ความลับแห่งสายเลือด ตอนที่8: สามหนุ่มในกรงขังแห่งตัณหา เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปเหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนอย่างเชื่องช้าในห้องเช่าแคบๆความเงียบเหงายังคงปกคลุมชีวิตของ พ่อชัย และ นนท์ ร่องรอยของแม่สายมะปราง และเจ้าเปาเริ่มจางหายไปพร้อมกับฝุ่นที่เกาะตามข้าวของที่พวกเขาไม่ได้เอาไปด้วยพ่อชัยดูซูบลงเล็กน้อยแต่ร่างกายยังคงความบึกบึนแน่นหนา ส่วนนนท์ก็ยังคงทำหน้าที่ร.ป.ภ. กะดึกอย่างขยันขันแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความฟุ้งซ่านในใจ
แต่แล้วเย็นวันหนึ่งเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยก็มาจอดหน้าห้องพร้อมกับร่างกำยำของชายที่หายหน้าไปนาน
พี่เก่ง เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางที่ดูแปลกไปจากเดิมเขาไม่ได้ใส่เครื่องแบบ ร.ป.ภ. อีกแล้ว แต่สวมเสื้อยืดรัดรูปสีดำที่เน้นให้เห็นมัดกล้ามแขนและแผงอกที่หนาแน่นผิวพรรณของเขาดูผ่านกรำแดดมามากขึ้นใบหน้าคมสันดูมีความเครียดแฝงอยู่แต่ก็ยังคงรอยยิ้มมาดกวนไว้ได้
"ว่าไงพี่ชัย... นนท์... ผมกลับมาแล้ว"เก่งเอ่ยเสียงเรียบ
พ่อชัยเงยหน้าขึ้นจากแก้วเหล้า ดวงตาที่เป็นประกายขึ้นมาทันที"ไอ้เก่ง! หายไปไหนมาวะเป็นเดือนๆ แล้วนั่น... ทำไมสภาพเป็นงี้?"
หลังจากบทสนทนาเริ่มต้นขึ้น ความจริงก็ถูกเปิดเผยพี่เก่งลาออกจากงานตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเพราะสู้หน้าใครไม่ติดและที่สำคัญที่สุด เขาเลิกกับก้อยไปแล้ว ก้อยหนีไปอยู่กับผัวใหม่ทิ้งให้เก่งต้องเผชิญกับความว่างเปล่าและหนี้สินค่าเช่าห้องที่รุมเร้าจนเขาแบกรับไม่ไหว
"ตอนนี้ผมไม่มีที่ไปจริงๆ พี่... ห้องเช่าก็โดนยึดเงินก็หมด" เก่งสารภาพอย่างไม่อาย
ด้วยความเป็นเพื่อนที่เคย "ร่วมรบ" กันมาบนเตียงพ่อชัยไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ "เออ! ไม่ต้องคิดมาก มาอยู่ด้วยกันที่นี่แหละบ้านสามชายหนุ่มมันจะไปยากอะไร นนท์! ไปสั่งหมูกระทะมาชุดใหญ่แล้วไปซื้อเหล้ามาเพิ่ม วันนี้เราจะฉลองโสดให้ไอ้เก่งมัน!"
