ซุปเปอร์กันต์
ตอนที่1: จุดเริ่มต้นของซุปเปอร์กันต์
เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งดังระงมผสมกับกลิ่นไอเค็มของทะเลชายฝั่งจันทบุรีมันเป็นเสียงที่ผมได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ แต่ในค่ำคืนนี้เสียงของมันกลับฟังดูอ้างว้างกว่าที่เคย
ผมชื่อ "กันต์" ปีนี้อายุครบ 18ปีบริบูรณ์ หากมองจากภายนอกผมก็แค่เด็กหนุ่มต่างจังหวัดคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงโปร่งตามเกณฑ์ผิวพรรณคร้ามแดดจากการใช้ชีวิตกลางแจ้งแต่ยังคงแฝงความเนียนละเอียดตามวัยหนุ่มกระทง ใบหน้าของผมคมคายคิ้วเข้มหนาพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวยาวที่มักจะฉายแววราบเรียบไร้ความรู้สึกในตาคู่นั้นไม่มีใครเดาออกหรอกว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งบวกกับส่วนสูงเกือบ 180เซนติเมตรและแผ่นหลังที่เริ่มกว้างหนาขึ้นจากการเจริญเติบโตร่างกายของชายหนุ่มมันทำให้ผมดูโตเกินอายุไปมาก
แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทางนิ่งขรึมนี้มันมีความพังทลายซ่อนอยู่ข้างใน ครอบครัวของผมไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมยังจำความไม่ได้ความอบอุ่นที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับจึงขาดหายไปสิ่งเดียวที่เยียวยาผมได้ในตอนนั้นคือ "เพื่อน" และ"ความเร็ว"
ผมเคยเป็นเด็กหนุ่มที่คุยเก่ง ร่าเริงเฮฮา สนุกสนาน ไปไหนก็มีแต่เสียงหัวเราะ จนกระทั่งช่วง ม.5 ชีวิตของผมก็ดิ่งลงเหวความเหงาและการโหยหาการยอมรับทำให้ผมเลือกทางเดินที่ผิด ผมเริ่มติดเพื่อนแฝงตัวเข้าสู่โลกของเด็กแว้น ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งฝ่าความมืดในยามค่ำคืนเสียงเครื่องยนต์ที่แผดร้องและสายลมแรงที่ปะทะใบหน้าในความเร็วระดับเฉียดตายมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
แต่มันก็แลกมาด้วยราคาที่แสนแพง...ผมโดนจับขึ้นโรงพักเป็นว่าเล่น ภาพของพ่อที่ต้องคอยมาประกันตัวด้วยสีหน้าผิดหวังกลายเป็นภาพชินตา และในที่สุด โรงเรียนก็ยื่นคำขาดให้ออกกลางคันตอน ม.5 นับตั้งแต่วันนั้น..."กันต์" คนเดิมที่เคยยิ้มเก่งก็ตายจากไป
แววตาที่เคยสดใสถูกแทนที่ด้วยความหม่นหมองและนิ่งเฉยร่างกายหนุ่มแน่นที่เคยกระปรี้กระเปร่ากลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมผมกลายเป็นคนพูดน้อยลงจนแทบนับคำได้ ถามคำตอบคำสายตาคมคุมโทนความลึกลับจนคนรอบข้างเริ่มเข้าไม่ถึง ไม่มีใครรู้เลยว่าเด็กหนุ่มวัย 18 คนนี้ภายในใจกำลังรุ่มร้อนและโหยหา "บางสิ่ง"ที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในชีวิตอันอ้างว้างนี้อย่างที่สุดบางสิ่งที่จะมาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเงียบขรึมนี้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...
