ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 12: ซุปเปอร์ไอดอล_สามทหารเสือ(ไบ)
หลังจากที่ไอ้เจษย้ายไปอยู่กรุงเทพฯแก๊งพวกเราที่เหลือ ทั้งผม ไอ้พีร์ และไอ้ช้าง ก็แทบจะไม่ได้เจอกันเลยต่างคนต่างยุ่งอยู่กับงานในสวนของตัวเอง ประจวบเหมาะกับที่ ป้าพิกุล (อายุ 42 ปี) พี่สาวของพ่อกายเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านสวนตามคำแนะนำของหมอเพราะป้าแกเพิ่งจะแท้งลูกคนที่สองไปไม่นาน พออาการเริ่มดีขึ้น ลุงนัส (อายุ 45ปี) สามีของป้าพิกุล พร้อมกับ เจ้าเนส (อายุ 16 ปี) ลูกชายของแก ก็ตามมาสมทบ แถมยังมี ลุงสุข (อายุ 60 ปี) อดีตนายทหารใหญ่เพิ่งเกษียณที่เป็นพ่อหม้ายและเป็นเพื่อนสนิทของลุงนัสเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนด้วยกันอีกคน
เรื่องราวความเสียวซ่านในบ้านสวนช่วงนั้นมันเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว(จากเรื่อง พ่อครับเนสรักพ่อที่สุดเลย) ทีมีอยู่วันหนึ่งผมกำลังสาวหนอนรูดชักควยระบายความเงี่ยนอยู่ห้องน้ำในบ้านจู่ ๆเจ้าเนสมันดันเดินมาดึงเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาโป๊ะแตกเจอผมพอดิบดี แทนที่จะตกใจหนีผมเห็นเป้ากางเกงมันตุงเลยเอ่ยปากชวนมันมาชักหนอนรูดควยแข่งกันตรงนั้นทันที "เฮ้ยเนสควยแข็งนี่หว่า มาชักว่าวด้วยกันเอาไหม" ผมชวนตรง ๆ ซึ่งเจ้าเนสก็ไม่ปฏิเสธมันงัดควย 6 นิ้วของมันออกมาสับมือรูดชักไปพร้อมกับผมจนน้ำแตกกระจายล้นมือทั้งคู่
แถมช่วงนั้นผมยังโดน ฝ้าย (อายุ 16 ปี) แฟนสาวเอ่ยปากบอกเลิกดื้อๆ ด้วยความแค้นและอารมณ์ดิบวัยรุ่นผมเลยวางแผนมอมเหล้าฝ้ายแล้วพามาจัดหนักเปิดศึกสวิงกิ้งที่โรงแรมม่านรูดเล็ก ๆนอกเมืองโดยมีลุงนัสกับเจ้าเนสร่วมวงเปิดฉากกระแทกกระทั้นสลับรุกรับเยดฝ้ายจนร้องครางระงมพับๆ ลั่นห้องนอนหายแค้นกันไป และความเด็ดดวงขั้นสุดคือผมเคยอมดูดควยให้ลุงนัสแถมจัดท่าโปรดแทงประตูหลังเยดลุงนัสจนแกครางซี๊ดลั่นใต้โคนต้นเงาะหลังสวนมาแล้วตอนที่พากันวิ่งเข้าไปหลบฝนตกกระหน่ำ……….
