|
ความลับแห่งสายเลือด ตอนที่ 3:รสสวาทอาบยาพิษ... และความจริงที่ซ่อนเร้น สามวันผ่านไปหลังจากคืนวันเกิดที่แสนรัญจวนใจแต่นนท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของเขาถูกหมุนเหวี่ยงไปคนละทิศทางในห้วงความคิดของเขาไม่มีที่ว่างให้กับเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัวอีกต่อไปทุกครั้งที่เขาหลับตา ภาพของก้อยที่กระโจมอกด้วยผ้าถุง และภาพของน้ำรักสีขาวขุ่นที่ผสมปนเปกันบนหน้าท้องของเธอมันคอยตามหลอกหลอนและปลุกเร้าอารมณ์ให้เขาตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ที่ป้อมรักษาความปลอดภัยพี่เก่งยังคงเป็นพี่ชายคนเดิมที่ร่าเริงและทะลึ่งตึงตัง "เฮ้ย นนท์...วันนี้เป็นไรวะ เห็นเหม่อๆ หรือว่าติดใจรสชาติบทเรียนวันนั้น"พี่เก่งกระเซ้าพลางตบหลังแรงๆ นนท์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ พลางหลบสายตาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกัดกับความปรารถนาที่พุ่งพล่านในใจ
"วันนี้กูต้องเข้ากะดึกควบสองกะเลยว่ะนนท์เมียกูน่ะสิ... บ่นว่าอยากได้เครื่องซักผ้าใหม่ กูเลยต้องยอมเหนื่อยหน่อย"พี่เก่งบ่นอุบแต่ใบหน้ามีรอยยิ้ม คำพูดนั้นเหมือนเสียงระฆังที่จุดประกายไฟในใจของนนท์'พี่เก่งเข้ากะดึก...แสดงว่าพี่ก้อยอยู่บ้านคนเดียว'
เวลา 20.30น. ท้องฟ้ามืดสนิทมีเพียงแสงไฟข้างทางที่สว่างยาวบนท้องถนนนนท์ควบมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังบ้านเช่าของพี่เก่งหัวใจของเขาเต้นรัวประหนึ่งกลองรบทุกจังหวะของการบิดคันเร่งคือการตัดสินใจที่ข้ามผ่านเส้นกั้นแห่งศีลธรรมเขาอ้างกับตัวเองว่าแค่จะเอา "ของฝาก"ไปให้ก้อยแทนคำขอบคุณสำหรับวันนั้น
เมื่อถึงหน้าบ้านเช่า ไฟในบ้านยังคงเปิดสว่างนนท์จอดรถอย่างเงียบเชียบก่อนจะเดินไปเคาะประตูไม้เก่าๆ ก๊อก... ก๊อก... "ใครคะ?"เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังมาจากข้างใน "ผมเองครับพี่ก้อย...นนท์ครับ"
ประตูเปิดออกช้าๆ ก้อยยืนอยู่ตรงนั้นเธอสวมชุดนอนผ้ามัสลินตัวบางสีชมพูอ่อนที่ยาวเลยเข่ามานิดเดียวสายเดี่ยวเส้นเล็กเน้นให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนและเนินอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจเมื่อเห็นว่าเป็นนนท์ ดวงตาของก้อยก็สั่นไหววูบหนึ่ง
"นนท์...มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? พี่เก่งยังไม่กลับนะ" "ผม...ผมแค่ผ่านเอาขนมมาฝากครับ" นนท์ยื่นถุงขนมให้ แต่มือของเขาสั่นจนสังเกตเห็นได้ชัดสายตาของเขาไม่ได้มองที่ถุงขนม แต่มันจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มของก้อย
