ซุปเปอร์กันต์
ตอนที่4: : ซุปเปอร์เฟรนด์_4สหาย ฮ่าๆๆๆมึงแพ้แล้วไอ้สัส...
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งของผมดับลงท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนผลไม้ในเวลาเกือบตีหนึ่งแสงไฟหน้ารถวูบดับไปเหลือเพียงความมืดสลัวที่มีแสงจันทร์รำไรสาดส่องลงมากระทบชานเรือนบ้านชั้นเดียวผมก้าวขาลงจากรถด้วยท่าทางนิ่งขรึม ทว่าภายในใจกลับเต้นระทึกโครมครามสายตาคมดุของพ่อกายในวัย 40 ปีที่นั่งกอดอกอยู่บนม้านั่งไม้หน้าบ้านยังคงจับจ้องตรงมาที่ผมไม่วางตาบรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง
ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวเท้าขึ้นบันไดเรือนเสียงทุ้มต่ำดุดันของพ่อก็ดังทำลายความเงียบขึ้นมา "กันต์... มานี่หน่อย มาคุยกันที่แคร่หน้าบ้านนี่มา"
ผมไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ตามนิสัยพูดน้อยแล้วสับเท้าเดินตรงไปนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ข้างๆ พ่อ กลิ่นอายฟีโรโมนดิบๆแบบชายฉกรรจ์ชาวสวนของพ่อกายโชยมาเตะจมูก ผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆพ่อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนแผ่นอกหนากำยำภายใต้เสื้อกล้ามขยับกระเพื่อมมือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาตบไหล่วัยหนุ่มกระทงของผมเบาๆทว่าน้ำหนักของมันกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย
"ที่ข้านั่งรอจนดึกขนาดนี้เพราะข้าเป็นห่วงแกนะไอ้กันต์" พ่อกายเริ่มเปิดฉากพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง"ข้าไม่อยากให้แกต้องมาเดินเส้นทางสายผิดๆ จนพังพินาศเหมือนข้าในอดีต...ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องยา หรือแม้กระทั่งเรื่องผู้หญิง...แกรู้ใช่ไหมว่าอดีตของข้ามันทำให้แม่แกต้องทิ้งไปและทำให้ปู่กับย่าต้องระทมทุกข์ขนาดไหน"
ผมเงียบไปอึดใจใหญ่ แววตาที่เป็นห่วงอย่างจริงใจของพ่อตรงหน้านี้มันทำให้ผมใจอ่อนลง"ผมสัญญาครับพ่อ... ผมจะไม่ทำตัวเหลวแหลก และจะไม่ทำให้พ่อ ปู่ ย่าหรือใครต้องผิดหวังในตัวผมเด็ดขาด... ที่ผมออกไปคืนนี้ผมแค่อยากมีเพื่อนแค่นั้นเองครับพ่อ" ผมเอ่ยความในใจออกมาเสียงแผ่วเบา เป็นประโยคที่ยาวที่สุดในรอบหลายเดือน
พ่อกายมองหน้าผมแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแววตาฉายความอ่อนโยนขึ้น"เออ ข้าเข้าใจวัยรุ่นอย่างแกว่ะ การมีเพื่อนมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ที่ปู่กับย่าแกคอยดุ คอยบ่นเช้าบ่นเย็นก็เพราะพวกแกกลัวว่าแกจะซ้ำรอยอดีตอันเสเพลของข้าแค่นั้นเองจำคำข้าไว้ให้ดีนะไอ้หนุ่ม"
หลังจากบทสนทนาเคลียร์ใจในค่ำคืนนั้นวันเวลาผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งถึงบ่ายวันหนึ่งที่แดดร่มลมตก แก๊งเพื่อนสนิทตัวแสบทั้งสามคน—ไอ้เจษ ไอ้พีร์ และไอ้ช้าง—ก็พากันขี่มอเตอร์ไซค์อ้อมป่าสวนยางลึกเข้ามาหาผมถึงในสวนผลไม้เหมือนเช่นเคยพวกมันไม่ได้กล้าเข้าไปที่บ้านเพราะยังเกรงกลัวรังสีความดุของย่าสายใจเลยเลือกมานั่งล้อมวงพักเหนื่อยกันบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ร่มมังคุดใหญ่หลังจากช่วยผมยกเข่งผลไม้เสร็จ
และแน่นอนว่าบรรยากาศระหว่างเด็กรุ่นน้องวัยคึกคะนองยามอยู่กันตามลำพังย่อมหนีไม่พ้นเรื่องใต้ร่มผ้าสุดสยิว
"เชี่ยเอย...คืนวันเกิดไอ้เจษนี่มันที่สุดในชีวิตกูเลยว่ะ พี่บีมโคตรเด็ดดวงฉิบหายร่องรูแกทั้งแน่นทั้งตอดสู้มือสุดๆ"ไอ้พีร์หนุ่มแว่นลุคตี๋เปิดประเด็นขึ้นมาพลางทำตาโตยิ้มกริ่ม น้ำลายสอ "เออจริงสัส!"ไอ้ช้างหนุ่มอวบตุ้ยนุ้ยรีบพยักหน้าเห็นด้วย พลางหัวเราะร่าเคี้ยวขนมในปาก"แต่พวกมึงจำลีลาตอนไอ้พีร์ขึ้นซอยได้ป่ะวะ ท่าทางสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่ถึงห้านาทีแม่งก็ถอดมังกรออกมาสับรูดน้ำแตกกระจายใส่หน้าท้องแกซะละของแกก็น้ำน้อยฉิบหายเมื่อเทียบกับกู ของกูนี่กระฉูดเต็มขาแกขาวโพลนไปหมดส่วนลีลาเด็ดสุด กูยกให้ไอ้กันต์เลยสัส จับพี่บีมพลิกคว่ำคุกเข่าซอยยับซะนาน จนน้ำควยแม่งพุ่งละเลงเต็มหลังแกแซ่บฉิบหายไอ้เสือซ่อนรูป!"
