ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 299|ตอบกลับ: 9

คู่คิริน - Remembrance (บทที่ 1-5 : 12 เม.ย.69)

[คัดลอกลิงก์]

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-13 14:36

คุยกันก่อนอ่านครับ


นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ผมตั้งใจเขียนไม่แพ้กับเรื่องไอ้เหี้ยเหม่งเลย แต่มันจะคนละแนว เหมือนชีวิตของผมที่มีหลายด้าน
ผมตั้งใจเขียนเรื่องนี้ให้เป็นอีกด้านที่ทุกท่านอาจจะยังไม่เคยสัมผัส และผมใส่วรรณศิลป์ทางภาษาที่แตกต่างจากเรื่องไอ้เหี้ยเหม่งโดยสิ้นเชิง
ผมหวังเพียงนิยายเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งสำหรับทุกท่าน มันเป็นเรื่องราวของความลึกลับ พลังเหนือธรรมชาติ เทวตำนาน และความรักข้ามชาติภพ


เนื้อเรื่องอาจจะไม่หวือหวาในด้าน 20+ แต่มันจะโดดเด่นในเนื้อหาที่ผมบรรจงเขียนมันขึ้นมาด้วยใจ
ทั้งนี้ผมได้เขียนเรื่องราวเรื่องนี้หลายตอนมากแล้ว และจะทยอยอัพโหลดให้ทุกท่านได้อ่าน
หวังว่าทุกท่านที่อ่านงานของผมมาตลอดจะให้โอกาสนิยายฉบับนี้ เพราะผมสร้างเนื้อเรื่องเอาไว้แบบที่ทุกท่านคาดไม่ถึง

** ** ทั้งนี้ ผมไม่มีวันทิ้ง "ไอ้เหี้ยเหม่ง" เพราะนั่นคืออีกหนึ่งตัวตนที่สำคัญของผม ** **

หากเป็นไปได้ ผมอยากให้ทุกท่านช่วย Feedback งานชิ้นนี้ของผม เพราะผมจะรวมเล่มและได้ติดต่อ Production House เอาไว้บ้างแล้ว

มันมีโอกาสที่จะกลายเป็นซีรี่ย์ตอนยาว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความฝันของผม

สำหรับบ้านหลังนี้ G4Guys ผมจะลงเนื้อหาให้อ่านจนจบโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะที่นี่คือบ้านที่ดูแลผมมา และผมเติบโตมากับครอบครัวแห่งนี้ครับ


- - ขอบคุณครับ - -

www.pixiv.net/member.php?id=3145401

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-12 22:54:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-13 01:45


- - คำโปรย - -

"เมื่อสรวงสวรรค์มิใช่ทิพยวิมาน แต่คือสงครามใต้เงามาเฟีย"

ท่ามกลางแสงสีของมหานคร ความลับที่ถูกปิดตายจากอดีตชาติกำลังอุบัติขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘ดิษฐ์’ เทวดาผู้ลาจากสวรรค์ ครอบครองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามที่เหล่า ‘ยักษ์’ ในคราบมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลต่างหมายตา
ชนวนเหตุแห่งวิบัติพัดพามหาสงครามมาสู่โลกมนุษย์ สงครามที่ตัดสินกันด้วยอำนาจมืดและการแย่งชิง

ทว่าท่ามกลางกระสุนและเขม่าปืน ‘คราม’ เด็กหนุ่มผู้ผูกพันด้วยสายใยกรรมข้ามภพชาติ กลับยืนหยัดท้าทายโชคชะตา เพื่อปกป้องเทวดาผู้เป็นรักหนึ่งเดียวของเขา
ตามคำสัญญาที่สลักไว้ด้วยดวงวิญญาณตราบนิรันดร์

“ต่อให้โลกต้องพินาศเพราะคุณ ผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ ... เพื่อรักคุณ”

‘สัญญา’ หมายถึงถ้อยวาจาที่ร้อยรัดมัดตรึงสองดวงจิตให้ติดพัทธนาการ
        แต่ดวงจิตดวงหนึ่งกลับลืมเลือน ‘สัญญา’ เมื่อข้ามเขตห้วงอนันตกาล
        ขณะที่จิตอีกดวงเสาะหาผู้ที่ ‘สัญญา’ จะพบพาน
        สายใยแห่ง ‘สัญญา’ และสัตย์สาบานจะเกี่ยวประสานพวกเขาเอาไว้ได้หรือไม่
        หากเมื่อดวงจิตดวงหนึ่งละลืมเรื่องวิบัติที่ตนกระทำลงไป
        แต่อีกหนึ่งดวงใจจะคอยปกปักษ์และรื้อคืนถ้อย ‘สัญญา’


กว่าจะมาเป็นนิยายเรื่องนี้ผมใช้เวลาค้นคว้าและวางโครงเรื่องอย่างหนักเพื่อให้เป็นผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทุกคน
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยอาวุธแต่คือสงครามแห่งชะตากรรมที่มีทั้งสิ่งเหนือธรรมชาติและความรักเป็นเดิมพัน

เนื้อเรื่องจะพาทุกคนไปพบกับความสัมพันธ์ที่หนักแน่นไร้เงื่อนไข ทลายกำแพงอายุ 15 ปีที่ขวางกั้นระหว่างตัวเอกทั้งสองตัวละคร
แต่ในความรักนั้นมีความโหดร้ายซ่อนอยู่เพราะตัวละครในเรื่องนี้ไม่มีใครขาวสะอาด ทุกคนมีความเป็น 'มนุษย์'ที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่างพร้อมจะเหยียบย่ำกันเพื่อจุดหมายของตัวเอง
ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและรายละเอียดที่เยอะจัดผมจึงค่อย ๆ กลั่นกรองผ่านภาษาสวย ๆ ที่ผมหลงใหลเพื่อให้ทุกท่านได้เสพงานศิลป์ไปพร้อมกับเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้น ลึกลับแต่อบอวลด้วยความรัก
หากชื่นชอบแนวทางนี้ ฝากติดตาม หรือคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณอาจารย์วรรณคดีและเทพปกรณัมอาจารย์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากหลากหลายมหาวิทยาลัย
ผู้จัดทำซีรี่ย์และนักเขียนบทและคุณผู้อ่านทุกท่านที่พร้อมจะเดินเรื่องราวที่ผูกไว้กับ 'สัญญา'เรื่องนี้


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
www.pixiv.net/member.php?id=3145401

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-12 23:06:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-13 12:51

- 1 -
ชานสรวง

        ‘หอพักนี้แน่เหรอ?’ ชายวัยกลางคนเงยมองตึกสูง ค่อนข้างทันสมัยแม้จะอยู่ในซอยลึก ‘จะสองทุ่มแล้ว’ เขามองนาฬิกาคุณปู่ที่ตั้งอยู่ภายในอาคาร ห่างจากประตูกระจกขนาดใหญ่ เหนือประตูแขวนป้าย ‘กรุณางดเสียงดัง’ ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เงียบมาก ชายผู้นั้นสงสัยว่าเขามาถูกสถานที่หรือเปล่า

        ‘ชานสรวง’ เขาดูภาพและอ่านข้อความโทรศัพท์ นี่คือชื่อหอพักไม่ผิดแน่ แต่แค่ยังไม่กล้าจะเชื่อว่าเขาจะได้พักที่นี่แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
        ภาพถ่ายจากคุณน้า ‘มธุลิน’ ก็ไม่ได้ถูกส่งมามากมาย แต่พอเขาเทียบภาพกับตึกหลังนี้ เขาก็คิดว่ามาถูกที่

        ตื๊ด ! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี ชายหนุ่มรีบกดรับ “สวัสดีครับคุณน้าลิน”

        “ดิษฐ์อยู่ที่ไหนแล้วลูก? มาถูกหรือเปล่า?” เสียงปลายสายนิ่มนวล ไม่ต่างจากทุกครั้ง

        “ผมอยู่หน้าหอพักแล้วครับ ชื่อว่า ‘ชานสรวง’ ใช่ไหมครับ?”

        “อ้าว มาถึงแล้วเหรอ เดี๋ยวน้าจะออกไปรับ”

        “ขอบคุณครับ ผมอยู่หน้าประตู ผมเห็นนาฬิกาคุณปู่ข้างในอาคารด้วยครับ”

        “อ๋อ อยู่ที่อาคารรับรอง รอน้าสักครู่นะ” พูดจบ กษิดิษฐ์ก็ขอบคุณแล้วรอน้าลินตัดสาย

        บรรยากาศที่นี่ดีมาก ไม่น่าเชื่อว่าว่าจะสามารถซ่อนเร้นอยู่ใจกลางเมืองหลวงได้ มันทั้งเป็นส่วนตัว มีต้นไม้ใหญ่และสวนหย่อม
        ประดับโคมไฟรอบน้ำพุกลางถนนที่ลาดเข้ามา อีกทั้งยังเงียบสงบ ร่มรื่นผิดจากความโกลาหลภายนอกรั้วไม้เลื้อยสูง

        ‘กริ๊ง’ เสียงเปิดประตู ดิษฐ์หันหลังกลับก็พบหญิงสูงวัยท่าทางใจดีท่านหนึ่ง

        “สวัสดีครับ คุณน้าลิน” ดิษฐ์วางกระเป๋าแล้วยกมือไหว้คุณน้าที่ไม่พบกันนาน

        “สวัสดีค่ะดิษฐ์ โอ้ . . . ไม่สิ ต้องเรียกว่าอาจารย์ดิษฐ์แล้วนะ”
        คุณน้าลินรับไหว้แล้วแซว ‘ดร.’ ป้ายแดงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ท่าทางของเธอทั้งภูมิใจและปลาบปลื้ม

        “ขอบคุณน้าลินนะครับ แต่ไม่ต้องเรียกผมว่าอาจารย์ก็ได้ คุณน้าเรียกแค่ชื่อของผมก็พอ”

        “ฮ่า ฮ่า เอาน่า ไม่เรียกก็ไม่เรียก แต่น้าดีใจที่เห็นดิษฐ์แข็งแรงและเรียบจบขนาดนี้”

        น้าลินไม่พูดเปล่า เธอจับมือเขาเข้าไปในอาคารรับรอง ดิษฐ์รีบฉวยกระเป๋าเดินทางแล้วเดินตามคุณน้าเข้าไปด้านใน
        ไม่รู้ว่าคุณน้าเตรียมต้อนรับเขาหรือเปล่า แต่ในอาคารดูสว่างไสว โคมไฟบนเพดานสูงและยังมีอีกตามแนวกำแพงส่องสว่าง
        แจกันดอกไม้ถูกประดับก้านดอกสีสวยนานาพันธุ์ ‘แล้วนี่กลิ่นอะไร’
        ดิษฐ์ยืนนิ่งพร้อมใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ แต่เขาไม่รู้ว่ากลิ่นหอมคล้ายดอกมะลิคือกลิ่นอะไร แต่เขารู้สึกความคุ้นเคย

        “ยินดีต้อนรับนะดิษฐ์” คุณน้าลินพูดจบก็ยื่นพวงมาลัยงานประณีตส่งให้ ด้านข้างคุณน้ามีเด็กสาวหน้าตาน่ารักยืนรับใช้

        “… เออ ให้ผมเหรอครับ?” ดิษฐ์ถามพร้อมสีหน้าแปลกใจ

        “ก็ใช่นะสิ ก็น้าไม่ได้ไปงานรับปริญญาของดิษฐ์ แต่น้าก็อยากให้ของกับขวัญดิษฐ์นะ”

        คุณน้าลินยื่นพานที่มีพวงมาลัยนั้นให้ดิษฐ์ พร้อมซองสีขาวเคลือบมุกอยู่ข้างกัน

        “นั่นใช่ซองเงินหรือเปล่าครับ?” ดิษฐ์ถามโดยที่ยังไม่แตะต้องของขวัญ

        “ใช่แล้วละดิษฐ์ ถือว่าเป็นเงินรับขวัญนะ”

        “รับแค่เฉพาะดอกไม้ได้ไหมครับ? แค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว เกรงว่าซองเงินจะทำผมเกรงใจ”

        คุณน้าลินยิ้ม “รับไว้เถอะคนที่นี่พร้อมจะให้ดิษฐ์มากกว่านี้อีก”

        ดิษฐ์ทำหน้าตาไม่เข้าใจ “‘คนที่นี่’ หมายถึงใครเหรอครับ?”

        คราวนี้คุณน้าลินยิ้มแปลกแล้วรีบพูดตัดบท
        “ก็พวกนิสิตไง พวกเขาอยากพบดิษฐ์มากนะ น้าบอกกับนิสิตทุกคนที่นี่ว่าอาจารย์ประจำหอพักคนใหม่จะมาถึงวันนี้
        แต่ดิษฐ์คงยังไม่ได้พบทุกคนหรอก เพราะหลายคนยังไม่กลับมาจากต่างจังหวัด”

        ‘อาจารย์ประจำหอพัก’ คืองานของดิษฐ์เพื่อแลกกับค่าที่พักของหอนี้ แต่สำหรับเขา นี่คือโอกาสวิเศษ
        เพราะนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าที่พัก เขายังได้ประหยัดค่าเดินทางระหว่างที่ทำงานกับที่พัก เพราะที่นี่ใกล้กับมหาวิทยาลัย
        เขาเพิ่งได้รับบรรจุเป็นอาจารย์งบแผ่นดินประจำคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาศาสตร์ประยุกต์
        อีกอย่าง เขายังได้ทำความรู้จักกับนิสิตหลากหลายในหอพักนี้ มันเป็นหอพักที่มีโรงแรมด้านหลังติดแม่น้ำสายใหญ่ของเมืองหลวง เอาไว้ต้อนรับแขกต่างชาติโดยเฉพาะ

        “คุณน้าลินครับ ที่นี่มีนิสิตกี่คนเหรอครับ?” ดิษฐ์ถาม

        “ตอนนี้มีทั้งหมด 7 คนนะ”

        “7 คนเองเหรอครับ”

        “ใช่แล้วละ ถ้าไม่รวมน้ากับพนักงานของหอพัก แต่ว่าน้าอาจจะขอให้ดิษฐ์ช่วยน้าเรื่องโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ด้านหลังด้วย ดิษฐ์พอจะสะดวกไหม”

        “ครับ” ดิษฐ์ตอบรับด้วยท่าทางตั้งใจ

        “น้าฝากดิษฐ์ดูแลพวกนิสิตและแขกบางท่าน ดิษฐ์เก่งเรื่องภาษาและวัฒนธรรมอยู่แล้ว
        น้าสบายใจมากตอนที่ดิษฐ์ตอบตกลงมาเป็นอาจารย์ประจำหอพัก น้าคิดว่าคนที่นี่คงจะมีความสุขมาก ๆ ที่จะได้พบดิษฐ์สักที”
        น้าลินพูดพร้อมกับกุมมือดิษฐ์เอาไว้ “น้าคิดว่า ‘เขา’ ต้องดีใจมากแน่ ๆ”

        ดิษฐ์ยิ้มแล้วกุมมือหญิงสูงวัยกลับคืน “ครับ ผมก็ยินดีที่จะพบพวกเขาครับ”

        น้าลินคลี่ยิ้มแล้วบอกหญิงสาวข้างกายไปหยิบเอกสาร “ขิ่น ไปหยิบแฟ้มประวัติผู้อาศัยมาให้ย่าหน่อย แล้วก็เอาน้ำเย็นมาบริการอาจารย์ดิษฐ์ด้วยนะ”

        ขิ่นพยักหน้า “ค่ะคุณลิน” ตอบเสร็จก็ยังก้มหัวหลบไปทางด้านหลัง

        “เดี๋ยวให้ขิ่นพาดิษฐ์ไปที่ห้องพักนะ น้าขอตัวคุยโทรศัพท์สักครู่” น้าลินขอตัวด้วยท่าทางสุภาพ

        ดิษฐ์ก้มหัวตอบรับ เขายื่นอยู่ที่ห้องต้อนรับเพียงลำพัง สายตากวาดมองทั่วโครงสร้าง ไล่ไปตามงานตกแต่งภายในอาคาร
        โถงต้อนรับแห่งนี้สะอาดสะอ้าน เพดานยกสูง มีโคมไฟห้อยระย้า สะท้อนผนังสีเปลือกไข่ที่ประดับรูปวาดงามวิจิตร
        ดิษฐ์เพิ่งสังเกตว่าสถานที่นี้ถูกออกแบบเป็นไทยประยุกต์ แม้ว่าประตูและหน้าต่างจะเป็นกระจกบานใหญ่ แต่วงกบทั้งหมดเป็นไม้ฉลุลายไทยอ่อนช้อย
        เก้าอี้นั่งแปดตัวสอดเข้าโต๊ะตัวใหญ่ตรงกลางก็เป็นไม้สีอ่อน น่าจะเป็นของเก่าตกทอดแต่ยังคงสภาพเหมือนใหม่ แจกันทรงสูง โคมไฟตั้งโต๊ะ อีกทั้งนาฬิกาคุณปู่
       ทุกข้าวของเครื่องใช้ในนี้ล้วนร่วมสมัย โดยเฉพาะภาพวาดติดผนัง มีหกภาพขนาดกลางบนผนังด้านใน
       แต่ภาพวาดในกรอบกระจกภาพใหญ่ด้านหลังโต๊ะประชาสัมพันธ์สวยวิจิตร

