|
มื้ออาหารมหาเทพ: "แกงส้มสะท้านทรวง" อาร์มนั่งลงที่หัวโต๊ะ พยายามหนีบขาปิดเป้ากางเกงยีนส์ที่ตุงนูนเพราะท่อนลำอวบยาวที่ยังชื้นแฉะอย่างเนียนๆ ส่วน เมฆ ก็นั่งลงข้างๆ ในสภาพที่หน้ายังแดงซ่านไม่หาย แถมยังนั่งท่าแปลกๆ เพราะยังรู้สึกจุกเสียดที่รูสวาทจาก 'อาคมกู้ชีพ' ของนายหัวร่างยักษ์ 'เอ้า! กินกันเยอะๆ พี่ไกร พี่ยอด ไอ้กล้า... เมฆด้วย กินปลาเยอะๆ จะได้มีแรง' อาร์มรีบตักปลาให้ทุกคนจนพูนจาน หวังจะเอาของกินอุดปากไม่ให้ใครถามเรื่องบนห้องอีก! สารวัตรจอมเขมือบ: "ปฏิบัติการจับผิดใต้โต๊ะ" แต่คนอย่าง สารวัตรกล้า มีหรือจะปล่อยวางง่ายๆ เขาแกล้งทำเป็นเคี้ยวเนื้อปลาตุ้ยๆ ก่อนจะดีดนิ้วโป๊ะ 'เอ๊ย! ช้อนตกว่ะอาร์ม ว่าแล้วกล้าก็มุดพรวดลงไปใต้โต๊ะไม้สักทันที! อาร์มถึงกับสะดุ้งสุดตัว ขาแกร่งสั่นพั่บๆ รีบหนีบเข้าหากันแน่นแต่ด้วยท่อนลำที่อวบหนายิ่งทำให้เป้ากางเกงปูดนูนหนักกว่าเดิมอาร์มเกร็งจนกล้ามเนื้อขาขึ้นลำเข้ม 'ไอ้กล้า! มึงจะมุดลงไปทำไม เดี๋ยวคนงานก็เอาคันใหม่มาให้! กล้าที่อยู่ใต้โต๊ะไม่ได้ฟัง เขาพยายามชะโงกหน้ามอง 'เป้า' ของเพื่อนรักในระยะประชิด จนเห็นรอยด่างดวงขาวขุ่นที่ซึมออกมาจากซิปชัดเจนกว่าเดิม แถมยังมีกลิ่นคาวกามจางๆ ลอยเตะจมูกสารวัตรหนุ่มจนเขาต้องยิ้มกริ่มออกมา! สารวัตรจอมกวน: "สัมผัสพิสูจน์หลักฐาน" โอ๊ะ!' อาร์มสะดุ้งจนตัวลอย ช้อนในมือแทบจะร่วงลงจาน เมื่อสัมผัสจากมือหนาของกล้าบีบหมับลงที่ท่อนลำอวบหนาผ่านเนื้อผ้ากางเกงยีนส์ มันเป็นการบีบที่เน้นย้ำว่า 'กูรู้ความลับมึงแล้ว' ก่อนที่กล้าจะโผล่หัวขึ้นมานั่งยิ้มกริ่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 'ไอ้กล้า! มึงทำบ้าอะไรของมึงวะ!' อาร์มตะคอกเสียงหลงพลางรีบยกจานข้าวมาบังเป้าที่นูนเด่นของตัวเองไว้ 'ช้อนตกมึงก็แค่หยิบ มึงจะมาบีบ... บีบขากูทำไม! กล้าเคี้ยวแกงส้มอย่างอารมณ์ดี พลางยักคิ้วให้เพื่อนรัก 'แหม่... ก็กูเห็นมึงเกร็งขาพั่บๆ กูนึกว่าตะคริวจะกิน เลยช่วยสงเคราะห์นวดให้ไงเพื่อน อาคมนวดของเมฆมันแรงขนาดนั้น เช็คดูหน่อยว่าร่างกายมึง 'ตอบสนอง' ดีแค่ไหน... ซึ่งดูท่าจะดีมากนะเนี่ย นูนเป็นลำเชียว! พรานรุ่นใหญ่: "ปรามด้วยสายตา (แต่แฝงด้วยความขำ)" ไอ้กล้า... มึงเป็นสารวัตรนะ รักษาภาพลักษณ์หน่อย' พรานไกรเอ่ยปากปรามเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความขบขันในลำคอ 'ไปแกล้งไอ้อาร์มมันมาก เดี๋ยวอาคมที่เมฆเพิ่งเติมให้มันจะพุ่งใส่หน้ามึงแทนหรอก ดูสิ... หน้ามันแดงไปยันหูแล้ว ช่างยอด หัวเราะร่าพลางหยิบทุเรียนเข้าปาก 'เอาน่าไกร นวดกันไปนวดกันมา เดี๋ยวก็รักกันกลมเกลียว ดูไอ้เมฆสิ นั่งเงียบเชียบแต่หูแดงแป๊ด น้ำมนต์วัดไหนนะเมฆ... พี่ยอดอยากได้มาพรมเป้ากางเกงบ้างจัง กลิ่นมัน... รัญจวนใจดีว่ะ ข่าวร้ายขัดจังหวะ: "ฝูงกลิ้งดงปรากฏตัว" ก่อนที่สารวัตรกล้าจะปล่อยมุกถัดไป ไอ้จ้อย ลูกคนงานก็วิ่งหน้าตั้งหน้าตาตื่นเข้ามาในโถง 'นายหัวครับ! แย่แล้วครับ! ที่ท้ายสวนตรงตีนเขา... มีตัวอะไรไม่รู้กลมๆมันออกมากลิ้งไปกลิ้งมาเพ่นพ่านในป่ากันเพียบเลยครับ! พ่อบอกผมว่ามันไม่ได้มาตัวเดียว แต่มันขนกันมาเป็นฝูง เหมือนมันตามกลิ่นอะไรที่เพิ่งกระจายออกมาเมื่อกี้ครับ! โชคยังดีพ่อผมบอกว่ามันกลิ้งขลุกขลักไปมาในป่ารกทึบ แต่มันยังออกจากป่ามาเขตสวนไม่ได้เพราะแสงแดดมันแรง ถ้าค่ำลงเมื่อไหร่พวกมันออกมาแน่ครับ อาร์มกับเมฆสะดุ้งโหยงมองหน้ากันทันที! เพราะกลิ่นที่ไอ้จ้อยว่า... มันก็น่าจะเป็นกลิ่นของเขาสองคนที่เพิ่งจะ 'จัดหนัก' กันไปจนอบอวลไปทั้งบ้านจนกลิ่นโชยไปตามลมนั่นเอง! วินาทีระทึก: "เมื่อกลิ่นกามคืออาวุธและกับดัก" ไอ้จ้อย... มึงแน่ใจนะว่าพวกมันกลิ้งขลุกขลักอยู่ในป่ารกทึบนั่น? พรานไกรเค้นถามเสียงเครียด แววตาของนักล่ามองทะลุออกไปทางหน้าต่างที่เห็นแนวป่าชายเขา 'ถ้าพวกมันรอกลางคืนแบบนี้ แสดงว่ามันมี 'จ่าฝูง' ที่ฉลาดและดุร้ายกว่าตัวเมื่อคืนหลายเท่าตัว' อาร์มรีบใช้มือหนากดเป้ากางเกงยีนส์ที่ยังคง "ตื่นตัว" อยู่ให้แนบราบที่สุด ความรู้สึกจุกเสียดในรูสวาทของเมฆกลับเริ่มเต้นตุบๆ ตามแรงอาคมที่ยังหลงเหลืออยู่ 'เมฆ... กลิ่นของเราตอนนี้มันกลายเป็นขนมหวานล่อพวกมันซะแล้ว อาร์มกระซิบข้างหูเมฆ พลางเอื้อมมือลอดใต้โต๊ะไปกุมมือของเด็กหนุ่มไว้แน่นอย่างลืมตัว ซึ่งเมฆก็ปล่อยให้อาร์มกุมมือตัวเองด้วยความเต็มใจ แผนเผด็จศึก: "ล่อราชสีห์เข้าถ้ำเสือ" พรานไกรตบโต๊ะปัง! ในเมื่อพวกมันตามกลิ่นนี้มา เราก็ใช้กลิ่นนี่แหละเป็นอาวุธ! ไอ้อาร์ม... มึงกับไอ้เมฆต้องไปที่ขนำตีนเขาที่คนเฝ้าสวนโดนสูบตายเมื่อคืนก่อน' 'อะไรนะพี่! ให้ผมกับเมฆไปล่อพวกมันที่นั่นเหรอ? อาร์มตาโต 'พี่ก็รู้ว่าตรงนั้นมันรังพวกมันชัดๆ แล้วกลิ่นผมกับเมฆที่มันตามมา... ถ้าไปที่นั่น ผมว่าพวกมันคงไม่แค่ 'ดูด' หรอกครับ มันคงจะ 'ฉีก' พวกเรากินทั้งเป็นแน่! เรามีอาวุธอะไรที่สู้กับพวกมันได้บ้างมั้ยครับ
