แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ส.เอือก เมื่อ 2026-6-7 10:45
⚠️...คำเตือน...⚠️
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง
การใช้อาวุธและการฆาตกรรม
องค์กรอิทธิพลมืดและอาชญากรรม การค้ามนุษย์
บาดแผลทางจิตใจและการสูญเสีย
การใช้ถ้อยคำรุนแรง ฉากความสัมพันธ์ระหว่างชายรักชาย (Boy Love)
พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวละคร
เนื้อหาบางช่วงอาจส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อ่าน
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน **ฉากอย่างว่าไม่หวือหวาและมีน้อย
...บทนำ....
เกาะเล็กๆ ที่ทอดตัวโค้งเรียวแหลมออกจากแผ่นดินใหญ่ ราวกับเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่กำลังหลับใหลอยู่กลางทะเลอันดามัน ผืนน้ำสีมรกตโอบล้อมเกาะเอาไว้ทุกทิศทาง
แนวเขาเขี้ยวแก้วทอดตัวยาวจากเหนือจรดใต้ เปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง ที่คอยค้ำจุนผืนดินแห่งนี้ใจกลางเกาะมีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต ทั้งผู้คน สัตว์ป่า และผืนป่าโกงกางที่เติบโตเคียงคู่ชุมชนมาหลายชั่วอายุคน จนถูกขนานนามให้ว่า 'เกาะเขี้ยวสมุทร'
ผู้คนบนเกาะดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ยามเช้าออกเรือหาปลา ยามเย็นกลับเข้าฝั่งพร้อมแสงสุดท้ายของวัน ลูกหลานรุ่นต่อมาก็เติบโตขึ้นบนผืนทรายผืนเดียวกับที่บรรพบุรุษ เคยวิ่งเล่นเมื่อหลายสิบปีก่อน
เกาะแห่งนี้อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนแผนที่ แต่สำหรับผู้คนที่เกิดและเติบโตที่นี่ มันคือบ้าน คือรากเหง้า และคือชีวิตทั้งหมดที่พวกเขามี
กระทั่งวันหนึ่ง... เมื่อผู้คนจากภายนอกเริ่มมองเห็นคุณค่าของเกาะแห่งนี้ ไม่ใช่คุณค่าของบ้านเกิด ไม่ใช่คุณค่าของวิถีชีวิต แต่เป็นตัวเลขบนเอกสาร ผลกำไรในอนาคต และอำนาจที่สามารถครอบครองได้
นายทุนจากแผ่นดินใหญ่เดินทางเข้ามาพร้อมคำสัญญาอันสวยหรู ทั้งท่าเรือน้ำลึก โครงการท่องเที่ยว รีสอร์ตริมทะเล พวกเขาเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า 'ความเจริญ' แต่สำหรับผู้คนบนเกาะ... มันคือการสูญเสียบ้านของตัวเองทีละน้อย
ในช่วงเวลานั้นเอง มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นยืนต่อสู้ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นใคร บ้างก็บอกว่าเป็นชาวประมง บ้างก็บอกว่าเป็นผู้นำชุมชน ขณะที่บางคนก็เชื่อว่าเป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่รักและหวงแหนผืนแผ่นดินบ้านเกิด มากกว่าชีวิตของตัวเอง
ไม่ว่าเรื่องเล่าจะเป็นเช่นไร ทุกคนต่างจดจำสิ่งหนึ่งได้เสมอ พวกเขาไม่ยอมขายที่ดินบนเกาะ ไม่ยอมปล่อยให้ลูกหลาน ต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าบนบ้านเกิดของตนเอง
จากคนเพียงหยิบมือ กลายเป็นหลายสิบคน จากหลายสิบคน กลายเป็นหลายร้อยคน จากพ่อสู่ลูก จากครูสู่ศิษย์ เจตนารมณ์ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมา
คนรุ่นนั้นค่อยๆจากไป พร้อมเรื่องราวต่างๆ ก็ทยอยเลือนหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงตำนานและอุดมการณ์ที่ถูกส่งต่อผ่านคำบอกเล่าของคนรุ่นหลัง แต่คำสัญญาของพวกเขาไม่เคยจางหาย
ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรื่องเล่าพวกนั้นจริงแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนบนเกาะเชื่อกันมาตลอดก็คือ ตราบใดที่คลื่นยังซัดเข้าหาฝั่ง ตราบใดที่สายลมทะเลยังพัดผ่านผืนเกาะ ผู้คนบนเกาะต่างเชื่อกันว่า จะต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมารับหน้าที่นั้นต่อเสมอ
*****************
บ่ายวันหนึ่งของฤดูฝน เด็กหนุ่มวัยแตกพานสี่คนก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างไร้เดียงสาอยู่บนชายหาดของเกาะแห่งนี้ เสียงหัวเราะสดใสดังแข่งกับเสียงคลื่น
เด็กหนุ่มร่างเล็กที่สุดเกาะหลังคนที่ตัวโตกว่าแน่น ก่อนจะหัวเราะลั่นเมื่ออีกฝ่ายวิ่งพุ่งเข้าชนเด็กหนุ่มอีกสองคนที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันราวกับแกะ จนเม็ดทรายกระจายฟุ้งไปทั่วชายหาด
ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตข้างหน้า พวกเขาจะต้องเผชิญอะไรบ้าง ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะพัดพาแต่ละคนไปไกลเพียงใด และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า เด็กหนุ่มเหล่านี้ จะกลายเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ที่ถูกส่งต่อมาหลายชั่วอายุคน
ครืนนน.....
เสียงหัวเราะค่อยๆ เงียบลง เด็กหนุ่มทั้งสี่เงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกัน กลุ่มเมฆสีเทาเข้มกำลังเคลื่อนตัวลงต่ำ ปกคลุมผืนฟ้าเหนือทะเลทีละน้อย
ลมทะเลเริ่มพัดแรงขึ้น ราวกับกำลังบอกเตือนว่า... บางสิ่งบางอย่าง กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป
นิยายเรื่องนี้แต่งโดย ....เฉิงกง....
|