ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 17: ซุปเปอร์นิวเฟรนด์_ควยเด็กช่างมันชั่งเร้าใจสัส..!!
"กันต์...!!วิ่งงงง!" ลุงนัสออกแรงตะโกนลั่นฝ่าสายฝน
"ทำไมละครับลุง!"ผมร้องถามอย่างตกใจขณะสับเท้าวิ่งตาม
"วิ่งไปก่อนค่อยว่ากันเร็ว!"
"ครับลุง!"
ทั้งผมและลุงนัสต่างพากันกระโจนวิ่งออกจากป้อมรปภ. อย่างทุลักทุเลมือข้างหนึ่งต้องคอยจับรั้งดึงกางเกงขาสั้นขึ้นมาสวมแทบไม่ทันท่วงทีพอสับเท้าวิ่งฝ่าสายฝนหลบฉากออกมาได้ระยะหนึ่งจนพ้นรั้วสวนสาธารณะผมก็หอบหายใจฟืดฟาดแล้วเอ่ยถามขึ้นมาทันที
"ทำไมต้องรีบวิ่งขนาดนี้ครับลุงนัส"
"ก็ลุงรู้จักรปภ. เกือบทุกคนที่สวนนี้น่ะสิ ไม่รู้ว่าเมื่อกี้เขาจะเห็นอะไรไปบ้างแล้วก็ไม่รู้ว่าจะจำหน้าลุงได้หรือเปล่าไม่อย่างนั้นลุงคงไม่กล้าหน้าด้านมาวิ่งออกกำลังกายที่นี่อีกแน่ๆ"ลุงนัสถอนหายใจยาวพลางลูบน้ำฝนออกจากใบหน้า
พวกเราสองคนวิ่งสลับเดินหอบสังขารเปียกปอนกลับมาจนถึงบ้านทาวน์เฮ้าส์พ่อกายนั่งคีบบุหรี่ดูดรับลมอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านพอเห็นสภาพเปียกโฮกของพวกเราก็เอ่ยทักขึ้นมาทันที
"นึกว่าจะต้องออกไปขับรถรับซะแล้วหายกันไปซะนานเลยนะพวกมึง"
"ก็ฝนมันตกหนักขนาดนี้ใครจะกล้าวิ่งฝ่าฝนกลับมาล่ะ ดีนะที่ตอนนี้มันเริ่มซาลงบ้างแล้ว"ลุงนัสรีบชิงตอบกลับไปทันควัน กลัวพ่อกายจะจับผิด
"งั้นก็รีบไปอาบน้ำล้างตัวเลยไอ้กันต์เดี๋ยวจะไม่สบายซ้ำไปอีกคน" พ่อกายหันมาสั่งผม
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมตัวเข้านอน พ่อกายก็เอ่ยขึ้นมากลางห้อง
"เออ...พรุ่งนี้กูจะกลับบ้านสวนแล้วนะ อาการไข้ดีขึ้นมากแล้วว่ะ"
"ครับพ่อ"ผมพยักหน้ารับคำ
"มึงอยู่กรุงเทพฯอย่าเหลวไหลนะ ตั้งใจเรียนล่ะ" พ่อกายกำชับเสียงเข้ม
"โถ่...พ่อ ยังไม่ทันไรก็สั่งอีกละ เชื่อใจกันต์บ้างดิ"
"ไม่รู้ดิกูกลัวว่ามึงจะเหมือนกู มัวแต่ติดเที่ยวเล่นจนเรียนไม่จบ"
"เอาน่าพ่อรับรองยังไงกันต์ก็เรียนจบแน่นอน" ผมยืนยันหนักแน่น
"เออๆมึงรับปากกูแล้วนะ" พ่อกายพยักหน้ารับ
เจ้าเนสเห็นบรรยากาศตึงๆเลยรีบแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม "น้ากายไม่ต้องเป็นห่วงพี่กันต์หรอกครับเนสจะคอยเฝ้าไว้ตลอด จะไม่ยอมให้พี่กันต์เหลวไหลเด็ดขาด!"
"เอ็งจะเอาเวลาไหนมาเฝ้าพี่วะเจ้าเนสตัวติดพี่คิงอะไรนั่นตลอดเวลาเลย" ผมได้ทีรีบแซวสวนกลับทันที
"โถ่...พี่กันต์ เนสพยายามจะช่วยพี่นะเนี่ย มาแซวกันซะงั้น ฮ่าๆๆ"เจ้าเนสหัวเราะแก้เขิน
"โอเคๆงั้นน้าฝากเนสช่วยดูแลพี่กันต์แทนน้าด้วยแล้วกัน ป่ะ... นอนกันเถอะพรุ่งนี้น่าจะต้องออกเดินทางแต่เช้า"
เวลาหมุนผ่านไปหลายสัปดาห์...
ชีวิตผมเข้าสู่โหมดการเรียนอย่างเต็มตัวตารางเรียนแน่นขนัดจนแทบไม่มีเวลาออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนแม้แต่เวลาจะสับมือชักว่าวปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองก็ยังแทบไม่มีเพราะต้องรีบอ่านหนังสือและตามงานให้ทันเพื่อนๆ ในชั้นเรียน
จนกระทั่งอาจารย์สั่งมอบหมายงานกลุ่มเกี่ยวกับช่างกลให้จับกลุ่มกันกลุ่มละ 3 คนผมเลยได้เพื่อนร่วมกลุ่มใหม่สองคน
คนแรกชื่อดีน เป็นเด็กไทยมุสลิม เลยเรียกว่าไอ้บังดีนบ้านอยู่แถวหนองจอก รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มคิ้วดกดำสไตล์แขกอินเดียผิวออกคร้ามแดดเนียนตา
ส่วนอีกคนชื่อเจเจ เป็นเด็กทางอีสานจากจังหวัดชัยภูมิผิวขาวเนียนเพราะได้แม่ที่เป็นสาวเหนือพ่อแม่ของมันมาเปิดร้านขายอาหารอีสานและอาหารเหนืออยู่แถวประตูน้ำ
เย็นวันหนึ่งพวกเรารวมตัวกันนั่งถกเครียดเรื่องหัวข้อรายงานที่จะเสนออาจารย์จนลืมดูเวลารู้ตัวอีกทีเสียงท้องก็ร้องดังจ๊อกๆไอ้เจเจเลยชวนพวกเราไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวิทยาลัย
แต่ก่อนจะเดินออกจากตึกไอ้บังดีนมันก็ชวนไปเข้าห้องน้ำก่อน เพราะมันเป็นคนขี้กลัวผียิ่งดึกยิ่งไม่กล้าไปคนเดียว ไอ้เจเจบอกว่าจะขอเก็บของที่โต๊ะแป๊บหนึ่งผมเลยเดินไปเป็นเพื่อนไอ้บังดีนแค่สองคน
ไอ้บังดีนคงปวดเบามากมันรีบสับเท้าเดินนำหน้าดุ่มๆ เข้าไปในห้องน้ำชาย ผมเดินตามหลังเข้าไปติดๆกะว่าจะแวะล้างมือตรงอ่างซักหน่อย แต่ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นไอ้บังดีนที่กำลังยืนฉี่อยู่ตรงโถฉี่
ด้วยความที่มันกำลังถือโทรศัพท์คุยสายกับแม่มันอยู่เลยไม่ได้ระวังตัว แถมยังยืนถอยห่างออกมาจากโถฉี่ค่อนข้างเยอะทำให้มุมมองฝ่าแสงไฟส้มในห้องน้ำเปิดเปลือยให้เห็นแก่นกายของมันอย่างชัดเจน!
ท่อนเนื้อเอ็นของไอ้บังดีนลำใหญ่ยาวเหยียดทอดตัวขนานโค้งลงเล็กน้อย ปูดลอนเส้นเลือดขดเคี้ยวเต้นตุบๆ ตามลำเอ็นหนาแน่นที่สำคัญคือส่วนหัวเห็ดของมันผ่านการสลักขวานขลิบหนังหุ้มปลายออกจนโล้นเกลี้ยงเกลาหัวเห็ดบานฉ่ำสีเข้มเปลือยเปล่า ไร้ร่องรอยหนังหุ้มเหมือนของคนทั่วไปมองดูแล้วทั้งแปลกตาและทรงเสน่ห์ดึงดูดน่าลิ้มลองอย่างบอกไม่ถูก!
