางทาบลงบนเป้ากางเกงขาสั้นลำลองของแกซึ่งมีมังกรยักษ์หลบซ่อนตัวอยู่ในสภาพกึ่งอ่อนกึ่งแข็งอาพลใช้ฝ่ามือของแกกดทับมือผมให้ลูบคลึงวนเวียนอยู่บนท่อนเนื้อนั้นไปมาอย่างมีเชิงชั้น
ความอุ่นสากและขนาดความยาวใหญ่เริ่มกระตุกรับสัมผัสขยายลำพองตื่นตัวสู้มือขึ้นมาทีละนิด จนกระทั่งอาพลคลายฝ่ามือออก แกทิ้งตัวเอนหลังพิงพนักโซฟากางแขนและกางขาออกกว้าง ท่าทางเหมือนเหยื่อที่ยินยอมพร้อมใจให้ผมขย้ำ
ฝ่ามือของผมยังคงวางทาบอยู่บนตักของแกมันสั่นระริกด้วยความตระหนก ทว่ามังกรยักษ์ใต้กางเกงของอาพลกลับกระตุกเกร็ง ดึ๋ง... ดึ๋ง... ดันสู้ฝ่ามือของผมอย่างท้าทาย
ในหัวของผมสับสนวุ่นวายไปหมดความกลัวและความละอายต่อบาปพุ่งขึ้นมาปะทะ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพ่อของเพื่อนสนิทแถมยังอยู่ภายในบ้านของมันแต่ความเงี่ยนและความอยากรู้อยากเห็นที่อยากจะยลโฉมมังกรยักษ์ 8 นิ้วของนายตำรวจใหญ่แบบเต็มสองตากลับมีอิทธิพลเหนือกว่า
สุดท้ายผมก็พ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาค่อยๆ เกร็งฝ่ามือออกแรงลูบคลึงเป้ากางเกงของอาพลเบาๆสลับกับการบีบเค้นลงบนท่อนเอ็นลำเขื่อง อาพลหลับตาพริ้มส่งเสียงครางทุ้มต่ำในลำคออย่างสุขสม
"อื้อออ...อื้อ... อืมมม..."
ผมลูบคลึงเฟ้นเค้นท่อนเนื้อยักษ์อยู่นานหลายนาทีจนกระทั่งมังกรยักษ์ของอาพลขยายลำแข็งปั๋งชูชันดันเนื้อผ้าจนแทบจะทะลักออกมาด้านนอก อาพลยื่นฝ่ามือมากุมจับมือผมแล้วจับดึงสอดแทรกมุดเข้าไปภายในขอบกางเกงขาสั้นปล่อยให้ฝ่ามือของผมได้สัมผัสกับแก่นกายลำอวบหนาปูดเส้นเลือดขดเคี่ยวฉ่ำน้ำหล่อลื่นแบบเต็มๆ มือ!
อาพลเอนกายหลับตาพริ้มสูดปากครางเสียวพร่าในลำคอปล่อยให้ผมคุมเกมสวาทอยู่นิ่งๆฝ่าความเงียบสงัดยามค่ำคืน
ผมสอดฝ่ามือกุมกำแก่นกายลำเขื่องของอาพลเอาไว้แน่นออกแรงรูดขยับเบาๆ สัมผัสอุ่นสากและแน่นเปรี๊ยะทำเอาผมสยิววูบวาบไปทั้งหัวใจ
"เชี้ยเอ๊ย...ควยโคตรใหญ่เลยว่ะ" ผมอุทานออกมาเบาๆ ฝ่าความเงียบ
ฝ่ามือของผมสัมผัสได้ถึงหยดน้ำหล่อลื่นใสๆที่เยิ้มซึมออกมาจากปลายร่องหัวเห็ดบานฉ่ำของอาพลอย่างไม่ขาดสาย
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... ซี๊ดดด... อ๊าส์..." อาพลสูดปากครางเสียวพร่าต่ำในลำคอไม่หยุด "อาอึดอัดจังเลยกันต์...ถอดกางเกงให้อาหน่อยสิ" ผมนิ่งชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับเสียงเบา "ครับอา..."
