ในช่วงบ่ายวันเสาร์กลางเดือนเมษายนที่ร้อนตับแทบแตก ถ้าออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกต้องมีผิวไหม้ไม่มากก็น้อยกันบ้างแน่นอน
ผม ‘อาร์ม’ ที่เพิ่งจบม.หกมาได้ไม่นานลากเก้าอี้มานั่งเล่นโทรศัพท์พร้อมเปิดพัดลมเบอร์สามจ่อเข้าที่หน้าในระยะประชิดจนผมปลิวโชว์หน้าผากกว้างอยู่คนเดียวอย่างเบื่อหน่าย
บนหน้าจอมือถือมีสตอรี่ไอจีที่กลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จักอัปเดตชีวิตตัวเองกันไม่หยุดหย่อน บ้างก็ย้ายไปอยู่หอพักเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็มีกลุ่มที่ยังอยู่บ้านประปรายบ้าง
ส่วนผมเองก็ยังไม่ได้ไปไหนหรอก ไม่รู้จะรีบไปให้ได้อะไรขึ้นมา อยู่บ้านกินอิ่มนอนอุ่นตื่นสายก็พอใจแล้วกับชีวิตที่ได้พักยาวหลายเดือนแบบนี้ รอใกล้เปิดเทอมนู่นแหละผมถึงจะย้ายเข้าหอพัก แน่นอนว่าผมเลือกจะอยู่หอใน ก็เลยชิลล์ได้
มีอีกอย่างที่วันนี้ผมไม่ได้ออกไปเที่ยวคาเฟ่ก็คือ ผมกำลังรอคอยใครคนหนึ่งอยู่ ซึ่งผมถูกพ่อปลุกตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นพร้อมกับบอกประโยคที่ทำให้ผมว้าวุ่น กระสับกระส่ายไปครึ่งค่อนวัน
‘ไอ้อาร์ม ลุกขึ้นมาช่วยพ่อเก็บกวาดบ้านหน่อยดิ๊ เอาแบบสะอาดเอี่ยมเลยนะเว้ย วันนี้พ่อจะมาแม่เลี้ยงเอ็งเข้ามาแนะนำ’ หลังจากบอกผมที่สะลึมสะลืออยู่บนเตียงตัวเขาเองก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ปล่อยให้ผมตะลึงงันด้วยความสับสนแบบไม่ทันตั้งตัวไว้คนเดียว
พ่อของผมชื่อเอก ปีนี้อายุสี่สิบห้าแล้ว เป็นหม้ายลูกติดมาตั้งแต่เมื่อสี่ห้าปีก่อนตอนที่แม่ผมเสียไปเพราะโรคประจำตัว
ถึงอายุของพ่อจะเริ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ร่างกายของแกยังคงฟิตเปรี๊ยะไม่ต่างจากพวกวัยสามสิบต้น ๆ ด้วยซ้ำ
เพราะงานที่พ่อทำมันค่อนข้างจะต้องใช้แรงและร่างกายค่อนข้างหนัก มันเลยเป็นการฟิตหุ่นไปในตัวเป็นผลพลอยได้ยันอายุสี่สิบกลาง ๆ แบบนี้
งานหลักของพ่อคือการซ่อมและรับล้างแอร์ตามบ้าน และในช่วงทำนาก็จะมีการทำนาและรับจ้างไถนาไปด้วย
นอกจากหุ่นที่กำยำ แผ่นหลังกว้างและเต็มไปด้วยมัดกล้าม ท่อนแขนมีเส้นเลือดปูดเป็นเส้นแล้ว สีผิวเข้ม ๆ และความหยาบกร้านของพ่อมันยังช่วยทำให้เขาดูหื่นและเซ็กซี่มากขึ้นกว่าเดิมจากการที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและตากแดดสะสมมานับยี่สิบปี
ถึงเขาจะเป็นคนที่ดูโผงผาง ค่อนข้างดุหรืออาจจะห่ามไปหน่อยตามประสาผู้ชาย แต่เขาก็เป็นคนหาเลี้ยงผมและปู่ย่าที่อยู่บ้านถัดไปประมาณสองซอยด้วยตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่แม่ผมเสียไป
ผมแอบยอมรับลึก ๆ ในใจว่าในฐานะที่ผมชอบผู้ชาย มีหลายครั้งที่ผมมักจะแอบเหลือบมองสรีระของพ่อตัวเองที่มักจะเปลือยท่อนบนและใส่กางเกงบอลตัวบางอยู่บ้านบ่อย ๆ
ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นความคิดที่ไม่ดีแต่ก็หักห้ามใจตัวเองไม่เคยได้สักมี ต้นขาแน่น ๆ กับกล้ามหน้าท้องที่เรียงเป็นแพตรงหน้ามันทำให้ผมลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปทุกที แต่ผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าแอบเหลือบมองเงียบ ๆ เท่านั้น