พวกเราทั่งสี่คนพากันหัวเราะร่าชอบใจกันยกใหญ่แม้แต่ผมเองที่ปกติเงียบขรึมก็ยังหลุดยิ้มออกมากับคำแซวของเพื่อนจากนั้นไอ้พีร์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยแล้วหันไปถามเจ้าของวันเกิดอย่างสงสัย"เออไอ้เจษ... แล้วทำไมคืนนั้นพี่บีมแกถึงยอมพวกกูง่ายๆ วะทั้งที่พวกกูเป็นเพื่อนมึงนะเว้ย"
ไอ้เจษชายหนุ่มผิวแทนหุ่นดีฉีกยิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อพ่นควันบุหรี่จางๆ ออกมา"ก็พี่บีมแกบอกกูเองว่าช่วงนี้แกอยากลองเล่นสนุกแนว 'สวิงกิ้ง' ดูน่ะสิแต่แกเขินไม่รู้จะชวนใครมาร่วมวงดีกูในฐานะแฟนที่ดีเลยบอกว่าถ้างั้นกูชวนแก๊งเพื่อนสนิทกูมาจัดให้เอง...แต่ตอนนี้กูว่าแกคงเข็ดขยาดมังกรยักษ์ของพวกมึงแน่ๆ เล่นรุมซอยยับซะขนาดนั้นหายเงียบเข้ากลีบเมฆไปหลายวันเลยเนี่ย ฮ่าๆๆ"
ทุกคนหัวเราะร่าคุยกันอย่างสนุกปากทอดอารมณ์กามารมณ์ที่สุกงอมจู่ๆ ไอ้พีร์หนุ่มตี๋ตัวทะลึ่งประจำกลุ่มก็ทำตาโตเหมือนคิดแผนพิเรนทร์ออกมันทุบแคร่ไม้ไผ่ดังปังแล้วโพล่งท้าทายขึ้นมากลางวง
"เฮ้ยพวกมึง! ไหนๆก็คุยเรื่องนี้ละ... มาเล่นเกมสนุกๆ กันหน่อยไหมล่ะ? กูขอท้าพวกมึง'ชักว่าวแข่งกัน' เลยดีกว่าแข่งกันว่านับจากวันนี้ไปอีก 7 วันถ้าเจอกันรอบหน้าใครจะรีดน้ำออกมาได้เยอะที่สุดและข้นที่สุดเป็นผู้ชนะ!" "เฮ้ยไอ้สัสพีร์! 7วันแม่งนานไปป่าววะ!" ไอ้เจษรีบโวยวายสวนขึ้นมาทันควันใบหน้าผิวแทนของมันขึ้นสีระเรื่อ "ปกติกูชักว่าวเกือบทุกวันอยู่แล้วให้กูกลั้นไว้ตั้ง 7 วัน ไข่กูดันระเบิดพอดีสัสนานเกินไป!"
คำประท้วงของไอ้เจษทำให้ทั่งผมและไอ้ช้างหลุดหัวเราะก๊ากขำในความเงี่ยนของมันสุดท้ายหลังจากถกเถียงและแสดงความคิดเห็น พวกเราก็ตกลงหักลบหยวนๆ ลดเวลาลงมาเหลือเพียงแค่"5 วัน" แทน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า กติกาการกลั้นน้ำรัก 5 วันนี้กำลังจะนำพาพวกเราไปสู่สมรภูมิความเสียวซ่านประชันความใหญ่ยาวครั้งใหม่ที่รุนแรงและปวดหนึบยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว...
ห้าวันผ่านไปไวเหมือนโกหกกำหนดนัดหมายของเกมพิเรนทร์เวียนกลับมาถึงอีกครั้ง บ่ายวันนั้นพวกเราทั้ง 4 คนนัดรวมตัวกันที่ตึกแถวร้านทองของบ้านไอ้พีร์อีกหนพ่อกับแม่มันไม่อยู่หน้าร้านพอดี พวกเราเลยสับเท้าแฝงตัวขึ้นมาบนห้องนอนชั้น 3ได้อย่างสะดวกโยธินบรรยากาศในห้องแอร์เย็นฉ่ำขัดกับความรุ่มร้อนในกางเกงของแต่ละคนที่กลั้นน้ำรักมาตลอด5 วันเต็มจนเป้าตุงแน่นปวดหนึบไปตามๆ กัน
แต่ก่อนจะเริ่มเปิดศึกแก็งวัยรุ่นคึกคะนองก็ขอผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการนั่งล้อมวงกดจอยเล่นเกมเพลย์สเตชันกันก่อนเพื่อดึงเวลาขยี้ความเสียวซ่านผมนั่งพิงหัวเตียงทำหน้านิ่งขรึมตามสไตล์ ก่อนจะเอ่ยปากพูดเสียงเรียบ "เฮ้ยพวกมึง...กูไม่ขอแข่งเกมชักว่าวนี้ได้ป่ะวะ ขอยอมแพ้บายไปเลยแล้วกัน"
"เฮ้ย!ได้ไงวะไอ้กันต์"ไอ้ช้างหนุ่มอวบตุ้ยนุ้ยหันขวับมาแซวทันควันพลางหัวเราะร่าตาปิด"หรือว่าตลอดห้าวันที่ผ่านมา มึงทนความเงี่ยนไม่ไหวแอบหนีไปเปิดทวิตเตอร์สับมือชักว่าวปล่อยมังกรจนน้ำแตกกระจายไปก่อนแล้วใช่ไหมล่ะสัสของมึงเลยแห้งฮะ ฮ่าๆๆ"
คำแซวของไอ้ช้างทำเอาเจษและพีร์หลุดหัวเราะก๊ากชอบใจใหญ่ไอ้พีร์หนุ่มแว่นลุคตี๋รีบเดินไปปิดทีวีแล้วหันมาสำทับขัดขวางทันที "ไม่ได้ๆกติกาต้องเป็นกติกาสิเว้ยไอ้กันต์ รอบนี้กูตั้งใจจะวัดทั้งขนาดความใหญ่ยาวและปริมาณน้ำรักคาวข้นของพวกมึงทุกคนเลยนะเว้ยขาดมึงไปก็หมดสนุกดิ!"
