เสียงนกหวีดสนามฟุตบอลดังขึ้นท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงฟุตบอลแนบเนื้อกำลังวิ่งตัดสนามอย่างคล่องแคล่วเหงื่อที่ไหลตามแนวกรามคมเข้มสะท้อนกับแสงแดดจนดูเหมือนประกายบางอย่าง ร้อยตำรวจเอก ก้องภพ สูง185เซนติเมตร ไหล่กว้าง แผ่นหลังหนา แขนแข็งแรงจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เมื่อเขาอยู่ในเครื่องแบบตำรวจที่รีดเรียบตึงมันยิ่งขับให้รูปร่างของเขาดูสง่างามและทรงพลัง หลายคนในโรงพักพูดกันเล่นๆ ว่า “ถ้ามีประกวดตำรวจหล่อระดับประเทศ ก้องภพคงได้ที่หนึ่งแน่” เสียงหัวเราะมักตามมาเสมอเพราะมันคือความจริงใบหน้าคมเข้มของเขา รอยยิ้มที่ดูอบอุ่น และสายตาที่หนักแน่น ทั้งหมดรวมกันเป็นเสน่ห์ที่ยากจะละสายตา แต่ก้องภพไม่เคยสนใจคำชมเหล่านั้นชีวิตของเขามีเพียงหน้าที่ การฝึก การออกกำลังกาย และเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เมธัช เมธัชยืนอยู่ข้างสนามฟุตบอล สายตาของเขามองตามร่างสูงใหญ่ของก้องภพที่กำลังวิ่งอยู่ในสนาม รอยยิ้มเล็ก ๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ยังเร็วเหมือนเดิมเลยนะ”เขาพึมพำเบา ๆ เมธัชเองก็เป็นตำรวจที่หน้าตาดีไม่แพ้ใครรูปร่างสมส่วน ผิวขาวสะอาด และบุคลิกสุขุม ถ้าใครมองจากภายนอกเขาก็เหมือนผู้ชายทั่วไปคนหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าในใจของเขาเก็บความลับบางอย่างเอาไว้ ความลับที่ไม่มีวันพูดออกมาได้เมธัชหลงรักก้องภพ หลงรักมาตั้งแต่ตอนที่ทั้ง2ยังเป็นนักเรียนนายร้อย ตั้งแต่วันที่ก้องภพยื่นมือมาช่วยเขาในวันที่ฝึกหนักจนเกือบหมดแรง“ลุกไหวไหมเมธัช”เสียงนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ ตั้งแต่วันนั้นหัวใจของเขาก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลยแต่เมธัชรู้ดี ก้องภพไม่ได้ชอบผู้ชาย และเขาเองก็ไม่อยากทำลายมิตรภาพที่มีค่าเช่นนี้ดังนั้นเขาจึงเลือกทำเพียงอย่างเดียว รักอยู่เงียบ ๆ หลังการฝึกว่ายน้ำก้องภพเดินออกมาจากสระในกางเกงว่ายน้ำสีดำตัวจิ๋วที่ปกปิดแท่งเนื้อที่สมบูรณ์ไว้ที่แทบจะทะลุกางเกงออกมา หยดน้ำไหลตามแผ่นอกกว้างและหน้าท้องที่แข็งแรงจากการฝึกหนัก เมธัชนั่งอยู่ที่ม้านั่งใกล้ ๆ เขาพยายามทำเป็นดูโทรศัพท์แต่สายตากลับเผลอมองไปทางเพื่อนสนิทครั้งแล้วครั้งเล่า หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวเพราะแรงดึงดูดจากความเป็นชายที่น่าเกรงขาม ก้องภพหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาถูผม แล้วหันมายิ้มให้“มองอะไรอยู่” เมธัชสะดุ้งเล็กน้อย “เปล่าแค่คิดว่านายควรลงแข่งว่ายน้ำระดับจังหวัด” ก้องภพหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้หัวใจของเมธัชอ่อนลงทุกครั้ง เขาแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายภาพของก้องภพโดยไม่มีใครสังเกตไม่ใช่เพื่ออะไร เพียงแค่เก็บไว้ดูในคืนที่เขาต้องอยู่คนเดียว คืนที่ต้องยอมรับกับตัวเองว่าผู้ชายคนนี้คือสามีในความฝัน วันที่ไอรินปรากฏตัวครั้งแรกในโรงพยาบาลตำรวจแทบทุกคนหยุดมองเธอสวยสง่างามราวกับนางงาม ผมยาวสีน้ำตาลเข้มดวงตาอ่อนโยน รอยยิ้มที่ทำให้คนรอบตัวรู้สึกอบอุ่นและไม่นาน ข่าวลือก็เริ่มแพร่ไปทั่วโรงพัก“หมอก้องภพกับพยาบาลไอรินดูเหมาะกันมากเลยนะ” เมธัชได้ยินคำพูดนั้นครั้งแรกเขายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบรัด เขาเห็นก้องภพยืนคุยกับไอรินรอยยิ้มของทั้งคู่ดูเป็นธรรมชาติ อบอุ่น และเหมาะสมกันอย่างเหลือเกิน เมธัชรู้ดี ผู้หญิงแบบไอรินคือคนที่ก้องภพควรมีไม่ใช่เขา เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงก้องภพในชุดสูทสีเข้มยืนจับมือเจ้าสาวไอรินในชุดเจ้าสาวสีขาวสวยงามราวกับภาพฝัน ทุกคนต่างพูดเหมือนกัน“เป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุด”เมธัชนั่งอยู่โต๊ะด้านหลังเขายิ้มยกแก้วแสดงความยินดี ไม่มีใครเห็นว่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย คืนนั้นหลังงานเลี้ยงจบเมธัชกลับมาที่ห้องเพียงลำพังเขาเปิดโทรศัพท์ภาพของก้องภพที่เขาเคยแอบถ่ายไว้ปรากฏขึ้นทีละภาพ รอยยิ้ม สายตาและแท่งเนื้อกลางลำตัว พร้อมกับเสียงหัวเราะน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาเงียบ ๆเหมือนหัวใจบางส่วนของเขาได้หายไปตลอดกาล สามเดือนหลังแต่งงานข่าวดีดังไปทั่วโรงพัก“ไอรินตั้งครรภ์แล้ว”ก้องภพดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่เขาพูดถึงลูกทุกวัน อนาคต ครอบครัว บ้าน ชีวิตใหม่ ทุกคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหวังแต่ทุกคำเหล่านั้นเหมือนมีดที่ค่อยๆ บาดหัวใจของเมธัช เขายิ้มแสดงความยินดีแต่เมื่อกลับถึงห้องความเงียบกลับดังจนแทบทนไม่ได้ วันที่ไอรินคลอดลูกทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่หวังภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นอย่างกะทันหันแพทย์พยายามอย่างเต็มที่สุดท้ายเด็กชายปลอดภัยแต่ไอรินจากไปโลกของก้องภพพังทลายลงในวันเดียว หลังงานศพเขาเริ่มดื่มหนักกลับบ้านช้า บางคืนแทบจำอะไรไม่ได้ เมธัชเป็นคนเดียวที่คอยอยู่ข้างเขา คอยรับสาย คอยพากลับบ้านคอยดูแลลูกชายตัวน้อย คืนหนึ่งก้องภพเมาหนักกว่าทุกครั้งเขานั่งเงียบอยู่ที่ระเบียง“ทำไมทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้”เสียงของเขาแหบพร่าเมธัชนั่งอยู่ข้าง ๆ หัวใจเจ็บปวดกับภาพตรงหน้า ก้องภพหันมามองเขา สายตาแดงจากแอลกอฮอล์และน้ำตา“นายไม่เคยทิ้งฉันเลยนะ”ประโยคนั้นทำให้หัวใจของเมธัชสั่น คำพูดที่เขาเก็บไว้หลายปีหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ“เพราะผมรักคุณ…”ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสองลมกลางคืนพัดผ่านช้า ๆ ก้องภพมองเขา สายตานั้นเต็มไปด้วยความสับสน ความเศร้าและบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ คืนนั้นไม่มีใครรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างมีเพียงความรู้สึกที่สับสนของหัวใจสองดวงที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ บ้านของก้องภพเงียบกว่าทุกวันเสียงลมหายใจเบา ๆ ของเด็กทารกดังมาจากห้องด้านใน เมธัชเพิ่งกล่อมลูกชายของก้องภพหลับเมื่อเขาเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นก้องภพกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ดแรกออกเล็กน้อย ดวงตาของเขายังแดงจากแอลกอฮอล์“ลูกหลับแล้วเหรอ”ก้องภพถามเสียงแผ่ว “ครับ” เมธัชนั่งลงข้างๆ ระยะห่างเพียงเล็กน้อย ความเงียบระหว่างทั้งสองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตั้งแต่คืนที่คำสารภาพหลุดออกมาหัวใจของทั้งคู่ก็เหมือนเดินอยู่บนเส้นบางๆ ก้องภพมองเพื่อนสนิท มองอยู่นาน “ที่นายพูดวันนั้น…”เสียงเขาหยุดไปชั่วครู่ “นายหมายความอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” เมธัชรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นเขาไม่ได้คิดจะพูดมันออกมาอีก แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว “ครับ” คำตอบสั้น ๆแต่หนักแน่นสายตาของเขาไม่ได้หลบ เพราะรู้ดีว่าไม่สามารถโกหกได้อีกต่อไป ก้องภพไม่เคยคิดมาก่อนว่าการมองผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้หัวใจสั่นได้แต่เมื่อเขามองเมธัชในคืนนี้ ความรู้สึกบางอย่างกลับแปลกไปเมธัชอยู่ข้างเขามาหลายปี ผ่านทั้งการฝึกหนัก ภารกิจเสี่ยงชีวิต และวันที่โลกของเขาพังทลายคนที่อยู่ข้างเขาเสมอไม่เคยหายไปไหน มือของก้องภพวางลงบนไหล่เมธัชโดยไม่รู้ตัว ฝ่ามือใหญ่และอบอุ่น“นายดูแลฉันมากเกินไปแล้ว” เขาพูดเบา ๆ เมธัชยิ้มเล็กน้อย “ผมเต็มใจ” คำตอบนั้นเรียบง่ายแต่ทำให้บางอย่างในใจของก้องภพสั่นไหว คืนนั้นฝนตกเบาๆเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ ก้องภพดื่มไปไม่มากนัก แต่ความเหนื่อยล้าของหัวใจทำให้เขาเงียบกว่าปกติเมธัชกำลังจะลุกไปเก็บแก้ว แต่จู่ ๆ ก้องภพก็จับข้อมือเขาไว้แรงจับนั้นแน่น เมธัชหันกลับมาดวงตาของทั้งสองสบกันใกล้เกินกว่าจะหลบ ใกล้เกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร หัวใจของก้องภพเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความเหงา ความสับสน หรือความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งเริ่มต้นเมธัชเองก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเขาอย่างอ่อนโยน สายตาที่เต็มไปด้วยความรักซึ่งเก็บไว้มานานก้องภพรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในความอบอุ่นนั้น ความใกล้ชิดที่ไม่ต้องมีคำอธิบาย ในวินาทีนั้นเขาเพิ่งเข้าใจว่าบางครั้งความรู้สึกของคนเราก็ไม่ได้เดินตามเส้นทางที่เคยคิดไว้เสมอไป หลังจากคืนนั้นหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆก้องภพยังคงเงียบเหมือนเดิมแต่สายตาที่เขามองเมธัชไม่เหมือนก่อน มันอ่อนลง ลึกขึ้นและบางครั้งก็เต็มไปด้วยความสับสนแต่สำหรับเมธัชแค่การได้อยู่ใกล้แบบนี้ก็เพียงพอแล้ว เช้าวันหนึ่งหลังออกกำลังกายก้องภพยื่นขวดน้ำให้เขา“นายผอมลงนะ”น้ำเสียงเหมือนการตำหนิเล็กๆแต่แฝงความเป็นห่วง เมธัชหัวเราะเบา ๆ“ช่วงนี้นอนไม่ค่อยพอครับต้องดูแลสองคน” ก้องภพเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบาๆ “ขอบใจนะ” คำพูดสั้น ๆแต่สำหรับเมธัชมันมีค่ามากกว่าคำใดๆเพราะเขารู้ว่ากำแพงในใจของก้องภพกำลังค่อย ๆ เปิดออกทีละนิด หลังจากคืนที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปชีวิตของก้องภพและเมธัชก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ในสายตาของคนอื่นทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในโรงพัก ก้องภพยังคงเป็นนายตำรวจหนุ่มผู้เงียบขรึม
เข้มงวดกับงานพูดน้อยและรักษาระยะห่างจากทุกคน ส่วนเมธัชก็ยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่ทำงานร่วมกันมาตลอดไม่มีใครสงสัยอะไรไม่มีใครรู้ว่าหลังเครื่องแบบที่ดูเรียบร้อยนั้นหัวใจของทั้งสองกำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้ เช้าวันหนึ่งในห้องประชุมผู้กำกับกำลังอธิบายแผนปฏิบัติการตำรวจหลายคนยืนล้อมโต๊ะ ก้องภพยืนอยู่ด้านหน้า ไหล่กว้างในเครื่องแบบสีกากีดูสง่างามเหมือนทุกวันเมธัชยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามสายตาของเขาเผลอมองไปที่ก้องภพเพียงชั่วครู่ แต่เพียงแค่นั้นก้องภพก็รู้สึกได้ดวงตาของทั้งสองสบกันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ก้องภพจะรีบละสายตาเหมือนกลัวว่าใครจะสังเกตเห็นหัวใจของเขาเต้นแรงอย่างประหลาดทั้งที่อยู่ท่ามกลางตำรวจหลายคนแต่ความรู้สึกเหมือนมีเพียงสองคนในห้องนั้นเมธัชทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก้มมองเอกสารต่อเหมือนเพื่อนร่วมงานธรรมดาคนหนึ่งแต่ภายใต้ท่าทีสงบนั้นหัวใจของเขากลับสั่นไหวทุกครั้งที่อยู่ใกล้ก้องภพ ช่วงพักกลางวัน ตำรวจหลายคนไปกินข้าวที่โรงอาหารก้องภพนั่งอยู่โต๊ะหนึ่งกับเพื่อนร่วมงานส่วนเมธัชนั่งอยู่อีกโต๊ะห่างออกไปไม่กี่เมตรแต่สำหรับทั้งสองคนระยะนั้นเหมือนกำแพงที่ต้องรักษาไว้ บางครั้งสายตาของก้องภพก็เผลอมองไปทางเมธัชเพียงแค่เห็นว่าเขากำลังกินข้าวอยู่กำลังหัวเราะกับเพื่อน หรือกำลังคุยโทรศัพท์ แค่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ในใจ ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนเขาไม่เข้าใจมันดีนัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเมธัชกลายเป็นคนสำคัญในชีวิตมากขึ้นทุกวัน เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก้องภพกลับบ้านบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยมีไอรินแต่ตอนนี้เหลือเพียงเสียงของลูกชายตัวน้อยและเมธัช เมธัชมักจะมาช่วยดูแลเด็ก ช่วยทำอาหาร บางคืนก็อยู่ค้างในสายตาคนอื่นมันเป็นเรื่องปกติ เพื่อนสนิทช่วยดูแลครอบครัวของเพื่อนไม่มีอะไรน่าสงสัยแต่ในความเงียบของบ้านความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆบางครั้งเพียงแค่การนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาก็ทำให้หัวใจของก้องภพเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวเขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าการอยู่ใกล้ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้รู้สึกแบบนี้ได้ คืนหนึ่งหลังจากลูกหลับแล้วทั้งสองนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้านลมกลางคืนพัดเบา ๆ เมธัชมองออกไปยังถนนเงียบ ๆ“ที่โรงพัก…เราต้องระวังมากขึ้นนะครับ”เขาพูดเบาๆก้องภพเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า“ฉันรู้” คำพูดนั้นสั้นแต่เต็มไปด้วยความหมายในโลกของตำรวจชื่อเสียงและภาพลักษณ์สำคัญมากถ้าใครรู้ ชีวิตของทั้งสองอาจเปลี่ยนไปโดยเฉพาะก้องภพเขาเป็นนายตำรวจที่หลายคนจับตามองเมธัชรู้ดี ดังนั้นเขาจึงพยายามเก็บทุกความรู้สึกไว้แม้บางครั้งมันจะยากเหลือเกิน ความเงียบปกคลุมระเบียงก้องภพนั่งอยู่ข้างๆไหล่ของทั้งสองแทบจะสัมผัสกันเมธัชกำลังจะลุกแต่จู่ ๆ มือใหญ่ของก้องภพก็จับข้อมือเขาไว้แรงจับนั้นอบอุ่นเมธัชหันกลับมาดวงตาของก้องภพมองเขานิ่ง ๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างในใจสุดท้ายเขาพูดเพียงเบา ๆ “อย่าไปไหน”สามคำสั้น ๆ แต่ทำให้หัวใจของเมธัชสั่นอย่างรุนแรงเขานั่งลงอีกครั้งโดยไม่พูดอะไร มือของก้องภพยังคงจับเขาไว้ แน่นพอให้รู้สึกในความมืดของคืนสงบไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้เครื่องแบบที่เคร่งขรึม หัวใจของชายสองคนกำลังผูกพันกันลึกขึ้นทุกวันความสัมพันธ์ที่ต้องซ่อนแต่กลับจริงยิ่งกว่าสิ่งใด ลมกลางคืนพัดผ่านระเบียงบ้านเบาๆแสงไฟถนนส่องลอดเข้ามาเป็นเงาสลัว ก้องภพยังคงจับมือเมธัชไว้ ฝ่ามือของเขาใหญ่และอุ่นแรงจับมั่นคงจนเมธัชรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายทั้งสองนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีใครพูดอะไรแต่บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน เมธัชพยายามควบคุมตัวเองเขาไม่อยากก้าวล้ำเส้นไม่อยากทำให้ก้องภพต้องสับสนมากไปกว่านี้ “ผมควรกลับแล้วครับ” เขาพูดเบา ๆ แต่ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมือของก้องภพกลับกระชับขึ้นเล็กน้อย “อยู่ก่อน” เสียงทุ้มต่ำของก้องภพดังขึ้นดวงตาคมเข้มนั้นมองมาที่เขา สายตาที่เมธัชไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่สายตาของเพื่อน แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนมันเต็มไปด้วยความสับสนความใกล้ชิด และความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งเริ่มต้น หัวใจของเมธัชเต้นแรง เขาไม่กล้ามองนานแต่ก้องภพกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อยระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจ ก้องภพเหมือนกำลังลังเลเหมือนกำลังต่อสู้กับความคิดในหัวตัวเองชีวิตทั้งชีวิตของเขาไม่เคยเดินมาถึงจุดนี้เขาไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนหนึ่งแต่เมื่อมองเมธัชคนที่อยู่ข้างเขามาตลอด คนที่ไม่เคยทิ้งเขาแม้แต่ครั้งเดียว หัวใจของเขากลับอบอุ่นอย่างประหลาดก้องภพยกมือขึ้นช้า ๆ แตะเบา ๆ ที่แก้มของเมธัช เมธัชนิ่งไป ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยก้องภพมองเขาอีกครั้งเหมือนต้องการคำตอ แม้จะไม่มีคำพูด แต่สายตาของเมธัชกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและการยอมรับ วินาทีนั้น ก้องภพจึงค่อย ๆโน้มตัวเข้าไป ริมฝีปากของเขาแตะลงบนริมฝีปากของเมธัชอย่างแผ่วเบามันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรง แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกใหม่ หัวใจของก้องภพเต้นแรงจนเขารู้สึกได้ ส่วนเมธัชโลกทั้งโลกของเขาเหมือนหยุดหมุนความรู้สึกที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันเกิดขึ้นกลับกลายเป็นจริง ก้องภพผละออกช้าๆดวงตาของทั้งสองยังคงสบกัน เงียบงันแต่เต็มไปด้วยความหมาย ก้องภพถอนหายใจเบาๆเหมือนเพิ่งตระหนักว่าตัวเองทำอะไรลงไป“ฉัน…ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”เขาพูดเสียงแผ่ว เมธัชยิ้มบาง ๆรอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและเศร้านิดๆ“ไม่เป็นไรครับ”เขาตอบ“ผมไม่ได้ต้องการคำตอบตอนนี้” คำพูดนั้นทำให้ก้องภพมองเขานานขึ้นในใจของเขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง บางทีความรู้สึกของคนเราก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายทันทีบางครั้งมันแค่ต้องใช้เวลาและคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆเหมือนที่เมธัชยืนอยู่ข้างเขาเสมอ หลังจากคืนนั้นก้องภพพยายามทำเหมือนทุกอย่างปกติเขาตื่นเช้าออกกำลังกาย วิ่งรอบสนามเหมือนทุกวัน
