ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 14: ซุปเปอร์ม่านดำ_สวรรค์ชั้นสอง(น้ำแลกเงิน)
เช้าวันถัดมาช่วงสายๆบรรยากาศในบ้านยามเช้าค่อนข้างเงียบสงบ ลุงนัสแต่งชุดเครื่องแบบ รปภ.ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวันส่วนเจ้าเนสก็สะพายกระเป๋านักเรียนออกจากบ้านไปตั้งแต่ไก่โห่ ระหว่างที่ผมกับพ่อกายกำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่นั้นพ่อกายก็เอ่ยปากชวนผมออกไปข้างนอก
"กันต์เดี๋ยวสายๆ ออกไปเดินคลองถมกับกูหน่อยนะจะไปหาซื้อของอะไหล่พวกเครื่องสูบน้ำเอากลับไปใช้ที่บ้านสวนซะหน่อย"
"ครับพ่อ"ผมพยักหน้ารับคำ
หลังจากเดินลุยแดดง่วนหาซื้อของแถวคลองถมจนได้ของครบตามต้องการพ่อกายก็ขับรถกระบะคู่ใจมุ่งหน้ากลับ ระหว่างทางแกก็หันมาถามผมเรียบๆ "เออ...อยากไปดูหนังมั้ยวะ"
ผมจริงๆก็ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากขัดใจพ่อเลยตอบไปส่งๆ "แล้วแต่พ่อเลยครับดูได้หมด"
ขับรถมาได้ซักพักพอถึงแถวๆ ย่านสะพานควาย พ่อกายก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในอาคารเก่าแก่แห่งหนึ่งหน้าอาคารมีป้ายโปสเตอร์ภาพยนตร์ขนาดใหญ่ติดเรียงรายแต่ดูจากโทนสีและรูปบนโปสเตอร์แล้วมันดูค่อนข้างเก่าและจัดจ้านแปลกๆ ผมทำหน้างุนงงมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถามพ่อ
"ไหนบอกว่าจะไปดูหนังไงพ่อที่นี่ที่ไหน ทำไมไม่ไปดูที่ห้างอะ"
พ่อกายหันมาตอบหน้าตาเฉย"ก็โรงหนังไงมึง นี่แหละโรงหนังชั้นสอง ราคาไม่กี่สิบบาท ไม่แพงเหมือนในห้างหรอกหนังฉายควบสองเรื่องดูได้เหมือนกันนั่นแหละ"
ผมไม่อยากเซ้าซี้หรือถามมากความเลยเดินตามแผ่นหลังล่ำสันของพ่อกายเข้าไปข้างใน พอผ่านช่องตั๋วเดินมุดผ่านม่านมืดเข้าไปด้านในโรงหนังสายตาผมปรับตามไม่ทันเพราะข้างในมันกว้างขวางใหญ่โตมาก แต่บรรยากาศกลับมืดมิดสลัวๆมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ด้านหน้าที่กำลังฉายภาพเคลื่อนไหวอยู่กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นแอร์เก่าๆ และกลิ่นเหงื่อโชยมาเตะจมูกเบาๆมันต่างกับโรงหนังในห้างสรรพสินค้าอย่างสิ้นเชิง หนังบนจอฉายไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้และเป็นเรื่องอะไรผมก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
พ่อกายพาลัดเลาะไปนั่งลงที่เก้าอี้แถวริมสุดใกล้ๆทางเดินก่อน พ่อหันมาบอก "นั่งตรงนี้ก่อนแป๊บนึง ให้สายตาปรับมืด เดี๋ยวค่อยขยับหาที่นั่งใหม่"
"อ้าวไม่มีพนักงานพาไปนั่งตามเลขที่เก้าอี้เหรอพ่อ" ผมกระซิบถาม
"เอาน่า...นั่งไปเหอะ อีกแป๊บก็เดินตามกูมาแล้วกัน" พ่อบอกปัด
ไม่ถึง10 นาทีสายตาผมเริ่มปรับเข้ากับความมืดภายในโรงหนังได้ดีขึ้น พ่อกายก็ลุกขึ้นสะกิดแขนผมพาก้าวขาเดินลงไปนั่งเกือบแถวหน้าสุดที่ว่างอยู่ พอนั่งลงเรียบร้อยพ่อกายก็เอียงตัวมากระซิบข้างหู
"ถ้าปวดฉี่ห้องน้ำอยู่ข้างๆ นะ มีทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวา" ผมพยักหน้ารับรู้ พ่อกายพูดต่อ"เออ นั่งรอตรงนี้นะ กูขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว เดี๋ยวมา"พูดจบพ่อก็ลุกเดินแยกตัวออกไปทางมืดๆ ฝั่งห้องน้ำ
ระหว่างที่นั่งรอพ่ออยู่คนเดียวผมก็เริ่มนั่งมองสังเกตบรรยากาศรอบๆ ตัวอย่างจริงจังผู้คนภายในโรงหนังไม่ได้นั่งเรียงกันเป็นระเบียบแต่กลับนั่งกระจายตัวกันไปทั่วตามมุมมืดต่างๆ ที่น่าแปลกใจและชวนสะดุดตาที่สุดคือมีผู้ชายหลายคนเดินลุกขึ้นมาเดินวนไปวนมาตามทางเดินอย่างไม่มีสาเหตุแต่ละคนไม่ได้เดินหาที่นั่งว่าง เพราะพอเดินขยับเข้ามาใกล้ๆ จุดที่ผมนั่งอยู่พวกรุ่นใหญ่หรือชายวัยทำงานเหล่านั้นก็จะหยุดก้าวขา ชะงักหันมาจ้องมองหน้าผมตรงๆพร้อมกับระบายยิ้มมุมปากเล็กๆ อย่างมีเลสนัยฝ่าความสลัว
และผมเพิ่งจะมารู้สึกตัวสะกิดใจอีกอย่างคือ...คนที่เข้ามานั่งอยู่ในโรงหนังแห่งนี้ เกือบทั้งหมดเป็นผู้ชายล้วนแทบทั้งสิ้นมีผู้หญิงแทรกอยู่ริบหรี่จนนับหัวได้บรรยากาศรอบข้างมันเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด ตื่นเต้นและน่าสงสัยขึ้นมาในใจลึกๆ ผมพยายามข่มความสงสัย ถอนสายตากลับมาแล้วตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองดูภาพบนหน้าจอหนังตรงหน้าทำเป็นไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่กำลังจับจ้องมาทางผม!
เวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที พ่อกายก็ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำจนผมเริ่มกระวนกระวายใจ ใจหนึ่งก็ลังเลไม่รู้จะเอายังไงดีจะลุกเดินไปตามก็กลัวพ่อจะบ่นเอาว่าทำไมไม่นั่งดูหนังรอดีๆเพราะปกติเวลาพ่อกายไปเข้าห้องน้ำแกไม่เคยใช้นานขนาดนี้สุดท้ายผมก็ทนความกระสับกระส่ายไม่ไหวลุกขึ้นก้าวขาเดินมุ่งหน้าไปตามพ่อที่ห้องน้ำข้างโรงหนังทันที
ทว่าพอเดินเข้าไปข้างใน กลับไร้ร่องรอยของพ่อกาย ทั้งๆที่ผมเห็นชัดเจนกับตาว่าแกเดินเลี้ยวมาทางนี้สิ่งที่ชวนให้สะดุดตาและแปลกใจขั้นสุดคือบริเวณหน้าห้องน้ำชายกลับมีกลุ่มสาวประเภทสองยืนเข้าคิวเรียงตัวเป็นแถวยาวตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าไปจนถึงด้านในตัวห้องน้ำสว่างสลัว แต่พอลองเดินสำรวจดูตามห้องหับต่างๆกลับว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ข้างในเลยสักห้อง ยามที่ผมเดินผ่านกลุ่มสาวสองเหล่านั้นเกือบทุกคนต่างพากันจ้องมองมาที่ผมเป็นตาเดียวแววตาคมกริบฉายความวาวโรจน์ราวกับเจอเป้าหมายสดใหม่ที่กำลังรอคอยผมรู้สึกเย็นวูบวาบตรงต้นคอด้วยความระแวง เลยรีบสับเท้าก้าวถอยหลังออกจากห้องน้ำทันที
'หรือว่าพ่อจะเดินสวนกลับออกไปแล้ววะ...' ผมคิดในใจพลางรีบสับเท้าเดินย้อนกลับมาที่แถวเก้าอี้เดิมที่พ่อเคยพามานั่งแต่สุดท้ายก็ยังคงไร้เงาของพ่อกายอยู่ดี
ความกังวลเริ่มตีขึ้นจุกอกผมเลยหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วกดเบอร์โทรหาพ่อกายทันทีเสียงสัญญาณดังอยู่สองสามติดปลายสายก็กดรับพร้อมกับน้ำเสียงห้วนกระชับของพ่อที่สวนกลับมารวดเร็ว
"เออๆๆๆ! นั่งรออยู่นั่นแหละ ดูหนังไป เดี๋ยวพ่อกลับไปหา"
ติ๊ด!
พ่อกายรีบตัดสายทิ้งทันทีโดยที่ผมยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำแต่ความชั่วครู่ก่อนสายจะตัดผมได้ยินเสียงพากย์หนังจากลำโพงโรงหนังแว่วลอดเข้ามาจากปลายสายของพ่อชัดเจนมันช่วยให้ผมโล่งอกและอุ่นใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่งว่าพ่อกายยังคงวนเวียนอยู่ในโรงหนังแห่งนี้ไม่ได้หายไปไหนผมเลยขยับตัวล้มลงนั่งดูหนังต่อบนเก้าอี้ตัวเดิม
จู่ๆ สายตาผมก็เหลี่ยมไปเห็นชายคนหนึ่งก้าวขาเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้แถวเดียวกันโดยห่างออกไปประมาณ 5 ที่นั่งตอนแรกผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าคงเป็นคนมาดูหนังทั่วไปเหมือนกันแต่ทว่าผ่านไปไม่นาน ชายคนนั้นก็ค่อยๆ ขยับตัวขยับขยับเขยื้อนเข้ามาใกล้ผมทีละนิดจากห่าง 5 เก้าอี้ เหลือห่างแค่ 2 เก้าอี้และไม่ถึง 5 นาทีต่อมาเขาก็ขยับมานั่งลงตรงเก้าอี้ที่เหลือเว้นไว้แค่นัยน์ตาเดียวก่อนจะเอียงหน้าหันมาเอ่ยปากถามผมฝ่าความสลัว
"มานานหรือยังน้อง... มากับใครเหรอครับ มาคนเดียวหรือเปล่า"
เขายิงคำถามใส่ผมรัวๆ แต่เนื่องจากเสียงลำโพงหนังค่อนข้างดังและผมฟังไม่ค่อยชัดเลยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ชายคนนั้นเห็นผมนิ่งเงียบ เขาเลยเอ่ยปากขอตรงๆ"พี่ขอนั่งตรงนี้ได้ไหม" เขาชี้ไปที่เก้าอี้ตัวที่ติดกับผมพอดิบดีผมได้แต่นิ่งขรึมแล้วพยักหน้ารับแบบแกนๆ เขาจึงลุกขึ้นขยับมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวผมทันที
จังหวะนั้นแสงสว่างจากจอภาพยนตร์ด้านหน้าสาดส่องลงมากะทบใบหน้าของชายคนนั้นพอดีทำให้ผมมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเขาได้ชัดเจนเต็มสองตา เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีอายุราวน่าจะ 30 กว่าปีสวมแว่นสายตากรอบบาง ผิวพรรณขาวตี๋เนียนตาแบบคนไทยเชื้อสายจีน สรีระดูดีมีทรงใส่เสื้อโปโลสีดำเข้ารูปพอดีตัวเผยให้เห็นแผงอกและมัดกล้ามแขนที่ซ่อนอยู่ข้างในจับคู่กับกางเกงยีนส์แบรนด์เนมการแต่งกายดูสะอาดสะอ้าน เรียบร้อย มีภูมิฐาน ดูเป็นคนใจดี ไม่มีพิษมีภัยและดูไม่เข้ากับสถานที่อับสลัวแบบนี้เลยสักนิด
เขาหันมาถามผมซ้ำอีกรอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"มานานหรือยังเรา มากับใคร มาคนเดียวหรือเปล่าครับ"