พูดจบไอ้พีร์ไม่รอช้ารีบหันไปเปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจของมันทันทีคราวนี้มันไม่ได้เปิดคลิปแอบแซ่บของรุ่นใหญ่เหมือนคราวก่อนแต่มันเลือกเปิดรังลับคลังแสงหนังโป๊ระดับพรีเมียมที่มันสะสมไว้แน่นไดรฟ์ส่วนใหญ่เป็นหนังเอ็กซ์แนวผู้ใหญ่ยอดฮิตของญี่ปุ่นฉากเล้าโลมของนางเอกทรงโตผิวขาวนีออนที่กำลังคุกเข่าใช้ปากรูดดูดแท่งเอ็นหนาแน่นจนเสียงดังบล๊วบๆๆ สลับฉากซอยกระแทกกระทั้นร่องรูฉ่ำแฉะดังลั่นลำโพง
จากที่เคยส่งเสียงคุยโม้โวยวายกันลั่นห้องบัดนี้บรรยากาศกลับเงียบกริบลงในพริบตา ราวกับสวิตช์ความเงี่ยนถูกกดเปิดทุกคนต่างแยกย้ายกันไปนั่งประจำการคนละมุมห้องนอนตาจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งใจลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นถี่ตามแรงอารมณ์ดิบวัยหนุ่มที่พุ่งสูงปรี๊ด
เมื่อความต้องการแล่นพล่านจนถึงขีดสุดและแท่งมังกรใต้ร่มผ้าเริ่มแข็งชันสลอนดันเป้ากางเกงจนทนไม่ไหวทุกคนก็พร้อมใจกันกระชากกางเกงขาสั้นและกางเกงในสลัดทิ้งลงพื้นห้องจนเนื้อตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อนลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าปั่นแก่นกายของตัวเองให้แข็งขยายตัวขีดสุดสู้แสงไฟในห้อง
ภาพมังกรยักษ์ทั้ง 4 แท่งที่ตื่นตัวเต็มร้อยช่างเป็นภาพที่อีโรติกและดุดันขีดสุด...
ไอ้เจษ ชายหนุ่มหุ่นล่ำผิวแทนกุมรอบท่อนเนื้อยาวใหญ่ของตัวเองสับรูดมือสาวเนิบๆ พลางขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูนเส้นเลือดขดเคี้ยวพาดสลับรอบลำเอ็นสีเข้มตึงเปรี๊ยะ ไอ้พีร์ หนุ่มตี๋แว่นใช้ฝ่ามือสากคอยสาวรูดท่อนเอ็นยาวสีขาวอมชมพูของมันขยับขึ้นลงถถี่ๆจนหัวเห็ดบานใหญ่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำหล่อลื่นใสๆ ขณะที่ ไอ้ช้าง หนุ่มอวบตุ้ยนุ้ยผิวขาวเนียนเอื้อมมือโอบกุมตะบองหนาบิ๊กไซส์อวบอ้วนกว่าใครเพื่อน ชักรูดเนื้อหนังขึ้นลงจนเกิดเสียงผิวกายครูดเนื้อดัง สวบๆๆ ส่วนผม "กันต์" หนุ่มขรึมวัย 18นั่งคุกเข่าแผ่นหลังกว้างแอ่นโค้ง ใช้มือหนากุมโคนท่อนเนื้อลำอวบหนายาวอันดุดันของตัวเองรูดรั้งผิวหนังกำพร้าลากผ่านลำเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาจนถึงส่วนหัวเห็ดบานแดงก่ำที่หลั่งน้ำใสเยิ้มเปรอะเปื้อนอุ้งมือความร้อนรุ่มปวดหนึบท้องน้อยจากการกักเก็บมา 5 วันมันเสียวสะท้านจนใจสั่น
"ใครพร้อมก้าวเข้ามาเลยเว้ย!กูจะวัดขนาดก่อน"ไอ้พีร์ตะโกนเสียงสั่นพร่าหอบพลางคว้าไม้บรรทัดมาถือไว้ในมือ พวกเราขยับสลับกันเดินเข้าไปให้ไอ้พีร์ทาบไม้บรรทัดวัดความยาวและความหนาแน่นจากโคนจรดปลายยอดหัวเห็ดบานฉ่ำวาวทีละคนท่ามกลางเสียงสูดปากซี๊ดซ้าดอย่างกระสันสยิวพอวัดเสร็จแต่ละคนก็ถอยฉากกลับไปนั่งประจำมุมห้องตั้งหน้าตั้งตาสับมือชักว่าวกระหน่ำซอยท่อนเอ็นของตัวเองต่ออย่างบ้าคลั่งเพื่อสะสมความเสียวรอจุดระเบิด
จากนั้นไอ้พีร์เดินไปหยิบแก้วพลาสติกใสใบขนาดพอดีมือมาเรียงกัน 4 ใบตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องนอนเขียนชื่อกำกับไว้ใต้แก้วเสร็จสรรพ ทั่ง 4 แก้ววางเรียงรายรอรับ"หยาดน้ำแห่งความสุขสมสีขาวข้น" ที่กำลังจะทะลักกระฉูดออกมาจากมังกรยักษ์แต่ละตัวในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า...บรรยากาศร้อนระอุจนถึงจุดเดือดต่ำสุดอย่างไร้ทางเลี่ยง!