ก้อยมองลึกลงไปในดวงตาของรุ่นน้องคนสนิทเธอเห็นความโหยหาและความอัดอั้นที่ปิดไม่มิดความเงียบระหว่างคนสองคนในซอยที่ไร้ผู้คนนั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูด "เข้ามาข้างในก่อนสิ...ยืนข้างนอกเดี๋ยวคนจะสงสัย"
ทันทีที่ประตูบ้านปิดลงความตึงเครียดที่สั่งสมมาหลายวันก็ระเบิดออกนนท์วางถุงขนมลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะรวบรวมความกล้าคว้าข้อมือของก้อยไว้"พี่ก้อย... ผม... ผมลืมเรื่องคืนนั้นไม่ได้เลย" ก้อยไม่ได้สะบัดมือออกเธอกลับขยับเข้ามาชิดจนทรวงอกอวบอิ่มสัมผัสกับแผงอกหนาของนนท์ภายใต้ชุด ร.ป.ภ."พี่ก็เหมือนกันนนท์... ของนนท์น่ะ มันยังติดตาพี่อยู่เลย"
คำพูดนั้นคือเชื้อไฟชั้นดีนนท์ก้มลงจูบปิดปากก้อยอย่างโหยหา รสจูบนั้นทั้งหวานและร้อนแรง กลิ่นแป้งเด็กจางๆจากผิวกายของก้อยผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของชายหนุ่มทำให้อารมณ์เตลิดไปไกลนนท์ใช้มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนสัมผัสถึงความนุ่มนวลของส่วนโค้งเว้าที่เขาเคยได้เพียงแค่ดู
ก้อยช่วยนนท์ปลดกระดุมชุดเครื่องแบบสีกากีออกทีละเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีมัดกล้ามเนียนแน่นผิวสีแทนของเขาดูดุดันภายใต้แสงไฟนีออนในบ้าน "นนท์... พี่เก่งสอนเรามาดีนะแต่พี่อยากรู้ว่าถ้าไม่มีคนสอน... นนท์จะเก่งแค่ไหน" นนท์ไม่ตอบแต่ใช้การกระทำเป็นคำบอกเล่าเขาอุ้มก้อยไปยังฟูกนอนเล็กๆ ที่มุมห้องความต้องการที่พุ่งสูงทำให้เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้น
ร่างเปลือยเปล่าของนนท์ปรากฏแก่สายตาก้อยอีกครั้งแสงไฟในห้องทำให้เห็นสรีระของเขาชัดเจนกว่าคืนวันเกิด ลำเนื้อสีแทนยาวเหยียดดุดันตั้งตระหง่านท้าทายสายตาเส้นเลือดที่ขดเกลียวรอบลำนั้นแสดงถึงความแข็งแกร่งและวัยหนุ่มที่พลุ่งพล่าน ส่วนหัวเห็ดขนาดเขื่องขยายตัวจนบานเต็มที่ มีน้ำหล่อลื่นใสๆ เยิ้มซึมออกมาจากปลายยอดที่แดงก่ำ
"โอ้โห... นนท์ของเรามัน... ใหญ่กว่าที่พี่คิดไว้ซะอีก" ก้อยพึมพำพลางเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆความอุ่นร้อนจากฝ่ามือก้อยทำให้นนท์ถึงกับครางต่ำ
นนท์เริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างละเอียดลออเริ่มจากการใช้ลิ้นละเลียดไปตามจุดอ่อนไหวบนร่างกายของก้อยทุกซอกทุกมุมที่เขาเคยเห็นพี่เก่งทำเขาทำมันด้วยความตั้งใจและใส่ใจมากกว่าหลายเท่า เสียงครางหวานๆของก้อยดังระงมไปทั่วห้องเช่าแคบๆ
เมื่ออารมณ์สุกงอมนนท์ขยับกายขึ้นคร่อมร่างเนียนละเอียดของก้อย เขาใช้ ส่วนหัวเห็ดที่ร้อนผ่าวถูไถไปกับส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของเธอช้าๆ เพื่อเป็นการทักทาย ก่อนจะค่อยๆกดแทรกความยิ่งใหญ่ลงไปในความคับแน่นที่แสนอบอุ่น