ผมขมวดคิ้วสงสัยในใจว่าทำไมเขาต้องมาคอยไล่ถามคำถามพวกนี้ทั้งๆ ที่เดินเข้ามาในโรงหนังแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมจดจ่อกับจอหนังใจจริงผมไม่ได้อยากตอบคำถามอะไรเท่าไหร่นัก แต่ก็นึกกลัวว่าถ้าลุกหนีไปนั่งที่อื่นพอพ่อกายเดินกลับมาหาไม่เจอแล้วจะโดนบ่นเอาได้ สุดท้ายเลยจำใจตอบกลับไปเรียบๆ
"มากับพ่อครับ พ่อไปเข้าห้องน้ำ... แล้วก็พึ่งมาถึง"
ชายสวมแว่นระบายยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างมีเลสนัยก่อนจะเริ่มชวนคุยต่อแบบสนิทสนม "แล้วเคยมาที่นี่กี่ครั้งแล้วล่ะ มาบ่อยไหมพักอยู่แถวไหน ชื่ออะไรครับ"
ผมเริ่มแปลกใจหนักขึ้นกว่าเดิมว่าทำไมเขาต้องมาคอยซักไซ้ประวัติแต่ก็ตอบไปส่งๆ ด้วยท่าทีบึ้งตึงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก "มาครั้งแรกครับเพิ่งมาจากต่างจังหวัด พักอยู่แถวลาดพร้าว... ชื่อกันต์"
เห็นท่าทีแข็งตึงของผม ชายคนนั้นกลับหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างชอบใจก่อนจะแนะนำตัวเองกลับอย่างสุภาพ "พี่ชื่อแม็กนะ เรียกพี่แม็กก็ได้ อายุ 38 ปี บ้านอยู่แถวประตูน้ำ เป็นคนกรุงเทพฯนี่แหละ"
ผมฟังผ่านๆ สายตายังคงสอดส่องสลับมองไปทางมืดๆเพื่อหาพ่อกาย ท่าทางเลิกลกลุกลี้ลุกลนของผมทำให้พี่แม็กอมยิ้มแล้วเอ่ยทักขึ้นมาอย่างรู้ทัน "พ่อคงเดินเล่นอยู่มั้งอีกซักพักก็คงกลับมา"
ผมหันขวับไปมองหน้าเขา คิ้วขมวดเข้าหากันเขม็ง"พี่รู้ได้ไง"
พี่แม็กเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะขยับหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆ "เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังว่าคนที่นี่เขาเข้ามาทำอะไรกัน..." คำพูดของเขาทำเอาผมยิ่งงุนงงจนคิ้วขมวดหนักกว่าเดิมพี่แม็กเลยอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ที่นี่มันคือโรงหนังชั้นสองฉายหนังวนไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน... คนที่เขาตีตั๋วเข้ามาที่นี่เกือบทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจมาดูหนังหรอกน้องกันต์ เขามาหาที่ปลดปล่อยน้ำเงี่ยนกันสำหรับพวกคนโสด คนขี้เหงา หรือคนที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย"
ผมฟังคำอธิบายตรงไปตรงมานั้นจนตาโตเท่าไข่ห่านสมองชาไปชั่วขณะพี่แม็กยกนิ้วขึ้นชี้แง้มไปทางโซนห้องน้ำชายที่ผมเพิ่งเดินกลับมาเมื่อครู่
"เห็นพวกสาวสองที่ยืนออกันอยู่ตรงโซนนั้นไหม...เขามารอต้อนรับให้บริการพวกหนุ่มๆ ถ้าตกลงพอใจกันทั้งสองฝ่ายเมื่อไหร่เขาก็จะจูงมือเข้าห้องน้ำกันทันที... แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวสาวสองมันก็จะมีผู้ชายเดินวนไปวนมาตามทางเดิน ถ้าเจอคนไหนถูกใจ ทรงได้ทัศนคติจัดว่าตรงกัน เขาก็จัดหนักฟินกันตรงเก้าอี้ในโรงหนังนี่เลย"
คำอธิบายของพี่แม็กมันปลดล็อกความสงสัยในหัวผมทันทีภาพผู้ชายเดินวนไปวนมาและสายตาหลายคู่ที่จ้องมองผมตอนแรกฉายชัดขึ้นมาในสมองว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ!
และในระหว่างที่พี่แม็กกำลังเอ่ยปากอธิบายบรรยากาศเสียวๆให้ออกรสอยู่นั้นเอง ฝ่ามือเรียวยาวอุ่นจัดของเขาก็ถือโอกาสเนียนๆขยับยื่นลงมาลูบไล้บดคลึงเบาๆ อยู่บนต้นขาขวาของผมอย่างลึกซึ้ง!
"เฮ้ยพี่...!"
ผมสะดุ้งวาบตัวเกร็งกึก ร้องขัดขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจพี่แม็กเองก็ชะงักสะดุ้งตาม รีบชักฝ่ามือกลับไปแนบข้างตัวลนลานพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่เพราะกลัวจะโดนเด็กหนุ่มกระทงอย่างผมประเคนหมัดใส่กลางโรงหนัง "โอ๊ะๆ พี่ขอโทษๆ น้องกันต์ พี่เห็นเราเงียบๆ นึกว่ารู้เรื่องแล้ว... โอเคพี่ขอโทษจริงๆ"พี่แม็กปรับสีหน้าเข้าใจทันทีว่าผมเป็นเด็กใหม่เพิ่งเคยหลุดเข้ามาในวงจรม่านดำแห่งนี้เป็นครั้งแรกเขาเลยเอ่ยปากชวนแก้เขิน "งั้น... ไปเดินเล่นรอบๆ กับพี่ไหมล่ะ เดี๋ยวพี่พาทัวร์ดูบรรยากาศจริงให้เห็นกับตา"
ตอนแรกผมปฏิเสธทันควันเพราะกังวลกลัวพ่อกายเดินกลับมาไม่เจอตัวแต่พี่แม็กก็ยังคงเซ้าซี้ชวนคุยหว่านล้อมไม่หยุดบวกกับความอยากรู้อยากเห็นในหัวใจหนุ่มกระทงว่าสิ่งที่พี่แม็กพูดมามันจะเป็นเรื่องจริงหรือแค่เรื่องโกหกปั้นแต่งสุดท้ายผมเลยจำใจพยักหน้ารับ อ่อนตามคำชวนของชายตี๋ใส่แว่นหุ่นดีคนนี้ในที่สุด!
