บทที่ 7
2 c l5 f# `/ k Q
คนที่หก “คืนนี้ผมดูแลคุณเอง”
) n* C% x& n& h8 M) Yผมถึงร้านธามช่วงสายกว่าที่นัดเล็กน้อย งานรีโนเวตคืบหน้าไปมากจากครั้งก่อนที่มา ผนังด้านในถูกรื้อบางส่วนแล้ว โครงไม้ใหม่เริ่มตั้ง กลิ่นสีและขี้เลื่อยลอยอ่อน ๆ ปนกับกลิ่นทะเลจากร้านอาหารเก่าที่ยังค้างอยู่ตามมุม
ธามยืนคุยกับใครสักคนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ชั่วคราว ผมชะงักตรงประตูทันทีที่เห็นหลังของคนคนนั้น
เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขน ทรงผมอันเดอร์คัท ไหล่กว้างแบบคนทำงาน
กรณ์ เขายังไม่ทันหันมา ธามเห็นผมก่อนแล้วยิ้ม
“มาแล้วเหรอครับ” ธามเดินเข้ามาหา โทนเสียงสุภาพเหมือนทุกครั้ง “ร้อนไหม ผมเพิ่งเปิดแอร์โซนด้านในให้”
“พอไหวครับ” ผมตอบ
กรณ์หันมาในตอนนั้น ตาสบกันเสี้ยววินาที เขายิ้มให้ผมแบบปกติ ไม่มีอะไรเกินเลย เหมือนเมื่อวานไม่ได้เกิดขึ้น
“คุณบาสครับ” กรณ์พยักหน้า “ผมมาส่งตัวอย่างไม้ตัวที่คุยไว้วันก่อน กับใบสเปกวัสดุเพิ่ม”
“อ้อ… ครับ” ผมตอบ ธามวางมือเบา ๆ ที่หลังไหล่ผม พาเดินเข้าไปในร้าน “เดี๋ยวผมทำให้ดูก่อนว่าตรงไหนที่เปลี่ยนจากแบบล่าสุด” สัมผัสนั้นอุ่นและเป็นธรรมชาติ แต่ตอนนี้มันทำให้ผมรู้สึกผิดชัดขึ้นกว่าเดิม
กรณ์เดินตามมาด้วย ถือแฟ้มและตัวอย่างไม้แผ่นเล็ก ๆ วางบนโต๊ะชั่วคราว แล้วเริ่มอธิบายรายละเอียดกับธามเป็นหลัก เหมือนผมเป็นแค่นักออกแบบที่มาร่วมฟัง
ปกติ
เกินไป
ผมยืนฟัง ตอบเป็นครั้งคราว แต่สายตาเหลือบไปที่มือกรณ์ทุกครั้งที่เขาชี้รายการ มือที่เมื่อวานจับเอวผม มือที่เซ็นเอกสารตอนควยยังเสียบคาอยู่ ตอนนี้กลับพลิกหน้ากระดาษอย่างเรียบร้อยต่อหน้าธาม
“ตรงนี้ถ้าใช้ไม้ตัวเดิมราคาจะสูงขึ้นอีกหน่อยครับ” กรณ์พูด “แต่โทนสีจะใกล้กับที่พี่ธามต้องการที่สุด”
ธามพยักหน้า “เอาตัวที่คุณแนะนำเลย ผมไว้ใจ”
คำว่า “ไว้ใจ” ทำให้ผมกลืนน้ำลาย
ธามหันมาทางผม “คุณบาสว่าไงครับ เข้ากับแบบโดยรวมไหม”
“เข้าครับ” ผมตอบสั้น
เขาจ้องหน้าผมเล็กน้อย เหมือนสังเกตอะไร “หน้าตาเหนื่อยนะวันนี้” ธามพูดเสียงเบาลง “นอนไม่พอเหรอครับ”
“นิดหน่อยครับ”
“งั้นเดี๋ยวเลิกงานผมเลี้ยงกาแฟ” เขายิ้ม “หรือจะให้ไปพักก่อนก็ได้ งานตรงนี้ผมคุยกับกรณ์ต่อเองก็ได้” ความใส่ใจของเขายังเหมือนเดิม สุภาพ นุ่ม และเนียนจนแทบจับไม่ได้ว่ากำลังดูแล
ผมส่ายหน้าเบา ๆ “อยู่ต่อได้ครับ”
กรณ์เก็บตัวอย่างไม้ลงกล่อง ทำท่าจะกลับ “งั้นผมไปก่อนนะครับ ธาม คุณบาส” เขายิ้มให้ทั้งคู่ “ถ้ามีอะไรเพิ่มทักได้ตลอด”
“ขับดี ๆ นะ” ธามโบกมือ
กรณ์เดินผ่านผมไป ไหล่เกือบชนกันในระยะแคบของทางเดินร้าน เขาไม่ได้หยุด ไม่ได้กระซิบ แค่ผ่านไปอย่างคนที่ไม่มีความลับ
ประตูปิด ธามถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันมาทางผม “คนนี้ทำงานละเอียดดีจริง ๆ ครับ” เขาพูด “ผมรู้จักเขามานาน ไว้ใจได้”
ผมบังคับตัวเองให้พยักหน้า “ครับ”
ธามเดินไปหยิบขวดน้ำจากถุงผ้า ยื่นให้ผม “ดื่มก่อน อากาศร้อน”
ผมรับมา นิ้วเขาสัมผัสปลายนิ้วผมสั้น ๆ ตอนส่งขวด อุ่นเหมือนวันแรกที่จับมือกัน
“วันพรุ่งนี้นะครับ” ธามพูดต่อ ขณะที่ผมเปิดฝาขวด “ผมจองที่พักไว้แล้วเป็นพูลวิลล่าส่วนตัว มีสองห้อง มองออกไปเป็นวิวทะเล สวยมากครับ ถ้าคุณสะดวกไปด้วยกันตอนเช้าก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องขับรถเอง”
ผมจิบน้ำช้า ๆ
“ได้ครับ ผมไปด้วยกัน”
ธามพยักหน้า แล้วยังยืนคุยต่ออีกสักพัก เหมือนยังมีอะไรอยากพูด
“คุณบาส” เขาเอ่ยเสียงเบาลงเล็กน้อย “พรุ่งนี้ตอนไปถึงผมต้องออกไปดูงานก่อน… อาจจะทั้งวันหรือเกือบทั้งวัน กลัวคุณจะเหงานะครับ”
ผมเงยหน้าขึ้น
ธามยิ้มบาง ๆ “ถ้าอยากชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้ ห้องเหลืออยู่ ผมไม่ซีเรียส” คำเสนอของเขาใส่ใจเหมือนทุกครั้ง
“งั้น…” ผมชะงักไปนิดหนึ่ง “ขอชวนต้นไปด้วยได้ไหมครับ ช่วงนี้มันก็ว่าง”
“ได้สิครับ” ธามตอบทันที “ดีเลยจะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อนคุณตอนผมไม่อยู่”
ผมพยักหน้ารับ
อีกสักพักธามก็ต้องรับโทรศัพท์เรื่องงาน เดินไปคุยที่มุมร้าน ผมยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ชั่วคราว มองแผ่นแบบที่วางอยู่ มือที่ถือขวดน้ำยังเย็น แต่ในอกกลับแน่นขึ้นทุกที
กรณ์เพิ่งเดินออกจากร้านนี้ไปไม่กี่นาที คนที่ธามเรียกว่าเพื่อนสนิท คนที่เมื่อวานโดนผมซอยต่อหน้าคนส่งของจนเสร็จ
ตอนนี้ธามยังยิ้มให้ผมแบบเดิม และยังเป็นคนเสนอให้ชวนเพื่อนไปทะเล เพราะกลัวผมเหงา ผมวางขวดน้ำลง เก็บของเล็กน้อย แล้วบอกธามสั้น ๆ ว่ามีนัดช่วงบ่าย ขอตัวก่อน ธามโบกมือให้จากอีกฝั่งของร้าน ยังยิ้มอยู่
ผมเดินออกมาข้างนอกร้าน แดดช่วงสายจัด ร้อนจนตาพร่าไปชั่วขณะ ขึ้นรถ ปิดประตู แล้วนั่งนิ่งกับพวงมาลัยโดยยังไม่สตาร์ทเครื่อง มือที่วางอยู่บนหน้าขาเกร็งโดยไม่ตั้งใจ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาต้น
บาส: พรุ่งนี้ไปทะเลกับพี่ธาม มึงว่างไหม ไปปะ เขาให้ชวนเพื่อนไปแก้เหงา เขาโอเค
ต้นตอบมาเร็วมาๆ
ต้น: ว่างว่ะ ไปๆ
แต่คืนนี้กูติดงานต่อถึงดึก กูไปหามึงไม่ได้ ผมมองข้อความแล้วนอนหลังพิงเบาะ
เหลืออีกสามคน
พรุ่งนี้เช้าธามจะมารับ ต้นจะบินตามไปด้วยหลังเคลียร์งานเสร็จ
