ซุปเปอร์กันต์ 
ตอนที่ 7: ซุปเปอร์เฟรนด์ชิพ_ ไอ้สัส แล้วอย่างมึง... มึงกล้าทำป่ะวะ.?.
ผ่านไปหลายวันหลังจากคืนนั้นทั้งผมและพ่อกายยังคงใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกเราทำงานสวน รดน้ำทุเรียน ขนปุ๋ยและคุยเรื่องทั่วไปราวกับว่าเรื่องคืนนั้นเป็นแค่ความฝันที่ต่างคนต่างเก็บเงียบ ไม่คิดจะพูดถึงมันขึ้นมาอีก
3 วันต่อมา ที่น้าเทิดมาช่วยงานพ่อกายตัดหญ้าในสวนบรรยากาศระหว่างพ่อกับน้าเทิดก็เงียบสนิทไม่มีใครพูดจาหรือแกล้งแซวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักคำทุกคนต่างกุมความลับของตัวเองไว้เงียบเชียบจนน่าแปลกใจ จนกระทั่งวันนี้นี่เอง ย่าสายใจเดินเคี้ยวหมากออกมาจากในครัวแล้วบ่นขึ้นมาว่า นึกอยากกินแกงสายบัวอีกแล้วพ่อกายที่นั่งพักเหนื่อยอยู่เลยหันมาสบตากับผมและน้าเทิด ก่อนจะเอ่ยชวนขึ้นมา
"เฮ้ยกันต์...ไอ้เทิด... แดดร่มลมตกแล้ว ปะ... ไปเก็บสายบัวที่สระน้ำในสวนให้ย่าแกหน่อยถือโอกาสอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวให้มันสบายตัวหน่อย"
พวกเราสามคนเดินไปตามร่องสวนมังคุดจนถึงขอบสระน้ำขนาดใหญ่ท่ามกลางสายลมพัดเอื่อยๆ ยามบ่ายคล้อย ในระหว่างที่กำลังก้มๆ เงยๆช่วยกันเก็บบิดสายบัวอยู่แถวสะพานไม้เก่า จู่ๆ น้าเทิดก็เปิดประเด็นขึ้นมาดื้อๆ
"ไอ้กาย...ข้าถามหน่อยดิ วันนี้งานสวนก็เบามือลงแล้ว ว่างๆ พวกเรานัดเจ๊วารีมากินเบียร์เย็นๆกันอีกสักรอบดีไหมวะ คิดถึงเจ๊แกฉิบหายเลยว่ะ ฮ่าๆๆ"
พูดจบน้าเทิดก็หันหน้ามาทางผมทันที พร้อมส่งสายตาแซวขยี้ปมเรื่องเก่า "ว่าไงไอ้เสือกันต์...คราวนี้สนใจมาร่วมวงเปิดศึกหมู่กับพวกน้าอีกสักน้ำไหมวะหนุ่มน้อย... เออแต่จะว่าไป ขนาดของเอ็งคัดปั๋งขนาดนั้น มึงก็คงไม่น้อยหน้าน้าๆ แล้วนี่หว่าฮ่าๆๆ"
ผมโดนน้าเทิดเพื่อนพ่อแซวเรื่องเก่าเต็มๆถึงกับทำตัวไม่ถูกหน้าแดงด้วยความขัดเขินตามประสาเด็กรุ่นลูกพ่อกายที่ยืนแช่น้ำอยู่ข้างๆ หันมาสบตากับผมตรงๆ แล้วถามย้ำอีกรอบ
"เออ...ว่าไงวะกันต์ น้าแกเอ่ยปากชวนแล้ว มึงสนใจอยากร่วมวงอีกรอบป่ะ" ผมตีหน้านิ่งสูดหายใจลึกก่อนจะพูดตอบปัดๆ ไปเสียงเรียบ
"โหยยย... พ่อ เรื่องแบบนั้นพ่อกับน้าเทิดจัดกันได้ตามสบายเลยครับ เอาให้เต็มที่เลย"
น้าเทิดได้ยินคำปฏิเสธของผมแกถึงกับระเบิดหัวใจหัวเราะชอบใจ พลางพูดต่อทันที
"ฮ่าๆๆๆโธ่เอ๊ยกันต์! ทำไมวะ มึงยังจะเขินอายพ่อกายกับน้าอยู่เหรอ... ผู้ชายด้วยกันจะอายกันทำไมวะ... กูจะบอกอะไรให้ฟังนะ สมัยรุ่นๆ เท่ามึงน่ะช่วงไหนไม่มีสาวๆมาให้เอาระบายความเงี่ยน พ่อกายมึงกะกูยังเคยแก้ผ้าล่อนจ้อนนั่งชักว่าวโชว์ความใหญ่ แลกกันดูน้ำพุ่งบ่อยไปมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้ชายโว้ย! ฮ่าๆๆๆ"