ผมจ้องมองภาพแก่นกายอันงดงามของเพื่อนร่วมชั้นจนตาค้างสมองชาไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดปากอุทานออกมาเสียงเบาหวิวฝ่าความเงียบ
"เชี้ยยยยยยยยยย...!!"
ไอ้บังดีนที่มัวแต่เพลิดเพลินกับการคุยโทรศัพท์กับแม่ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าผมกำลังยืนจ้องมองแก่นกายลำเขื่องของมันอยู่พอฉี่เสร็จ มันก็สะบัดท่อนเนื้อเบาๆ ก่อนจะเก็บเข้ากางเกงผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบสะบัดหน้าหันไปเปิดก๊อกน้ำล้างมือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แก้เก้อ
พอก้าวพ้นประตูห้องน้ำเดินมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวิทยาลัย ไอ้บังดีนก็รีบสับเท้าวิ่งนำหน้าเข้าไปในร้านทันทีคงเพราะความหิวที่ครอบงำ มันรีบหันมาแนะนำผู้หญิงคนหนึ่งให้ผมและไอ้เจเจได้รู้จัก
"พวกมึงนี่พี่ดาว... พี่สาวกูเอง"
พี่ดาวเป็นพี่สาวของไอ้บังดีนที่อายุแตะเลขสามแล้วแต่ยังครองตัวเป็นโสดการพูดจาและท่าทางออกแนวห้าวๆ ลุยๆ คล้ายผู้ชาย ทว่าการแต่งแต่งตัวยังคงเป็นผู้หญิงปกติพี่ดาวทำงานอยู่แถวย่านนี้และมักจะมารอรับไอ้บังดีนกลับบ้านทุกวันเพราะทางบ้านกลัวว่ามันจะไปมีเรื่องชกต่อยกับพวกวิทยาลัยคู่อริแต่ตามกฎของวิทยาลัยพวกเรานักศึกษาทุกคนจะต้องถอดเสื้อช็อปเก็บใส่กระเป๋าก่อนก้าวขาออกจากประตูเพื่อความปลอดภัย
หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จสรรพพี่ดาวกับไอ้บังดีนก็ใจดีอาสาขับรถมาส่งผมถึงหน้าบ้านทาวน์เฮ้าส์จนลุงนัสที่ยืนอยู่ระเบียงถึงกับเลิกคิ้วสงสัย เอ่ยปากแซวทันทีที่ผมก้าวเข้าบ้าน
"โห...ไอ้หลานชาย เสน่ห์แรงเหมือนไอ้กายไม่มีผิดเลยน้าไปเรียนยังไม่ทันถึงเดือนก็มีสาวขับรถมาส่งถึงหน้าบ้านซะแล้ว"
"โธ่ลุงนัส... นั่นพี่สาวของเพื่อนกันต์ครับเขาแวะมารับเพื่อนกันต์อยู่แล้วเลยแวะมาส่งเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ"ผมรีบปฏิเสธแก้เขิน
"ฮ่าๆๆลุงก็แซวเล่นไปงั้นแหละหน่า... ป่ะๆ เข้าบ้านลุงกับเจ้าเนสรอกินข้าวอยู่พอดี"
"อ้าว...ขอโทษด้วยครับลุงนัสที่ไม่ได้โทรบอก พอดีกันต์กินก๋วยเตี๋ยวกับพวกเพื่อนๆมาเรียบร้อยแล้วครับ"
"อ้าวเหรอ...งั้นไม่เป็นไร ขึ้นบ้านไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะ" ลุงนัสพยักหน้ารับรู้
หลังจากกินข้าวกันอิ่มหนำลุงนัสก็เดินเข้ามาในห้องของเจ้าเนสเพื่อพูดคุยกับผม
"เออ...กันต์ ไอ้กายมันฝากถามลุงมาว่า เงินที่มันให้ไว้พอใช้หรือเปล่ามันบอกว่าเอ็งเงียบหายไปเลย ไม่ยอมโทรหาเลยว่ะ"
"พอใช้ครับลุงช่วงนี้กันต์เรียนหนักมาก รายงานเยอะ เลยแทบไม่มีเวลาเลยครับไว้พรุ่งนี้กันต์จะโทรหาพ่อครับ" ผมตอบกลับเรียบๆ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์...
ผลงานรายงานกลุ่มของพวกเราสามคนคว้าอันดับ3 ของห้องมาครองได้สำเร็จพวกเราเลยนัดแนะกันว่าจะไปกินฉลองกันหน่อย แต่ปรากฏว่าไอ้บังดีนไม่สามารถออกไปไหนกลางคืนได้เพราะพ่อของมันค่อนข้างเข้มงวด ไอ้บังดีนเลยเสนอทางออกขึ้นมา
"งั้นพวกมึงซื้อของไปกินฉลองที่บ้านกูแทนแล้วกัน"
เย็นวันนั้นหลังจากพวกเราแวะตลาดซื้อวัตถุดิบทำอาหารสำหรับปาร์ตี้คืนนี้เสร็จนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผมและไอ้เจเจจะได้ไปเหยียบบ้านเพื่อนสนิท พอไปถึงบ้านของไอ้บังดีนผมกับไอ้เจเจก็ยกมือไหว้สวัสดีพ่อ แม่ และบรรดาญาติพี่น้องของมันจนมือแทบหักเพราะครอบครัวของบังดีนเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อของมันมีเมียถึง 4 คน ตัวบ้านปลูกสร้างต่อเติมติดๆกันหลายหลัง ไอ้บังดีนเป็นลูกชายคนเล็กของเมียคนแรกส่วนพี่ดาวเป็นลูกสาวคนโตของเมียคนรอง สรุปคือพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ทว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันมาก
ห้องนอนของไอ้บังดีนดูจะกว้างขวางและใหญ่กว่าห้องของลูกคนอื่นๆคงเพราะพ่อมันรักและเอ็นดูเป็นพิเศษ ส่วนห้องของพี่ดาวก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ไอ้บังดีนบอกพวกเราว่าเครื่องดื่มพวกเราเตรียมมาเองส่วนเรื่องกับข้าวแม่ของมันจะเป็นคนลงมือทำให้อีกแรง
พวกเราสามคนนั่งดื่มกันอยู่ในห้องแม้ทางบ้านจะเข้มงวดเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไอ้บังดีนก็แอบนำเข้ามาให้เพื่อนๆได้เฉลิมฉลอง นั่งดื่มกันไปเกือบชั่วโมง พี่ดาวก็ยังไม่มาร่วมวงสักทีไอ้บังดีนเลยอาสาเดินไปตาม ทว่ามันก็หายเงียบไปอีกคน ผมกับไอ้เจเจมองหน้ากันเลิกลักว่าจะเอาอย่างไรดีจะเดินไปตามสุ่มสี่สุ่มห้าในบ้านผู้ใหญ่ก็ดูไม่เหมาะ สุดท้ายผมเลยอาสาเดินออกไปตามเอง
ขณะที่กำลังเดินผ่านหน้าห้องนอนของแม่พี่ดาวเสียงทุ้มดุของพ่อไอ้บังดีนก็แว่วลอดออกมาจากบานประตูแกกำลังบ่นดุพี่ดาวเรื่องที่ปล่อยให้ไอ้บังดีนชวนเพื่อนมาบ้านพ่อมันกลัวว่าบ้านเก่าๆ หลังนี้จะทำให้น้องอายเพื่อน ฟังไปฟังมาไอ้บังดีนก็อยู่ในห้องนั้นด้วย มันพยายามพูดแก้ต่างให้พี่ดาวว่ามันเป็นคนชวนเพื่อนมาเองเสียงพ่อดุบ่นอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินเปิดประตูออกไปอีกทางพร้อมกับแม่พี่ดาวที่เดินตามออกไป
ผมคิดว่าจะเดินเข้าไปขอโทษเพื่อนและพี่ดาวที่ทำให้เกิดเรื่องกำลังจะเอื้อมมือไปเคาะประตู... แต่ก็ต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ!