หลังจากที่ชีวิตในรั้วโรงเรียนจบลงอย่างไร้ชิ้นดีโลกของผมก็ย่อส่วนลงเหลือเพียงแค่อาณาเขตของบ้านสวน ที่นี่คือบ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่สไตล์ชนบทที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นทว่าเงียบสงบบนเนื้อที่หลายสิบไร่ที่รายล้อมไปด้วยต้นเงาะ ทุเรียนและมังคุดที่แผ่กิ่งก้านใบจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึงพื้นดินด้านหลังบ้านกลายเป็นพื้นที่หลักในการดำเนินชีวิตใหม่ของผมในฐานะเด็กหนุ่มชาวสวนเต็มตัว
ในบ้านหลังนี้มีผู้อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน... ผม พ่อ ปู่ และย่า
"พ่อกาย" ในวัย 40ปีบริบูรณ์ คือเสาหลักของบ้านพ่อเป็นชายหนุ่มใหญ่ที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำมัดกล้ามเนื้อแขนและแผ่นหลังหนาแน่นไปด้วยพละกำลังจากการตรากตรำทำงานหนักในสวนมาครึ่งชีวิตผิวพรรณของพ่อเป็นสีดำแดงคร้ามแดดดูดุดันและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศที่เติบโตเต็มที่ในตอนเด็กๆ ผมกับพ่อสนิทกันมาก ชนิดที่ว่ากินนอนด้วยกันไปไหนมาไหนตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ พ่อคอยสอนผมขี่จักรยาน สอนปีนต้นไม้และเป็นฮีโร่ในดวงใจของผมเสมอมา ทว่า... นับตั้งแต่ผมเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเริ่มติดเพื่อน และเตลิดเปิดเปิงไปกับแสงสีและเสียงท่อรถในยามค่ำคืนระยะห่างระหว่างผมกับพ่อก็ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัวจากที่เคยคุยกันทุกเรื่องกลับกลายเป็นความเงียบงันและความอึดอัดที่เข้าปกคลุมเมื่อต้องอยู่ร่มหลังคาเดียวกัน
นอกจากพ่อแล้ว บุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในบ้านหลังนี้ก็คือ "ย่าสายใจ" วัย 65 ปีย่าเป็นคนแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบ ขี้บ่น และดุมาก เสียงแป๋นๆของย่ามักจะดังลั่นบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ คอยติติงสารพัดสิ่งตั้งแต่เรื่องกับข้าวไปจนถึงเรื่องความประพฤติของผม ขนาดพ่อกายที่เป็นชายอกสามศอกรูปร่างกำยำและดุดัน เวลาเจอย่าสายใจแผลงฤทธิ์บ่นเข้าให้พ่อยังต้องก้มหน้าเงียบไม่กล้าหงอซะด้วยซ้ำ
แต่ในความเข้มงวดของย่า ผมยังโชคดีที่มี "ปู่บุญมี" วัย 68 ปีคอยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ปู่เป็นชายชราใจดี ยิ้มง่าย และใจเย็นราวกับสายน้ำทุกครั้งที่ผมโดนย่าสายใจเอ็ดตะโรเรื่องที่ทิ้งอนาคตการเรียนหรือเรื่องที่ชอบทำตัวเงียบขรึมถามคำตอบคำก็จะมีปู่บุญมีนี่แหละที่คอยกางปีกปกป้อง แอบส่งสายตาเห็นอกเห็นใจและคอยลูบหัวปลอบใจผมลับหลังย่าเสมอ
"ไอ้กันต์! มัวแต่ยืนเหม่ออะไรอยู่ได้ไปช่วยพ่อแกยกตะกร้าทุเรียนนู่นไป๊! ท่าทางเยาะแยะแบบนี้จะไปทำมาหากินอะไรรอด!"เสียงแหลมสูงของย่าสายใจตะโกนแหวมาจากชานเรือน ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์