"อ๊ะ... นนท์...ช้าๆ นะ... ของนนท์มันแน่นมาก" ก้อยครางพลางโอบรอบคอเขาไว้แน่น
นนท์เริ่มขยับกายเป็นจังหวะหนักแน่นทุกครั้งที่เขากระแทกเน้นลงไป เขาได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังก้องกว่าปกติความเสียวซ่านจากสัมผัสที่สดใหม่และแฝงไปด้วยความผิดบาปทำให้น้ำรักหล่อลื่นถูกผลิตออกมาจนเสียงกิจกรรมนั้นแฉะชื้นไปหมด เขาบรรเลงเพลงรักอยู่เนิ่นนานราวกับจะชดเชยทุกวินาทีที่เขาต้องอดทนกักเก็บความต้องการเอาไว้ ก้อยเบิกตาโพลงร่างกายกระตุกเกร็งทุกครั้งที่นนท์ขยับเน้นเข้าสู่จุดลึกที่สุดความยาวที่ไร้ที่ติของเขาเข้าไปสัมผัสกับผนังมดลูกจนเธอถึงกับต้องแอ่นกายรับด้วยความซ่านสยิว
"จะ... จะออกแล้วพี่ก้อย...ผมจะออกแล้ว!" นนท์ร้องบอก เสียงของเขาแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ "ออกเลยนนท์...ปล่อยให้เต็มที่เลย... พี่อยากรับมันไว้"ก้อยตอบพลางจิกหลังของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียว
นนท์กระแทกกระทั้นเป็นจังหวะสุดท้ายที่รุนแรงที่สุดก่อนจะเกร็งตัวปล่อย น้ำแห่งความสุขสีขาวขุ่นข้น พุ่งทะลักเข้าสู่กายของก้อยครั้งแล้วครั้งเล่าความร้อนแรงของน้ำรักที่พุ่งกระฉูดทำให้นนท์รู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างก้อยเองก็ถึงจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กัน เธอรับเอามวลความสุขที่เหนียวข้นนั้นไว้ทุกหยดจนมันเริ่มไหลย้อนออกมาตามง่ามขาเนียน
นนท์ฟุบหน้าลงกับอกอุ่นของก้อยทั้งคู่หอบหายใจรวยรินท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงพัดลมดังสม่ำเสมอความลับนี้ได้ถูกพันธนาการไว้ด้วยรสสวาทที่แสนอันตราย นนท์รู้ดีว่านับจากนี้ไปเขาไม่ได้แค่เสพติดร่างกายของก้อย... แต่เขากำลังเสพติดความตื่นเต้นที่ได้ทรยศต่อพี่ชายที่เขารักที่สุดเพื่อแลกกับความสุขที่หาอะไรมาเทียบไม่ได้นี้
บรรยากาศที่โรงงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็นนนท์พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ทว่าสายตาของเขาที่มักจะหลบต่ำทุกครั้งที่เดินสวนกับพี่เก่งกลับเป็นพิรุธที่ปิดไม่มิดร่างกายของเขายังคงจดจำสัมผัสของก้อยได้แม่นยำและความต้องการที่เสพติดไปแล้วนั้นทำให้เขาแอบแวบไปหาพี่สะใภ้แทบทุกครั้งที่มีโอกาส
ในขณะเดียวกันพี่เก่งที่ดูเหมือนคนซื่อๆ ทะลึ่งตึงตังไปวันๆ เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเขาพบว่านนท์มักจะหายตัวไปในช่วงเวลาพักบ่อยเกินความจำเป็น และที่สำคัญ...ก้อยเริ่มมีอาการเหม่อลอยและใส่ใจกับการแต่งตัวมากขึ้นอย่างผิดปกติสัญชาตญาณของชายกร้านโลกอย่างเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการทรยศ แต่เขายังนิ่งเฉยเพื่อรอเวลาที่จะพิสูจน์ทุกอย่างด้วยตาตัวเอง