พวกเราทั้ง 4 คนพาร่างกายอันเปลือยเปล่าล่อนจ้อนเดินขยับเข้ามารวมตัวกันที่กลางห้องนอนสับเท้าล้อมวงรอบโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยยื่นแท่งมังกรยักษ์ที่กำลังแข็งตัวตึงเปรี๊ยะปั๋งดั่งท่อนเหล็กเข้าหากันตรงกลางจนส่วนหัวเห็ดบานแดงฉ่ำของแต่ละคนเกือบจะชนกันสลอน ท่อนเอ็นร้อนระอุสี่ลำสั่นสะท้านหงึกๆตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวลมหายใจของทุกคนหอบกระชั้นถี่รัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายฟีโรโมนดิบของชายหนุ่มวัย 18ขีดสุด
ไอ้พีร์หนุ่มแว่นลุคตี๋ขาวที่รับหน้าที่กรรมการหยิบไม้บรรทัดขึ้นมาทาบวัดขนาดมังกรของตัวเองเป็นคนแรก“ของกู... ถ้วนๆ 7นิ้ว เต็มๆ เว้ยหนาแน่นตามมาตรฐาน!”พีร์ครางบอกเสียงสั่นพร่าขณะลากไม้บรรทัดผ่านลำเอ็นสีชมพูฉ่ำวาวของมันจากนั้นมันขยับหันไปทาบวัดท่อนเอ็นอวบหนาไซส์ตะบองของไอ้ช้าง “เชี่ย... ของไอ้ช้าง 7 นิ้ว ถ้วน แต่แม่งอวบหนาหนาแน่นชิบหาย!” พีร์กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ก่อนจะเขยิบไปวัดขนาดมังกรยักษ์ของตัวพ่ออย่างไอ้เจษชายหนุ่มผิวแทนหุ่นดีที่ยืนแยกขาแอ่นสะโพกสู้กล้อง “อู้หูย...ไอ้เจษยังคงท็อปฟอร์ม 8 นิ้ว เต็มมิดไม้บรรทัดยาวใหญ่สมคำร่ำลือสัตว์ๆ!” และสุดท้าย...ไอ้พีร์ขยับปลายไม้บรรทัดมาทาบแนบลงบนท่อนเนื้อเอ็นชายอันดุดันของผม "กันต์" เด็กหนุ่มเงียบขรึมซ่อนรูปลำเอ็นสีคร้ามแดดของผมแข็งทื่อตั้งชันเกือบเก้าสิบองศาเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวพาดสลับจนพีร์ต้องตาโตอุทานลั่นห้อง “เฮ้ยพวกมึงดู... ของไอ้กันต์ยาวตั้ง 7.5นิ้ว เลยว่ะ! แถมหนาปึกไม่แพ้ไอ้ช้างเลยเชี่ยเอย... เสือซ่อนรูปของจริง!” พอสิ้นสุดขั้นตอนการวัดสเปกที่ทำเอาเสียวสยิวกันไปแถวทุกคนก็รีบถอยฉากแยกย้ายกลับไปนั่งประจำมุมห้องของตัวเองทันทีคว้าอุ้งมือสากกุมรอบท่อนเนื้ออวบใหญ่กระหน่ำสาวรูดสับมือชักว่าวซอยยับต่ออย่างบ้าคลั่งนัยน์ตาทุกคู่จับจ้องไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊กที่กำลังฉายฉากกระแทกกระทั้นร่องรูฉ่ำแฉะของนางเอกญี่ปุ่นอย่างกระหาย
เวลาผ่านไปไม่นาน...คนแรกที่ทนความเสียวซ่านจากการอั้นมา 5 วันไม่ไหวคือ ไอ้ช้าง หนุ่มอวบตุ้ยนุ้ยเนื้อตัวแดงซ่านขบกรามแน่นมันรีบคลานเข่าพรวดพราดเข้ามาที่โต๊ะกลางห้องคว้าแก้วพลาสติกใบที่เขียนชื่อตัวเองขึ้นมาจ่อประชิดส่วนหัวเห็ดบานมโหฬารที่สั่นหงึกๆสับมือรูดรัวถี่ๆ อีกสี่ซ้าห้าทีรวดเร็วปานพายุบ้าแล้วแหงนหน้าอ้าปากตะโกนครางลั่นห้องเสียงดังสนั่น “อ๊าสสส...ซี๊ดดด! ไม่ไหวแล้ว... จะออกแล้ว... แตกแล้วโว้ยยย!”
ปรี๊ด! ปรี๊ด! พรวดดด!
น้ำอสุจิคาวข้นสีขาวน้ำนมแห่งความสุขสมระเบิดพุ่งกระฉูดทะลักออกจากปลายยอดแก่นกายหนาขนาด7 นิ้วของไอ้ช้างอย่างรุนแรงน้ำรักสายหนาพุ่งฉีดพ่นลงก้นแก้วพลาสติกเสียงดัง แปะๆๆๆ ไหลทะลักเนืองนองออกมาไม่ขาดสายชโลมฉ่ำท้องน้อยของมันกระตุกเยือกๆ ปล่อยน้ำรักข้นคลักสีขาวละเลงเต็มแก้ว
ต่อจากไอ้ช้างปุ๊บ ไอ้พีร์ หนุ่มตี๋แว่นก็ตาเหลือกรานครางครวญพุ่งตัวตามเข้ามาติดๆความเสียวซ่านแล่นพล่านจนมันแทบจะกลั้นไม่อยู่พีร์คว้าแก้วจ่อใต้หัวเห็ดชมพูเกือบจะไม่ทันท่วงทีสะโพกเพรียวขยับสวนสับมือสาวรูดรัวยับติดต่อกัน ก่อนจะระเบิดเสียงครางเสียวพร่าลึก“เชี่ยยย... อ๊ะ อ๊าาา!แตกกกแล้ววว! จะล้นแล้วมึง ซี๊ดดด!” น้ำอสุจิสีขาวพุ่งฉีดกระเด็นกระดอนออกจากท่อนเอ็น7 นิ้วกระแทกข้างขอบแก้วพลาสติกใสระยับไหลย้อยหยดลงไปกองรวมกันอย่างเร่าร้อน ทว่าช็อตพีกที่สุดตระหง่านตาคือ ไอ้เจษกับ ผม (กันต์) พวกเราสองคนคุมเชิงความเสียวซ่านขีดสุดจนมาถึงจุดเดือดต่ำสุดพร้อมกัน!ผมกับเจษคลานเข่าเข้ามาประจันหน้ากันตรงหน้าโต๊ะญี่ปุ่นคว้าแก้วของตัวเองขึ้นมาจ่อประชิดแก่นกายยักษ์ขนาด 9นิ้วและ 8.5 นิ้วมือหนากระหน่ำสาวรูดซอยผิวเนื้อขึ้นลงสวบสาบติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง วินาทีสุดท้ายความสุขสมมันจุกแน่นจนเนื้อตัวสั่นเทาขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูนก่อนจะระเบิดอารมณ์ดิบปล่อยน้ำรักทะลักพุ่งกระฉูดอกพร้อมกันผสานเสียงครางเสียวดังกระหึ่มคูณสองลั่นห้องปิดตาย!