ไม่นานนักกลิ่นหอมของมันหมูที่ย่างบนเตาถ่านก็คละคลุ้งไปทั่วห้องเช่าแคบๆ ทั้งสามหนุ่มนั่งล้อมวงกันในสภาพที่กึ่งเปลือยเนื่องจากความร้อนของเตาและอากาศที่อบอ้าว
· พ่อชัย: ถอดเสื้อโชว์รอยสักยันต์อาบเหงื่อ มัดกล้ามเนื้อวัย 48 ปี ยังคงดูแข็งแกร่งและหนาแน่นราวกับเหล็กกล้าแผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนขยับตามจังหวะการคีบหมู · พี่เก่ง: สวมเพียงกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อบางที่เน้นให้เห็นท่อนขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและแรงส่งส่วนเกินภายใต้กางเกงของเขานูนเด่นชัดเจนจนนนท์ต้องลอบมองบ่อยๆ · นนท์: ชายหนุ่มผิวแทนเข้มที่สูงถึง180 ซม. นั่งตัวตรงมัดกล้ามท้องเป็นลอนสวยงามจากการทำงานหนัก ความอ่อนเยาว์ของเขาดูขัดกับความเก๋าของรุ่นใหญ่ทั้งสองแต่เขากลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด
แอลกอฮอล์เริ่มทำหน้าที่ของมันความประหม่าหายไปแทนที่ด้วยความดิบเถื่อนของลูกผู้ชายพี่เก่งรินเหล้าเข้าปากพลางจ้องมองไปที่พ่อชัย "พี่ชัย... ตั้งแต่เจ้สายไม่อยู่พี่ 'เหงา' บ้างไหม?"
พ่อชัยหัวเราะห้าวๆ พลางลูบเป้ากางเกงตัวเองอย่างไม่ปิดบัง "ถามได้ไอ้เก่ง... คนอย่างข้าขาดเรื่องแบบนี้ได้ที่ไหนล่ะวะบางคืนนอนไม่หลับ ต้องควักออกมากล่อมตัวเองจนเหนื่อยน้ำข้าพุ่งเต็มฝาผนังห้องน้ำไปหมดแล้ว"
คำพูดของพ่อชัยทำให้นนท์ถึงกับสำลักน้ำเปล่า เขาเห็นพ่อพูดถึง ความภาคภูมิใจที่มีขนาดใหญ่และยาวของตนเองอย่างเป็นเรื่องปกติ พี่เก่งยิ้มเจ้าเล่ห์พลางขยับเข้าไปใกล้พ่อชัย"ผมก็เหมือนกันพี่... ตั้งแต่ไม่มีก้อย มือผมแทบจะพองแล้วของผมมันก็ไม่ไช่เล็กๆ พี่ก็เห็น วันนี้มาอยู่ด้วยกันสามคนแบบนี้...ผมว่ามันน่าจะมีอะไรสนุกๆ ทำมากกว่ากินหมูกระทะนะ"
พื้นที่ในห้องเช่าถูกจัดสัดส่วนใหม่พี่เก่งย้ายข้าวของเข้ามาอยู่รวมกับนนท์หลังม่านกั้นความแออัดทำให้ร่างกายของทั้งสามต้องเสียดสีและปะทะกันอยู่บ่อยครั้ง กลิ่นสาบหนุ่มกลิ่นเหงื่อ และกลิ่นความต้องการเริ่มอบอวลจนหายใจลำบาก
นนท์นั่งมองพี่เก่งที่กำลังจัดที่นอนข้างๆ เขาเห็นจังหวะที่เก่งก้มตัวลงจนกางเกงขาสั้นถลกขึ้นเผยให้เห็นต้นขาที่กำยำและรอยสักบางส่วนนนท์รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาที่หน้า เขาเริ่มจินตนาการถึงเหตุการณ์ในอนาคตเมื่อผู้ชายที่มีความต้องการสูงสามคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน โดยไม่มี"ผู้หญิง" มาเป็นตัวกลางอีกต่อไป
"นนท์... มองอะไรวะ?" เก่งหันมาถามพร้อมสายตาวาววับ"หรือว่าแกอยากให้พี่ 'ช่วย'อะไรหรือเปล่า?"