ผมไม่ได้ตอบคำถามย่า ทำเพียงแค่พยักหน้ารับคำเบาๆตามนิสัยใหม่ที่กลายเป็นคนพูดน้อย ก่อนจะสับเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังลานดินหลังบ้านที่ซึ่งพ่อกายกำลังยืนพักเหนื่อยอยู่ข้างกองทุเรียนหมอนทองลูกใหญ่
ภาพของพ่อกายในเสื้อกล้ามสีซีดที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนเนื้อผ้าแนบเนื้อเผยให้เห็นแผงอกหนาแน่นและซิกแพกจางๆ ตามวัยของชายฉกรรจ์ที่ยังมีไฟเหลือกำลังหยดเหงื่อใสๆ ไหลรินตามลำคอหนาผ่านลูกกระเดือกเด่นชัดลงไปตามร่องอก ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามล่ำสันนั้นดูมีเสน่ห์พ่อหันมามองผมด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะส่งสัญญาณให้ผมเข้าไปช่วยยกเข่งทุเรียนขนาดใหญ่
นับตั้งแต่พ่อกายแยกทางกับแม่ไปเกือบสิบปีพ่อก็ครองตัวเป็นโสดมาตลอดและไม่มีทีท่าว่าจะหาแม่ใหม่มาให้ผมเลยสักครั้งด้วยความที่พ่อเป็นคนรักสันโดษและทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำสวนทว่าด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำ ใบหน้าคมเข้มดุดัน และเสน่ห์แบบชายฉกรรจ์วัย 40ปีที่เต็มไปด้วยพละกำลังมันจึงช่วยไม่ได้ที่จะมีผู้หญิงในหมู่บ้านแวะเวียนมาแจกขนมจีบและพยายามจะเข้ามาเกาะแกะอยู่เสมอ
และหนึ่งในตัวแม่ที่แสดงออกอย่างเปิดเผยที่สุดก็คือ "เจ๊วารี" ในวัย 45 ปีเจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของตำบล เธอเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องที่สามีทิ้งไปกรุงเทพฯหลายปีแล้ว ส่วนลูกชายทั้งสองคนก็โตจนไปทำงานในเมืองหลวงกันหมดปล่อยให้เจ๊วารีใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่คนเดียวความเหงาบวกกับเสน่ห์ของสาวใหญ่ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีทำให้เธอมีรูปร่างที่สะบึมเย้ายวนใจ เจ๊วารีเป็นคนผิวขาวจัด หน้าตาคมคายจิ้มลิ้มสิ่งที่เป็นจุดเด่นกระแทกตาที่สุดคงหนีไม่พ้นหน้าอกหน้าใจขนาดมหึมาที่อวบอิ่มจนแทบจะทะลักออกมานอกเสื้อคอกว้างที่เธอชอบใส่สะโพกผายและก้นงอนงอนหนาแน่นเต่งตึงตามฉบับแม่ม่ายเนื้อหอม
วันดีคืนดีเจ๊วารีก็มักจะหาเรื่องแวะเวียนมาหาพ่อกายที่บ้านบางวันถึงขั้นเดินกระมิดกระเมี้ยนตามไปหาพ่อถึงในสวนลึกนอกจากสาวแท้ระดับตัวแม่แล้ว เวลาที่ผมขับรถพาย่าสายใจเข้าเมืองไปตลาดก็มักจะมีพวกสาวเทียมรุ่นใหญ่รุ่นเล็กคอยส่งสายตาหวานเยิ้มและแซวพ่อกายผ่านผมอยู่เป็นประจำซึ่งพ่อก็ทำเพียงแค่ยิ้มรับนิ่งๆตามประสาคนอัธยาศัยดีแต่ไม่เคยสานสัมพันธ์กับใครจริงจัง
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่แสงแดดอ่อนๆ เริ่มสาดส่องลงมากระทบผิวกายผมกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมตะกร้า มีดตัดขั้วผลไม้และเชือกป่านใส่ท้ายรถกระบะคันเก่าเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงานในสวน ทันใดนั้นเสียงแหลมสูงที่แฝงความดัดจริตอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังแว่วมาแต่ไกล