พี่แม็กลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปรอผมตรงทางเดินริมแถวเก้าอี้ ผมตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามแกออกไปพี่แม็กเดินนำพาย้อนขึ้นไปทางโซนด้านหลังของโรงหนังยิ่งเดินขึ้นไปผมก็ยิ่งสังเกตเห็นว่าโรงหนังแห่งนี้กว้างขวางมากด้านหลังถูกยกระดับพื้นสูงขึ้นเป็นชั้นๆ คล้ายอัฒจันทร์สนามฟุตบอล
ระหว่างที่เดินลัดเลาะไปตามทางเดินสลัวๆ พี่แม็กก็คอยใช้นิ้วชี้แง้มให้ผมดูผู้ชายหลายคู่ที่นั่งเคียงข้างกันตามมุมมืดจนกระทั่งเดินผ่านบางคู่ สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับภาพตรงหน้า...ชายคนหนึ่งกำลังก้มหัวลงต่ำไปตรงพิกัดเป้ากางเกงของชายอีกคนทำทีเหมือนก้มลงหาของที่ตกพื้น แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย ชายคนนั้นกำลังอ้าปากอมดูดท่อนเนื้อเอ็นของชายอีกคนที่นอนเอนตัวพิงเบาะอย่างเมามันส์โดยมีฝ่ามือหนาของฝ่ายหลังคอยกดศรีษะไว้เป็นจังหวะ
"เชี่ย..." ผมหลุดปากอุทานออกมาเสียงเบาด้วยความอึ้งไม่คิดมาก่อนว่าจะมีการเปิดศึกรักใต้สะดือกันประเจิดประเจ๋อในสถานที่แบบนี้ได้
เดินย้อนสูงขึ้นไปอีกนิดก็เจอชายวัยทำงานนั่งอยู่คนเดียวเดี่ยวๆ บนเก้าอี้มือข้างหนึ่งกำลังกำท่อนเอ็นคัดปั๋งของตัวเองรูดชักซอยเข้าออกถี่รัวอย่างมันส์มือทั้งๆ ที่จอภาพยนตร์ด้านหน้าที่กำลังฉายอยู่ไม่ใช่หนังโป๊เลยสักนิดยิ่งเดินสูงขึ้นไปโซนบนสุด ผู้คนก็ยิ่งหนาแน่นและบรรยากาศเริ่มดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆผมรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเลยหันไปบอกพี่แม็ก
"พี่... ผมว่าผมกลับลงไปนั่งรอพ่อที่เดิมด้านล่างดีกว่า"
พี่แม็กรีบยื่นมือมาดึงแขนผมไว้เบาๆแล้วชี้มือไปทางมุมมืดด้านบนที่มีกลุ่มผู้ชายกำลังยืนมุงล้อมวงกันหนาแน่น"ดูตรงนั้นดิคนมุงกันเต็มเลย ไปดูกันหน่อยไหม"
ผมทำท่าลังเลไม่อยากเดินเข้าไป แต่พี่แม็กก็หว่านล้อมต่อ"ไหนๆ ก็เดินขึ้นมาถึงนี่แล้ว แวะไปดูแวบเดียวเอง"สุดท้ายผมเลยยอมเดินตามพี่แม็กเข้าไปใกล้กลุ่มคนมุง
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงกลางวงล้อมคือชายรุ่นใหญ่กำลังเกร็งสะโพกซอยท่อนเอ็นกระแทกเข้าใส่รูกลีบเนื้อด้านหลังของชายอีกคนควบคู่ไปกับการที่ตัวเขากำลังก้มหน้าอมดูดควยให้ชายอีกคนไปพร้อมๆ กันชายคนที่กำลังโดนแทงประตูหลังดูอายุยังน้อย น่าจะเป็นเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยส่วนชายอีกสองคนที่กำลังรุกกระแทกและโดนอมดูดกลับเป็นชายวัยรุ่นใหญ่ช่วงอายุราวๆ 50 ปี ผู้ชายหลายคนที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆต่างพากันส่งเสียงพึมพำเชียร์ลั่นราวกับกำลังนั่งชมกีฬาขอบสนาม
ระหว่างที่ผมกำลังยืนมองตาค้าง จู่ๆก็มีชายสูงวัยท่าทางตุ้งติ้งคนหนึ่งเดินตรงดิ่งเข้ามาหาผมด้วยสายตาพราวระยับพี่แม็กเห็นเข้าเลยไวพอกัน รีบเอื้อมท่อนแขนมาโอบกอดไหล่ผมไว้แน่นแล้วหันไปพูดกับชายสูงวัยคนนั้นเสียงเรียบ
"ขอโทษครับคนนี้แฟนผม เขามากับผมครับ"
ชายสูงวัยคนนั้นทำหน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงหนีไปผมยืนงงตึ้บไม่ทันตั้งตัว พี่แม็กเลยเอียงหน้ามากระซิบข้างหู"ขอโทษทีนะที่ต้องอ้างแบบนั้น ไม่งั้นตุ๊ดแก่คนเมื่อกี้ได้เข้ามาวุ่นวายกับเราไม่เลิกแน่"ผมได้แต่ยิ้มรับขอบคุณในความไวของแก