เพราะบานประตูห้องไม่ได้ล็อกมันถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อยพอให้มองเห็นเหตุการณ์ข้างในได้อย่างชัดเจน...
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาผมยืนตัวแข็งทื่อสมองชาไปในพริบตาฝ่าความมืดสลัว!
ภาพที่ปรากฏอยู่ภายในห้องนอนคือพี่ดาวในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงขายาว สวมผ้าคลุมผมเรียบร้อยกำลังยืนทาครีมดูแลผิวอยู่หน้ากระจกเงา ส่วนไอ้บังดีนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆคอยพูดหยอกล้อหยิกแกมหยอกกับพี่สาว ทว่าฝ่ามือขวาของไอ้บังดีนกลับสอดมุดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวของพี่ดาวบีบเค้นลงบนเต้านมเปลือยเปล่าของพี่สาวแท้ๆ อย่างหนักหน่วงช่ำชองโดยที่พี่ดาวไม่ได้มีท่าทีขัดขืนหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อยปล่อยให้น้องชายเค้นฟ้นเต้านมตามใจชอบ "เฮ้ย...บีบเบาๆ หน่อยดิกูเจ็บ ไอ้สัสนี่" พี่ดาวบ่นอุบอิบแต่ยิ้มมุมปาก
"ก็ผมไม่ได้บีบมาตั้งหลายวันมันคิดถึงนี่นา" บังดีนออดอ้อนพลางใช้นิ้วขยี้ปลายยอดอก
"บ้าหน่า...ไม่เบื่อหรือไง เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเนี่ย"
"ใครจะไปเบื่อลงวะใหญ่เต็มไม้เต็มมือขนาดนี้"
"มึงก็ไปบีบของแฟนมึงนู่นดิ"พี่ดาวแซวกลับ
"โอ๊ยอย่าไปพูดถึงอีจอยเลย ตอนนี้มันไม่ยอมให้ผมเยดแล้ว บ่นเจ็บอยู่นั่นแหละ โคตรเซ็งเลยไม่เห็นเหมือนพี่ดาวเลยสักนิด ไม่บ่นสักคำ"
"บ้า!"พี่ดาวฟาดฝ่ามือลงบนไหล่บังดีนเบาๆ แก้เขิน "เสร็จแล้ว ไปเหอะป่านนี้พวกเพื่อนมึงคงนั่งรอกันนานแล้ว"
สิ้นเสียงพี่ดาวผมรีบถอยห่าง หันหลังสับเท้าเดินกลับเข้าห้องนอนไอ้บังดีนทันทีผมนั่งลงข้างไอ้เจเจด้วยอาการสติหลุด ร่างกายเกร็งสั่นระริกจนไอ้เจเจหันมามองด้วยความสงสัย
"มึงเป็นอะไรวะไอ้กันต์ตัวสั่นยังกะเจ้าเข้า" ไอ้เจเจถาม
"ปะ...ปล่าว กูแค่ง่วงว่ะ" ผมตอบเสียงพร่าสั่น
"อะไรของมึงเนี่ยมีด้วยเหรอง่วงแล้วตัวสั่น" ไอ้เจเจขมวดคิ้วงงๆ
ขณะที่ไอ้เจเจกำลังสับสนพี่ดาวกับไอ้บังดีนก็เดินยิ้มแย้มเข้ามาร่วมวงดื่มฉลองเวลาหมุนผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน ฤทธิ์เบียร์ทำเอาทุกคนเริ่มมึนตึงพี่ดาวจึงเอ่ยปากชวนขึ้นมา
"ดึกป่านนี้แล้วพากันนอนค้างที่นี่แหละกันต์ เจเจ"
"จะดีเหรอครับพี่ดาวพวกผมเกรงใจว่ะ" ผมรีบปฏิเสธเพราะยังทำตัวไม่ถูก
"เอาน่าพรุ่งนี้ค่อยกลับ นอนเป็นเพื่อนกูหน่อย กูไม่เคยมีเพื่อนมานอนบ้านเลยนะเว้ย" ไอ้บังดีนทำเสียงอ้อนเซ้าซี้
สุดท้ายพี่ดาวก็ช่วยเก็บกวาดขวดเบียร์และจานชามก่อนจะจัดเตรียมหมอนผ้าห่มให้ ไอ้เจเจเลือกนอนฝั่งริมด้านในสุด ผมนอนตรงกลาง ส่วนไอ้บังดีนนอนริมฝั่งใกล้ประตู
ความคิดเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างไอ้บังดีนกับพี่ดาววนเวียนอยู่ในหัวจนผมตื่นเต้นนอนไม่หลับประกอบกับไม่ได้สับมือชักว่าวปลดปล่อยอารมณ์มาหลายสัปดาห์ร่างกายมันเลยร้อนรุ่มฟิตป๋องไปหมด
จนกระทั่งเวลาเกือบตีหนึ่งเสียงเคาะประตูห้องเบาๆ ก็ดังขึ้น ก๊อกๆ ไอ้บังดีนรีบลุกขึ้นย่องไปเปิดประตูร่างสูงโปร่งปล่อยผมยาวสยายแทรกตัวเข้ามาในห้อง แล้วไอ้บังดีนก็รีบปิดประตูล็อกสลัก
"วันอื่นไม่ได้เหรอวะไอ้ดีนเพื่อนมึงก็นอนกันอยู่ด้วยเนี่ย" เสียงหวานทุ้มเบาๆของพี่ดาวแว่วขึ้นฝ่าความมืด
"เอาน่าพี่วันนี้ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ นะๆๆ ครับพี่จ๋า..." ไอ้บังดีนออดอ้อนเสียงกระสัน
"ถ้าเพื่อนมึงตื่นมาเห็นจะทำไง"
"ไม่หรอกพี่ไอ้พวกนี้มันขี้เซาจะตาย... นะครับพี่จ๋า"
"งั้นก็ขยับมาทางนี้หน่อย"
สิ้นเสียงพี่ดาวทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสนิท ไอ้บังดีนขยับตัวตามไปยามนั้นภายในห้องมืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใด แต่เสียงจูบปากแลกลิ้นกันดัง จ๊วบๆ... บล๊วบ... ดังก้องชัดเจนในความเงียบ
เพียงไม่นานเสียงครางกระสันพร่าเบาๆ ของพี่ดาวและไอ้บังดีนก็เริ่มเล็ดลอดออกมา
"ซี๊ดดด...อ๊าาาาส์... ดีน..."
"พี่จ๋า...อูยยย..."
เสียงครางกระตุ้นจินตนาการทำเอาผมทนต่อไปไม่ไหวผมค่อยๆ สอดฝ่ามือลงไปใต้ขอบกางเกง กุมจับแก่นกายที่แข็งคัดปั๋งดั่งท่อนเหล็กร้อนออกแรงรูดซอยบีบเค้นเนิบนาบเป็นจังหวะตามเสียงเนื้อกระทบเนื้อของสองพี่น้อง
ตั๊บๆๆๆๆ! ปั๊กๆๆๆๆ!
พี่ดาวส่งเสียงครางเสียวพร่าเหมือนจะขาดใจแต่ไอ้บังดีนกลับเกร็งสะโพกซอยท่อนเอ็นเลี่ยมทองขลิบโล้นตอกอัดใส่รูถ้ำของพี่สาวรัวถี่ยิบผมตกอยู่ในภวังค์ความเงี่ยนสวาทสับมือซอยท่อนเนื้อของตัวเองถี่รัวรุนแรงแข่งกับเสียงตอกเอวของบังดีนโดยลืมไปเสียสนิทว่าข้างๆ มีไอ้เจเจนอนอยู่!
ตั๊บๆๆๆๆ! ตั๊บๆๆๆๆ!