       ดิษฐ์มองภาพนั้นอยู่นาน ภาพนั้นเป็นภาพวาดลายไทยด้วยสีน้ำมัน มันสะกดสายตาของดิษฐ์เอาไว้ ประณีตและพิถีพิถันราวกับงานชิ้นเอกของบรมครู
       ผืนผ้าใบด้านหลังเป็นสีขาวไข่มุกจากมุมหนึ่งด้านบนแล้วไล่เฉดสีเป็นสีดำในอีกมุมของฝั่งตรงข้ามด้านล่าง ศิลปะไทยโบราณเสกสรรเทวดารูปหนึ่งจากมุมมองด้านข้าง
       ท่านกำลังหลับตา เส้นผมสีดำแซมขาวสะบัดพลิ้ว เครื่องทองประดับร่างกายแวววับ  ผิวพรรณนวลผ่องราวดอกโกมลแรกแย้ม สองมือประทับไว้กลางอก ขนตายาวเป็นแพ
       ไออะลองจากทองคำตามร่างกายฟุ้งไปทั่ว ท่านสวยงามจนดิษฐ์ไม่อาจละสายตา
       แต่เมื่อเขากำลังจะเดินเข้าไปใกล้ เสียงอึกทึกแปลกประหลาดก็ดังกระหึ่ม
       เขาไม่ได้อยู่ในชานสรวงและไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เขาเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ที่หน้าต้นไม้ขนาดใหญ่

       ดิษฐ์มองความมหึมาของกิ่งก้านที่แผ่ปกคลุมสถานที่นี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพบต้นไม้นี้ เขามักจะเห็นมันในความฝันอยู่เสมอ

        “ไปจับตัวมันออกมา ! !” เสียงอึกทึกนอกกำแพงที่กิ่งไม้โอบล้อมไว้ดังสนั่น ความโกลาหลนอกเขตกำแพงทำเอาทั่วแนวกำแพงสั่นสะเทือน
        ดิษฐ์ก้มตัวลงพอได้เสียงระเบิดกึกก้องจากด้านนอก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เสียงของจลาจลด้านนอกทำให้เขาคุกเข่าแล้วรีบคลานไปใกล้เด็กหนุ่ม
        แต่พอกำลังจะเข้าไปใกล้ แสงสว่างเรื่องรองจากบางสิ่งที่เขากอบกุมไว้สาดสว่างไปทั่ว
        เด็กหนุ่มหันหน้าด้านข้างออกไปยังความปั่นป่วนด้านนอก น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้ม ดิษฐ์เริ่มหายไม่ทั่วท้อง หัวใจเขาเต้นระรัว
        ความรู้สึกทั้งหวาดกลัว เสียใจ และหมดหวังถาโถมเข้ามาพร้อมกัน น้ำตาของเขาไหล พร้อมกับเด็กหนุ่มสะอื้นไห้

        “ข้าขอโทษ . . .” เขาพูด
        “ข้าคือต้นเหตุแห่งความวิบัติทั้งปวง ข้าไม่ได้ตั้งใจ . . . ข้าไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

        ชั่วแวบเดี๋ยวที่สายตาของทั้งดิษฐ์และเด็กหนุ่มประสานกัน
        ดิษฐ์ตะลึงจนเผลอตะโกน “คุณเป็นใคร !”


- - จบบทที่ 1 - -



www.pixiv.net/member.php?id=3145401

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-12 23:21:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-12 23:25

- 2 -

- ขิ่น -

        “อาจารย์ดิษฐ์ค่ะ อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่าคะ ! !” ขิ่นตะโกนเรียกดิษฐ์อีกครั้ง

        ดิษฐ์ผู้ซึ่งตกอยู่ในภวังค์ลงไปนอนกองกับพื้น ฟื้นขึ้นมาพร้อมสีหน้าตกใจ เหงื่อแตก

        “อาจารย์เป็นอะไรคะ ให้ขิ่นเรียกรถพยาบาลไหม !”

        น้ำเสียงของขิ่นหวาดผวากับภาพที่เห็นดิษฐ์ล้มลง แล้วกอดตัวเองพร้อมร้องไห้

        ดิษฐ์ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขามองที่ภาพด้านหลังโต๊ะประชาสัมพันธ์ แล้วพึมพำ

        “มัน . . . มันเกิดอะไรขึ้น”

        “อาจารย์จะให้ขิ่นเรียกรถพยาบาลไหมคะ ! !”

        ดิษฐ์เพิ่งรู้ตัวว่าขิ่นอยู่ตรงนั้น เขาจึงหายใจลึก ๆ แล้วตอบว่า “ไม่เป็นไร”

        “อาจารย์แน่ใจนะคะ”

        “คะ . . . ครับ ผมอาจจะเดินทางแล้วเพลียมากไปหน่อย”

        ขิ่นยังทำสีหน้าไม่สู้ดี แต่ดิษฐ์เห็นของที่ขิ่นถืออยู่จึงถาม “นั่นอะไรเหรอครับ”

        “อะ . . . เอกสารค่ะ”

        “อ่อครับ ... ขอบคุณครับคุณขิ่น”

        ขิ่นรีบโบกมือพร้อมกล่าว
        “ไม่ต้องเรียกหนูว่าคุณก็ได้ค่ะอาจารย์ หนูเป็นแค่พนักงานทำความสะอาดของคุณลิน”

        ดิษฐ์ฟังจากน้ำเสียงและสำเนียงของขิ่น ก็พอทราบได้ว่าขิ่นน่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
        “ครับขิ่น” ดิษฐ์ยิ้มรับและหยิบแฟ้มเอกสาร

        ขิ่นยิ้มละมุนพร้อมเสิร์ฟน้ำมะตูมแช่เย็นประดับมะนาวฝาน
        “น้ำมะตูมสักหน่อยไหมคะอาจารย์”

        “ขอบคุณครับ”
        ดิษฐ์ยกแก้วน้ำแต่ไม่แตะมะนาวฝาน เขาชอบรสหวาน พอได้ดื่มแก้กระหาย
        เขาก็ยืนนิ่งสักครู่ ทบทวนภาพที่กำลังจะเลือนหาย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รสชาติของน้ำมะตูมหอมขึ้นจมูก ทำให้เขาใจเย็นลง
        ความเย็นของน้ำผสมกับความกลมกล่อมไม่หวานเลี่ยน ดิษฐ์จึงดื่มหมดแก้ว

        “ขิ่นจะพาอาจารย์ไปห้องพักนะคะ อาจารย์จะได้พักผ่อน เชิญทางนี้ค่ะ” ขิ่นผายมือนำทาง

        ตอนแรกเธอจะช่วยยกสัมภาระ แต่ดิษฐ์ปฏิเสธ

        หอพักแห่งนี้เป็นอาคารหกชั้น พอออกมาจากโถงรับแขก ดิษฐ์เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ร่มรื่นกว่าที่คิด
        ต้นไม้สูงชูช่อดอกเด่นรอบสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ กลิ่นหอมของพวกมันฟุ้งไปทั่ว ที่แท้ต้นตอของกลิ่นหอมที่ดิษฐ์มองหาอยู่ที่นี่
       ไม่ว่าจะต้นจำปีและต้นจำปาที่แผ่กิ่งปกคลุมสระว่ายน้ำเอาไว้ อีกทั้งต้นแก้วพุ่มเตี้ยตลอดแนวทางเดินจากสระว่ายน้ำมาถึงตัวอาคาร
        พร้อมต้นลีลาวดีทั้งสองที่กำลังโอบกันเมื่อสุดทางเดิน ณ ชานบันไดขึ้นตึก ดอกสีขาวบานสะพรั่ง

        ดิษฐ์ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง 'หอม . . . หอมมาก'

        "อาจารย์ดิษฐ์ค่ะ" เป็นอีกครั้งที่ขิ่นเรียกผู้มาใหม่ ท่าทางใจลอย

        "คะ ... ครับ"