อาพลขยับบั้นท้ายยกขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้ผมรูดกางเกงออกได้สะดวกผมใช้สองมือค่อยๆ ดึงกางเกงขาสั้นของอาพล ร่นต่ำลงมาอย่างเนิบนาบ ค่อยๆเผยให้เห็นลำเอ็นยักษ์ 8 นิ้วของนายตำรวจใหญ่ทีละนิดบริเวณตุ่มโคนถูกโกนเกลี้ยงเกลาจนเห็นมัดกล้ามเนื้อและท่อนเอ็นปูดเส้นเลือดชัดเจนเต็มตา
ขอบกางเกงร่นลงมาติดตรงส่วนหัวเห็ดบานยักษ์ที่คัดพองตื่นตัวผมพยายามออกแรงดึงออกจังหวะเดียว จนท่อนเอ็น 8 นิ้วของอาพลดีดกระเด้งกลับขึ้นไปกระทบเข้ากับหน้าท้องแบนราบแน่นปั๋งดังกกเพี้ยะ!
"โอ๊ยยย...จุก!" อาพลสะดุ้งร้องทัก
"ขอโทษครับอากันต์ไม่ได้ตั้งใจครับ" ผมรีบยกมือไหว้ลนลาน
"ไม่เป็นไรมึง...อาแค่ตกใจเฉยๆ"
ระยะห่างประชิดตาทำเอาผมหลุดอุทานออกมาอีกครั้ง"โห... ควยโคตรใหญ่เลยว่ะ" อาพลคงจะได้ยินคำอุทานนั้นเพราะแกแอบยิ้มมุมปากนิดๆ แม้สองตาจะยังคงหลับพริ้มผมใช้นิ้วมือกุมจับแก่นกายลำเขื่อง แล้วค่อยๆ รูดซอยขึ้นลงเนิบนาบดึงร่นหนังหุ้มปลายถอกเปิดสุดลำ
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... เสียวควยจังเลยว่ะมึง..."
แก่นกายของอาพลแข็งปั๋งแน่นตึงราวกับท่อนเหล็กมีเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวตามลำควยชัดเจน ผมได้แต่นึกในใจว่าไอ้เจษคงเป็นลูกรักของอาพลจริงๆ เพราะแกให้กรรมพันธุ์ความยาวใหญ่มาแบบจัดเต็มรูปร่างแก่นกายอวบใหญ่เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก
ผมเริ่มเร่งจังหวะฝ่ามือรูดซอยท่อนเนื้อของอาพลเร็วขึ้น น้ำหล่อลื่นใสๆ พุ่งซึมไหลออกมาเปรอะเต็มฝ่ามือ จนอาพลเกร็งบั้นท้ายลอยไม่ติดเบาะโซฟา
"ซี๊ดดด...อ๊าส์! พอก่อนๆ กันต์... อาเสียวควยจะแย่อยู่แล้ว!"
อาพลยื่นฝ่ามือมาจับท่อนแขนผมไว้แน่นก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งเอื้อมมือมาประคองท้ายทอยผมใช้นิ้วหัวแม่มือเขี่ยวนตรงติ่งหูเบาๆ แล้วออกแรงดึงกดศรีษะผมให้ก้มต่ำลงเข้าหาแก่นกายของแก
ตอนแรกผมยังเกร็งคอออกแรงฝืนต้านไว้เล็กน้อยแต่อาพลก็ออกแรงโน้มกดซ้ำอีกรอบ ผมจึงตัดสินใจปล่อยเลยตามเลยยอมก้มหน้าลงไปจนเกือบจะประชิดท่อนเอ็นยักษ์ อาพลที่อารมณ์สวาทพุ่งสูงขีดสุดใช้ฝ่ามือกุมแก่นกายนำส่วนหัวเห็ดมาถูไถเขี่ยวนรอบริมฝีปากผม จนคราบน้ำหล่อลื่นเยิ้มแฉะติดริมฝีปาก
ผมอ้าปากกว้างครอบงำงับลงบนหัวเห็ดบานฉ่ำของอาพล ออกแรงอมดูดเบาๆสลับกับสอดปลายลิ้นตวัดเลียนวดวนรอบร่องหัวหยักช่ำชอง
"ซี๊ดดด...อ๊าส์... อาเสียวหัวควยจังเลยว่ะมึง... เอ็งดูดควยเก่งจัง... อูยยย เสียว!"