จนกระทั่งถึงกำหนดวันที่ลุงนัสเจ้าเนส และลุงสุขจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ลุงนัสได้เข้าไปคุยเอ่ยปากขอพ่อกายขอย่า และขอปู่ตรง ๆว่าอยากจะรับหน้าที่พกพาผมไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯโดยให้ไปพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ลุงนัสสัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะดูแลผมให้อย่างดีที่สุด
ที่พักที่กรุงเทพฯลุงนัสได้เช่าตึกทาวน์เฮ้าส์ 3ชั้นของลุงสุขเอาไว้ โดยชั้น 1 และชั้น 2จะเป็นพื้นที่พักส่วนตัวของลุงสุข ส่วนพื้นที่ชั้น 3 ทั้งชั้น ลุงนัสเป็นคนเช่าเหมาทั้งหมด ข้างบนแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ห้องนอนใหญ่ เดิมทีจะเป็นห้องนอนของลุงนัสกับป้าพิกุลห้องหนึ่งและห้องนอนของเจ้าเนสอีกห้องหนึ่ง ซึ่งถ้าผมไปพักด้วยลุงนัสก็จัดแจงให้ผมเข้าไปนอนพักร่วมห้องเดียวกับเจ้าเนสได้ทันทีเพราะห้องมันกว้างขวางมากส่วนห้องน้ำมี 2 ห้อง แยกอยู่ในห้องนอนแต่ละห้องเรียบร้อยเป็นส่วนตัวสุด ๆ
หลังจากที่ผมตั้งหน้าตั้งตาช่วยพ่อกายเก็บเกี่ยวผลไม้ในสวนเอาไปส่งขายจนเกลี้ยงกระเป๋าตังค์ก็เริ่มพองพอมีเงินก้อนสะสมไว้เป็นทุนการศึกษาเรียนต่อก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน ผมขี่มอเตอร์ไซค์แวะไปร่ำลาไอ้พีร์กับไอ้ช้างที่บ้านทั้งสองคนดูหน้าตาซึมเศร้าใจหายจับใจเพราะกลุ่มเพื่อนรักกำลังจะแยกย้ายไปอยู่กรุงเทพฯเพิ่มอีกคน
เช้าวันเดินทางไอ้พีร์กับไอ้ช้างก็ขี่รถมาส่งผมถึงที่หน้าบ้านสวนย่าเดินเข้ามาจับแขนผมไว้มั่นพร้อมกำชับเสียงเข้ม
"ไอ้กันต์ไปอยู่บ้านเขาอย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้ลุงนัสแกเด็ดขาดนะ ทำตัวดี ๆ"
ส่วนป้าพิกุลก็เดินมายิ้มๆ "กันต์ ป้าฝากดูแลลุงนัสกับเจ้าเนสด้วยนะลูก"
ปู่ไม่ได้พูดอะไรมากแกเดินเข้ามาตบบ่าผมเบา ๆ อวยพรให้เดินทางปลอดภัยโชคดีตามประสาคนแก่ก่อนที่ผมจะก้าวขาขึ้นรถมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯเมืองกรุงสายราคะที่กำลังรอให้ผมไปเปิดศึกสวาทครั้งใหม่แบบฟินล้นปรี่ล้านเปอร์เซ็นต์! ผมได้มากรุงเทพฯเป็นครั้งแรกในชีวิต บอกตรง ๆ ว่าตื่นตาตื่นใจมากตึกรามบ้านช่องกับรถราแม่งเยอะแยะไปหมดพวกเราเดินทางมาถึงทาวน์เฮ้าส์ของลุงสุขก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ แล้วเจ้าเนสยังไม่กลับจากโรงเรียน ส่วนลุงนัสแกตั้งใจลางานครึ่งวันเพื่ออยู่รอต้อนรับพวกเราโดยเฉพาะ
พอรถจอดเทียบหน้าบ้านผมกับพ่อกายก็ขนกระเป๋าลงมา ลุงนัสกับลุงสุขเดินออกมาต้อนรับทันทีพวกเรายกมือไหว้ทักทายตามประสา
"สวัสดีครับลุงนัสสวัสดีครับลุงสุข" ผมเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน
"เออๆ หวัดดีไอ้เสือกันต์ เดินทางเหนื่อยไหมละ" ลุงนัสตบบ่าผมขำ ๆก่อนจะหันไปทักพ่อกาย "เป็นไงไอ้กาย ขี่รถลุยแดดมาเหนื่อยล่ะสิ ป่ะเข้าบ้านกันก่อน"