       ขิ่นผายมือให้ดิษฐ์เดินตาม ดิษฐ์จึงลากกระเป๋าตามไป ผ่านพื้นที่อำนวยความสะดวกครบครัน
       ตั้งแต่ลานจอดรถ ห้องเครื่องซักและอบผ้า จุดล้างรถ ห้องออกกำลังกาย และโถงรับประทานอาหารพร้อมครัวอเนกประสงค์
       ดิษฐ์มองเพลินจนเกือบชนขิ่นที่หยุดกะทันหัน ขิ่นยิ้มและผายมืออีกครั้ง "เชิญอาจารย์ก่อนเลยค่ะ"

        ดิษฐ์มองลิฟต์ตัวใหญ่ กระจกโอบล้อมผนัง แต่ดอกไม้รูปร่างแปลกตาหล่นอยู่บนพื้น

        "ชั้นห้านะคะ" ขิ่นกดลิฟต์ค้างไว้ ดิษฐ์ยิ้มก่อนจะเดินเข้ามา และก้มหยิบดอกไม้นั้น

        ขิ่นมอง "อาจารย์คงชอบดอกไม้สินะคะ คุณท่านถึงสั่งขิ่นให้จัดดอกไม้เตรียมไว้ให้ที่ห้อง"

        "อ๋อ ... ครับ ขอบคุณนะครับ แต่ดอกไม้นี้คือดอกอะไรเหรอครับ"

        "ดอกการะเวกค่ะ”

        ดิษฐ์ไม่เคยเห็นดอกการะเวกมาก่อน มันเป็นดอกไม้สีเหลือง กลิ่นหอม มีกลีบหกกลีบ

        “ขิ่นดีใจที่อาจารย์มาอยู่ที่นี่ คุณท่านต้องมีความสุขมากแน่ ๆ"

        ดิษฐ์มองขิ่นด้วยความเอ็นดู และนึกขอบคุณคุณลินที่เชื้อเชิญเขามาที่นี่

        'ติ้ง' เสียงลิฟต์ดังขึ้น ขิ่นเดินออกไปก่อน ดิษฐ์เดินตามแต่ก็หยุดอึ้งไปชั่วครู่ 'ทำไมมันสูงแบบนี้?'
        ดิษฐ์มองวิวด้านนอกจากทางเดินริมระเบียง เขาก้มลงมองยอดต้นจำปีและจำปา สระว่ายน้ำดูไม่ใหญ่สักนิดเมื่ออยู่ตรงนี้
        อาคารสูงรอบนอกสว่างไสวแม้จะตั้งห่างจากที่นี่ ส่วนอาคารเพื่อนบ้านก็เเค่ดาดฟ้า 'นี่คือชั้นห้าแน่เหรอ?' เขานึก

        "ห้องที่เตรียมไว้อยู่ข้างในสุดค่ะอาจารย์" ขิ่นพูดแล้วผายมือ

        ดิษฐ์พยักหน้าแล้วเดินตามไปจนสุดทาง

        '508' เลขห้องอยู่บนกำแพงข้างประตู ขิ่นยื่นคีย์การ์ดให้ ดิษฐ์หยิบมาแล้วพลิกดู มันเป็นคีย์การ์ดสีเหลืองแข็ง ไม่มีหมายเลขห้อง
        ขิ่นบอกว่าแค่แตะกับลูกบิดก้านยาว ดิษฐ์ทำตามและประตูก็เปิดออก

        '... ขะ ขนาดนี้เลยเหรอ?' ดิษฐ์อึ้งก่อนเผลอก้าวเท้าเข้าไปในห้อง
        สายลมหอมหอบกลิ่นดอกมะลิโชยผ่าน ดิษฐ์แทบไม่ได้สัมผัสถึงมันด้วยซ้ำ เพราะสายตาของเขากวาดไปทั่วพร้อมเงยมอง
       "มีสองชั้นเหรอขิ่น?" ดิษฐ์ถาม น้ำเสียงประหลาดใจ

        "ใช่ค่ะ" ขิ่นตอบพร้อมยิ้ม

        ดิษฐ์ยังตกในภวังค์ความโอ่อ่าของห้องนี้ ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันมีสองชั้น แต่เพราะมันหรูหรากว่าที่เขาคิดไว้มาก
        ผนังห้องทั้งหมดเป็นกระจกใส มองเห็นวิวเมืองหลวงและแม่น้ำสายสำคัญของชาติ ม่านที่ใช้ปิดมีถึงสามชั้น
        ผืนสีน้ำตาลขลิบทองคำเป็นม่านชั้นในสุด แขวนลู่จากเพดานถึงพื้นไม้สัก
        ข้าวของเครื่องใช้เป็นของเก่าหายาก โต๊ะตรงกลางเป็นโต๊ะไม้พะยูงประกอบเก้าอี้หกที่นั่ง โซฟาขนาดมหึมาพร้อมโต๊ะด้านหน้าเป็นกระจกประดับแจกันดอกไม้สด
        โทรทัศน์จอกว้างไม่น่าจะต่ำกว่าแปดสิบนิ้วตั้งไว้บนโต๊ะทรงเตี้ย ดิษฐ์เงยมองโคมไฟระย้าที่ส่องสว่างไปทั่วห้อง

        "ทั้งหมดนี้คือห้องของครูคนเดียวเหรอ?" ดิษฐ์ถามขิ่นด้วยท่าทางตกตะลึง แต่หญิงสาวกลับยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง เธอพอใจที่ดิษฐ์ชอบ

        "ทำไมไม่เข้ามาละขิ่น?" ดิษฐ์ถาม

        "อาจารย์อนุญาตให้ขิ่นเข้าไปได้ใช่ไหมคะ?"

        คนเป็นครูยิ้มอย่างเอ็นดู ขิ่นน่าจะถูกอบรมมารยาทมาอย่างดี

        "เข้ามาสิ ครูอนุญาต ตอนที่ขิ่นเตรียมห้องนี้ ขิ่นยังเข้ามาเลย"

        "ขอบคุณค่ะอาจารย์" ขิ่นยิ้มแปลกและเดินเข้ามาในห้องพร้อมประตูที่ปิดลง

- - จบตอนที่ 2 - -


        



www.pixiv.net/member.php?id=3145401

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
63770
พลังน้ำใจ
325730
Zenny
119391
ออนไลน์
27058 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-4-12 23:32:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
รอติดตามครับ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-12 23:33:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-12 23:38

- 3 -

- ดอกการะเวก -

        ขิ่นเดินเข้ามาในห้อง ถอดรองเท้า และรีบจัดดอกไม้ในแจกันหน้าห้องให้เป็นพุ่ม

        "ขิ่นเข้ามาเตรียมห้องให้อาจารย์ตามคำสั่งของคุณท่านค่ะ อาจารย์ชอบไหมคะ?"

        ไม่มีคำตอบจากคนเป็นครู ขิ่นจึงหันมอง ดิษฐ์กำลังดูภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ เคลือบกระจกใส
        มันถูกแขวนติดผนังฝั่งที่ติดกับห้องด้านข้าง ขิ่นจึงเดินเข้าไปใกล้ "สวยมากเลยนะคะ"

        ดิษฐ์ยืนมองภาพนั้นอยู่นาน
        "... ใช่ สวยมากเลย" เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรภาพนี้ถึงทำเขายืนนิ่ง
       มันอาจเป็นเพราะแสงไฟจากดาวน์ไลท์ที่กระทบภาพ จนสีทองบนผืนผ้าใบจึงดูสว่างระยิบระยับ หรือไม่มันก็เป็นเพราะฝีมือของผู้วาดที่บรรจงสะบัดลวดลายทุกปลายแปรง
       ทำให้เทวดาในนั้นสวยเด่นจนเขาละสายตาไม่ได้

        "... ขิ่นชอบภาพวาดนี้มากค่ะ ไม่รู้ว่าคุณพ่อของคุณท่าน หรือคุณท่านกันแน่ที่วาด" ขิ่นพูด


        ดิษฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม "น้าลินวาดภาพเป็นด้วยเหรอ?"

        แต่ไม่มีคำตอบของขิ่น ดิษฐ์จึงหันมอง ที่แท้สาวเจ้าเดินไปจัดดอกไม้ในแจกันอีกฝั่งของห้อง
       ดิษฐ์ยิ้มให้กับความเอื้อเฟื้อนั้น เขาหันดูรูปภาพอีกครั้ง ภาพนี้ขนาดใหญ่กว่าภาพที่อยู่หลังเคาน์เตอร์รับแขก แต่น่าจะเป็นเทวดาองค์เดียวกัน
       โครงหน้าของท่านเมื่อเงยมองบางสิ่งที่สูงกว่าตนนั้นงดงามราวกับประติมากรรมชั้นเอก
       สองมือกำลังกอบกำช่อดอกไม้หลากสี คล้ายกำลังจะมอบให้ผู้ที่ตนเงยมอง สร้อยสังวาลระบายสีทองคำสวยเด่น
       ประกายละอองทองคำฟุ้งทั่วแผ่นภาพ ท่านั่งพับเพียบโอบล้อมด้วยดอกไม้ '… กำลังนั่งอยู่บนน้ำเหรอ?'
       ดิษฐ์จะเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ขิ่นกลับทักขึ้น

        "อาจารย์จะให้ขิ่นยกกระเป๋าไปที่ห้องชั้นสองไหมคะ?"