ผมสตาร์ทรถ ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนแน่ แค่รู้ว่านั่งอยู่เฉย ๆ ในคอนโดตอนนี้คงทำให้บ้า กลับถึงคอนโดตอนบ่ายสามกว่า
ถอดเสื้อ อาบน้ำอุ่น แล้วนอนลงบนเตียงโดยยังไม่อยากเปิดไฟ แสงจากม่านหน้าต่างลอดเข้ามาจาง ๆ ห้องเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานชัด
ตอนนี้เหลืออีกสามคน ตัวเลขชัดเจนในหัว แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพที่วนกลับมาไม่ใช่แค่คนที่ผ่านมา เป็นธามที่ยืนยิ้มในร้านเมื่อเช้า เป็นกรณ์ที่ยิ้มให้ธามอย่างคนสนิท และเป็นตัวผมที่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วตอบอะไรไม่ได้
ผมพลิกตัว กดหน้าลงกับหมอน คำสาปยังไม่หมด เวลาใกล้ลงทุกที ถ้ายังหาคนที่หกไม่เจอวันนี้ คืนพรุ่งนี้และมะรืนจะต้องหาต่อต่อหน้าธาม ซึ่งเสี่ยงเกินไป
ผมลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า มองชุดที่มีอยู่ เสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้นตัวหนึ่ง กางเกงทรงกระบอกสีเข้ม รองเท้าผ้าใบสีขาว พอให้ดูเรียบร้อยแต่ไม่ตั้งใจเกินไป
ตอนขับรถออกจากคอนโด ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี
ผมยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนแน่ แค่รู้ว่าต้องไปที่ที่มีผู้ชาย และที่ที่สามารถจบได้ภายในคืนเดียว ผับทั่วไปตอนนี้เริ่มคนเยอะเกินไป ผับแนวดัง ๆ ก็เสี่ยงเจอคนรู้จัก
สุดท้ายผมเลี้ยวเข้าซอยหนึ่งที่เคยผ่านตา มีป้ายไฟสีอุ่นเขียนคำว่า Jazz ติดอยู่ด้านหน้า ขนาดไม่ใหญ่ ไฟไม่สว่างจ้า
บาร์แจ๊ซ คนเข้าออกไม่หนาตาเหมือนผับอื่น ผมจอดรถ แล้วนั่งนิ่งอยู่ในรถอีกสักพัก มือวางบนพวงมาลัย ในหัวนับซ้ำอีกครั้ง
คืนนี้ต้องได้คนที่หก ไม่ใช่เพราะอยากได้ แต่เพราะกลัวว่าถ้าไม่รีบ เวลาจะหมดก่อนที่ตัวเองจะทันได้เลือกอะไรเลย ผมเปิดประตูรถ ลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในบาร์
ผมเปิดประตูบาร์แล้วเดินเข้าไป ภายในไม่ใหญ่ แสงสีอุ่นต่ำตลอดแนว ผนังอิฐเปลือยบางส่วน โต๊ะไม้สีเข้มเรียงไม่หนาแน่น ด้านในสุดมีเวทีเล็ก ๆ สำหรับวงดนตรี ตอนนี้มีนักดนตรีสามคนกำลังเล่นเพลงช้า ๆ เสียงแซกโซโฟนเบา ๆ ลอยคลุมทั้งร้าน
คนไม่เยอะ ส่วนใหญ่มาเป็นคู่ นั่งคุยกันเสียงเบา หรือพิงกันฟังเพลง
ผมเลือกโต๊ะเดี่ยวด้านข้างที่มองเห็นเวทีได้ชัด แล้วสั่งวิสกี้โซดา
นักดนตรีที่เล่นกีตาร์ยืนอยู่ตรงกลางเวที สูงประมาณร้อยแปดสิบ ผอมเพรียวแต่ดูแข็งแรง ผมยาวกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ผมเซ็ตเปิดหน้า มีวอลลุ่ม ใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้มแขนพับ มองจากที่นี่เห็นรอยสักเล็ก ๆ ที่ข้อมือตอนเขาขยับมือจับคอร์ด
เขาเล่นได้ดี และมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สายตาจับอยู่ได้โดยไม่ตั้งใจ
ผมดื่มวิสกี้ช้า ๆ เพิ่งจะวางแก้วลง โทรศัพท์ก็สั่น ข้อความจากธีร์
ธีร์: พี่บาสครับ วันนี้นอนพักผ่อนหรือยัง เมื่อคืนผมฝันถึงพี่อีกแล้ว ถ้าพรุ่งนี้พี่ว่าง ขอเลี้ยงกาแฟได้ไหมครับ
ผมมองข้อความนั้นอยู่นาน ไม่กดตอบทันที
นิ้วเลื่อนขึ้นดูข้อความเก่าของเขาเมื่อสองสามวันก่อน ทุกข้อความสุภาพ ห่วงใย และแฝงอะไรบางอย่างที่ไม่เคยพูดตรง ๆ
ธีร์
เด็กคนนี้ ยังทักมาอยู่เรื่อย ๆ แม้ผมจะตอบสั้นทุกครั้ง ผมปิดหน้าจอ แล้ววางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ ในหัวกลับมาคิดเรื่องภารกิจอีกครั้ง
พรุ่งนี้ไปทะเลกับธาม ต้นจะไปด้วย และธีร์ยังคงทักมาแบบนี้
ผมจิบวิสกี้ต่อ ฝืนโฟกัสกลับไปที่เวที นักกีตาร์คนนั้นกำลังก้มลงปรับสาย ผมยาวด้านหน้าปลิวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว ตอนเงยหน้าขึ้นตาเขาเหลือบมาทางโต๊ะผมโดยบังเอิญ
สบกันนิดเดียว แล้วเขายิ้มมุมปากก่อนจะกลับไปเล่นต่อ เพลงชุดนั้นยาวกว่าที่คิด
ผมนั่งฟังจนวงเล่นจบ เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นตามโต๊ะ ผมไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ คนในร้านค่อย ๆ ลุกออกทีละกลุ่ม
ใกล้เวลาปิดร้านแล้ว เด็กเสิร์ฟเริ่มเก็บแก้วโต๊ะไกล ๆ ผมยังนั่งอยู่ จนมีเงาเดินมาหยุดข้างโต๊ะ “โต๊ะนี้นั่งคนเดียวตั้งแต่เมื่อกี้เลยนะ” คำถามห้วนๆแต่น้ำเสียงเป็นมิตร
ผมเงยหน้าขึ้น คนที่พูดคือนักกีตาร์เมื่อกี้ เสื้อเชิ้ตยังพับแขน ผมยังยุ่งเล็กน้อยกลังจากขึ้นแสดงบนเวที รอยสักที่ข้อมือชัดขึ้นในระยะนี้ เขายิ้มแบบไม่เป็นทางการ มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำเปล่า
“ดูออกเหรอ” ผมถาม
“เห็นตั้งแต่เล่นเพลงที่สอง” เขายิ้มกว้างขึ้น “นั่งมองเวทีตลอด แต่ไม่ได้ดูเหมือนรอใคร”
“ไม่ได้รอ”
“งั้นดี” เขาชี้ไปที่เก้าอี้ว่างตรงข้าม “ขอนั่งด้วยได้ไหม เด็กเสิร์ฟเริ่มเก็บแล้ว เดี๋ยวคุณจะกลายเป็นลูกค้าคนสุดท้าย”
ผมมองเก้าอี้ แล้วพยักหน้า เขานั่งลง วางแก้วบนโต๊ะ
“ภีม” เขาแนะนำตัวสั้น ๆ
“บาส”
“ชื่อสั้นดี” ภีมยิ้ม “มาฟังเพลงหรือมาหนีอะไรสักอย่าง” คำถามนั้นตรงเกินไปเล็กน้อย
ผมหัวเราะแห้ง ๆ “มาดื่ม”
“ดื่มคนเดียวในบาร์แจ๊ซวันคนน้อย” เขายกคิ้ว “ฟังดูหนักดี”
“แล้วคุณล่ะ” ผมสวนกลับ “ทำไมเลิกเล่นแล้วยังไม่อยากกลับ”
ภีมหัวเราะเสียงเบา “เพราะเจ้าของบาร์ต้องรอให้ลูกค้าคนสุดท้ายออกก่อน”
ผมชะงัก “คุณเป็นเจ้าของ?”