“ซี๊ดดดด... แตกกกก!ออกพร้อมกันเลยไอ้สัส! อ๊าสสสส!” “อ๊ะ... อ๊าาาา... เสียวหัวชิบหาย...แตกกกกแล้ววเว้ยยย!” ปรี๊ด! พรวดดด! พรวดดด! พรวดดด!
น้ำอสุจิข้นคลักสีขาวละมุนเนียนละเอียดระเบิดพุ่งฉีดออกจากมังกรยักษ์ของผมและเจษราวกับปืนฉีดน้ำแรงดันสูงน้ำรักของไอ้เจษพุ่งสายยาวหนาทะลักลงแก้วฉีดกระแทกก้นแก้วจนขึ้นฟองขาวคาวข้นขณะที่น้ำอสุจิของผมขนาด 8.5 นิ้วก็พุ่งกระฉูดรุนแรงไม่แพ้กันฉีดพ่นละเลงเต็มแก้วใสจนเห็นปริมาณความข้นคลักขาวโพลนเนืองนองหมดไส้หมดพุงสะใจขีดสุด หลังจากพายุราคะสงบลงลมหายใจของพวกเราทั้ง 4 คนหอบสะท้านเนื้อตัวเปียกโชกเหงื่อ พวกเรานำแก้วพลาสติกใสทั้ง 4 ใบที่บรรจุคราบน้ำอสุจิสีขาวข้นหนาแน่นมาตั้งเรียงหน้ากระดานเพื่อตรวจเช็กปริมาณผลการแข่งขันทันที...และผลการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ก็ปรากฏแก่สายตา:
อันดับ 1 (ผู้ชนะ) ไอ้เจษ 8 นิ้ว ปริมาณน้ำอสุจิเยอะที่สุด ข้นคลักล้นเกือบครึ่งแก้ว อันดับ 2 กันต์ (ผม) 7.5 นิ้ว ปริมาณน้ำรักสีขาวหนาแน่นไล่เลี่ยตามมาติดๆ อันดับ 3 ไอ้ช้าง 7 นิ้ว ปริมาณน้ำข้นสีขาวขุ่นอยู่ในระดับกลางๆ อันดับ 4 (ผู้แพ้) ไอ้พีร์ 7 นิ้ว ปริมาณน้ำรักน้อยที่สุดและใสที่สุดในกลุ่ม
"ฮ่าๆๆๆ ไอ้พีร์!มึงเปิดเกมท้าเองแต่ดันแพ้กวนตีนซะงั้นนะสัส!"ไอ้เจษหลุดหัวเราะก๊ากอย่างสะใจระเบิดอารมณ์พลางชี้หน้าล้อเลียนหนุ่มตี๋แว่นที่นอนหน้าละห้อยหมดสภาพอยู่บนเตียง
ผมและไอ้ช้างหลุดยิ้มกริ่มชอบใจลลานทันทีพีร์ทำหน้ามุ่ยขยับแว่นสายตาก่อนจะบ่นอุบ "เออๆ กูกลั้นไม่อยู่เองแหละสัสยอมรับสภาพ..."
จากนั้นแก็งวัยรุ่นคึกคะนองที่กำลังได้ใจก็สบสายตากันอย่างมีเล่ห์นัยก่อนที่ไอ้เจษจะขยับตัวลุกขึ้นมาตบโต๊ะดังปังเพื่อประกาศลงมติขั้นเด็ดขาดตามกฎกติกา"ในเมื่อผลออกมาแบบนี้... พวกกูสามคนลงมติว่า คนแพ้อย่างมึงต้องทำตามคำสั่งของพวกกูคนละ1 คำสั่ง!เป็นคำสั่งอะไรก็ได้ห้ามบิดพลิ้ว และห้ามปฏิเสธเด็ดขาดเว้ยไอ้พีร์!"
สายตาของผม เจษ และช้างเริ่มกวาดมองสำรวจเรือนร่างเปลือยเปล่าผิวขาวเนียนของไอ้พีร์ด้วยความสนุกและความกระสันอยากแกล้งขยี้ปมความลับใต้ร่มผ้าที่กำลังจะทวีความเสียวซ่านเปลี่ยนทิศทางไปสู่บทลงโทษอันเร่าร้อนอย่างที่ไอ้พีร์คาดไม่ถึงแน่นอน...