        สาวน้อยทำท่าจะยกกระเป๋าแต่ดิษฐ์รีบปฏิเสธ

        "ไม่เป็นไรขิ่น เดี๋ยวครูยกเอง ขิ่นเดินนำได้เลย"

        ดิษฐ์เดินตามขิ่น ไฟสีส้มจากเพดานติดขึ้นเองอัตโนมัติ ดิษฐ์คิดว่าที่นี่หรูหรากว่าที่คาดไว้มาก
        จนในที่สุดขิ่นก็เปิดประตูฝั่งขวาให้กับเขา "เชิญค่ะอาจารย์ ห้องนี่เป็นของอาจารย์ค่ะ"

        ดิษฐ์มองประตูทางฝั่งซ้ายทันที "แล้วนี่คือห้องนอนอีกห้องเหรอขิ่น?"

        "ใช่ค่ะ"

        "ห้องของใครเหรอ?"

        "... คุณท่านบอกว่าห้องของอาจารย์คือห้องฝั่งนี้ค่ะ"

        ดิษฐ์เริ่มสงสัย "แล้วห้องนี้ใครนอนเหรอ?"
        เขาไม่รู้ว่าต้องร่วมใช้ห้องกับใคร และไม่ชินเสียด้วย

        "ขิ่นไม่ทราบค่ะ แต่คุณท่านบอกว่า อาจารย์อยู่ห้องนี้ค่ะ"

        "ไม่มีใครอยู่ห้องนี้กับครูที่นี่ใช่ไหมขิ่น?"

        ขิ่นยิ้ม "เท่าที่ขิ่นรู้ ไม่นะคะ ถ้าอาจารย์มีคำถามอะไร ถามกับคุณลินดีไหมคะ?"

        ดิษฐ์โล่งอก "ขอบคุณนะขิ่น ส่งครูแค่นี้ก็พอ ขิ่นพักผ่อนเถอะ"

        "ค่ะอาจารย์" ขิ่นตอบแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ดิษฐ์ยิ่งเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้น เขายกมือไหว้ตอบ
        เสียงปิดประตูของขิ่นเบามาก ดิษฐ์ก้าวเข้ามาในห้องก็ตกตะลึงอีกครั้ง เขาเห็นเตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งตรงกลาง ฟูกนอนดูสะอาดและหนานุ่ม
        หมอนหนุนยังอยู่ในหีบห่อบรรจุภัณฑ์พร้อมผ้าห่มขนเป็ดผืนใหม่ด้วยยี่ห้อราคาแพง ดิษฐ์วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะหน้าโทรทัศน์จอกว้าง
        เขาเดินไปปิดผ้าม่านและกดเปิดโทรทัศน์ไว้เป็นเพื่อน รีโมทแอร์ฝังผนังมีทั้งแบบด้ามกดและคอนโซลข้างเตียง เขาเพิ่มอุณหภูมิขึ้นและหยิบของใช้ส่วนตัวเข้าไปในห้องน้ำ

        ‘... หอพักนักศึกษาแน่เหรอนี่?’ ดิษฐ์ถาม แต่เขาดูจะชินกับความหรูหราของสถานที่แห่งนี้ ห้องน้ำสีขาวสะอาดสะอ้าน แบ่งเป็นพื้นที่เปียกและแห้ง
       ส่วนเปียกมีอ่างอาบน้ำและฝักบัวเรนชาวเวอร์ขนาดใหญ่ ดิษฐ์กวาดมองทุกข้าวของเครื่องใช้ ทุกอย่างล้วนเป็นของพรีเมียม
       แม้แต่กระจกประกอบด้วยขอบทำจากไม้ฉลุลายไทย ดิษฐ์วางของใช้ที่จำเป็นแค่สองอย่างลงบนโต๊ะหน้ากระจก แปรงสีฟันกับครีมทาผิว นอกเหนือจากนี้ที่นี้มีหมด

        ‘ตื๊ด ตื๊ด’ เสียงรอโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นห้วง ๆ ดิษฐ์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่าง
        หน้าติดแผ่นมากส์เอาไว้ กำลังรอปลายสายรับโทรศัพท์ “เป็นไงบ้างเพื่อน? ทำอะไรอยู่กว่าจะโทรหาเราได้”

        มนัส เพื่อนของดิษฐ์ทำเสียงติดดุ

        “เพิ่งอาบน้ำเสร็จนะ ว่าแต่ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง?”

        “คนเยอะมาก สงสัยพรุ่งนี้ต้องไปตุนเหล้ากับไวน์นอกมาเพิ่ม”

        “งั้นฝากซื้อ บาโรโล่ คานนูบี ได้ไหม?” ดิษฐ์ถาม

        “ได้ดิ ที่ร้านตอนนี้ไวน์รุ่นนี้ก็ใกล้จะหมด เออดิษฐ์ คุณราฟานเขามาหาแกนะ แต่พอเราบอกว่าแกไม่ได้มา เขาบอกจะมาพรุ่งนี้แทน แกเข้าร้านหรือเปล่าพรุ่งนี้?”

        “ราฟานมาอีกแล้วเหรอ?” ดิษฐ์นึกถึงภาพชายวัยประมาณสามสิบต้น ๆ เป็นชาวแขกขาวที่โดดเด่นมาก จำได้ว่าการเจอกันครั้งแรกทำเอาทุกคนในร้านตื่นเต้น
        เขาทั้งหล่อสไตล์ลูกครึ่งไทยกับชาวแขกขาว หล่ออย่างกับหลุดมาจากภาพยนตร์ ตัวสูง หุ่นกำยำเพราะน่าจะออกกำลังกายเป็นประจำ
        แต่ที่ทุกคนในร้านจำเขาได้ดีคือเขามาพร้อมกับบอดี้การ์ดหลายคน แถมนั่งรถสปอร์ตราคาแพงระยับ
        น่าจะเป็น Aston Martin รุ่น Valkyrie ทุกคนในร้านต่างลงความเห็นว่า ‘เขาชอบดิษฐ์’

        “ใช่ราฟานมา ดูท่าทางเขาเสียใจที่แกไม่มาทำงานอีกแล้ว แต่เราก็อธิบายเขานะว่าเธอย้ายที่พัก เขาถามเรานะว่าแกพักที่ไหน แต่แกก็ไม่ได้บอกเราไง สรุปแล้วอยู่ไหนเนี่ย?”

        “ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยหรอก”

        “หอพักสินะ ดีไหมละ? พออยู่ได้หรือเปล่า?”

        “... อืม ดีนะ อยู่ได้สิ”

        “ไม่เชื่อหรอก แกต้องพาเราไปดู”

        ดิษฐ์ยอมรับว่ามนัสเป็นห่วง ก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ปลาย เขามองไปที่ห้องว่างชั้นบนฝั่งซ้าย คงไปเป็นไรถ้าจะเพื่อนมาเที่ยวเล่น
        ดิษฐ์เดินออกไปนอกระเบียง ตรงนี้สวยมาก กลิ่นหอมจากดอกไม้มาจากที่ไหนไม่รู้แต่เขาชอบ “อืม ไว้เราจัดการอะไรเสร็จแล้วจะพามานะ”

        “ดีเลย เออดิษฐ์แค่นี้ก่อนนะ ลูกค้ามา ... เออ คุณราฟานมา”

        “ได้ดิ ไม่ต้องบอกเขานะว่าคุยกับเรา เดี๋ยวเขาจะผิดหวังที่เราไม่ได้เข้าร้าน”

        “เออ รู้แล้ว แกก็คุยกับเขาละกันวันหลัง”

        ‘ติ๊ด’ เสียงปลายสายดับไป ดิษฐ์ยืนมองวิวเมืองหลวงอีกสักหน่อยแล้วเดินไปดื่มน้ำจากตู้เย็นไซส์มหึมา
        เขาเลือกไม่ถูกด้วยซ้ำว่าจะเอาน้ำดื่มยี่ห้อไหน แต่ก็หยิบขวดที่น่าจะราคาถูกมาดื่มและกลับมาที่โซฟา
        โทรศัพท์แสดงตารางงานที่มหาวิทยาลัย เขาภูมิใจที่จะได้เริ่มต้นสอนหนังสือในวิชาที่ตัวเองรัก
        ความเงียบและสายลมอ่อนจากเครื่องปรับอากาศทำเอาเขาเริ่มเคลิ้ม จนในที่สุดก็หลับไป