“ครับ” เขายิ้มไม่เก็บ “วันนี้คนน้อย เลยลงมาเล่นเองด้วย”
เด็กเสิร์ฟเดินมาเก็บแก้วโต๊ะข้าง ๆ แล้วบอกภีมสั้น ๆ ว่าเก็บเรียบร้อยแล้ว ภีมพยักหน้า “ปิดร้านได้เลย เดี๋ยวผมดูแลโต๊ะนี้เอง”
ไม่กี่นาที ไฟบางจุดในร้านถูกลดลงอีก เสียงกุญแจไขประตูด้านหน้าดังขึ้นเบา ๆ
เหลือเราสองคน ภีมนั่งพิงพนักเก้าอี้ มองผมตรง ๆ ตาไม่วาง
“จริง ๆ นะ” เขาพูดเสียงช้าลง “คุณดูเหมือนคนที่มานั่งรอให้มีใครสักคนเดินมาคุย”
ผมไม่ได้ปฏิเสธทันที แค่หมุนแก้ววิสกี้ในมือ
ภีมยิ้มมุมปาก “หรือว่า… มาหาอะไรบางอย่างที่บาร์ธรรมดาให้ไม่ได้” สายตาเขาไม่กดดันแต่ชัดเจน และเก่งพอที่จะทำให้คนตรงข้ามรู้ว่าตัวเองถูกอ่านอยู่
ผมวางแก้วลงแล้วมองกลับไปหาเขา “คุณพูดเก่งจัง”
“อาชีพผมครับ” ภีมตอบ “แล้วก็ดูคนเก่งเหมือนกัน”
เสียงทั้งบาร์เงียบ ไม่มีเพลงจากลำโพง หรือเสียงผู้คน มีแค่เสียงหายใจเบา เป็นความเงียบของบาร์ที่ปิดแล้ว มีเพียงแค่ผมกับเขา
ภีมเอียงคอเล็กน้อย “จะไปต่อ หรือจะนั่งคุยต่อที่นี่” เขาถาม
ผมมองแก้ววิสกี้ที่เหลือน้อย หัวเริ่มเบาเล็กน้อยจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มมาตั้งแต่เพลงชุดที่สอง “ยังไม่คิดกลับ” ผมตอบ
ภีมยิ้ม “งั้นย้ายไปนั่งที่เคาน์เตอร์ดีกว่า เก้าอี้สบายกว่านี้” เขาลุกขึ้นก่อน โดยไม่รีบเร่ง รอให้ผมตามไป
เคาน์เตอร์บาร์ยาว สีเข้ม ไฟใต้ชั้นวางขวดส่องสว่างพอให้เห็นหน้ากันชัดโดยไม่จ้า ภีมยกแผงไม้เล็ก ๆ ขึ้น เดินวนไปด้านในบาร์ แล้วหันมาถาม “ดื่มอะไรต่อดีครับ วิสกี้เหมือนเดิม หรือให้ผมชงให้”
“คุณชงเองหรอ?” ผมถาม
“เจ้าของร้านนะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ “ชงได้ทุกอย่าง ถ้าไม่ซับซ้อนเกิน”
ผมยักไหล่ “จัดมาเลย”
ภีมหยิบขวดจากชั้นหลัง เทอะไรบางอย่างผสมกันอย่างคล่องแคล่ว แก้วสองใบวางลงตรงหน้าผม หนึ่งใบสำหรับผม อีกใบสำหรับเขา
“ลองสิ” เขาดันแก้มาข้างหน้าผม
ผมจิบ เผ็ดนิด ๆ แต่กลมกล่อม แอลกอฮอล์ชัดเจนกว่าที่ดื่มเมื่อกี้ “แรงดี” ผมบ่นเบา ๆ
“คืนคนน้อย ต้องจัดแรงหน่อย” ภีมพิงข้อศอกบนเคาน์เตอร์ มองผม “ไม่งั้นคุยกันไม่สนุก”
ผมหัวเราะ แล้วจิบอีกครั้ง หัวเริ่มมึนขึ้นจริง ๆ
ภีมไม่ได้เร่งให้ผมดื่ม เขาถามว่าผมทำงานอะไร ฟังคำตอบแล้วยิ้ม ถามต่อว่าทำไมถึงเลือกมานั่งบาร์แจ๊ซแทนผับทั่วไป
“เพราะคนน้อย” ผมตอบตรง ๆ
“คนน้อยแล้วหาอะไรเจอไหม?” เขาถามสวน
ผมชะงักไปนิด ภีมยกแก้วขึ้นจิบ โดยยังมองผมอยู่
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องตอบ” เขาวางแก้วลง “บางคนมานั่งเพราะอยากเงียบ บางคนมานั่งเพราะอยากมีคนคุย บางคน…” เขาเว้นจังหวะสั้น ๆ “มานั่งเพราะอยากลืมใครสักคน” คำหลังทำให้ผมเงียบยาวกว่าที่ควร ภีมไม่ได้ยิ้มร้าย แค่พูดเหมือนคนที่เคยเห็นอะไรแบบนี้บ่อย
“คุณล่ะ” ผมถามกลับ “เป็นเจ้าของบาร์แล้วลงมาเล่นกีตาร์เอง มันสนุกตรงไหน”
“สนุกตรงที่เลือกได้ว่าคืนไหนจะเล่น คืนไหนจะยืนดูคน” เขาตอบ “คืนนี้ผมเลือกดูคน” สายตาเขาชัดเกินไปสำหรับคนที่แค่คุยเล่น
ผมจิบเหล้าอีกคำ แก้วเริ่มเบา
ภีมเทเพิ่มให้โดยไม่ถาม “ขับรถมาเองใช่ไหมครับ” เขาถาม
“ใช่”
“งั้นผสมให้เบาลงหน่อยก็ได้”
“ไม่เป็นไร” ผมตอบ “คืนนี้ไม่คิดขับรถกลับทันทีอยู่แล้ว” ภีมเงยหน้าขึ้น มองผมตรง ๆ รอยยิ้มที่มุมปากช้าลง เหลือแค่สายตา
“งั้น…” เขาพูดเสียงทุ้มลง “คืนนี้คุณวางแผนจะอยู่จนถึงไหน” คำถามนั้นลอยค้างอยู่ในความเงียบของบาร์ที่ปิดแล้ว
ผมไม่ได้ตอบทันที แค่วางแก้วลง แล้วมองกลับไปหาเขาเช่นกัน หัวมึน ใจเต้นช้าแต่หนัก และระยะห่างระหว่างเราก็แคบลงโดยที่ไม่มีใครขยับเก้าอี้
“คุณชงเหล้าเก่งนะ” ผมพูด
“มีอย่างอื่นที่ผมเก่งกว่านี้อีก” ภีมตอบโดยไม่ยิ้มเต็มที่ “แต่คืนนี้ยังไม่โชว์”
“โชว์อะไร” ผมถาม
เขามองผมช้า ๆ จากตาลงไปที่ปาก แล้วกลับขึ้นมา“เดี๋ยวคุณก็รู้” ความเงียบของบาร์ที่ปิดแล้วทำให้ทุกคำดังขึ้น ภีมยกมือขึ้น นิ้วสะกิดขอบแก้วผมเบา ๆ
“แก้วนี้หมดแล้วจะจัดอีกไหม”
“คงพอแล้ว” ผมตอบ
“พอแล้ว แล้วทำไมยังไม่ยอมกลับ”
ผมไม่ตอบ
ภีมยิ้มมุมปาก แล้วเอียงตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกับกลิ่นเหล้าและเหงื่อบาง ๆ ลอยเข้ามาเตะจมูกผม
“บาส” เขาเรียกชื่อผมครั้งแรกโดยไม่มีคำว่าคุณ
“ครับ”
“ถ้าผมเข้าไปใกล้อีกนิด… คุณจะถอยไหม”
ผมมองตาเขา หัวมึน ใจเต้นช้าแต่หนัก แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
ภีมไม่ถามซ้ำ เขาเอื้อมมือมาจับคางผม นิ้วโป้งลูบขอบขากรรไกรช้า ๆ ก่อนจะก้มลงจูบ