ลุงสุขที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้ารับไหว้ ยิ้มให้ด้วยท่าทางใจดีตามสไตล์ทหารเกษียณ "มา ๆเข้ามาพักผ่อนข้างในก่อน วันนี้เดินทางมาเหนื่อย ๆ ทำตัวตามสบายเลยนะกันต์คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง"
ลุงนัสเดินนำพาผมกับพ่อกายหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น3 แกเปิดประตูห้องนอนฝั่งขวาซึ่งเป็นห้องของเจ้าเนสให้ผมเอากระเป๋าเข้าไปวาง
"กันต์เอ็งเอาของไปเก็บในห้องไอ้เนสก่อนเลยนะ คืนนี้พ่อมึงนอนห้องเดียวกับกู ส่วนเอ็งก็นอนกับไอ้เนสห้องมันกว้าง นอนกันสองคนสบาย ๆ พักสายตากันก่อนไป เย็น ๆ ค่อยลงไปข้างล่าง เดี๋ยวลุงจะสั่งหมูกระทะมาเลี้ยงต้อนรับเอ็ง"ลุงนัสสั่งการเสร็จสรรพก่อนจะเดินลงไปคุยกับพ่อกายต่อข้างล่าง ไม่นานพ่อกายก้ขึ้นมาเอนหลังพักสายตาด้วย
เวลาล่วงเลยมาจนถึง6 โมงเย็นแดดร่มลมตก ลุงนัสเดินขึ้นบันไดมาเคาะประตูเรียกผมกับพ่อกายให้ลงไปข้างล่างพอลงมาถึงชั้นล่างก็เห็นเตาหมูกระทะตั้งรออยู่พร้อมสรรพลุงสุขแกบอกว่าวันนี้แกขอรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับหลาน ๆ เอง "แล้วไอ้เนสมันยังไม่กลับอีกเหรอพี่นัส"พ่อกายเอ่ยปากถามระหว่างคีบมันหมูวางบนกระทะ
"ยังเลยว่ะขากลับแม่งช้าตลอด ช่วงนี้กลับเย็นทุกวัน สงสัยมันแอบมีแฟนชัวร์วัยรุ่นกำลังโตก็งี้แหละ" ลุงนัสพูดปนขำ นั่งกินกันไปได้ไม่นานเสียงประตูรั้วหน้าบ้านก็เปิดออกเจ้าเนสในชุดนักเรียนกางเกงขาสั้นเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาพอดีมันเห็นพวกเรานั่งกันอยู่ก็รีบเดินเข้ามายกมือไหว้พ่อกายทันที
"สวัสดีครับน้ากาย"
พอไหว้ผู้ใหญ่เสร็จเจ้าเนสมันหันขวับมามองผม แววตาแม่งดีใจออกนอกหน้ามันรีบวิ่งเข้ามากอดคอผมแน่นทันที
"เชี่ยพี่กันต์!มาถึงนานยังพี่ โคตรดีใจเลยว่ะที่พี่ยอมมาเรียนต่อกรุงเทพฯ คืนนี้คุยกันยาวแน่"เจ้าเนสพูดเสียงดังหยอกล้อตามประสาพี่ชายน้องชายที่เคยชักว่าวด้วยกันมา
"เออๆ กูเพิ่งมาถึงตอนบ่าย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งกินหมูกระทะมามึง"ผมบอกมันขำ ๆ
คืนแรกในเมืองกรุงลุงนัสแกบอกว่าให้กินกันพอกล่อมแกล้มหอมปากหอมคอพอเพราะพรุ่งนี้เช้าแกต้องรับหน้าที่ขับรถพาผมไปจัดการเรื่องสมัครเรียนต่อให้เรียบร้อยพอถึงเวลาเที่ยงคืน วงหมูกระทะก็เลิกรา ทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องนอนพ่อกายเดินเข้าห้องนอนไปกับลุงนัส ส่วนผมกับเจ้าเนสก็เดินกอดคอกันขึ้นมาที่ห้องนอน
พอเข้าห้องมาพวกเราสองคนก็ช่วยกันจัดแจงที่ทาง ขยับเบาะที่นอนเสริมว่าใครจะนอนมุมไหนกว้าง ๆจากนั้นก็สลับกันเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างตัวให้สดชื่น พอแต่งตัวเสร็จล้มตัวลงนอนราบไปกับที่นอน ท่ามกลางความมืดที่มีแสงไฟทางถนนส่องรำไรเข้ามาเจ้าเนสที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มเปิดฉากชวนคุยทำลายความเงียบ