พรานไกรแค่นยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปยกลังไม้เก่าท้ายรถจิ๊ปมาวางบนโต๊ะ แววตาของนักล่ารุ่นลายครามเป็นประกายวาวโรจน์เหมือนรู้ว่าแต่ละคนเหมาะกับอาวุธอะไรที่จะเอาไปกำจัดไอ้อสูรกามพวกนี้ เมื่อเปิดลังออกมาแล้วภายในมีปืนลูกซองสั้นที่ลวดลายอักขระลงอาคม ประแจเลื่อนขนาดใหญ่ที่ลงอักขระอาคม มีดสปาต้าขนาดความยาว 50 เซนติเมตรที่ลงอักขระอาคม 2 เล่ม และนวมครึ่งนิ้วเสริมด้วยเหล็กไหลลงอาคม และสุดท้ายปืน Beretta 92FSที่ลงอักขระอาคมพร้อมแม็กกาซีนแต่งที่บรรจุกระสุนจุ่มน้ำมนต์ขนาด 9 มม.ได้ถึง 20 นัด จำนวน 3 ชุดพรานไกรหยิบปืนลูกซองพร้อมกระสุนทั้งลูกโดดและลูกปรายอย่างละกล่องใสย่าม ยอดหยิบประแจเลื่อนของถนัดมาแกว่งเล่น ส่วนกล้าที่ทุกคนคิดว่าจะหยิบปืนกลับผิดคาดเขาเอื้อมมือไปคว้ามีดสปาต้า 2 เล่มมาถือซ้ายขวาแล้วหมุนควงดูก่อนจะสวมใส่ปลอกมาผูกไว้ข้างเอว ทุกคนหันมามองกล้าเป็นตาเดียว อะไร ถึงผมจะยิงปืนแม่นแต่ผมถนัดใช้มีดมากกว่าปืนอีกนะ อีกอย่างมีคนยิงปืนแม่นกว่าผมอยู่นะกล้าพูดพร้อมหันไปมองอาร์ม แสงแดดสีเลือดนกเริ่มลับขอบฟ้า บรรยากาศรอบโต๊ะไม้สักเต็มไปด้วยไอสังหารและรังสีอาคมที่แผ่ออกมาจากอาวุธลงทัณฑ์ พรานไกร มองดูเหล่าพยัคฆ์หนุ่มที่เตรียมพร้อมออกศึกด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น มหาเทพมือสังหาร: " Beretta อาบพุทธาคม" นายหัวอาร์ม จับปืน Beretta 92FS ขึ้นมาตรวจเช็กกลไกด้วยความชำนาญ เสียงเหล็กกระทบกันดัง 'แกร๊ก!' ฟังดูดุดันไม่แพ้เจ้าของ เขาบรรจุแม็กกาซีนแต่งที่อัดแน่นด้วยกระสุนหัวระเบิดจุ่มน้ำมนต์ 20 นัดเข้าสู่ตัวปืน สายตาคมกริบของราชสีห์หนุ่มจ้องมองไปที่แนวป่า แผงอกหนาสีน้ำผึ้งใต้เสื้อเชิ้ตที่ยังไม่ได้ติดกระดุมกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หนักแน่น 'ไม่ต้องห่วงครับพี่ไกร... ถ้ามันกล้าโผล่หัวออกมาดูดใครอีก ผมจะส่งกระสุนอาคมยัดปากพวกมันให้แตกกระจายทุกตัว! อาร์มประกาศก้อง พละกำลังที่เมฆเติมให้เมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ในอก พยัคฆ์ขาวหมัดเหล็กไหล: "พรจากครูพราน" เมฆ สวมนวมครึ่งนิ้วเสริมเหล็กไหลลงอาคมเข้าที่มือทั้งสองข้าง