ยิ่งได้ยินคำชม ผมก็ยิ่งเร่งแสดงฝีมือแก่นกายค่อยๆ มุดหายเข้าไปในโพรงปากช้าๆ แต่ก็อมแทรกเข้ามาได้เพียงครึ่งลำเท่านั้นเพราะท่อนเอ็นของแกทั้งยาวและลำอวบหนาไม่ต่างจากไอ้เจษ
"อูยยย...เสียวๆๆ... ซี๊ดดด... ดูดแรงๆ เลยกันต์ อาเสียวมาก!"
ท่าทางนั่งข้างๆแล้วก้มอมทำเอาผมเกือบจะอึกลักสำลักน้ำลาย ผมจึงยันกายลุกขึ้นย้ายตำแหน่งลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางหว่างขาของอาพลแล้วก้มหน้าอมดูดแก่นกายยักษ์ใหม่อีกรอบในมุมถนัด
"อูยยย...เสียวจังเลยว่ะ... ดูดเก่งมากเลย อาชอบ!" อาพลเกร็งเอวครางเสียวลั่นห้องโถง
เวลาหมุนผ่านไปเกือบชั่วโมงอาพลก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะพุ่งแตกอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แกดื่มเข้าไปหนักมากตลอดทั้งคืนผมทั้งอมทั้งดูดขยี้ความเสียวซ่านจนกล้ามเนื้อแก้มและริมฝีปากเริ่มเมื่อยล้าจึงต้องสลับเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือสากกุมจับรูดซอยแก่นกายควบคู่ไปกับการอมดูดส่วนหัวเห็ด
และแล้ว หยดน้ำหล่อลื่นเหนียวข้นก็เริ่มซึมเยิ้มออกมาจากปลายร่องหัวควยมากขึ้นเป็นสัญญาณเตือนผมไม่รอช้า เร่งจังหวะฝ่ามือรูดซอยถี่ยิบสลับกับแลบลิ้นสากแตะตวัดเลียวนรอบร่องหัวหยักอย่างเน้นหนัก
"อูยยย...ซี๊ดดด... อ๊าส์! จะแตกแล้ว... อาใกล้จะแตกแล้วมึง... เสียวสัส!" อาพลครางเสียวลั่นห้องโถง
ก่อนที่แก่นกายยักษ์จะพุ่งระเบิดอาพลก็เอื้อมฝ่ามือมาจับกุมฝ่ามือผมไว้แล้วออกแรงรูดซอยท่อนเนื้อของแกเองอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งอีกมือมาประคองใบหน้าผมให้เอียงตะแคงไว้ข้างๆ
"แตกแล้ว!แตกแล้ว... เชี้ยเอ๊ย!"
พรวดๆๆๆ!