จูบแรกไม่รุนแรง แค่กดริมฝีปากเบา ๆ เหมือนทดสอบ พอผมตอบกลับ มันถึงลึกขึ้น ลิ้นเขาสอดเข้ามาช้า ๆ วน ดูด แล้วถอนออกนิดหนึ่งให้ผมได้หายใจ ก่อนจะจูบใหม่แรงกว่าเดิม
มือที่วางบนเคาน์เตอร์เลื่อนมาจับเอวผม ดึงให้เก้าอี้ขยับเข้าใกล้จนต้นขาชนกัน ผมยกมือขึ้นจับคอเสื้อเขา ดึงเข้ามา
จูบเริ่มร้อน ภีมถอนปากออกเพียงนิด กระซิบใกล้ปาก
“ขึ้นไปข้างบนได้ หรือจะทำตรงนี้”
“ตรงนี้”
เขาหัวเราะต่ำในลำคอ แล้วก้มลงจูบคอผม ดูดเบา ๆ ตรงใต้ใบหู มือเลื่อนเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต นิ้วลูบขึ้นตามซี่โครงจนถึงอก
ผมหายใจสะดุด ภีมยกผมให้ลุกยืน หันให้หลังชนเคาน์เตอร์ แล้วกดตัวเข้ามาจูบต่อ มือคลายกระดุมกางเกงผมทีละเม็ดอย่างช้า ๆ
“บอกก่อนนะ” เขากระซิบตอนนิ้วเลื่อนเข้าไปในกางเกงใน “ถ้าอยากให้หยุด… บอกผมได้เสมอ”
ผมไม่พูด แค่ดึงเขาเข้ามาใกล้กว่าเดิม ภีมยิ้มกับริมฝีปากผม แล้วคุกเข่าลง เขามองขึ้นมาทางผมครั้งหนึ่ง ตายังคมแม้แสงในบาร์จะต่ำ มือดึงกางเกงกับกางเกงในลงพร้อมกันจนควยผมดีดตัวออกมา
“แข็งดี” เขาพึมพำ แล้วไม่รีบอมทันที
ใช้ปลายนิ้วลากเบา ๆ ตามความยาว จากโคนขึ้นไปถึงหัว วนรอบร่องช้า ๆ จนน้ำเงี่ยนเริ่มเยิ้ม ผมต้องยันเคาน์เตอร์ไว้
ภีมก้มลงเลียหัวควยหนึ่งครั้ง ลิ้นร้อนและช้า แล้วดูดเฉพาะส่วนหัวเบา ๆ เหมือนจะชิม
“อืม…” เสียงครางหลุดจากคอผม
เขายิ้มทั้งที่ปากยังอยู่ตรงนั้น แล้วอมลึกขึ้นทีละนิด ปล่อยให้น้ำลายไหลชุ่มลำ มือข้างหนึ่งจับโคน อีกข้างนวดลูกอัณฑะเบา ๆ จังหวะแรกยังช้า
อมลงไปจนเกือบสุด หยุดค้างไว้ให้หัวดันโคนคอ แล้วถอนออกช้า ๆ พร้อมดูดแรงตลอดทาง
ผมเงยคอมองเพดานบาร์ มือไปวางบนหัวเขาโดยไม่ตั้งใจ ภีมไม่ปัดออก กลับอมลึกอีกครั้ง คราวนี้เร็วขึ้นเล็กน้อย สลับระหว่างดูดแรงกับเลียรอบหัวแบบไม่มีจังหวะให้คาดเดา
เสียวจนขาเริ่มเกร็ง
เขาถอนปากออก น้ำลายเส้นยาวติดจากริมฝีปากไปที่หัวควย แล้วใช้มือรูดเร็ว ๆ สองสามที ก่อนจะก้มลงอมใหม่ คราวนี้ลึกและต่อเนื่อง เสียงดูดดังเบา ๆ ในบาร์ที่เงียบ ปนกับลมหายใจของทั้งคู่
ผมหอบ “ภีม…” เขาตอบด้วยการดูดแรงขึ้นตรงหัว ลิ้นกดแน่นใต้ลำทุกครั้งที่ถอนออก มือรูดโคนเป็นจังหวะตรงข้าม
ท้องน้อยเริ่มตึง เขาชะลอลงทันที ถอนปากออก แล้วเลียหัวควยเบา ๆ เป็นวงกลมช้า ๆ แทนการอมลึก นิ้วโป้งวนตรงจุดใต้หัวที่อ่อนไหวที่สุด ทรมานแบบตั้งใจ
ผมสั่นเทา มือที่วางบนหัวเขาขยับไปกำเส้นผมยาวกว่าปกติของเขาเบา ๆ ภีมยิ้ม แล้วก้มลงอมอีกครั้ง คราวนี้ไม่ช้าอีกต่อไป อมลึก ดูดแรง มือรูดพร้อมกัน จังหวะที่ทำให้ผมต้องกดสะโพกไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ เสียวจนขอบตาชื้น หัวมึนจากเหล้าและจากปากเขา จนเสียงที่หลุดจากคอเป็นคำพูดไม่ได้อีกต่อไป
ผมทนไม่ไหวดึงเขาขึ้นมา จูบแรง ลิ้นวนลึก มือเลื่อนไปคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตของภีมทีละเม็ด ช้า ๆ จนเปิดอก ผิวเขาอุ่น ผอมเพรียวแต่แน่น กล้ามเนื้อบาง ๆ ชัดตอนหายใจ ผมก้มลงจูบอก เลียหัวนมข้างหนึ่งเบา ๆ แล้วดูด
ภีมครางในลำคอ มือผมเลื่อนลงไปคลายกางเกงเขา กางเกงในถูกลากลงพร้อมกัน ควยของภีมดีดตัวขึ้นมาทันที ยาว 8.4 นิ้วได้ ทรงตรง โคนไม่หนามาก หัวเรียวเล็กน้อย ผิวเรียบตึง เส้นเลือดปูดชัดตอนแข็งเต็มที่ สีเข้มกว่าท้องเล็กน้อย น้ำเงี่ยนเยิ้มที่หัวแล้ว
ผมก้มลงอมโดยไม่ลังเล กลิ่นตัวปนเหล้าและเหงื่ออ่อน ๆ เข้าจมูก รสเค็มบนลิ้น ผมอมลึก ใช้มือรูดโคน ดูดแรงเป็นช่วงสั้น ๆ ภีมหายใจหอบ มือวางบนหัวผม “บาส…”
ผมอมต่ออีกพัก ลิ้นวนรอบหัว แล้วถอนออกช้า ๆ น้ำลายติดเป็นเส้น ภีมดึงผมขึ้นมา จูบแรงอีกครั้ง แล้วกอดยกตัวผมขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์ ไม้เย็นกระทบต้นขาเปลือย
เขายืนระหว่างขาผม มองตาตรง ๆ แม้แสงจะต่ำ “คืนนี้คุณไม่ต้องทำให้ผม” ภีมพูดเสียงทุ้ม “ผมดูแลคุณเอง” ก่อนที่ผมจะเถียง เขาก็กดให้นอนหงายบนเคาน์เตอร์ แล้วก้มลง
ภีมเลียต้นขาด้านในช้า ๆ ทั้งสองข้าง ขึ้นไปจนถึงโคน แล้วเลียลูกอัณฑะทีละข้าง ดูดเบา ๆ กลิ้งด้วยลิ้น
ผมสะดุ้ง มือกำขอบเคาน์เตอร์ เขาเลียต่อลงไป ลิ้นร้อนลากช้า ๆ รอบรู วนเป็นวง แล้วดุนลิ้นเข้าไปข้างในเบา ๆ
“อ่า—” เสียงครางหลุดทันที
ภีมไม่รีบ เลียซ้ำ ดูดเบา ๆ ที่ขอบรู แล้วใช้ปลายลิ้นเจาะช้า ๆ สลับกับเลียลูกอัณฑะและโคนควยเสียวจนขาผมพับเกร็ง เหล้าในเลือดทำให้ทุกสัมผัสแรงกว่าปกติ ความมึนทำให้เงี่ยนจนคิดอะไรไม่ออกนอกจากลิ้นเขาที่กำลังทำงานอยู่ระหว่างขา
เขายังไม่หยุด มือข้างหนึ่งรูดควยผมช้า ๆ ขณะที่ปากยังเลียรูต่อ น้ำลายเปียกชุ่ม ลิ้นดุนลึกขึ้นเป็นระยะ