จนกระทั่งบังดีนเกร็งตัวขมิบตูดส่งเสียงครางทุ้มต่ำครั้งสุดท้ายออกมาสั่นพร่า
"เชี้ยเอ๊ย...จะแตกแล้ว! รูฟิตชิบหาย โคตรเสียวเลยพี่จ๋า... ผมจะแตก... แตกแล้ว!เชี้ยยย...!"
เสียงกระแทกหนักหน่วงจบลงพร้อมเสียงหอบหายใจฟืดฟาดของทั้งคู่ส่วนผมก็เกร็งสะโพกรูดซอยท่อนเนื้อตัวเองจนน้ำอสุจิคาวข้นที่อั้นมานานหลายสัปดาห์ทะลักเยิ้มเปรอะเต็มฝ่ามือและกางเกงในหลังจากศึกสวาทเงียบลง พี่ดาวก็ย่องลุกออกจากห้องไปโดยมีบังดีนเดินตามหลังไปเข้าห้องน้ำล้างตัวปล่อยให้ห้องกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เช้าวันแรกของสัปดาห์ใหม่ หลังจากผ่านวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาได้ สายตาที่ผมมอง'ไอ้บังดีน'ก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยคิดว่ามันเป็นเด็กหนุ่มนิ่งๆ ขรึมๆ เวลาอยู่กับคนอื่นแต่พออยู่กับเพื่อนฝูงก็มักจะทำตัวเฮฮาสนุกสนานมีมุขตลกมาสร้างเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาใครจะไปล่วงรู้เลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและท่าทีเหล่านั้นมันกลับแอบซ่อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเลยกับพี่สาวแท้ๆของตัวเองเอาไว้อย่างแนบเนียน
ความสงสัยและภาพเหตุการณ์คืนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในหัวของผมตลอดเวลาแต่ผมก็ทำได้เพียงเก็บงำความลับนั้นไว้ในใจ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้อาจารย์ผู้สอนได้ประกาศผลงานกลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกชนะการพรีเซนต์โดยกลุ่มของพวกเราทำผลงานติด 1ใน 3 ทีมที่ชนะและได้รับสิทธิ์เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติม
ตอนแรกไอ้บังดีนเกือบจะไม่ได้ไปร่วมทริปนี้เพราะทางบ้านโดยเฉพาะพ่อของมันค่อนข้างหัวโบราณและหวงลูกชายไม่ยอมอนุญาตให้ออกต่างจังหวัดง่ายๆ แต่อาจารย์ต้องยื่นมือเข้าช่วยทำหนังสือราชการส่งตรงถึงผู้ปกครองเพื่อยืนยันจุดประสงค์การเรียนรู้อย่างเป็นทางการบังดีนถึงได้รับอนุญาตให้เดินทางร่วมทริปได้โดยจุดหมายปลายทางครั้งนี้คือจังหวัดนครราชสีมา (โคราช)
พอถึงวันเดินทางจริงกลับมีอุปสรรคเล็กน้อยเมื่อเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนเกิดอาการป่วยกะทันหันจนต้องขอสละสิทธิ์ส่งผลให้เหลือสมาชิกในกลุ่มที่เดินทางแค่ 8 คน กับอาจารย์ควบคุมอีก 2 ท่านอาจารย์จึงสั่งให้พวกเราจับคู่นอนพักห้องเดียวกัน ไอ้บังดีนรีบพุ่งเข้ามาขอร้องให้ผมไปนอนเป็นรูมเมทกับมันทำให้ไอ้เจเจต้องแยกย้ายไปจับคู่กับเพื่อนคนอื่นแทน
การเดินทางในวันแรกผ่านไปอย่างราบรื่นดีแต่พวกเราต้องเดินลุยดูงานและจดบันทึกข้อมูลยิบย่อยเพื่อนำกลับมาทำรายงานพรีเซนต์ให้เพื่อนๆที่ไม่ได้ร่วมทริปฟังในวันเดินทางกลับ พวกเราต้องเดินเท้าสำรวจสถานที่ต่างๆตั้งแต่สิบโมงเช้าลากยาวไปจนถึงหกโมงเย็นเมื่ออาจารย์ปล่อยฟรีสไตล์ให้พักผ่อนตามอัธยาศัย ผมที่สภาพร่างกายล้าเต็มที่ปวดขาจนแทบก้าวไม่ไหว จึงขอตัวกลับเข้าห้องพักเพื่อล้มตัวนอนพักผ่อนเอาแรงส่วนไอ้บังดีนกับไอ้เจเจและเพื่อนๆ คนอื่นชวนกันออกไปหาเดินเที่ยวเล่นข้างนอกกว่าจะลากสังขารกลับเข้าห้องพักก็ล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว ไอ้บังดีนกับเจเจยังใจดีซื้อขนมติดไม้ติดมือมาฝากผมด้วย
กระทั่งเวลาเกือบจะห้าทุ่มไอ้เจเจก็ขอตัวเดินกลับห้องพักของมัน
ตอนนี้ภายในห้องพักจึงเหลือแค่ผมกับไอ้บังดีนอยู่กันตามลำพังสองคนความสงสัยที่อัดอั้นตันใจมาหลายวันตีรวนขึ้นมาในหัวผมชั่งใจอยู่นานว่าจะเอ่ยปากถามเพื่อนตรงๆ ดีไหม ใจหนึ่งก็อยากรู้ความจริงแต่อีกใจก็กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพื่อนไม่อยากเปิดเผย
ในจังหวะที่ไอ้บังดีนกำลังจะถอดเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้าห้องน้ำอาบน้ำมันเหลือบมาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผมเข้าพอดี จึงเอ่ยปากทักขึ้น
"มึงเป็นอะไรวะไอ้กันต์...ทำหน้าเหมือนคนกำลังคิดมากอะไรอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อกี้ละกูทำอะไรให้มึงอึดอัดใจหรือเปล่าวะ"
ผมสะดุ้งเล็กน้อยรีบปฏิเสธพัลวัน "เปล่าๆๆ... เอ... คือ ไม่มีอะไรเว้ย ช่างมันเถอะ"
"อะไรของมึงเนี่ยกูเป็นเพื่อนมึงป่าววะ มีอะไรพูดตรงมาได้เลยนะเว้ยยึกยักอมพะนำแบบนี้มันยิ่งน่าสงสัยใหญ่นะส้ม" บังดีนขมวดคิ้วจ้องหน้า
"ป่าว...กูแค่..."
"อะไรของมึงเนี่ยอึกอักๆ อยู่ได้ พูดออกมาให้มันเคลียร์ๆ ดิ"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ "กูพูดได้แน่นะ...มึงห้ามโกรธกูนะเว้ย!"
"เออน่า...ไอ้ห่านี่ ชักจะทำให้กูหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ ละนะ" บังดีนเริ่มทำหน้าหงุดหงิด
"มึง...กับพี่ดาว... เยดกันได้ไงวะ!" ผมหลับหูหลับตาโพรงถามออกไปรวดเดียวจบแล้วก้มหน้ามุดหนีทันที
ไอ้บังดีนถึงกับอึ้งกิมกี่ร่างกายแข็งทื่อค้างกลางอากาศ นิ่งเงียบสนิทไปนานหลายวินาทีก่อนมันจะเอ่ยเสียงสั่นพร่าออกมา
"มึง...มึงรู้เรื่องนี้ได้ไงวะ... หรือว่า... วันนั้นมึงยังไม่หลับ!"
"เออดิ...คือ กู... กูไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูหรือสอดรู้สอดเห็นนะเว้ย วันนั้นกูนอนไม่หลับจริงๆเลยได้ยินทุกอย่าง... แต่... แต่กูไม่เห็นอะไรจริงๆ นะเว้ย สบานได้เลย!"ผมละล่ำละลักแก้ตัวยกใหญ่
บังดีนผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆสีหน้าผ่อนคลายลง "กูก็ไม่ได้ว่าอะไรมึงนี่หว่า... แต่เรื่องนี้ปกติรู้กันแค่สามคนนะ รวมมึงด้วยก็เป็นสี่คน" ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ"ห๊ะ...!! มีคนอื่นรู้อีกเหรอวะ!"