น้าเทิดพูดไปหัวเราะไปเหมือนมันเป็นเรื่องปกติพลันนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในห้องนอนวันก่อนทันที 'มิน่าล่ะ คืนวันนั้นจู่ๆ พ่อถึงชวนเราชักว่าวที่แท้พวกรุ่นใหญ่เขาเคยทำแบบนี้กันมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้วนี่หว่า!' หลังจากเก็บสายบัวเต็มตะกร้าเสร็จพ่อกายก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสายโทรหาเจ๊วารีทันที แต่ปลายสายแจ้งกลับมาว่าเจ๊วารีแกไปต่างจังหวัดยาว กว่าจะกลับคงอีกหลายวันทำเอาพวกหนุ่มใหญ่ถึงกับบ่นอุบด้วยความเซ็งไปตามๆ กัน
ตกค่ำคืนนั้น หลังจากกินข้าวเย็นกันจนอิ่มแปร้ย่ากับปู่ก็แยกตัวเข้าห้องนอนดับไฟไปตามระเบียบ เหลือเพียง พ่อกาย น้าเทิดและตัวผม สามหนุ่มมานั่งล้อมวงคุยกันรับลมเย็นๆ อยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน
น้าเทิดเปิดเบียร์เย็นๆยกขวดกระดกเข้าปากคนเดียวหมดไปหลายขวด แกนั่งบ่นพึมพำด้วยความเสียดายที่เจ๊วารีไม่ว่าง "เชี่ยเอย...เสียดายฉิบหายที่คืนนี้เจ๊วารีไม่อยู่ คืนนี้กูคงนอนไม่หลับชัวร์ๆ" ส่วนพ่อกายนั่งหน้านิ่งคอยจุดบุหรี่ดูดพ่นควันยาว แกหันมาสบตาผมพลางบอกน้าเทิดเสียงเรียบ "เออ...วันนี้กูเหนื่อยๆ ว่ะเทิด ไม่อยากกินเบียร์เลย เบียร์ที่เหลือนั่นกูยกให้มึงจัดการคนเดียวหมดเลยละกัน" น้าทิดตอบรับทันควัน“จัดไป......ลูกพี่”
เวลาหมุนผ่านไปจนดึกดีกรีความเมาโหมพัดจนน้าเทิดเริ่มเมาหนัก ใบหน้าแดงก่ำโงนเงนไปมาดูท่าจะขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไม่ไหวแน่ๆพ่อกายชำเลืองสายตาประเมินอาการของเพื่อนรัก ก่อนจะหันมาสั่งผมเสียงต่ำ
"กันต์...มึงดูสภาพน้าเทิดมึงดิ เมาแอ๋ขนาดนี้ขืนปล่อยให้ขี่รถกลับมีหวังหลุดโค้งตกคูน้ำแน่ๆ...คืนนี้ให้แกเข้าไปนอนในห้องด้วยกันกับพวกเราข้างในเหอะ ช่วงนี้อากาศข้างนอกร้อนมากป่ะ...ช่วยพ่อพยุงน้าเทิดเข้าห้องเถอะ"
พ่อจัดแจงแบ่งพื้นที่บนฟูกหนานุ่มพยายามเว้นระยะให้ห่างกันหน่อยเพราะกลัวว่าถ้าเบียดกันเกินไปอากาศจะยิ่งร้อนอบอ้าวแต่ยังไม่ทันจะได้ล้มตัวลงนอนน้าเทิดที่นั่งโงนเงนอยู่ขอบเตียงก็เกิดอาการพะอืดพะอมกะทันหันแล้วอ้วกพุ่งรดลงเต็มที่นอนพ่อกายเห็นแบบนั้นก็สบถอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบหิ้วปีกพาน้าเทิดสับเท้าเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวล้างคราบสกปรก
ส่วนผมรับหน้าที่เช็ดถูทำความสะอาดพื้นและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ลนลานพอจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พื้นที่นอนที่เหลืออยู่ขยับแคบลงกว่าเดิมท่วงท่าการนอนคืนนี้เลยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนอนเบียดชิดติดเกยกัน
กลางดึกสงัดท่ามกลางความเงียบงันและลมแอร์เย็นฉ่ำในขณะที่ผมกำลังนอนตะแคงหันหลังให้พ่อกับน้าเทิดอยู่นั้น จู่ๆผมก็ต้องสะดุ้งตื่นลืมตาโพลงขึ้นมาฝ่าความมืดสลัวเพราะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของพ่อที่นอนดิ้นขยับตัวไปมาค่อนข้างแรงผิดปกติ