คลื่นน้ำอสุจิคาวข้นปริมาณมหาศาลจากท่อนเนื้อ8 นิ้วของนายตำรวจใหญ่พุ่งกระฉูดฉีดพ่นออกมาเป็นสาย สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าของผมอย่างจังด้วยความที่อัดอั้นมานานหลายสัปดาห์คลื่นน้ำรักจึงพุ่งพ่นออกมาไม่หยุดยั้งจนเปรอะไปทั้งโหนกแก้มและริมฝีปาก
อาพลยันกายลุกขึ้นนั่งบนโซฟาหอบหายใจฟืดฟาด ก่อนจะทอดสายตามองผมรอยยิ้มอารมณ์ดี
"เป็นไงบ้างมึง...ชอบไหม"
ผมทำได้เพียงหลับตาแน่นเพราะเกรงว่าคราบน้ำอสุจิจะไหลซึมเข้าตา
"มาๆๆ...เดี๋ยวอาเช็ดทำความสะอาดให้นะ"
อาพลหยิบม้วนทิชชู่บนโต๊ะค่อยๆ บรรจงซับเช็ดคราบน้ำรักออกจากใบหน้าของผมอย่างเบามือจนสะอาดเกลี้ยงเกลาจากนั้นแกก็ยันกายลุกขึ้นยืนในสภาพเปลือยท่อนล่าง
"อาจะไปอาบน้ำแล้ว...กันต์จะไปอาบพร้อมอาไหมล่ะ"
"ไม่ครับอา...กันต์ง่วงมากแล้ว เดี๋ยวขึ้นไปนอนดีกว่าครับ" ผมตอบเรียบๆ
"โอเคๆงั้นพรุ่งนี้เจอกัน... ฝันดีนะมึง"
"ครับอา...เช่นเดียวกันครับ"
"ขอบใจมากนะ"
พูดยังไม่ทันขาดคำอาพลก็โน้มใบหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากผมเบาๆ ทีหนึ่งด้วยความอบอุ่นอบอวล แล้วแกก็หมุนตัว เดินเปลือยกายท่อนล่างปล่อยให้มังกรยักษ์แกว่งไกวไปมาก้นกลมแน่นบึกบึนยักย้ายก้าวแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำ
ผมได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาเพราะไม่เคยมีผู้ใหญ่คนไหนทำแบบนี้กับผมมาก่อน หลังจากตั้งสติได้ผมก็เดินย่องเบากลับขึ้นไปเข้านอนในห้องนอนร่วมกับไอ้เจษ
เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นนอนขึ้นมาก็ไม่พบร่างของไอ้เจษอยู่บนเตียงแล้วจึงรีบลุกขึ้นจัดการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินก้าวลงมาจากชั้นบนภายในครัวมีกลิ่นหอมของอาหารเช้าโชยเตะจมูก
"ตื่นแล้วเหรอกันต์หลับสบายดีไหมลูก" อานภาพักจากการผัดอาหาร หันมาทักทายยิ้มแย้ม
"ครับอานภาหลับสนิทเลยครับ" ผมตอบพลางยกมือไหว้
"วันนี้อาทำกับข้าวไว้เยอะเลยมาดูสิว่ามีของโปรดของกันต์บ้างไหม"
จู่ๆไอ้เจษก็เดินเปิดประตูหลังบ้านเข้ามาในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยเหงื่อชวนให้รู้ว่ามันคงเพิ่งกลับมาจากวิ่งออกกำลังกายตามคำสั่งของอาพล
"แหม...แม่ ไม่เห็นจะถามเจษเหมือนถามไอ้กันต์เลย นึกว่าลูกรักคนใหม่นะเนี่ย"ไอ้เจษทำหน้าแง่งอนแซวแม่
"เอ้า...เรานี่! กันต์เขาเป็นแขกมานอนบ้านเราวันแรก ก็ต้องทำอาหารที่กันต์ชอบกินสิ"อานภาบ่นกระปอดกระแปด
ผมเดินเข้าไปหาอานภาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา"โหอา... ทำเยอะเลย มีแต่ของโปรดผมทั้งนั้นเลยครับ"
"แน่นอนจ้ะเจ้าเจษมันบอกอาหมดเลยว่ากันต์ชอบกินอะไรบ้าง... เอ้อ เจษไปปลุกพ่อแกไปอาบน้ำหน่อยสิ จะได้มารับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน"
"ไม่อ่ะแม่ตัวเหม็นเหงื่อ ไปโดนตัวเขาเดี๋ยวก็โดนดุเอาอีก... เอ้อไอ้กันต์มึงไปปลุกพ่อให้กูหน่อยดิ กูรีบขึ้นไปอาบน้ำก่อน" ไอ้เจษปฏิเสธทันควันก่อนจะหันมาใช้ผม แล้วรีบวิ่งสับเท้าขึ้นชั้นบนไปทันที
"งั้นอารบกวนกันต์หน่อยนะจ๊ะ"อานภาหันมาส่ายหน้าเหนื่อยใจกับลูกชาย
ผมพยักหน้ารับคำแล้วเดินตรงไปยังชุดโซฟาห้องรับแขก อาพลนอนหลับสนิทอยู่ตรงนั้นทั้งคืนจริงๆในสภาพเปลือยท่อนล่าง ไม่สวมกางเกง ปล่อยให้แก่นกายยาว 8 นิ้วทอดตัวห้อยโตงเตงอยู่ข้างขาขนาดตอนหลับสนิทยังดูอวบใหญ่ปูดเส้นเลือดน่ามอง ผมยืนจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปเอานิ้วสะกิดแขนแกเบาๆ
"อาครับ...อาพลครับ ตื่นได้แล้วครับ สายแล้ว... อาครับ ตื่นๆ ได้แล้วครับอา"
อาพลขยับตัวขมุกขมัวหรี่ตาขึ้นมองผมช้าๆ ทว่าจู่ๆ แกก็ยื่นฝ่ามือหนาสากมาคว้าจับท่อนแขนผมแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวอย่างแรง!