พ่อชัยที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้านนอกม่านคำรามเบาๆ ในลำคอสายตาของเขามองลอดช่องว่างของม่านเข้ามาจ้องมองลูกชายและเพื่อนรุ่นน้องด้วยความนัยบางอย่างความเงียบที่เกิดขึ้นตามมาไม่ใช่ความสงบแต่มันคือการตั้งเค้าของพายุอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่และดิบเถื่อนกว่าเดิมหลายเท่า
ความลับแห่งสายเลือด
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปในห้องเช่าแคบๆที่ดูเหมือนพื้นที่จตุรัสนี้จะเล็กลงไปทุกทีเมื่อมีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สามคนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกลิ่นอายของแป้งเย็นผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลและควันบุหรี่จางๆกลายเป็นกลิ่นประจำบ้านที่ นนท์ เริ่มจะคุ้นชิน แต่สิ่งที่เขาไม่เคยชินเลยคือ"มวลความร้อน" บางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายของ พ่อชัย และ พี่เก่งทุกครั้งที่พวกเขาอยู่ใกล้กัน
ด้วยความที่ทั้งพ่อชัยและพี่เก่งต่างก็เคยผ่านการฝึกหนักในกรมทหารมาเหมือนกันความเป็นระเบียบแบบลูกทุ่งและความ "ไม่อาย"ในสรีระของเพศเดียวกันจึงกลายเป็นเรื่องปกติ ภายในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมเก่าๆ ที่หมุนส่ายไปมา ทั้งสองคนจึงมักจะเปลือยท่อนบนและสวมเพียง "กางเกงใน" ตัวเดียวเดินไปมาเพื่อระบายความร้อน
นนท์ ซึ่งนั่งอยู่มุมห้องแสร้งทำเป็นกดโทรศัพท์แต่ดวงตาของเขากลับคอยลอบสังเกตความเปลี่ยนแปลงของชายรุ่นใหญ่ทั้งสองอย่างเงียบๆ
· พ่อชัย: ในวัย 48 ปีร่างกายของเขายังคงความหนาแน่นราวกับกำแพงอิฐมัดกล้ามเนื้อแขนและไหล่กว้างประดับด้วยรอยสักยันต์ที่ดูขลังและดุดันทุกครั้งที่เขาเดิน กางเกงในผ้าฝ้ายสีเข้มจะรัดตึงจนเผยให้เห็น ความภาคภูมิใจที่มีขนาดใหญ่และยาวเฟื้อยของเขาอย่างเด่นชัด มันขดตัวหนาแน่นอยู่ภายในจนเห็นเป็นรูปทรงที่น่าเกรงขามผิวสีแทนเข้มของพ่อมีหยดเหงื่อซึมตามร่องกล้ามเนื้ออกที่ดกดำไปด้วยไรขนสื่อถึงความเป็นชายชาตรีที่ยังมีไฟเหลือล้น
· พี่เก่ง: แม้อายุจะน้อยกว่า แต่ความกำยำไม่ได้แพ้กันพี่เก่งมักจะสวมกางเกงในสีสว่างที่เน้นให้เห็น ท่อนขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและส่วนกลางลำตัวที่นูนเด่นไม่แพ้พ่อชัย รูปร่างของเขาดูเพรียวกว่าแต่แฝงไปด้วยความคล่องแคล่วและพละกำลัง
หลายครั้งที่นนท์เห็นพวกเขาหยอกล้อกันตามประสาเพื่อนฝูงมีการตบไหล่ บีบแขน หรือแม้แต่การนั่งเบียดเสียดกันบนม้านั่งไม้เพื่อดื่มเหล้าขาวความใกล้ชิดนั้นทำให้นนท์เริ่มคิดฟุ้งซ่านเขาจำภาพที่พ่อชัยกระแทกกระทั้นก้อยอย่างดุดันได้ติดตาและเขาก็รู้ดีว่าพี่เก่งเองก็เสือร้ายไม่เบา
"ถ้าผู้ชายสองคนที่ 'หิว' และ 'ใหญ่' ขนาดนี้ต้องมาอยู่ด้วยกัน...มันจะเกิดอะไรขึ้น?" นนท์ถามตัวเองในใจด้วยความหวาดระแวง