พอพยายามตั้งสติจดจ่อฟังเสียงผมก็ได้ยินเป็นเสียงครางพร่าต่ำลึกของพ่อกาย แกครางระบายความเสียวซ่านออกมาแผ่วเบาแต่ด้วยความเงียบเชียบของเวลากลางคืนมันกลับส่งผลให้เสียงนั้นดังสะท้อนชัดเจนเต็มสองหูผมนอนนิ่งฟังเหตุการณ์อยู่สักพัก คราวนี้กลับได้ยินเสียงแปลกปลอมดัง แจ๊ะ...แจ๊ะ... แจ๊ะ... แทรกซ้อนเข้ามาดังก้องเป็นเสียงเหมือนคนกำลังอ้าปากอมดูดอะไรบางอย่างที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำลาย
วินาทีนั้นผมทั้งตื่นเต้นระทึกทั้งนอนตัวแข็งทื่อเกร็งหน้าท้องแน่นไม่กล้าขยับเขยื้อนเนื้อตัวแม้แต่เซนติเมตรเดียวเพราะกลัวว่าพ่อกับน้าเทิดจะจับโป๊ะรู้ตัวว่าผมตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวในห้องนอนนี้แล้วในหัวสมองแล่นริ้วคำนวณไปต่างๆ นาๆนึกย้อนถึงคำพูดของน้าเทิดเมื่อตอนบ่ายขึ้นมาทันควัน 'หรือว่าพ่อกับน้าเทิดแกกำลังนอนแก้ผ้าล่อนจ้อนสลัดผ้าชักว่าวสับมือปั่นลำเอ็นเหมือนที่เคยทำตอนสมัยวัยรุ่นวบเข้าให้แล้ววะ' ร่างกายของพ่อเริ่มขยับไหวสับจังหวะสะโพกแรงขึ้นเรื่อยๆจนผ้าห่มสั่นสะท้าน ทันใดนั้นเสียงห้าวคร้ามต่ำลึกของพ่อกายก็กระซิบสบถพูดขึ้นมาเสียงพร่าหอบข่มอารมณ์ดิบ
"ซี๊ดดด...ไอ้เทิด... มึงดูดเบาๆ หน่อยดิวะสัส เดี๋ยวไอ้กันต์ก็ตื่นขึ้นมาเห็นพอดีหรอกมึง...อูยยย" เสียงน้าเทิดขยับปากพูดตอบกลับสวนมาทันควันกระซิบกระซาบกระเซ้าขยี้ปม "โธ่เอ๊ยไอ้กาย...มึงก็ขยับสะโพกมาตรงกลางนี่หน่อยดิ เบียดชิดติดหลังลูกมึงขนาดนั้นขืนมันตื่นลืมตามาเจอคาตาก็ไม่แปลกละสัส ขยับมาดิเดี๋ยวกูจัดให้"
สิ้นเสียงต่อปากต่อคำผมก็ได้ยินเสียงปากอมดูดดัง บล๊วบๆๆๆ จ๊วบๆๆๆขยับเคลื่อนไหวต่อทันทีอย่างดุดันช่ำชองขีดสุด เวลาผ่านไปเนิบนาบร่างกายหนาแน่นของพ่อกายเกร็งกระตุกหนึบท้องน้อยรุนแรง แผ่นหลังหนาแอ่นโค้งขึ้นพ่อครางกระเส่าถี่รัวส่งสัญญาณเตือนว่าความเงี่ยนตัณหาพุ่งทะยานไต่ระดับจนน้ำเงี่ยนจวนเจียนจะแตกทะลักพ่นพรวดออกมาคาปากน้าเทิด
"ซี๊ดดดด...อ๊าาาส์... เทิด... อูยยย... มึงดูดแรงๆ ลึกๆ เน้นๆ ตรงโคนเลยมึง... โอ๊ยยย...แตก... แตกแล้ววว เชี่ยยยยยย!!" พรวดดด... อึก...บล๊วบ...
ร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของพ่อกายนอนนิ่งเกร็งกระตุกเยือกๆอยู่สองสามทีรวด รีดสายน้ำอสุจิคาวข้นฝังอัดละเลงยัดเข้าสู่โพรงปากอุ่นของเพื่อนรักไปเต็มๆลำมิดโคนชนลึกทว่าความเงียบสงัดกลับส่งเสียงสะท้อนให้ได้ยินเสียงน้าเทิดสำลักหยาดน้ำเงี่ยนขาวขุ่นเล็ดลอดอู้อี้ออกมาในคอหอยดังกึก
ตัวผม (กันต์)ที่นอนตะแคงหันหลังเบียดเนื้อเกยกันอยู่ ถึงกับใจสั่นสะท้านเบิกตากว้างลนลานแน่นหนาอยู่ในอกซ้ายใบหน้าคมเข้มแดงซ่านร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูแอบคิดคำนวณอุทานในใจด้วยความช็อกสุดขีดตระหง่านสายตา
'เชี่ยเอยยย...!!น้าเทิดอมดูดควยรูดท่อนเนื้อเอ็นยักษ์ให้พ่อกายจนน้ำเงี่ยนระเบิดพุ่งพ่นคาปาก พ่อกับน้าเทิดแอบเล่นเชี่ยอะไรกันวะเนี่ย!!เล่นแบบนี้ก้ได้เหรอวะ!!'