"พ่อกายจ๋า~ อยู่บ้านไหมจ๊ะพ่อกายอุ้ย...น้องกันต์"
เจ๊วารีเดินบิดส่ายสะโพกเข้ามาในเขตรั้วบ้านวันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปเนื้อบางกริบจนเห็นขอบบราเซียร์สีดำตัวในเด่นชัดหน้าอกคู่โตขนาดใหญ่โตมโหฬารคู่นั้นขยับกระเพื่อมไหวตามจังหวะการก้าวเดินท่อนล่างนุ่งกางเกงเจเจขาสั้นกุดเผยให้เห็นต้นขาขาวอวบอิ่มและส่วนเว้าส่วนโค้งของก้นใหญ่ที่งอนงามเชิดรั้น
ผมละสายตาจากภาพเย้ายวนตรงหน้าใบหน้าคมเข้มยังคงเรียบนิ่งตามนิสัย "พ่อออกไปสวนแต่เช้าแล้วครับเจ๊"ผมตอบเสียงเรียบ ถามคำตอบคำ
"อ้าวเหรอ แย่จัง... พอดีเจ๊มีธุระด่วนจะคุยกับพ่อเราซะหน่อย"เจ๊วารีแกล้งทำเสียงเสียดาย ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างวัยหนุ่มกระทงของผมสายตาของแม่ม่ายสาวใหญ่เป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามแขนแน่นๆของเด็กหนุ่มวัย 18 "ถ้างั้น...เจ๊ขอติดรถกระบะออกไปสวนด้วยคนสิจ๊ะน้องกันต์ เดินไปเองแดดร้อนแย่ผิวเจ๊จะเสียหมด"
ผมหันไปมองปู่บุญมีที่กำลังนั่งสานสุ่มไก่อยู่ใต้ถุนบ้านปู่ยิ้มตาหยิบหย่งอย่างรู้ทันแกมเอ็นดู ก่อนจะตะโกนบอกผม "เออๆพาน้าเขาไปเถอะไอ้กันต์ ออกกันไปก่อนเลยเดี๋ยวปู่จัดสำรับกับข้าวเสร็จแล้วค่อยขับมอเตอร์ไซค์ตามไป"
"ครับปู่" ผมพยักหน้ารับคำเบาๆ
เจ๊วารีฉีกยิ้มหวานหยดจนตาปิดเธอรีบก้าวขาเรียวขาวขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับทันทีกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้รสเข้มข้นโชยมาเตะจมูกขัดกับกลิ่นไอชื้นของดินและสวนผลไม้สิ้นดีเมื่อผมก้าวขึ้นมานั่งประจำที่หลังพวงมาลัยและติดเครื่องยนต์บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ ของรถกระบะก็เริ่มเปลี่ยนไป...
ความอวบอัดของหน้าอกใหญ่และก้นหนาของแม่ม่ายสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเบียดชิดจนแทบจะไร้ช่องว่าง ทุกครั้งที่ผมเปลี่ยนเกียร์ข้อศอกของผมจะเฉียดไปโดนหน้าอกนุ่มหยุ่นคู่โตของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจเจ๊วารีไม่ได้ขยับหนี ซ้ำยังแกล้งขยับตัวเข้าหา ส่งสายตาเชื่อมเชื่อมมองเสี้ยวหน้าคมคายของเด็กหนุ่มที่บัดนี้ในใจเริ่มสั่นไหวกับความใกล้ชิดอันร้อนแรงนี้อย่างระงับไม่อยู่...
ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกระบะคันเก่าเข้ามาจอดใต้ร่มเงาของต้นมังคุดใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมไม้หลังเล็กกลางสวนเพียงไม่กี่ก้าวกระท่อมหลังนี้ยกพื้นสูงเล็กน้อยมีแคร่ไม้ไผ่สำหรับนั่งพักผ่อนและมุงหลังคาด้วยจากเพื่อกันแดดกันฝนเจ๊วารีก้าวลงจากรถพร้อมกับจริตก้านที่ยังคงพยายามเบียดเนื้อนมไข่อวบอัดเข้ามาใกล้ชิดผมก่อนที่ผมจะผายมือเชิญให้เธอไปนั่งรอที่กระท่อม