ทันใดนั้นเอง วงล้อมตรงกลางก็เกิดเหตุการณ์สุดพิสดารชายฉกรรจ์และพวกรุ่นใหญ่ที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆต่างพากันงัดท่อนเนื้อเอ็นแข็งปั๋งของตัวเองออกมาจากกางเกงแล้วสั่งให้เด็กนักศึกษาคนนั้นลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางวงจากนั้นเด็กหนุ่มก็ทำหน้าที่ใช้ปากอมดูดท่อนเนื้อเอ็นวนสลับเปลี่ยนไปทีละคนจนครบทุกคนรอบวง!ผมยืนมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจและตื่นเต้นสะท้านลึกไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในเมืองกรุงจะมีสถานที่สวาทใต้ดินแบบนี้ซ่อนอยู่จริง
พอเห็นว่าคนเริ่มหนาแน่นและวุ่นวายขึ้นพี่แม็กเลยจับแขนผมดึงพาเดินย้อนกลับลงบันไดมานั่งลงที่แถวเก้าอี้เดิมด้านล่างพี่แม็กมองอาการผมออกว่าคงไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวหาเรื่องใต้สะดือแบบนี้แต่แรกแค่ติดส้นเท้าพ่อมาด้วยเฉยๆ แกเลยเอ่ยปากยิ้มๆ
"พี่มาส่งถึงที่นั่งแล้ว งั้นพี่ขอตัวไปก่อนนะ หวังว่าจะได้เจอกันอีก"
ขณะที่พี่แม็กกำลังจะลุกขึ้นยืนผมรู้สึกกังวลเพราะพ่อกายยังไม่กลับมา แถมบรรยากาศรอบๆก็เต็มไปด้วยสายตาที่จ้องมองมา ผมเลยรีบยื่นมือไปดึงท่อนแขนของพี่แม็กไว้ทันควัน
"พี่... นั่งอยู่เป็นเพื่อนผมก่อนได้ไหม รอให้พ่อผมกลับมาก่อน"
พี่แม็กลังเลเล็กน้อยก่อนจะยอมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวผมตามเดิมจากนั้นไม่นาน หนังบนจอก็ถูกตัดสลับเปลี่ยนกลายเป็นหนังเกรด R ภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าและฉากเลิฟซีนเริ่มฉายชัดพวกเรารอบข้างนั่งดูหนังกันเงียบๆ ไม่ได้พูดคุยกันเลย
ทว่า ในความเงียบสงบ พี่แม็กที่นั่งอยู่ข้างๆก็เริ่มสังเกตเห็นว่าเป้ากางเกงขาสั้นของผมมันเริ่มดันเนื้อผ้าตุงนูนขึ้นมาเป็นลำยาวอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากภาพเลิฟซีนบนหน้าจอบวกกับความเสียวซ่านที่เพิ่งไปยืนดูมาเมื่อครู่มันปลุกให้ท่อนเนื้อเอ็นของผมตื่นตัวคัดปั๋งขึ้นมา พี่แม็กตัดสินใจลองเอามือวางลงบนต้นขาขวาของผมเนิบนาบคราวนี้ผมไม่ได้ปัดออกหรือร้องขัด แต่พี่แม็กก็ยังเกร็งๆไม่กล้าขยับฝ่ามือลูบสูงขึ้นไปอยู่ดี
จู่ๆผมก็ตัดสินใจส่งฝ่ามือของตัวเองลงไปกุมจับมือของพี่แม็กเอาไว้แล้วออกแรงออกแรงออกกำลังยกมือของแกขยับย้ายมาวางทับลงบนเป้ากางเกงขาสั้นของผมตรงๆ!
หมับ!
สัมผัสที่กำเข้าเต็มเป้ากางเกงทำเอาพี่แม็กถึงกับเผลอร้องอุทานหลุดปากออกมาเบาๆ "โอ้โห..."เพราะสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่ามือของแกยามนี้ คือท่อนเนื้อเอ็นยาวใหญ่ ที่กำลังตั้งชันแข็งเปรี๊ยะปั๋งดั่งท่อนเหล็กร้อน ปูดลอนเส้นเลือดขยายตัวเต็มพิกัดรอการปลดปล่อย!
พี่แม็กรับรู้สัญญาณชัดเจนว่าผมเปิดทางให้แล้ว แกค่อยๆใช้ฝ่ามือเรียวรูดซิปกางเกงขาสั้นของผมลงช้าๆ ครืด... แล้วสอดมือล้วงเข้าไปงัดท่อนเอ็นของผมออกจากกางเกงในนำออกมาผงาดรับลมอยู่นอกกางเกง
ทันทีที่ท่อนเอ็นยาว 7.5นิ้วตั้งชันแข็งคัดปั๋งเด้งออกมาพี่แม็กถึงกับเผลอร้องอุทานหลุดปากด้วยความตกใจกับขนาดที่ใหญ่โตเกินวัยลำเอ็นหนาปูดลอนเส้นเลือดขดเคี้ยวเต้นตุบๆ สีคร้ามแดดหัวเห็ดบานขยายเป็นรูปทรงหัวกระสุนสีแดงก่ำ มีน้ำหล่อลื่นใสๆเยิ้มซึมตรงปลายร่องหยดเปรอะเปื้อนฝ่าความมืดสลัว
ยังไม่ทันที่พี่แม็กจะหายตกใจผมก็ส่งฝ่ามือไปกดที่หัวของพี่แม็กลงมาประชิดท่อนเอ็นของตัวเองทันทีพี่แม็กไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธหรือรังเกียจเลยสักนิดยามนี้แก่นกายของผมจ่ออยู่ตรงหน้าแกไม่ถึงคืบพี่แม็กเอื้อมมือมากุมจับท่อนเอ็นของผมตั้งขึ้น แล้วออกแรงรูดซอยลงช้าๆจนหัวเห็ดบานแดงฉ่ำเยิ้ม จากนั้นแกก็ส่งปลายลิ้นอุ่นสากออกมาตวัดเลียวนรอบๆขอบหัวหยัก สลับกับการเม้มปากดูดอมตรงส่วนหัวเห็ดเน้นๆ