ความเงียบสงัดของค่ำคืนในห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้ประสาทสัมผัสทางการได้ยินของผมทำงานไวเกินปกติขีดสุดแสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านม่านเข้ามาทำได้เพียงฉายให้เห็นเงาสลัวๆ บนผนังห้องทว่าภาพเบื้องหลังที่เกิดขึ้นบนฟูกที่นอนเดียวกันกลับถูกบดบังด้วยความมืดและแผ่นหลังของผมเองที่นอนตะแคงหันหลังให้พ่อกับน้าเทิด
ความทรมานที่แท้จริงคือการที่**ได้ยินทุกเสียง ขยับตามทุกจังหวะ แต่กลับมองไม่เห็นภาพอะไรเลย**มันบังคับให้สมองของผมต้องจินตนาการ วาดภาพที่กำลังระเบิดขึ้นอยู่ข้างหลังห่างไปไม่ถึงคืบทุกแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านผืนฟูกปะทะเข้ากับแผ่นหลังของผมมันบ่งบอกถึงท่วงท่าการขยับเคลื่อนไหวเบื้องหลังอย่างชัดเจน
เช้าวันถัดมาทั้งพ่อกายและน้าเทิดก็ตื่นแต่เช้าและทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งคู่แบกเครื่องมือเดินเข้าสวนไปตัดหญ้าตามกิจวัตรประจำวัน จนกระทั่งช่วงบ่ายพ่อกายต้องพาย่าสายใจเข้าไปทำธุระในตัวเมืองจันท์ก่อนไปพ่อเดินมาบอกผมว่าคงจะกลับค่ำๆ มืดๆ ให้ผมกับปู่กินข้าวเย็นกันก่อนเลยไม่ต้องรอส่วนน้าเทิดหลังจากเคลียร์งานสวนเสร็จช่วงบ่ายแกก็ขอตัวรีบขับรถกลับบ้านไปเช่นกัน
เกือบจะสี่โมงเย็นท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวนอันเงียบสงบ ไอ้พีร์เพื่อนสนิทร่วมแก๊งก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์แวะมาหาผมที่บ้านพร้อมกับหอบหิ้วโน้ตบุ๊กคู่ใจมาด้วย มันบอกว่าเครื่องมีปัญหาเปิดไม่ติดเลยอยากให้ผมช่วยเช็กดูให้หน่อยเนื่องจากผมพอมีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง นั่งกดย้ำๆเช็กระบบอยู่ไม่นานก็แก้ไขได้สำเร็จ โน้ตบุ๊กกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ
พอเครื่องใช้ได้ทั้งผมและไอ้พีร์ก็พากันต่ออินเทอร์เน็ตเข้าเว็บแชทออนไลน์ยอดฮิตที่มีระบบเปิดกล้องแลกกันดูกับสาวๆพวกเรานั่งส่องกันอย่างคึกคะนองตามประสาวัยรุ่นจนเกือบจะพลาดท่าโดนยูสเซอร์สาวโปรไฟล์สวยหลอกให้เปิดกล้องโชว์ท่อนเอ็นเพื่อบันทึกวิดีโอแบล็กเมล์ดีที่ไหวตัวทันเลยกดปิดไปก่อน พอเล่นส่องจนเริ่มเบื่อ ไอ้พีร์ก็เปลี่ยนโหมดเปิดไฟล์หนังผู้ใหญ่ที่มันโหลดเก็บไว้ในเครื่องขึ้นมานั่งดูส่วนตัวผมขยับตัวลงไปนอนราบกับเตียง เปิดเกมในมือถือขึ้นมาเล่นไปพลางๆ ทว่าในหัวสมองของผมมันยังคงมีภาพเหตุการณ์เบื้องหลังของพ่อกายกับน้าเทิดเมื่อคืนนี้วนเวียนอยู่ไม่เลิกราด้วยความสงสัยที่อัดอั้นมานาน จู่ๆ ผมเลยลองเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทออกไปลอยๆ
"เฮ้ยพีร์...กูถามไรหน่อยดิ ผู้ชายอมดูดควยให้ผู้ชายด้วยกันเนี่ยมึงว่ามันเป็นเรื่องปกติป่ะวะ" ไอ้พีร์ตาจ้องจอโน้ตบุ๊กพลางตอบกลับมาขำๆ แบบกวนตีนตามนิสัยมัน "ก็ปกติแหละมึงเวลาอารมณ์มันพาไปหรือเงี่ยนจัดๆ อะไรก็ทำได้หมดแหละ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย"
ผมได้ยินคำตอบแบบนั้นเลยหันหน้าไปจ้องมันตรงๆ แล้วถามรุกคืบต่อทันที
"แล้วอย่างมึง...มึงกล้าทำป่ะวะ"
ไอ้พีร์ยักไหล่ตอบสวนกลับมาทันทีแบบไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง "ก็น่าจะกล้านะเว้ยคิดไรมาก ก็คงอารมณ์เหมือนกินไอติมแท่งแค่นั้นแหละมั้ง" ไอ้พีร์นั่งดูหนังในจอไปพลางใช้อุ้งมือลูบคลำเป้ากางเกงตัวเองแก้เงี่ยนไป คุยกับผมไปเรื่อยๆโดยที่มันไม่ได้ทันสังเกตเลยว่าตัวผมที่นอนอยู่บนเตียงแอบเอื้อมมือไปรูดถอดกางเกงขาสั้นและกางเกงในหลุดพ้นจากเรียวขาออกไปตั้งนานแล้ว เมื่อบทสนทนาทางสะดวกและบรรยากาศในห้องนอนเป็นใจผมเลยตัดสินใจโพล่งความต้องการออกไปตรงๆ หน้านิ่ง