เนื่องจากผมยังไม่ทันตั้งตัวร่างกายจึงลอยเสียหลัก ล้มพับลงไปนอนทับอยู่บนแผงอกหนาแน่นปั๋งของอาพลทันที!
"เอ๊ย...!" ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ชู่ว์...!อย่าส่งเสียงดังสิ..." อาพลรีบยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองกระซิบเตือนเสียงแผ่วเบาฝ่าความเงียบยามเช้า!
"หืมมม...ตัวหอมจังเลยมึง ขอหอมหน่อยสิวะ" อาพลกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"เอ๊ย...อา อย่าครับ! อานภาก็อยู่ในครัวนะอา" ผมพยายามเอ่ยห้ามเสียงแผ่วเบาร่างกายเกร็งตื่นตระหนก
ทว่าอาพลกลับไม่ได้สนใจคำทัดทานแม้แต่น้อยแกซุกโดดจมูกกดสูดดมกลิ่นกาย นัวเนียไซร้ซอกคอของผมอย่างหื่นกระหายสัมผัสอุ่นสากและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายรุ่นใหญ่กดดันให้ผมเคลิบเคลิ้มจนแทบอ่อนระทวยจากนั้นอาพลก็กุมจับฝ่ามือผม กดลงไปสัมผัสกับแก่นกายลำเขื่อง 8 นิ้วของแกที่ขยายลำคัดพองแข็งปั๋งดั่งท่อนเหล็กขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนก็สุดรู้
"อา...พอแล้วครับ... อาพอแล้ว" ผมพยายามดันแผงอกหนาออก
"ก็เอ็งตัวหอมนี่หว่า...ลองจับดูสิ ควยอามันแข็งโด่ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องออกแรงชักด้วยซ้ำ"
ปัง!
เสียงเปิดปิดประตูห้องนอนชั้นบนดังแผดขึ้นฝ่าความเงียบทำเอาอาพลยอมคลายฝ่ามือปล่อยตัวผมเป็นอิสระ ผมรีบผุดลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าแล้วสับเท้าเดินย้อนกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะรับประทานอาหารหน้าห้องครัวอย่างลนลานส่วนอาพลยันกายลุกขึ้นนั่งบนโซฟา แต่แกกลับไม่ยินยอมยกกางเกงขึ้นสวมใส่
พอไอ้เจษเดินลงมาจากชั้นบนสายตาของมันก็หันไปปะทะเข้ากับร่างของพ่อมันแต่กลับวางเฉยและไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด อาพลยันกายลุกขึ้นยืนในสภาพเปลือยท่อนล่างแก่นกายยักษ์แข็งคัดชี้โด่ท้าทายสายตาแทบจะจ่อประชิดหน้าไอ้เจษทว่าไอ้เจษกลับทำเพียงแค่เดินผ่านหน้าพ่อของมัน แล้วตรงแทรกตัวเข้าไปหาอานภาในครัวหน้าตาเฉยผมได้แต่นั่งอึ้งและสงสัยอยู่ในใจว่า ทำไมอาพลถึงไม่มีความอายต่อลูกชายและทำไมไอ้เจษถึงได้เลือกที่จะนิ่งเงียบไม่ใส่ใจ
หลังจากนั้นอาพลก็เดินยกมือเกาหัว สะบัดบั้นท้ายเดินขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำผมรีบผุดลุกขึ้นไปช่วยอานภายกจานกับข้าวออกมาจัดวางเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารทุกคนนั่งประจำที่กันพร้อมหน้า เหลือเพียงอาพลที่ยังคงอาบน้ำแต่งตัวอยู่บนห้อง