"พี่กันต์อยู่ที่นี่ถ้าพี่อยากได้อะไรเพิ่ม หรือมีอะไรให้ผมช่วย พี่บอกได้เลยนะเว้ยไม่ต้องเกรงใจ" เจ้าเนสกระซิบเบา ๆ"มีอะไรชอบหรือไม่ชอบตรงไหนในห้องก็บอกตรง ๆ ถือซะว่าเป็นบ้านพี่อีกคนเลยพักผ่อนให้สบายใจที่สุดพี่"
เจ้าเนสมันพยายามพูดจาชวนคุยสนิทสนมกับผมให้ไวที่สุดเพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดหรือเกรงใจเวลาร่วมห้องกันส่วนผมเองก็นอนฟังมันพูดพลางนึกถึงความเงี่ยนรอบใหม่ในเมืองกรุงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่อจากนี้! พอเปลี่ยนที่นอนใหม่ลมแอร์เมืองกรุงมันไม่คุ้นชิ้นเหมือนบ้านสวน ทำเอาจิตใจกระสับกระส่ายนอนไม่หลับพลิกตัวไปมาอยู่บนเบาะข้างเจ้าเนสอยู่นานผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นย่องเบาฝีเท้าก้าวขาเปิดประตูเดินออกมานอกห้องตรงดิ่งไปที่ระเบียงหน้าบ้านชั้น 3 กะว่าจะจุดบุหรี่ดูดรับลมเคลียร์สมองซะหน่อย
ในความเงียบดึกสงัดยามที่ผมกำลังจะควักไฟแช็กสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นแสงไฟรำไรและแว่วเสียงคนคุยกันมาจากห้องนอนใหญ่ของลุงนัสชั้นเดียวกันพอลองเงี่ยหูฟังดี ๆ ก็พบว่าเป็นเสียงของพ่อกายกับลุงนัสที่กำลังนั่งดวนเหล้าคุยเปิดอกกันตามประสาผู้ชายคุยกันผมเลยยืนพิงกำแพงระเบียงฟังเงียบ ๆ
"เออไอ้กาย...มึงจำตอนวัยรุ่นได้ป่ะวะที่พวกเราแอบหนีไปนอนเฝ้าสวนทุเรียนแล้วมอมเหล้าเจ๊วารีจัดสวิงกิ้งกันสามคนน่ะแม่งโคตรสุด"ลุงนัสเอ่ยขำ ๆ น้ำเสียงดูนึกถึงความหลัง
พ่อกายหัวเราะหึๆ ในลำคอ "เออดิวะ จำได้ดิสัสตอนนั้นมึงกับกูยังเคยนอนแก้ผ้าสับมือชักว่าวแข่งกันแถมผลัดกันอมควยแลกกันดูดจนน้ำแตกคาปากอยู่เลยไม่ใช่เหรอวะ ผ่านมาหลายปีไวจริง ๆห่าเอย"
"เออกูก็ว่างั้นแหละ" ลุงนัสเว้นจังหวะกระดกเหล้าก่อนถามต่อ"แล้วนี่มึงคิดจะมีเมียใหม่เป็นตัวเป็นตนป่ะวะ รึจะปล่อยให้ควยเหงาแบบนี้"
"ไม่เอาแล้วสัสกูเข็ดชิบหายกับการมีเมียเป็นตัวเป็นตน อยู่ตัวคนเดียวแบบนี้สบายใจชินแล้ววะ"พ่อกายปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงจริงจังขึ้น "เออ...แล้วกูฝากดูแลไอ้กันต์มันด้วยนะมึงแต่อย่าปล่อยให้ลุงสุขแกมาเกาะแกะวุ่นวายกับลูกกูมากนักนะเว้ยกูละกลัวไอ้กันต์มันจะอึกอัดทนไม่ไหวจนหนีกลับบ้านซะก่อน"
ลุงนัสได้ยินถึงกับระเบิดหัวเราะชอบใจ"ฮ่า ๆๆ เชี่ยกาย กูนึกว่ามึงหวงลุงสุขไว้จัดหนักเอาคนเดียวซะอีกหวงก้างป่ะเนี่ยมึง"
"หวงเชี่ยไรล่ะ"พ่อกายสบถขำ ๆ "ที่กูยอมนอนอ้าขาให้ลุงสุขแกแทงรูตูดกูก็เพราะแกใจดีช่วยออกตังค์ใช้หนี้ให้กูหรอกสัสแต่เอาจริงกูก็ไม่ได้รังเกียจเชี่ยไรแกนะ รูปร่างแกยังแน่นอยู่ถ้าแกอยากมีอะไรตอนไหนบอกมาเถอะเดี๋ยวกูจัดชุดใหญ่ให้"