"พีร์...กูอยากลองว่ะ มึงมาดูดควยให้กูหน่อยได้ป่ะ"
ไอ้พีร์สะดุ้งขวับหันหน้ากลับมามองที่เตียงทันทีแล้วก็ต้องเบิกตากว้างทำหน้าตกใจสุดขีด เพราะมันคาดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนสนิทอย่างผมจะนอนเปลือยท่อนล่างล่อนจ้อนแผ่ท่อนเนื้อเอ็นยักษ์ที่แข็งคัดปั๋งชี้หน้าท้าสายตาแถมมือขวาของผมยังจับขยับชักรูดลำเอ็นรอท่าไว้เรียบร้อยแล้ว น้ำหล่อลื่นใสๆเริ่มเยิ้มตรงปลายหัวเห็ดแดงฉ่ำ
ไอ้พีร์ลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอเอื๊อกใหญ่ใบหน้ามันเริ่มขึ้นสีแดงเลิกลัก ก่อนจะพูดแบ่งรับแบ่งสู้เสียงอ่อย "เฮ้ยกันต์...แต่กูยังไม่เคยทำเรื่องแบบนี้กับผู้ชายเลยนะเว้ยเมื่อกี้กูแค่พูดกวนตีนมึงเล่นเฉยๆ" ผมเห็นท่าทางมันทำท่าจะปอดแหกปฏิเสธและไม่อยากให้อารมณ์ค้างเติ่งหนีหายไป เลยงัดไม้ตายเด็ดชิ้นสำคัญขึ้นมาอ้างสิทธิ์คุมเกมทันควัน "แต่มึงอย่าลืมนะเว้ยไอ้พีร์...คราวที่แล้วมึงแพ้พนันแข่งชักว่าวกะกูนะตามกติกาในแก๊งกูมีสิทธิ์สั่งมึงทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่างและตอนนี้กูจะใช้คำสั่งนั้นคุมเกมมึง" ไอ้พีร์หน้าถอดสีจ้องมองแก่นกายยักษ์สลับกับหน้าขรึมๆ ของผม ก่อนจะเอ่ยปากถามเสียงพร่าสั่น "อย่าบอกนะมึง...ว่ามึงจะสั่งให้กูอมควยให้มึงจริงๆ..." "ใช่... กูสั่งมึงลุกมานี่เลย" ผมตอบสวนคำเดียวสั้นๆ เสียงเรียบและดุดัน ไอ้พีร์ยืนนิ่งอึ้งใบหน้าและใบหูของมันแดงก่ำผิดปกติด้วยความขัดเขินขีดสุดและตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่น มันมองดูท่อนเนื้อปูดเส้นเลือดเต้นตุบๆของผมอยู่พักใหญ่
ไอ้พีร์ก้าวขาเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ใบหน้าของมันแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูตาของมันจ้องมองตรงมาที่แก่นกายยักษ์ของผมที่กำลังแข็งขัดปั๋งชี้หน้ามันอยู่มันสูดหายใจลึกก่อนจะค่อยๆ นั่งคุกเข่าลงข้างเตียงจากนั้นเอื้อมมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยขยับเข้ามาจับหมับเข้าที่ท่อนเนื้อเอ็นยักษ์ของผมความร้อนจากผิวมือของมันปะทะเข้ากับความร้อนระอุของลำแกนเนื้อปูดเส้นเลือดจนผมสะดุ้งเยือกท้องน้อยบิดเกร็งหนึบด้วยความตื่นเต้น
มันนั่งกำควยก้มหน้าจ้องมองนิ่งอยู่อย่างนั้นซักพักใหญ่คล้ายคนกำลังรวบรวมความกล้าจนผมที่นอนอารมณ์ค้างปวดไข่ทนลีลาไม่ไหวต้องเอ่ยปากพูดเร่งเร้ากระตุ้นเพื่อนเสียงขรึมต่ำ
"เร็วดิวะพีร์...มัวแต่จ้องอยู่ได้ เดี๋ยวพ่อกูกับย่าก็กลับมาจากในเมืองพอดีหรอกมึงรีบทำเถอะสัส"
ทันทีที่ผมพูดประโยคประชิดนั้นจบไอ้พีร์เหมือนโดนตัดขาดความลังเล มันกลืนน้ำลายเหนียวลงคอเนิบๆแล้วก้มใบหน้าลงมาหาแก่นกายยักษ์ของผมทันที อันดับแรกมันแผ่เรียวลิ้นอุ่นๆแฉะชุ่มน้ำลายสอออกมาแตะละเลงเบาๆวนรอบรอยหยักส่วนหัวเห็ดบานสีแดงก่ำสีสดฉ่ำของผมซ้ำๆ
ซี๊ดดดด!
วินาทีแรกที่ลิ้นของผู้ชายที่เป็นเพื่อนสนิทตวัดเลียเข้าที่ปลายยอดจุดเสียวความเสียวริ้วระยับลากผ่านตัดขั้วหัวใจแล่นพล่านจนหัวสมองขาวโพลนไปวูบหนึ่งตัวผมเกร็งหน้าท้องสะโพกกระตุกหงึกๆ สู้ลิ้นสัญชาตญาณดิบพุ่งทะยานสายตาคมขรึมของผมจ้องมองดูการกระทำข้ามเส้นศีลธรรมตรงหน้าตาไม่กระพริบ