"เออดิ..."บังดีนตอบหน้าตาเฉย พลางค่อยๆ ลงมือปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกทีละเม็ดเผยแผงอกแกร่งเนียน
"ใครวะ...กูถามได้ป่ะ" ผมถามด้วยความอยากรู้
"พ่อกู..."
"ห๊ะ...!!"ผมอุทานลั่นด้วยความตกใจจนแทบสำลักน้ำลาย
"เออๆๆๆรู้แค่นี้แหละ กูไปอาบน้ำก่อนละกัน"
พูดจบไอ้บังดีนก็จัดการกระชากกางเกงสแลกซ์หลุดร่วงลงมากองกับพื้นพรวดเดียวเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อนไร้ซึ่งเสื้อผ้าปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว ก่อนมันจะเอื้อมมือไปคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาพาดบ่าอย่างไม่มีเขินอาย
ผมเห็นภาพนั้นถึงกับตาค้างรีบยกมือขึ้นปิดตาอุทานลั่นห้อง "เชี้ยเอ๊ย... ไอ้บัง!มึงจะแก้ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้ากูโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอวะความอายมึงไปไว้ไหนเนี่ย!"
บังดีนหัวเราะร่าในลำคออย่างไม่รู้สึกรู้สา"อายทำไมวะ... เพื่อนกัน ผู้ชายเหมือนกันตั้งหลายคน ทำเป็นตื่นตูมไปได้"
พูดจบไอ้บังดีนก็เดินนุ่งล่อนจ้อนก้าวเท้าฉับๆเปิดประตูเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจเฉิบทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงก่ำหัวใจเต้นระรัวอยู่บนเตียงนอนคนเดียว
ผมก้มหน้านอนกดเล่นเกมส์มือถือบนเตียงรอจนเสียงน้ำในห้องน้ำเงียบลง บังดีนหมุนบิดลูกบิดประตูห้องน้ำเปิดก้าวขาออกมาทว่าแทนมันจะนุ่งผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อยมันกลับก้าวเดินตัวเปล่าแก้ผ้าล่อนจ้อนเดินออกมาต่อหน้าต่อตาผม
แก่นกายลำเขื่องที่ผ่านการสลักขวานขลิบปลายจนโล้นเกลี้ยงของมันตื่นตัวคัดพองขึ้นเล็กน้อยอาจเป็นเพราะจังหวะถูสบู่ทำความสะอาดเมื่อครู่ มันทอดตัวยาวห้อยโตงเตงห้อยแกว่งไปมา ยอดหัวเห็ดบานฉ่ำเปลือยเปล่าปูดเส้นเลือดขดเคี้ยวท้าสายตา
ผมเห็นดังนั้นถึงกับส่ายหน้าอุทานท้วงขึ้นมา"เชี่ยเอ๊ย... มึงจะไม่ไม่อายกูหน่อยเหรอวะเพื่อนกูนอนเล่นหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนนะเว้ย!"
ไอ้บังดีนยกยิ้มมุมปากยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "เอาน่าไอ้กันต์ปกติอยู่บ้านกูก็เดินแก้ผ้าแบบนี้เป็นประจำ ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอายเลยว่ะ"
"นี่มันไม่ใช่บ้านมึงนะไอ้ห่า!"ผมบ่นสวนกลับ
"เออน่า...กูขอทำตัวตามสบายหน่อยแล้วกัน มึงก็คิดซะว่าไม่เห็นอะไรก็จบ"
ไอ้บังดีนไม่พูดเปล่าแต่มันเดินถือผ้าขนหนูเช็ดผม เช็ดตามลำตัวแล้วก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงที่ผมนอนอยู่ เดิมทีทริปนี้ต้องจองเป็นเตียงคู่แต่จังหวะประสานงานผิดพลาด ทำให้ห้องพักกลายเป็นเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ซึ่งผมกับมันต้องนอนร่วมเตียงเดียวกัน จู่ๆ เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือของไอ้บังดีนก็ดังแผดขึ้นมา
"เฮ้ยไอ้กันต์...ขยับไปหน่อยดิ" บังดีนบอกพลางทรุดตัวลงนั่งบนเตียง
"ใครโทรมาวะ"ผมถามพลางขยับตัวชิดฝั่ง
"พี่ดาวโทรมาว่ะ"
"อ้าว...แล้วมึงไม่ไปใส่เสื้อผ้าก่อนวะ"
"ไม่อะขี้เกียจ คืนนี้นอนแก้ผ้าแบบนี้แหละสบายตัวดี"
พูดจบไอ้บังดีนก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง นอนเบียดผมไปอยู่อีกฝั่งแล้วกดรับสายโทรศัพท์แบบวิดีโอคอลทันที
"สวัสดีครับพี่ดาว"
(ทำไมรับช้าจังวะกูถือสายรอตั้งนาน) เสียงพี่ดาวดังลอดออกมาจากลำโพงมือถือ
"อ๋อผมไปอาบน้ำมา เพิ่งเช็ดตัวเสร็จครับ" ไอ้บังดีนตอบหน้าตาเฉย
(จริงเหร๋ออออออออ...)
"อื้มจริงดิ จะโกหกทำไมล่ะ"
(แล้วตอนนี้มึงอยู่กับใครวะ)
"อยู่คนเดียวครับไอ้กันต์มันออกไปหาเพื่อนอีกห้องยังไม่กลับเลย"
ผมได้ยินมันโกหกคำโตเลยทำท่าจะเอ่ยปากสวนขึ้นมาว่านอนอยู่ข้างๆ แต่มันกลับมือไวยื่นฝ่ามือหนาสากมาปิดปากผมไว้แน่น ส่งสายตาเป็นสัญญาณว่าห้ามส่งเสียงเด็ดขาด
(อ๋อ...แบบนี้ก็ทางสะดวกสิมึง) พี่ดาวตอบกลับน้ำเสียงร่าเริง
"ใช่ครับ...ว่าแต่ จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ" ไอ้บังดีนหยอกกลับ
(ขอดูควยมึงหน่อยดิ)
"เอาจริงดิ...แสดงว่าวันนี้เงี่ยนใช่ป่าวเนี่ย" ไอ้บังดีนหัวเราะร่าผมฟังพี่ดาวพูดตรงเปร่งออกมาแบบนั้นถึงกับอึ้งกิมกี่ตาค้าง
(บ้าหน่า...พูดอะไรของมึง แค่อยากดูเฉยๆ เอง)
"ผมก็ขอดูหอยของพี่ดาวมั่งดิแลกกัน"
(อื้อ... ก็ได้)
สิ้นคำตอบรับไอ้บังดีนก็จัดการสลับกล้องมือถือให้เป็นกล้องหลังส่องตรงไปที่แก่นกายลำเขื่องของตัวเองชัดแจ๋วระดับ Full HD ยังไม่ทันไร ท่อนเอ็นลำเขื่องขลิบโล้นปูดเส้นเลือดของไอ้บังดีนก็ตื่นตัวแข็งชันตั้งโด่ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องออกแรงบิ้วอารมณ์เลยสักนิด! "เชี้ยยยย..."ผมอุทานเบาๆฝ่ามือบังดีนรีบเลื่อนมาตะปบปิดปากผมไว้แน่นกว่าเดิมเพราะกลัวเสียงจะเล็ดลอดเข้าไปในสาย ส่วนภาพในจอโทรศัพท์ พี่ดาวกำลังนั่งอยู่กับพื้นในห้องน้ำน่าจะกำลังเตรียมตัวอาบน้ำ แกแหกขาออกกว้าง ตั้งมือถือพิงไว้ตรงหน้า และเอามือยื่นลงไปลูบไล้เนินสวรรค์ของตัวเองไอ้บังดีนเอียงหน้าจอมาทางผมเล็กน้อยเพื่ออวดเรือนร่างพี่สาวเนินเนื้อของพี่ดาวเรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ไร้รอยขนแม้นแต่เส้นเดียวกลีบเนื้อสีชมพูเข้มอวบอิ่มชวนมอง พี่ดาวใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแหวกกลีบดอกบัวออกแล้วค่อยๆ สอดนิ้วกลางมุดเข้าไปในช่องทางสวาท พร้อมส่งเสียงครางพร่าเบาๆกระตุ้นอารมณ์น้องชาย
(ซี๊ดดด... อ๊าาาาส์... ดีน...)