ผมหอบ “ภีม… เดี๋ยว—”
“ยังไม่ให้แตก” เขาพูดโดยไม่เงยหน้า ลมหายใจร้อนรดตรงนั้น “ผมจะคุุณให้เสียวกว่านี้ก่อน” แล้วก็ก้มลงเลียต่อ
ช้า
ละเอียด
และตั้งใจจนผมเริ่มสั่นเทาทั้งตัวบนเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่า ภีมยังไม่ยอมเงยหน้า ลิ้นยังทำงานอยู่ระหว่างขาผม ช้าและละเอียด วนรอบรูซ้ำแล้วซ้ำอีก ดุนเข้าไปข้างในเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วถอนออกมาเลียขอบจนเปียกชุ่ม
ผมสั่น ขาถ่างโดยอัตโนมัติบนเคาน์เตอร์ มือกำขอบไม้แน่นจนข้อนิ้วขาว ภีมใช้มือแยกรูให้กว้างขึ้นอีกนิด แล้วเลียลึกกว่าเดิม
“อืมม—” เสียงครางหลุดยาว
เขาหัวเราะเบา ๆ ตรงนั้น ลมหายใจร้อนพ่นเข้าไปในรูทุกครั้งที่หัวเราะ เสียวจนหลังโก่ง นิ้วกลางของเขาเริ่มสอดเข้ามาแทนลิ้น ช้า ๆ หนึ่งนิ้ว หมุนวนข้างใน หาจุด
เจอ
กด
ผมสะดุ้งแรง ควยเด้งขึ้นจนฟาดท้องตัวเอง “ตรงนี้” ภีมพึมพำ แล้วกดซ้ำ นิ้วที่สองสอดตามเข้าไปโดยไม่รีบ ขยายช้า ๆ นิ้วทั้งสองขยับเป็นกรรไกรเบา ๆ แล้วงอขึ้นกดจุดเดิมซ้ำ เสียวจนน้ำตาซึม
เหล้าในเลือดทำให้ทุกอย่างแรงกว่าปกติ ความมึนทำให้ผมกลั้นไม่อยู่ เสียงครางดังขึ้นเรื่อย ๆ ในบาร์ที่ว่างเปล่า
ภีมกดนิ้วลึกขึ้น แล้วใช้ปากอมควยผมลงไปพร้อมกัน รูถูกนิ้วทำงาน ควยถูกปากดูด ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันจนหัวมึนไปหมด
“ภีม… จะเสร็จ—” นิ้วในรูชะลอลงทันที แต่ไม่ถอนออก เขายังอมหัวควยเบา ๆ แล้วถอนปากออก
“ยัง” เสียงแหบ “รูยังไม่พร้อมสุด” นิ้วทั้งสองขยับต่อ ช้าลงแต่กดหนักขึ้นตรงจุดเดิม น้ำลายและน้ำเงี่ยนทำให้ทุกการเคลื่อนไหวชุ่มและเสียงดังเล็ก ๆ
ผมหอบจนอกสั่น ขาอ่อน ควยแข็งจนปวด น้ำไหลย้อยจากหัวลงมาตามลำโดยที่ยังไม่เสร็จ ภีมถอนนิ้วออกช้า ๆ รูที่ถูกขยายยังกระตุกหาอากาศ เขายืนขึ้น มองผมที่นอนหงายบนเคาน์เตอร์ ขาถ่าง ตัวสั่น น้ำเงี่ยนเยิ้ม
“ตอนนี้…” ภีมเช็ดริมฝีปากด้วยหลังมือ แล้วยิ้ม “พร้อมแล้ว” มือเขาจับโคนควยตัวเอง รูดช้า ๆ สองสามที ให้แข็งเต็มที่ แล้วเดินเข้ามาใกล้ระหว่างขาผม มือจับโคนควยตัวเอง รูดหัวไปมาที่รูผมช้า ๆ ให้เปียกชุ่ม แล้วค่อย ๆ ดันเข้าไปผ่าปากรูผม
หัวจมลงก่อน
ตึง
ร้อน
ผมหายใจออกยาว มือยันเคาน์เตอร์ไว้แน่น ภีมไม่รีบ ดันทีละนิ้ว หยุดให้ผมได้ปรับทุกครั้งที่ลึกขึ้น จนโคนชิด เต็มลำ
แปดนิ้วกว่าของเขาตรงและเรียวพอดี ทำให้รู้สึกถึงทุกเส้นเลือดที่ปูดตอนถูกยืด
“รับไหวไหม” เขาถามเสียงแหบ ตาจ้องใบหน้าผม
ผมพยักหน้าอ่อน ๆ ภีมเริ่มขยับ
ช้า
ถอนออกเกือบสุดจนเหลือแค่หัว แล้วดันกลับเข้าไปจนสุดอีกครั้ง
ตับ…
ตับ…
ตับ…
ทุกดอกตั้งใจ ทุกดอกลึก เคาน์เตอร์ไม้สั่นเบา ๆ ตามจังหวะ ผมคราง เหล้าทำให้ทุกสัมผัสแรงขึ้น ความมึนทำให้ขาอ่อนและยอมรับทุกอย่างง่ายขึ้น ภีมจับต้นขาผมไว้ทั้งสองข้าง ยกให้สูงขึ้นอีกนิด แล้วซอยต่อ จังหวะยังไม่เร็ว แต่หนัก หัวควยครูดจุดข้างในซ้ำ ๆ จนผมต้องเงยคอ
“ตรงนั้น…” เสียงผมแหบ
เขายิ้มมุมปาก แล้วซอยซ้ำจุดเดิมไม่ยอมขยับมุม
ตับ ตับ ตับ ตับ
เสียงหนังชนดังชัดในบาร์ที่ว่าง ปนกับเสียงครางของผมที่กลั้นไม่อยู่ ภีมโน้มตัวลง จูบผมแรง ดูดลิ้น ขณะที่สะโพกยังกระแทกต่อ มือข้างหนึ่งเลื่อนมารูดควยผมไปพร้อมกัน กลิ่นเหล้าในลมหายใจเราผสมกัน ทำให้อารมณ์ุ่งพลานกว่าเดิม
เสียวจนท้องเกร็ง
ผมใกล้แล้ว แต่ภีมชะลอลงทัน ถอนเกือบสุด ค้างไว้ แล้วดันเข้าช้า ๆ อีกครั้ง เขากระซิบใกล้ปาก “ผมจะทำให้เสียวกว่านี้อีก” แล้วเร่งจังหวะขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เร็วขึ้น
ลึกขึ้น
เคาน์เตอร์สั่น ขวดบนชั้นขยับเล็กน้อย ผมถูกเย็ดบนบาร์ที่เพิ่งปิด ไฟต่ำ กลิ่นเหล้า กลิ่นเหงื่อ และเสียงหนังชนกันดังก้องในความเงียบ ขาผมถูกยกสูง รูถูกแทงซ้ำ จนคิดอะไรไม่ออกนอกจากจังหวะของเขา
ภีมยังซอยอยู่
เร็วขึ้น
ลึกขึ้น
เคาน์เตอร์สั่น ขวดบนชั้นขยับเล็กน้อย
ผมถูกเย็ดบนบาร์ที่เพิ่งปิด ไฟต่ำ กลิ่นเหล้า กลิ่นเหงื่อ และเสียงหนังชนกันดังก้องในความเงียบ ขาผมถูกยกสูง รูถูกแทงซ้ำ จนคิดอะไรไม่ออกนอกจากจังหวะของเขา ใกล้แล้วอีกครั้ง ท้องเกร็ง รูบีบรัด
ภีมรู้ทัน เขาถอนออกจนหลุด น้ำเงี่ยนเส้นยาวติดตามมา ผมครางอ่อยเพราะความว่าง ภีมไม่พูดอะไร แค่ดึงผมลงจากเคาน์เตอร์ ให้หันหลัง แล้วกดให้โน้มตัวลง อกวางบนไม้เย็น เอวยกสูง
มือเขาแยกรูที่ยังอ้าอยู่ แล้วดันเข้าไปใหม่จากด้านหลังทีเดียวจนสุด
“อ่า—” ท่านี้ลึกกว่าเดิมชัดเจน โคนควยเขาชิดก้นผม หัวควยชนจุดเดิมได้ง่ายโดยไม่ต้องหา ภีมจับเอวผมทั้งสองมือ เริ่มซอย