ทั้งพ่อกายและลุงนัสพากันหัวเราะลั่นห้องชอบใจรสเสียวจากนั้นพ่อกายเลยยิงคำถามถามลุงนัสกลับบ้าง "แล้วมึงล่ะ อยู่ห่างเมียห่างพี่พิกุลแบบนี้คงไม่เหลวไหลใช่ป่ะ แอบซุกเมียน้อยไว้ป่ะวะสัส"
ลุงนัสตอบกลั้วหัวเราะตามตรง"แหม่... มันก็ต้องมีบ้างประปรายตามทางเดินว่ะมึงแต่ยังไงกูก็รักเดียวใจเดียวกับพิกุลแน่นอนชัวร์ ๆ"
ผมยืนฟังพวกผู้ใหญ่คุยเรื่องใต้สะดือเพลินจนเริ่มเคลิ้มใกล้จะง่วงนอนกะว่าจะเดินกลับห้อง ทว่าจู่ ๆ บทสนทนาก็เงียบหายไปเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเสียงหอบหายใจฟืดฟาดและเสียงครางซี๊ดสยิวลอดผ่านบานเกล็ดหน้าต่างห้องนอนออกมาฝ่าความมืดผมหูไวสับสวิตช์ความเงี่ยนทันควันย่องเบาเข้าไปกะจะแอบส่องดูเหตุการณ์จะจะตาสักหน่อยแต่ทว่าข้างในห้องนอนใหญ่กลับปิดไฟมืดสนิทมีเพียงเสียงเนื้อหนังบดเบียดและเสียงขยับฝ่ามือรูดชักลำควยดัง แจ๊ะ... แจ๊ะ... แจ๊ะ... ถี่รัวเป็นจังหวะชัดเจนคาหู
"เฮ้ยกายพอแค่นี้ก่อนเหอะดึกแล้วว่ะสัส เอาไว้พรุ่งนี้ตื่นมาค่อยจัดหนักกันใหม่"เสียงลุงนัสพูดขัดขึ้นเหนื่อยหอบ พ่อกายรีบสวนกลับน้ำเสียงหงุดหงิดค้างเติ่ง"เชี่ยเนี่ย ควยกูแข็งเปรี๊ยะปั๋งขนาดนี้แล้วมึงจะไม่ยอมปล่อยให้ออกเลยเหรอวะแล้วคืนนี้กูจะหลับลงไหมเนี่ยสัส"
ลุงนัสถอนหายใจยาว"เออ ๆ งั้นเดี๋ยวกูชักว่าวให้มึงให้เสร็จเลย เอาไหมล่ะ"
"จะเสร็จก็ต้องเสร็จพร้อมกันดิสัสถ้ามึงไม่ทำต่อก็ช่างแม่ง นอนแยกย้ายกูไม่ไหวละ" พ่อกายประชดเสียงเซ็ง
ลุงนัสเลยตัดบททันควัน"เออ งั้นก็นอนแยกย้ายเหอะมึง กูง่วงละ"
สิ้นประโยคนั้นเสียงขยับสาวควยสับมือก็เงียบกริบหายวับไปกับตามีเพียงความเงียบงันปนเสียงแอร์ที่ดังขึ้นมาแทนที่ พอเสียงกิจกรรมในห้องนอนใหญ่เงียบสนิทลงผมยืนดูดบุหรี่ต่ออีกสองสามทีเพื่อระบายอารมณ์ค้างจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนนอนข้างเจ้าเนสประตูห้องนอนของลุงนัสก็เปิดผางออกมาพอดีลุงนัสสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าปกติ แกบอกว่าจะเดินไปเข้าห้องน้ำนอกห้องพอดี
"อ้าวกันต์ทำไมยังไม่นอนอีก นอนไม่หลับเหรอ" ลุงนัสถามกระซิบเสียงเบา
"ครับลุงพอดีเปลี่ยนที่นอนเลยแปลกที่นิดหน่อยครับ" ผมตอบกลับเนียน ๆ
แต่สิ่งที่สะดุดสายตาผมจนต้องก้มลงไปมองแบบละสายตาไม่ได้คือเป้ากางเกงบ็อกเซอร์ผ้าเนื้อบางสีเทาของลุงนัสที่ยามนี้มันคัดเป้าตุงนูนโป่งออกมาเป็นลำยาวอย่างเห็นได้ชัดฤทธิ์น้ำเมากับอารมณ์ค้างจากที่คุยกับพ่อกายเมื่อกี้ทำเอาจ้าวโลกของแกตื่นชัน ดันเนื้อผ้าบ็อกเซอร์จนเห็นรูปร่างหัวเห็ดบานขยายเป็นรูปทรงหัวกระสุนปูดนูนเด่นชัดฝ่าความมืด ลุงนัสเห็นผมจ้องเป้าแกเลยแสร้งทำเป็นกระแอมแก้เขินแล้วเอ่ยปาก "เออ...เอ็งมีบุหรี่เหลืออีกตัวไหมวะขอตัวดิ"