ไอ้บังดีนใช้ฝ่ามือขยับรูดซอยท่อนเอ็นของตัวเองขึ้นลงเนิบนาบใช้นิ้วชี้เขี่ยขยี้ตรงร่องหัวเห็ดที่มีน้ำหล่อลื่นใสๆ เยิ้มซึมออกมาหัวเห็ดมันวาวสะท้อนไฟน่ากลัว มาถึงจุดนี้ ผมเองก็ทนต่อไปไม่ไหวภาพตรงหน้ามันปลุกไฟสวาทจนท่อนเนื้อใต้กางเกงบ็อกเซอร์แข็งคัดปั๋งผมเลยสอดมือล้วงเข้าไปบีบเค้นแก่นกายของตัวเองไปพลางๆ
จู่ๆไอ้บังดีนก็เอามือมากดปิดไมค์บนหน้าจอมือถือ แล้วหันมากระซิบกับผมเสียงพร่า
"ถอดกางเกงเลยไอ้สัส...เป็นไง รูหอยพี่สาวกูน่าเยดป่ะล่ะ ก่อนหน้านี้กูเยดเกือบทุกวัน มีแค่ช่วงนี้แหละกิจกรรมเยอะเลยไม่ค่อยได้เยด"
"เชี้ยเอ๊ย...มึงนี่มันสุดยอดจริงๆ เลยว่ะ" ผมตอบกลับเสียงพร่า
"เออๆๆ...รีบถอดกางเกงมาชักว่าวดูด้วยกันเลย กูไม่ส่องกล้องไปหามึงหรอก ไม่ต้องอาย"
ผมยังคงลังเลยึกยักกล้าๆ กลัวๆ บังดีนเลยเร่ง "เร็วดิ กูปิดไมค์นานเดี๋ยวพี่ดาวสงสัยเอา"
"เออๆๆก็ได้!"
ผมถอดกางเกงบ็อกเซอร์หลุดร่วงลงไปกองไว้ที่ปลายเท้าทันทีท่อนเอ็นยักษ์ที่มีหัวเห็ดบานฉ่ำแดงก่ำปูดเส้นเลือดขดเคี่ยวเด้งผางออกมาตั้งชันดั่งท่อนเหล็กร้อน
ไอ้บังดีนเห็นท่อนเนื้อของผมเต็มสองตาถึงกับตาโตหลุดปากชมทันที "เชี้ยเอ๊ยไอ้กันต์... ควยมึงใหญ่จังวะ!หัวควยก็สวยดั่งรูปทรง" ผมย้ายตัวไปนั่งพิงหัวเตียงห่างจากไอ้บังดีนเล็กน้อย
(มึงพูดอะไรวะไอ้ดีนกูไม่เห็นได้ยินเลย) เสียงพี่ดาวท้วงขึ้นมาจากมือถือ
ไอ้บังดีนรีบเปิดไมค์ตอบกลับ"โทษทีครับพี่จ๋า พอดีมือผมไปโดนปุ่มปิดไมค์แค่จะบอกว่าวันนี้หอยพี่สาวสุดที่รักน่าเยดจังเลยกลับไปขอเยดซักสองสามน้ำหน่อยได้ไหมครับพี่จ๋า"
(บ้าหน่า...สองสามน้ำจะพอเหรอมึง) พี่ดาวหยอกกลับ
"พี่จ๋าแหย่นิ้วเข้าไปอีกสิน้องชายเสียวจะแย่แล้ว"
พี่ดาวจัดให้ตามคำขอ เริ่มจากสอดนิ้วเดียว เพิ่มเป็นสองนิ้วจนกระทั่งแทรกมุดเข้าไปถึงสามนิ้ว ขยับชักเข้าออกถี่รัวเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องผ่านลำโพง ผมเห็นภาพสวาทตรงหน้าก็ทนไม่ไหว สับมือรูดซอยท่อนเอ็นยักษ์ของตัวเองถี่รัวหายใจกระเส่าถี่แรง ส่วนบังดีนเห็นผมสับมืออย่างเมามันส์มันก็เร่งจังหวะรูดซอยท่อนเอ็นขลิบโล้นของมันแข่งกับผมทันที
"ซี๊ดดด...อ๊าาาาส์... พี่ดาวจ๋า... น้องจะไม่ไหวแล้ว!" บังดีนครางพร่า
(ซี๊ดดดด... อ๊าาาาส์... กูก็จะไม่ไหวแล้วสัสดีน...กูอยากโดนควยมึงกระแทกหอยแรงๆ จังเลยว่ะ!)
"ซี๊ดดด...อ๊าาาาส์... น้องก็อยากกระแทกแรงๆ ใจจะขาดแล้วครับพี่จ๋า!"
บทสนทนากระส่านเสียวของสองพี่น้องทำเอาความอดทนของผมสิ้นสุดลงผมหันไปสบตาไอ้บังดีนแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณว่าพร้อมจะพุ่งแตกแล้ว ทันใดนั้น ไอ้บังดีนก็กลั้นไว้ไม่อยู่มันขมิบก้นเกร็งตัว กระหน่ำรูดซอยสองสามทีสุดท้ายก่อนที่น้ำอสุจิคาวข้นปริมาณมหาศาลจะระเบิดพุ่งกระฉูดออกจากปลายหัวเห็ดขลิบโล้นพุ่งสูงขึ้นไปโดนคางของมันอย่างจัง! ในเวลาเดียวกันผมก็เกร็งสะโพกสับมือซอยเน้นหนัก ปล่อยฉีดน้ำรักอุ่นข้นพุ่งกระฉูดออกจากส่วนหัวเห็ดพุ่งเป็นสายสาดกระเซ็นขึ้นมาเปรอะแผงอกของตัวเองอย่างแรง ผมต้องกัดฟันขบปากแน่นห้ามไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกมาส่วนพี่ดาวในหน้าจอก็เกร็งกระตุกถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดไปพร้อมๆ กัน
ทั้งผมและไอ้บังดีนนอนหอบหายใจฟืดฟาดหมดแรงอยู่บนเตียงพักใหญ่
"ป่ะ...ไปอาบน้ำกัน" ไอ้บังดีนหันมาชวนผม พลางดันตัวลุกขึ้นนั่ง
"เออ...มึงไปอาบก่อนเลย ไว้กูค่อยอาบต่อ" ผมบอก
"มาอาบพร้อมกันนี่แหละจะเสียเวลารอทำไม มาๆๆ"
ทว่าแทนที่บังดีนจะดึงแขนผมให้ลุกขึ้น ฝ่ามือสากของมันกลับเอื้อมลงมากุมจับท่อนเอ็นที่ยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำอสุจิของผมไว้แน่น! "เชี้ย...ควยมึงโคตรใหญ่เลยว่ะ ขนาดน้ำแตกไปแล้วยังแข็งปั๋งอยู่เลย หัวควยมึงก็สวยว่ะกูอยากมีหัวควยแบบมึงจัง" บังดีนลูบไล้หัวเห็ดบานของผมพลางเอ่ยชม
"เฮ้ยยย...ทำไรของมึงเนี่ย!" ผมสะดุ้งตัวถอย
"ฮ่าๆๆเพื่อนกัน จับนิดจับหน่อยทำเป็นหวงนะไอ้สัส ป่ะ... ไปอาบน้ำ!" ไอ้บังดีนหัวเราะร่าลุกเดินนำเข้าห้องน้ำไป โดยมีผมเดินตามหลังมันไปติดๆเพื่อชำระล้างคราบรักให้สะอาดเรียบร้อย หลังจากเหตุการณ์ระทึกเสียวในคืนนั้นผมกับไอ้บังดีนก็ดูจะสนิทสนมและรู้ใจกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้ไอ้เจเจเกิดความสงสัย พอเข้าคืนที่สอง ไอ้เจเจเลยขอตามมานอนที่ห้องพักของพวกเราโดยมันอ้างว่าเพื่อนร่วมห้องหนีไปนอนกับกลุ่มเพื่อนอีกห้องทำให้มันไม่อยากนอนคนเดียวเพราะกลัวผี ไอ้บังดีนเลยเลิกคิ้วถามแซวทันที "มึงกลัวผีตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้เจ...จู่ๆ ก็เกิดขวัญอ่อนกลัวผีขึ้นมาซะงั้น" ไอ้เจเจรีบสวนกลับ"เออน่า... ก็กูกลัวของกูนี่หว่า ขยับไปหน่อยดิ กูจะนอนด้วย" พูดจบไอ้เจเจก็แทรกตัวขึ้นมาบนเตียง แล้วนอนเบียดข้างผมซึ่งนอนอยู่ตรงกลางผมหันไปเอ่ยถามไอ้บังดีนที่นอนอยู่อีกฝั่ง "คืนนี้พี่ดาวจะโทรหามึงอีกป่าววะไอ้ดีน" "ไม่รู้ว่ะเอาแน่เอานอนกับพี่กูไม่ได้หรอก" ไอ้บังดีนตอบพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม "อ๋อ...