‘ตึกตัก ตึกตัก’ หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นเมื่อเสียงรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้าน พ่อน่าจะไปรับเมียของเขามาถึงบ้านแล้วล่ะมั้ง
ไม่รอช้า ผมลุกขึ้นพรวดแล้วขยับเท้าเดินไปยังหน้าต่างแล้วแอบส่องสายตามองลอดไปยังช่องของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทด้วยความสับสนปนตื่นเต้น
นี่เราจะมีแม่เลี้ยงแล้วจริงดิ ทำไมทุกอย่างมันเร็วไปหมดเลยวะ นี่พ่อไปแอบคุยกับผู้หญิงตอนไหน ทำไมเราถึงไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง สงสัยผมคงจะละเลยพ่อมากเกินไปแล้วมั้งเนี่ย
ไม่นานนักพ่อก็เป็นฝ่ายที่เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก้าวเท้าลงมา วันนี้เขาดูแปลกตากว่าวันธรรมดาไปมาโข เพราะแกเล่นใส่เสื้อเชิ้ตตัวเก่งกับกางยีนส์ขายาวสีเข้มที่นานทีจะหยิบมาใส่
บนใบหน้าของพ่อประดับด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันมาตลอดทางถึงอารมณ์ดีได้ถึงขนาดนี้
เห็นพ่อเป็นแบบนี้ผมก็ยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก ความคิดในหัวตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด พ่อมีความสุขผมก็ไม่อยากไปขัดให้เขาลำบากใจ แต่ก็ไม่ได้อยากยอมรับในเร็ว ๆ นี้
เฮ้อ พ่อนะพ่อ จะเอาเมียใหม่ก็ไม่บอกให้เราเตรียมตัวเตรียมใจก่อนเลย
ในขณะที่ความคิดของผมกำลังต่อสู้กันอย่างไม่หยุดหย่อนนั้น พ่อผมก็ได้เดินอ้อมไปอีกฝั่งพร้อมเปิดประตูแล้วรับผู้หญิงคนหนึ่งประคองลงจากรถด้วยความอ่อนโยน
“อุ๊บ!” วินาทีที่ผมได้เห็นหน้าผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นเมียใหม่ของพ่อผมก็ต้องตกใจจนยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงที่โพล่งขึ้นแบบไม่รู้ตัว ตัวผมเซไปด้านข้างเล็กน้อยจนต้องยันมืออีกข้างไปที่ผนังเอาไว้
นั่นมัน ‘พี่น้ำ’ นี่นา รุ่นพี่ที่เป็นดาวโรงเรียนของผม เพิ่งจบม.หกไปก่อนหน้าผมเมื่อสองปีก่อน พี่น้ำเนี่ยนะ จะมาเป็นเมียใหม่ของพ่อและเป็นแม่เลี้ยงของผม
ไอ้เหี้ย พ่อผมไปทำอะไรมาถึงทำให้คนที่สวยอย่างพี่น้ำยอมมาเป็นเมียถึงขั้นมาอยู่กินแบบเปิดเผยกับเขาได้ นี่พี่น้ำไม่ได้เรียนมหาลัยอยู่เหรอวะ โอ๊ย สับสนไปหมดแล้วนะโว้ย
ช่วงที่เรียนอยู่พี่น้ำก็เป็นหนึ่งในคนที่สวยที่สุดในโรงเรียนอยู่แล้ว ทุกกิจกรรมของโรงเรียนพี่น้ำจะมีส่วนร่วมตลอด เพราะครูมักจะจองตัวเป็นคนแรก ๆ
ไม่เจอแค่สองปีเหมือนเธอจะสวยขึ้นกว่าตอนสมัยเรียนไปอีกขั้นเลย ด้วยความที่โตเป็นสาวกว่าตอนนั้นด้วย นับอายุดูพี่น้ำก็น่าจะเพิ่งยี่สิบเองมั้ง ตีไปมากกว่าผมสองปี
ผิวนี่ขาวจั๊วะ ขาวจนแทบจะเรืองแสงได้ รูปร่างเพรียวบาง สูงโปร่ง ความสูงของพี่น้ำราว ๆ ระดับสายตาของพ่อพอดี ซึ่งพ่อของผมสูงน่าจะร้อยแปดสิบต้น ๆ
ทรวดทรงของเธอเองก็โค้งเว้าชัดเจน ยิ่งใส่เสื้อเอวลอยตัวเล็กรัดติ้วกับกระโปรงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียนก็ยิ่งขับสัดส่วนให้ชัดมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ไอ้อาร์ม ออกมาหาพ่อหน่อยซิ” พ่อเบนหน้ามาทางตัวบ้านแล้วตะโกนเรียกผมเสียงดังสนั่น พร้อมกับที่ขยับแขนไปโอบเข้าที่เอวคอดกิ่วของพี่น้ำไปด้วย