"มีครับลุง"ผมล้วงซองยื่นบุหรี่กับไฟแช็กให้แก ลุงนัสรับไปเสร็จก็รีบเดินสับเท้าดุ่ม ๆเข้าห้องน้ำทันที ส่วนผมก็หมุนตัวย่องกลับเข้าห้องนอนล้มตัวลงนอนต่อจนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในบ้านเริ่มคึกคักแต่เช้า พ่อกายพาผมนั่งรถเมล์เดินทางไปสมัครเรียนต่อสายวิชาชีพช่างยนต์ตามที่ผมตั้งใจไว้ตอนแรกพ่อกายแกชักสีหน้าไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เพราะแกฝังใจเรื่องข่าวเด็กช่างกรุงเทพฯชอบยกพวกตีกันชกต่อยข้ามสถาบัน แต่ผมก็รีบเอ่ยปากรับคำให้สัญญากับแกตรง ๆ
"พ่อไม่ต้องห่วงหรอกหน่าผมมาเรียนหาความรู้ ไม่ได้มาหาเรื่องใคร ไม่ทำตัวให้เดือดร้อนแน่นอน"พ่อฟังแล้วก็พยักหน้ารับแบบแกน ๆ
ส่วนลุงนัสเช้านี้แกแต่งชุดเครื่องแบบ รปภ. เต็มยศเพื่อเตรียมตัวไปทำงานชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็กสีกรมท่ารัดพิกัดหุ่นของชายวัย 45 ปีจนแน่นเปรี๊ยะลุงนัสเป็นคนรักษารูปร่างดีมาก แผงอกหนาแน่นตั้งเป็นมัดกล้ามแขนเป็นลอนดันเนื้อผ้าแทบปริ สะโพกสอบรับกับมัดกล้ามเนื้อก้นที่ตึงเปรี๊ยะพิกัดกางเกงยามแกเดินจัดระเบียบสายเข็มขัดหนามันดูดุดันสมส่วนสมกับเป็นชายฉกรรจ์วัยภูมิฐาน
สำหรับเจ้าเนสมันแต่งชุดนักเรียนขาสั้นสะพายกระเป๋าออกจากบ้านไปตั้งแต่ไก่โห่เห็นลุงสุขบอกว่าเหมือนจะมีเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์มารับถึงหน้าปากซอยบ้าน
ตกเย็นวันนั้นทุกคนกลับมารวมตัวกันที่บ้านอีกครั้ง ลุงสุขเดินเข้ามาตบไหล่พ่อกายพลางส่งยิ้มหวานแววตาของแกจ้องมองพ่อกายแบบมีเลสนัยปิดไม่มิด ก่อนจะโพล่งขึ้นมากลางบ้าน
"เย็นนี้ฉลองกันอีกรอบนะพวกมึงคืนนี้ยาวไป ต้องจัดหนักกินดื่มให้เต็มคราบต้อนรับหลานกันต์"ลุงสุขพูดพลางส่งสายตาเยิ้มเชื่อมใส่พ่อกายทำเอาพ่อกายนิ่งขรึมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างรู้กันดีว่าคืนนี้พวกรุ่นใหญ่ต้องมีศึกหนักใต้ผ้าห่มรออยู่ชัวร์ๆ วงหมูกระทะและเบียร์ขวดเขียวตั้งเตรียมพร้อมอยู่ที่หน้าบ้านของลุงสุขพวกรุ่นใหญ่สามคนนั่งล้อมวงคุยกันออกรสอย่างสนุกสนานยกเว้นเจ้าเนสที่เลิกเรียนแล้วแต่ยังไม่เห็นหัวกลับบ้านเหมือนเดิม
"เออไอ้กายสวนทุเรียนปีนี้ผลผลิตเป็นไงบ้างวะ กูเกษียณมาอยู่ว่าง ๆนึกอยากจะลุยไปซื้อที่ดินทำสวนผลไม้ดูบ้างว่ะ" ลุงสุขเอ่ยปากถามพลางคีบสามชั้นย่างส่งให้พ่อกายสายตาแกเชื่อมฉ่ำจ้องมองไม่วางตา
พ่อกายรับมาเคี้ยวพลางตอบเรียบๆ "เหนื่อยหน่อยนะผู้การ ทำสวนมันต้องเฝ้าประคบประหงมยิ่งถ้าตัวคนเดียวไม่มีเมียคอยช่วยสับเปลี่ยนงานนี่ลากเลือดเลย"
ลุงนัสได้ทีรีบแทรกยิ้มๆ "พูดถึงเรื่องเมีย... แล้วมึงล่ะไอ้กาย ไม่อยากหาเมียใหม่มาช่วยเฝ้าสวนจริงๆ เหรอวะ หรือว่ามึงแอบมีคนเฝ้าอยู่แล้วแต่ไม่ยอมบอกพวกกู"
พ่อกายระเบิดหัวเราะลั่นสบถขำๆ "เมียใหม่เชี่ยไรล่ะ อยู่แบบนี้สบายตัวสุดแล้วมึงอย่ามาจับผิดกูเลยไอ้นัส"