ไปทำงานตรงเวลาพูดกับเพื่อนร่วมงานเหมือนเดิมแต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เขานึกถึงจูบเมื่อคืน หัวใจของเขาจะเต้นแรงอย่างประหลาดมันไม่ใช่แค่ความใกล้ชิดมันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและสงบอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนก้องภพหยุดวิ่ง หายใจแรงเล็กน้อย ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ริมฝีปากของเมธัช สายตาอ่อนโยนคู่นั้น“บ้าเอ๊ย…”เขาพึมพำกับตัวเอง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงคิดถึงมันทั้งที่ชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยลังเลเรื่องตัวตนของตัวเองเลย แต่ตอนนี้แค่คิดถึงจูบนั้นเขากลับอยากรู้สึกมันอีกครั้ง ในโรงพักเมธัชกำลังตรวจเอกสารคดีอยู่ที่โต๊ะเขาทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง สุภาพ นิ่ง และดูเหมือนผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง แต่เมื่อเงาของใครบางคนหยุดอยู่ข้างโต๊ะเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ก้องภพยืนอยู่ตรงนั้น สูงเด่นในเครื่องแบบตำรวจ“ไปตรวจพื้นที่กับฉันหน่อย”เขาพูดสั้นๆเมธัชพยักหน้า “ครับ”ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานด้วยกันในสายตาคนอื่นมันเป็นเรื่องปกติเพราะทั้งคู่มักทำงานคู่กันเสมอแต่ไม่มีใครรู้ว่าหัวใจของทั้งสองกำลังเต้นแรงกว่าปกติ ระหว่างที่ทั้งสองเดินผ่านโถงโรงพักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เฮ้ผู้หมวด”มันคือ ดาบวิชัย ตำรวจรุ่นพี่ที่ช่างสังเกตเขามองทั้งสองสลับกัน ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ช่วงนี้ตัวติดกันตลอดเลยนะพวกนาย”คำพูดนั้นเหมือนเรื่องล้อเล่นแต่ทำให้เมธัชรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปที่พื้น ก้องภพตอบเรียบ ๆ“ทำคดีเดียวกัน”วิชัยหัวเราะ“ก็จริงแต่ดูสนิทกว่าเดิมนะ” สายตาของเขาเหมือนกำลังพยายามอ่านอะไรบางอย่างเมธัชยิ้มเล็กน้อยพยายามให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “เราสนิทกันมาตั้งนานแล้วนี่ครับ”วิชัยพยักหน้าแต่ก่อนจะเดินจากไปเขาหันกลับมาพูดอีกประโยค “ใช่…สนิทกันมากจริงๆ” น้ำเสียงนั้นเหมือนมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่ เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานก้องภพกับเมธัชยังอยู่ในห้องเอกสาร ตำรวจคนอื่นกลับไปเกือบหมดแล้ว ห้องทั้งห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงพลิกแฟ้มเอกสารเมธัชยืนอยู่ข้างโต๊ะ ก้องภพยืนใกล้กว่าปกติเล็กน้อย ใกล้จนเขารู้สึกถึงกลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวอีกฝ่าย ก้องภพมองเขาสายตานั้นลึกกว่าปกติ “เมื่อคืน…”เขาเริ่มพูดเบาๆ เมธัชเงยหน้าขึ้นหัวใจเต้นแรงทันที ก้องภพเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดตรง ๆ “ฉันยังคิดถึงมันอยู่”คำพูดนั้นทำให้เมธัชแทบลืมหายใจบรรยากาศในห้องเงียบลง ก้องภพขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย สายตาของเขาหนักแน่นเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างแต่ทันใดนั้นเสียงประตูห้องก็เปิดขึ้น “อ้าวยังไม่กลับกันอีกเหรอ”ดาบวิชัยยืนอยู่ที่ประตู เมธัชรีบถอยห่างทันที ก้องภพหยิบแฟ้มขึ้นมาดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“กำลังเช็คเอกสารคดีอยู่”ก้องภพตอบเรียบ ๆ วิชัยมองทั้งสองอีกครั้งสายตานั้นเหมือนกำลังจับสังเกตอะไรบางอย่างก่อนจะยักไหล่“งั้นรีบกลับล่ะเดี๋ยวโรงพักจะเหลือกันแค่สองคน” เขาพูดติดตลก แต่หลังจากเขาเดินออกไปหัวใจของทั้งสองก็ยังเต้นแรงไม่หยุดเมธัชถอนหายใจเบา ๆ “เกือบไปแล้ว…”ก้องภพมองเขาแล้วพูดเสียงต่ำ“ใช่…เกือบจริง ๆ” แต่ในสายตาของเขากลับมีบางอย่างชัดเจนขึ้น บางอย่างที่เขาเริ่มยอมรับว่าความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่ความสับสนอีกต่อไป
|