“ครับ!” ผมเดินไปที่ปลายบันไดก่อนที่จะขานรับทำท่าทางเหมือนเพิ่งลงจากชั้นบน
“ฮู่วว” ผมทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูบ้านออกไปประจันหน้ากับคู่ใหม่ปลามันที่ยืนโอบกันอยู่หน้าบ้าน
เมื่อทั้งคู่เห็นว่าผมออกมาแล้ว พ่อเองก็รัดเอวของพี่น้ำแน่นขึ้นกว่าเดิม ท่อนแขนล่ำสีเข้มของพ่อตัดกับสีผิวของพี่น้ำเป็นคนละเฉดเลย เหมือนต้องการแสดงความเป็นเจ้าของต่อผมอย่างเห็นได้ชัด
โถ่ พ่อครับ ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงสักหน่อย
“นี่พี่น้ำนะ เมียพ่อเอง ต่อจากนี้ไปพี่น้ำจะย้ายมาอยู่ที่นี่กับเรา มึงเรียกเขาว่าพี่น้ำก็ได้” พ่อแนะนำตัวพี่น้ำให้ผมรู้จักแบบเรียบ ๆ จากนั้นเขาก็หันหน้าไปพูดกับพี่น้ำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลงแบบเห็นได้ชัด “นี่ไอ้อาร์ม ลูกชายคนเดียวของพี่ เพิ่งเรียนจบม.หก อีกไม่กี่เดือนก็จะได้ไปเรียนต่อมหาลัยที่ต่างจังหวัดแล้วล่ะ”
“สวัสดีจ้ะน้องอาร์ม พี่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ” พี่น้ำมองหน้าผมแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้ แม้จะมีอาการประหม่าเล็กน้อยก็ตาม
ไม่มีทางที่พี่น้ำจะไม่คุ้นหน้าผมแน่นอน ถึงแม้ผมเองจะไม่ใช่คนดังในโรงเรียนอะไรก็ตาม แต่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอที่พวกเราเรียนมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ยังไงก็ต้องคุ้นเคยกันบ้างแหละน่า
“สวัสดีครับพี่น้ำ” ผมเองก็ไหว้สวัสดีพี่เขาไปแล้วก็เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ โอ๊ย เกลียดสถานการณ์อึดอัดแบบนี้ที่สุดเลยว่ะ
“ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะน้ำ ไอ้อาร์มมันนิสัยดีนะ ไม่เกเร เอางี้ เดี๋ยวพี่จะพาเดินดูบ้านและรอบบ้านแล้วกันเนอะ” พ่อเป็นฝ่ายที่พูดขึ้นเพื่อแก้สถานการณ์ ไม่วายฝ่ามือยังแอบลูบหน้าท้องของพี่น้ำเบา ๆ ไปด้วย
ซึ่งพี่น้ำเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าอยากจะขัดขืนแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังยิ้มและพยักหน้ารับกับคำพูดของพ่อผมแบบตามใจ
ผมมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ที่เดินผ่านผมไปแล้วคุยกระหนุงกระหนิงตาไม่กะพริบ พ่อพูดจ้อแนะนำนู่นนี่ไม่หยุดปาก พี่น้ำเองก็คอยตามน้ำแสดงอาการตื่นเต้นและสนใจไปกับพ่อตลอด
“น้ำร้อนมากเลยพี่เอก อยากอาบน้ำแล้วอ่า” หลังจากที่พ่อพาพี่น้ำเดินสำรวจจนทั่วบ้านแล้ว เขาก็โอบเอวพี่น้ำเดินเข้ามาหยุดลงไม่ไกลจากผมที่นั่งไถมือถืออยู่กลางบ้าน พร้อมกับคำพูดน้ำเสียงที่ออดอ้อนของพี่น้ำที่มีต่อพ่อของผมเสียงหวาน
“โอเคจ้ะ ขึ้นไปด้านบนกันนะ เดี๋ยวพี่จะพาขึ้นไปดูห้องของเรากัน แล้วเดี๋ยวน้ำค่อยอาบทีเดียวเลยนะคะ”
ช็อกเลยสิผม ได้ยินประโยคนี้จากพ่อสุดห่ามเข้าไป ตายแล้วลุงเอก นี่หลงเมียเด็กถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย พูดคะขาซะด้วย
“ไอ้อาร์ม ยกกระเป๋าของพี่น้ำหลังกระบะขึ้นไปวางไว้ที่หน้าห้องพ่อให้หน่อยนะ” ก่อนที่จะขึ้นบันได พ่อได้หันมาออกคำสั่งกับผมที่ทำหน้าเหลือเชื่ออยู่ที่เดิมแล้วจึงเดินขึ้นไปชั้นบนโดยที่ไม่ได้สนใจผมอีก