"เจ๊นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ลมพัดเย็นดีเดี๋ยวผมเดินไปเรียกพ่อให้" ผมพูดเสียงเรียบนิ่งตามสไตล์เดิม
ผมสับเท้าเดินลึกเข้าไปในโซนสวนทุเรียนหมอนทองจนกระทั่งเห็นแผ่นหลังหนากำยำของพ่อกายในเสื้อกล้ามชุ่มเหงื่อกำลังเอื้อมมือสุดแขนเพื่อใช้มีดตัดแต่งกิ่งแขนงอยู่อย่างขะมักเขม้น
"พ่อ... เจ๊วารีมาหา บอกมีธุระด่วนจะคุยด้วยตอนนี้นั่งรออยู่ที่กระท่อมกลางสวนครับ"
พอสิ้นประโยคของผม พ่อกายชะงักมือทันทีแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามล่ำสันนั้นเกร็งขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนที่พ่อจะค่อยๆ ลดมือลง แววตาคมดุของชายวัย 40 ฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดพ่อพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงจนหน้าอกหนาขยับกระเพื่อม "เออ...เดี๋ยวข้าตามไป แกก็ขึ้นไปแต่งกิ่งต้นเงาะล็อกโน้นต่อแล้วกัน" พ่อบอกเสียงต่ำก่อนจะคว้าผ้าขาวม้ามาเช็ดเหงื่อตามลำคอหนาและร่องอกแผ่ซ่านกลิ่นอายฟีโรโมนของชายฉกรรจ์ดุดันออกมาจนอบอวล
ผมแยกตัวมายังล็อกต้นเงาะคว้าบันไดไม้ไผ่พาดกับกิ่งใหญ่แล้วปีนขึ้นไปทำงานเงียบๆ ลมสวนโชยมาเอื่อยๆทำให้คิดได้ว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเพลงโลไฟฟังคลายเหงาเสียหน่อยแต่พอล้วงกระเป๋ากางเกงก็พบความว่างเปล่า... ผมลืมมันไว้ที่หน้ารถกระบะนั่นเอง
ผมจึงต้องปีนลงมาจากต้นไม้และเดินย้อนกลับมาที่รถซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ กับกระท่อมไม้กลางสวนปกติแล้วผมเป็นคนพูดน้อยและไม่เคยสนใจเรื่องของคนอื่นเลยสักครั้งแต่ท่าทางถอนหายใจอย่างแรงระคนกังวลของพ่อเมื่อครู่มันทำให้ผมรู้สึกสะกิดใจอย่างบอกไม่ถูก เท้าของผมที่สวมรองเท้าบูทลุยสวนจึงค่อยๆ ก้าวอย่างแผ่วเบาย่องเข้าไปหลบอยู่หลังโคนต้นมังคุดใหญ่ที่อยู่เยื้องกับกระท่อมเพื่อแอบฟัง
เสียงสนทนาจากในกระท่อมดังลอดออกมาแผ่วเบาแต่ชัดเจนเพราะบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท
"บอกแล้วไงเจ๊ ว่าช่วงนี้ทุเรียนยังไม่ได้ตัดขายเงินก้อนยังไม่มีหรอก ดอกเบี้ยน่ะฉันจ่ายแน่ขอเวลาอีกสักครึ่งเดือนไม่ได้หรือไง"เสียงของพ่อกายฟังดูทุ้มต่ำและมีความเกรงอกเกรงใจปนเปอยู่ ในใจผมกระตุกวาบ...พ่อไปกู้เงินเจ๊วารีมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยอดเท่าไหร่ก็ไม่รู้
"โอ๊ย... กายจ๋า เจ๊ไม่ได้มาทวงเงินก้อนสักหน่อยวันนี้เจ๊แค่จะมาเก็บดอกเบี้ยตามกำหนด" เสียงของเจ๊วารีในวัย 45 ปี ดังกระเส่าแฝงความนัยน์เย้ายวน ผิดกับจริตปกติที่เคยได้ยิน "เจ๊เหงาจะตายอยู่แล้ว ผัวก็ทิ้ง ลูกก็ไม่อยู่... กายก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอว่าเจ๊อยากได้อะไร"