        ‘ตึก ตึก’ เสียงย่ำฝีเท้าเบา ๆ ก้าวลงมากจากชั้นบน เงาของชายหนุ่มร่างสูง หุ่นหนา ก้าวลงมาอย่างเชื่องช้า
        เขาหยุดมองดิษฐ์ที่กำลังหลับใหล ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ได้แสงไฟไม่ไกลจากดิษฐ์ หน้าตาของเขาหล่อเหลาเหมือนหลุดมากจากภาพวาด
        ดวงตาคล้ายเหยี่ยว จมูกเป็นสันคมตอบรับกับปากกระจับได้รูป คิ้วเข้ม มีหนวดเคราบาง ๆ แต่ฟุ้งด้วยไอละอองที่ให้ความรู้สึกน่ายำเกรง
        ฝ่ามือหนาลูบเปิดเส้นผมของดิษฐ์ที่ปิดหน้าเอาไว้อย่างเบามือ สายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ดูยังไงก็ยังเด็กมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะอายุสี่สิบ
        ผิวพรรณขาวสะอาดหมดจด ส่วนสูงไม่น่าถึง 173 เซนติเมตร ริ้วรอยตามวัยมีน้อยจนแทบมองไม่เห็น
        ใบหน้าและลำตัวเกลี้ยงเกลาไร้ขน ผิวกายเต่งตึงมีน้ำมีนวลอย่างประหลาด กางเกงขาสั้นนั้นเผยทรวดทรงองค์เอว

        ชายหนุ่มมองดิษฐ์อย่างไม่ละสายตา เขาวางดอกการะเวกไว้บนโต๊ะ
        ในใจนึกถึงถ้อยวลีที่ร่ำเรียนมา ‘ไม่มีดอกไม้ใด โดดเด่นเทียบเทียมดอกไม้สักการะ’ ชายหนุ่มจ้องใบหน้าของดิษฐ์เนิ่นนาน ‘ได้พบกันใกล้ ๆ สักทีนะ . . . ดิษฐ์’

- - จบบทที่ 3 - -



www.pixiv.net/member.php?id=3145401

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-12 23:51:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
www.pixiv.net/member.php?id=3145401

นายกสโมสร

กระทู้
28
ตอบกลับ
36924
พลังน้ำใจ
207186
Zenny
208807
ออนไลน์
32314 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-4-13 05:58:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-13 14:01:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-13 14:35

- 4 -

- กันธนัทร -


          แดดอ่อนส่องเข้ามาจากหน้าต่างบานใหญ่ดิษฐ์ถูกปลุกให้ตื่น เขายังง่วงแต่กลับรู้สึกแปลก ความฝันแปลกสงสัยเห็นดอกไม้มากไปหน่อย ความฝันเมื่อคืนเลยเป็นฝันราง ๆ เห็นต้นไม้ใหญ่ที่ออกดอกบานสะพรั่งชูสีสันหลากหลาย สวยงามอย่างที่ไม่มีทางเป็นไปได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นมาก่อน ‘… การะเวก’ ดิษฐ์มองดอกการะเวกบนโต๊ะ มันอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรคงจะเป็นเขาเองที่วางเอาไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดเรื่อยเปื่อยเสียงปลุกจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

- - -


          ‘ตลาดเช้า’ คนเยอะเป็นพิเศษแต่คงยังไม่เท่าตอนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม
ระหว่างทาง ดิษฐ์เห็นพระสงฆ์กำลังบิณฑบาตเขาซื้ออาหารแบบเรียบง่ายแถวนั้นและนั่งคุกเข่า
ภิกษุชราเปิดฝ่ารับบาตรดิษฐ์เงยหน้าส่งสำรับเข้าบาตรและพนมมือรับพร
“ยะถา ...” ภิกษุลำนำบทให้พรเมื่อเห็นผู้เลื่อมใสบางท่านเริ่มกรวดน้ำแต่สายตาอ่อนโยนของท่านมองดิษฐ์
ทว่าคนเป็นครูไม่ได้สบตาเพราะตั้งใจก้มหน้ารับพรจนในที่สุดบทสวดก็จบลง ดิษฐ์ไหว้ลาพระสงฆ์อย่างที่ทำเป็นประจำ
พระชรารูปนั้นมองเขาเดินจากไป และแหงนมองท้องฟ้าใสสักครู่ . . .แต่สายตาของท่านกลับหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

- - -


          อาคารศูนย์การเรียนรู้ทางภาษาเป็นอาคารสี่ชั้นมีไว้เฉพาะนักศึกษาสาขาภาษาและนิสิตนอกสาขาที่ต้องลงเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนวิชาการต้อนรับดิษฐ์อย่างดีดิษฐ์เข้าไปไหว้ทักทายหัวหน้าสาขากับภรรยาของท่าน อาจารย์ทั้งสองให้การต้อนรับดิษฐ์เป็นอย่างดี
“เออ ดิษฐ์ เที่ยงนี้มีประชุมที่ห้อง 105 ดิษฐ์ได้รับข้อความเรียนเชิญแล้วใช่ไหม?” หัวหน้าสาขาถาม

          “ครับได้แล้วครับ ผมต้องเตรียมอะไรก่อนเข้าประชุมไหมครับ?”

          “ไม่ต้องหรอกดิษฐ์ไปเก็บของที่ห้องพักอาจารย์เถอะ”

          “ครับ” ดิษฐ์ก้มหัวและเดินไปที่ห้องพักส่วนตัว

          ‘กร๊อกแกร๊ก’ ดิษฐ์พยายามไขลูกบิด แต่ประตูไม่เปิด

          “อาจารย์ครับเดี๋ยวผมช่วย” เสียงชายหนุ่มดังขึ้น พอดิษฐ์หันมองก็พบกับอาจารย์ที่น่าจะเป็นรุ่นน้องท่าทางอัธยาศัยดีเพราะยิ้มไม่หุบ

          ‘แกร๊ก’ ประตูถูกเปิดออก “อาจารย์กษิดิษฐ์ใช่ไหมครับผมชื่อกันธนัทร สอนวรรณคดีครับ” เขายิ้มให้อีกครั้ง
          ดูจะเป็นคนอารมณ์ดีเพราะมักจะพูดพร้อมหัวเราะสดใสอยู่เสมอ

          “ครับ กษิดิษฐ์ครับ เรียกว่าดิษฐ์ก็ได้นะครับ” ดิษฐ์ยิ้มตอบและรู้สึกเอ็นดู

          “ครับ พี่ดิษฐ์ห้องพี่ดิษฐ์อยู่ทางซ้ายนะครับ ติดกับห้องอาจารย์ชาวต่างชาติ”

          “ครับขอบคุณนะครับ”

          “แล้วก็เที่ยงนี้มีประชุมพี่ดิษฐ์ไม่ต้องซื้ออาหารกับเครื่องดื่มนะครับ สาขาจะเตรียมไว้ให้”

          พูดจบอาจารย์นัทรก็เดินเข้าห้องตัวเอง ส่วนดิษฐ์ก็เลี้ยวซ้ายตามคำบอก

          ห้องพักอาจารย์ของดิษฐ์ก็เหมือนกับห้องทำงานส่วนตัวไปแบ่งเป็นห้อง ๆ ขนาดกว้างขวางพอสมควรสำหรับอาจารย์หนึ่งท่าน
ดิษฐ์นำพระพุทธรูปตั้งไว้บนโต๊ะเก็บเอกสารและวางรูปคุณพ่อกับคุณแม่ที่จับมือกันพร้อมยิ้มหันหน้าเข้ากล้องพวกท่านทั้งสองจากดิษฐ์ไปแล้ว
ดิษฐ์ไหว้พวกท่านแล้วเอาใบปริญญาวางไว้ด้านข้าง จากนั้นก็จัดการลงไฟล์สำคัญที่คอมพิวเตอร์จัดระเบียบห้องอีกเล็กน้อย เท่านี้ก็เที่ยงแล้ว