จากนั้นไอ้พีร์ก็อ้าปากออกกว้างขวาง เม้มริมฝีปากนุ่มๆ ครอบงำลงไปบนส่วนหัวเห็ดเยิ้มน้ำใสแล้วค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักใบหน้ากดมุดรูดลงต่ำ ท่อนเนื้อเอ็นหนาปึกของผมค่อยๆเบียดแทรกหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นร้อนของไอ้พีร์อย่างเชื่องช้าเนิบนาบจนมุดลึกเกือบจะสุดลำโคนชนเข้าลึกถึงคอหอยพอมันอมเข้าจนสุดด้าม มันก็สับจังหวะขยับยกใบหน้ารูดถอยขึ้นมาเนิบๆ
"เชี่ยยยยย...อ๊าส์... พีร์... เสียวสัส..." ผมผ่อนลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัวแหงนหน้าครางกระเส่าร้องเสียงหลงลั่นห้องนอน "ไหนมึง...มึงบอกไม่เคยทำเรื่องแบบนี้กับผู้ชายไงวะสัส... แต่แม่งอมดูดได้เสียวซ่านฉิบหายเลยโว้ยมึงอูยยย"
ความรู้สึกครั้งแรกในชีวิตหนุ่มที่โดนผู้ชายด้วยกันอมควยให้แถมคนๆ นั้นยังเป็นไอ้พีร์เพื่อนสนิทร่วมแก๊งที่กอดคอกันมาตั้งแต่เด็กมันช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ ดุดัน ป่าเถื่อนและกระตุ้นไฟตัณหาให้ลุกโชนพุ่งสูงปรี๊ดจนเกินคำบรรยายโพรงปากอุ่นระอุแฉะชุ่มบวกกับแรงตอดรัดจากกระพุ้งแก้มของมันมันบีบรัดรีดลำเนื้อยักษ์ของผมจนเสียวปวดไปหมดทั้งลำไข่ดัน ไอ้พีร์ไม่ได้ปริปากเอ่ยปากพูดตอบคำถามหรือแก้เกี้ยวเชี่ยอะไรกลับมาทั้งนั้นมันตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่บำเรอความเสียวซ่านให้ผมต่อทันทีอย่างตั้งอกตั้งใจมันหดเรียวปากเม้มรัดรึงรั้งแล้วโยกใบหน้าขยับรูดขึ้นลงถี่รัวสลับกับการรัวลิ้นรัวๆ ปาดเลียเคลือบหยาดน้ำหล่อลื่นใสที่ทะลักออกมาไม่ขาดสายจังหวะการดูดอมกลืนกินหนาแน่นลื่นไหลช่ำชองโลกีย์ขีดสุดปานว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของมันเลยสักล้านเปอร์เซ็นต์เสียงคาวรักดังก้องสวบสาบ บล๊วบๆๆๆ จ๊วบๆๆๆ ทะลุเพดานความเงียบ ผมเสียวจุกจุกอกจนเนื้อตัวสั่นทนความฟินทะลักไม่ไหวจนต้องเอื้อมฝ่ามือหนาสากทั้งสองข้างเอื้อมมือไปกดตึงเข้าที่หัวของไอ้พีร์บังคับทิศทางขยับกดใบหน้าของมันให้ตอกอัดเข้าออกรูดควยของผมเน้นๆ หนักหน่วงลึกซึ้งตามใจอยาก
ในขณะที่ปากของไอ้พีร์ยังคงครอบงำอมและดูดแท่งมังกรยักษ์ของผมอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้นอารมณ์ดิบของมันเองก็พุ่งทะยานจนกู่ไม่กลับเช่นกันฝ่ามือหนาสากอีกข้างของไอ้พีร์ค่อยๆเอื้อมลงต่ำไปรูดถอดกางเกงและกางเกงในของตัวเองออกสะบัดทิ้ง เปลือยล่อนจ้อนแล้วใช้อุ้งมือกุมจับสับมือชักรูดแท่งควยขนาดใหญ่โตของตัวเองรัวถี่ซอยยับขนานข้างไปด้วยตามจังหวะราคะ
อารมณ์ความเงี่ยนกระสันของพวกเราทั่งคู่พุ่งทะยานขีดสุดจนจวนเจียนจะถึงจุดเดือดทันใดนั้น ท่ามกลางเสียงดูดอมคาวรัก จู่ๆ หูของผมก็แว่วได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถกระบะของพ่อกายกำลังขับบิดคันเร่งเลี้ยวขวับเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านสวนพอดิบดี!
บรึ๋น... เอี๊ยด!
สติควบคุมคุมเกมส์ในสมองของผมพังทลายลงในพริบตาความลนลานกลัวผู้ใหญ่จะมาจับโป๊ะวงแตก ผสมปนเปกับความเสียวสยิวริ้วระยับที่พุ่งตัดขั้วหัวใจจนกลายเป็นความคึกคะนองดิบเถื่อนขีดสุดต่ำสุดผมขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน เอื้อมมือกดหัวไอ้พีร์ตรึงไว้แน่นหนาแน่นแล้วเกร็งหน้าท้องแอกสะโพกสอบกระเด้าสวนเด้ากระแทกกระทั้นลำเอ็นอัดยัดเยียดแทงสวนเข้าโพรงปากอุ่นระอุของไอ้พีร์ถี่รัวรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดห้าหกทีรวด!
"ซี๊ดดดด...พีร์... ไม่ไหวแล้วโว้ย พ่อมาแล้ว... แตก... แตกคาปากมึงแน่สัส... อูยยยยอ๊าาาส์... เสียวควยสัส... แตกแล้วววววว!!"
ปรี๊ด! พรวดดด!พรวดดด! พรวดดด!