ภาพที่ผมเห็นผ่านช่องว่างของใบไม้คือ เจ๊วารีขยับร่างอวบอัดเย้ายวนหน้าอกคู่โตขนาดมหึมาบดเบียดเข้าหาท่อนแขนกำยำของพ่อกายมือเรียวของเธอทาบลงบนแผงอกหนาชุ่มเหงื่อของพ่ออย่างถือวิสาสะนิ้วมือลูบไล้ผ่านยอดอกของชายหนุ่มใหญ่ผ่านเนื้อผ้ากล้ามบางๆ ขณะที่พ่อกายได้แต่นั่งนิ่งกรามขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังข่มอารมณ์บางอย่าง
"เจ๊... อย่าทำแบบนี้ ตรงนี้มันในสวนเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" พ่อปรามเสียงพร่าทว่าไม่ได้ผลักไสเรือนร่างสะบึมนั้นออกไปอย่างเด็ดขาด
"ใครจะมาเห็นล่ะจ๊ะ ปู่บุญมีก็ยังไม่มาส่วนน้องกันต์ป่านนี้คงปีนอยู่บนยอดนู่น..." เจ๊วารีหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอสายตาของแม่ม่ายสาวใหญ่วัย 45 เต็มไปด้วยความกระหายอย่างปิดไม่มิด"จำไม่ได้แล้วเหรอ... เมื่อก่อนตอนผัวเจ๊ยังอยู่เรายังแอบมาเริงร่ากันในกระท่อมหลังนี้บ่อยๆ เลยพ่อกายลืมรสรักอันเร่าร้อนของเจ๊วารีคนนี้ไปแล้วหรือไงจ๊ะ ดอกเบี้ยคืนนี้...ขอเปลี่ยนเป็นร่างกายกำยำล่ำสันของพ่อกายมาปรนเปรอเจ๊ให้หายอยากหน่อยเถอะนะ"
หัวใจของเด็กหนุ่มวัย 18 ของผมเต้นรัวราวกับกลองรบ!ความจริงที่ได้ยินทำเอาผมแทบคลั่ง... พ่อกายกับเจ๊วารีแอบมีซัมติงกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยที่เจ๊แกยังไม่เลิกกับผัวด้วยซ้ำ!และตอนนี้พ่อของผมกำลังโดนสาวใหญ่ทรงโตคนนี้ใช้หนี้สินมาคุกคามทางเพศอย่างเห็นได้ชัด
สายตาของผมจับจ้องไปที่ภาพตรงหน้าอย่างตาไม่กระพริบลมหายใจของผมเริ่มติดขัดเมื่อเห็นมือของเจ๊วารีเริ่มล้วงต่ำลงไปเฉียดกรายแถวขอบกางเกงเลของพ่อกาย...บรรยากาศในสวนเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่ากลัว โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มเงียบขรึมอย่างผมกำลังยืนแอบดูและตื่นตัวกับความลับอันลึกซึ้งนี้อยู่ไม่ไกล...
"เออ... คืนนี้ข้าจะไปหาเจ๊ที่บ้านก็แล้วกันแต่ตอนนี้เจ๊กลับไปก่อนเถอะ"เสียงทุ้มพร่าของพ่อกายเอ่ยปากรับคำในที่สุดเพื่อตัดรำคาญทำให้ผมต้องรีบย่องสับเท้าก้าวกลับมาที่ต้นเงาะอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วหัวใจยังคงเต้นโครมครามกับความลับอันร้อนแรงที่เพิ่งได้รับรู้
ไม่นานนัก พ่อเดินมาหาผมที่ล็อกต้นเงาะ สายตาคมขรึมดูมีแววกังวลซ่อนอยู่"กันต์... วันนี้รีบมือทำหน่อยนะ จะได้รีบกลับบ้านเร็วๆ"พ่อบอกแค่นั้นก่อนจะเดินแยกไปทำงานต่อ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็นพ่อก็เดินมาเรียกให้ผมเก็บของขึ้นท้ายรถกระบะแล้วขับกลับบ้านทันทีพ่อบอกทิ้งท้ายไว้แค่ว่าจะออกไปทำธุระในตลาดต่อเพียงคนเดียว
สี่ทุ่มตรง... เสียงเครื่องยนต์รถกระบะดังเข้ามาจอดที่หน้าบ้านผมที่นั่งอยู่ตรงห้องโถงกลางบ้านเห็นพ่อกายเดินยิ้มกริ่มเข้ามาพร้อมกับถือถุงของกินของใช้มาพะรุงพะรัง พ่ออ้างสั้นๆว่าเพื่อนในตลาดให้มาแถมหยิบยื่นให้ฟรีๆ แต่แววตาที่อารมณ์ดีผิดปกติ ผิวหน้าทีกระปรี้กระเปร่าและท่าทางที่ดูผ่อนคลายกว่าเมื่อเช้ามาก มันทำให้ผมเดาได้ไม่ยากเลยว่าพ่อคงไม่ได้ไปแค่ตลาด... แต่คงแวะไป "จ่ายดอกเบี้ย"ให้เจ๊วารีที่บ้านมาเรียบร้อยแล้ว