สิ่งที่ทำให้นนท์ใจสั่นที่สุดคือ "การอาบน้ำ"ด้วยพื้นที่ห้องน้ำที่จำกัดและเวลาที่เร่งรีบก่อนที่พ่อชัยจะออกไปขับวินมอเตอร์ไซค์และพี่เก่งจะออกไปหางานทำ ทั้งคู่จึงมักจะเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกันโดยไม่คิดอะไร
เสียงน้ำจากฝักบัวซ่าๆผสมกับเสียงคุยกันเรื่องงานและเรื่องสัพเพเหระลอดออกมาจากประตูไม้ที่ปิดไม่สนิทนนท์ที่นั่งอยู่ข้างนอกแอบเห็นเงาผ่านกระจกฝ้า... เงาของร่างสองร่างที่เปลือยเปล่าแผ่นหลังกว้างของพ่อชัยที่มีรอยสักเสือเผ่นขยับไปมาใกล้กับร่างของพี่เก่งที่กำลังฟอกสบู่
นนท์จินตนาการไปถึงภาพข้างใน...ภาพของความเป็นชายสองอันที่อาจจะบังเอิญเสียดสีกันภายใต้ฟองสบู่ความใหญ่ยาวของพ่อชัยที่สั่นระริกท้าทายความมหึมาของพี่เก่ง หัวเห็ด ที่บานป่องของทั้งคู่อาจจะกำลังขยายตัวขึ้นตามสัญชาตญาณเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับมวลกล้ามเนื้อและความเป็นชายด้วยกันแม้ในความเป็นจริงพวกเขาอาจจะแค่ถูหลังให้กันธรรมดาแต่นนท์กลับรู้สึกเสียวซ่านและกังวลจนแทบบ้า
ความกังวลของนนท์พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากแม่สายเสียงของแม่สั่นเครือบอกว่าเจ้าเปาน้องชายคนเล็กไม่สบายหนักและคิดถึงพี่ชายมากนนท์ไม่มีทางเลือก เขาต้องรีบเดินทางกลับขอนแก่นทันทีในเย็นวันนั้น
"พ่อ... ผมต้องไปขอนแก่นนะ แม่โทรมาบอกว่าไอ้เปามันป่วยหนัก"นนท์บอกพ่อชัยขณะที่พ่อยืนเช็ดตัวอยู่กลางห้องในสภาพที่มีเพียงกางเกงในตัวเดียว
พ่อชัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึม"เออ... ไปเถอะนนท์ ดูแลแม่กับน้องด้วย ทางนี้ไม่ต้องห่วง มีไอ้เก่งอยู่ข้าดูแลตัวเองได้"
พี่เก่งที่นั่งรินเหล้าอยู่ใกล้ๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้แขกรับเชิญ"เดินทางปลอดภัยนะไอ้นนท์ เดี๋ยวพี่จะช่วยดู 'ทางนี้'ให้เอง ไม่ต้องห่วงพ่อแกหรอก"
นนท์หิ้วกระเป๋าเดินออกจากห้องด้วยหัวใจที่หนักอึ้งเขามองย้อนกลับไปเห็นภาพพ่อชัยและพี่เก่งนั่งอยู่บนเตียงเดียวกันแสงไฟจากหลอดนีออนสีสลัวจับที่ร่างกายกำยำของทั้งสองคนชายสองคนที่มีความต้องการสูงและมีสรีระที่ "ล้นหลาม"ต้องมาอยู่กันตามลำพังในห้องที่ไม่มีใครคอยเป็นหูเป็นตา
"อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย..." นนท์พึมพำกับตัวเองขณะเดินออกจากห้องเช่า
ในใจของเขายังคงติดตาอยู่กับภาพความเป็นชายของทั้งคู่ที่นูนเด่นภายใต้กางเกงในและจินตนาการถึง น้ำข้นสีขาวแห่งความสุข ที่อาจจะพุ่งทะลักออกมาผสมผสานกันในคืนที่ไร้คนเฝ้ามองความกังวลนี้กัดกินใจเขาไปตลอดทางสู่ขอนแก่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเมื่อเขากลับมา... บ้านสามหนุ่มสามมุมหลังนี้จะยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่
................................................................................................ undefinedundefinedundefined ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|