"หิวไหมมึงไอ้กันต์"ไอ้เจษหันมาถามผม
"ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ว่ะ"
"แต่กูหิวแล้วว่ะแม่...เรากินกันก่อนเลยไม่ได้เหรอครับ เจษหิวไส้จะขาดแล้วเนี่ย กว่าพ่อจะอาบน้ำเสร็จแต่งตัวเสร็จ กับข้าวคงเย็นชืดหมดพอดี" ไอ้เจษหันไปหงุดหงิดใส่อานภา
อานภาทำสีหน้าลำบากใจก่อนจะหันมาเอ่ยถามผมอย่างเกรงใจ "อืมมม... เอาไงดีล่ะหิวหรือยังลูกกันต์"
"รอได้ครับอาไม่เป็นไรครับ" ผมตอบยิ้มๆ
"มึงรอคนเดียวเหอะไอ้กันต์กูหิวแล้ว วันนี้มีแขก พ่อมันคงไม่กล้าลงมาดุหรอก" ไอ้เจษตัดบทเสียงแข็ง
พูดจบไอ้เจษก็ตักกับข้าวใส่จานส่งให้ผม แล้วรีบตักอาหารเข้าปากตัวเองอย่างไม่รอใคร
"งั้นก็กินกันก่อนเถอะจ้ะไว้อาค่อยรอกินพร้อมกับอาพล" อานภาเอ่ยตัดปัญหาด้วยน้ำเสียงละมุน
เวลาหมุนผ่านไปเกือบชั่วโมงอาพลก็ยังคงไม่ยอมเดินลงมาจากชั้นบนจนกระทั่งผมและไอ้เจษรับประทานอาหารเช้ากันจนอิ่มหนำ
"ปะมึงขึ้นห้องกันดีกว่า" ไอ้เจษหันมาชวนผม
ผมหันไปทอดสายตามองอานภาด้วยความเกรงใจแกพยักหน้ารับเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไรทว่าในจังหวะที่ผมและไอ้เจษกำลังจะยันกายลุกออกจากโต๊ะอาหารอาพลก็เดินก้าวลงมาจากชั้นบนพอดี แกแต่งตัวด้วยชุดลำลองแบรนด์เนมดูดีฉีดน้ำหอมฟุ้งโชยเตะจมูก
"อ้าว...กินข้าวกันแล้วเหรอ กินกันเลยๆ วันนี้พี่จะออกไปตีกอล์ฟกับเจ้านายหน่อยน่าจะกลับช่วงบ่ายๆ เย็นๆ โน่นเลย ไว้เย็นนี้จะพาไปกินข้าวข้างนอกนะ ไม่ต้องทำกับข้าวนะภา"
พูดจบอาพลก็หมุนตัวเดินเปิดประตูออกจากบ้านไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหน้าภรรยาหรือลูกชาย
"เห็นไหมล่ะแม่...ดีนะที่พวกเรากินก่อน ดูดิ กับข้าวเย็นชืดหมดแล้วเนี่ย" ไอ้เจษบ่นอุบอิบ
"งั้นกันต์เอาเอาไปยกอุ่นใหม่อีกรอบไหมครับอา"ผมอาสา
"ไม่เป็นไรจ้ะลูกอากินได้... เจษกับกันต์ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนก่อนเลย เดี๋ยวอาเก็บจานเอง"อานภานำจานไปล้างพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้
"งั้นไม่ขึ้นข้างบนแล้วครับแม่พ่อไม่อยู่แล้ว เจษขอเล่นเกมฟุตบอลแข่งกับไอ้กันต์ข้างล่างดีกว่า"
ว่าแล้วไอ้เจษก็จัดการดึงท่อนแขนผมพาเดินย้อนกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหน้าทีวีตัวเดิมมันจัดการเปิดเครื่องเล่นเกมและต่อสายสัญญาณทันที
"เอ้ามึง!มาแข่งกันหน่อย แพ้เป็นเมียนะมึง!" ไอ้เจษท้าทายยิ้มร่า
"ไอ้เหี้ย...ไม่เอาว่ะ เล่นเฉยๆ ไม่พนันอะไรทั้งนั้นแหละ" ผมรีบปฏิเสธ
"มึงติดกูอยู่สองรอบแล้วนะมึงมึงจะเยดกูฝ่ายเดียวได้ยังไงวะ"
