|
หนูชื่อสามอายุสิบเก้า ทำงานอยู่ห้าง วัน ๆ ก็เหนื่อยกับลูกค้า กับการยืนทั้งวันแต่พอถึงเวลาเลิกงาน หนูกลับรู้สึกดีขึ้นทันทีทุกครั้งเพราะรู้ว่าพี่เขยจะมารับกลับบ้านเหมือนเดิมทุกวัน แบบไม่เคยขาดเลยสักวันแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีคนมารับนะ แต่มันเป็นความรู้สึกว่ามีคนหนึ่งที่หนูรอแล้วก็อยากเจอมากกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด (พี่สาวหนูไปเที่ยวเกาหลี7วันหนูเลยมีโอกาสอยู่กับพี่เขย2ต่อ2) พี่เขยอายุยี่สิบแปดทำงานขับแท็กซี่ หน้าตาดีแบบผู้ชายไทยเข้ม ๆ ตัวสูง ไหล่กว้าง แขนแน่นจากการทำงานในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นกล้ามแบบเข้ายิมจัด ๆ แต่มันเป็นความแข็งแรงที่ดูแมนมากๆ ดูเป็นผู้ชายเต็มตัวแบบที่หนูมองแล้วรู้สึกใจมันหวิวทุกครั้ง พอกลับถึงบ้านสิ่งที่หนูรออีกอย่างก็คือช่วงเวลาหลังอาบน้ำของพี่เขยเพราะพี่เขยเป็นคนไม่ค่อยใส่เสื้อในบ้านจะใส่แค่กางเกงบอลตัวเดียวที่พอดีตัวแบบไม่หลวมไม่แน่นเกินไปแล้วหนูก็จะนั่งอยู่แถวนั้น ทำเหมือนช่วยงานบ้าง ล้างจานบ้าง จัดของบ้าง แต่จริง ๆแล้วสายตามันไปอยู่ที่พี่เขยตลอด โดยเฉพาะตรงเป้ากางเกง เวลาที่พี่เขยเดินผ่านหนูจะเห็นช่วงไหล่ที่กว้าง แผ่นอกที่ดูแน่นแบบธรรมชาติหน้าท้องที่ไม่ได้ถึงกับเป็นลอนชัดแต่ก็ดูแข็งแรงแล้วกางเกงบอลที่ใส่มันก็แนบไปกับตัวจนเห็นรูปทรงชัดพอให้หนูต้องแอบมองซ้ำ ๆแบบไม่รู้ตัว มันไม่ใช่แค่การมองธรรมดา แต่มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนโดนดึงเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งพยายามไม่มองก็ยิ่งเผลอไปมองอยู่ดี บางครั้งพี่เขยนั่งพักหลังเลิกงานหนูก็จะเข้าไปนั่งใกล้ ๆ แล้วบอกว่า “เดี๋ยวหนูนวดให้” แล้วก็เริ่มบีบไหล่บีบแขนแบบที่หนูพยายามทำให้มันดูเป็นเรื่องปกติ แต่ในใจมันไม่ได้ปกติเลยเพราะการได้สัมผัสตัวพี่เขยใกล้ ๆ แบบนั้น มันทำให้หนูรู้สึกทั้งตื่นเต้น ทั้งเขินทั้งมีความสุขในเวลาเดียวกัน พี่เขยก็ไม่เคยว่าอะไร แค่หัวเราะบ้าง บอกว่า “พอแล้วเดี๋ยวเมื่อยมือ” แต่ก็ไม่เคยปฎิเสธหนูออกจริง ๆ ซึ่งสำหรับหนูแค่นั้นมันก็มีความหมายมากแล้ว มีอยู่วันหนึ่งหลังจากกลับจากทำงานพี่เขยดูเหนื่อยกว่าปกติ นั่งเงียบ ๆ อยู่ที่โซฟา หนูเลยเข้าไปนั่งข้าง ๆโดยไม่พูดอะไร แล้วก็เริ่มนวดให้เหมือนเดิม บรรยากาศมันเงียบมาก มีแค่เสียงทีวีเบาๆ แต่ในหัวหนูมันไม่เงียบเลย หนูมองหน้าพี่เขยใกล้ ๆ หล่อจริงๆยังกับพระเอกหนัง แต่สีหน้าที่ดูเหนื่อยแต่ก็ยังดูดีเหมือนเดิม แล้วตอนนั้นเองหนูก็รู้ตัวชัดมากว่าหนูไม่ได้ชอบเล่น ๆหนูไม่ได้แค่ปลื้ม หนูรักพี่เขยจริง ๆ แบบที่ไม่รู้จะถอยยังไงแล้ว อิจฉาพี่สาวจริงๆที่มีผัวหล่อแบบนี้ หนูเลยพูดออกไปเบาๆ ทั้งที่มือยังนวดอยู่ “พี่…หนูดูแลพี่แบบนี้ทุกวันพี่ไม่รู้สึกอะไรกับหนูบ้างเลยเหรอ” มือหนูหยุดไปเองโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงมากจนกลัวว่าพี่เขยจะได้ยินแล้วพี่เขยก็เงียบไป เงียบจนหนูเริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะรอฟังคำตอบดีไหมแต่หนูก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหนเหมือนพร้อมจะรับทุกคำตอบ เพราะอย่างน้อย…หนูก็พูดความรู้สึกของตัวเองออกไปแล้วจริงๆ พอหนูถามออกไปแบบนั้นมือที่เคยนวดก็หยุดลงเองโดยไม่รู้ตัวบรรยากาศมันเงียบจนหนูได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดมาก พี่เขยนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งเหมือนกำลังคิดว่าจะตอบยังไงดี ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันมามองหนูตรง ๆแบบที่ไม่เคยมองนานขนาดนี้มาก่อน “พี่คิดกับหนูแค่น้องนะพี่เป็นสามีของพี่สามนะ” เขาพูดออกมาช้า ๆ น้ำเสียงไม่ได้แข็ง ไม่ได้ดุแต่มันจริงจังพอให้หนูรู้เลยว่าเขาไม่ได้พูดเล่น หนูพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่ในอกมันจุกไปหมดแต่ก็ยังพยายามนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับหนีไปไหน เพราะอย่างน้อยหนูก็อยากฟังเขาให้จบ พี่เขยมองหนูต่อ เหมือนยังสงสัยอะไรอยู่ “แล้วทำไมหนูถึงชอบพี่ขนาดนี้” คำถามนั้นทำให้หนูเงียบไปแป๊บนึงไม่ใช่เพราะตอบไม่ได้ แต่เพราะมันมีหลายอย่างอยู่ในหัวพร้อมกันไปหมดสุดท้ายหนูก็เลือกพูดออกไปแบบที่มันเป็นจริงที่สุด “ก็พี่หล่อ ใจดีแล้วก็…หุ่นดีมากด้วย” หนูพูดไปก็ยิ้มไปนิดๆ แบบเขิน ๆ แล้วก็หลุดพูดต่อโดยไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไรแล้ว “หนูแอบมองพี่บ่อยนะ”พี่เขยหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่คิดว่าหนูจะพูดตรงขนาดนี้ แล้วก็ส่ายหัวนิด ๆ “ที่หนูเห็นอะบางทีมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หนูคิดก็ได้”เขาพูดต่อแบบสบาย ๆแต่ก็มีความจริงจังแฝงอยู่ “ของพี่มันก็ธรรมดา ๆ เองไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอก กลัวหนูจะคิดไปไกลแล้วผิดหวังเอา” หนูฟังแล้วก็เงียบไปนิดหนึ่งแต่ความรู้สึกในหัวมันชัดขึ้นกว่าเดิมอีก ไม่ใช่เพราะคำพูดนั้นทำให้ผิดหวังแต่เพราะมันยิ่งทำให้หนูรู้ว่าที่ตัวเองรู้สึก มันไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เขากังวลเลยหนูเลยมองพี่เขยตรง ๆ แล้วพูดออกไปช้า ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ “หนูไม่ได้ชอบพี่เพราะเรื่องนั้นนะ”พี่เขยนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนรอฟังต่อ “หนูชอบพี่เพราะพี่เป็นพี่นี่แหละพี่ดูแมน และมีเสน่” หนูพูดไปเรื่อย ๆ แบบที่มันออกมาจากข้างในจริง ๆ “เรื่องขนาดหรืออะไรแบบนั้น…สำหรับหนูมันไม่ได้สำคัญเลย