เออ งั้นก็นอนกันเถอะพวกมึง" ผมรีบตัดบทชวนเพื่อนนอนพักผ่อน กลางดึกคืนนั้น ไม่รู้ว่าไอ้บังดีนเปิดแอร์เย็นฉ่ำเกินไปหรือเปล่าไอ้เจเจถึงได้พลิกตัวกลับหันมากอดผมไว้แน่นส่วนไอ้บังดีนก็นอนหันหลังเบียดผมอยู่อีกฝั่ง ทำให้ผมนอนหงายนิ่งอยู่ตรงกลางจะพลิกตัวไปทางไหนก็ติดขัดไปหมด ทว่าจู่ๆฝ่ามือของไอ้เจเจก็ค่อยๆ ขยับลูบไล้ไปมาตามลำตัวของผมมันเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาลูบวนวนอยู่ตรงแผงอก แล้วค่อยๆ สอดมุดฝ่ามือต่ำลงไปล้วงในกางเกงขาสั้นของผมตอนแรกมันแค่ลูบๆ คลำๆ ก่อนจะส่งฝ่ามือกำหมับลงบนท่อนเนื้อเอ็นของผมแล้วออกแรงบีบเค้นเบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือทำให้แก่นกายของผมที่กำลังหลับสนิทค่อยๆ ขยายลำตื่นตัวแข็งชันขึ้นมาทันที! ตอนแรกผมคิดว่าไอ้เจเจมันรู้สึกตัวตื่นแล้วแต่จู่ๆ มันก็พึมพำงึมงัมออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ ดูทรงแล้วมันคงกำลังนอนละเมออยู่แน่ๆในเมื่อมันละเมอล้วงมากุมจับแก่นกายของผมได้ ผมก็ไม่ยอมเสียเปรียบสอดฝ่ามือล้วงเข้าไปในกางเกงของไอ้เจเจคืนบ้าง ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสโดนผมถึงกับสะดุ้งตกใจ เพราะแก่นกายของไอ้เจเจเองก็ตื่นตัวแข็งปั๋งชี้โด่รออยู่แล้วเหมือนกัน! เท่าที่ผมใช้ฝ่ามือสัมผัสบดคลึงท่อนเนื้อของไอ้เจเจมีขนาดใหญ่ยาวอวบหนา เส้นเลือดปูดเป็นลอนไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าของผมเลยสักนิดต่างคนต่างละเมอกำจับขยี้แท่งเอ็นของกันและกันฝ่าความมืดจนกระทั่งผมเคลิ้มหลับสนิทไปอีกรอบด้วยความล้า รุ่งเช้าอีกวัน ไอ้บังดีนตื่นก่อนเพื่อนมันยืนกอดอกหัวเราะร่ามองผมกับไอ้เจเจที่นอนกอดกันกลมแถมมือยังคงล้วงจับคาแท่งเอ็นของกันและกันอยู่จนสว่าง พอไอ้เจเจเริ่มรู้สึกตัวตื่นมันสะดุ้งโหยงร้องเสียงดังลั่น "เห้ยยยย...!!" ผมลุกขึ้นรีบสวนกลับทันควัน"มึงนั่นแหละไอ้เหี้ยเจ ที่ล้วงมาจับควยกูก่อน!" "เออๆๆกูขอโทษทีว่ะ กูคงนอนละเมอมั้ง" ไอ้เจเจหน้าแดงแปร๊ด ปรับสีหน้าทำตัวไม่ถูก ไอ้บังดีนรีบตะโกนเตือนเวลา"รีบเลยพวกมึง จะสายแล้ว! เหลือเวลาให้อาบน้ำไม่ถึง 30 นาทีแล้วเนี่ยรีบเข้าไปอาบพร้อมกันเลยมึง" ไอ้เจเจทำหน้าทักท้วง"ไม่เอาอ่ะกูไม่เคยอาบน้ำพร้อมกับใครเว้ย" "เออออ!มึงก็คิดซะว่ากำลังอาบอยู่คนเดียวสิวะ ป่ะ... สายแล้วสัส!" ผมไม่รอช้าดึงท่อนแขนไอ้เจเจลากแทรกตัวเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำพร้อมกันทันที ด้วยความที่ไอ้เจเจยังคงขัดเขินอยู่แม้จะนอนจับท่อนเอ็นกันมาทั้งคืน แต่มันก็ยังคงอายสายตาเลยเลือกยืนหันหลังชนกันอาบน้ำฝักบัว จังหวะที่ผมหมุนตัวจะเอื้อมมือไปหยิบขวดสบู่เหลวท่อนเอ็นของผมที่กำลังตื่นตัวเล็กน้อยเพราะน้ำอุ่น แท่งควยดันแวะไปถูไถโดนตรงร่องก้นของไอ้เจเจเข้าอย่างจัง! ไอ้เจเจสะดุ้งตัวโยกเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขยับหนีผมอยากแกล้งเพื่อนเลยแอบเอาน้ำหล่อลื่นบนหัวเห็ดถูไถสไลด์ซ้ายทีขวาทีตรงร่องก้นมันไอ้เจเจรู้ว่าผมแกล้ง มันเลยตัดสินใจหมุนตัวหันหน้ากลับมาหาผมพร้อมกับท่อนเนื้อเอ็นยาวใหญ่ปูดเส้นเลือดของมันที่ตื่นตัวแข็งชันเต็มที่! "เชี้ยเอ๊ย...ไอ้เหี้ยเจ! โดนถูแค่นี้ควยมึงแข็งโด่เลยเหรอวะ ฮ่าๆๆ" ผมเอ่ยแซวร่า ไอ้เจเจไม่พูดพ่ามทำเพลงเอื้อมมือมากุมจับท่อนเอ็นของผมแล้วออกแรงชักรูดเข้าออกถี่รัวเพียงไม่กี่ทีแก่นกายของผมก็ขยายตัวแข็งปั๋งสู้มือทั้งผมและมันช่วยกันถูสบู่ตามเรือนร่าง แล้วเอากายเนื้อพร้อมแท่งเอ็นฟาดตีกันไปมาเหมือนกำลังเล่นสู้ฟันดาบกันอย่างสนุกสนานหัวเราะร่ากันสองคนฝ่าสายน้ำฝักบัว ปังๆๆ! เสียงบังดีนทุบประตูห้องน้ำลั่น "เสร็จยังวะพวกมึง!จะไม่ทันเวลาแล้วนะเว้ย!" "เออๆๆเสร็จแล้วๆ!" ผมรีบตะโกนตอบกลับ ก่อนจะล้างคราบสบู่ออก ผมกับไอ้เจเจเลยช่วยกันล้างทำความสะอาดส่วนหัวเห็ดให้กันและกันต่างคนต่างใช้ฝ่ามือกุมจับท่อนเนื้อของเพื่อน ค่อยๆรูดถอกหนังหุ้มปลายลงจนส่วนหัวเห็ดบานขยายสีแดงก่ำเผยออกมาแต่ทว่าตรงส่วนปลายหัวเห็ดบานของไอ้เจเจ กลับมีหยดน้ำหล่อลื่นใสๆเยิ้มซึมออกมาไม่หยุด ผมเห็นเข้าเลยเอ่ยแซวขึ้นมา"เชี้ยเอ๊ยไอ้เจ... มึงเงี่ยนเหรอวะ" ไอ้เจเจไม่ได้เอ่ยคำตอบใดๆมันรีบปัดฝ่ามือผมออกด้วยความขัดเขิน แล้วรีบเปิดประตูวิ่งออกจากห้องน้ำไปทันทีเพียงแค่ 5 นาทีทั้งผมและไอ้เจเจก็แต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วพวกเราทั้งสามคนก็รีบสับเท้าวิ่งออกไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่หน้าโรงแรมโชคดีที่พวกเราไม่ใช่กลุ่มที่มาสายที่สุดเพราะกลุ่มที่มาช้าสุดดันเป็นอาจารย์ผู้ควบคุมทั้งสองท่านนั่นเอง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมามิตรภาพระหว่างพวกเราสามคนก็แน่นแฟ้นและสนิทสนมกันยิ่งกว่าเดิม