ผมเลี่ยงเดินเข้าห้องนอนส่วนตัว ปิดประตูล็อกกลอนแน่นหนาความอึดอัดและสับสนทำให้ผมคว้าโทรศัพท์มือถือเข้าแอปพลิเคชันไลน์รีบกดเข้ากลุ่มแชตลับที่มีเพื่อนสนิทรวมตัวกันอยู่ 4 คน คือ ผม(กันต์), เจษ, พีร์ และ ช้าง ทุกคนเป็นแก๊งซิ่งรถด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
ผมพิมพ์เล่าเรื่องที่เจ๊วารีมาเกาะแกะพ่อให้พวกมันฟังคร่าวๆเพราะกลัวว่าตัวเองจะได้แม่ใหม่ชื่อเจ๊วารี พอพวกมันเห็นข้อความในกลุ่มไอ้นักรักประจำกลุ่มอย่างเจษก็พิมพ์สวนขึ้นมาทันที ‘เฮ้ยไอ้กันต์เจ๊วารีนี่ตัวแม่เลยนะเว้ย อวบอัดเนื้อนมไข่ขนาดนั้น พ่อแกคงไม่รอดหรอก’ตามด้วยไอ้พีร์ที่เสริมขึ้นมา ‘เออจริงขาวๆ อวบๆ หน้าอกใหญ่ก้นใหญ่ทรงม่ายเนื้อหอมแบบนั้น ร่องรูแกจะเด็ดขนาดไหนวะเม็ดเสียวจะตึงคัดสู้มือแค่ไหน พวกแกคิดดูดิ๊หอยเจ๊แกจะเยิ้มแฉะฉ่ำน้ำขนาดไหนเวลาโดนกระแทก’ ไอ้ช้างรีบพิมพ์ต่ออย่างคึกคะนองเดาเรื่องใต้ร่มผ้าของสาวใหญ่วัย45 กันอย่างสนุกปาก
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวลามกและรูปร่างสรีระอันอวบอัดของเจ๊วารีผสมผสานกับภาพความลับที่ผมแอบดูที่กระท่อมเมื่อเช้ามันเริ่มแล่นพล่านเข้าสู่สมองของผม ภาพของพ่อกาย ชายหนุ่มใหญ่กำยำสูงเกือบ 180เซนติเมตร ผิวคร้ามแดดล่ำสันกำลังระเบิดอารมณ์ดิบซอยกระแทกกระทั้นแก่นกายใหญ่ยักษ์เข้าใส่ร่องรูสวาทอวบอิ่มที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานของเจ๊วารี...เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆภาพหน้าอกคู่โตมหึมาแกว่งสะบัดโยกคลอนตามแรงส่งของพ่อ...
"อืม..."
ผมครางเครือในลำคอ ความร้อนรุ่มแล่นพล่านลงสู่ส่วนกลางลำตัวท่อนเนื้อชายหนุ่มวัย 18 ของผมตื่นตัวและพองขยายขีดสุดจนดันกางเกงเจเจแทบปริผมพิมพ์บอกเพื่อนในกลุ่มสั้นๆ ‘ง่วงแล้วว่ะ ขอนอนก่อน’แล้วรีบกดปิดหน้าจอแชต ก่อนจะเปิดเข้าแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ (X)ค้นหาคลิปวิดีโอแนวผู้ใหญ่ชวนสยิวเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งกระฉูด
ผมสะบัดกางเกงขาสั้นและกางเกงในหลุดพ้นจากเรียวขายืนเปลือยกายอยู่ข้างเตียง เผยให้เห็นท่อนเนื้อชายหนุ่มขนาดใหญ่โตเกินวัยมันทั้งยาวหนา ขยายตัวแข็งปั๋งดั่งท่อนไม้ ลำเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวไปตามความยาวเส้นขนดกดำล้อมรอบโคนหนา ส่วนหัวเห็ดขนาดใหญ่โตหัวบานฉ่ำวาวเริ่มมีน้ำหล่อลื่นใสๆไหลปริ่มแยกเยิ้มออกมาตรงรอยแตกยอด
มือหนาขรึมของผมเอื้อมลงไปกุมรอบโคนท่อนเนื้ออวบใหญ่สัมผัสความร้อนระอุที่เต้นตุบๆ อยู่ในอุ้งมือจากนั้นเริ่มขยับรูดรั้งผิวหนังกำพร้าขึ้นลงอย่างเนิบนาบ...กายหนุ่มสั่นสะท้านเมื่อส่วนหัวเห็ดบานแดงครูดครัดกับฝ่ามือสากจากการทำงานสวนความเสียวซ่านแล่นริ้วเข้าสู่แกนสมองจนต้องแหงนหน้าอ้าปากสูดลมหายใจเข้าลึก
"ซี๊ด... เจ๊วารี... พ่อกาย..."