"เอ้า...มึงก็ชอบอยู่ไม่ใช่เหรอวะ ไอ้สัส" ผมยิ้มมุมปากแซวกลับ
"เออๆๆๆพอเลย! เล่นเกมกันดีกว่า" ไอ้เจษรีบตัดบทแก้เขิน
ขณะที่กำลังนั่งกดจอยเกมแข่งกับไอ้เจษผมก็แอบสังเกตเห็นอานภาที่ยืนเช็ดเคาน์เตอร์ครัวอยู่ไกลๆสีหน้าของแกดูซึมเศร้าและอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด แม้ต่อหน้าไอ้เจษแกจะพยายามทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แท้จริงแล้วบรรยากาศความสัมพันธ์ในบ้านหลังนี้กลับร้าวฉานและไม่เหมือนเดิมมานานแล้วแม้แต่ตัวไอ้เจษเองก็ดูจะมีท่าทีต่อต้านและไม่ชอบหน้าอาพลอยู่ลึกๆจนผมได้แต่ตั้งคำถามและคาดเดาในใจว่า ครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบนี้มีเงามืดและความลับอะไรซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแน่
เวลาหมุนผ่านไปจนเกือบสองทุ่มอาพลก็ยังคงไร้ร่องรอยกลับบ้านอานภาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงจัดการทำอาหารมื้อเย็นง่ายๆให้ผมกับไอ้เจษรับประทานกันก่อน
กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ก็มาจอดสนิทอยู่บริเวณหน้าบ้านอาพลเดินทางกลับมาในสภาพที่เมาสะบักสะบอมไม่ได้สติโดยมีเพื่อนตำรวจนายอื่นช่วยกันหิ้วปีกประคองร่างพาก้าวขึ้นบันไดไปนอนพักผ่อนบนห้องนอนชั้นบนอานภาหันมาบอกให้ผมและไอ้เจษแยกย้ายกันเข้าห้องนอนพักผ่อนส่วนแกรับหน้าที่เช็ดเนื้อเช็ดตัวดูแลอาพลด้วยตนเอง
กลางดึกคืนนั้นผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกปวดท้องเบาจึงย่องเบาก้าวออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำ ทว่าฝ่าความเงียบสงบยามค่ำคืนเสียงโต้เถียงแผ่วเบาระหว่างอาพลกับอานภาก็ดังเล็ดลอดมาจากห้องนอนใหญ่อีกครั้งผมยืนนิ่งถอนหายใจยาวแอบนึกสงสารไอ้เจษอยู่ในใจที่ต้องคอยรับรู้และจมอยู่กับปัญหาระหว่างพ่อและแม่มาโดยตลอด
เช้าวันรุ่งขึ้นภาพที่ปรากฏกลับพลิกฝ่ามือ อาพลตื่นแต่เช้าตรู่ลงมาช่วยอานภาเตรียมจัดโต๊ะอาหารในครัวอย่างกุลีกุจอ
"อ้าว...กันต์ ตื่นแล้วเหรอมึง มาๆๆ นั่งเลยวันนี้อาปั่นรถเครื่องออกไปซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มาให้"อาพลเอ่ยทักทายยิ้มแย้มพลางดึงท่อนแขนผมให้นั่งลงบนเก้าอี้
ส่วนอานภาก็ดูจะมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แตกต่างจากความเศร้าหมองเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
"แล้วเจ้าเจษตื่นหรือยังจ๊ะลูกกันต์"อานภาหันมาถามผมด้วยรอยยิ้ม
"ตื่นแล้วครับอากำลังจัดการแต่งตัวลงมาครับ" ผมตอบเรียบๆ