"นนท์...วันนี้พี่ต้องไปทำธุระต่างจังหวัดกับหัวหน้า อาจจะค้างคืนนึงฝากดูทางนี้ด้วยนะ" พี่เก่งเดินมาบอกนนท์ที่ป้อม ร.ป.ภ. พร้อมตบไหล่แรงๆเหมือนเช่นเคย นนท์พยักหน้ารับ แต่อกซ้ายของเขากลับเต้นรัวด้วยความลิงโลด'คืนนี้คือโอกาสทอง' เขาไม่ได้สังเกตเลยว่ารอยยิ้มที่มุมปากของพี่เก่งนั้นแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่น่าขนลุก
เวลา 21.00น. นนท์บิดมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านเช่าหลังเดิมแสงไฟสีนวลในห้องนอนบอกให้รู้ว่าก้อยกำลังรออยู่ เขาแทบไม่ต้องเคาะประตูเพราะก้อยเปิดรอไว้ทันทีที่ได้ยินเสียงรถทั้งคู่โผเข้าหากันราวกับแม่เหล็กที่ขั้วต่างกันความโหยหาพุ่งทะยานจนไม่ต้องการคำพูดใดๆ
นนท์จัดแจงถอดเครื่องแบบ ร.ป.ภ.ออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่ดูเหมือนจะแน่นหนาขึ้นกว่าเดิมผิวสีแทนที่อาบไปด้วยเหงื่อจางๆ สะท้อนแสงไฟจนดูเหมือนประติมากรรมที่มีชีวิตก้อยเองก็อยู่ในชุดที่ชวนสยิวเธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตลายสก็อตของพี่เก่งเพียงตัวเดียวโดยไม่ได้สวมชั้นใน
นนท์ผลักก้อยลงบนฟูกนอนอย่างอ่อนแรงแต่เต็มไปด้วยความต้องการเขาเริ่มบรรเลงเพลงรักตามลำดับขั้นตอนที่เขาฝึกฝนมาอย่างดีเขาใช้ลิ้นร้อนผ่าวละเลียดไปตามซอกคอและแก้มที่ผุดผ่องขาวเนียนของก้อยก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังทรวงอกอวบอิ่มที่เขาหลงใหล
"นนท์...วันนี้เราเก่งขึ้นมากเลยนะ"ก้อยครางพึมพำพลางใช้มือนวดเฟ้นไปตามมัดกล้ามเนื้อแขนของนนท์
นนท์ไม่รอช้าเขาปลดเปลื้องตัวเองจนเปลือยเปล่า แก่นกายหนุ่มที่ขยายตัวจนถึงขีดสุด ปรากฏออกมาอย่างน่าเกรงขามความใหญ่และความยาวที่เกินพิกัด ของเขาตั้งตระหง่านท้าทายแสงไฟเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวรอบลำเนื้อสีเข้มเข้มแข็งดุดัน และที่สำคัญคือ "ส่วนหัวเห็ด" ที่บวมเป่งสีแดงก่ำ มีน้ำหล่อลื่นใสๆเยิ้มซึมออกมาจนเปียกชุ่มรอยแยกตรงปลายยอด
เขาใช้ความยิ่งใหญ่ของเขาถูไถไปกับจุดยุทธศาสตร์ของก้อยช้าๆเน้นย้ำทุกสัมผัสจนก้อยต้องแอ่นกายรับด้วยความสยิวนนท์เริ่มสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปในกายของก้อยอย่างช้าๆ แต่หนักแน่นเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ตับ... ตับ... ดังระงมไปทั่วห้องที่เงียบสงัด
ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังถลำลึกสู่จุดสูงสุดของกามารมณ์เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นช้าๆ... แกร๊ก...