คลื่นความสุขสมระเบิดพล่านพุ่งทะยานทะลุปรอทหยาดน้ำอสุจิคาวข้นสีขาวน้ำนมละมุนหนาแน่นเหนียวข้นคลักปริมาณมหาศาลของผมระเบิดพุ่งกระฉูดแตกทะลักพ่นพรวดออกจากปลายยอดส่วนหัวเห็ดบานฉีดฝังอัดละเลงยัดเข้าเต็มโพรงปากและโคนลิ้นของไอ้พีร์ทันทีแรงดันสูง!ท้องน้อยของผมเกร็งกระตุกเยือกๆ รีดน้ำเงี่ยนพรั่งพรูออกมาจนเปี่ยมปากไอ้พีร์จนอมฉ่ำล้น
ส่วนไอ้พีร์ที่โดนน้ำรักพุ่งพ่นใส่คอหอยตาของมันเหลือกลอยด้วยความเสียวเต็มพิกัดมันรีบเร่งฝ่ามือกุมจับท่อนเนื้อขยับชักรัวๆ ถี่ๆซอยยับจับแก่นกายตัวเองงัดขยับเข้าออกรวดเร็วปานปั่นไฟแล้วจับจ่อท่อนเนื้อปล่อยพ่นระเบิดน้ำอสุจิขาวขุ่นฉีดพ่นละเลงกระฉูดละเลงกระเซ็นกระจายสาดใส่ละเลงเปื้อนเนืองนองเต็มหน้าท้องเนียนและแผงอกหนาแน่นของผมจนเปียกชุ่มโชกคาวราคะไปติดๆกันทันควัน
ศึกรักเปิดซิงข้ามเส้นระหว่างเพื่อนสนิทจบลงพอดิบดีไอ้พีร์หอบหายใจกระสับกระส่ายเนื้อตัวสั่น มันรีบลุกขึ้นเดินสับเท้าสับโกยตรงดิ่งไปเปิดบานหน้าต่างไม้จัดการบ้วนคายสายน้ำอสุจิขุ่นขาวของผมทิ้งพ้นออกไปนอกสวนก่อนจะรีบสับสับเท้าก้าวกลับมาคว้าผ้าเช็ดตัวและทิชชูมาช่วยเช็ดถูทำความสะอาดคราบน้ำรักเหนียวเหนอะหนะที่เลอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของผมและปากของมันจนสะอาดสิ้นเชิงไร้ร่องรอยจากนั้นพากันลนลานนุ่งกางเกงแต่งเนื้อแต่งตัวจัดระเบียบเสื้อผ้าแต่งกายให้เรียบร้อยหน้านิ่งขรึมราวกับไม่มีเชี่ยอะไรเกิดขึ้นภายในห้องนอนนี้ในพริบตาเดียว! ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาในใจของผมก็เริ่มรู้สึกว่ารสชาติจากปากของผู้ชายด้วยกันอย่างไอ้พีร์มันสามารถอมดูดรั้งรีดลำเนื้อได้เสียวสะท้านยิ่งกว่าปากของผู้หญิงเสียอีกเพราะผู้ชายด้วยกันย่อมรู้ดีว่าจุดไหนคือจุดยุทธศาสตร์ที่ไวต่อสิ่งเร้าและต้องขยับเน้นน้ำหนักอย่างไรถึงจะฟินจนแทบขาดใจ เหมือนมันรู้ใจกันไปหมดทุกอย่าง
ดังนั้นเวลาที่นัดเจอเพื่อนๆ ในแก๊ง ถ้าวันไหนมีโอกาสได้แยกตัวมาอยู่กับไอ้พีร์สองต่อสองผมก็จะเป็นฝ่ายส่งสัญญาณให้มันก้มลงมาอมดูดบำเรอความเสียวซ่านให้ตลอดโดยที่ไอ้พีร์เองก็ไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธหรือแสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์อะไรเลยแม้แต่น้อยในทางกลับกัน แววตาของมันกลับฉายประกายความหื่นกระหายดูมันจะชอบและมีความสุขไปกับกิจกรรมใต้ร่มผ้านี้เช่นกันบางครั้งผมถึงขั้นบิดคันเร่งรถมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งแวะไปหาไอ้พีร์ถึงที่บ้านของมันดื้อๆโดยแกล้งปกปิดไม่ยอมชวนไอ้ช้างกับไอ้เจษไปด้วย แต่เวลาที่พวกเรากลับมารวมตัวกันอยู่ภายในกลุ่มเพื่อนแก๊งเราก็จะแกล้งทำตัวนิ่งเฉยเป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่างเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้
บางครั้งถ้าสบโอกาสไอ้พีร์ก็จะหอบเสื้อผ้ามาขอตัวนอนค้างอ้างแรมที่บ้านผมโดยมักจะใช้วิธีแกล้งอ้างกับที่บ้านว่าทะเลาะกับพ่อแม่จนอยู่บ้านไม่ได้ทุกครั้งที่มันมานอนด้วยพ่อกายที่รู้ใจก็จะยอมเสียสละเดินแยกตัวออกไปนอนรับลมอยู่ที่โซฟาข้างนอกปล่อยให้หนุ่มๆ วัยรุ่นเขาได้ใช้เวลาในห้องนอนกันไปและแน่นอนว่าทุกครั้งที่พวกเราล้มตัวลงนอนเบียดเนื้อเกยกันฝ่าความมืดต่างคนต่างก็ต้องเสียน้ำระเบิดพ่นฉีดใส่กันจนเปียกชุ่มโชกคาเตียงนอนทุกหนไป
จนกระทั่งวันหนึ่งเหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนผันเมื่อพ่อกายเดินหน้านิ่งขรึมเข้ามาขอร่วมนอนในห้องนอนด้วยแกบอกว่าช่วงนี้อากาศข้างนอกโถงกลางบ้านมันร้อนอบอ้าวเกินกว่าจะนอนหลับลงในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะเข้านอน พ่อกายนั่งห้อยขาดูดบุหรี่พ่นควันยาวอยู่ตรงริมหน้าต่างไม้ส่วนตัวผมกำลังจัดแจงเตรียมหมอนและที่นอนผืนหนา จู่ๆพ่อกายก็ลดมวนบุหรี่ลงแล้วเอ่ยปากถามขึ้นมาเสียงเรียบต่ำท่ามกลางความเงียบ