อาพลรีบเอ่ยสารภาพผิดทันควัน"วันนี้อาจะขอไถ่โทษที่เมื่อวานผิดนัดพวกเรานะ...กันต์อยู่เที่ยวต่ออีกวันนะมึง"
"อยู่ได้ครับอาพอดีช่วงนี้ผมปิดเทอมแล้วครับ"
"งั้นก็ดีเลยอยู่หลายๆ วันเลย เจ้าเจษมันจะได้อยู่ติดบ้านบ้าง"
สักพักไอ้เจษก็เดินก้าวลงมาจากชั้นบนสีหน้าบึ้งตึงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักยามได้ยินเสียงพ่อเอ่ยถึงตนเอง
"เออ...ดูมันทำหน้าเข้า ทำหน้ายังกับตูด! วันนี้ข้าจะพาเอ็ง แม่เอ็งแล้วก็เจ้ากันต์ไปเที่ยวสวนสยามเว้ย" อาพลเอ่ยแซวลูกชาย
"โห่พ่อ...ผมกับไอ้กันต์โตจนป่านนี้แล้วนะ ยังจะพาไปสวนเด็กเล่นอีกเหรอ"ไอ้เจษบ่นอุบอิบ แต่แววตาและสีหน้ากลับดูสดใสและดีใจไม่น้อย
"เอาน่า...คราวหน้าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วกัน"
"พ่อรับปากแล้วนะ!"ไอ้เจษรีบสวนทันควัน
"เออๆๆ...เอ้า! รีบมากินข้าว จะได้ไปแต่งตัวกัน"
หลังจากรับประทานอาหารเช้าและจัดแจงเตรียมตัวเรียบร้อยอาพลก็ขับรถพาพวกเรามุ่งตรงไปยังสวนสยามตั้งแต่ช่วงสายเพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อนจัดบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อาพลร่วมเล่นเครื่องเล่นกับไอ้เจษอย่างเป็นกันเองทำให้ไอ้เจษดูมีความสุขและมีรอยยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ตกบ่ายอากาศเริ่มร้อนอบอ้าว อาพลจึงชวนพวกเราเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นน้ำฝั่งสวนน้ำอานภาอาสานั่งรอเฝ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ซุ้มม้านั่ง ปล่อยให้ผม ไอ้เจษ และอาพลพากันเดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ
ผมจัดการเปลี่ยนชุดขาสั้นเสร็จเรียบร้อยก่อนจึงเดินออกมานั่งรออยู่บริเวณด้านหน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่กี่นาทีต่อมาอาพลก็เดินก้าวออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม
สายตาของผมสบเข้ากับเรือนร่างของนายตำรวจใหญ่สี่สิบเอ็ดปีจนแทบตาค้าง!รูปร่างของอาพลแกร่งแน่นปั๋ง แผงอกหนาและกล้ามหน้าท้องเรียงก้อนสวยงามทว่าสิ่งที่สะดุดตาดึงดูดสายตาผมจนหยุดมองไม่ได้ คือ กางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีขาวรัดฟิตแนบเนื้อ!เนื้อผ้าสีขาวสว่างรัดแน่นจนเผยให้เห็นรูปทรงแก่นกายลำเขื่อง 8 นิ้วขยายลำปูดพองดันเนื้อผ้าออกมาเป็นลำยาวพาดเฉียงโดยเฉพาะรูปทรงส่วนหัวเห็ดบานยักษ์ที่นูนเด่นชัดเจนท้าสายตาฝ่าไอแดดบ่ายยามนั้นอย่างถึงที่สุด!
......................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|