ผมครางเรียกชื่อสองคนนั้นออกมาแผ่วเบาจินตนาการกามารมณ์โลดแล่นไม่หยุดยั้ง มือขวาเพิ่มความเร็วในการชักรูดสาวสาวสาวท่อนลำหนายาวอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้น เสียงผิวกายเนื้อกระทบอุ้งมือดังผับๆๆผสานกับเสียงน้ำหล่อลื่นที่ชโลมจนทั่วลำท่อนฉ่ำเยิ้มทุกจังหวะที่มือรูดลงสวบสุดโคนและดึงกระชากกลับขึ้นมาจนหัวเห็ดบานเปิดอ้ามันสร้างความเสียวสยิวจนท้องน้อยของผมบิดเกร็ง
ผมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง แยกขาออกกว้างแผ่นหลังกว้างแอ่นโค้งรองรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานสู่จุดพีก มือขวาสับรูดรัวเร็วปานพายุหัวเห็ดสีเข้มขยายใหญ่จนแทบจะระเบิด น้ำใสๆ ไหลเยิ้มทะลักชุ่มเต็มอุ้งมือสะโพกสอบขยับสวนรับจังหวะมืออย่างกระสันอยาก ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ร่างกายทุกส่วนเกร็งกระตุกแน่นเมื่อความสุขสมแล่นมาจุกอยู่ที่ปลายลำเนื้อ
"อ๊ะ... อ๊า... จะออกแล้ว... ซี๊ดดด!"
ผมขบฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน สับมือรัวๆอีกสี่ซ้าห้าครั้งติดต่อกันอย่างบ้าคลั่งในที่สุดกล้ามเนื้อรอบโคนท่อนเอ็นหนาก็กระตุกรัดอย่างรุนแรงลำลึงค์ใหญ่ยักษ์ผงาดง้ำสะบัดพ่นปล่อยหนามสุขสมออกมาทันที!
ปรี๊ด! ปรี๊ด! พรวดดด!
น้ำเงี่ยนข้นคลักสีขาวน้ำนมแห่งความสุขพุ่งทะยานฉีดกระฉูดออกจากปลายยอดหัวเห็ดอย่างรุนแรงมันพุ่งกระเด็นไปไกลเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้องซิกแพกแน่นๆ และเรียวขาขาวของผมบางส่วนพุ่งฉีดไปติดขอบเตียงเป็นสายหนา ร่างกายหนุ่มแน่นวัย 18 กระตุกเยือกอยู่สามสี่ครั้งพ่นน้ำรักคาวข้นสีขาวไหลทะลักเนืองนองออกมาไม่ขาดสายจนหมดไส้หมดพุง
ผมทิ้งตัวนอนแผ่หลาบนพื้นห้องอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบถี่สะท้านท่อนเนื้อใหญ่ยังคงกระตุกหงึกๆ ปล่อยหยดน้ำขาวข้นหยดสุดท้ายให้ไหลย้อยลงข้างลำแท่งสายตาคมทอดมองน้ำรักสีขาวละเลงเต็มตัวด้วยความรู้สึกทั้งเสียวซ่าน เสพสมและปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดในค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้...
.........................................................................
|