"ซี๊ดดดด... อ๊าาาาส์... พี่แม็ก... อูยยย... เลียหัวควยผมแรงๆเลยพี่..." ผมขบฟันแน่น ครางเสียวพร่าออกมาทันที
พี่แม็กไม่รอช้า อ้าปากกว้างค่อยๆครอบงำงับท่อนเอ็นของผมลงไปช้าๆ ลำเอ็นหนาปึกค่อยๆมุดหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นระอุจนสุดลำโคน ชนลึกกึกลงไปถึงคอหอยพี่แม็กอมแช่ท่อนเนื้อของผมไว้อยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆขยับโยกหัวขึ้นลงซอยเข้าออกเนิบนาบ อารมณ์ดิบของผมพุ่งกระฉูดจนทนไม่ไหวผมส่งมือมากดหัวพี่แม็กซอยเข้าออกหนักขึ้นบางจังหวะผมดันเอวสวนเด้ากระแทกสวนขึ้นมาจนท่อนเนื้อยักษ์มุดลึกชนคอหอยทำเอาพี่แม็กถึงกับสะอึกลอนคอ สำลักคายควยออกทันที
"แคกๆๆ! พอก่อนๆ น้องกันต์... พักแป๊บนึงครับ..."พี่แม็กรีบคายท่อนเอ็นผมออกจากปาก สำลักน้ำลายหอบหายใจ
ผมรีบเอ่ยปากขอโทษ "ขอโทษทีครับพี่ พอดีผมเสียวจัด...รีบทำดีกว่าพี่ กลัวพ่อกลับมาเจอ"
คราวนี้พี่แม็กปรับขยับท่วงท่าให้คล่องตัวยิ่งขึ้นแกก้มหน้าลงไปอ้าปากครอบงำงับดูดอมท่อนเอ็นของผมอีกรอบคราวนี้แกขยับจังหวะโยกหัวซอยเข้าออกได้อย่างลื่นไหลไม่มีสำลักปากอุ่นระอุรูดซอยท่อนเอ็น 7.5 นิ้วของผมดังก้องเสียงสวบๆๆ! บล๊วบๆๆ! ฝ่าความเงียบสลัว
ผ่านไปไม่นาน สติผมเริ่มหลุดลอย ร่างกายเกร็งสะท้านก้นเริ่มขยับเกร็งเป็นจังหวะ พวงไข่ดันสองหดเกร็งดันขึ้นสูงมันคือสัญญาณเตือนว่าคลื่นน้ำรักใกล้จะทะลักออกแล้ว!
"ซี๊ดดดด... พี่แม็ก... ผมจะแตกแล้วโว้ยยย... ซี๊ดดด... อ๊าส์!" ปรี๊ด...! ปรี๊ด...! ปรี๊ด...!
ผมเกร็งสะโพกกระตุกเกร็งรัวถี่ยิบเผลอเด้าเอวสวนยัดเยียดท่อนเอ็นอัดฝังลึกเข้าไปในปากของพี่แม็กคลื่นน้ำอสุจิคาวข้นสีขาวนมสดระเบิดพุ่งกระฉูดฉีดพ่นฝังอัดทะลักเข้าเต็มโพรงปากและลำคอของพี่แม็กกระหน่ำซ้ำๆพี่แม็กตั้งรับเต็มๆแกอ้าปากอมรับและอ้าคอกลืนกินหยาดน้ำรักคาวข้นของผมลงท้องจนหมดเกลื่อนทุกหยดโดยไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย!
หลังจากศึกสวาทจบลง พี่แม็กก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำผมที่ไม่อยากนั่งอยู่คนเดียวเลยขอเดินตามไปด้วยพวกเราสองคนเดินแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำห้องเดียวกันผมรีบวักน้ำมาล้างทำความสะอาดท่อนเอ็นของตัวเอง พี่แม็กจ้องมองตาไม่กระพริบขนาดว่าท่อนเอ็นของผมเริ่มผ่อนคลายอ่อนตัวลงบ้างแล้ว แต่มันก็ยังดูยาวใหญ่และอวบหนาเกินวัยมากๆ
พอล้างตัวเสร็จ พวกเราก็เดินกลับมานั่งที่เดิมพี่แม็กขอคอนแทกต์ติดต่อไว้คุยกันต่อ พร้อมกับยื่นตังค์ให้ผม1,000บาทบอกว่าให้เป็นค่าขนม แล้วบอกว่าคงต้องขอตัวกลับก่อนคงอยู่รอเป็นเพื่อนจนกว่าพ่อกายจะมาไม่ได้แล้ว เพราะดูทรงแล้วพ่อกายคงติดลมอีกนานแน่นอนผมรู้สึกเกรงใจเลยบอกให้แกกลับบ้านไปก่อน
ทว่า พอพี่แม็กลุกขึ้นเดินลับสายตาไป จู่ๆตุ๊ดแก่คนที่เคยเจอกันตรงโซนบนก็เดินดุ่มๆ เข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวผมทันที!ผมรู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศเริ่มไม่ปลอดภัยและแย่แน่ๆ เลยตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินเลี่ยงออกไปอีกฝั่งของโรงหนังในหัวกำลังคิดว่าจะลองโทรหาพ่อกายอีกรอบดีไหม แต่ก็กลัวจะโดนแกบ่นใส่สุดท้ายผมเลยตัดสินใจเดินสำรวจสอดส่องดูรอบๆบริเวณโรงหนังเพื่อตามหาพ่อกายด้วยตัวเอง!