เปิดเรียนวันแรกของสัปดาห์อาจารย์ประธานรายวิชาสั่งให้กลุ่มนักศึกษาที่เดินทางไปทัศนศึกษาออกมานำเสนอความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับหน้าชั้นเรียนเพื่อให้เพื่อนร่วมห้องคนอื่นใช้เป็นแนวทางในการตั้งใจทำผลงานส่งอาจารย์ในชิ้นถัดไป คราวนี้อาจารย์มอบหมายงานชิ้นใหม่โดยให้จับคู่กันแค่ 2 คนไอ้บังดีนมัวแต่เดินออกไปเข้าห้องน้ำ พอกลับเข้ามาในห้องผมก็จับคู่กับไอ้เจเจเป็นที่เรียบร้อยโจทย์งานชิ้นนี้คือให้นักศึกษาออกไปฝึกงานศึกษางานช่างจากอู่ซ่อมรถจริงๆแล้วนำข้อมูลความรู้ตลอด 1 สัปดาห์กลับมาพรีเซนต์เสนองานอาจารย์ หลังจากเลิกเรียนผมกับไอ้เจเจพากันเดินตระเวนหาอู่ซ่อมรถแถวๆ รอบวิทยาลัยแต่ผ่านไปทั้งวันก็ยังไม่มีร้านไหนยินดีรับพวกเราเข้าฝึกงานเพราะช่างส่วนใหญ่กลัวว่าเด็กนักศึกษาจะเข้าไปรบกวนเวลาทำงานหลัก จนกระทั่งไอ้บังดีนรู้ข่าวว่าพวกเรายังไม่ได้สถานที่ฝึกงานมันจึงเสนอให้ลองไปฝึกงานที่อู่ซ่อมรถของเพื่อนพ่อมัน แม้จะอยู่ไกลถึงโซนบางนาโชคดีที่พ่อของไอ้บังดีนช่วยเอ่ยปากฝากฝังให้ ทุกวันหลังเลิกเรียนผมกับไอ้เจเจเลยต้องนั่งรถจากมีนบุรีมุ่งตรงไปบางนาแม้ระยะทางจะไกลและเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องอดทน เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่มีรายงานส่งอาจารย์ เพื่อนพ่อของไอ้บังดีนชื่อลุงมูซา อายุราวๆ 50 ปี เป็นชาวไทยมุสลิมสไตล์เข้มๆไว้หนวดเครารอบริมฝีปาก มีพุงอวนๆ เหมือนเสี่ยใหญ่และมีเมียหลายคนไม่ต่างจากพ่อไอ้บังดีนธุรกิจอู่ซ่อมรถของแกจึงเป็นระบบกึ่งครอบครัวลูกชายทุกคนถูกส่งไปเรียนช่างแล้วกลับมาช่วยงานที่อู่ส่วนลูกสาวคอยนั่งทำงานเอกสารอยู่ในออฟฟิศ ลุงมูซามอบหมายให้ลูกชายคนโตของตระกูลชื่อบังมุข อายุประมาณ 30 ปีมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานช่างให้ผมและไอ้เจเจบังมุขเป็นชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มดูดุดันในตอนแรก แต่พอได้พูดคุยสนิทสนมกันกลับกลายเป็นคนอารมณ์ดี มีมุขตลกมาอำพวกเราอยู่เรื่อยๆทำให้บรรยากาศการฝึกงานตลอดสัปดาห์เต็มไปด้วยรอยยิ้มและไม่เครียดเลยสักนิด จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของการฝึกงานผมกับไอ้เจเจได้จัดซื้อกระเช้าของขวัญมามอบขอบคุณลุงมูซา บังมุข และครอบครัวที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ทางบ้านลุงมูซาเลยจัดแจงทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงส่งพวกเราอย่างอบอุ่น ระหว่างนั่งกินข้าวกันอยู่กลางบ้านผมรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา จึงขอตัวเดินเลี่ยงออกไปเข้าห้องน้ำแถวหลังอู่ขณะกำลังยืนฉี่อยู่ตรงโถ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นพ่อกายโทรเข้ามาพอดีผมเลยรับสายคุยโทรศัพท์ไปพลาง ยืนฉี่ไปพลาง จู่ๆบังมุขก็เดินแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ แล้วก้าวไปยืนฉี่ตรงโถข้างๆตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับทักทายบังมุขตามปกติแล้วเตรียมจะเดินออกไปล้างมือตรงอ่างหน้ากระจกแต่ทว่าสายตาผมกลับรู้สึกว่าบังมุขยืนฉี่นานผิดปกติ พอมองผ่านเงาสะท้อนในกระจกก็เห็นบังมุขยืนเอียงตัวนิดๆ เผยแก่นกายลำเขื่องของแกออกมาจะจะตา! ท่อนเนื้อเอ็นของบังมุขตื่นตัวแข็งชันชี้โด่พุ่งตรงมาทางผมหัวเห็ดบานยักษ์สีเข้มผ่านการขลิบปลายจนเกลี้ยงเกลาลำควยยาวหนาปูดเส้นเลือดขดเคี้ยวเป็นลอนแน่นน่ากลัว มองดูแล้วใหญ่โตยาวเหยียดคนละไซส์กับคนทั่วไป! ผมจ้องมองภาพแก่นกายอันบ้าพลังนั้นผ่านกระจกเงาจนสติหลุดหลุดปากอุทานออกมาเบาหวิวฝ่าสายโทรศัพท์ "เชี้ยเอ๊ย...ควยโคตรใหญ่เลยว่ะ!" บังมุขไม่ได้มีท่าทีขัดขเขินหรือรีบเก็บท่อนเนื้อเข้ากางเกงแต่อย่างใดแกกลับส่งยิ้มหวานทรงเสน่ห์มาให้ผมผ่านเงากระจกอย่างมีเลสนัยประจวบเหมาะกับมีเสียงก้าวเท้าของใครบางคนกำลังเดินตรงมาทางห้องน้ำผมเลยต้องรีบสับเท้าก้าวเดินสวนออกมา และคนที่เดินสวนเข้ามาก็คือลุงมูซานั่นเอง ผมกลับมานั่งร่วมวงกินข้าวต่อได้พูดคุยสัพเพเหระกับบรรดาลูกๆ ของลุงมูซา จนกระทั่งได้รู้ข้อมูลลับว่าบังมุขลูกชายคนโตอายุสามสิบแล้วแต่ก็ยังครองตัวเป็นโสด ไม่ยอมแต่งงานแต่งการเสียที ไม่นานนักบังมุขก็เดินล้างมือหมุนตัวกลับมาร่วมวงกินข้าวตามปกติและนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ผมก็เริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสายตาที่บังมุขใช้จ้องมองมาทางผม... มันเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!
.................................................................. ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|