ตับ ตับ ตับ ตับ
แรงและสม่ำเสมอ ทุกดอกดึงสะโพกผมเข้าหา ผมถูกกระแทกจนตัวเลื่อนไปข้างหน้าบนเคาน์เตอร์ ต้องยันมือไว้ เสียวจนขาอ่อน
ภีมก้มลง อกชิดหลัง ปากจูบต้นคอ แล้วกระซิบ “รูคุณตอดผมตลอดเลย” เขายังซอยต่อ มือข้างหนึ่งโอบมารูดควยผมจากด้านล่าง
จังหวะมือกับสะโพคตรงกัน เสียวจนน้ำตาซึม ผมใกล้จะขาดใจอีกครั้ง ภีมชะลอลงอีกครั้ง ถอนออกช้า ๆ แล้วหันผมกลับมา ยกตัวขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้ขาพับชิดอก
เขาเข้าจากด้านหน้า ดันเข้าไปจนสุด แล้วซอยสั้น ๆ เร็ว ๆ ซ้ำจุดเดิมโดยไม่ถอนยาว
ตับตับตับตับ
โต๊ะบาร์สั่นแรงขึ้น ผมครางไม่เป็นคำ มือไปเกาะไหล่เขา เล็บกดลงบนผิว ภีมจับข้อพับเข่าผมกดลงต่ำกว่าเดิม ทำให้มุมเปลี่ยน หัวควยครูดจุดใหม่ที่ลึกกว่า
ผมสะดุ้งทั้งตัว “อีก…” เสียงผมแตก
เขาไม่ตอบ แค่ยิ้มหอบ ๆ แล้วซอยต่อให้หนักขึ้น จนเหงื่อจากหน้าผากเขาหยดลงบนท้องผม จนกลิ่นตัวทั้งคู่เข้มขึ้นในอากาศบาร์ จนผมเริ่มกลัวว่าตัวเองจะเสร็จโดยห้ามไม่อยู่
ภีมถอนออกอีกครั้งก่อนที่ผมจะถึง ผมครางด้วยความอัดอั้น เขาหายใจหอบ แล้วมองไปรอบบาร์ที่ว่างเปล่า “ไปโซฟา” เขายังไม่ให้ผมเดินเอง
มือโอบเอว พยุงให้ลงจากเคาน์เตอร์ แล้วพาเดินไปมุมด้านในที่โซฟาหนังสีเข้มวางอยู่ใกล้เวที ระหว่างทาง ภีมแวะคว้าขวดวิสกี้ที่เปิดค้างไว้บนเคาน์เตอร์มาด้วย
ผมถูกผลักให้นอนหงายบนโซฟา หนังเย็นและนุ่มกว่าเคาน์เตอร์ ภีมปีนตามขึ้นมา ยกขาผมข้างหนึ่งพาดบนพนักโซฟา อีกข้างแยกกว้าง เขายังไม่แทงทันที
เปิดฝาขวด เทวิสกี้ลงบนอกผมช้า ๆ เหล้าเย็นไหลตามร่องอก ลงไปที่ท้อง สะดือ แล้วไหลต่อลงไปถึงโคนควย ผมสะดุ้งเพราะความเย็น ภีมก้มลงเลียตามทางที่เหล้าไหล ลิ้นร้อนไล่ตามหยดวิสกี้จากอกลงไปถึงท้อง ดูดสะดือ แล้วเลียโคนควยที่เปียกเหล้า
กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นตัวเข้มขึ้นทันที เขาเงยหน้าขึ้น เทเหล้าเข้าปากตัวเองหนึ่งอึก แล้วก้มลงจูบผม เหล้าไหลจากปากเขาเข้าปากผม เผ็ด ร้อน ปนน้ำลาย ผมกลืนตามโดยไม่ทันคิด หัวมึนกว่าเดิม
ภีมยิ้มกับริมฝีปากที่เปียก แล้วจัดลำเข้าที่ ดันเข้าไปช้า ๆ จนสุด ขณะที่มือยังเทวิสกี้ลงบนท้องผมเป็นหยด ๆ ทุกครั้งที่เขาซอย เหล้าที่ค้างอยู่บนผิวจะสั่นและไหลตามจังหวะ
ตับ…
ตับ…
ตับ…
เขาซอยช้าแต่ลึก แล้วก้มลงเลียเหล้าที่ไหลใกล้จุดที่ควยทั้งสองเสียดสีกัน เสียวจนผมเงยคอ ภีมเทเหล้าอีกนิดลงบนนิ้วตัวเอง แล้วเอานิ้วที่เปียกเหล้าวนรอบหัวนมผม ก่อนจะก้มดูด
“อ้า—” เขายังซอยต่อ มือข้างหนึ่งป้อนเหล้าทางปากให้ผมเป็นระยะ จูบลึกแล้วปล่อยให้วิสกี้ไหลเข้าไป
ผมมึน
เงี่ยน
และยอมทุกอย่างง่ายขึ้นเพราะแอลกอฮอล์ ภีมถอนออกครึ่งลำ เทเหล้าเล็กน้อยลงบนโคนควยตัวเอง แล้วดันกลับเข้าไปใหม่ ความเย็นของเหล้าผสมความร้อนของรูทำให้ทั้งคู่ครางพร้อมกัน เขาเร่งจังหวะขึ้น
โซฟาสั่น เสียงหนังชนดังปนกับเสียงเหล้าที่ไหลและเสียงคราง ผมถูกเย็ดบนโซฟาบาร์ ตัวเปียกวิสกี้ ปากยังมีรสเหล้าจากที่เขาป้อน และรูถูกแทงซ้ำจนคิดอะไรไม่ออก
ภีมจับข้อมือผมพินลงกับโซฟา “ยังไม่เสร็จ…” เขากระซิบ “อีกสักพัก” แล้วซอยต่อให้หนักขึ้น ขณะที่เหล้าบนผิวหนังทั้งคู่เริ่มเหนียวและมันจากเหงื่อ
ช้าแต่ลึก เหล้าที่เทไว้บนท้องผมเริ่มเหนียวจากเหงื่อ เขาถอนควยออกอีกครั้งก่อนที่ผมจะถึงจุดนั้นอีกครั้ง ผมครางอ่อย
ภีมหอบ แล้วมองไปรอบตัว คว้าผ้าเช็ดบาร์สีขาวที่พาดอยู่บนพนักโซฟาอีกตัว แล้วมัดข้อมือผมทั้งสองข้างไว้ด้วยกันเหนือหัว แน่นพอไม่ให้คลุมมือได้ง่าย แต่ไม่จนเจ็บ
“อย่าเพิ่งใช้มือ” เขาพูดเสียงแหบ จากนั้นเขาเดินไปที่ถังน้ำแข็งหลังเคาน์เตอร์ ตักน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ มาเต็มมือ กลับมาคุกเข่าบนโซฟา
นำน้ำแข็งแตะลงบนหัวนมผม เย็นเฉียบ ผมสะดุ้งแรง หลังโก่ง ภีมวนน้ำแข็งช้า ๆ รอบหัวนมทั้งสองข้างจนแข็งตัว แล้วก้มลงดูดแทน ความร้อนของปากสลับความเย็นของน้ำแข็งทำให้เสียวจนครางเสียงดัง
เขายังไม่หยุด นำน้ำแข็งก้อนใหม่เลื่อนลงท้อง วนรอบสะดือ แล้วเลื่อนต่อลงไปถึงโคนควย เย็นจนผมชักเกร็ง
ภีมใช้มือแยกรู แล้วค่อย ๆ ดันน้ำแข็งก้อนเล็กมากเข้าไปข้างในหนึ่งก้อน
“อ้า—!” ผมสะดุ้งทั้งตัว ความเย็นแปลกปลอมและเสียวจนขาถีบ น้ำแข็งเริ่มละลายในรู น้ำเย็นไหลออกมาตามขอบ ภีมยิ้ม แล้วจัดควยเข้าที่ ดันเข้าไปทับความเย็นนั้นจนสุด
“ห่า—” ผมครางแทบไม่เป็นคำ ความร้อนของควยเขาผสมความเย็นของน้ำแข็งที่กำลังละลายข้างใน ทำให้ทุกดอกแปลกและแรงกว่าที่เคย เขาซอยช้า ๆ ให้ผมได้รู้สึกถึงทั้งสองอย่าง