หนูรักไปแล้วอะพี่มันเลยไม่ได้มีอะไรให้ต้องคิดมากขนาดนั้นแล้ว” คำว่ารักมันหลุดออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจจะเน้นแต่พอพูดออกไปแล้ว หนูก็ไม่อยากเอาคืนแล้วเหมือนกัน ห้องมันเงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมมันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างค้างอยู่ระหว่างเราสองคนพี่เขยมองหนูอยู่นานกว่าปกติ ไม่ได้พูดอะไรทันทีแต่สายตามันไม่ได้เหมือนตอนแรกแล้ว ส่วนหนูเองก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ถอย ไม่ได้หลบ เพราะอย่างน้อยหนูก็รู้แล้วว่าความรู้สึกของตัวเองมันจริงใจแค่ไหน และต่อให้คำตอบจะเป็นยังไงหนูก็ไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วจริง ๆ หลังจากคืนนั้น ทุกอย่างมันไม่ได้เหมือนเดิมจริง ๆแบบที่หนูรู้สึกได้เลยตั้งแต่วันถัดมาพี่เขยไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่หนูบอกออกไป แต่การกระทำมันเปลี่ยนไปทีละนิดแบบที่ถ้าไม่สังเกตก็อาจจะไม่รู้ แต่สำหรับหนูที่มองเขาตลอดอยู่แล้วมันชัดขึ้นทุกวัน จากเมื่อก่อนที่พี่เขยจะมองหนูแบบผ่านๆ ตอนนี้เขาเริ่มมองนานขึ้น เวลาหนูพูดอะไรเขาจะตั้งใจฟังมากขึ้นบางครั้งก็มีรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวว่ากำลังยิ้มอยู่ ช่วงเวลาธรรมดาในบ้านที่เคยเป็นแค่กิจวัตรมันเริ่มเปลี่ยนความหมายไปหมด อย่างตอนนั่งซักผ้าด้วยกันเมื่อก่อนก็แค่นั่งคนละฝั่ง ทำของใครของมันแต่ตอนนี้มันกลายเป็นการนั่งใกล้กันมากขึ้น แขนบางทีก็เผลอชนกันแล้วก็ไม่ได้รีบขยับหนีเหมือนแต่ก่อน หนูยังจำได้เลยว่ามีครั้งหนึ่งตอนกำลังล้างจานอยู่ด้วยกันน้ำมันกระเด็นใส่มือหนู หนูสะดุ้งนิดหนึ่ง พี่เขยก็รีบจับมือหนูขึ้นมาดูทันทีทั้งที่มันไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่จังหวะที่เขาจับมือไว้นานกว่าปกตินิดเดียวมันทำให้หนูเงียบไปเลย เพราะมันไม่ใช่แค่การช่วยแบบพี่กับน้องแล้วมันมีความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาที่หนูเองก็รับรู้ได้ หรือเวลาทำกับข้าวด้วยกันจากที่เคยยืนห่างกัน ตอนนี้บางครั้งต้องยืนเบียดกันในครัวเล็ก ๆเวลาเอื้อมหยิบของก็มีการแตะตัวกันบ่อยขึ้น แล้วก็ไม่มีใครพูดว่า “ขอโทษ”หรือขยับหนีทันทีเหมือนเมื่อก่อนมันเหมือนเราสองคนเริ่มชินกับการอยู่ใกล้กันมากขึ้นโดยไม่ต้องอธิบาย มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนหนูยกของหนักแล้วเสียหลักพี่เขยรีบเข้ามารับไว้ทัน แล้วก็กอดหนูไว้แน่นแบบไม่ทันคิด ตรงเป้ามาประทะกับก้อนหนูมันช่างรู้สึกดีมากๆ ความเป็นชายที่ยังอ่อนตัวแต่เต็มไปด้วยพลัง และรู้สึกว่าขนาดมันไม่ได้ธรรมดาอย่างที่พี่เขยบอก หนูจำได้ทุกอย่างความอุ่นจากตัวเขา แรงกอดที่มันแน่นกว่าปกติ แล้วก็จังหวะที่เขาไม่ได้ปล่อยทันที พอเขาค่อย ๆ ปล่อย หนูก็เงยหน้ามองเขาก็มองกลับแบบเงียบ ๆ ไม่มีคำพูดอะไร แต่สายตามันไม่เหมือนเดิมแล้ว