นนท์และก้อยตัวแข็งทื่อร่างกายที่สอดประสานกันอยู่หยุดชะงักลงทันที ประตูเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างของ "พี่เก่ง" ที่ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเครื่องแบบ ร.ป.ภ. เต็มยศมือของเขาไม่ได้ถือไม้พลองหรือปืนแต่เขากลับยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
"พี่เก่ง!/พี่เก่ง!"ทั้งคู่ร้องออกมาด้วยความตกใจ นนท์พยายามจะถอนตัวออก แต่พี่เก่งกลับยกมือห้ามไว้ "ไม่ต้องหยุด...ทำต่อไป" เสียงของพี่เก่งทุ้มต่ำและสั่นพร่าอย่างประหลาด
นนท์งุนงงจนทำอะไรไม่ถูกแต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือ พี่เก่งไม่ได้เดินเข้ามาทำร้ายเขาแต่กลับเดินเข้ามาใกล้เตียง แล้วค่อยๆ ถอดกางเกงเครื่องแบบของตัวเองออก เผยให้เห็นความอลังการสีเข้ม ของเขาที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่เช่นกัน
"กูรู้มาตลอดว่าพวกมึงแอบทำอะไรกัน..."พี่เก่งพูดพลางนั่งลงที่ขอบฟูกสายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่จุดเชื่อมต่อระหว่างนนท์และก้อย "แต่กูไม่ได้โกรธ...เพราะกูเองก็แอบดูมึงมานานแล้วนนท์ กูชอบเวลาที่มึงมีอารมณ์กูชอบเวลาที่ของของมึงมันตั้งตระหง่านออกมาแบบนี้"
เซอร์ไพรส์ที่แท้จริงคือพี่เก่งไม่ได้รักแค่ก้อย...แต่เขามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกับนนท์ด้วยเช่นกันความเป็นพี่น้องที่เขามอบให้มันแฝงไปด้วยความใคร่ที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"นนท์...ขยับต่อสิ พี่อยากเห็นชัดๆ" พี่เก่งสั่งด้วยน้ำเสียงกึ่งอ้อนวอนกึ่งบังคับ
นนท์ที่ทั้งกลัวและตื่นเต้นจนถึงขีดสุดความกดดันทำให้ฮอร์โมนในร่างกายพลุ่งพล่านเขาเริ่มขยับกายอีกครั้งด้วยจังหวะที่แรงกว่าเดิม โดยมีพี่เก่งนั่งอยู่ข้างๆ และใช้มือหนาของเขาช่วยรูดรั้ง"อาวุธ" ของตัวเองไปด้วยและบางจังหวะพี่เก่งก็เอื้อมมือมาสัมผัสที่แผ่นหลังและสะโพกของนนท์เพื่อเพิ่มจังหวะ
บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นเป็นทวีคูณก้อยที่ตอนแรกตกใจกลับเริ่มมีความสุขกับสถานการณ์ที่แปลกใหม่ เธอได้รับสัมผัสจากทั้งสามทางความซ่านสยิวทวีความรุนแรงจนเธอแทบจะเสียสติ
"พร้อมกันนะนนท์...ปล่อยออกมาให้พี่เห็นชัดๆ" พี่เก่งคำรามพลางขยับตัวเข้ามาประชิดหลังของนนท์
นนท์เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างร้าใจเขาซอยสะโพกถี่รัวจนเกิดเสียงดังสนั่น ในที่สุดความอดทนก็สิ้นสุดลง น้ำรักสีขาวขุ่นข้นและเหนียวหนึบของนนท์พุ่งทะลักเข้าไปในกายของก้อยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพี่เก่งที่ถึงจุดสุดยอดจากการดูภาพตรงหน้าก็ปลดปล่อย น้ำแห่งความสุขที่มีความเข้มข้นพุ่งกระฉูดออกมาเปื้อนแผ่นหลังและบั้นท้ายของนนท์ไปพร้อมๆ กัน
หยดน้ำสีขาวขุ่นที่เกิดจากความปรารถนาของชายทั้งสองคนผสมปนเปกันอยู่บนร่างของคนทั้งสามนนท์ฟุบลงหอบหายใจความลับที่เคยแบกไว้ถูกปลดเปลื้องด้วยความจริงที่เหนือความคาดหมาย
พี่เก่งก้มลงจูบที่ไหล่ของนนท์อย่างแผ่วเบา "นับจากนี้...เราไม่ต้องแอบใครอีกแล้วนะนนท์" .................................................................................. ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่างๆ ในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือ ส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
|