ตับ…
ตับ…
ตับ…
น้ำจากน้ำแข็งไหลออกมาทุกครั้งที่ถอน ทำให้เสียงชุ่มกว่าเดิม ภีมคว้าแก้ววิสกี้ที่เหลืออยู่บนโต๊ะข้างโซฟา เทลงบนหลังมือตัวเอง แล้วป้อนเข้าปากผม
เหล้าไหลปนน้ำลาย หัวมึนหนักขึ้น เขาซอยแรงขึ้นพร้อมกัน ข้อมือที่ถูกมัดทำให้ผมช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องรับทุกอย่างตามที่เขาให้ เสียวจนน้ำตาซึม
ภีมถอนลำควยแข็งออกจากร่างผม แล้วพลิกผมคว่ำ ยกสะโพกสูง หยิบน้ำแข็งอีกก้อน วนรอบรูที่เปียกและแดง แล้วดันเข้าไปใหม่ก่อนจะแทงตามเข้าไป
ผมร้องเสียงอ่อยดังก้องในบาร์ เขาจับเอวกระแทกแรง น้ำแข็งละลายเร็วจากความร้อน น้ำเย็นไหลลงต้นขา ทุกดอกหนักและแปลก จนผมเริ่มกลัวว่าตัวเองจะเสร็จโดยห้ามไม่อยู่
ภีมซอยแรงขึ้น น้ำแข็งที่เหลืออยู่ข้างในละลายจนหมด เหลือแต่ความชุ่มและเสียงน้ำเงี่ยนที่ดังทุกครั้งที่โคนกระแทก
ข้อมือผมยังถูกมัดไว้เหนือหัว ตัวถูกโน้มคว่ำบนโซฟา สะโพกยกสูง เขาจับเอวทั้งสองมือ ดึงเข้าหาทุกดอก
ตับ ตับ ตับ ตับ
เร็ว
หนัก
ไม่เหลือจังหวะช้าอีก ผมครางไม่เป็นคำ ใบหน้ากดลงกับหนังโซฟา น้ำลายไหลเล็กน้อยเพราะเสียวจนควบคุมปากไม่ได้
ภีมก้มลง อกชิดหลัง มือโอบมารูดควยผมเร็วและแรง “แตกเลย” เขากระซิบเสียงแหบใกล้หู “แตกพร้อมผม”
คำสั่งนั้นทำให้ร่างกายตอบสนองทันที รูบีบรัดแรงเป็นระลอก ท้องเกร็ง ขาตุบ ผมแตกกระตุก น้ำพุ่งใส่โซฟาและมือเขาเป็นสาย ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงครางหลุดยาว ความรัดนั้นทำให้ภีมทนไม่ไหวตาม
เขาอัดเข้าสุด ตัวเกร็ง แล้วพุ่งเข้าไปข้างในผมเป็นระลอก “อ่า— อืม…” น้ำอุ่นพวยพุ่งเข้าไปเต็ม ท้องน้อยตึงและร้อน เขากระตุกอีกหลายครั้งก่อนจะค่อย ๆ ชะลอ
ทั้งคู่หอบหายใจดังในบาร์ที่เงียบ ภีมยังฝังอยู่ข้างใน ไม่ถอนทันที มือที่มัดข้อมือผมคลายออกช้า ๆ แล้วลูบแขนผมเบา ๆ
ผมยังสั่น
ขาอ่อน
หัวมึนจากเหล้าและความเสียว ภีมจูบไหล่ผมหนึ่งครั้ง แล้วค่อย ๆ ถอนออก น้ำของเขาไหลตามออกมาทันทีที่หลุด ไหลลงต้นขา หยดบนโซฟา เงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงแอร์กับลมหายใจที่ยังไม่คงที่ภีมนั่งลงข้าง ๆ ผมบนโซฟา มือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แล้วพูดเสียงยังแหบ “ไปส่งคุณกลับ… หรือจะพักที่นี่ก่อน”
ผมยังตอบไม่ได้ทันที เพราะร่างกายยังอ่อน และในหัวยังว่างเปล่าหลังจากเสร็จ
“โทรเรียกใครมารับ” ผมพูดเสียงแหบ “ผมขับกลับเองไม่ไหว” ภีมพยักหน้า แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์ให้ ผมกดหาชื่อในรายชื่อ
ธาม… ติดงานแน่นอน และผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ต้น… เมื่อกี้บอกว่าติดงานถึงดึก
นิ้วเลื่อนไปหยุดที่ชื่อธีร์
กดโทรออก สายดังไม่กี่ครั้ง เขารับทันที
“พี่บาสครับ” เสียงยังสด แม้จะดึก
“ธีร์… มารับหน่อยได้ไหม” ผมพูดช้า ๆ “อยู่บาร์แถว…” บอกชื่อซอยไป เงียบไปเสี้ยววินาที
“ได้ครับ” เขาตอบสั้น ไม่ถามอะไร “แป๊บเดียวถึง”
วางสาย
ภีมช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ผม ช่วยเช็ดตัวหยาบ ๆ ด้วยผ้าเช็ดบาร์ แล้วพาไปรอที่เก้าอี้หน้าบาร์ ไม่กี่นาทีไฟหน้ารถส่องเข้ามาในซอย ธีร์ลงจากรถเก๋งสีดำ เดินเข้ามาเร็ว ใส่เสื้อยืดหลวม ๆ กางเกงวอร์ม ผมยุ่งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งออกจากบ้าน
เขาเห็นสภาพผม ตาชำเลืองไปที่ภีมที่ยืนอยู่หลังบาร์ แล้วกลับมามองผมโดยไม่พูดอะไร “ขึ้นรถเลยครับพี่”
เสียงนุ่ม ปกติ ไม่มีการซักถาม ผมขึ้นนั่งที่นั่งคนนั่ง ธีร์ปิดประตูให้ แล้วเดินไปคุยกับภีมสั้น ๆ สองสามคำ ก่อนจะกลับมาขึ้นขับ
ภายในรถเงียบตลอดทาง ผมเอนหัวพิงกระจก เหล้ายังทำงาน ร่างกายยังอ่อน ธีร์ไม่ได้เปิดเพลง ไม่ได้ถามว่าไปทำอะไรมา แค่ขับรถนิ่ง ๆ และทุกครั้งที่ต้องจอดไฟแดง เขาจะเหลือบมามองผมเหมือนตรวจเช็คว่ายังไหวอยู่หรือไม่
ถึงคอนโด ธีร์จอดรถแล้วลงมาก่อน เปิดประตูฝั่งผม ยื่นมือให้ ผมจับมือเขาลงจากรถ ขายังอ่อนจากเหล้าและจากที่ถูกใช้มาทั้งคืน จนต้องพยุงที่เอวเล็กน้อย
ขึ้นลิฟต์
ในตู้ลิฟต์แคบ ๆ ธีร์ยืนห่างจากผมครึ่งก้าว มือยังพร้อมยื่นถ้าผมเซ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาที่เหลือบมาเป็นระยะบอกชัดว่าเขากำลังอ่านสภาพผมทั้งหมด
เปิดประตูห้อง ไฟยังดับอยู่ ผมเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวก็ต้องยันผนัง ธีร์ปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินตามเข้ามา