ผมตัดสินใจเดินย้อนขึ้นไปทางโซนด้านหลังของโรงหนังสายตาพยายามสอดส่องมองเจาะลึกเข้าไปในแต่ละแถวเก้าอี้เพื่อตามหาเบาะแสของพ่อกายพอเดินเลาะขึ้นมาจนถึงแถวสุดท้ายช่วงกลางโรงหนังซึ่งอยู่ติดกับทางเดินสายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับร่างล่ำสันที่คุ้นเคย...พ่อกายนั่งอยู่คนเดียวตรงนั้นฝ่าความมืดสลัว
ผมกำลังจะเอ่ยปากแล้วก้าวขาเดินเข้าไปหาแต่ก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อจู่ๆ พ่อกายก็ยกมือส่งสัญญาณเรียกใครบางคน ทันใดนั้นมีชายสูงวัยรูปร่างท่วม อ้วนลงพุง เดินดุ่มๆเข้ามาหาพ่อกายแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนมเหมือนเคยรู้จักหรือดีลกันมาก่อนผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบขยับตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวแรกตรงริมทางเดินในแถวเดียวกันแทนเพื่อแอบมองดูเหตุการณ์ว่าพ่อจะทำเหมือนที่พี่แม็กเล่าไว้หรือไม่
แล้วมันก็เป็นไปตามคาด... นั่งลงได้ไม่นานลุงอ้วนลงพุงคนนั้นก็โน้มตัวก้มหน้าลงประชิดตรงเป้ากางเกงของพ่อกายทันที!พ่อกายแหงนหน้าขบฟันแน่น สูดปากด้วยความเสียวซ่านก่อนจะส่งฝ่ามือหนาสากขยับไปกดลงบนศรีษะของลุงคนนั้นบังคับจังหวะซอยหัวขยี้ปากลงบนท่อนเอ็นยักษ์ 9นิ้วของแก
ทว่า ในระหว่างที่พ่อกายกำลังโดนอมดูดควยอย่างมันส์อารมณ์จู่ๆ ก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเบาะเก้าอี้ที่พ่อกายนั่งอยู่ชายคนนั้นไม่ได้ยืนดูเฉยๆแต่กำลังส่งฝ่ามือขย้ำเป้ากางเกงตัวเองซอยเข้าออกไปด้วยอย่างเสียวซ่านพ่อกายรู้สึกตัวว่ามีคนมาแอบยืนส่องระยะประชิดแกเลยรีบแตะไหล่บอกให้ลุงอ้วนหยุดชะงักปากไว้ก่อนชายคนที่แอบยืนดูด้านหลังเห็นท่าทางทางสะดวกเริ่มสะดุดเลยจำใจเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น
พอทางสะดวกไร้คนขัดจังหวะ พ่อกายก็ไม่รอช้ากดศรีษะลุงอ้วนลงไปที่เป้ากางเกงอีกครั้งรูดซอยหัวซอยเข้าออกขยี้ปมเสียวดังก้องเสียงจ๊วบๆ ฝ่าความเงียบ ผ่านไปราวๆ 15 นาที ร่างกายของพ่อกายก็เริ่มเกร็งสะท้านแกส่งฝ่ามือมากดศรีษะลุงคนนั้นค้างแช่ไว้แน่นพร้อมกับกระดกเอวเด้งสวนขึ้นมาเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าคลื่นน้ำรักคาวข้นปริมาณมหาศาลได้ระเบิดพุ่งกระฉูดแตกทะลักเต็มโพรงปากลุงคนนั้นเรียบร้อยแล้ว
หลังจากศึกสวาทจบลง ภาพที่ทำเอาผมตาค้างคือลุงคนนั้นล้วงเอายานธนบัตรยื่นส่งให้พ่อกายกับมือ! ด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุดผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นแกล้งเดินผ่านด้านหลังเบาะเก้าอี้ของพ่อกายในระยะกระชั้นชิดจังหวะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงลุงอ้วนพูดกับพ่อกายเบาๆ
"น้ำเงี่ยนเยอะมากเลยนะพ่อหนุ่ม... แถมควยของพ่อหนุ่มก็ยาวใหญ่มากไม่เคยเจอคนที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะ" พ่อกายรับเงินมาแล้วตอบกลับไปอย่างช่ำชอง"ขอบคุณครับ... โอกาสหน้าเรียกใช้บริการใหม่ได้นะครับ"
ลุงคนนั้นยิ้มรับแล้วลุกขึ้นเดินแยกตัวจากไปส่วนพ่อกายก็นั่งนับแบงก์ในมือแล้วเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงหน้าตาเฉยจากนั้นแกก็ล้วงเอามือถือออกมาเพื่อกดโทรหาผม ทว่า...เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของผมดันส่งเสียงร้องแผดดังขึ้นมาจะจะจากทางด้านหลัง!
กริ๊งงงงงง!
ผมตกใจสุดขีด ไม่ทันตั้งตัวล้วงมือลงกระเป๋าหาโทรศัพท์มาปิดเสียงไม่ทันพ่อกายหันขวับกลับมามองด้านหลังทันทีฝ่าความมืดสลัว... ยามนี้ สายตาของพ่อกายจ้องประสานเข้ากับสายตาของผมจังๆ!ตัวผมยืนแข็งทื่อเป็นหิน สมองขาวโพลนไปในพริบตา!
