|
แชร์ประสบการณ์ Semen Retention ท้าทายตัวเองด้วยการ “เก็บน้ำอสุจิ” 3 เดือน จะทำได้จริงไหม?
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมอยากจะมาเล่าเรื่องส่วนตัวของตัวเองสักหน่อยครับ (ซึ่งสำหรับบางท่านที่ติดตามกันมานาน อาจจะเคยผ่านตากับบางส่วนของเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ถ้าจำได้ก็ถือว่ามาอัปเดตกันนะครับ) พอดีว่าในช่วงนี้ผมได้ตัดสินใจท้าทายตัวเองด้วยสิ่งใหม่ นั่นคือการทำ Semen Retention หรือการเก็บน้ำอสุจิครับ โดยวิธีการของผมคือ ผมยังคงมีการกระตุ้นหรือช่วยตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อผ่อนคลาย แต่ความท้าทายคือผมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองไปถึงฝั่งฝันจนมีการหลั่งออกมาครับ รอบนี้ผมตั้งเป้าหมายเอาไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว คือระยะเวลา 3 เดือน (90 วัน) จุดประสงค์ส่วนหนึ่งก็เพื่ออยากจะรีชาร์จและฟื้นฟูร่างกายตัวเองด้วยครับ เพราะจากที่ลองหาข้อมูลดู พบว่าร่างกายของเราจะรีบูทกลับมาสมบูรณ์เต็มที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 90 วัน จริงๆ แล้วปกติในแต่ละปี ผมมักจะทำชาเลนจ์แบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประมาณปีละ 30 วันครับ แต่รอบนี้อยากลองก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ดูบ้าง ซึ่งตอนนี้เพิ่งเดินทางมาได้แค่ 10 วันเท่านั้นเองครับ (ฮ่าๆ) แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะเล่าในวันนี้หรอกครับ วันนี้ผมแค่อยากจะมาลองบอกเล่าในมุมมองของตัวเอง เพื่อเป็นการแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเก็บน้ำอสุจิของผมที่ผ่านมาครับ จุดเริ่มต้นจากช่วงเรียนออนไลน์ (ปี 2022) หากย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นจริงๆ น่าจะมาจากช่วงสถานการณ์โควิดระบาดครับ ตอนนั้นผมน่าจะเรียนอยู่ประมาณชั้นปีที่ 3 (ช่วงปี 2022) ซึ่งต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้านตลอด ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับการเรียนมาก พอเราว่างและอยู่ติดห้อง สิ่งที่ตามมาคือความฟุ้งซ่านและมีความต้องการทางเพศสูงมากครับ (เงี่ยน) จำได้เลยว่าช่วงนั้นถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ ผมเป็นต้องช่วยตัวเองตลอดจนแทบไม่ได้พักเลย วันนึงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบ บางวันพีคๆ หน่อยก็แตะไปถึง 7-8 รอบเลยก็มีครับ (เป้าบ็อกเซอร์เปียกแฉะตลอด) จนกระทั่งผ่านไปสักพัก ผมเริ่มรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้มันส่งผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของผมอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ ร่างกายอ่อนเพลียมาก ง่วงนอนตลอดเวลา และสูญเสียสมาธิในการเรียนไปเลย ในสมองมันคอยแต่จะคิดถึงเรื่องการผ่อนคลายอารมณ์อย่างเดียว ผมเลยเริ่มมองหาวิธีการที่จะหยุดพฤติกรรมนี้ หรือควบคุมมันให้ได้ จนวันหนึ่งในยูทูปก็มีคลิปแนะนำเกี่ยวกับ Nofap Challenge เด้งขึ้นมา ซึ่งชาเลนจ์นี้ถือว่าท้าทายและตึงมากครับ เพราะกฎคือคุณต้องหยุดช่วยตัวเองและห้ามดูสื่อลามกโดยเด็ดขาด เพื่อเก็บกักพลังงานเอาไว้ในร่างกาย บางคนที่เคร่งมากๆ คือจะยอมปล่อยได้ก็ต่อเมื่อมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ตอนแรกผมก็สนใจนะครับ แต่พอศึกษาข้อมูลลึกๆ ไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าวิธีนี้มันอาจจะตึงและกดดันตัวเองจนเกินไป สุดท้ายผมเลยเลือกทางสายกลางในแบบของตัวเอง นั่นคือ “ผมยังช่วยตัวเองได้ แต่ผมจะไม่ยอมให้มีการหลั่งออกมา” ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์หลังผ่าน 30 วัน จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำ มันทรมานและท้าทายจิตใจมากๆ ครับ กว่าจะประคองตัวเองให้ผ่านช่วง 7 วัน หรือ 14 วันแรกมาได้โดยไม่เผลอปล่อยออกมาก่อนนี่แทบแย่ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ พอผมฝืนทำจนผ่านสัปดาห์ที่ 3 เข้าสู่วันที่ 21 จนถึงวันที่ 30 ได้สำเร็จ กลายเป็นว่าร่างกายผมดูมีพลังงานเยอะขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด อาการง่วงนอนระหว่างวันหายไป แถมเวลาที่ต้องไปนำเสนองานหรือทำกิจกรรม Workshop ร่วมกับคนอื่น จากเดิมที่ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง กลายเป็นว่าทั้งเพื่อนๆ และอาจารย์ต่างพากันชมว่าผมทำกิจกรรมได้ดี อธิบายเข้าใจง่าย และพูดจาฉะฉานขึ้นมาก วินาทีนั้นผมรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองขึ้นมาเลยครับ แต่แน่นอนครับ หลังจากครบกำหนด 30 วัน ผมก็กลับมาช่วยตัวเองตามปกติ (ฮ่าๆ) แต่รอบนี้ผมปรับลดปริมาณลงมาเหลือเพียงวันละ 1-2 รอบ หรือส่วนใหญ่จะเหลือแค่รอบเดียวก่อนนอนเท่านั้นครับ และมีบางวันแถมบ้างแต่ไม่บ่อย หลังจากนั้นผมก็ศึกษาข้อมูลเรื่องนี้มาเรื่อยๆ จนเข้าใจว่า จริงๆ แล้วการช่วยตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติและมีข้อดีในตัวมันเอง เพียงแต่เราต้องควบคุมไม่ให้มันมาส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็พอ หลังจากนั้นผมเลยเลือกที่จะทำเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แทนครับ เช่น เว้นช่วงไม่หลั่งอสุจิสัก 3-4 วันต่อสัปดาห์ หรือบางช่วงก็เว้นไปเลย 1 สัปดาห์ต่อเดือน เพื่อเป็นการรีบูทร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่โอกาสแบบนี้มักจะมาจากการที่ผมยุ่งเรื่องงานหรือติดธุระจนไม่ได้ทำไป 1-2 วัน ผมเลยถือโอกาสนั้นตั้งเป้าเก็บแต้มยาวต่อเลย แต่จะไม่ได้กำหนดระยะเวลายาวนานเท่าครั้งแรกครับ ร่างกายที่ปรับตัวเข้าสู่โหมดอัตโนมัติ พอเข้าสู่ปีต่อๆ มา สิ่งที่น่าทึ่งคือร่างกายมันเหมือนปรับตัวเป็นระบบอัตโนมัติไปเลยครับ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ผมมักจะได้หยุดการหลั่งอสุจิยาวๆ ครบ 30 วันโดยปริยาย เนื่องจากช่วงนั้นงานหนักมากและมีกิจกรรมแน่นสุดๆ จนร่างกายล้าและเพลียจนไม่มีอารมณ์ทางเพศเลยครับ นอกจากนี้ในเดือนอื่นๆ ผมก็สามารถหยุดติดต่อกันได้บ่อยๆ ครั้งละ 4-7 วัน หรือบางปีมีโอกาสลากยาวได้ถึง 14-15 วันติดต่อกันในเดือนนั้นๆ เลยก็มีครับ ชาเลนจ์ใหม่ในกลางปีนี้ (2026) แต่สำหรับปีนี้ (2026) ช่วงเดือนมีนา-เมษาที่ผ่านมา ผมยังไม่ได้ทำชาเลนจ์นี้เลยครับ เนื่องจากมีความเครียดจากหลายๆ เรื่องสะสมเข้ามา แต่ก็ยังมีช่วงที่ได้หยุดพักบ้างสั้นๆ ประมาณ 2-5 วัน ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดว่าจะตั้งเป้าหยุดจริงจังอะไรนะครับ เพราะตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ผมกะว่าจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติและสถานการณ์มากกว่า คือถ้าสะดวกรู้สึกอยากทำก็ทำ ถ้าช่วงไหนควรหยุดก็หยุด ไม่ได้กำหนดวันหรือช่วงเวลาที่ตายตัว ทว่าเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง อยู่ๆ ร่างกายของผมก็เกิดอาการล้าสะสม ทั้งจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีอาการไข้ขึ้นจนป่วย ทำให้ผมไม่ได้ช่วยตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวประมาณ 2 วัน พอร่างกายเริ่มฟื้นตัวและนึกขึ้นได้ ผมเลยคิดว่าไหนๆ ก็เริ่มต้นมาได้ 2 วันแล้ว ลองท้าทายตัวเองครั้งใหญ่ดูหน่อยดีกว่า โดยรอบนี้ขออัปเลเวลตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3 เดือนเต็มในช่วงกลางปีนี้ครับ ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมทำชาเลนจ์นี้ให้สำเร็จด้วยนะครับ สรุปสไตล์ของผม สุดท้ายนี้ สำหรับวิธีที่ผมกำลังทำอยู่ ผมขอนิยามว่ามันไม่ใช่ Nofap นะครับ แต่มันคือ Semen Retention (การกักเก็บน้ำอสุจิ) มากกว่า เพราะแนวทางของแต่ละคนไม่มีสูตรที่ตายตัว สำหรับตัวผมจะนำมาผสมผสานกับเทคนิคที่เรียกว่า Edging (การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ไปถึงจุดสุดยอด) เนื่องจากผมชอบความรู้สึกในขณะที่ผ่อนคลายอารมณ์ แต่เราสามารถควบคุมจิตใจและร่างกายของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ก้าวข้ามเส้นไปจนถึงขั้นหลั่งออกมาได้ มันเป็นความรู้สึกที่ท้าทายและตื่นเต้นดีครับ แล้วทุกคนล่ะครับ มีใครเคยลองทำชาเลนจ์แนวๆ นี้บ้างไหม? หรือมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ มาร่วมคอมเมนต์แชร์มุมมองกันได้นะครับ!
|