“พี่บาส” เขาเรียกเสียงนุ่ม “อาบน้ำก่อนนะครับ” ไม่ใช่คำถาม เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ เขานำผมไปห้องน้ำ เปิดไฟอ่อน เปิดน้ำอุ่น ปรับอุณหภูมิด้วยหลังมือจนพอใจ
แล้วหันมาทางผม “ยกแขนได้ไหมครับ”
ผมยก ธีร์ถอดเสื้อให้ช้า ๆ ระวังไม่ให้ผ้าถูกับผิวแรง แล้วพับวางไว้บนเคาน์เตอร์ ตอนช่วยถอดกางเกง นิ้วเขาเย็นและระมัดระวัง ไม่มีการชำเลืองลงไปต่ำกว่าที่จำเป็น
แต่ผมรู้ว่าเขาเห็นรอยแดงที่ข้อมือจากผ้าที่ถูกมัด เห็นรอยนิ้วที่เอว และเห็นร่องรอยอื่นที่ยังไม่จางธีร์ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับรอยเหล่านั้น แค่พยุงให้ผมเข้าไปยืนใต้ฝักบัว
“ผมยืนรอข้างนอกนะครับ” เขาพูด “ถ้าเรียกผมเข้าไปได้ทันที” ประตูห้องน้ำปิดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง น้ำอุ่นไหลผ่านหัวไหล่ลงมา ผมยืนนิ่งใต้ฝักบัวนานกว่าปกติ พอปิดน้ำ ธีร์เปิดประตูทันทีเหมือนรออยู่ตลอด
ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกห่อรอบตัวผมจากด้านหลัง เขาสัมผัสผมผ่านผ้า เช็ดช้า ๆ จากผมลงไปถึงหลัง โดยไม่เปิดผ้าออก “พอไหมครับ” เขาถามเบา ๆ
ผมพยักหน้า ธีร์พาผมเดินไปห้องนอน บนเก้าอี้ใกล้ตู้เสื้อผ้ามีกระเป๋าเดินทางใบเล็กวางอยู่ เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็น เขายืนมองกระเป๋านั้นอยู่สองวินาที สายตาซับซ้อนขึ้นชั่วขณะ แต่เมื่อหันกลับมาหาผม ใบหน้ากลับเรียบเหมือนเดิม
“นอนเลยนะครับพี่” เขายกผ้าห่ม ช่วยให้ผมนอนลง จัดหมอนให้ศีรษะ แล้วดึงผ้าห่มคลุมถึงอก นั่งลงที่ขอบเตียง ระยะใกล้พอที่ผมจะได้กลิ่นสบู่จากตัวเขา
“พี่บาส” ธีร์พูดเสียงเบาลงกว่าเดิม “ผมไม่ถามนะครับว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น” ผมมองเขา ตาเขาจริงจัง แต่ไม่มีตำหนิ “แต่ถ้าพี่เจ็บ หรือไม่สบาย…” เขาเว้นจังหวะ “บอกผมได้เสมอ” มือที่วางบนผ้าห่มขยับเข้ามาใกล้แขนผมมากขึ้นอีกนิด โดยยังไม่แตะ
“ผมอยู่ดูแลก็ได้นะครับ” ธีร์พูดต่อ “ทั้งคืนเลย ผมไม่รบกวน” น้ำเสียงเดิมที่เคยเป็นแค่หมาเด็ก ตอนนี้มีอะไรหนักแน่นกว่านั้น เหมือนคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ตรงไหนของชีวิตผม
ผมสั่นหัวช้า ๆ “กลับไปพักผ่อนเถอะ เรามีงานเช้าหนิเดี๋ยวไม่ทัน ขอบคุณนะ…” ผมพูด “พรุ่งนี้… พี่ต้องออกเช้าด้วย”
ธีร์นิ่งไปนานกว่าครั้งก่อน สายตาเขากวาดใบหน้าผมทีละจุด เหมือนกำลังจำ แล้วค่อย ๆ พยักหน้า
“ได้ครับ” เขายังไม่ลุกทันที มือที่ยกขึ้นมาปัดเส้นผมที่เปียกติดหน้าผากผมออกอย่างช้า ๆ นิ้วสัมผัสผิวหน้าผากเบาที่สุด “ฝันดีนะครับพี่บาส”
“ฝันดี”
ธีร์ลุกขึ้น ปิดไฟห้องเหลือแค่โคมมุมห้อง ก่อนเดินออก เขาหยุดที่ประตูห้องนอนอีกครั้ง หันมามองผมในความมืด
“พี่” เขาเรียกเบา ๆ
“อืม”
“ไม่ว่าพี่ยังไง… ผมยังอยู่ตรงนี้ครับ” แล้วเขาเดินออกไป เสียงประตูคอนโดปิดเบา ๆ
ผมนอนมองเพดาน คำพูดของธีร์ยังค้างอยู่ในห้อง ไม่ใช่คำว่ารัก แต่หนักกว่าที่เคยได้ยินจากเขาทุกครั้ง
…
ผมตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก หัวยังหนักเล็กน้อยจากเหล้าเมื่อคืน ร่างกายล้าตามจุดที่ถูกใช้ แสงเช้าลอดผ่านม่านเข้ามาจาง ๆ
โทรศัพท์มีข้อความจากธามส่งมาเมื่อเกือบชั่วโมงก่อน
ธาม: ผมออกจากบ้านแล้วครับ น่าจะถึงคอนโดคุณประมาณแปดโมงครึ่ง
ต้นบอกว่าขอเคลียร์งานเช้าแล้วจะบินตามไป
ผมลุกขึ้นอาบน้ำอีกครั้ง แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตบาง ๆ กางเกงสบาย ๆ สำหรับเดินทาง แล้วลากกระเป๋าใบเล็กที่เตรียมไว้ลงมา
ธีร์ส่งข้อความมาเมื่อตอนตีห้า
ธีร์: หลับสบายนะครับพี่ เดินทางปลอดภัย
บาส : หลับสบายมาก ขอมคุณนะ
ผมพิมพ์ตอบ แล้วมองข้อความนั้นอยู่นานก่อนจะเก็บโทรศัพท์ รถของธามเพิ่งขับเข้ามาจอดหน้าอาคาร ธามลงจากรถ ยิ้มให้ผม
“เชิญครับ” เขาเดินลงมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ผม มือคว้ารับกระเป๋าจากมือผมอยากสุภาพ เอากระเป๋าผมไปใส่หลังรถ
ระหว่างทางเราคุยกันบ้าง ผมนั่งข้าง ๆ ธาม มองออกนอกหน้าต่าง ในหัวนับอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
ภาคย์
นที
ธีร์
อคิน
กรณ์
ภีม
เหลืออีกสองคน ทะเลใกล้เข้ามาทุกที และเวลาที่เหลือก็เช่นกัน
ท้ายบทที่ 7
สวัสดีครับ ว่างเว้น นักเล่ามือใหม่
อ่านจบบทที่ 7 แล้วเป็นยังไงบ้างครับ
รอบนี้ภีมมาพร้อมลีลาและคำถามที่ทิ้งไว้ในอากาศ ส่วนธีร์ก็เริ่มชัดขึ้นว่าไม่ได้เป็นแค่เพื่อนที่คอยช่วยเหลือ
คอมเมนต์ ติชม หรือแนะนำได้เลยนะครับ
ฝากติดตามบทต่อไปด้วยครับ