ผมได้แต่นั่งจิบเบียร์ฟังผู้ใหญ่เขาคุยเรื่องใต้สะดือกันไปเงียบๆบรรยากาศแวดล้อมปนกลิ่นควันหมูย่างมันชวนให้นึกถึงแก๊งเพื่อนรักที่บ้านสวนขึ้นมาตะหงิดๆ ด้วยความเหนื่อยและอยากหาคนคุยด้วยผมเลยขยับตัวแยกวงเดินเลี่ยงออกมาที่หน้าตึกทาวน์เฮ้าส์กดเปิดมือถือวีดีโอคอลกลุ่มหาไอ้พีร์กับไอ้ช้างทันที ไม่นานปลายสายก็กดรับหน้าไอ้พีร์โผล่ขึ้นมาจอแรก ตามด้วยไอ้ช้างที่นั่งเคี้ยวข้าวอยู่หลังสวน
"เออพวกมึงเป็นไงบ้างวะ ทางนั้นเรียบร้อยดีไหม" ผมกรอกเสียงทักทาย
"คิดถึงมึงฉิบหายเลยไอ้กันต์กรุงเทพฯ เป็นไงบ้างวะ แสงสีเสียงหนาแน่นดีไหมมึง" ไอ้พีร์ถามสวนกลับมาหน้าตาดูซึม ๆ
"เออเมืองกรุงแม่งวุ่นวายรถติดฉิบหาย กูอยู่แถวลาดพร้าวเนี่ย"ผมตอบพลางอธิบายเส้นทาง "เออ แล้วไอ้เจษล่ะ มึงได้คุยกับมันบ้างไหมมันพักอยู่แถวไหนไกลจากกูเป่าวะ"
ไอ้ช้างขยับหน้าเข้ามาใกล้จอแทน"ไอ้เจษมันอยู่แถวสุขุมวิทนู่นมึง ไกลจากมึงเอาเรื่องอยู่ คนละฝั่งเลยแต่เห็นมันบ่นว่าเหงาฉิบหาย ไว้พวกเราค่อยหาเวลานัดรวมตัวกัน"
ระหว่างที่พวกเรากำลังคุยสายสลับหน้ากันอยู่นั้นเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ก็บึ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านพอดีเจ้าเนสก้าวขาลงจากเบาะท้ายโดยมีคนขับรูปร่างสูง ผิวขาวหน้าตี๋สไตล์ลูกคุณหนูบ้านรวย ในชุดนักศึกษามหาลัยคนรวย ลงมาส่ง
เจ้าเนสเห็นผมยืนอยู่มันรีบเดินเข้ามาแนะนำทันที "พี่กันต์ นี่พี่คิง รุ่นพี่ที่เคยเรียนที่โรงเรียนของผมพอดีแกขี่รถผ่านมาเลยแวะมาส่งผมหน้าน่ะ"
ผมพยักหน้าทักทาย"สวัสดีครับ" พี่คิงยิ้มรับทักทายอย่างเป็นกันเองก่อนจะหันไปลาเจ้าเนสแล้วขี่รถบึ่งออกไปทันที พอพี่คิงลับสายตาผมเลยแกล้งหันไปแซวเจ้าเนสขำ ๆ
"แฟนเหรอวะเนสมาส่งถึงหน้าบ้านเลยนะมึง"
เจ้าเนสได้ยินถึงกับหน้าแดงแป๊ดลนลานอึกอักไม่ยอมตอบคำถามมันรีบหมุนตัววิ่งอ้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนทันทีพร้อมตะโกนแก้เขิน"ร้อนฉิบหายพี่! ขอรีบไปอาบน้ำก่อนนะ"
ซักพักใหญ่ลุงนัสเดินถือซองบุหรี่ผละออกจากวงเหล้า ก้าวขาเดินออกมาสมทบเห็นผมยืนอยู่คนเดียวแกเลยเดินมาพิงกำแพงคุยด้วยลุงนัสพ่นควันบุหรี่ออกมาก่อนจะส่งอุ้งมือหนาสากขยับขึ้นมาโอบรอบลาดไหล่หนาของผมไว้แน่น
"กันต์มาอยู่นี่ทำตัวตามสบายเลยนะ คิดซะว่าอยู่บ้านตัวเองไม่ต้องเกรงใจคิดซะว่าอาเป็นพ่อมึงอีกคนก็แล้วกัน"ลุงนัสพูดน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่น
ผมยิ้มรับ"ครับลุง ขอบคุณมากครับที่คอยซัพพอร์ตเรื่องเรียนผม"
ทว่ามือหนาของลุงนัสที่โอบไหล่อยู่กลับไม่ได้อยู่นิ่งเฉยแกเริ่มใช้นิ้วหนาลูบไล้บดคลึงลากยาวขึ้น ๆ ลง ๆตรงบริเวณโคนต้นแขนของผมอย่างเนิบนาบ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือแกมันดูลึกซึ้งเกินกว่าลุงหลานทั่วไปจนทำเอาผิวเนื้อของผมสั่นริ้วขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อๆ ผมเลยหันไปสบตาแกพยับหน้าถามลองเชิง