หลังจากที่พายุครากราคะสงบลงและได้ผลสรุปการแข่งขันปั่นมังกรลงแก้วอย่างเป็นเอกฉันท์ความเหนียวเหนอะหนะจากหยาดเหงื่อและคราบอสุจิข้นคลักสีขาวที่เปรอะเปื้อนตามมือตามเท้าก็ทำให้พวกเราทั่ง4 คนต้องรีบพาร่างกายอันเปลือยเปล่าสับเท้าสลับกันเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างตัวชำเลืองชำระคราบราคะออกจนสะอาดสะอ้านพอกลับออกมานุ่งกางเกงใส่เสื้อผ้าตามเดิมด้วยความผ่อนคลายสบายตัวไอ้ช้างหนุ่มอวบตุ้ยนุ้ยกินเก่งที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็ฉีกยิ้มกริ่มอย่างมีเล่ห์นัยรีบประกาศใช้สิทธิ์คำสั่งลงโทษคนแพ้เป็นคนแรกทันที
"ในเมื่อกูได้สิทธิ์สั่งคนแรก...กูขอสั่งเลยแล้วกัน คืนนี้พวกเราต้องไปกินชาบูบุฟเฟต์ในห้างกัน และไอ้พีร์...มึงในฐานะคนแพ้ต้องเป็นคนจ่ายตังค์เลี้ยงพวกกูทุกคนห้ามบิดพลิ้วเด็ดขาดสัส!ฮ่าๆๆ" ไอ้ช้างตบพุงหัวเราะร่าชอบใจลนลาน ไอ้พีร์หนุ่มแว่นลุคตี๋ได้แต่นอนหน้าละห้อยควักกระเป๋าตังค์ขึ้นมาดูพลางตบขมับบ่นอุบ"เออๆ กูกลั้นไม่อยู่ปริมาณสู้พวกมึงไม่ได้เอง ยอมรับสภาพว่ะมื้อนี้กูกระเป๋าฉีกแน่สัส"
ขณะที่เจษกับช้างกำลังคึกคักเตรียมตัวจะออกไปห้างผมที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทางนิ่งขรึมก็เอ่ยปากพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบตามนิสัยพูดน้อยถามคำตอบคำ "พวกมึง... กูว่าชาบูเนี่ย เลี้ยงวันหลังหรือวันอื่นได้ไหมวะพอดีวันนี้กูมีงานสวนค้างอยู่ เดี๋ยวต้องรีบกลับบ้านก่อนไม่งั้นโดนย่าสับเละแน่"
"อ้าว...วัยรุ่นเซ็งเลยว่ะ" เจษบ่นอุบแต่พวกมันก็เข้าใจคาแรกเตอร์เงียบขรึมบ้างานของผมดี สุดท้ายเลยตกลงแยกย้ายผมบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งคู่ใจพุ่งทะยานฝ่าสายลมร้อนของเมืองจันท์ดิ่งตรงกลับบ้านทันที
เมื่อผมขี่รถเข้ามาจอดในเขตรั้วบ้านสวนแสงแดดบ่ายแก่ๆ สาดส่องลงมากระทบตัวบ้านชั้นเดียว ย่าสายใจในวัย 65ปียังคงนอนเอกเขนกเปิดทีวีดูละครน้ำเน่าอยู่กลางโถงบ้านตามประสาคนแก่เจ้าระเบียบส่วนปู่บุญมีวัย 68ปีกำลังนั่งชันเข่าสูบยาเส้นคุยสัพเพเหระกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านทันทีที่เห็นผมดับเครื่องยนต์ ปู่ก็ตะโกนบอกขึ้นมาทันที "อ้าว ไอ้กันต์มาพอดีเลย... รีบขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปตามพ่อกายของมึงในสวนให้ปู่หน่อยสิพอดีเดี๋ยวย่าสายใจแกจะเข้าเมืองไปตลาดเย็น แกเลยจะให้พ่อมึงช่วยขับรถกระบะขับพาไปหน่อย"
ผมพยักหน้ารับคำเบาๆ "ครับปู่...จริงๆ ให้ผมขับรถกระบะพาย่าไปแทนก็ได้นะ"ผมเสนอตัวเพราะไม่อยากให้พ่อต้องเสียงาน แต่ปู่บุญมีรีบโบกมือปฏิเสธพัลวันพลางหลุดหัวเราะ"โอ๊ย! ไม่เอาหรอก ไอ้กันต์... ปู่บอกให้พ่อมึงขับน่ะดีแล้วแกขี่รถเร็วซิ่งปานนั้น ย่าแกขวัญอ่อน นั่งไปสวดมนต์ไปกลัวรถคว่ำตายพอดีรีบไปตามพ่อแกเหอะไป๊"
"ครับ"ผมตอบคำสั้นๆก่อนจะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์บิดคันเร่งแล่นลึกเข้าไปตามร่องสวนมังคุดและทุเรียนที่แผ่กิ่งก้านใบหนาทึบบรรยากาศในสวนลึกเงียบสงัด มีเพียงเสียงนกร้องคลอเบาๆ
ทว่า...เมื่อผมขี่รถมาจนใกล้จะถึงเขตรัศมีของกระท่อมไม้หลังเล็กกลางสวนสายตาคมขรึมของผมก็ต้องสะดุดกึกภาพเบื้องหน้าทำเอาผมต้องรีบชะลอความเร็วรถลงในพริบตาแสงแดดสลัวที่ลอดผ่านใบไม้เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของ พ่อกาย ในวัย 40ปี และเรือนร่างอวบอัดสะบึมเนื้อนมไข่ของ เจ๊วารีเจ้าแม่เงินกู้วัย 45ปี ทั้งคู่กำลังรีบสะดุ้งผงะตัวออกจากกันอย่างรวดเร็วและมีพิรุธขีดสุด! ภาพตรงหน้ามันชัดเจนจนไม่ต้องเดา...ใบหน้าคมเข้มคร้ามแดดของพ่อกายขึ้นสีแดงก่ำ มีหยาดเหงื่อใสๆไหลโซมตามลูกกระเดือกเด่นชัดลงไปตามร่องอกหนาผมเผ้าที่เคยหวีเรียบร้อยกลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เช่นเดียวกับเจ๊วารีสาวใหญ่วัย 45ที่ยืนหอบหายใจกระเส่ากระชับเสื้อผ้าลนลานเสื้อยืดรัดรูปเนื้อบางของเธอหลุดลุ่ย แถมนุ่งกางเกงเจเจขาสั้นกลับด้านและที่โป๊ะแตกที่สุดคือเสื้อเชิ้ตคลุมตัวนอกของพ่อกายดันติดกระดุมสลับรูติดผิดอันอย่างเห็นได้ชัดบ่งบอกว่าก่อนที่เสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์ของผมจะดังเข้ามา ทั้งคู่คงกำลังแอบ"เริงร่าจ่ายดอกเบี้ย"กันอย่างเร่าร้อนบนแคร่ไม้ไผ่ในกระท่อมจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยแน่นอน
หัวใจของเด็กหนุ่มวัย 18 ของผมเต้นระทึกรัวความสับสนระคนเสียวสยิวแล่นปลาบลงสู่ท้องน้อยจนแท่งมังกรขนาด 8.5 นิ้วในกางเกงแอบขยับไหวตื่นตัวขึ้นมาแวบหนึ่งทว่าด้วยมิติตัวตนที่เป็นคนเงียบขรึมและรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อผมจึงแสร้งทำเป็นหน้านิ่งเฉย สายตาเรียบเฉยทำเป็นเหมือนไมเห็นสิ่งผิดปกติใดๆทั้งสิ้น
ผมจอดรถเทียบข้างกระท่อมแล้วเอ่ยปากบอกเสียงเรียบถามคำตอบคำ"พ่อ... ปู่ให้มาตาม ย่าสายใจแกจะเข้าเมืองไปตลาดเย็นนี้แกสั่งให้พ่อรีบกลับไปขับรถกระบะพาแกไปหน่อยครับ"
พ่อกายชะงักกึกมันรีบแกล้งทำเป็นก้มมองกระดุมเสื้อตัวเองพลาางเอามือหนาลูบระบายความเลิกลักแววตาคมดุคู่ของชายหนุ่มใหญ่วัย 40ปีฉายแววโล่งอกที่ผมไม่ได้ทักท้วงอะไร "เออๆ... ขอบใจมากไอ้กันต์เดี๋ยวข้าเก็บมีดแต่งกิ่งแป๊บเดียว แล้วจะรีบตามออกไป" พ่อตอบเสียงพร่าต่ำกราวขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังข่มอารมณ์ดิบที่ค้างคาอยู่โดยที่ทั้งพ่อและเจ๊วารีไม่รู้เลยว่า เด็กหนุ่มพูดน้อยอย่างผมล่วงรู้และบันทึกภาพความลับอันรุ่มร้อนใต้ร่มผ้าของพวกเขาทั้งสองคนไว้ในหัวสมองอย่างละเอียดยิบเรียบร้อยแล้ว...