"ไอ้กันต์...ข้าถามเชี่ยไรหน่อยดิ ระหว่างเอ็งกับไอ้พีร์นี่... สรุปมันคืออะไรกันแน่วะเป็นเพื่อนสนิทรึว่าเป็นแฟนกันฟะมึง" ผมได้ยินคำถามแทงใจดำถึงกับสะดุ้งวาบตกใจเลิกลักจนหน้าร้อนผ่าว รีบเอ่ยปากพูดปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน "เพื่อนกันดิพ่อ!แฟนเฟินเชี่ยอะไรล่ะฮะ ผู้ชายเหมือนๆ กันแท้ๆ พ่อคิดลามกไปไกลป่ะเนี่ย"
พ่อกายได้แต่นั่งหัวเราะหึๆในลำคอชอบใจที่เห็นลูกชายคนเดียวออกอาการลนลานจับไข้รีบปฏิเสธพัลวันแกขยับปากพูดต่อปากต่อคำเนิบๆ
"เออๆข้าก็แค่ถามดูไม่รู้กูเห็นมันแวะมานอนค้างอ้างแรมสุมหัวอยู่ที่ห้องมึงเกือบจะทุกวัน...แล้วอีกอย่างนะเว้ย ย่าสายใจเอ็งก็เริ่มบ่นๆระแวงละว่าพวกมึงสองคนแอบแฝงทำเรื่องพิเรนทร์เชี่ยอะไรกันรึป่าว"
ผมรีบสวนกลับเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทันที"โหยยยพ่อ... ย่าแกคิดมากไปเองป่ะก็บอกอยู่ว่าไอ้พีร์มันมีปัญหาทะเลาะกับพ่อแม่มันที่บ้านเพื่อนเดือดร้อนเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนดิพ่อไม่ช่วยมันแล้วจะให้มันไปนอนตายห่าที่ไหนล่ะฮะ" พ่อกายพ่นควันบุหรี่ม้วนสุดท้ายออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหันใบหน้าคมเข้มกลับมาสบตาผมตรงๆ แววตาคมดุฉายประกายจริงจังขรึมลง
"ย่าแกบอกว่าวันนี้แวะไปเดินตลาดเช้าดันไปเจอแม่ไอ้พีร์เข้าพอดิบดีแม่มันยังบอกย่าเลยว่าที่บ้านไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเชี่ยอะไรกันเลยสักนิดเดียวไอ้พีร์มันแค่บอกที่บ้านไว้ว่าจะขอมานอนพักบ้านเพื่อนแต่พ่อแม่มันไม่รู้ว่าเพื่อนคนไหนจนแกเป็นห่วง... แกเลยฝากย่ามาถามถ้างยังไงเอ็งก็บอกเพื่อนมึงด้วยว่าพ่อแม่มันเป็นห่วงพ่อไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะเรื่องที่จะมาหากันแต่ออกมานอนค้างทุกวันแบบนี้กูว่ามันดูไม่ค่อยดีว่ะ"
พูดจบพ่อกายก็ดับมวนยาสูบเดินสับเท้าก้าวขาเข้ามาทิ้งตัวลงนอนหงายหลังราบไปบนฟูกนอนข้างๆ ตัวผมชายหนุ่มใหญ่วัย 40ปีคนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนนอนหลับง่ายอยู่แล้วพอแผ่นหลังหนาแน่นสัมผัสฟูกแกก็ทำท่าจะเคลิ้มหลับลงไปฝ่าความมืดสลัวในระหว่างที่บรรยากาศกำลังจะเงียบสงัดลง จู่ๆในอกซ้ายของผมมันเกิดความคึกคะนองงัดความลับขึ้นมาสู้ ผมเลยเบนหน้าไปถามพ่อกายตรงๆเสียงพร่าต่ำ
"พ่อ...กันต์ขอถามอะไรพ่อหน่อยดิ พ่อตอบตรงๆ มาเลยนะห้ามโกหกนะ" พ่อกายที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นส่งเสียงครางตอบในลำคอแผ่วเบาเนิบนาบ "หืมมม... ว่าไงของมึงวะไอ้เสือมีเชี่ยไรจะถามกูอีก"
ผมสูดลมหายใจลึกขยับปากเอ่ยคำถามจี้จุดเดือดแทงใจดำพวกรุ่นใหญ่ทันควัน
"พ่อกะน้าเทิด...แท้จริงแล้วเป็นอะไรกันป่ะวะฮะ"
ฟึ่บ!
คำถามนี้ทำเอาพ่อกายถึงกับสะดุ้งเยือกเนื้อตัวเกร็งกึกกะทันหันสลัดความง่วงทิ้งหายวับในพริบตา แกพลิกตัวหันขวับมามองหน้าผมตาค้างอุทานเสียงหลงจับผิด
"ห๊ะ...!อะไรนะมึง! ทำไมจู่ๆเอ็งถึงมาตั้งคำถามลามกพิเรนทร์แบบนั้นกับพ่อวะฮะไอ้กันต์!"
ผมทอดสายตาคมขรึมจ้องสบประสานนิ่งสนิทเข้ากับดวงตาคมดุของพ่อกายท่ามกลางความมืดกระตุกยิ้มกวนตีนขยี้ปมความหลังที่แอบไปจับโป๊ะได้เมื่อคืนก่อนแล้วขยับปากพูดตอบทิ้งท้ายประโยคเด็ดออกไปเสียงเรียบดุดัน
"ก็ไม่มีอะไรหรอกครับพ่อ...แค่จะบอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันต์กับไอ้พีร์ตอนนี้อ่ะ...มันก็เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกายกับน้าเทิดนั่นแหละครับ... **'เพื่อนสนิท'**... หึๆ"
....................................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|