หลังจากนั้นมันก็เริ่มมีจังหวะแบบนั้นเกิดขึ้นอีกบ้าง บางครั้งตอนดูทีวี หนูนั่งเอนใกล้ ๆเขาก็ไม่ได้ขยับออก หนูขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรชัดเจน หนูรู้ตัวเลยว่าความรู้สึกของพี่เขยมันเปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่แค่ความใจดีแบบเดิม แต่มันเหมือนเขาเริ่มเปิดใจให้หนูมากขึ้นทีละนิดจากคนที่เคยมองหนูเป็นแค่น้องตอนนี้มันเหมือนเขากำลังเรียนรู้ว่าหนูคือคนอีกแบบหนึ่งสำหรับเขา แล้วสำหรับหนูเองทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีความหมายมากกว่าที่เคยหวังไว้ตั้งแต่แรกเพราะมันไม่ใช่แค่การแอบชอบอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่เริ่มมี“เรา” อยู่ในนั้นจริง ๆ ถึงแม้มันจะยังไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่หนูก็รู้แล้วว่าพี่เขยไม่ได้มองหนูเหมือนเดิมอีกแล้วจริง ๆ คืนหนึ่งหนูนอนไม่หลับเลยจริงๆ ทั้งที่พยายามข่มตาแล้ว แต่ภาพพี่เขยมันวนอยู่ในหัวตลอด ทั้งตอนที่ยิ้มให้ตอนที่เผลอกอดกัน ตอนที่มือจับกันนานกว่าปกติ ทุกอย่างมันชัดขึ้นเรื่อย ๆจนหนูรู้สึกว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง หนูคงนอนไม่หลับทั้งคืน สุดท้ายหนูก็ลุกขึ้น เดินไปหน้าห้องพี่เขยยืนอยู่สักพัก มือมันลังเลนิดหนึ่ง แต่ใจก็ผลักให้เคาะเบา ๆ พี่เขยเปิดประตูออกมาในสภาพงัวเงียเสื้อไม่ใส่เหมือนเดิม กางเกงบอลตัวเดิมที่หนูคุ้นตา เขามองหนูแบบงง ๆ “มีอะไรสามดึกแล้วนะ” หนูยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้รีบตอบทันที เพราะหัวใจมันเต้นแรงมาก จนสุดท้ายก็พูดออกไปแบบตรง ๆ “หนูนอนไม่หลับ…ขออยู่ด้วยได้ไหม”พี่เขยเงียบไปนิดหนึ่ง เหมือนคิดอะไรบางอย่าง แล้วก็เปิดประตูให้กว้างขึ้น “เข้ามาสิ” หนูเดินเข้าไปในห้อง บรรยากาศมันเงียบมาก มีแค่แสงไฟสลัว ๆกับเสียงพัดลมเบา ๆ หนูนั่งลงที่ขอบเตียง ส่วนพี่เขยนั่งอยู่ข้าง ๆระยะมันใกล้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาแบบที่ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรแล้ว หนูหันไปมองเขาใกล้ ๆแล้วก็รู้สึกเลยว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วจริง ๆ ไม่ใช่แค่น้องกับพี่แล้ว หนูขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วก็พูดเบา ๆ“พี่…”เขาหันมามอง หนูไม่รอแล้วหนูเข้าไปกอดเขาเลย ตอนแรกพี่เขยนิ่งไปเหมือนตั้งตัวไม่ทันแต่เขาก็ไม่ได้ผลักหนูออก แขนเขาค่อย ๆ ยกขึ้นมากอดตอบแบบช้า ๆเหมือนคนที่กำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ในใจ จังหวะนั้นมันเงียบมากแต่ความรู้สึกมันดังมากในหัวหนู หนูซบอยู่ตรงอกเขา รู้สึกถึงความอุ่นแล้วก็แรงกอดที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ พี่เขยถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้นใกล้ ๆ หู “สาม…รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่” หนูพยักหน้า“รู้ครับ” หนูตอบแบบไม่ลังเล หลังจากนั้นมันไม่มีคำพูดเยอะอีกแล้วระยะมันใกล้ขึ้นเองโดยไม่ต้องพยายามแล้วความรู้สึกที่มันค้างมานานก็เหมือนถูกปล่อยออกมาในคืนนั้น มันไม่ได้รีบร้อนแต่มันต่อเนื่อง และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เราทั้งสองคนรับรู้ตรงกันหนูมีความสุขมากที่ได้พี่เขยเป็นสามีโดยสมบูรณ์ และขนาดที่บอกมาตรฐานจริงๆแล้ว มันช่างสวยงามและแข็งแรงสมชายชาตรีมากๆ เช้าวันนั้นหนูตื่นขึ้นมาช้าๆ แบบที่ไม่อยากลืมตาเลยด้วยซ้ำ เพราะแค่รับรู้ว่าตัวเองยังนอนอยู่ตรงนี้ ข้าง ๆพี่เขย มันก็ทำให้รู้สึกอิ่มเอมแบบบอกไม่ถูกแล้ว พอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาหนูก็เห็นว่าพี่เขยตื่นแล้วเหมือนกัน เขานอนหันมาทางหนูพอดี แต่สายตาดูหลบ ๆนิดหนึ่ง เหมือนคนที่ยังตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ทัน บรรยากาศมันเงียบไปแป๊บนึงต่างคนต่างไม่รู้จะเริ่มยังไงดีจนพี่เขยเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเขินแบบไม่เคยได้ยินมาก่อน “เป็นไงล่ะ…พี่บอกแล้วว่าของพี่มันก็ธรรมดาๆ” เขาหัวเราะแห้งๆ นิดหนึ่ง เหมือนพูดกลบความเขินของตัวเอง “ผิดหวังไหม” หนูมองหน้าเขาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้มันไม่ใช่แค่เพราะคำพูด แต่มันเป็นภาพของผู้ชายที่เคยดูมั่นใจมาตลอดตอนนี้กลับดูเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนเด็กคนหนึ่ง หนูเลยขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วตอบไปแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย “ใครบอกละ…กำลังดีเลย หนูชอบมากหนูว่ามันใหญ่เกินมาตรฐานนะ” หนูหยุดนิดหนึ่งแล้วก็พูดต่อแบบยิ้ม ๆ“แล้วพี่ก็เอาเก่งด้วย หนูมีความสุขมากๆ” พี่เขยเงียบไปทันที เหมือนโดนแซวไม่ทันตั้งตัว แล้วก็หัวเราะเบา ๆแบบเขินจริง ๆ “พูดอะไรของเรา…”เขาส่ายหัวนิด ๆแต่ยิ้มมันหายไปจากหน้าไม่ได้เลย แล้วจู่ ๆ เขาก็ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะโอบกอดหนูไว้แบบเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ หนูซบอยู่แบบนั้นรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเดิมที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปมันไม่ใช่แค่ความใกล้ชิดแบบเดิมอีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่เราสองคนเข้าใจกันแล้วโดยไม่ต้องอธิบายอะไร หนูยิ้มอยู่ในอ้อมกอดนั้นแบบไม่ต้องปิดบังความรู้สึกตัวเองอีกต่อไปเพราะอย่างน้อย…สิ่งที่หนูรอมานาน มันเกิดขึ้นจริงแล้วในที่สุด แต่อีก2วันพี่สาวหนูจะกลับมาแล้วเรื่องของเราจะเป็นยังไงต่อ แต่สำหรับหนู หนูไม่อยากเสียพี่เขยไปเลยเพราะรักและติดใจในความเป็นชายของพี่เขย
|