คล้อยหลังช่วงเย็นหลังจากที่พ่อกายยอมขัดกระดุมเสื้อให้เข้าที่เข้าทางแล้วขับรถกระบะพาย่าสายใจเข้าเมืองไปตลาดพอขากลับส่งย่าลงที่หน้าบ้านปุ๊บ พ่อก็ไม่ได้ทิ้งตัวพักผ่อนยาวอย่างที่เคยพ่อจัดแจงแวะอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เป็นกางเกงเลและเสื้อเชิ้ตลายทหารคอกว้างแสร้งทำเป็นบอกปู่บุญมีว่าจะออกไปกินเหล้าบ้านผู้ใหญ่บ้านทว่าสายตาคมขรึมของผมที่คอยลอบสังเกตเดาออกได้ทันทีว่าพ่อคงทนอารมณ์ดิบที่ค้างคามาจากกระท่อมกลางสวนเมื่อเย็นไม่ไหวเลยหาเรื่องออกไปหาเจ๊วารีสาวใหญ่วัย 45ปีเพื่อ "ส่งดอกเบี้ย" รอบดึกให้หนำใจสมอยากแน่ๆ
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเกือบจะสี่ทุ่มอันเงียบสงัดบรรยากาศรอบบ้านสวนจันทบุรีอบอวลไปด้วยกลิ่นดินและไอชื้นย่าสายใจที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุขี้บ่นจัดการปิดไฟสวิตช์ในห้องนอนส่วนตัวของแกเข้านอนตามระเบียบคนแก่ส่วนปู่บุญมีชราใจดีก็ทิ้งตัวนอนหงายหลังผึ่งลมเย็นๆ สบายอารมณ์อยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านหลังเดี่ยวชั้นเดียวทิ้งให้พื้นที่ในห้องโถงกลางบ้านมีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอทีวีที่ผมกำลังนั่งเปิดดูช่องวาไรตี้ไปเรื่อยเปื่อยเพื่อดึงเวลาและระงับความเสียวซ่านในหัวที่ยังค้างคาจากเรื่องชักว่าวแข่งกันเมื่อกลางวัน
ครืดดด... ซ่า...
เสียงท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซค์ของพ่อขับเข้ามาจอดหน้าบ้านอย่างแผ่วเบาไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่กำยำสูงเกือบ 180เซนติเมตรของพ่อกายก็เดินก้าวขาหนาๆ ข้ามธรณีประตูเข้ามาในโถงบ้านวันนี้พ่อดูท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติ แววตาคมดุดันฉายแววผ่อนคลายขยับรอยยิ้มกริ่มที่มุมปากแถมผิวหน้าดูระยับกระปรี้กระเปร่าราวกับเพิ่งปลดปล่อยพละกำลังชายฉกรรจ์มาอย่างอิ่มหนำพ่อสับเท้าเดินตรงดิ่งมาทางโซฟาไม้ตัวยาวที่ผมนั่งอยู่กลิ่นอายฟีโรโมนของชายหนุ่มใหญ่วัย 40 ปีอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าป่าและกลิ่นยาสูบโชยมาเตะจมูกหนาแน่นบ่งบอกว่าพ่อดริ๊งก์เหล้าฉลองศึกล่าสวาทมาและดูท่าจะเมาเหล้าตึงๆ ได้ที่แน่ๆ "อ้าว...ยังไม่นอนอีกเหรอวะไอ้กันต์"พ่อกายส่งเสียงทุ้มต่ำพร่าทักทายพลางทิ้งตัวลงนั่งเบียดก้นหนาอยู่บนโซฟาข้างกายผมท่อนแขนล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดปูดโปนพาดไปกับพนักพิงพ่อเริ่มชวนผมคุยเรื่องสัพเพเหระ โน่นนี่นั่นไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเมาอารมณ์ดีทั้งเรื่องลมฟ้าอากาศ เรื่องแนวโน้มราคาทุเรียนหมอนทองในปีนี้
ทว่าจู่ๆ พ่อกายก็เงียบไปอึดใจหนึ่งแววตาคมดุคู่คร้ามแดดลอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าคมคายของผมท่ามกลางความสลัวของแสงทีวีก่อนจะโพล่งถามคำถามลองเชิงขึ้นมาดื้อๆ ด้วยน้ำเสียงกระซิบต่ำ
"เออ... ไอ้กันต์ถามจริงเหอะวะ ตอนบ่ายแก่ๆที่แกขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปตามข้าที่กระท่อมกลางสวนน่ะ... แกเห็นอะไรบ้างไหมวะ?"