สัมผัสเย็นเยียบของโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ซึมเข้าสู่ผิวหนังพยัคฆ์หนุ่ม เขาก้มลงกราบแทบเท้าพรานไกร รับเอาพระคาถากำแพงแก้วเจ็ดชั้นที่เป่าลงกลางกระหม่อมจนตัวสั่นสะท้านด้วยแรงครู จำไว้เมฆ... หมัดของมึงตอนนี้ไม่ใช่แค่เนื้อหนัง แต่มันคือเหล็กไหลที่พร้อมจะทะลวงร่างอสูรให้แหลกคามือ! พรานไกรมือลูบหัวศิษย์รักกำชับเสียงเข้ม 'ดูแลนายหัวอาร์มให้ดี เพราะน้ำกามของมันคือจุดอ่อนและจุดแข็งของศึกนี้' ขุนพลสปาต้าและประแจอาคม: "แนวหลังมหาประลัย" สารวัตรกล้า ควงมีดสปาต้าคู่กายจนเกิดเสียงแหวกอากาศดัง 'ฟึ่บฟั่บ!' ใบมีดสะท้อนแสงตะวันวาววับดูน่าเกรงขาม ส่วน ช่างยอด ก็กระชับประแจเลื่อนยักษ์ที่ลงอักขระเลขยันต์สีทองผ่องอำไพ 'ไปกันเถอะไกร! กูอยากจะรู้นักว่าไอ้ตัวกลมๆ นั่นมันจะทนแรงกระแทกจากประแจกูได้กี่ที! ยอดเอ่ยปนหัวเราะแต่แววตานิ่งสนิท มุ่งหน้าสู่สมรภูมิ: " Ford Raptor ทะลวงไพร" เสียงเครื่องยนต์ Ford Ranger Raptor ของอาร์มคำรามลั่นไปทั่วหุบเขา อาร์มทำหน้าที่สารถี โดยมีเมฆนั่งเคียงข้างอยู่ที่เบาะหน้า ส่วนพรานไกร กล้า และยอด ประจำตำแหน่งอยู่ที่กระบะหลังพร้อมอาวุธครบมือ กลิ่นฟีโรโมนของอาร์มที่ผสมกับกลิ่นแป้งเย็นและกลิ่นคาวรักจางๆ เริ่มโชยฟุ้งไปตามแรงลมยามเย็นดุจสัญญาณเรียกแขก รถพุ่งทะยานผ่านสวนทุเรียนมุ่งหน้าสู่ขนำตีนเขาจุดเกิดเหตุสยอง... ที่นั่น ป่ารกทึบเริ่มส่งเสียง 'ขลุกขลัก... ขลุกขลัก...' ของสิ่งมีชีวิตกลมมนนับร้อยที่กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากเงามืดเพื่อรอรับ 'มื้อค่ำ' รสเลิศ! บรรยากาศยามโพล้เพล้ที่ขนำตีนเขาช่างวังเวงจนน่าขนลุก แสงอาทิตย์สุดท้ายลับขอบฟ้าไปทิ้งไว้เพียงสีแดงฉานประดุจเลือดที่ฉาบไล้ไปทั่วแนวป่า ทันทีที่เครื่องยนต์ Ford Raptor ดับลง ความเงียบสงัดที่ผิดปกติก็เข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม สัมผัสอาถรรพ์: "ดวงตาแดงฉานนับร้อย" เมฆ ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระชับนวมเหล็กไหลในมือ ขนลุกชันไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสได้ถึง 'รังสีอาฆาต' ที่พุ่งตรงมาจากยอดไม้รกทึบรอบขนำ 'ครูไกรครับ... พวกมันอยู่บนนั้น เต็มไปหมดเลย! เมฆกระซิบเสียงพร่า สายตาพยายามสอดส่ายมองหาเงาตะคุ่มกลมๆ ที่ขยับขลุกขลักอยู่ในเงามืด กลิ่นคาวสาบสางของพวกมันเริ่มโชยมาปะทะจมูกจนน่าเวียนหัว