ระหว่างพ่อกายขับรถและผมนั่งอยู่ข้างๆบรรยากาศในรถมันช่างทำให้เราสองคนตกอยู่ในความเงียบงันไม่มีใครเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงหนังชั้นสองแห่งนั้นแม้แต่คำเดียว หลังจากกลับมาถึงบ้านทั้งผมและพ่อกายต่างคนต่างเดินแยกย้ายไปอาบน้ำล้างตัว แล้วเข้าห้องนอนตามปกติ
พ่อกายไม่กล้าเอ่ยปากถามผมว่าผมแอบเห็นหรือรับรู้เหตุการณ์เหล่านั้นมากน้อยแค่ไหนเพราะนั่นคือด้านมืดที่แกอุตส่าห์ปิดบังซ่อนเร้นไว้ส่วนตัวผมเองก็ไม่กล้าถามพ่อตรง ๆ ว่าพ่อไม่ได้ตั้งใจเข้าไปดูหนังเฉย ๆ ใช่ไหม...ความคิดสับสนวิ่งวุ่นอยู่ในหัวจนทำให้นอนไม่หลับสุดท้ายผมเลยต้องลุกขึ้นย่องเบาเดินออกมาจุดบุหรี่ดูดรับลมที่ระเบียงหน้าบ้านเช่นเคย
ยามดึกสงัด ขณะที่ผมยืนพิงกำแพงพ่นควันบุหรี่อยู่นั้นเสียงพูดคุยลอดผ่านบานเกล็ดหน้าต่างห้องนอนใหญ่ก็แว่วเข้ามาเข้าหูอีกครั้งลุงนัสนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงนอนส่วนพ่อกายนั่งคุกเข่าพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพลางเช็กของที่ซื้อมาจากคลองถมเมื่อเช้า
"จริงดิวะไอ้กาย... วันนี้มึงออกไปรับจ๊อบแป๊บเดียวได้มาตั้ง 3,000 เลยเหรอวะ" ลุงนัสละสายตาจากจอโทรศัพท์เอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
พ่อกายหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ตอบกลับอย่างช่ำชอง"ก็จริงดิสัส... กูบอกพวกลูกค้าว่ากูพึ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกพวกตาแก่กับสาวสองแม่งแย่งตัวกูใหญ่เลย กูเลยบอกไปว่าใครเสนอให้เยอะกว่ากูไปกับคนนั้น" "แล้วมึงเรียกไปเท่าไหร่ล่ะวะ"
"ตอนแรกกูเรียกไป 5,000 แต่น้ำเสียงแม่งบอกมีติดตัวมาแค่3,000 กูเลยกลัวเสียโอกาส 3,000 ก็เอาวะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย" พ่อกายเล่าขำ ๆ
ลุงนัสยกยิ้มมุมปาก "เออ ดีว่ะ... แค่ยอมอ้าปากปล่อยน้ำเดียวก็ได้ตั้ง3,000... แล้วมึงปล่อยให้ไอ้กันต์มันนั่งรออยู่ด้านหน้าคนเดียวแบบนั้นเหรอวะ"
พ่อกายชะงักมือที่กำลังพับเสื้อ ถอนหายใจออกมาเบา ๆ"ก็ใช่อะดิ... กูถึงไม่อยากให้มันเดินตามมา เดี๋ยวมันรู้ว่ากูหลอกมันมาขายน้ำแต่ตอนเสร็จแม่ง... ไอ้กันต์มันเดินมายืนอยู่ด้านหลังเบาะกูตอนไหนก็ไม่รู้สัส"
"เชี่ยแล้วไง!" ลุงนัสทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่ง"แล้วมันจะรู้เรื่องไหมวะเนี่ยไอ้กาย"
"เออ ๆ ๆ ช่างมันเหอะ... ถึงมันจะรู้ กูก็คงต้องบอกมันตรง ๆแล้วล่ะว่ามันเป็นอาชีพเก่ากูตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ" พ่อกายตัดบทเสียงเซ็งก่อนจะหันไปมองเป้ากางเกงของลุงนัสแล้วร้องทัก "เห้อออไอ้นัส!คุยเรื่องนี้ไม่ได้เลยนะมึงคุยทีไรเป้ากางเกงมึงตั้งควยแข็งโป๊กตลอดเลยนะสัส"
ลุงนัสหัวเราะแก้เขิน "ก็เออดิวะ! วันนี้กูยังไม่ได้ชักว่าวปลดปล่อยเลยเนี่ย"
พ่อกายยักคิ้วขยิบตา ส่งสายตาลามกใส่ "งั้นเรามาเล่นสนุกๆ กันหน่อยไหมล่ะกูเองก็อยากปล่อยน้ำออกอีกรอบเหมือนกันว่ะ"
"เห้ย ๆ ๆ ไม่ได้วะไอ้กาย!" ลุงนัสรีบยกมือห้ามทันควัน"เดี๋ยวไอ้กันต์กับเจ้าเนสเกิดตื่นมาได้ยินเสียงเข้าเดี๋ยวก็รู้กันหมดพอดีว่าพ่อ ๆ ของพวกมันแอบมาเปิดศึกเยดกันเอง"
พ่อกายขมวดคิ้วประชด "อ้าว...ทีวันก่อนมึงยังทำได้เลยนี่หว่า"
ลุงนัสหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ แง้มความลับออกมา"ก็วันนั้นกูแอบเอายานอนหลับผสมน้ำให้ไอ้กันต์กับเจ้าเนสกินตอนที่มึงออกไปส่งลุงสุขที่สนามบินไงล่ะสัสพอมึงขับรถกลับมา พวกมันสองคนก็หลับสนิทกู่ไม่กลับพอดี แบบนั้นทางมันถึงจะสะดวกโว้ย"
"เออ ๆ ๆ งั้นก็ช่างแม่ง เก็บน้ำไว้เผื่อเจออะไรดี ๆ พรุ่งนี้แล้วกัน"พ่อกายยิ้มรับ
ลุงนัสเลิกคิ้วถามเซ้าซี้ "อะไรดี ๆ ของมึงคืออะไรวะห๊ะไอ้กาย..."
"มึงอย่ารู้เลยหน่า... ป่ะ ๆ นอนกันดีกว่า" พ่อกายตัดบททำหน้ามีเลสนัยก่อนจะอุทานออกมาเมื่อเปิดเช็กกระเป๋า "เชี้ยละ! กูซื้ออะไหล่มาไม่ครบว่ะพรุ่งนี้ต้องออกไปซื้อใหม่อีกรอบละ"
ลุงนัสชี้หน้าหัวเราะดักทาง"แผนของมึงป่าววะไอ้สัสกาย!"
พ่อกายไม่ได้ตอบแกได้แต่ระเบิดหัวเราะชอบใจในลำคออย่างรู้กันดีสองคน...
พอบทสนทนาของพวกรุ่นใหญ่จบลง ผมก็รีบขยี้ก้นบุหรี่ทิ้งแล้วย่องเบาฝีเท้าก้าวกลับเข้าห้องนอนทันที ผมล้มตัวลงนอนมองเพดานมืด ๆในความเงียบยิ่งคิดทบทวนก็ยิ่งรู้สึกว่ายังมีเรื่องราวและตัวตนอีกหลายด้านของพ่อกายที่ผมยังไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยจริงๆ! ................................................................. ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|