หัวใจของเด็กหนุ่มวัย 18 ของผมกระตุกรัวไปแวบหนึ่งภาพพ่อกายเสื้อผ้ายับเยินติดกระดุมผิดเม็ดสะดุ้งผงะออกจากเจ๊วารีทรงโตแล่นวาบเข้ามาในหัวทว่าผมยังคงรักษากริยาเงียบขรึมคุมโทนเรียบนิ่ง ทำเพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆแล้วตอบปัดเสียงเรียบถามคำตอบคำไปทันควัน "ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับพ่อผมเห็นพ่อนั่งคุยกับเจ๊วารีอยู่นี่"
พ่อกายได้ยินดังนั้นก็แอบถอนหายใจยาวอย่างลอบถอนใจใบหน้าเข้มหัวเราะหึๆ ในลำคอพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบระบายความเลิกลัก "เออ...ก็ดีแล้ว เรื่องของผู้ใหญ่ว่ะ เด็กๆ วัยรุ่นอย่างแกคงยังไม่เข้าใจหรอก"
คำสบประมาทแฝงความนัยของพ่อทำให้ผมแกล้งทำคิ้วขมวดมุ่นนึกในใจว่า'ถ้าพ่อรู้ว่าพวกผมเพิ่งเอาไม้บรรทัดมาทาบวัดแก่นกายยักษ์ระเบิดน้ำอสุจิใส่แก้วประชันกันมาเมื่อกลางวันพ่อคงไม่พูดคำนี้แน่' พอพ่อกายเห็นสีหน้าขมวดคิ้วไม่พอใจของผม ชายหนุ่มใหญ่วัย 40 ปีที่กำลังเมาได้ที่ก็ฉีกยิ้มกริ่มแววตาประกายวิบวับเลื่อนลงมองสำรวจเป้ากางเกงเจเจของลูกชายที่โตเป็นหนุ่มแน่นฟิตเปรี๊ยะก่อนจะแกล้งแซวต่อปากต่อคำขึ้นมาทันที
"หรือว่า...ลูกชายข้ามันจะไม่เด็กแล้ววะฮะ? รูปร่างล่ำหนาสูงโปร่งขนาดนี้แถมช่วงนี้ชอบทำตัวนิ่งขรึมลึกลับ แอบมีซุกสาวๆ ไว้ที่ไหนหรือเปล่าวะ"
ผมถึงกับหน้าขึ้นสีระเรื่อแสร้งทำเป็นหลบสายตาคมของพ่อด้วยความเขินอายตามประสาวัยรุ่นยิ่งนึกถึงภาพเรือนร่างขาวโพลนของพี่บีมแฟนเพื่อนที่ผมเพิ่งจับพลิกคว่ำคุกเข่าซอยมังกรยักษ์ขนาด7.5 นิ้วตอกอัดเข้าใส่เมื่อคืนก่อนยิ่งทำให้ผมเลิกลักจนต้องรีบเอ่ยปากโบ้ยเสไปหาเรื่องอื่น "ไม่มีหรอกพ่อ...พ่อก็พูดไปเรื่อย"
"เออๆๆข้าไม่ซักไซ้ไล่เลียงละ" พ่อกายหัวเราะชอบใจในท่าทีเขินอายของผมพ่อขยับตัวเข้ามาใกล้ ตบตักผมเบาๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นตามประสาผู้ชายคุยกัน"โตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้แล้ว ทำอะไรก็ระวังๆ หน่อยแล้วกันข้าเป็นเสาหลักบ้านข้าไม่ว่าแกหรอกนะเรื่องที่จะไปมีอะไรกับสาวๆ น่ะวัยคึกคะนองมันเป็นเรื่องธรรมดา... แต่จำคำข้าไว้ให้ดีนะไอ้หนุ่มจะเผด็จศึกใครต้องรู้จักป้องกันและใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งด้วยล่ะ เข้าใจไหม"
พอได้ยินพ่อเปิดทางเรื่องใต้สะดืออย่างเปิดเผยขนาดนี้สัญชาตญาณความคึกคะนองที่ได้ใจปนเปความเสียวสยิวก็ทำให้ผมสบโอกาสแกล้งชำเลืองสายตาคมขรึมมองจ้องหน้าพ่อตรงๆ แล้วเอ่ยปากแซวสวนกลับไปแบบแสบๆ คันๆทันที
"ผมรู้หน่าพ่อ...แต่ว่าแต่ผมเถอะ ตัวพ่อเองน่ะ... อย่าแอบไปทำน้องตัวเล็กๆออกมาให้ผมเลี้ยงก็แล้วกันนะค๊าบบบ" "ฮ่าๆๆๆไอ้สัสกันต์!" พ่อกายถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากเสียงดังลั่นห้องโถงบ้านด้วยความคาดไม่ถึงก่อนจะชี้นิ้วใส่หน้าผมอย่างจับผิดแกมเอ็นดู "ไหนเมื่อกี้มึงบอกว่าไม่เห็นอะไรที่กระท่อมไงวะไอ้เสือ!แสนรู้จริงๆ นะมึง"
พูดจบพ่อกายก็เอื้อมท่อนแขนล่ำหนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเข้ามาคว้าดึงศีรษะของผมเข้าไปขยับขยี้กลุ่มผมสั้นของลูกชายจนยุ่งเหยิงด้วยความรักและความมันเขี้ยวกลิ่นไอตัวเนื้อหนุ่มฉกรรจ์ของพ่อที่บดเบียดเข้ามาใกล้ชิดส่งผ่านความร้อนระอุแปลกๆชวนระทึกใจมันเป็นบทสนทนาเคลียร์ใจที่พวกเราสองคนพ่อลูกได้นั่งหัวเราะและคุยกันยาวนานที่สุดในรอบหลายๆปี... ความเงียบงันและกำแพงหนาทึบที่เคยมี บัดนี้มันเริ่มพังทลายลงพร้อมกับการเปิดเผยความลับและรอยสวาทเสียวซ่านที่กำลังจะแผ่ขยายครอบงำบ้านสวนแห่งนี้ในตอนต่อไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น...
......................................................................... ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|