ราชสีห์ล่อเป้า: "แผงอกมหาเทพท้าทายอสูร" นายหัวอาร์ม ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าดุดัน มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตออกทีละเม็ดก่อนจะเหวี่ยงเสื้อทิ้งลงบนกระบะรถ เผยให้เห็นแผงอกหนาบึกบึนสีน้ำผึ้งที่สะท้อนแสงสลัว หยดเหงื่อที่ซึมตามร่องกล้ามและไรขนหน้าท้องที่ลากยาวลงไปหาขอบกางเกงยีนส์ที่รั้งเป้าจน 'มหาเทพ' นูนเด่น... มันคือเหยื่อล่อชั้นเลิศที่ทำให้อากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหวด้วยความกระหายของอสูร! 'อยากได้นักก็ออกมา! ไอ้พวกเศษเดนป่า!' อาร์มตะโกนก้องพลางก้าวเดินขึ้นขนำไม้ที่เคยมีคนตายอย่างไม่เกรงกลัว ในมือกุม Beretta 92FS ไว้แน่น พยัคฆ์ขาวระวังหลัง: "ลางสังหรณ์แห่งหายนะ" เมฆ เดินตามหลังอาร์มขึ้นขนำไปติดๆ ทุกย่างก้าวของเขามันเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างประหลาด แรงกดดันในอากาศมันมหาศาลเกินกว่าจะเป็นแค่ฝูงกลิ้งดงกามธรรมดา 'พี่อาร์ม ระวังตัวนะครับ ผมรู้สึกว่าจ่าฝูงมัน... มันไม่ใช่แค่ตัวกลมๆ แต่อาจจะเป็นอะไรที่ร้ายกาจกว่านั้น' เมฆยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังอาร์ม แผ่นหลังขาวเนียนของเขาเกือบจะแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของราชสีห์หนุ่ม บรรยากาศบนขนำไม้สั่นสะท้านด้วยแรงกดดันจากอาถรรพ์ที่รุนแรงกว่าเดิมร้อยเท่า! กลิ่นคาวสาบสางที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นดอกไม้ราตรีที่ชวนให้หน้ามืดตามัวจน นายหัวอาร์ม ถึงกับต้องขบกรามแน่นเพื่อเรียกสติ พญากลิ้งดง: "อสูรกายร้อยตา" ร่างกลมโตมหึมากว่าสองเมตรที่ค่อยๆ โรยตัวลงมาขวางหน้าอาร์มนั้นมันช่างน่าสยดสยอง! ดวงตายึกยือนับสิบคู่ที่เรียงรายอยู่รอบตัวมันกลอกไปมาอย่างบ้าคลั่ง หนวดเมือกยั้วเยี้ยแต่ละเส้นหนาพอๆ กับแขนมนุษย์ ส่ายไปมาดุจงูพิษที่จ้องจะฉก 'ซึ่ดดด... กลิ่นของมึง... รสชาติของมึง... ข้าจะสูบให้ถึงแก่นวิญญาณ!' เสียงโหยหวนดังก้องอยู่ในมโนสำนึกของอาร์มจนเขารู้สึกปวดหนึบที่ขมับ แต่อาการที่น่ากลัวกว่าคือ 'มหาเทพสิบสองนิ้ว' ที่เป้ากางเกงกลับเริ่มสั่นกระตุกหงึกๆ ตามแรงกระตุ้นของอาคมสายล่างที่พญากลิ้งดงแผ่ออกมา!
|