          อาจารย์สาขาภาษาอังกฤษมีร่วมกันยี่สิบกว่าท่านดิษฐ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ห้อง 105 เป็นห้องประชุมขนาดไม่ใหญ่แต่ผนังบุที่กันเสียงได้เยี่ยม
ดิษฐ์ได้พบกับอาจารย์ทุกท่านเป็นครั้งแรกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
สำหรับสาขาภาษาอังกฤษอาจารย์ทุกท่านจะไม่ได้สอนเฉพาะวิชาในคณะศิลปศาสตร์แต่จะบริการการสอนภาษาอังกฤษให้กับนิสิตทั้งมหาวิทยาลัยทุกคณะ
ดังนั้นอาจารย์จึงมีความเชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษทั่วไป และภาษาอังกฤษเฉพาะด้าน
อาทิ ด้านภาษาศาสตร์ ด้านวรรณคดี ด้านการแปลและล่าม ด้านภาษาเพื่ออาชีพรวมถึงการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ


          “In this semester, we have two new lecturers. Could both of you please introduceyourselves?
(ภาคการศึกษานี้ พวกเรามีอาจารย์ใหม่สองท่านรบกวนอาจารย์ทั้งสองแนะนำตัวได้ไหมครับ?”)
อาจารย์หัวหน้าสาขาแจ้งให้กับคณาจารย์ทั้งห้องทราบอาจารย์ชาวต่างชาติเงยหน้ามองตอนที่ดิษฐ์ลุกขึ้นแนะนำตัวเป็นแรก

          “SawaddeeKrub, (ดิษฐ์ยกมือไหว้) My name is Kasidit Pothidara,but please feel free to call me "Dit".
I am truly grateful for the opportunity to join the English Division and to be part of such an esteemed team.
I look forward to working closely and collaborating with all of you.
(สวัสดีครับ สวัสดียามบ่ายครับอาจารย์ทุกท่านผมชื่อกษิดิษฐ์ โพธิดารา
แต่เรียกผมว่า ‘ดิษฐ์’ ก็พอเพื่อความสะดวกของทุกท่านนะครับผมขอบคุณที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสาขานี้
ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้ทำงานที่สาขาภาษาอังกฤษนี้และทำงานกับอาจารย์ทุกท่าน)”

          หลังจากดิษฐ์แนะนำตัวอาจารย์ผู้หญิงอีกท่านก็กล่าวแนะนำตัว ดิษฐ์ได้พูดคุยทำความรู้จักกับทุกคนในห้องจนถึงเวลาประกาศตารางสอน
ดิษฐ์ยังไม่มีวิชาเป็นของตนเองในเทอมการศึกษานี้จึงได้ตารางสอนที่มีแต่เฉพาะวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนิสิตนอกสาขาภาษาอังกฤษสามวิชา
ดิษฐ์จดเวลาต่าง ๆ ลงโทรศัพท์ เขาต้องสอนสามรายวิชา และตั้งใจว่าเวลาที่ไม่มีสอนก็จะนั่งทำวิจัยที่ตนเองสนใจ

          กันธนัทรคงเห็นดิษฐ์กำลังง่วนอยู่กับรหัสรายวิชา จึงให้คำปรึกษา
          “พอไหวไหมพี่ดิษฐ์? มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”

          ดิษฐ์ยิ้มให้กับความหวังดี “ไหวนะนัทร”

          “ครับ วิชาที่พี่ดิษฐ์จะสอนจะเป็นวิชากลางของมหาวิทยาลัย นิสิตจึงมาจากหลายคณะแต่เท่าที่พี่ดู
          คณะที่น่าจะลงเรียนกับพี่ดิษฐ์ได้ก็น่าจะมีบัญชี ประมง วิศวกรรมกับวนศาสตร์”

          “อาหะ เดี๋ยวพี่จะเอาหนังสือไปเตรียมสอน”

          “อ้อ เดี๋ยวผมจะแนะนำพี่ดิษฐ์ให้รู้จักผู้จัดการรายวิชาของทั้งสามวิชานี้
          เพราะพี่จะทำงานกับพวกเขาพวกเขาจะเตรียมเอกสารทั้งหมดและคำอธิบายรายวิชาด้วย”

          ‘ผู้จัดการรายวิชา’ คือผู้ประสานอาจารย์ทั้งหมดที่สอนให้วิชาภาษาอังกฤษที่เป็นของส่วนกลางของมหาวิทยาลัยเนื่องด้วยเป็นวิชาใหญ่
มีนิสิตลงทะเบียนเรียนแค่วิชาเดียวก็ไม่ต่ำกว่าห้าพันคน ดังนั้นจึงต้องมีผู้จัดการที่คอยประสานอาจารย์ทั้งหมดที่ร่วมสอนในรายวิชานี้บางครั้งหนึ่งวิชาก็ใช้อาจารย์ร่วมสอนยี่สิบคน

          กันธนัทรได้แนะนำดิษฐ์ให้รู้จักอาจารย์ผู้จัดการรายวิชาทั้งสามซึ่งนัทรเป็นหนึ่งในนั้น ดิษฐ์จึงสอบถามในสิ่งที่สงสัย
ทุกอย่างราบรื่นดีเหลือให้ดิษฐ์เตรียมพร้อมเข้าสอนในวันเปิดเทอมเท่านั้นดิษฐ์เก็บของออกจากห้องประชุม เป็นเวลาเลิกงานพอดี จึงมุ่งหน้าไปร้านของมนัส

- - จบบทที่ 4 - -

www.pixiv.net/member.php?id=3145401

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
8
ตอบกลับ
70
พลังน้ำใจ
6535
Zenny
6061
ออนไลน์
696 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-4-13 14:22:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hot_hormone เมื่อ 2026-4-13 14:37

- 5 -

- ราฟาน -


          “โอ้โห แต่งตัวเรียบร้อยมาก” มนัสกล่าวทักพร้อมมองดิษฐ์ตั้งแต่หัวยันเท้า

          “ก็ต้องแต่งตัวสุภาพสินัสให้เกียรติเพื่อนร่วมงานกับมหาวิทยาลัย”

          ดิษฐ์ตอบแล้ววางเก็บสัมภาระเข้าตู้ส่วนตัวข้างหลังร้าน

          “จ้าแต่งแบบนี้ให้เกียรติกับร้านฉันมาก”

          “แบบนั้นก็ดี ว่าแต่แม่ครัวทำอะไรให้กินเหรอวันนี้? หิวมากเลย”

          “ไปดูที่โต๊ะเลยจะพอรู้ว่าแกจะมา ฉันก็เตรียมไว้เพียบ”

          “แหม รู้ใจจัง”

          ดิษฐ์กำลังจะเดินไปหลังร้านเสียงเข้ม ๆ ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน “อ้าว พี่ดิษฐ์”

          เจ้าของเสียงเสียงกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาดิษฐ์หน้าตาของชายหนุ่มดูสุภาพ ใส่แว่น แต่งตัวสไตล์ศิลปิน พร้อมสะพายกีต้าร์โปร่ง
          “สวัสดีครับพี่ผมดีใจที่เจอพี่นะครับ ผมไม่เจอพี่มาเกือบสามเดือนเลยนะครับ”

          “คือพี่ ...”

          “โอ๊ย! ชาร์ป แกก็รู้ว่าคุณท่านเล่นตัวจะตายแถมตอนนี้เป็นอาจารย์เต็มตัวแล้วด้วย ท่าทางจะมาได้ไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้วละ”
          มนัสพูดแล้วเทน้ำแข็งลงเหยือกแก้วทรงสวย “ดิษฐ์ แกลองชิมหน่อยสิสูตรใหม่แบบที่แกน่าจะชอบ”
          พูดจบ มนัสก็รินค๊อกเทลสูตรใหม่ลงในแก้วเเชมเปญประดับกลีบดอกทองหลาง

          “ตอนนี้อะนะร้านยังไม่เปิดด้วยซ้ำ” ดิษฐ์มองเพื่อนตัวดี แต่ก็อดมองดูค๊อกเทลสีสวยนี้ไม่ได้

          “ฉันจะตั้งชื่อมันว่า Tiger’s Claw” มนัสพูดพลางภูมิใจ

          “หืม. . . กรงเลือเสือไปอีก ดุดันมาก อะไรทำให้ตั้งชื่อมันแบบนี้เหรอ”

          มนัสยิ้ม “คือวันก่อนคุณราฟานขอชงค๊อกเทลเอง คือมันดีมากอะแก เหล้ารัมสีเหลืองผสมน้ำผึ้งนิดหน่อยตามด้วยน้ำสับปะรดคั้น  
          ปิดจบด้วยไซรัปทับทิม ดูสีสิแกเหลืองอำพันสวยมาก คุณราฟานเรียกมันว่า Tiger’s claw”

          “สรุปคือไม่ได้คิดเองเลย”