"ลุง...เมาเบียร์แล้วป่าวเนี่ย"
ลุงนัสไม่ได้ตอบแกได้แต่หัวเราะหึ ๆ ในลำคอชอบใจแววตาคมฉายประกายลามกจ้องมองผมเหมือนได้แกล้งปั่นหัวหลานชายเล่นระหว่างที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดใต้สะดือ เสียงฝีเท้าก็ดังตั๊บ ๆเจ้าเนสในชุดลำลองกางเกงขาสั้นขยับร่างวิ่งลงมาจากข้างบนบ่นเสียงดังลั่นระบายความหิว
"หิวๆ ๆ ๆ มีไรกินบ้างเนี่ย หิวจะตายอยู่แล้ว"
ลุงนัสผละมือออกจากไหล่ผมทันควันหันไปร้องแซวลูกชาย "แหม่...นึกว่าอิ่มอกอิ่มใจจนไม่ต้องกินข้าวแล้วซะอีกนะมึง"เจ้าเนสทำหน้ามุ่ยขัดเขินเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำพวกเราเข้าบ้านฝั่งลุงสุขไปนั่งร่วมวงปิ้งย่างหมูกระทะกันต่อพ่อกายที่นั่งซดเหล้าอยู่เหน็บต่อทันที
"ตัวแค่นี้มีแฟนแล้วเหรอไอ้เสือเนสไวจริง ๆ มึง"
เจ้าเนสรีบก้มหน้าก้มตาคีบเนื้อเข้าปากบ่นอุบอิบ"โธ่น้ากาย อย่าไปเชื่อพ่อเลย พ่อชอบแกล้งอำเล่นตลอดแหละหน่า"ท่าทางเหนียมอายของมันชวนให้คนในวงหัวเราะชอบใจ
เวลาล่วงเลยผ่านไปผมรู้สึกเนื้อตัวเพลีย ๆ จากการเดินทางไกลและฤทธิ์เบียร์ที่จิบไปหลายแก้วเลยขอตัวขยับมานั่งพักสายตาดูทีวีตรงห้องโถงชั้นล่างทว่าพอนั่งพิงเบาะนุ่มได้ไม่นาน เปลือกตาก็หนักอึ้งจนเผลอหลับลึกสนิทกู่ไม่กลับไปตอนไหนไม่รู้
พรึบ!
ผมสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาอีกทีกลางดึกสงัดสมองมึนงงพยายามตั้งสติทบทวนว่าตัวเองนอนอยู่ที่ไหน ในห้องโถงค่อนข้างมืดสนิทมีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องเข้ามาร่างกายหนาแกร่งของผมเหยียดยาวอยู่บนเบาะโซฟาตัวใหญ่ พอสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดมิดได้ดีแล้วผมก็พอมองเห็นโซฟาอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมีร่างของเจ้าเนสนอนหลับคุดคู้หมดสภาพอยู่ ส่วนที่พื้นห้องถัดไปเล็กน้อยเป็นร่างล่ำสันในชุด รปภ.ครึ่งท่อนของลุงนัสนอนราบหลับสนิทส่งเสียงหายใจสม่ำเสมออยู่เช่นกัน
ทว่าพอลองกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงมืดๆ กลับไร้เงาของพ่อกายและลุงสุข...ในหัวสมองหนุ่มกระทงของผมฉายภาพแวบขึ้นมาทันควัน นึกถึงสายตามีเลสนัยที่เขาส่งให้กันเมื่อตอนเย็นรูควยปนรูตูดที่เคยผ่านศึกมันสั่งการให้ผมคิดออกทันทีว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบที่คิดไว้แน่ๆ
และทันใดนั้นเองท่ามกลางความเงียบดึกสงัดสิ่งที่กดแทรกฝ่าความเงียบขึ้นมาคือเสียงหอบหายใจร้อนผ่าวคลุกเคล้าด้วยเสียงครางกระเส่าซี๊ดสยิวลึกซึ้งของชายฉกรรจ์ดังก้องสะท้อนแว่วลอดผ่านผนังห้องพักบริเวณชั้น 2ของบ้านลุงสุขลงมาเข้าหูผมจนทำให้ผมอยากรู้ทันที!
................................................................................ ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|