          มนัสค้อนขวับ “อย่างน้อยเราก็เอามาผสมกับผงมุกละกัน ดูสิพอคนแล้วจะมีประกายมุกอยู่ข้างในสวยปะละ . . .
          ว่าแต่คุณราฟานก็เก่งไม่เบานะเนี๊ยะ คิดสูตรนี้ได้ยังไง ทั้งสวย ทั้งอร่อย”

          ‘ตึ๊ง’
          ชาร์ปกดคีย์เปียโนหวานๆแล้วหันมาพูดกับดิษฐ์ “พี่ดิษฐ์จะร้องเพลงอะไรบ้างครับคืนนี้”

          ทั้งห้องเงียบแป๊บหนึ่งแล้วดิษฐ์ก็พูดตัดบท “ไม่น่าจะร้องนะ”

          “ได้ไงละ!” มนัสโพล่งกับถลึงตา
          “ไม่ร้องไม่ได้นะเมื่อวานคุณราฟานรอฟังเสียงของนาย วันนี้เขาบอกว่าเขาจะมาใหม่ ถ้านายไม่ร้องเราเสียลูกค้ารายนี้แน่”

          “งั้นก็ให้ผมร้องสิครับพี่นัส”จู่ ๆ เสียงเท่ ๆ ของชายหนุ่มผมสีเทาควันบุหรี่ก็ดังมาจากหลังร้านมนัสหันขวับไปมอง
           ชายหนุ่มเจ้าของเสียงเดินออกมาพอดี ในมือชามข้าวเจ้าตัวกำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ

          “สนยังไงนายก็ต้องร้อง แต่จะให้นายกับพลอยใสร้องสลับกันคู่เดียวไม่ได้” มนัสแย้ง

          “แหมๆ อยากฟังอาจารย์ดิษฐ์ร้องก็บอกมาเหอะพี่นัส” เจ้าผมเทาไม่พูดเปล่าเขาเดินมาสวัสดีดิษฐ์อย่างนอบน้อม แล้วยื่นถุงกระดาษให้
          “ของขวัญเรียนจบปริญญาเอกและได้งานนะครับอาจารย์”

          ดิษฐ์ยิ้มแล้วอ้าแขนพร้อมกอดศิษย์รักของตน “ขอบใจนะสน”

          “ยินดีครับผมกับพลอยเลือกให้อาจารย์นะครับ หวังว่าจะชอบ”

          ดิษฐ์เปิดของขวัญดูก็พบกล่องปากกายี่ห้อหรูเขาอึ้งแวบหนึ่ง “ชอบสิ แต่อันนี้แพงนะ”

          “โธ่จารย์ผมหารกับพลอยก็ไม่แพงแล้วครับ” สนพูดพร้อมยิ้มตาตี่เด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกศิษย์ของดิษฐ์ตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยตอนนั้นดิษฐ์เป็นติวเตอร์ส่วนตัว
          ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้ว แถมเป็นหนุ่มเนื้อหอมเจ้าเสน่ห์หน้าใสแล้วตัวสูง ดิษฐ์เฝ้าดูผลการเรียนของสนมาตลอดเพราะเจ้าตัวอยากหารายได้พิเศษช่วยเหลือที่บ้าน
          ดิษฐ์เลยแนะนำให้มาร้องเพลงที่ร้านนี้เจ้าตัวก็ทำได้ดี ดีเกินคาดเสียด้วย

          Do you remember me? The ‘me’ you once smiled for. The ‘me’ you once sang for. The‘me’ you once kissed that I so adored”
           สนร้องเพลงเสียงทุ้ม คลอไปกับแนวเปียโนของชาร์ปที่ลงตัวไม่มีที่ติดิษฐ์ยิ้มให้กับทั้งสองคน คนหนึ่งลูกศิษย์อีกคนก็เพื่อนในวงที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี
           เขามองไปรอบร้านที่ไม่ได้มาเสียนานบรรยากาศคุ้นเคย ร้านนี้เป็นร้านนั่งชิวตกแต่งได้ละเมียดละไมตามสไตล์ไทยประยุกต์ผสมกับความหรูหราของตะวันออกลาง
           ร้านนี้มีสองชั้น เวทีอยู่ตรงกลางชั้นล่างชั้นสองเป็นเหมือนระเบียงให้มองลงมาดูงานแสดง
           ด้านหลังเวทีส่วนลึกเป็นบาร์เครื่องดื่มชั้นวางขวดสูงชนเพดานชั้นสอง ระยิบระยับด้วยขวดสีอำพันและอีกหลากหลายสีสันราคาแพงดิษฐ์ชอบแสงไฟของที่นี่
           มันดูอุ่นตา โต๊ะหน้าบาร์และโซฟาเป็นเบาะนุ่มโต๊ะรับรองแขกเป็นไม้สักนำเข้า
           แต่เก้าอี้เป็นเบาะกำมะหยี่ดิษฐ์มองความชันของชั้นหนึ่งที่ทอดต่ำลงมาจากหน้าร้านถึงกลางเวทีมนัสเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด
           แต่ชื่อร้านดิษฐ์เป็นคนตั้งให้ ชื่อว่า “Sanctuary”

          “กี่โมงแล้วเนี่ยเฮ๊ย ! ! อีกชั่วโมงกว่า ๆ ต้องเปิดรับลูกค้าแล้วคืนนี้โต๊ะเต็มด้วย” มนัสพูดพร้อมทำท่าลนลานอย่างที่ทำประจำ
          เขาหันขวับมาหาดิษฐ์ก่อนจะเริ่มตรวจความพร้อมของร้าน “คืนนี้แกต้องร้อง”พูดจบก็เดินจ้ำอ้าวไปหน้าร้านทันที ดิษฐ์ได้แต่ยิ้มเหนื่อยแทน

          “เอาตรงนี้ขึ้นสูงอีกหน่อยไปไหมครับพี่ชาร์ป” สนพูด ตอนนี้นักดนตรีคนอื่น ๆ เริ่มขึ้นเวทีพร้อมปรับเครื่องดนตรีประจำตำแหน่งทุกคนที่ดิษฐ์รู้จักยกมือไหว้เขากันหมด
          เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจที่อยู่กับคนที่คุ้นหน้ามือข้างหนึ่งเผลอกุมสร้อยคอที่ไม่เคยห่างจากอก ‘ดิษฐ์มีความสุขครับแม่’

          พอถึงเวลาหนึ่งทุ่ม ลูกค้าที่เคยยืนรอเวลาเปิดก็ทยอยกันเข้ามา ดิษฐ์เดินอยู่แถวเคาท์เตอร์บาร์ยิ้มต้อนรับแขกทุกคนอย่างเป็นมิตร
          บางคนคุ้นหน้า บางคนมาใหม่ แต่ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ชื่นชอบดนตรีสดดิษฐ์พาแขกเข้าไปนั่งโต๊ะด้วยภาษาอังกฤษที่ชำนาญรับออเดอร์ลูกค้าและช่วยเด็กเสิร์ฟ
          ทุกอย่างในช่วงแรกดูวุ่นวายแต่พอลูกค้านั่งโต๊ะครบ ดิษฐ์ก็เดินมานั่งที่ข้างเวทีดูการแสดงฟ้อนรำแบบไทยประยุกต์ที่เป็นโชว์เปิดเวที
          พวกนางรำแต่งตัวสวยท่วงท่าอ่อนช้อยจนเขาเหม่อ

          “ทางนี้ครับท่าน”ชายสูทดำผายมือให้ชายร่างใหญ่ สูทสีเทา ตัวสูงหน้าตาหล่อเหลาจนแทบทุกโต๊ะเผลอมองเขา ดิษฐ์ก็เช่นกัน

          “น้องครับเจ้านายของพี่ขอชุดใหญ่นะคืนนี้” ชายสูทดำบอกเด็กเสิร์ฟที่ยกมือไหว้ผู้มาใหม่ชายสูทเทาหล่อคมคายจนหลายคนจดจ้องแล้วยิ้มขวยเขิน
          เขาดูมีมาดสูทที่ใส่ก็น่าจะแพงระยับ โครงหน้านั้นราวกับเทวดา ตาคม คิ้วเข้มหนา
          จมูกโด่งปากกระจับสีธรรมชาติ รับกับหนวดเคราที่ตกแต่งมาอย่างประณีตเขาจะรู้ตัวไหมนะว่าทุกสายตากำลังจดจ้อง ดิษฐ์มองชายผู้นั้นอยู่สักพัก นึกในใจ ราฟาน’

- - จบบทที่ 5 - -

www.pixiv.net/member.php?id=3145401
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-20 23:14 , Processed in 0.143206 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้